Free Counters

อาหาร ๑๐ อย่างที่ไม่ควรกินมากเกิน

เป็นเคล็ดลับการดูแลสุขภาพตามศาสตร์แพทย์แผนจีน ได้แก่

๑. ไข่เยี่ยวม้า ถ้ากินมากและบ่อย อาจเกิดพิษจากสารตะกั่ว..การดูดซึมแคลเซี่ยมลดน้อยลง ขาดแคลเซี่ยม ทำให้กระดูกผุได้

๒. ปาท่องโก๋ ใช้สารส้ม ซึ่งมีตะกั่ว เป็นพิษต่อเซลล์สมอง ความจำเสื่อม คอแห้ง เจ็บคอ

๓. เนื้อสัตว์ย่าง เกิดสารเบนโซไพริน ก่อมะเร็ง

๔. ผักดอง เกิดการสะสมเกลือโซเดียม หัวใจทำงานหนัก เกิดความดันเลือดสูง เป็นโรคหัวใจง่าย

๕. ตับหมู ๑ กก. มีคอเลสเตอรอลกว่า ๔๐๐ มก. ถ้ามีมากและนานทำให้หลอดเลือดแข็งตัว เสี่ยงต่อโรคหัวใจ, หลอดเลือดทางสมอง, มะเร็ง

๖. ผักโขม ผักปวยเล้ง มีกรดออกซาเลตมาก ทำให้การขับสังกะสีและแคลเซียมออกจากร่างกายมาก เกิดภาวะขาดแคลน

๗. บะหมี่สำเร็จรูป ทำให้ขาดสารอาหาร เกิดการสะสมสารพิษในร่างกาย

๘. เมล็ดทานตะวัน มีส่วนประกอบของกรดไขมันไม่อิ่มตัว กินมากทำให้มีการสะสมไขมันที่ตับได้

๙. เต้าหู้หมัก เต้าหู้ยี้ การหมักมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรค...และมีสารย่อยโปรตี น ไฮโดรเจนซัลไฟล์ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

๑๐. ผงชูรส ไม่ควรกินเกิน ๖ กรัมต่อวัน จะทำให้กรดกลูตามิกในเลือดสูง ซึ่งมีผลต่อการทำงานของประจุแคลเซี่ยมและแมกนีเซียม ทำให้ปวดหัว ใจสั่น คลื่นไส้ และมีผลเสียต่ออวัยวะสืบพันธุ์

ที่กล่าวมาเป็นภูมิปัญญาโบราณ ความเชื่อที่สืบทอดกันมา ปัจจุบันมีการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาอธิบายมากขึ้ น

จากหนังสือ หมอชาวบ้าน ธันวาคม ๒๕๔๙




 

Create Date : 05 เมษายน 2550    
Last Update : 5 เมษายน 2550 11:27:28 น.
Counter : 127 Pageviews.  

ต่อมลูกหมาก

คัดลอกจากหนังสือชีวิต ของ ดร.สาทิส อินทรกำแหง

โรคของผู้ชายสูงอายุ ซึ่งจะเป็นกันมากก็คือ โรคเกี่ยวกับต่อมลูกหมาก โรคที่เป็นมีตั้งแต่เบาๆ ขนาดต่อมลูกหมากโต ต่อมลูกหมากอักเสบ ไปจนกระทั่งถึงหนักที่สุดคือ มะเร็งต่อมลูกหมาก

