Group Blog
 
All blogs
 
New York Bluberry Cheese Cake



สำหรับรูปเค้กต่างๆที่ลูกปลาเคยทำๆมา ตามไปดูได้ที่ link นี้เลยนะค่ะ

http://lukpla.multiply.com/photos


New York Bluberry Cheese Cake ค่า...

เพิ่งจะว่างมาอัพบล๊อค..โดนทวงแล้วทวงอีกตั้งนาน ขอโต๊ดดน๊า~ ^^"



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

การทำชีสเค้ก จะแบ่งออกเป็น 3ส่วน คือตัวครัสต์ ตัวชีส และหน้าเค้ก ซึ่งจะต่างกันไปสูตรใครสูตรมันคะ อิอิ

เอาสูตรแบบรวมๆไปก่อนนะค เพื่อใครจะไปซื้อของมาลองทำบ้าง ก็ดูตัวอย่างได้ตามภาพเลยค่ะ ^^

ส่วนผสมตัวครัสต์
ไดเจสทีฟคุ้กกี้ 160 กรัม
เนยละลาย 75 กรัม

ส่วนผสมตัวชีสเค้ก
ครีมชีส 650 กรัม
น้ำตาลทราย 150 กรัม
ไข่ไก่เบอร์1 3 ฟอง
วานิลลา 2 ช้อนชา
น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมหน้าเค้ก
ครีมเปรี้ยว 1 ถ้วย
น้ำตาลทราย 30 กรัม
วานิลลา 1 ช้อนชา
น้ำมะนาว 2 ช้อนชา
บลูเบอร์รี่ฟิลลิ่ง
วิปครีม



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เริ่มจากตัวครัสต์ค่ะ ลูกปลาใช้ ไดเจสทีฟคุ้กกี้ของ Mark & Sponsor
ลักษณะจะเป็นห่อแดงๆแบบในภาพรวมส่วนผสมที่โพสต่ากี๊นะคะ
สนนราคาอยู่ที่ประมาณร้อยกว่าบาท ห่อเดียวก็พอค่ะ เหลือไว้กินเล่นได้อีก อิอิ
จริงๆถ้าใครจะเอาไปทำขายจะใช้บิสกิตธรรมดาก็ได้นะค่ะ เพราะถูกไปกว่าครึ่งค่ะ

แต่ถ้าถามลูกปลา ความกลมกล่อมมันต่างกันเยอะ เวลาทำเองเลยใช้เจ้านี้อย่างเดียวเลยค่ะ
เพราะเวลาใช้บิสกิตธรรมดาลูกปลาว่ามันไม่กรอบหอมเท่า เลยต้องเพิ่มอัลมอนด์บดอยู่ดี
ทำไปทำมา ราคาก็พอๆกัน แถมยุ่งยากกว่าอีก หลังๆเลยใช้ตัวนี้อย่างเดียวเลย ^^”



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

แรกสุดเลยเราต้องบดคุ้กกี้ให้ละเอียดก่อนค่ะ
ลูกปลาใช้วิธีเอาใส่ถุงพลาสติกแล้วใช้สากฯทุบๆเอาเลย ^^"
ไม่อยากใช้เครื่องปั่นเพราะถ้าละเอียดไปเวลากรุครัสต์จะแน่นมาก
ทำให้เวลาเซ็ทตัวแล้วจะแข็งเกินไป ตัดแทบไม่เข้าเลยละค่ะ



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เสร็จแล้วก็เอาเนยไปทำให้ละลาย ลูกปลาใช้วิธีเอาเข้าไมโครเวฟเลยค่ะ

ระยะเวลานี่ต้องขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของเตาคะ อย่างของลูกปลาประมาณ 2นาทีคะ
แต่ควรเฝ้านะคะเช่นตั้งไว้ 2นาที พอได้ 30วินาทีแรก ก็เอาออกมาคนๆ แล้วเข้าเตาต่อ
อีก 30วิฯก็เอาออกมาคนๆใหม่ ทำไปเรื่อยๆจนกว่าเนยจะละลายหมดค่ะ



