เดาถูกไหมว่าหนังฝรั่งเรื่องอะไรถูกตั้งชื่อใหม่ว่า 투모로우(Tomorrow) ตอนฉายที่เกาหลี?
และหนังชื่อ デンジャラス・ビューティー (Dangerous Beauty) ที่ญี่ปุ่น แท้จริงแล้วคือหนังฮอลลีวู้ดเรื่องไหน?

ถ้าสนใจและสนุกไปกับเรื่องอะไรแบบนี้ จขบ.มีเวบน่าสนใจมาแนะนำค่ะ ^^

えいが타이틀 Eiga Title by J.K. Titling : movie names in Japanese and Korean
- facebook page <- เหมือนข้างล่าง แต่เป็นภาษาไทย
- http://eigatitle.blogspot.com/ <- เหมือนข้างบน แต่เป็นภาษาอังกฤษ




Create Date : 08 พฤษภาคม 2556
Last Update : 8 พฤษภาคม 2556 21:33:32 น.
Counter : 881 Pageviews.

0 comment
เบื่อและท้อ
blog entry นี้จะเป็นอะไรที่เข้ากับธีมของ blog ข้าพเจ้าอย่างแท้จริง คือเขียนเพื่อบ่นเพียว ๆ เลย 555555

หลายเดือนที่ผ่านมา ทิ้งภาษาเกาหลีไปเรียนภาษาจีน แต่ขยันไปไม่นานก็เริ่มเบื่อ เบื่อก็หยุด หยุดนานก็รู้สึก guilty แล้วก็ฝืนตัวเองมาฮึดเป็นพัก ๆ :(

เรื่องของเรื่องคือความขี้เกียจสูงขึ้นมาก และ passion สู้ไม่ได้กับตอนเรียนภาษาญี่ปุ่นเมื่อก่อน

รู้สึกข้อมูลที่ต้องจำมันเยอะเกินที่จะ squeeze เข้าหัว คำศัพท์คำนึงต้องจำการออกเสียง 3 ภาษา (ญี่ปุ่น เกาหลี จีน) ภาษาจีนยิ่งไปกันใหญ่ต้องจำวิธีเขียนแบบ simplified ด้วย traditional ด้วย

ถ้าการออกเสียงมันจะ consistent ก็จะยังพอไหว แต่นี่ในภาษาจีน ตัวอักษรตัวเดียวกันออกเสียงได้หลายโทน หลายแบบ ขึ้นกับว่ามันไปแปะรวมกับตัวอักษรไหนในคำ :(

เหนื่อยอ่ะ โกรธด้วย >:(

แล้วนี่ BoA จะ comeback ที่เกาหลีแล้ว จะกลับมาขุนภาษาเกาหลีตอนนี้ก็คงไม่ทันการ :'(

ฮือ T-T

ขอจบการบ่นแต่เพียงเท่านี้ :')



Create Date : 15 กรกฎาคม 2555
Last Update : 15 กรกฎาคม 2555 21:33:37 น.
Counter : 1914 Pageviews.

5 comment
Popup Dictionary
ปกติจขบ.จะมีผู้ช่วยเวลาอ่านเวบภาษาญี่ปุ่น คือ popup dictionary ที่ชื่อ rikaikun(Chrome)/rikaichan(Firefox) เวลาอ่านอะไรก็สบายมากเพราะ rikaichan เก่ง ศัพท์ผันเป็นรูปโน่นนี่ไหน rikaichan ขุดรากศัพท์ออกมาบอกความหมายให้ได้หมด แม้แต่ศัพท์สแลง ภาษาชาวเน็ตก็ยังรู้

พออ่านเวบภาษาเกาหลี จขบ.ก็อยากได้อะไรแบบ rikaichan version ภาษาเกาหลีมั่ง แต่ปัจจุบันก็ยังหาตัวเก่ง ๆ ไม่ได้ ปัจจุบันจขบ.ใช้นกแก้ว Lingoes แต่มันจะผันศัพท์กลับไม่ถูก เวลาเจออะไรที่ไม่อยู่ในรูป dict form มันจะบอกว่าหาไม่เจอตลอด จขบ.ก็ต้องหันไปเพิ่ง Naver Online Dictionary อยู่ดีซึ่งช้า T-T