ผู้ชายอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปมีโอกาสเป็นต่อมลูกหมากอักเสบได้ และถ้าอายุ 50 ปีขึ้นไปก็มักจะเป็นต่อมลูกหมากโต และทั้งสองอย่าง มีโอกาส เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้ทั้งสิ้น
อาการขนาดเบาๆคือ ปัสสาวะกะปริบกะปรอย คุณผู้ชายบางคนที่เคยภาคภูมิใจในความเป็นลูกผู้ชาย หรือความเป็นชายฉกรรจ์ของตน อาจจะรู้สึกเหมือนเทวดาตกสวรรค์ ลงมานั่งจุ้มปุ๊กอยู่ข้างถังขยะโดยไม่รู้ตัว เมื่ออยู่ๆก็พบว่ามีปัญหาเรื่องการขับถ่ายปัสสาวะ คือปัสสาวะได้ไม่สุด ทั้งๆที่เมื่อก่อนเคยเข้าห้องน้ำแล้วรู้สึกเบาเนื้อเบาตัว น้ำปัสสาวะออกโล่งโถงเบาในกระเพาะปัสสาวะ แต่คราวนี้กลับออกได้ไม่หมด มิหนำซ้ำ ปัสสาวะยังไหลกระท่อนกระแท่น เหมือนมีถุงทรายใบเล็กๆห้อยอยู่ในกระเพาะปัสสาวะข้างล่าง พอเดินออกมานอกห้องน้ำ ก้มลงมองดูข้างล่าง ก็ใจหายวาบ เพราะกางเกงเปียกเป็นหย่อมๆ ขายหน้าสาวๆอีกต่างหาก ตอนนี้ความเป็ขชายฉกรรจ์ชักจะหดหายไปหมด
ต่อมา อาการกะปริบกะปรอยก็เริ่มจะมีมากขึ้น จนเกิดความรักโถส้วมมากขึ้น ปัสสาวะทีก็ต้องยืนกระบิดกระบวนอยู่หน้าโถส้วมเป็นนานสองนาน พอต่อๆไป อาการก็เริ่มจะแปรปรวน ตอนกลางคืน ต้องเข้าห้องน้ำ 3-4 ครั้ง บางคนมากกว่านั้น เข้าเกือบทุกชั่วโมงเลยก็มี
อาการอีกอย่างก็คือ เวลาปัสสาวะ บางคนจะรู้สึกแสบๆ ปัสสาวะสีแก่จัดและขุ่นข้น ที่ร้ายไปกว่านั้น ( หรืออาจจะร้ายที่สุด สำหรับผู้ที่รู้สึกว่า เป็นชายฉกรรจ์ ) คุณผู้ชายบางคน เตะปีบไม่ดังเอาดื้อๆ

อาการซึ่งเริ่มจะไม่ดีจนถึงขั้นเป็นมะเร็งได้ก็คือ เริ่มมีไข้และรู้สึกหนาวเป็นบางครั้ง มีอาการปวดบริเวณสามเหลี่ยมระหว่างใต้ลูกอัณฑะกับทวารหนัก ปวดหลังปวดเอว บางครั้งฉี่ไม่ออกเลย หรือไม่ก็จะมีเลือดออกปนมากับน้ำปัสสาวะด้วย
ทั้งหมดนี้เป็นอาการรวมๆ ตั้งแต่น้อยไปหามาก และถึงแม้ว่าอาการต่อมลูกหมากโตจะไม่เกี่ยวกับการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่อาการจากน้อยไปหามากก็จะมีเหมือนๆกัน แม้ว่าอาการเจ็บป่วยของต่อมลูกหมากจะเป็นเพียงอาการเบาๆ แต่ก็เป็นการทรมาณทางกายมากพอดู ความทรมาณที่สาหัสสากรรจ์ที่สุดอีกอย่างหนึ่งซึ่งไม่มีใครมองเห็นแม้แต่แพทย์ผู้รักษา ก็คือความทรมาณทางจิตใจของคุณผู้ชายซึ่งเป็นเทวดาตกสวรรค์นั่นเอง

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับต่อมลูกหมาก มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับต่อมฮอร์โมนด้วย คือการผลิตฮอร์โมนของร่างกายจะผิดปกติ บางตัวขาด บางตัวเกิน และมีผลทำให้เกิดอาการหงุดหงิดหรือซึมเศร้าได้ และยิ่งถ้าอาการร้ายแรงถึงขั้นเป็นมะเร็งด้วยแล้ว ก็ยิ่งจะมีความเครียด และความ ซึมเศร้ามากขึ้น จนถึงขั้นอยากตายเลยก็ได้

