Kazoku Game
ละครที่เหมือนเอา queen of classroom กับแม่บ้านมิตะมาผสมกัน

แต่จริง ๆ แล้วทำจากนิยายที่เคยทำเป็นหนังเมื่อ 30 ปีมาแล้ว

ดูสนุกมาก ไม่เข้าใจว่าทำไม rating สู้มิตะไม่ได้ขนาดนั้น (จริง ๆ เอามาเปรียบเทียบไม่ได้ เพราะต่างกรรมต่างวาระ <= แปลว่าฉายคนละ season คนละปีกันนะจ๊ะ)หรือจะเป็นเพราะการแสดงโอเวอร์แอคติ้งของ sakurai sho 55555 แต่ก็เข้ากับบทดีนะ

เนื้อเรื่องคือมีครอบครัวหนึ่ง ดูเผิน ๆ เป็นครอบครัว perfect อยู่บ้านหลังใหญ่ พ่อบ้านฐานะการงานดี แม่บ้านดูแลบ้านทำกับข้าวเริ่ด(น่ากินมาก) ลูกชายคนโตอยู่ม.ปลายเป็นนักเรียนดีเด่นได้ทั้งบุ๊นทั้งบู๋ ทั้งครอบครัวมีตำหนิอยู่ที่เดียว คือลูกชายคนเล็กอยู่ม.ต้น ดันเป็น hikikomori คือไม่ยอมไปโรงเรียน วัน ๆ ขังตัวเองอยู่แต่ในห้องเอาแต่เล่นเกม รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น

ที่บ้านแก้ปัญหาโดยการจ้าง private tutor มาสอน แต่ไม่ว่าครูกี่คน ๆ ก็ส่ายหัว ยอมแพ้ไปตาม ๆ กัน

แล้วละครก็เริ่มต้นที่การจ้างครูคนใหม่ที่ประวัติการสอนคือ ติวเด็กเค้าโตได (มหาลัยอันดับหนึ่งในญี่ปุ่น)ได้ผล 100%

โดยหารู้ไม่ว่าครูคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา ๆ ขู่เด็กที่ติวว่าตัวเองเป็นฆาตกรฆ่าคนบ้างล่ะ จ้างคนมาสร้างสถานการณ์ต่าง ๆ นานาล้างสมองคนในบ้านให้ยึดตัวเองเป็นที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวบ้างล่ะ มีเพียงลูกชายคนโตเพียงคนเดียวที่ตามทัน และพยายามสืบเพื่อเปิดโปงความเลวของครูติวเตอร์คนนี้!

ข้างบนนี่เขียนเหมือนโฆษณาละครเลยแฮะ แต่มันก็สนุกจริง ๆ นะ เชียร์ให้ดู ถ้าชอบ queen of classroom กับมิตะ ฟันธงว่าชอบเรื่องนี้แหง ๆ

อะ เดี๋ยวจะหาว่าลำเอียง ทำไมไม่บ่นเรื่องนี้เลย ขอบ่นตอนจบหน่อยละกัน ใครไม่อยากโดน spoil ก็หยุดอ่านได้แล้ว

ตอนจบไม่รู้จะให้ ลูกชายคนโตหยิบคัตเตอร์มาพล่ามๆๆๆทำไม ณ จุดนั้น ยังคิดว่ามีคนดูที่ไหนคิดว่าอินี่ยังคิดไม่ได้ คิดจะทำร้ายคุณครูอีกรึ?? เห็นแล้วแอบหงุดหงิด :(
กับเรื่องเมื่อแปดปีก่อน ไม่อยากจะเชื่อว่าครูอีกสองคนจะยอมเป็นลูกไล่ของโยชิโมโตะ สมัยนั้นมีมือถือแล้ว จะอัดจะ blackmail อะไรก็ทำได้ง่าย ๆ ถ้าไม่ได้เลวเหมือนกัน ใครจะทนทำได้ขนาดนั้น ยิ่งกับนักเรียนหญิงด้วยอีก *ส่ายหน้า* แต่ก็นะ ละครก็เปิดไว้ว่ามันอาจจะไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมดก็ได้ :P



Create Date : 21 กันยายน 2556
Last Update : 21 กันยายน 2556 16:56:06 น.
Counter : 555 Pageviews.

