Group Blog
 
All blogs
 
ไม่มีหัวใจให้ใครอีกแล้ว ..ตอนที่ 2..



“..คุณนนท์ลูกชายคุณวิวัฒน์น่ะ ไม่ได้เป็นบ้าแบบเดินรำป้อตามข้างถนนที่เราเคยพบเห็นกันเสียเมื่อไหร่ เค้ามีปัญหากระทบกระเทือนทางจิตใจเลยเปลี่ยนเป็นคนไม่พูดไม่จา” พ่อหยุดพักหอบหายใจ แม่เลยรีบเสริมขึ้น

“คุณวิวัฒน์กับภรรยาต้องเดินทางไปต่างประเทศหลายเดือน ทางนี้ก็เป็นห่วงลูกชายจะจ้างคนแปลกหน้ามาคอยดูแลก็ไม่ไว้ใจ ไอ้ครั้นจะให้เอิงไปอยู่ดูแลเฉยๆก็กลัวลูกสาวเราจะเสื่อมเสีย”

“เอิงยังไม่เคยเจอหน้าตานนท์สักครั้งเดียว แล้วจู่ๆจะให้หนูไปอยู่กินกับเค้าเนี่ยนะ หนูไม่เอาหรอก”

“คิดว่าทำเพื่อพ่อแม่สักครั้งไม่ได้หรือ”พ่อพยายามหว่านล้อม

“ให้หนูตอบแทนเรื่องอื่นไม่ได้หรือคะ แล้วเรื่องเรียนของหนูล่ะจะให้ทำยังไง”ฉันยกไม้เด็ดมาต่อรอง

“แกก็ไปขออาจารย์พักเรียนไว้สักเทอมก็ได้นี่หว่า เค้าไปแค่สามเดือนหลังจากนั้นแกก็ไปเรียนไม่เห็นจะมีปัญหาเลย”

“แค่แต่งงานพอเป็นพิธีใช่มั้ยคะ แล้วก็ เออ...ไม่ต้องมีอะไรกันใช่หรือเปล่า พอหลังจากคุณลุงคุณป้ากลับมาก็ทำเรื่องหย่าแยกย้ายกันไปตัวใครตัวมัน” ฉันสรุป

“เออ ข้าไม่กลัวทางฝ่ายนั้นจะมีอะไรกับแกหรอกไอ้เอิง แต่ข้ากลัวแกจะไปมีอะไรกับเค้าน่ะสิ” พูดจบพ่อก็หัวเราะดังเอิ้กๆเป็นที่สบอารมณ์ยิ่งนัก




ฉันเดินทอดน่องมาเรื่อยๆเลียบริมสายน้ำ บรรยากาศยามเย็นที่เงียบสงบ มีลมพัดโชยมาเบาๆหอบเอากลิ่นไอดินมาจางๆ ทำให้เด็กสาวค่อยสดชื่นขึ้น ฉันใช้เท้าเขี่ยก้อนหินก้อนเล็กก้อนน้อยให้มันร่วงลงสู่สายน้ำมาตลอดทาง


คุณนัทนนท์..ลูกชายคนเดียวของคุณลุงวิวัฒน์มีปัญหากระทบกระเทือนจิตใจ ตัวพ่อเองก็ไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น เมื่อลูกชายผู้มีพระคุณมาขอความช่วยเหลือก็ไม่อาจปฏิเสธ ฉันฟังเงื่อนไขที่ทางฝ่ายนั้นเสนอมาหลังจากหย่ากันเป็นที่เรียบร้อย ฉันจะได้รับเงินสดจำนวนมากเอาการเป็นค่าตอบแทน



เช้าวันรุ่งขึ้นฉันเดินทางเข้ากรุงเทพ มาพบอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อขอพักการเรียนไว้หนึ่งภาคการศึกษา โดยให้เหตุผลว่า..ต้องเข้าพิธีแต่งงานกับคนบ้า และดูแลสามีเป็นเวลาสามเดือน...