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

วิธีนี้จะทำให้เนยละลายโดยที่ไม่เดือดจนไหม้ หรือตกตะกอนคะ



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เมื่อเนยละลายดีแล้ว ก็เอาไปใส่เครกเกอร์ที่ทุบแล้ว จากนั้นก็คลุกๆคะ
เวลาใส่เนบ ไม่ต้องตามสูตรเป๊ะๆนะค่ะ ค่อยๆใส่ ดูว่าแฉะได้ที่ก็พอคะ


++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จากนั้นก็เอไปกรุลงถาด ซึ่งชีสเค้กทุกชนิดต้องใช้พิมพ์อบแบบถอดก้นได้
สูตรนี้ลูกปลาใช้ 3 ปอนด์ค่ะ ออกมาสูงกำลังดีเลย ไม่ชอบหนามากเด๋วเลี่ยนค่ะ ^^
อ้อ...ถ้าจะให้เอาออกง่ายๆ ปูก้นพิมพ์ด้วยกระดาษรองอบ หรือกระดาษไขก่อนนะคะ



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เสร็จแล้วก็เอาเกลี่ยใส่พิมพ์ให้ทั่ว แล้วกรุให้แน่นค่ะ

ปล.ขอบคุณที่กรุพายไฮโซของฝากจากพี่ตุ้ย Excuse Me นะค่ะ
ว่าแต่...คิดถึงพี่ตุ้ยจัง หายไปเลยเนอะ ได้ยินแล้วตอบด้วยยย จุ๊บๆๆ ^^



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เมื่อกรุพิมพ์เรียบร้อยแล้ว ก็ส่งเข้าช่องแช่แข็งเลยค่ะ
ปล.เวลากรุ อย่าอัดจนแน่นเกินนะคะ เด๋วกัดไม่เข้า ฟันหักค่ะ 555



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ต่อไปก็มาทำตัวครีสชีสนะคะ เริ่มจากครีมชีส หั่นเป็นชิ้นเล็กๆคะ
ควรเอาชีสออกมาไว้ที่อุณหภูมิห้องก่อนให้อ่อนตัว จะได้ตีง่ายค่ะ
ปล.ระหว่างนี้ก็วอร์มเตาอบไว้ที่ 160 องศาหาถาดรองน้ำใส่ไว้ที่พื้นเตาอบด้วยเลยนะคะ



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ถ้าลืมเอาครีมชีสออกไว้ให้นิ่ม จะตีก่อนพอคลายๆตัวก็ได้นะค่ะ
แต่ของลูกปลา เอาออกมาไว้ก่อนทุกที งั้นก็ใส่น้ำตาลไปได้เลยค่ะ ^^

คำเตือน...ถ้าเอาครีมชีสออกมาทิ้งไว้ โปรดระวังเด็กและสุนัขที่บ้าน..
เพราะลูกปลาเคยโดนคุณนายที่บ้านงาบ ชีสไปกินหมดก้อนเมาแล้วค่ะ (- -")



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เอาครีมชีสมาตีกับน้ำตาลจนเนียน ด้วยความเร็วต่ำ
เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศเข้าไปในเนื้อเค้กมากไปค่ะ

ตีไปเรื่อยๆจนเข้ากันดี ตีจนเนื้อชีสเนียนกิ๊ก...ประมาณนี้ก็พอค่ะ ^^
ปล.ระหว่างตีหมั่นกวาดก้นโถขึ้นมาด้วย เพราะบางทีหัวตี ตีได้ไม่ทั่วค่ะ



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เนียนแล้วก็จัดการใส่ไข่ลงไปทีละฟองจนหมด 3 ฟอง นะคะ

เวลาทำขนม ลูกปลาจะตอกไข่ใส่ถ้วยก่อน แล้วค่อยนำไปใส่ในส่วนผสมต่างๆ
เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายจากไข่เน่า....เคยมาที... ต้องทิ้งส่วนผสมหมดเลย เสียดายค่ะ (^^”)