0 comment
Protect the Boss ดีครึ่งเรื่อง
ละครเกาหลีเรื่องที่ล้านที่มี setting แบบนี้
- พระเอกเป็นลูกคนรวย กลุ่มธุรกิจมีอิทธิพลระดับประเทศ (chaebol หรือ zaibatsu ในภาษาญี่ปุ่น)
- นางเอกเป็นลูกน้องพระเอกที่บริษัท
- พระรองก็ทำงานบริษัทเดียวกัน จ้องจะแย่งบริษัทจากพระเอก
- พระรองหล่อกว่าพระเอก
- ต้นเรื่องพระเอกพระรองรักนางรอง
- ไปๆมาๆก็หันมารักนางเอกกันทั้งคู่

เห็นแบบนี้แล้ว ก็คงจะคิดว่าน่าเบื่อโพด ๆ been there, done that ไม่ต้องเสียเวลาดูแล้วใช่ไหม? แต่ขอโอกาสให้เรื่องนี้สักครั้ง เพราะมันก็สนุกดีนะ ครึ่งแรกน่ะ

setting ที่(จขบ.คิดว่า)แปลกใหม่ แตกต่างไปจากเดิม
- เปลี่ยนจากนางเอกโก๊ะเป็นนางเอกอดีตนักเลง
- เปลี่ยนจากพระเอก(ขี้โมโห,กวนตรีน,เหลวไหล)ธรรมดาเป็นพระเอกทำตัวเหมือนเด็ก(จริงๆ)และเป็นโรค panic disorder จะหายใจไม่ได้เวลาอยู่ต่อหน้าคนเยอะ ๆ เลยทำงานไม่ได้ (เพราะพรีเซนต์งานไม่ได้)
- เปลี่ยนจากพระรอง perfect เป็นพระรองที่ทำตัวเป็นเด็ก ๆ เวลาอยู่กับพระเอก (เรื่องนี้ซีนระหว่างพระเอกพระรอง ดูสนุกกว่าซีนพระเอกนางเอก)
- เปลี่ยนจากนางรองน่ารำคาญ เป็นนางรองน่ารัก (น่ารักจริง ๆ นะ)

เป็นละครที่สี่ตัวหลัก คนดูจะชอบหมดเลย ไม่มีเกลียดใครเลย

ดูไปประมาณครึ่งเรื่องนะ แล้วก็หยุดได้ เพราะสำหรับจขบ.มันควรจะจบได้ตั้งแต่ครึ่งเรื่องแล้ว หลังจากนั้นมันไม่มี conflict อย่างแท้จริง แค่เติมโน่นเติมนี่เข้ามาให้ยืดไปได้เป็น 18 ตอนแค่นั้นเอง (อ่านอธิบายการไม่มี conflict อย่างแท้จริงได้หลังปล.)


ปล.บ่นเพิ่มเติมว่าบทควรจะใช้ประโยชน์จากพี่พระเอกมากกว่านี้ แปลกมากที่นางรองไม่เคยคิดเล็งพี่พระเอกมาก่อน หรือมีพูดถึงก็ไม่รู้ เพราะจขบ.ดูข้าม ๆ ตอนครึ่งหลัง

ปล2.บ่นเพิ่มอีกว่าบทแจจุงเขียนให้งงมากไปตอนแรก ๆ (สงสัยอยากหลอกคนดู หรือไม่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าให้มันคิดไง ชอบใครกันแน่)ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าแจจุงเล่นห่วยรึเปล่า ดูแล้วไม่เข้าใจตัวละคร อีกอย่างแรก ๆ ดูฉลาดเชียวทั้งเรื่องงานเรื่องหญิง ทำไมหลัง ๆ ไม่ค่อย...

อธิบายการไม่มี conflict อย่างแท้จริง
- พระเอกไม่ได้ต้องการบริหารบริษัท
- นางเอกไม่ได้ต้องการรวย
- พระเอกนางเอกรักกันแล้ว ไม่มีการโลเลด้วย ชัดเจน
- พระรองไม่ได้เลว เก่งด้วย ได้บริหารบริษัทไปก็ดี
เลยไม่รู้จะมีพลอตเรื่องบริษัทนี่ไปทำไมตั้งหลายตอน แทนที่จะจบ ๆ ไปตั้งกะกลางเรื่อง



Create Date : 21 กันยายน 2556
Last Update : 21 กันยายน 2556 15:08:08 น.
Counter : 365 Pageviews.