ฉะนั้น จะถือได้ว่าปัญหาซ่อนเร้นที่สำคัญนั้นก็คือ ปัญหาด้านจิตใจที่ผู้ป่วยจะรู้สึกคับแค้นใจและทุกข์ทรมาณ มากกว่าการเจ็บป่วยทางกายหลายเท่านัก

สำหรับการรักษาทางการแพทย์ในปัจจุบัน จะต้องอาศัยการผ่าตัดเป็นส่วนใหญ่ โดยมีเทคนิคและเครื่องมือใหม่ๆมาใช้อย่างมากมาย ซึ่งในที่นี้ เราจะไม่ขอกล่าวถึงวิธีการรักษาของโรงพยาบาลหรือตามคลินิก แต่จะขอกล่าวถึงการรักษาด้วยวิธีผสมผสานและด้วยวิธีธรรมชาติ ซึ่งเป็นวิธีที่จะช่วยป้องกันมิให้เป็นโรคที่แสนทรมาณโรคนี้ แผนการป้องกันที่ดีที่สุด ซึ่งพิสูจน์มาแล้วทั้งในแผนปัจจุบันและแผนผสมผสาน ก็คือ การใช้อาหาร อาหารที่ดีที่สุดสำหรับต่อมลูกหมาก ได้แก่ อาหารที่มีธาตุสังกะสี ( Zinc ) ซึ่งอาหารที่มีธาตุสังกะสีมากที่สุดก็คือ ฟักทองและเมล็ดฟักทอง

นอกจากนั้นธาตุสังกะสียังมีอยู่ในอาหารอย่างอื่นอีก เช่นจมูกข้าว ( ได้ทั้งจากข้าวสาลี ข้าวสาร และข้าวอื่นๆ ) และมัสตาร์ดผง
ในขณะเดียวกันก็ควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ซึ่งจะไปช่วยส่งเสริมการทำงานของธาตุสังกะสี ในทางกลับกัน ธาตุสังกะสีจะช่วยสนับสนุนวิตามินและแร่ธาตุต่างๆนั้นด้วย เรียกว่าร่วมมือร่วมใจกันทำงาน ให้ประโยชน์แก่ร่างกายอย่างเต็มที่

วิตามินและแร่ธาตุต่างๆนั้นได้แก่

วิตามิน A อาหารซึ่งมีวิตามินเอ ได้แก่ ตับปลา แครอต ผักผลไม้ที่มีสีเหลือง เช่น ฟักทอง มะละกอสุก เป็นต้น

วิตามิน B คอมเพล็กซ์ มีอยู่ในอาหารพวกถั่ว รำข้าว ข้าวโอ้ต ผักสีเขียวต่างๆ ยีสต์แห้ง ปลา ไข่ แคนตาลูป กะหล่ำปลี โมลาส

วิตามิน C มีอยู่ในผลไม้และผักรสเปรี้ยว ผักใบเขียว ดอกกะหล่ำ มันฝรั่ง มันเทศ

วิตามิน E มีอยู่ในจมูกข้าว ถั่วเหลือง น้ำมันพืช บร็อคเคอรี่ ผักโขม ข้าวสาลี ข้าวซ้อมมือ ไข่

วิตามิน F และเลคซิทิน ( ไขมันจำเป็น Essential Fatty Acids ) มีอยู่ในเมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน และงา

แมกนีเซียม มีอยู่ในลูกมะเดื่อ มะนาว ส้มโอ ข้าวโพดเหลือง ถั่วอัลมอนด์ ถั่วต่างๆ ผักใบเขียวจัด แอ็ปเปิ้ล