พอมาเริ่มเรียนภาษาจีน จขบ.ก็อยากหา popup dict ภาษาจีนเวิร์ค ๆ ใช้มั่ง ซึ่งมันควรจะหาง่ายเลยแหละ เพราะภาษาจีนไม่มีการผันรูปศัพท์ใด ๆ และเพื่อไม่ให้เสียเวลา จขบ.ก็เลยไปถามน้องซึ่งเรียนภาษาจีนมาอย่างยาวนาน

จขบ "popup dict ภาษาจีนตัวไหนดีเหรอ?"
น้อง "มันคืออะไรเหรอ"
จขบ "...."
น้อง "...."
จขบ "ปกติเวลาอ่านเวบแล้วเจอศัพท์ไม่รู้จัก ตัวเองใช้วิธีก๊อปไปเปิดออนไลน์ดิกเอาเหรอ?"
น้อง "อื้ม หรือไม่ก็นับเส้นแล้วไปเปิดดิกเล่ม"
จขบ "..."

สาบานนะว่านี่น้อง ไม่ใช่ป้า??!! ทำไมคำตอบมันช่างราวกับเป็นคนละ generation กันกับเรา

จขบ.เลยไปหาใช้เองก็ได้ พบอันนึงท่าทางเวิร์คชื่อ Zhongwen Chinese Popup Dictionary เป็น extension Chrome มี feature word list ด้วย

แต่ไป ๆ มา ๆ เดาว่าจขบ.คงจะใช้ Lingoes เป็นหลักอยู่ดี เพราะไหน ๆ ก็ใช้เปิดศัพท์เกาหลีอยู่แล้ว แค่ไปดาวน์โหลดดิกมาเพิ่มลงไปในโปรแกรมมันก็เปิดได้ทุกภาษาเท่าที่อินสตอลไว้

ตัวอย่างตามในรูปข้างล่าง เมาส์อยู่ตรง 反馈 นกแก้วก็ไปหาคำนี้ในทุกดิกที่เราอินสตอลไว้แล้วโชว์ขึ้นมาหมดเลย




Create Date : 29 เมษายน 2555
Last Update : 29 เมษายน 2555 16:18:06 น.
Counter : 1710 Pageviews.

1 comment
การ์ตูนแปลมั่วกว่านี้มีอีกมั้ย?
เมื่อสิบปีก่อน ฝากเพื่อนหิ้วการ์ตูนเกาหลีเรื่องหนึ่ง (สิบเล่มจบ หนักอึ้ง เพราะเล่มใหญ่ กระดาษดี) มาจากเกาหลี แต่ตอนนั้นยังไม่มีปัญญาอ่าน เอามาดองไว้ก่อน กะว่าพอภาษาพอโอเคแล้วจะอ่านให้ได้เพราะชอบลายเส้นมาก

แต่ปรากฎว่าดันเปลี่ยนใจไปเรียนญี่ปุ่นซะ จนหลายปีต่อมาการ์ตูนเรื่องนี้มีฉบับพิมพ์ไทยออกมาขาย เลยซื้อมากะจะเปิดอ่านเทียบกับเวอร์ชันเกาหลี แต่ถึงเวลาจริงก็ขี้เกียจ เลยอ่านเฉพาะฉบับไทย