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ต่ากี๊เราใส่ไข่ไก่ทีละฟองจนครบสามฟอง แล้วก็ตามด้วยวานิลลาเลยค่ะ ^^



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เข้ากันดีแล้วใส่น้ำมะนาวแล้วก็ ตีต่อจนเข้ากันดีคะ เนื้อประมาณนี้ก็ปิดเครื่องเลยค่ะ
เหตุผลที่ใส่น้ำมะนาวที่หลังเนี่ยเพราะว่ามันจะช่วยให้เนื้อมันจับตัวค่ะ
ถ้าใส่มะนาวลงไปตอนแรกๆ จะทำให้ตีไม่เนียนแค่ะ ชีสจะแตกตัวเป็นเม็ดๆๆๆๆ



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เสร็จแล้วปิดเครื่อง ยกออกมาใช้พายยางคนให้เข้ากันอีกรอบค่ะ
เนื้อครีมชีสจะประมาณนี้นะค่ะ ไม่ข้นไม่เหลวเกินไป ^^



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

กลับมาที่ตัวครัสต์ ต่ากี๊เอาฟรีซไว้ ตอนนี้ก็ได้ที่พอดีค่ะ



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จัดการเทตัวชีสลงพิมพ์ที่กรุไว้เลยค่ะ
ลูกปลาใช้พิมพ์ 3 ปอนด์ จะสูงประมาณนี้นะค่ะ



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

หลังจากนั้นก็เทใส่ถาดอบเลยค่ะ เข้าอบประมาณครึ่งชม.ค่ะ

เวลาอบ..ลูกปลาจะห่อพิมพ์ด้วยกระดาษฟลอยด์แบบนี้
เพื่อไม่ให้ขอบร่วนสึเข้มเกรียมไปก่อนในขณะที่ตรงกลางยังไม่สุกค่ะ
โดยวางพิมพ์เค้กบนตระแกรงซึ่งวางไว้ชั้นล่างสุดของเตา โดยมีถาดหล่อน้ำรองด้านใต้อีกที
ปริมาณน้ำที่ใส่ไว้ ก็กะเอาว่าถ้าอบไปประมาณครึ่งชม.ด้วยความร้อนแบบนี้ ไม่ให้น้ำแห้งก่อน



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เวลาอบเค้ก ลูกปลาไม่เคยตั้งเวลาเลยค่ะ จะบอกว่าอยากให้ดูเองมากกว่า
เพราะแต่ละเตา ความร้อนไม่เท่ากัน เวลาที่ใช้ในการอบก็จะไม่เท่ากันไปด้วย
ส่วนของชีสเค้กนี้ ให้ สังเกตุว่าหน้าขนมจะเริ่มตึงๆ สีเหลืองนวล ขอบดูฟูขึ้นเล็กน้อย
แล้วลองเอานิ้วแตะๆ ที่ผิวหน้าแล้วจะไม่มีเนื้อขนมติดมือออกมาก็ใช้ได้แล้วค่ะ



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ชีสเค้กที่สุกพอดี หน้าตาสีสันจะประมาณนี้นะค่ะ เด๋วจะทำหน้าเค้กกัน
ตอนนี้ให้เอาถาดหล่อน้ำออกเลยคะ แต่ยังไม่ต้องปิดเตานะค่ะ ^^



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

พอเค้กสุก เราก็มาทำหน้าเค้กกันค่ะ ส่วนนี้ใครจะไม่ทำก็ได้นะค่ะ ไม่ซีเรียส
แต่ลูกปลาชอบให้หน้าเค้กเนียนๆเด้งๆ แถมได้รสอมเปรี้ยวอีกหน่อย เลยทำเพิ่มค่ะ ^^

เริ่มจาก Sour Cream หรือครีมเปรี้ยวนะค่ะ สูตรเดิมเค้าใส่ 100g แต่ลูกปลาใส่หมดถ้วยเลยค่ะ อิอิ



