Group Blog
 
All blogs
 

Koh Samui & Phangan

กลับไทยปีนี้ ไม่ค่อยได้วางแผนเที่ยวเหมือนทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมา เพราะรวมตัวสมาชิกไม่ได้ จากที่ตอนแรกว่าจะมีคนร่วมเดินทางด้วย ก็ค่อย ๆ ลดลงไปเรื่อย ๆ จนสุดท้าย เหลือยุ้ยคนเดียว บวกกับน้ำท่วมภาคใต้ด้วย ทำให้ไม่ได้จองอะไรเป็นเรื่องเป็นราว ไปหาเอาข้างหน้าแล้วกัน ไม่ใช่ช่วงไฮซีซั่นด้วย ที่พักมีแน่นอน

แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ยุ้ยก็ไม่ไปด้วยซะงั้น ทริปนี้เลยเดินทางกันแค่ 2 คน สงสารซิกิ ดูหงอยไปเลย ต้องอยู่ตามลำพังกับเมียตั้ง 2 อาทิตย์ คราวนี้ไม่ได้จองรถไฟไว้ เพราะตอนแรกนึกว่ายุ้ยจะไปด้วย จะประหยัดเวลาด้วยการบินไป แต่พอยุ้ยไม่ไป เลยไปซื้อตั๋วรถไฟ ปรากฏว่า ตั๋วเต็มค่ะ มีแต่ตั๋วนั่งอย่างเดียว ไม่เอาหรอก นั่งตั้ง 12 ชั่วโมง ปวดหลังกันพอดี สุดท้ายก็ต้องมาพึ่งแอร์เอเชีย

Photobucket

บินเที่ยวบ่าย ถึงสนามบินสุราษฎ์ฯ ก็ซื้อตั๋วรถ + เรือที่เคาน์เตอร์พันทิพย์ที่สนามบินเลย คนละ 350 บาท รถออก 4 โมง ขึ้นเรือตอน 6 โมงเย็น ขึ้นไปนั่งรับลมเย็น ๆ รอดูพระอาทิตย์ตกทะเล

พอถึงท่าเรือหน้าทอนก็มืดแล้ว ขึ้นสองแถวกะว่าจะไปหาที่พักที่หาดบ่อผุด นั่งไปนั่งมา ฝนก็ตกแถมมืดด้วย คนก็ทะยอยลงรถกันหมดแล้ว เหลือเรากันแค่ 2 คน ลุงคนขับเลยมาถามว่าจะไปลงที่ไหน ปากดันบอกว่าไปกลางเฉวงแล้วกัน ซิกิบอกว่าเฉวง เป็นหาดที่คนเยอะ แสงสีทั้งนั้น (ซิกิมาสมุยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4) คิดว่าน่าจะหาที่พักได้ง่ายกว่า และแล้วก็ได้ที่พักมาคืนละ 800 บาท (แอบแพงอ่ะ ช่วงโลว์นะ ห้องก็งั้น ๆ หรือเห็นมากันดึกแล้ว) เอาว่ะ ขี้เกียจเดินหา ฝนตกปรอย ๆ ด้วย เก็บของเสร็จ เดินออกหาของหม่ำเล็กน้อย ก่อนจะนอนเอาแรงไว้เดินหาที่พักพรุ่งนี้เช้า

30-04-11

Photobucket

วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานปีที่ 6 ตื่นเช้ามาก็จูงมือกันไปเดินเล่นชายหาด เฉวงทรายก็ขาวดีนะ แต่วันนี้ลมแรงไปหน่อย

Photobucket

6 ปีแล้วนะ เร็วจังเลย แต่ทำไมรู้สึกเหมือนอยู่กันมาเป็น 10 ปีแล้วก็ไม่รู้

Photobucket

เดินเรียกเหงื่อกันได้สักพัก เห็นรีสอร์ทสวย ๆ เลยแวะนั่งกันสักหน่อย ปรากฎว่าต้องจ่ายค่านั่งแพงไปหน่อย เรียกได้ว่า เสียค่าวิวแพงไปนิด