เกสรผึ้ง ( Bee Pollen ) ในเกสรผึ้งมีแร่ธาตุและฮอร์โมนหลายชนิด ได้มีการทดลองในทางการแพทย์หลายครั้ง พบว่าแร่ธาตุและฮอร์โมน ในเกสรผึ้งมีประโยชน์ต่อต่อมลูกหมากโดยตรง

เหล่านี้คืออาหารซึ่งจะช่วยให้ต่อมลูกหมากดีขึ้นและช่วยป้องกันการอักเสบของต่อมลูกหมากได้ แต่ในกรณีที่เกิดการอักเสบขึ้นแล้ว ทั้งอาหารและอาหารเสริมก็ยังช่วยได้ และช่วยได้ดีขึ้นถ้าจะเพิ่มปริมาณ ( Dose ) ของวิตามิน-แร่ธาตุให้มากขึ้น โดยใช้วิตามิน-แร่ธาตุเหล่านี้ ในลักษณะของเม็ดยาซึ่งสกัดมาแล้ว คือเพิ่มขึ้นตามปริมาณต่อไปนี้

วิตามินเอ 10,000-25,000 I.U. ต่อวัน
วิตามินบี1 , 6 , 12 อย่างละ 50 มก. ต่อวัน
เกสรผึ้ง 3-9 เม็ด ต่อวัน
วิตามินซี 3,000-5,000 มก. ต่อวัน
วิตามินอี 800 I.U. ต่อวัน
แมกนีเซียม 500 มก. ต่อวัน
Zinc 200 มก. ต่อวัน

และควรจะงดเหล้า - บุหรี่ พร้อมทั้งลองเปลี่ยนจากการนั่งเก้าอี้เบาะ มาเป็นนั่งเก้าอี้แข็ง ถ้าจะให้ดี ควรเสริมท่าบริหารด้วยการ นอนหงาย งอเข่า เท้าทั้งสองชิดกัน แล้วแยกเข่าออกสองข้างช้าๆ ยกกลับคืนท่าเดิม ทำอย่างนี้เช้า-เย็น อย่างน้อยได้สัก 20 ครั้งจะดีมาก

คุณผู้ชายทั้งหลาย อ่านแล้วก็ลงมือปฏิบัติได้เลยนะครับ จะไดห่างไกลไร้กังวลจากโรคที่เกี่ยวกับต่อมลูกหมาก




 

Create Date : 22 มีนาคม 2550    
Last Update : 22 มีนาคม 2550 16:02:03 น.
Counter : 613 Pageviews.  