ไม่สนุกแฮะ ภาพสวยแต่บทมันบ้าบอไรไม่รู้ เสียดายตัง

หลายปีผ่านไปมาถึงตอนนี้ กะจะเอาการ์ตูนญี่ปุ่นและเกาหลีที่สะสมมาทั้งหมดไปขาย (แง้ ตัดใจ เนื่องจากจะไม่มีที่เก็บแล้ว T-T) ด้วยความเสียดายการ์ตูนเรื่องนี้ฉบับเกาหลีที่ยังใหม่เอี่ยมอยู่เลย (แต่ขอบเหลืองแล้ว เพราะไม่ได้เก็บดี ๆ) ก็เลยหยิบมาอ่านโดยไม่ได้คาดหวังอะไรเพราะจำได้ว่าไม่สนุก ปรากฎคราวนี้ถึงจะแปลออกบ้างไม่ออกบ้างแต่ก็ไม่ต้องเหนื่อยเปิดดิกคำเว้นคำเหมือนเมื่อก่อน

แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องเปิดดิกไปด้วย อ่านไปด้วยอยู่ดี ด้วยความขี้เกียจก็เลยคิดว่าไปเอาเล่มไทยมาเปิดคู่กันไปดีกว่า ประหยัดเวลากว่าเยอะ

ช็อค!! พบว่าคนแปลไม่ได้ "แปล" แต่แต่งเอาเองซะเยอะ SHOCK!!!!

ตัวอย่างเบาะ ๆ

คำจากใจผู้เขียนต้นเล่ม คนแปลกลัวคนอ่านเหนื่อยเลยย่อความให้ด้วยเฉย


จริง ๆ ต้องแปลว่า
- ชุดแรยงเอาไงดี?
- ไว้จะออกค่อยใส่ให้ละกัน
ซึ่งถ้าตามคำแปลไทย(ซึ่งจริง ๆ คนแปลแต่งเอง!) จะรู้สึกว่ามิกิโหดกับแรยงจัง น้องป่วยแทนที่จะปล่อยให้นอนไปก่อน



จริง ๆ ต้องแปลว่า
- ถ้าคิดว่าเป็นมนุษย์ต่างดาวแล้วจะรู้สึกเหงาน้อยลง (ตรงข้ามเลย เวร!!)
- เพราะถึงไม่มีใครเข้าใจ ถึงทุกคนจะโดดเดี่ยวผม ผมก็ยังทนได้

คือจริง ๆ แรยงรู้ว่าตัวเองไม่ใช่มนุษย์ต่างดาวจริง ๆ แต่หลอกตัวเองเพราะไม่งั้นจะทนกับความเหงาไม่ได้ ถ้าตัวเองเป็นมนุษย์ต่างดาวการที่เข้ากับมนุษย์ปกติไม่ได้ก็เป็นเรื่องธรรมดา

อย่างที่บอกว่านี่เบาะ ๆ ทั้งเรื่องมีหลายฉากมากที่คนแปลด้นบทเองให้เข้ากับภาพซะงั้น

อ่านไปโกรธไป นี่เราเสียตังซื้อไอ้เล่มไทยไปเพื่ออะไร? ที่แย่คือทำให้งานดี ๆ กลายเป็นไม่ดีไปซะงั้น

อ่านถึงเล่มสุดท้ายถึงกับเสียน้ำตาด้วยความซาบซึ้งในบท พร้อมคิดชมคนเขียนว่าตั้งใจแต่งเรื่องดีจัง research ก็เยอะ สมควรที่มีคนชอบเยอะ ซึ่งแตกต่างกับความรู้สึกตอนอ่านฉบับไทยจบโดยสิ้นเชิง (ตอนนั้นคิดว่าดีใจจังที่จบซะที การ์ตูนบ้าไรวะ)

นี่ถ้าคนเขียนรู้ว่าขายลิขสิทธิ์แล้วโดนยำเละแบบนี้จะรู้สึกยังไงเนี่ย? เขาเขียนตั้งสี่ปี เขียนไปป่วยไปอีกต่างหาก

แต่นี่ที่พิมพ์ไทยนี่ก็หลายปีแล้ว ได้แต่หวังว่าปัจจุบันคงไม่มีแปลแบบแต่งเองแบบนี้แล้ว (หรือยังมีอยู่? อยู่ประเทศไทยต้องปลงสินะ)



Create Date : 20 เมษายน 2555
Last Update : 20 เมษายน 2555 23:02:55 น.
Counter : 1742 Pageviews.