“นางสาว สริญญา เธอต้องการระบุในใบขอพักการเรียนว่า..เพื่อเข้าพิธีแต่งงานกับคนบ้าแน่นะ..” อาจารย์ที่ปรึกษาขยับแว่นลงจ้องมองเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้า

“เหตุผลนี้ใช้ไม่ได้หรือไงคะ” ฉันย้อนถามเสียงใส

“เปล่าหรอก ตามระเบียบของมหาวิทยาลัยสามารถทำได้อยู่แล้วไม่ว่าเธอจะมีเหตุผลอะไร เพียงแต่อาจารย์ไม่แน่ใจเท่านั้น”

“อาจารย์มีอะไรไม่แน่ใจคะ”

“ระหว่างเธอกับผู้ชายคนนั้น คนไหนจะบ้ามากกว่ากัน”

..นายนนท์แค่ยกแรกนายก็ทำให้ฉันหน้าแตกเสียแล้ว ...ฉันรับใบคำร้องขอพักการเรียนมาจากอาจารย์ด้วยอารมณ์ขุ่นมัวเลยพาลไปถึงเจ้าบ่าวในอนาคตอย่างช่วยไม่ได้ เลยเดินลงส้นเท้าดัง ปัง ปัง แถมปิดประตูห้องเก็บของใช้ส่วนตัวดัง โครม ! ตั้งใจมาทำเรื่องพักการเรียนวันนี้เพราะช่วงเช้าไม่มีเรียน อีกเหตุผลหนึ่งเพื่อเลี่ยงตอบคำถามบรรดาเพื่อนๆตัวแสบทั้งหลาย

แต่เสียงปิดประตูที่ดังโครมครามทำให้บรรดาเพื่อนของเธอพากันยื่นหน้าออกมามองหาคนอารมณ์บูดตั้งแต่เช้า

“ใครวะมาซ่าแถวนี้ อ้าวไอ้เอิงนี่ มาทำไมแต่เช้าไม่มีเรียนนี่หว่า” ยายมินเพื่อนคนสนิทตรงเข้ามาฉุดแขนเมื่อเห็นเธอกำลังง่วนอยู่กับการเก็บข้าวของลงกระเป๋าสะพายใบเขื่อง

“ไอ้นี่ถามไม่ยอมตอบ โดนอาจารย์ไล่ออกหรือไง”

“เปล่า..ฉันมายื่นดรอปกับอาจารย์หนึ่งเทอม”เธอพูดไปแต่มือก็ยังเก็บของเหมือนเดิม

“ดรอปไปไหน ไปทำอะไร หรือพ่อแกตายวะ” เสียงฝ่ามือกระทบแขนยายมินเพื่อนรักดัง เพี๊ยะ

“เตี่ยแกน่ะสิตาย ชั้นจะแต่งงานต่างหาก แล้วไม่ต้องถามด้วยว่าฉันกับเค้าใครมันบ้ามากกว่ากัน” ฉันพยายามนึกหน้าเจ้าบ่าวในอนาคตให้น่าเกลียดน่ากลัวเข้าไว้จะได้ไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้

“เออก็ดีว่ะ ขายออกกับเค้าสักที ตกลงแกจะดรอปเทอมนึงใช่มั้ย”

“ใช่..หลังจากนั้นฉันก็จะหย่ากับเค้า แล้วจะกลับมาเรียนต่อ” ฉันพูดหน้าตาเฉย

“อะไรขอแกวะแต่งสามเดือนแล้วก็หย่า ทำยังกะเล่นขายของอย่างนี้จะไปสนุกตรงไหน”

“ฉันไม่ได้แต่งกับเค้าเพราะความสนุกหรือความรักอะไรหรอก แกเอาใบขอดรอปชั้นไปดูตรงเหตุผลแล้วจะเข้าใจ”

มินตราอ่านข้อความในใบขอพักการเรียนนั้นอุทาน..เฮ้ย.ออกมาแล้วเอามือทาบอกตัวเอง

“เข้าพิธีแต่งงานกับคนบ้า..เฮ่อ..ตกลงแกกับเค้าใครมันบ้ามากกว่ากันวะ”