การบริหารกายและการนวดกดจุดเพื่อสุขภาพ

คัดลอกจากหนังสือชีวิต ของ ดร.สาทิส อินทรกำแหง

ดัดตนแบบผสมผสาน

ท่าเบสิค

1. นั่งขัดสมาธิ เท้าขวาทับเท้าซ้าย ยื่นมือสองข้าง ก้มตัวไปข้างหน้าจนหน้าผากจรดพื้น เงยหน้าขึ้นหายใจเข้าเต็มที่ นับหนึ่งถึงสิบ ก้มหน้าลง หายใจออกนับหนึ่งถึงสิบ ยืดมือออกไปอีกให้ไกลที่สุดเท่าที่จะไกลได้
2. นั่งท่าเดิม เปลี่ยนเท้าซ้ายทับเท้าขวา ทำอย่างข้อหนึ่งอีก
3. ท่าหายใจ นั่งขัดสมาธิ อุดรูจมูกขวา หายใจรูซ้าย อัดลมหายใจ แล้วหายใจออกข้างขวา หายใจเข้าข้างขวา อัดหายใจออกรูซ้าย อัด ออกรูขวา ขวา อัด ออกรูซ้าย ทำสลับกันไปมาอย่างนี้รวมสิบครั้ง จากนั้นหายใจเข้าออกธรรมดาด้วยรูจมูกสองข้างอีกห้าครั้ง ตลอดเวลานี้หายใจเข้าออกต้องทำช้าๆอย่ารีบร้อน
4. นวด นั่งขัดสมาธิ ถูมือสองข้างเข้าด้วยกันจนร้อน ใช้มือข้างขวาบีบต้นคอข้างซ้าย แล้วบีบไล่เรื่อยลงมาถึงบ่า ไหล่ ต้นแขน ไล่ตามแขนมาจนถึงนิ้วมือ ดึงนิ้วมือทุกนิ้ว ถูมือสองข้างอีก ใช้มือซ้ายบีบต้นคอด้านขวา แล้วทำเหมือนอย่างข้างต้นใหม่ นวดหมดสองข้างแล้วสลัดข้อมือแรงๆสิบครั้ง
5. นวดและกดจุด สองนิ้วชี้กดกลางหว่างคิ้ว ค่อยๆกดรีดตามคิ้วไปจนถึงขมับ ใช้นิ้วชี้แทงขมับทั้งสองข้างพร้อมๆกัน นับหนึ่งถึงสิบ ยกนิ้วออก
6. สองนิ้วชี้กดข้างสันจมูกสองข้าง รีดใต้ขอบตาสองข้างออกไปจดขมับ นิ้วชี้แทงขมับสองข้าง หลับตาแทงเบาๆนับหนึ่งสิบ ยกนิ้วออก
7. สองนิ้วชี้ รีดข้างจมูกตรงกลางออกไปด้านข้างถึงใบหู
8. สองนิ้วชี้ รีดข้างรูจมูกออกไปด้านข้างถึงใบหู
9. สองนิ้วชี้ รีดเหนือริมฝีปากจากตรงกลางออกไปถึงใต้หู
10. สองนิ้วชี้ รีดใต้ริมฝีปากจากตรงกลางออกไปถึงใต้หู
11. ตบหน้าด้วยมือสองข้างเบาๆ ไล่ตั้งแต่หน้าผากลงมาถึงปลายตา โหนกแก้ม คาง ใต้คาง คอ จนถึงบริเวณหน้าอกด้านบน
12. ดึงหูสองข้าง ด้านบนดึงขึ้น ตรงกลางดึงออก ติ่งหูบีบสามครั้ง แล้วดึงลง
13. ดึงและดัน จากท่านั่งสมาธิ ยกขาขวาอ้อมไปวางด้านข้างของเข่าซ้าย มือขวาท้าวไปด้านหลังมือซ้ายดึงเข่าขวาเต็มแรง คอบิดไปด้านขวา มองข้ามหัวไหล่ให้เห็นหัวแม่มือขวา มือซ้ายดึงเข่าขวา คอหมุนไปข้างขวา ดึงและหมุนเต็มแรง ดึงจนตัวสั่นไปทั้งตัว นับหนึ่งถึงสิบ
14. เปลี่ยนข้าง ขาซ้ายอ้อมเข่าขวา มือขวาดึงเข่าซ้าย คอบิดไปด้านซ้าย ทำเหมือนข้อ 13 เป็นแต่เพียงตรงข้ามกันเท่านั้น ทำสลับกันอย่างนี้ข้างละ 5 ครั้ง
15. ย้อนกลับไปทำท่าที่หนึ่งอีกครั้งหนึ่ง เป็นอันจบท่านั่ง