หลังจากเดินเล่นกันจนเมื่อยแล้ว ก็ตัดสินใจว่า คืนนี้ไปหาที่นอนกันที่หาดละไมดีกว่า แต่ก่อนไปเดินไปเจอเข้ากับร้านฟูจิ ซิกิบอกว่างั้นฉลองครบรอบแต่งงานด้วยอาหารญี่ปุ่นกันดีกว่า เพราะเดี๋ยวไปละไมแล้ว จะได้ไม่ต้องนั่งสองแถวย้อนกลับมาที่เฉวงอีก สองแถวยิ่งถูก ๆ อยู่ด้วย

Photobucket

ชอบกันจริง ๆ อาหารญี่ปุ่นนี่ กินได้กินดีไม่มีเบื่อ โดยเฉพาะซิกิ เอา ๆ กินที่นี่ยังไงก็ยังถูกกว่ากลับไปกินที่เยอรมันแหละน้า

Photobucket

หลังจากอิ่มจนพุงกางกันแล้ว เราก็ไปที่หาดละไม ได้บังกะโลคืนละ 400 บาท ราคาแบบนี้สิถูกใจจริง ๆ จองทีเดียวเลย 4 คืน ตอนแรกว่าคืนนี้จะไปฉลองกันที่ร้านอาหารศาลาไทย เดินยังไม่ทันถึงร้านเลย ลมแรงเหมือนฝนจะตก แล้วไฟก็ดับ เลยแวะนั่งรอกันตรงบาร์ คิดว่าสักพักไฟคงจะมา รอแล้วรอเล่า รอตั้งแต่ 1 ทุ่มยัน 2 ทุ่มครึ่งไฟยังไม่มาเลย พอดีเจอผู้หญิงที่บาร์ชวนให้อยู่ดู เขาจะต่อยมวยวันนี้ ซิกิไม่เคยดูมวยสด ๆ เลยขอดู กลายเป็นว่า เราฉลองกันด้วยการนั่งอยู่ที่บาร์ดูมวยกันไป แปลกนี่อ่ะ

มาเที่ยวคราวนี้ บังเอิญมันเป็นโลว์ซีซั่น แต่ไม่คิดว่านักท่องเที่ยวจะน้อยแบบนี้ คงเป็นเพราะผลจากน้ำท่วม สมุยเลยดูเงียบไปเลย จริง ๆ เก๋ไม่ชอบเที่ยวที่ที่มีคนเยอะ ๆ แต่คราวนี้ก็น้อยจนเกินไป ประมาณว่าไม่เจอนักท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่สามารถคุยกันได้เลยอ่ะ วัน ๆ เจอหน้ากัน คุยกันอยู่แค่ 2 คน

วัน ๆ ก็ไม่ได้ทำอะไรเลย ซิกินอนอ่านหนังสือทั้งวัน เก๋ก็นอนเปลทั้งวัน อ่านหนังสือบ้าง หลับบ้าง พอตกเย็นก็เดินไปใจกลางละไมหาของกินกัน เป็นแบบทุกวัน

Photobucket

วิวยามเย็น เหงา ๆ ตอนแรกนึกว่าจะเหมือนที่หลีเป๊ะ ตรงชายหาดกลางคืน มีร้านให้เลือกนั่งชิว ๆ แต่ไม่มีเลย ต้องไปตรงกลาง ๆ ละไมโน้น ยังพอมีบ้าง

อยู่มา 2-3 วันเริ่มเบื่อ น้ำทะเลก็ไม่ได้เล่น บังกะโลติดทะเลเลย แต่น้ำมันไม่ค่อยใส่อ่ะ แถมอากาศก็ร้อนจัด หมดอารมณ์

ที่สมุยเราซื้อทัวร์ 2 รายการ ที่แรกคือซิตี้ทัวร์ ที่สองคือเที่ยวหมู่เกาะอ่างทอง ซื้อทัวร์กับสมุย อิมเพรสชั่น ที่หาดละไม ร้านอยู่ใกล้ ๆ โรงแรมสมุยบัดดี้ ชื่อน้องเอ็ม บริการประทับใจมาก ๆ จนอยากบอกต่อ

Photobucket

วิวระหว่างทางไปหมู่เกาะอ่างทอง

Photobucket

เขามีให้เลือกพายคายัคกันด้วย แต่ไม่ไหวกลัวพายไม่ไป เลยเลือกนั่งเรือเล็กเข้าเกาะ เกาะแรกที่เขาแวะให้ดำน้ำหน้าหาดคือเกาะวัวตาหลับ ไม่ค่อยเห็นปลาเท่าไหร่ มีแต่ประการังกับปลิงทะเล (ใช่หรือเปล่าไม่รู้) เต็มไปหมด แล้วก็ปีนขึ้นเขาไปดูถ้ำที่มีหินงอกหินย้อย ทางโหดมาก ๆ ขอบอก เล่นเอาเหงื่อท่วมตัว เหมือนใครเอาน้ำมาสาดเลย จริง ๆ ไม่ได้เวอร์นะ