สองคนแล้วนะที่พูดทำนองเดียวกัน ฉันกระชากใบขอดรอปจากมือเพื่อนรักแล้วยัดมันลงในกระเป๋าถืออย่างไม่ใยดี

“ว่าแล้วแกต้องพูดแบบนี้ จบเรื่องเมื่อไหร่ชั้นจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศให้หายบ้าแน่ๆ”พูดจบเอิงก็โบกมือลาเพื่อนรักอย่างหงอยๆ

“แล้วพี่ต้นล่ะ แกบอกเค้าหรือยัง”เอิงหยุดกึกเมื่อได้ยินคำพูดของเพื่อน

“ไม่บอกดีกว่าแค่สามเดือนเท่านั้น ฉันกลัวเค้าจะคิดมาก”เอิงนึกถึงภาพผู้ชายใสซื่อมีแต่ความจริงใจ ที่มีให้เธอตลอดเวลาที่คบกันมาสามปี หากรับรู้ว่าเธอจะเข้าพิธีแต่งงานถึงจะเป็นแค่ในนามจะทนรับสภาพความผิดหวังได้หรือไม่




“เอิงกลัวใครจะคิดมากเหรอ” เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นกระชากหัวใจสาวน้อยให้ไหววูบ

“พี่ต้น..มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” ฝืนใจทักทายทั้งที่ยังไม่แน่ใจว่าเขาได้ยินหมดแล้วหรือยัง

“ก็นานพอจะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด”

“เข้าใจก็ดีแล้วค่ะ เอิงจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเล่าให้ฟัง”

“เอิงคิดดีแล้วหรือ เจ้าหมอนั่นยังไงก็เป็นผู้ชาย ถึงแม้ว่าจะบ้า ไม่ใช่สิสภาพจิตใจไม่สมบูรณ์ แต่เอิงอาจจะพลาดเข้าสักวัน”

“พลาด? มันจะพลาดยังไงคะ พี่ต้นคิดไปถึงไหนกันแน่ เหมือนไม่เชื่อใจไม่ให้เกียรติเอิง”

“ใช่ค่ะพี่ต้น ถ้านายนั่นคิดจะรุ่มร่ามกับไอ้เอิงมีหวังต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มแน่ จะกลัวก็แต่ไอ้เอิงมันไปทำอะไรเค้าน่ะสิ”

“แกหมายความว่ายังไง ไอ้ม๋าต๋า”ไม่พูดเปล่านิ้วมือทั้งสองขยุ้มเข้าที่ต้นแขนของมินตราแล้วบิดอย่างแรง

“โอ้ยๆ มินตราโว้ยไม่ใช่ม๋าต๋า พอแล้วๆ”

พอเธอคลายมือออกมินตราเพื่อนรักค่อยๆถอยฉากออกมา แต่ยังช้ากว่าเอิงที่คว้าข้อมือเอาไว้ทัน

“แกยังไปไหนไม่ได้ ฉันต้องการเพื่อนเจ้าสาว”

“ทำเค้าเจ็บแล้วยังมาใช้งานอีก แล้วจะไปจัดงานที่โรงแรมไหนล่ะ แม่เจ้าสาวสามเดือน”

“จัดที่บ้านพ่อฉัน ที่สระบุรี”

“จัดที่บ้านแกจะบ้าเหรอ ที่นั่นน่ะเค้าใช้จัดงานศพ”

“แกไม่ต้องห่วง พ่อฉันเค้าเตรียมล้อมรั้วกั้นส่วนฮวงซุ้ยเอาไว้ชั่วคราวแล้ว ถ้าแกไม่ไปงานแต่ง..ก็เตรียมไปงานศพตัวเองรู้ไว้เสียด้วย”

“เออก็ได้วะ ไว้ใกล้ถึงวันงานรบกวนคุณเอิงโทรมาบอกดิฉันด้วยนะเจ้าคะ ไม่น่าออกจากบ้านมาเลยรู้แบบนี้ไปดูหนังยังจะดีเสียกว่า”

เอิงบีบมือเพื่อนเป็นเชิงขอบใจ เมื่อมินตราเดินเลี่ยงไปออกอีกประตู เอิงก็หันมาทางพี่ต้นซึ่งกำลังยืนคอยอย่างกระวนกระวาย