บริหารด้วยตะบอง ( ท่าเบสิค ) ใช้ท่อ PVC ตัดตามความสูงของผู้ใช้

1. แบกตะบองด้านหลังบนบ่าสองข้าง
2. ยืนถ่างขา ระยะเท่าไหล่สองข้าง บิดตัวขวาและซ้าย สลับกันข้างละ 10 ครั้ง
3. เหมือนข้อสอง แต่ให้สบัดคอตรงข้ามกับการหมุน คือถ้าหมุนขวาให้สบัดคอไปซ้าย ถ้าหมุนซ้ายให้สบัดคอไปขวา สลับกันข้างละ 10 ครั้ง
4. เอียงด้านข้างซ้ายและขวา แต่ละครั้งแหงนดูปลายแขนด้านบน สลับกันข้างละ 10 ครั้ง
5. ยืนอย่างเก่า ทำท่าสีลม ( wind mill ) มือขวาแตะเท้าซ้ายแล้วมือซ้ายแตะเท้าขวา เข่าอย่างอ ทำข้างละ 10 ครั้ง
6. ยืนเท้าชิด สองมือกำตะบองตรงกลาง ก้มหน้าและยืดแขนลงจรดเท้า ยืดแขนตรง เหนือศรีษะ หน้าหงายด้านหลัง หงายหลังลงไปให้หลังงอมากที่สุดที่จะงอได้แล้วยืดตัวตรง แล้วหงายหลังอย่างเดิม ทำท่านี้ 10 ครั้ง
7. ยืนเท้าชิด สองมือกำตะบองตรงกลาง ก้มหัวลง สองมือกำจรดเท้า หมุนท่อนบนโดยการควงบั้นเอวให้รอบจากซ้ายไปขวา
8. เหมือนท่าที่ 7 แต่ควงจากขวาไปซ้าย ทำสลับกับข้างที่ 7 ข้างละ 5 ครั้ง
9. ยืนเท้าชิด กำตะบองตรงกลาง ยื่นสองแขนข้างหน้าระดับไหล่ เตะขาขวาและขาซ้ายสลับกันสองข้าง เวลาเตะให้งอเท้าตั้งฉาก เตะให้สูงที่สุดที่จะสูงได้ ข้างละ 10 ครั้ง
10. เหมือนท่าที่ 9 แต่เวลาเตะให้เตะเบี้ยวไปข้างๆ ข้างละ 10 ครั้ง




 

Create Date : 22 มีนาคม 2550    
Last Update : 22 มีนาคม 2550 15:58:10 น.
Counter : 305 Pageviews.  

FASJAMM

คัดลอกจากหนังสือชีวิต ของ ดร.สาทิส อินทรกำแหง

FASJAMM ย่อมาจาก

F = FATIQUE , A = APPERTITE , S = SLEEP , J = JOY , A = ANGER , M = MEMORY , M = MORALITY

FATIQUE

ความอ่อนเปลี้ยเพลียแรง - ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ที่ไม่เป็นตามธรรมชาติ เช่น ไม่ได้ทำอะไรมากมายหรือไม่ได้ทำอะไรเลยแต่กลับรู้สึกเหนื่อย อ่อนเพลีย อยากนอนหรืออยากพักผ่อนอยู่ตลอดเวลา อย่างนี้เรียก FATIQUE

ชาวชีวจิตจะต้องไม่มี FATIQUE

APPERTITE

หมายถึงความอยากอาหารตามธรรมชาติ ไม่ใช่อยากแต่เรื่องอาหารอย่างเดียว แต่อยากไปทุกสิ่งทุกอย่างตามธรรมชาติ มีความสนใจ กระตือรือร้นและสนุกสนานกับความอยากและความต้องการตามธรรมชาติเหล่านั้น

ชาวชีวจิตจะต้องมี APPERTITE ตามธรรมชาติ

SLEEP

นอนหลับอย่างสบาย นอนหลับสนิท ไม่จำเป็นต้องนอนถึง 7 - 8 ชม. ตามตำราบางเล่ม ถ้านอนหลับสบายและหลับสนิทจริงๆ 4 - 5 ชม. ก็นับเป็นการพอเพียง หลับสนิทจริงๆจะไม่ฝันเลย จะได้การพักผ่อนที่สมบูรณ์ตื่นขึ้นมาสดชื่น มีเรี่ยวแรง กระปรี้กระเปร่า

ชาวชีวจิตจะนอนหลับสนิท

JOY AND ALERT

ความสดชื่นรื่นเริง ความตื่นตัวแจ่มใส กระฉับกระเฉง เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชาวชีวจิตเป็นสุขทั้งกายและใจ