Photobucket

จากนั้นก็ไปอีกเกาะหนึ่ง ไปดูทะเลในกัน ก็สวยนะ ตามรูป แต่กว่าจะขึ้นถึงข้างบน เล่นเอาจะเป็นลมกลางทาง ร้อนมาก ๆ ๆ แดดจัดมาก สรุปทริปนี้ไม่ประทับใจเท่าไหร่ เพราะไม่ได้ไปดำน้ำตื้นกลางทะเล

Photobucket

ที่วัดพระใหญ่ (ซิตี้ทัวร์) ก็ดีนะ วันเดียวเที่ยวรอบเกาะ ไหว้พระ ดูหินตาหินยาย เที่ยวน้ำตก แล้วก็ดูโชว์ ช้าง นก จระเข้ งู ซิกิได้เล่นน้ำที่น้ำตกด้วย ชอบใจใหญ่ ว่าน้ำเย็นดี โอเค หมดไปอีกหนึ่งวัน

Photobucket

หลังจากครบ 4 คืนที่บังกะโลหลังแรก ตอนนี้เราย้ายไปพักบังกะโลช่วงกลางหาดละไมบ้าง เพราะสะดวกกับการเดินหาของกินตอนกลางคืน เหตุผลอีกอย่างหนึ่งคือย้ายไปหาแอร์ด้วย ไม่ไหว นอนร้อนมา 4 คืนแล้ว ไม่น่าเชื่อมันจะร้อนอะไรขนาดนี้ โชคดี ได้หลังแรกเลย ราคาพอรับได้ ปรากฎว่าวาสนานอนอยู่แต่ในห้องทั้งวัน เพราะเย็นดี

Photobucket

ส่วนซิกิ ตั้งแต่มายังไม่ได้ลงทะเลเลย เลยขอไปจุ่มให้เป็นพิธีสักเล็กน้อย ลงไปยังไม่ถึง 10 นาทีเลย เดินกลับมาแล้ว บ่น ไม่ไหว ร้อนเกิน

นอนสมุยอยู่ 6 คืน เริ่มเบื่อ เราเลยคิดกันว่า ไปพะงันกันดีกว่า เพราะเก๋ยังไม่เคยไปพะงันเลย จะได้บอกถูกว่า ระหว่าง 3 เกาะ (สมุย พะงัน เต่า) ชอบที่ไหนมากกว่า

Photobucket

เรานั่งเรือจากสมุยไปพะงัน ก็รอบบ่ายแล้ว กว่าจะไปถึงพะงันก็บ่ายแก่แล้ว เลือกที่จะนั่งสองแถวไปลงที่หาดท้องนายปานใหญ่ เลือกหาดนี้โดยเฉพาะ เพราะหาข้อมูลมาว่า มันสงบดี คืนแรกพักที่ Dolphin บังกะโลน่ารักดี ร่มรื่นมาก ๆ ห้องพัดลมนะ แต่ราคาเท่ากับห้องแอร์ที่สมุยเลย ห้องแอร์ไม่ไหว 2 พันขึ้น พวกเรามันพวก Backpacker

Photobucket

หาดก็สวยดี ทรายขาวดี ที่หน้าบังกะโลทรายนิ่มเท้ามาก ๆ เลย ตอนแรกว่าจะค้างหลายคืนหน่อย แต่หลังจากที่เดินสำรวจหาด ไปเจอเข้ากับรีสอร์ทหนึ่ง เป็นห้องแอร์ อยู่หน้าหาดเลย ราคารวมอาหารเช้า แถมมีสระว่ายน้ำด้วย ราคาก็แพงกว่ากันนิดเดียว เลยเปลี่ยนใจ นอนที่ Dolphin แค่คืนเดียว แต่แค่คืนแรกฝนก็ตกหนัก ทำให้ไฟรีสอร์ทดับ โอเคไม่เป็นไร พอดีเจอกับชาวเยอรมัน 1 คู่ อายุพอควรแล้ว เลยนั่งชิวที่บาร์ริมทะเล จุดตะเกียงคุยกับไป สักพักไฟมา เลยรีบเดินกลับห้อง เพราะลืมเอาไฟฉายมาด้วย