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

แล้วตามด้วยน้ำตาลทรายค่ะ ลูกปลาใช้น้ำตาลทรายป่นค่ะ ละลายเร็วดี
น้ำตาลทรายป่น หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์เบเกอร์รี่นะคะ ใช้ทำเค้กสะดวกดีค่ะ
ถ้าใครไม่มีใช้น้ำตาลเบเกอร์รี่ หรือน้ำตาลละลายเร็วของ ลินน์ก็ได้ค่ะ



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

แล้วก็เติมความเปรี้ยวด้วยน้ำมะนาวนิดหน่อย ^^



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

แล้วก็เพิ่มความหอม ด้วยวานิลลาค่ะ อิอิ



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ขั้นตอนนี้ ลูกปลาไม่ได้ใช้เครื่องผสมนะค่ะ
เล่นง่ายๆ เอาทุกอย่างใส่ชามโลด แล้วก็ใช้ช้อนนี่ละค่ะ คนๆๆๆๆให้ละลายเข้ากัน
จนได้เนื้อเนียนประมาณนี้นะค่ะ ไม่ต้องคนแรงจนเป็นฟองละ เด๋วไม่สวยน๊า



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เสร็จแล้วก็เอามาราดลงบนหน้าเค้กที่อบสุกแล้วต่ากี๊นะคะ
เกลี่ยหน้าขนมให้เรียบก่อนนำเข้าอบอีกครั้งค่ะ

ต่ากี๊ตอนอบตัวชีส เราใช้ไฟล่างอย่างเดียว แล้วหล่อน้ำด้วยนะค่ะ
แต่ตอนนี้เราเอาถาดรองน้ำออกแล้วเปลี่ยนเป็นไฟล่างบนค่ะ



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ขั้นตอนนี้ใช้เวลาอบอีกแค่ประมาณ 7-10 นาทีค่ะ
สังเกตุดูว่า หน้าเริ่มจะตึงๆ แล้วก็ปิดเตาอบค่ะ แต่ยังทิ้งเค้กไว้ในนั้นค่ะ
จะแง้มๆเตาไว้นิดนึงก็ได้ ทิ้งไว้จนเตาเย็นค่ะ ประมาณ 2-3 ชม.กำลังดี

การที่เราทิ้งเค้กไว้ในเตาแบบนั้น เพื่อให้เค้กค่อยๆคลายความร้อน แล้วเย็นตัวลงช้าๆ
วิธีนี้จะช่วยไม่ให้ทั้งเค้กและคนทำหน้าแตกค่ะ....เพราะมันจะออกมาสวยชิ้ง! แบบนี้ อิอิ



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จากนั้นก็เอาออกจากเตาอบได้ ตอนนี้เค้กจะยุงอุ่นๆอยู่ ให้เราทิ้งไว้ก่อน
พอเค้กเย็นสนิทแล้ว คราวนี้เราก็จับเข้าตู้เย็นเลยค่ะ ไม่แนะนำให้เข้าฟรีซนะค่ะ เอาแค่ช่องธรรมดาก็พอ

ทุกทีลูกปลาทำเค้กเสร็จก็ทิ้งไว้ข้ามคืนเลยค่ะ ประมาณ 4-5 ชั่วโมงได้ ตอนเข้าค่อยมาแกะออกจากพิมพ์ค่ะ ^^



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เช้าแล้ววว......ก็มาถึงขั้นตอนที่ทุกคนลุ้นๆๆ
หลายคนมาตายตอนจบก็อีกตอนเอาเค้กออกจากพิมพ์นี่ละ 555

ถ้าใช้พิพม์ถอดก้นแบบของลูกปลา ให้ลองขยับๆดูนะค่ะ ว่าเค้กพอที่จะร่อนออกจากพิมพ์เองได้มั้ย
ถ้าลองแล้วดูท่าไม่น่ารอด...ติดแน่นทนนานละก็.....ต้องใช้ตัวช่วยค่ะ เอาสปาตูล่าเลาะๆขอบออกให้รอบค่ะ
ขอบอาจจะไม่เรียบกริ๊บเหมือนการเอาออกเอง แต่การแซะขอบนำร่องด้วยสปาตูล่า ก็เป็นอีกวิธีที่ดีกว่าเค้กเจ้งค่ะ 555