ชาวชีวจิตจะต้องมี JOY AND ALERT

ANGER

ความโกรธ คือ ความป่วย คนโกรธมากก็ป่วยมาก ป่วยทั้งกายและใจ ความโมโหสามารถทำให้เกิดโรคร้ายได้ เช่น มะเร็ง เป็นต้น

ชาวชีวจิตต้องไม่มีความโกรธ

MEMORY

ไม่ได้หมายถึงความจำอย่างเดียว แต่หมายถึง ความคิดความอ่าน ความกระปรี้กระเปร่าและความเป็นหนุ่มเป็นสาวของสมอง จริงอยู่ที่ความแก่ชราจะปรากฏที่ความจำก่อนอื่น คนขี้หลงขี้ลืมคือคนแก่

ความขี้หลงขี้ลืมจะเกิดขึ้นเมื่อ FATIQUE เกิดขึ้นก่อน FATIQUE และ MEMORY จึงเป็นของคู่กัน

ชาวชีวจิตจะต้องมี MEMORY ที่ดี

MORALITY

หมายถึงคุณธรรม 6 อย่างที่กล่าวมาแต่ต้น ทำให้คนสุขภาพกาย - จิตดี แต่คนเช่นนั้นยังไม่เป็นคนเต็มคน ถ้าเขาไม่มีคุณธรรมที่ดีด้วย คุณธรรมของชาวชีวจิตมุ่งที่สังคม เขาจะต้องอุทิศตัวให้สังคม ช่วยกันสร้างสังคมที่ดี สุขสงบ รักกันอย่างพี่อย่างน้อง รักธรรมชาติ อยู่กับธรรมชาติ เป็นสังคมที่ไม่บูชาเงินและไม่เป็นวัตถุนิยม แต่เป็นสังคมที่นับถือความง่ายและมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างง่ายๆ

ชาวชีวจิตรักธรรมชาติ และมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างง่ายๆ




 

Create Date : 22 มีนาคม 2550    
Last Update : 22 มีนาคม 2550 15:56:38 น.
Counter : 169 Pageviews.  