0 comment
Playful Kiss & Love in Tokyo บ่นล้วน ๆ
ขอบอกเลยว่าดูไม่จบ 5555

ไม่รู้ว่าการที่จริง ๆ แล้วไม่ได้อยากดู(แต่ถูกยัดเยียดมา) เป็นสาเหตุทำให้ผลลัพธ์ที่แย่อยู่แล้วยิ่งแย่มากขึ้นไปอีกรึเปล่า 55555

จริง ๆ แล้ว จขบ.ก็แก่เกินดูละครวัยใสเพ้อฝันพวกนี้ไปแล้วด้วยล่ะนะ (แต่ชอบ Answer Me, 1997 มากนะ เอ๊ะ หรือเพราะอันนั้นมันไม่เพ้อฝัน)

เริ่มบ่นนะ Playful Kiss ตอนแรกมันช้ามาก สมัยนี้เค้าต้องพยายามเดินเรื่องเร็ว ๆ ให้คนดูติดตั้งแต่ตอนแรก แต่นี่ปาเข้าไปยี่สิบนาที อินางเอกมันยังเพ้อฝันไม่เสร็จเลย ทรมานคนดูมาก ตอนสองเป็นต้นไปค่อยดีขึ้นมาหน่อย นางเอกเล่นผ่านเลย(น่าสงสารที่บทปัญญาอ่อนไป จริง ๆ นางเอกต้องแค่โง่และเพ้อนิดหน่อย ไม่ได้ปัญญาอ่อนปะ) แต่พระเอกแข็งเป็นสาก

ไม่รู้ว่าในการ์ตูนต้นฉบับ เรื่องมันเลยไฮสคูลไปจนจบมหาลัยเลยรึเปล่า แต่เท่าที่ดู เดาเอาเองว่าเกาหลีแต่งเรื่องเพิ่มตั้งแต่เข้ามหาลัยไปจนจบเพื่อให้มีฉายถึง 16 ตอน พอเนื้อเรื่องเดินถึงเข้ามหาลัย เราก็หมดความอดทนดูแล้วอ่ะ ก็ข้ามๆๆๆโลด conflict ที่ใส่เข้ามาไม่มีอะไรใหม่ ถ้าเนื้อเรื่องไม่น่าสนใจ ละครก็จะอยู่ได้ด้วยเสน่ห์ของตัวละคร, เคมีของพระเอกนางเอก และบทสนทนา ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีอะไรดึงดูดเพียงพอ

ข้ามมาพูดถึง Love in Tokyo ซึ่งโชคดีถูกยัดเยียดมาแค่สองตอน เลยดูแค่สองตอน 5555
เนื่องจากเนื้อเรื่องมันเหมือนเรื่องตะกี๊เด๊ะ (เพราะสร้างจากการ์ตูนเรื่องเดียวกัน) ความอดทนในการดูเลยต่ำลงเพราะยังจำเรื่องได้อยู่เลย (ก็แหง ดูต่อกันเลย)

ดูแล้วช็อคเพราะเหมือนดูละครเก่าสิบปีที่แล้วมาก ไม่รู้เพราะไฟล์ที่ได้มา low quality ด้วยรึเปล่า ไปเปิด wiki ดูพบว่าเป็นละครทุนต่ำ ฉายหลังเที่ยงคืน ช่องประมาณเคเบิ้ล(fuji2?) ในขณะที่ของเกาหลีฉาย prime time ช่องฟรีทีวี production มันเลยต่างกัน

พูดถึงนางเอก เวอร์ชันญี่ปุ่นนี่สู้เกาหลีไม่ได้เลย ไร้เสน่ห์ขนาดนี้ เอามาเล่นเป็นนางเอกรอมคอมได้ยังไง พระเอกก็บทเย็นชากว่าฝั่งเกาหลีมาก จากที่ดูไปสองตอนไม่ได้กรี๊ดลุ้นพระเอกนางเอกอย่างที่ละครสไตล์นี้ควรจะเป็นเลย

ใครเป็นแฟนละครสองเรื่องนี้ก็ขอโทษด้วยที่จขบ.เอาแต่ด่า



Create Date : 21 กันยายน 2556
Last Update : 21 กันยายน 2556 14:22:51 น.
Counter : 1327 Pageviews.