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เมื่อแซะขอบจนรอบแล้วก็ค่อยๆเอาเค้กออกจากพิมพ์ค่ะ
โดนวางก้นพิมพ์ลงบนฝ่ามือข้างที่ไม่ถนัด แล้วใช้มือข้างที่ถนัดค่อยๆกดพิมพ์ลง ค่อยๆกดไล่ไปรอบๆ
จนเค้กหลุดอกจากพิมพ์ ส่วนวงแหวนหรือขอบข้างพิมพ์ก็ปล่อยมันหล่นคล้องแขนไว้เลยค่ะ

ปล.ประคองดีๆนะค่ะ อย่าให้คว่ำก่อนละ... ตกม้าตายตอนจบนี่เจ็บใจน๊า~ 555



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จากนั้นก็เอาเค้กวางลงได้แล้วค่ะ แล้วค่อยเอาขอบพิมพ์ออกจากแขนนะค่ะ
เสร็จแล้วเราค่อยๆเอาสปาตูล่าแซะใต้ฐานเค้กให้หลุดจากฐานก้นพิมพ์อีกทีค่ะ ^^



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เอาออกจากพิมพ์แล้ววว....ชิ้งงงง
ปล.อย่าสงสัยทำไมเค้กหน้าตาเปลี่ยนไป รูปคนละเซทกะต่ากี๊ค่ะ 555



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

สำหรับคนที่ชอบชีสเค้กเพียวๆ ไม่ต้องแต่งหน้า ก็ตัดทานได้เลยค่ะ



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

หรือจะบีบครีมเพิ่มความหอมมันหน่อยก็ได้นะค่ะ


++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ต่อไปลูกปลาจะมาสอนวิธีแต่งหน้า หรือตัดชีสเค้กใหสวยงาม(รึเปล่า) นะคะ (^^")

ถ้าจะตัดเป็นชิ้นๆ ให้ใช้ที่แบ่งเค้กทำรอยก่อน ค่อยบีบครีมค่ะ
ปล.อันนี้รายสับสนเล็กน้อย เพราะตอนแรกจะตัด 10 เปลี่ยนใจตัด 12 ลายมั่วไปหมด 555



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จากนั้นก็บีบครีม ลายเล็ก หรือใหญ่ ตามชอบเลยค่ะ



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

สำหรับลูกปลา อยากใส่หน้าบลูเบอร์รี่เยอะ ก็ใช้หัวบีบใหญ่ จะได้มีครีมสูงๆไว้ประคองหน้าเค้กค่ะ



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

แล้วก็ประโคมใส่บลูเบอร์รี่ลงไปให้ตู้มมมมม เลยค่ะ ^^



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

การที่เราบีบครีมให้เป็นดอกสูงๆแบบนี้ ทำให้เราสามารถใส่บลูฯได้เต็มที่ค่ะ



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ถ้าเป็นเบิ้ดเดย์เค้ก ก็จับปักป้ายผูกโบว์หน่อยก็สวยละค่ะ ^^<



++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เรียบร้อยแล้วค่า.. ง่ายๆไม่ยากเลยใช่ม๊า~ ^^

ใครที่ทวงสูตรเราอ่ะ โพสให้แล้วน๊า..อย่าลืมส่งการบ้านล่ะ จุ๊บๆๆ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++



++++++++++++++++++++++++++++++++++++










Create Date : 27 มิถุนายน 2552
Last Update : 27 มิถุนายน 2552 0:28:39 น. 17 comments
Counter : 3442 Pageviews.

 

T^T คนไดเอตเข้ามากลืนน้ำลายคะ

น่าทานมากๆๆๆๆๆๆๆ โอ้ยคาราวะ เนื้อแน่นจังT_T หิว 55


โดย: iampenguin วันที่: 27 มิถุนายน 2552 เวลา:0:39:33 น.  