ข้อแนะนำบางอย่างเพื่อให้เกิดสุขภาพที่ดีมีจิตใจสงบ

คัดลอกจากหนังสือชีวิต ของ ดร.สาทิส อินทรกำแหง

เข้าใกล้และสัมผัสธรรมชาติ

มีความรักและมีความโอบอ้อมอารี


1. เคี้ยวอาหารให้ละเอียด กลุ่มแมกโครไบโอติกส์ให้เคี้ยวถึง 50 ครั้งต่อคำ เพื่อให้ย่อยง่าย ไม่เป็นภาระแก่กระเพาะและทำให้เห็นคุณค่าของอาหารแต่ละคำ
2. เข้านอนไม่เกินสี่ทุ่ม และตื่นแต่เช้าตีสี่หรือตีห้า
3. ตื่นขึ้นแล้วทำจิตใจให้บริสุทธิ์ จะสวดมนต์ไหว้พระหรือนั่งสมาธิแล้วแต่ความชอบ จากนั้นออกกำลังกายแถมด้วยการเดินเท้าเปล่าบนหญ้าหรือบนดิน ให้ถูกแสงแดดอ่อนๆ ถ้าทำสวนพรวนดินก็ไม่ควรใส่รองเท้า หรือมิฉะนั้นก็ทำงานในบ้าน ทำความสะอาดบ้าน ทำความสะอาดทั้งกายทั้งใจ ทั้งบ้านพร้อมกันไปด้วย
4. สวมเสื้อผ้าที่ทำจากพืช เช่นผ้าฝ้าย อย่าใช้ผ้าจากใยสังเคราะห์ อย่าตกแต่งเครื่องประดับร่างกายจนเกินความจำเป็น จนกลายเป็นตู้เพชรตู้ทองเคลื่อนที่ ไม่ใส่อะไรเลยดีที่สุด
5. ไม่ควรใช้เครื่องสำอางค์ หรือน้ำหอมซึ่งผลิตจากเคมี แม้แต่ยาสีฟันก็ใช้ยาสีฟันแบบเก่าๆที่ทำจากเกลือ จากสารส้มดีกว่า
6. อย่าดูทีวีหรือเล่นเครื่องคอมพิวเตอร์มากจนเกินไป
7. ไม่ควรใช้เครื่องหุงต้มหรือเตาไฟฟ้าหรือไมโครเวฟ ให้ใช้เตาถ่านเตาแก๊สดีกว่า
8. ปลูกต้นไม้มากๆ ถ้าไม่มีที่ทำสวนก็ใช้ปลูกต้นไม้ ดอกไม้กระถาง ( ไม่ใช้พลาสติกเด็ดขาด ) ในบ้านหัดฟังเสียงนกร้องเกี้ยวกันเสียบ้าง หาโอกาสเข้าป่าปีละหลายๆครั้ง ถ้าได้วันละครั้งยิ่งดี ( ก็หมายความว่าให้ไปอยู่ป่านั่นแหละ )
9. อย่าอาบน้ำร้อน ให้อาบน้ำเย็น ถ้าจะใช้ความร้อนให้ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำร้อนถูตัวให้ทั่วทั้งเช้าทั้งเย็น
10. มองทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความรักและขอบพระคุณ ให้สำนึกว่าเราเป็นหนี้บุญคุณต่อทุกคน และทุกสิ่งทุกอย่างในโลก
11. ให้ขอบคุณอาหารทั้งก่อนกินอาหารและหลังกินอาหาร
12. คุณมีโลกใกล้ตัวและโลกไกลตัว ก่อนจะเป็นเจ้าของโลก รักษาโลกใกล้ตัวไว้ให้ดีเสียก่อน โลกใกล้ตัวคือ พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ พี่น้อง ลูกหลาน เพื่อนฝูง รักษาน้ำใจติดต่อใกล้ชิดอย่าให้ขาด
13. ร้องเพลงเพราะๆทุกวัน ไม่รู้จะร้องเพลงอะไร ร้อง Happy birthday ให้ตัวเองทุกวันก็ยังได้
14. ตั้งใจว่าจะอยู่อย่างมีความสุขทุกวัน สุขทั้งกายทั้งใจ และอย่าลืมตรวจ FASJAMM ของตัวเองทุกวัน




 

Create Date : 22 มีนาคม 2550    
Last Update : 22 มีนาคม 2550 15:52:07 น.
Counter : 120 Pageviews.  

1  2  3  

ลีโอลัคนา
Location :
นราธิวาส Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




มาทำความรู้จักกันเล็กๆ น้อยๆ นะคะ เจี๊ยบเองเล่นพันทิปมานานแล้วตั้งแต่
สมัยเพิ่งเปิดบอร์ดใหม่ๆ ก็ว่าได้

ตอนนั้นใช้ล็อกอินว่าเจี๊ยบกับอูฐสนธยา
ที่มี 2 ชื่อ ก็เพราะพันทิปมีการปรับปรุง
ระบบเรื่อยๆ จึงต้องสมัครใหม่หลายรอบ

ได้ประจำอยู่ห้องสมุดและถนนนักเขียน และร่วมสนุกเขียนเรื่องสั้นมาหลายเรื่อง เสียดายที่ผลงาน+กระทู้ที่เซฟเก็บไว้
ได้สูญหายไปหมดเสียแล้ว T__T

ต่อมาเมื่อเรียนจบก็ห่างหายไปเสียนาน จนได้หวนกลับมาอีกครั้งเมื่อไม่นานมานี้
ปัจจุบันจะขลุกอยู่ห้องหมาในจตุจักรค่ะ

Google

Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ลีโอลัคนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.