1 comment
Last Cinderella รอมคอมที่มีบทพระเอกถึงสอง
ว่างเว้นจากการดูละครญี่ปุ่นไปนานมาก เพราะมัวแต่ดูละครไทย
โชคยังดีที่บังเอิญไปเห็น cast ของเรื่องนี้เป็น Fujiki Naohito, Shinohara Ryoko, Miura Haruma ตัดสินใจดูทันที ไม่ต้องคิด XD

ละครเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ดูไปเปลี่ยนใจไปมาว่าใครเป็นพระเอกตลอด

ตอนแรกก็คิดว่านาโอะชัวร์ ดูๆไป อืม...ต้องเป็นฮารุมะนี่หว่า.... ดูๆไปอีก เอ..เริ่มไม่ใช่อีกและ กลับมาคิดว่าเป็นนาโอะเหมือนเดิม ดูไปอีก เออ ไม่ใช่และ สงสัยตอนจบนางเอกอยู่คนเดียวแหง ฯลฯ

คือมันเป็นอย่างนี้จริง ๆ ^^;

ก่อนหน้านี้ มีละครญี่ปุ่นเรื่องหนึ่งชื่อ tsuki no koibito ที่ตั้งใจจะทำอะไรประมาณนี้เหมือนกัน คือ ทำให้คนดูงง ๆ ว่าสรุปใครเป็นนางเอก แต่เรื่องนั้นเละตุ้มเป๊ะสำหรับเรา

เรื่องนี้ทำได้ดีกว่ามาก แต่เราว่าก็ยังไม่สุดอยู่ดี เพราะด้วยความตั้งใจของละคร ทำให้คนเขียนบทต้องแทงกั๊กกับทั้งสองพระเอก คิดดูสิ ดูไปจนอีกไม่กี่ตอนจะจบแล้ว คนดูยังรู้สึกว่าจะคู่กับใครก็ไม่รู้ -> จะคู่กับใครก็ไม่แปลก -> คู่กับใครก็ได้ -> ความรักของพระเอกนางเอกมันไม่เด่นชัดได้ขนาดนั้น??!!

ทั้ง ๆ ที่ละคร hint อย่างชัดเจนตอนต้นเรื่องอยู่แล้วว่าใครเป็นพระเอก แต่เราดูไปก็เอ๊ะ ใช่เหรอ เอ๊ะ จริงง่ะ นี่นางเอกรักคนนี้จริงเหรอ งุนงงสงสัยไปได้เรื่อย ๆ แล้วมันจะเอาที่ไหนไปอินตอนจบ? ตอนจบเลยรู้สึกประมาณ โอเค ละครตัดสินใจจะจบงี้เนอะ โอเค ว่าไงว่าตามกัน XD

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าละครไม่สนุกนะ แค่ eye candy ในเรื่องก็คุ้มเกินคุ้มแล้ว XD

พล่ามมานาน เข้าเรื่องเลยละกันว่าบทพระเอกในเรื่องนี้มีสองคนนี่มันยังไง เริ่มจากอธิบายนางเอกก่อนนะ

นางเอกเป็นช่างทำผมวัย 39 ตำแหน่งเป็นรองผู้จัดการร้านมานานแปดปี ไม่ได้รับการโปรโมทเป็นผู้จัดการร้านสักที ปล่อยเนื้อปล่อยตัวไม่แต่งหน้าทำผม ไม่มีแฟนมานานแล้ว บุคลิกอารมณ์ลุง ๆ จนถึงขนาดเริ่มมีหนวดขึ้นบนหน้า!