“พี่ต้นยังมีเรื่องคาใจอยู่เหรอคะ”

ชายหนุ่มพยักหน้ายอมรับ

“พี่ต้นคะตลอดเวลาที่พี่คบกับเอิง เอิงเคยทำอะไรให้พี่ไม่สบายใจบ้างหรือเปล่า สามปีที่เราคบกันถึงแม้เพียงพอวัดความจริงใจที่เรามีให้กันได้ แต่เราก็ไม่เคยสัญญาว่าจะมีกันและกันตลอดไปไม่ใช่เหรอคะ เราทั้งสองยังอยู่ในวัยเรียนยังมีโอกาสที่จะเจอคนอื่นได้ตลอดเวลา ถ้าพี่ต้นยังมีใจที่มั่นคงพี่ยังจะกลัวอะไรอีก ในเมื่อเอิงก็ไม่มีหัวใจให้ใครอีกแล้ว”

“ครับแล้วพี่จะรอจนกว่าจะถึงวันนั้น”



ฉันถือโอกาสบอกลาเพื่อนสนิทอีกหลายคนจนเกือบหมดเวลาเรียนในช่วงบ่าย พอลงจากอาคารเรียนก็พบคนงานที่บ้านมายืนรออยู่ที่บันได

“มาทำธุระแถวนี้เหรอนายชม”

“เปล่าครับนายท่านให้มารอรับคุณหนู”

“ที่บ้านมีเรื่องด่วนหรือไงถึงต้องมารอรับถึงที่”

เอิงไม่รอฟังคำตอบก้าวเดินนำหน้าคนขับรถไปยังที่จอดรถสำหรับบุคคลภายนอก เห็นแม่นงไขกระจกลงแล้วกวักมือเรียกอยู่ไหวๆ

“ข้ารอแกอยู่ตั้งนานสองนาน จนแข้งขาจะเป็นตะคริวอยู่แล้ว” พ่อชัยบ่นอุบอิบเมื่อลูกสาวก้าวขึ้นรถ มือไม้ก็คอยนวดเฟ้นต้นขาทั้งสองข้าง

“แล้วยกโขยงมาทำอะไรกันคะ”

“คุณลุงวิวัฒน์เค้านัดคุณพ่อให้ไปหาที่บ้านกำชับให้พาหนูไปด้วยแน่ะจ๊ะ”

“เค้านัดกับข้าตั้งแต่เช้า นี่ก็ผัดผ่อนมาจนบ่ายเพราะมัวรอแกคนเดียว แทนที่จะได้กินกาแฟสงสัยได้กินแต่น้ำเปล่า แล้วแกมัวไปทำอะไรมาหรือต้องร่ำลาคนทั้งมหาลัย” พ่อชัยไม่วายเหน็บแนมลูกสาว

“พ่อก็แปลก คุณลุงวิวัฒน์ก็ยิ่งแปลกกันไปใหญ่ จะนัดอะไรทำไมไม่บอกล่วงหน้า แบบนี้หนูไม่คุยด้วยแล้ว อยากไปไหนก็ไปถึงเมื่อไหร่ก็ปลุกด้วยก็แล้วกัน”

เอิงนอนพิงเบาะอย่างเหนื่อยล้า แกล้งปิดตาลงเมื่อเห็นพ่อชัยหันหลังมาทำท่าจะโวยวาย ฝ่ายพ่อเมื่อเห็นลูกสาวหลับตาพริ้มขัดใจที่ทำอะไรไม่ได้ก็เลยมาลงที่คนขับรถแทน

“แล้วแกมัวรออะไร ทำไมไม่รีบออกรถ ไปเร็วสิ”



บ้านคุณวิวัฒน์ใหญ่โตโอ่อ่าสมฐานะ อาณาบริเวณกว้างขวาง ดูท่าเจ้าของบ้านจะชอบปลูกต้นไม้เห็นได้จากไม้พุ่มไม้ดอกที่ปลูกเรียงรายตามทางเดินเล็กๆที่ทอดยาวไปด้านหลังตัวตึก เอิงชอบบ้านลักษณะแบบนี้มีพื้นที่ให้ทำกิจกรรมของคนในครอบครัว ไม่ใช่กลับมาถึงบ้านเปิดประตูก็ถึงเตียงนอนที่ออกโฆษณาปาวๆเรียกว่าบ้านสำหรับคนรุ่นใหม่