1 comment
เรียนภาษาจีนเอง มี.ค. 2012
จขบ.เริ่มเรียนภาษาจีนด้วย textbook ของ Assimil มาได้ครึ่งเดือนแล้ว จริง ๆ เขาแนะนำให้เรียนวันละบท ใช้เวลาประมาณครึ่งชม. แต่จขบ.เรียนไป 28 บทในครึ่งเดือน เพราะเป็นคนใจร้อนมาก

ช่วงแรก ๆ รู้สึกว่ามันง่ายเรียนแค่วันละนิดเดียวรู้สึกเหมือนไม่ได้เรียนเลยอัดซะ แต่หลัง ๆ เริ่มรู้สึกท้อแล้ว มันไม่ค่อยเข้าหัวแล้วอ่ะสิ รู้สึกว่า pacing มันไม่ดี บางบทยากซะ บางบทหลังจากนั้นยังรู้สึกง่ายกว่า ซึ่งจริง ๆ เรา expect ให้มันค่อย ๆ ยากขึ้นทีละนิด ๆ มากกว่ากระโดดขึ้นกระโดดลงแบบนี้

เกริ่นนิดนึงสำหรับคนไม่รู้จัก Assimil มันเป็นบริษัทผลิตหนังสือสอนภาษาของฝรั่งเศส โดยบทเรียนจะเน้น dialog หน้าซ้ายเป็นภาษาที่จะเรียน(ในทีนี้คือภาษาจีน) หน้าขวาเป็นภาษาอังกฤษ(หรือฝรั่งเศสขึ้นกับว่าไปซื้อเวอร์ชันไหนมา) จบจาก dialog ในแต่ละบทจะมีแบบฝึกหัดนิด ๆ หน่อย ๆ ประมาณไม่เกินสิบประโยค และในแต่ละหน้าก็จะมีโน้ตอธิบายแกรมม่าร์และ expression ต่าง ๆ ไว้

ส่วน recording ก็จะเป็น native ล้วน (ไม่มีพูดภาษาอังกฤษ/ฝรั่งเศสปน) ในแต่ละบทก็จะมีให้ฟังทั้งส่วน dialog และแบบฝึกหัด บทแรก ๆ จะอ่าน dialog ให้ฟังสองรอบ เวอร์ชันช้ามาก กับช้าน้อย และความเร็วจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในบทหลัง ๆ

อย่างของภาษาจีน "Chinese with Ease" มีสองเล่ม รวมกันประมาณ 100 lesson ใช้เวลาเรียนประมาณ 3 เดือน

จขบ.ค่อนข้าง happy กับการเรียนแบบนี้เพราะโหลดแต่ละวันไม่เยอะเกินไป (แม้ว่าหลัง ๆ จะเริ่มตามไม่ทันจนเริ่มรู้สึกว่าการเรียนเป็นภาระเล็กน้อยแล้ว T-T) และนอกจากตัว pinyin ที่พิมพ์ผิดบางที่ก็ไม่เจออะไรที่จะให้บ่นเป็นชิ้นเป็นอันนัก

ขอสรุปอุปสรรคการเรียนภาษาจีนของจขบ.เป็นข้อ ๆ ดังนี้
1. แยกเสียงที่ใกล้เคียงกันไม่ออก ภาษาจีนมีเสียงใกล้เคียงกันที่หูจขบ.แยกไม่ออกจำนวนมาก นอกจากพูดไม่ได้แล้วยังฟังไม่ออกด้วย แรก ๆ มีไม่กี่คำในบทที่แยกไม่ออก แต่หลัง ๆ ชักมากขึ้นเรื่อย ๆ จนรู้สึกเหนื่อยกับการมั่ว ความคิดที่กะจะทิ้งการพูดไปเลย ว่าไปแล้วก็ปฏิบัติจริงไม่ได้เพราะเวลาอ่านในใจเราก็ออกเสียงในใจอยู่ดี มันก็ตีกันมั่วไปหมด ตย.เสียงที่มั่วกันเละของจขบ. s, c, z, x, sh, ch, zh สระ อู, u(แบบฝรั่งเศสที่เป็นการผสมระหว่าง อู+อี), อี