พระเอก#1 (Fujiki Naohito) เพื่อนช่างทำผมรุ่นเดียวกับนางเอก ถูกย้ายจากสาขากินซ่ามาเป็นผู้จัดการที่ร้านสาขาที่นางเอกทำงานอยู่ แถมยังมาเช่าห้องติดกันกับห้องนางเอกอีก เนื่องจากเป็นเพื่อนเก่ากันมานาน ก็ไม่มีการต้องเกรงใจใด ๆ มาถึงก็เป็นคู่กัดกับนางเอกตลอด แต่ถึงทำเป็นปากร้าย แต่ก็คอยดูแลช่วยเหลือนางเอกตลอดเช่นกัน เป็นคนที่นางเอกอยู่ด้วยแล้วเป็นตัวของตัวเองเต็มที่ได้ไม่ต้องแอ๊บ บทนี้ดูยังไงก็บทพระเอกนิ

พระเอก#2 (Miura Haruma) นักแข่งจักรยานผาดโผนอายุ 24 ที่ถูกสั่งให้มาจีบนางเอกเพื่อนางเอกจะได้ไม่ไปใกล้ชิดกับพระเอก#1 แต่แล้วจากจีบโกหกแรก ๆ ก็กลายเป็นชอบนางเอกขึ้นมาจริง ๆ บทแบบนี้ก็บทพระเอกอีกเช่นกันตามสูตรละครทั่วไปนิ!

ดูละครเรื่องนี้แล้ว ทำให้เรานึกถึงละครญี่ปุ่นสองเรื่อง คือ Last Cinderella นี่เหมือนเอา Hotaru no Hikari มาบวกกับ Around40 เลยอ่ะ (แถมทั้งสองเรื่องนี้มี Fujiki Naohito เป็นพระเอกทั้งคู่อีกต่างหาก!)

บทซากุระ นางเอก Last Cinderella นี่มันคือขั้นกว่าของโฮตารุดี ๆ นี่เอง ในขณะที่โฮตารุขี้เกียจเฉพาะตอนอยู่บ้าน ซากุระนี่ขี้เกียจแต่งตัวออกจากบ้านด้วย มาทำงานก็โทรม ๆ มาเลย -_-;

เรื่อง Around40 นางเอกก็แก่พอ ๆ กับเรื่องนี้ และก็มีทั้งหนุ่มเด็กกว่าและแก่พอ ๆ กันมาให้เลือกเหมือนกัน แม้กระทั่งบทเพื่อนนางเอกยังเหมือนเลย คือบทแม่บ้านที่รู้สึกขาดคุณค่าในชีวิตวัน ๆ เอาแต่ซักผ้าทำกับข้าวปรนนิบัติสามีและลูก ไม่ได้ทำงานนอกบ้าน หมดความมั่นใจ ไม่ค่อยมีตังค์มาใช้เพื่อความสุขส่วนตัว

อ้อ มีอีกเรื่องที่นึกถึงคือ Anego ซึ่งนางเอกคือ Shinohara Ryoko เหมือนกัน บทเป็นหญิงมีอายุในที่ทำงานที่มีหนุ่มเด็กกว่า(Akanishi Jin)มาชอบ

แสดงว่าความโลกกลมในวงการละครญี่ปุ่นนั้นมีอยู่จริง! (แต่ก็นะ รอมคอมมันก็มีพล็อตอยู่ไม่กี่แบบ)

สรุป เอาเป็นว่าถ้าคุณเป็นผู้หญิง ก็ไม่ต้องรีรออะไร หยิบเรื่องนี้มาดูได้เลย ถึงแม้ว่าดูจบแล้วอาจจะไม่ได้ซาบซึ้งกับความรักของพระนางไปหลายปี แต่ก็ไม่เสียดายเวลาแน่นอน XD



Create Date : 23 สิงหาคม 2556
Last Update : 23 สิงหาคม 2556 11:38:56 น.
Counter : 1657 Pageviews.

3 comment
อิ่มแต่ยังไม่เอื่อมกับละครพีเรียด
ปีนี้ จขบ.แทบจะไม่ได้ดูละครญี่ปุ่น-เกาหลีเลย (จริง ๆ คือดู shut up ไปเรื่องเดียวเท่านั้น)

แต่ดูละครไทยไปเป็นสิบ! (ซึ่งปกติก็ดูเป็นเพื่อนแม่อยู่แล้ว แต่ช่วงนี้ดูจริงจังสุด ๆ ถึงกับมีการดูย้อนหลังอีกต่างหาก!)