หลังจากนายชมนำรถเข้าจอดเทียบถึงหน้าประตู เจ้าของบ้านทั้งสองก็ออกมาต้อนรับและเชื้อเชิญไปยังห้องรับแขกด้านใน ระหว่างนั้นคุณวิวัฒน์ก็เอ่ยปากขอโทษทีจู่ๆก็นัดให้มาหาถึงบ้าน

“ผมต้องขอโทษทุกคนที่ไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า พอดีวันนี้ตานนท์เพิ่งออกจากโรงพยาบาล รวมกับญาติทางฝ่ายภรรยาที่แวะมาเยี่ยมเยียนถึงบ้าน ผมเลยถือโอกาสนี้แนะนำลูกชายผมให้ทุกคนได้รู้จัก”

...จะพามาดูตัวก็บอกสิ ไม่เห็นต้องพูดจาอ้อมค้อมเลย..เอิงเถียงในใจ

“ให้เอิงดูตัวพี่เค้าหรือคะ หรือเอิงยังมีโอกาสปฏิเสธอีก” หัวหงอกหัวดำในห้องรับแขกพากันหันมามองเด็กสาวในชุดนักศึกษาเป็นตาเดียวกัน

“ยายเอิงช่วยพูดจาให้มันมีสัมมาคารวะหน่อยจะได้มั้ย”พ่อชัยเริ่มมีสีหน้าบึ้งตึง

“ก็จริงนี่คะ ที่หนูยอมทำอยู่นี่ก็เต็มที่แล้ว”

“ทำอะไรของแกเต็มที่ ทำให้ชั้นขายหน้าล่ะไม่ว่า ทีแรกก็นึกว่าคุยกันรู้เรื่องแล้วทำไมค่อยมาออกฤทธิ์ออกเดชเอาที่นี่”

เอิงพยายามสะบัดตัวให้หลุดจากการรวบของแม่นงเบาๆ แต่ไม่เป็นผล สุดท้ายเธอถูกแม่ดึงให้นั่งลงที่เก้าอี้รับแขกตัวยาวและยังรวบตัวเอาไว้หลวมๆ

“คุณลุงคุณป้าหรือใครก็ได้ในที่นี้ช่วยบอกเอิงได้มั้ยคะ ว่าคุณนนท์เค้ามีปัญหาอะไร ทำไมถึงต้องให้หนูมาคอยดูแลทั้งที่คุณลุงก็มีฐานะดี จะจ้างคนสักสิบหรือยี่สิบคนก็ทำได้”

“ลูกเอิง!!”แม่นงปรามเสียงเข้ม

“ปล่อยเขาเถอะคุณนง..ทำไมหนูถึงต้องรู้ให้ได้ล่ะว่าลูกชายของลุงเค้ามีปัญหาอะไรทางใจ ในเมื่อข้อตกลงของเราก็ออกชัดเจน มันคือการแต่งงานที่ไม่มีความรักหรือความใคร่เข้ามาเกี่ยวข้อง ลุงไม่ไว้ใจใครเท่าครอบครัวของหนู ถ้าหนูคิดว่าเป็นการเปลืองตัวลุงก็ยอมจ่ายชดเชยตามสัญญา”

“ถ้าหนูไม่รู้ปัญหาที่แท้จริงเกิดทำลูกชายคุณลุงเป็นบ้า..ขอโทษค่ะหนูจะบอกว่าเกิดทำให้สภาพจิตใจลูกชายคุณลุงแย่ไปกว่าเดิม ทุกคนห้ามมาลงที่หนูนะคะ”

“นั่นก็แล้วแต่หัวใจของหนู ลุงมอบสิทธิ์ขาดให้หนูจัดการอยู่แล้วหากตานนท์เป็นอะไรไประหว่างที่อยู่ด้วยกันก็คิดเสียว่าเป็นเวรกรรมของเขา”

..แล้วเราคงได้เห็นดีกัน.!!!...