Photobucket

รูปในห้องที่ Dolphin

Photobucket

คืนที่ 2 ย้ายมาที่นี่ วิวดีมาก นั่งมองทะเลสบายใจไปเลย นอนเปลชิว ๆ หน้าห้อง ซิกิก็อ่านหนังสือเหมือนเดิม เห็นวิวแบบนี้กะว่าจะนอนสัก 3 คืน แต่ยังไม่ทันไรเลย ตกเย็นฝนตกหนักมาก ทำให้ไฟดับ แล้วรีสอร์ทก็ไม่มีเครื่องปั่นไฟสำรองไม่เหมือนรีสอร์ทข้าง ๆ (แล้วตอนแรกทำไมไม่ถามเขาก่อนน่ะ ว่ามีเครื่องปั่นไฟสำรองไหม) ปรากฏว่า จ่ายเงินเพื่อนอนห้องแอร์ แต่ไม่มีแอร์ใช้ แถมเปิดหน้าต่างไม่ได้ เพราะไม่มีมุ้งลวด ยุงเยอะมาก ๆ ออกมานอนไกวเปลก็แล้ว อะไรก็แล้ว ไฟก็ไม่มา สรุป ดับยันเช้า เลยคิดกันว่า ไปหาดอื่นดีกว่า หรือไปที่ไหนที่มีเครื่องปั่นไฟดีกว่า

Photobucket

ฝนตกขนาดนี้ ติดเกาะแน่ ๆ

Photobucket

เตียงนอนที่น่านอน ถ้าไฟไม่ดับ แอร์ใช้ได้ คงจะดีกว่านี้

Photobucket

วิวที่หาดท้องนายปานน้อย

เราเลือกที่จะไปหาที่พักกันที่หาดริ้น คิดว่าหาดนี้ที่พักต้องมีเครื่องปั่นไฟแน่ ๆ หาที่พักกันในเน็ทตอนนั้นเลย มีถูกใจอยู่ที่หนึ่ง นั่งสองแถวไปกันเลย แต่พนักงานไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ เลยพักกันแค่ 1 คืน แล้วหาที่พักใกล้ ๆ กัน แต่ประทับใจมากกว่า ทั้งตัวรีสอร์ทเอง ทั้งพนักงาน เลยอยู่มันซะอีก 3 คืน

Photobucket

ชาดหาดริ้น ทรายเนียนดี

Photobucket

ชมวิว เพลิน

Photobucket

วิวจากระเบียงห้องพัก สวยดี ชอบ ๆ

Photobucket

อยู่เกาะมาอาทิตย์กว่า ๆ ขนาดไม่ได้ลงน้ำทะเลนะ ดำแล้วอ่ะ

Photobucket

นอนเล่นอยู่ริมสระ ได้ยินเสียงคนเอะอะกัน หันไปมอง พนักงานที่รีสอร์ทปีนไปเก็บมะพร้าว

Photobucket

ซิกิทำหน้าเนียน เดินไปดู ไปคุย เลยได้มะพร้าวติดมือกลับมา 1 ลูก ที่สำคัญฟรีค่ะ เก๋ชอบ

อยู่พะงัน 6 คืน ไม่ได้ซื้อทัวร์อะไรเลย ไม่ได้ทำอะไรกันมากมาย นอน อ่านหนังสือ เล่นน้ำสระ หาของกิน จนก่อนกลับ 1 วัน ซิกิบอกว่า ไปเล่นน้ำทะเลกันเถอะ มารอบนี้ไม่ได้ลงน้ำเลย ก็น้ำมันไม่ค่อยใสเท่าไหร่นี่ แดดก็ร้อน ตัวดำพอแล้วอ่ะ ครีมกันแดด 50 ยังเอาไม่อยู่เลย เล่นคนเดียวพี่แกก็ไม่ไปด้วยนะ ต้องลากกันไป เอา ๆ โดนน้ำหน่อยก็ได้ คิดถึงหลีเป๊ะจังเลย ดำน้ำดูปะการัง ดูนีโม่ได้เลยที่หน้าหาด ที่นี่ไม่มีอะไรเลย