โดยเฉพาะละครพีเรียด ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้ ดูเยอะมาก

ตั้งแต่ซีรียส์สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ไล่มาถึงเรือนเสน่หา, แค้นเสน่หา, สุดสายป่าน(ซึ่งดูแล้วรู้สึกผิดมาก คิดว่าควรเลิกดูได้แล้ว) และบ่วงบาปเมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้

นี่ไม่นับละครไม่พีเรียดอีกจำนวนมากที่ดู (รวมถึงฮอร์โมนด้วย XD)

จขบ.พบว่าพอดูละครพีเรียดชาววังมาก ๆ เข้า เกิดผลข้างเคียงขึ้นประการหนึ่ง

คือ อยากกินขนมช่อม่วงมาก เกิดมายังไม่เคยกินเลย ใครรู้จักร้านอร่อย วานบอก จะพาหม่อมแม่ไปลิ้มลอง หม่อมแม่ก็อยากกินเหมือนกัน XD

นอกจากช่อม่วงจะเป็น prop ร่วมที่ไปโผล่แทบทุกเรื่องที่จขบ.กล่าวถึงแล้ว ยังมี element อื่นที่เป็นของใช้ร่วมกันของบรรดาละครเหล่านี้ ไม่ใช่อะไร พล็อต นั่นเอง ตัวอย่างเช่น

1. ผู้มีอำนาจยศศักดิ์สูง มีหลายเมีย และบรรดาเมีย ๆ ต้องห้ำหั่นกัน
2. บรรดาเมีย ๆ มีบ่าวผู้ภักดี คอยกำจัดเสี้ยนหนามให้นาย บ่าวพวกนี้ก็เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่งด้วยนะ(ไม่ใช่นินจา) แต่เก่งกล้าสามารถยิ่งกว่าตำรวจสมัยนี้อีก สั่งให้ทำอะไรยาก ๆ พวกเธอสามารถเนรมิตให้นายได้หมด
3. อีพวกเจ้าคุณไม่ระแคะระคายว่าใครทำเรื่องชั่ว ๆ ในเรือน
4. เมียตัวร้ายใจโหด พอบ่าวผู้ภักดีหมดประโยชน์ก็คิดฆ่าปิดปาก ทำให้คนดูสะเทือนใจสงสารบ่าว แม้ว่าบ่าวนั่นจะทำชั่วมาตลอดเรื่องก็ตาม
5. เรื่องของรุ่นลูก ซึ่งมักจะต้องพลัดพรากจากพ่อหรือแม่ที่แท้จริง บ่อยครั้งกลับถูกเลี้ยงด้วยเมียหลวงตัวร้าย
6. หากรุ่นลูกมีพี่น้องหลายคน ยัยตัวร้ายใจชั่วจะต้องวางแผนให้พี่น้องได้กันเอง แก้แค้นแม่มันที่มาแย่งความรักจากท่านเจ้าคุณไป
7. ลูกคนดีโตมายังไงก็เป็นคนดี สภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดูไม่มีผลต่อสายเลือดสูงศักดิ์

ทั้งหลายทั้งปวงที่พล่ามมานี้เห็นได้ชัดใน บ่วงบาป เรือนเสน่หา และแค้นเสน่หา

ดู ๆ ไปแล้วก็งง ๆ ว่าใครลอกใคร หรือจริง ๆ แล้วไม่ได้ลอก มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นดาดดื่นในสมัยนั้นจริง ๆ XD

จริง ๆ พล็อตหลายเมียห้ำหั่นชิงอำนาจไม่ได้มีเฉพาะในละครไทย ละครจีน ละครเกาหลี ก็มีเยอะแยะ พวกละครพีเรียดฉากหลังเป็นวังเหมือน ๆ กันทั้งหลาย

แต่พล็อตซ้ำไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ถ้าเขียนบทดี รายละเอียดดี มีแง่มุมใหม่ ๆ มานำเสนอ งานเนี้ยบ คนดูก็พร้อมจะดูอยู่แล้ว

เรื่องแบบนี้ จขบ.สนับสนุนให้ผู้ชายทุกคนดูอีกต่างหาก โดยเฉพาะเรือนเสน่หา ดูแล้วจะไม่กล้ามีเมียเกินหนึ่งคนเลย ผู้หญิงสู้กันในบ้าน น่ากลัวโคตร!



Create Date : 25 กรกฎาคม 2556
Last Update : 25 กรกฎาคม 2556 0:37:33 น.
Counter : 1023 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  

lulla
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



Group Blog
All Blog