เอิงเชิดหน้ายิ้มรับโดยดุษฎี จริงอย่างคุณลุงว่า อย่างไรก็ตามการแต่งงานครั้งนี้ก็ไม่มีเหตุผลอยู่แล้วสำคัญที่เราจะยอมรับหรือปฏิเสธมันเท่านั้น



Create Date : 02 มกราคม 2548
Last Update : 2 มกราคม 2548 0:11:56 น. 7 comments
Counter : 79 Pageviews.

 
สวัสดีครับ มาทักทาย


โดย: เจไอ วันที่: 2 2548 เวลา:0:52:38 น.  

 
ชอบเรื่อง "น้องสาวคนสุดท้อง" มากคับ ไม่ทราบหาอ่านได้ที่ไหนบ้างอ่ะ


โดย: bankham_7@hotmail.com IP: 203.107.240.114 วันที่: 19 สิงหาคม 2548 เวลา:11:41:20 น.  

 
ชอบเรื่อง น้องสาวคนสุดท้อง เหรอคะ มันยังไม่ไปถึงไหนเลยแต่ก็ค่อยๆเขียนไปเรื่อยๆ ลองติดตามที่ถนนนักเขียนดูนะคะ อาจจะนำตอนต่อไปมาลง แต่ ตอนนี้ขอลงนิยายแนวกำลังภายในก่อนค่ะ


โดย: maxbetta IP: 221.128.108.176 วันที่: 1 กันยายน 2548 เวลา:17:22:35 น.  

 
อ่านฉือเล่งหงส์ถล่มวังผีเสื้อ จนทำให้อยากรู้จักงานอื่นๆของคุณ maxbetta บ้างครับ เลยแอบๆ เข้ามาหาอะไรอ่านในบล็อค โห...คนละแนวกับนิยายจีนหวาน บล็อคหวานแหววจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นตนๆเดียวกับที่เขียน ฉือเล่งหงส์ถล่มวังผีเสื้อ



โดย: GTW IP: 61.90.69.100 วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:7:48:44 น.  

 
สวัสดีค่ะอาจารย์จี ที่จริงเขียนไว้หลายเรื่องเหมือนกัน แต่ไม่จบสักเรื่อง ตั้งแต่ คุโรซาว่า อายูกิ, รักกึ่งสำเร็จรูป, น้องสาวคนสุดท้อง ส่วนแนวกำลังภายในที่เคยเขียนก็มี ผีเสื้อ สุริยัน จันทรา ก็ไม่จบอีกเช่นกัน แต่ที่คาดว่าจะจบก็คงเป็นเรื่อง ฉือเล่งหงส์ถล่มวังผีเสื้อเนี่ยแหละ เคยพยายามเขียนแนวอื่นแต่ความคิดไม่แล่นเขียนไม่ออก พอเขียนแนวกำลังภายในมันลื่นไหล เขียนคล่อง ส่วนบล็อกที่ให้ออกแนวหวานก็แค่อยากให้ชีวิตมีสีชมพูบ้างก็เท่านั้นค่ะ เพราะทำไมมันมีแต่สีเทาปนดำก็ไม่รู้


โดย: maxbetta วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:13:53:41 น.  

 
ยังคงแอบแวะเวียนมาด้อมๆมองๆครับ
หางานอ่าน แฮ่ะๆๆ เผื่อมีอะไรใหม่ๆบ้าง




โดย: GTW IP: 58.8.151.34 วันที่: 30 มีนาคม 2549 เวลา:19:48:16 น.  

 
คืนเเรม ดาวแต้มฟ้า
ไร้จันทรา อย่าร้างฝัน
ห่วงใย ใจผูกพัน
คิดถึงกัน ฝากฝันดี ^^


แวะมาทักทายและฝากฝันดีนะคะ


โดย: Life's for Rent วันที่: 17 เมษายน 2552 เวลา:2:56:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แมวน้อยหางกุด
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add แมวน้อยหางกุด's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.