2. พอฟังไม่รู้เรื่อง เราก็พยายามฟังบทนั้น ๆ ซ้ำไปซ้ำมาจนในที่สุดมันจำคำแปลได้หมดแล้ว เพราะฉะนั้นเวลาฟังก็กลายเป็น reverse engineering จากคำแปลย้อนกลับไป match สิ่งที่ได้ยิน แทนที่จะได้ยินแล้วเข้าใจสิ่งที่ได้ยิน ปัญหานี้คล้ายกับตอนที่จขบ.เคยลองใช้ Anki กับประโยคภาษาเกาหลี ประโยคที่อ่านไม่เข้าใจมาเจอทีหลังเราจำความหมายประโยคได้ก็แปลย้อนกลับไปว่าแต่ละส่วนของประโยคคืออะไร แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้จำศัพท์ต่าง ๆ ได้จริง จขบ.หมายความว่าถ้าไปเจอศัพท์เหล่านี้ในประโยคใหม่ context ใหม่ก็อาจจะจำไม่ได้อยู่ดี เพราะมันจำยึดติดได้กับประโยคตัวอย่างที่ใส่ไปใน Anki เท่านั้น (และนี่เป็นหนึ่งในเหตุผลนอกเหนือจากความขี้เกียจที่ทำให้จขบ.เลิกใช้ Anki)

3. โทนเพี้ยน แม้จะฟังปุ๊ปแล้วพูดตามปั๊ปก็เพี้ยนอยู่ดี บางทีก็ผวนเสียงวรรณยุกต์ให้ซะงั้น อันนี้ก็ไม่รู้เกี่ยวกับการที่จขบ.เป็น tone deaf ร้องเพลงก็เพี้ยนรึเปล่า

4. ฟังเสียงจาก recording แล้วหูเพี้ยน เช่น ในหนังสือเขียนว่า "เหลิ่ง" จขบ.ฟังจาก recording ได้ยินว่า "หลัง" ฟังกี่รอบก็ได้ยินเหมือนเดิม แต่พอเอาไปให้น้อง(ที่รู้ภาษาจีน)ฟัง น้องบอกว่ามันก็พูด "เหลิ่ง" ถูกแล้ว เป็นต้น ปัญหาหูเพี้ยนนี่ไม่รู้จะแก้ยังไง ตาอ่าน pinyin กับหูฟังมันไม่สอดคล้องกัน เหนื่อยมาก! สงสัยต้องไปเกิดใหม่สถานเดียวหรือยังไงก็ไม่รู้ T-T

ปัญหาเหล่านี้ยังไม่มีไอเดียว่าจะแก้ยังไง แต่ในเมื่อหนังสือก็ซื้อมาแล้ว ยังไงก็จะอ่านไปวันละบทจนกว่าจะจบอยู่ดี หวังว่าปัญหามันจะค่อย ๆ หายไปโดยไม่ต้องตั้งอกตั้งใจแก้ T-T

พูดถึงภาษาเกาหลีหน่อย เนื่องจากจขบ.เลิกเรียนเป็นเรื่องเป็นราวแล้วก็ไม่ได้ทำไรมาก อ่าน 50 famous stories เพิ่มเล็กน้อย และเริ่มรู้สึกเบื่อเพราะเนื้อเรื่องมันวนอยู่กับสงครามอยู่นั่นแหละ :(

blog คราวนี้โทนมืดมนหน่อย sorry นะคะ :'(



Create Date : 01 เมษายน 2555
Last Update : 1 เมษายน 2555 16:35:38 น.
Counter : 1744 Pageviews.

1 comment
1  2  3  

lulla
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



Group Blog