แถมช่วงเวลาอยู่พะงัน อยู่ที่รีสอร์ท หรือที่ร้านอาหาร ต้องพูดเป็นภาษาอังกฤษ เพราะไม่มีคนไทยทำงาน พนักงานเป็นคนพม่าทั้งนั้นเลย จนบางทีงง นี่ฉันอยู่ประเทศบ้านเกิดฉันหรือเปล่านี่ ทำไมฉันต้องสั่งอาหารกินเป็นภาษาอังกฤษด้วยฟ่ะ คนไทยหายไปไหนกันหมด

สรุป สมุย ในสายตาเก๋ เฉย ๆ ไม่คิดจะไปอีก พะงัน ก็โอเค ถ้าจะไปอีกก็ได้ แต่ต้องหาแรงจูงใจ ส่วนเกาะเต่า คงได้กลับไปอีกแน่ ๆ 3 เกาะนี้ ชอบเกาะเต่าที่สุด ว่าแต่ว่าพอก่อนนะ ทะเลอ่าวไทย ไม่ค่อยถูกใจเท่าที่ควร คราวหน้าไปอันดามันเหมือนเดิมดีกว่า แต่ที่แน่ ๆ ไม่ไปช่วง เม.ย-ต.ค แน่นอน ร้อนมาก ขอบอก มันทำให้ไม่คิดอยากทำอะไร ไม่อยากขยับตัว ไม่หิว เหนื่อย เบื่อไปซะงั้น

ติดเกาะกันอยู่ 2 อาทิตย์ รู้สึกมันเร็วจริง ๆ ไว้เก็บเงินกันก่อนนะ แล้วเจอกันใหม่ ทะเลไทย

Photobucket




 

Create Date : 06 มิถุนายน 2554    
Last Update : 6 มิถุนายน 2554 3:03:20 น.
Counter : 1571 Pageviews.  

Koh Lipe หมู่เกาะสุดท้ายของทะเลอันดามัน

กลับมาจากเมืองไทยได้ 2 อาทิตย์แล้วจ้า กลับมาเจอกับความหนาวทันทีเลย ทันทีที่ออกจากสนามบิน อากาศดันติดลบ 12 องศา เสื้อผ้าก็ไม่ได้เตรียมมาด้วย รู้ซึ้งถึงความหนาวเลย

กลับบ้านไปตอนต้นเดือนพฤศจิกายน รอบนี้ยุ่งเหลือเกิน ไม่ได้เจอเพื่อน ๆ เลย อ๋อ ไปเจอกุ๊กกับหนึ่งแค่ครั้งเดียวเอง อยากจะไปเจอแอนก็ไม่ได้ไป ยุ่งจริง ๆ ไหนที่อาทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ไหนจะนุ่นรับปริญญา เล่นเป็นดาราคิวทองเลย

เข้าเรื่องดีกว่า วางแผนกันล่วงหน้าว่ากลับไปคราวนี้ จะไปเที่ยวที่เกาะหลีเป๊ะ เพราะอ่านตามเวปแล้วเกิดกิเลส พูดกันเป็นเสียงเดียวว่า ทรายที่นี่นุ่มมาก ๆ เลยต้องไปสัมผัสด้วยตัวเอง

ทริปนี้คนที่ขาดไม่ได้เลยก็ต้องเป็นยุ้ย เจ้าประจำ กลับไปทีไร ยุ้ยต้องไปเที่ยวด้วยทุกครั้ง เป็นคู่หูของซิเขา แต่รอบนี้พิเศษกว่า เพราะว่าพี่บุ๋มเกิดจะไปด้วย แถมไม่ได้ไปคนเดียว ชวนเพื่อนซี้นุ้ย และก็เพื่อนนุ้ยไปด้วยอีก 1 คน คือสาวแจ ทำให้ทริปนี้มีด้วยกัน 6 คน