 
เยี่ยมไปเลยครับ สวยดี บลูเบอร์รี่ฮึมเยิ้มน่ากินเชียวคร้าบ..บ


โดย: หลั่มหมั่นเหม่ง วันที่: 27 มิถุนายน 2552 เวลา:6:49:19 น.  

 
น่าทานสุดยอดเลยค่ะ..ถ้าได้ชิมฝีมือน้องลูกปลาสักชิ้น..ก็คงจะดีไม่น้อย


โดย: never the last วันที่: 27 มิถุนายน 2552 เวลา:7:19:34 น.  

 
งั่มๆๆๆๆ ของโปรดเค้าเลยจ๊า......


โดย: dew_monamoji วันที่: 27 มิถุนายน 2552 เวลา:7:50:03 น.  

 
อยากกกิน....ส่งมาทางนี้หน่อยค่า


โดย: มิคุริ วันที่: 27 มิถุนายน 2552 เวลา:9:39:06 น.  

 
Thanks นะจ๊ะ.. จะหาโอกาส รีบส่งการบ้านจ้าาาา


โดย: พี่เจจ๊ะ IP: 125.27.231.113 วันที่: 27 มิถุนายน 2552 เวลา:10:30:02 น.  

 
แจ่มมากเมนูนี้น่าทานมากคะ


โดย: Sweet Forever วันที่: 27 มิถุนายน 2552 เวลา:13:23:46 น.  

 
น่าทานจังเลยค่ะ


โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 27 มิถุนายน 2552 เวลา:14:53:37 น.  

 
กรี๊ดดดดดดด อยากกิน


โดย: ออย-โอ๊ด วันที่: 27 มิถุนายน 2552 เวลา:15:29:55 น.  

 
กี๊ซซซ
น่ากิ๊นนนนน


โดย: puppadoowab วันที่: 27 มิถุนายน 2552 เวลา:20:14:07 น.  

 
สวยมาก ๆ อยากชิมค่ะ


โดย: Baked by PonG วันที่: 27 มิถุนายน 2552 เวลา:20:19:39 น.  

 
วันหลังจะขออนุญาติ คุณลูกปลา
ทำส่งการบ้านสูตรนี้ดีกว่าค่ะ น่าทานมาก
ชอบตรงส่วนที่ราดหน้าค่ะ


โดย: CoffeeBake วันที่: 27 มิถุนายน 2552 เวลา:20:59:04 น.  

 
คุณลูกปลาข๋า น่าทานมากเลยค่ะ
ขอทานซักชิ้นนะคะ


โดย: TP.pop วันที่: 27 มิถุนายน 2552 เวลา:21:14:43 น.  

 
น่าทานจังเลยค่ะ


โดย: Macys วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:11:29:35 น.  

 
อยากกินจังเลย ๆๆ


โดย: pummy_beauty วันที่: 29 มิถุนายน 2552 เวลา:9:40:58 น.  

 
ขอบคุณ ทุก คคห. นะค๊า (^/\\^)

ใครเอาสูตรไปทำ อย่าลืมส่งการบ้านน๊า รอชมผลงานอยู่ค่า ^^

ปล.ถ้ามีไรสงสัย หลังไมค์ถามได้ตลอดน๊า..ไม่ต้องเกรงใจค่า


โดย: iTiMiTi วันที่: 6 กรกฎาคม 2552 เวลา:0:26:59 น.  

 
น่าทานมากค่ะ บลูเบอรี่ตู้มสุดๆ
เห็นแล้วอยากทานขึ้นมาทันทีเลยค่ะ


โดย: TP.pop วันที่: 20 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:26:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

iTiMiTi
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




ไม่ใช่คนทำขนมเก่ง ไม่เคยคิดว่าทำกับข้าวอร่อย แต่มีความสุขทุกครั้งที่อยู่ในครัว ทำกับข้าวทานเองทุกวัน ทำขนมทุกครั้งที่มีโอกาศ มีความสุขที่สุดเมื่อคนชิมแล้วติดใจ ^^

Friends' blogs
[Add iTiMiTi's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.