03-12-09

วันนี้นัดเจอกับพวกยุ้ยที่ท่าเรือปากบารา เพราะว่าพวกนั้นเขาออกเดินทางกันเช้ามืดวันนี้ ส่วนเก๋กับซิมาจากเกาะสุกร กว่าจะถึงท่าเรือก็เล่นเอาเหนื่อยไปตาม ๆ กัน เพราะว่าเมื่อวานซิท้องเสีย สงสัยจะเจออาหารไม่สดเข้า ตกกลางคืนนอนจับไข้ เมื่อคืนยังคิดอยู่เลยว่าจะได้ไปหลีเป๊ะกันไหมนี่ แต่พอตื่นเช้ามา ซิว่าค่อยยังชั่วแล้ว เลยออกเดินทางกัน ด้วยการนั่งมอเตอร์ไซด์จากรีสอร์ทไปที่ท่าเรือเกาะสุกร นั่งเรือไปที่ท่าเรือตะเสะ ต่อด้วยนั่งรถ 2 แถวไปลงที่บ้านนา แล้วต่อรถทัวร์ไปที่ละงู ไอ้ตอนที่นั่งรถทัวร์นี่สิ ซิอาการไม่ค่อยดีเลย หน้าซีดมาก แถมรถทัวร์ก็หวานเย็นมาก ๆ กว่าจะถึงละงูก็ชั่วโมงกว่า ๆ ก่อนที่จะต่อรถไปท่าเรือปากบารา แวะเข้าร้านขายยาก่อน ว่าจะไปโรงพยาบาล แต่ซิไม่เอา พอได้ยาก็ต่อรถไปที่ท่าเรือทันที

ถึงท่าเรือ 10 โมงกว่า พวกยุ้ยยังไม่มาเลย เลยไปรับตั๋วเรือกับบัตรคิวรอไว้ก่อน เก๋ซื้อตั๋วเรือกับบันดาหยา ไป-กลับ 1200 บาท พอ 11 โมงพวกยุ้ยก็มาถึง มากันพร้อมกับแดดเปรี้ยง ๆ เลย เรือออกตอน 11.30 คลื่นแรงมาก ๆ ดีนะที่ซิกินยาเมาเรือกันเอาไว้ก่อน ไม่งั้นคงแย่กว่าเดิม

Photobucket
เกาะไข่

เรือจอดที่ตะรุเตาที่แรก ตอนแรกก็งงว่าจอดทำไมกัน ถาม ถึงได้รู้ว่าเขาจอดให้พวกที่ซื้อทัวร์ลงแวะถ่ายรูป พอจะขึ้นไปถ่ายมั้งก็ช้าไปเสียแล้ว เขากลับมากันแล้วเลยอดไป จากนั้นเรือก็วิ่งไปถึงเกาะไข่ แต่ว่าน้ำขึ้นแล้วก็คลื่นแรง เรือเลยจอดให้ลงไปถ่ายรูปไม่ได้ ได้แต่ถ่ายรูปกันบนเรือ แต่ว่านะ รีบ ๆ ออกเรือก็ดีเหมือนกันนะ เพราะว่าจอดแบบนี้ แถมคลื่นแรงขนาดนี้ เล่นเอาคนทั้งเรือร้องกันทั้งลำ ขนาดเก๋ที่ว่าดี ๆ อยู่ ยังอยากจะอ๊วกเลย

บ่ายโมงกว่า ๆ เราก็มาถึงโป๊ะต่อเรือหางยาว ซึ่งต้องซื้อตั๋วเพิ่มอีกคนละ 50 บาท ยกเว้นเสียแต่ว่า ถ้าจองที่พักกับบันดาหยาก็ไม่ต้องเสียเงินส่วนนี้ แต่ว่าเก๋ไม่ได้พักที่นั่น เก๋จองที่พักติดกับบันดาหยาเลยชื่อ Blue Tribes Garden Beach Resort เจ้าของเป็นชาวอิตาลี มีบ้านพักอยู่แค่ 12 หลังเอง เก๋ชอบที่นี่ เพราะดูจากในเวปแล้วบ้านพักเขาน่ารักดี ได้อารมณ์มาอยู่เกาะเลย แถมราคาบ้านพัก 2 ชั้น สำหรับ 4 คน บ้านพักอยู่หน้าหาดเลย จ่ายไปคืนละ 2 พัน แบบไม่รวมอาหารเช้านะ แต่ถ้าราคานี้สำหรับ 4 คนที่บันดาหยา เราต้องไปอยู่ด้านหลังของบันดาหยา

ทันทีที่เท้าสัมผัสทรายบนเกาะ โอ้แม่เจ้า มันนุ่มจริง ๆ สมคำร่ำลือจริง ๆ แต่ไม่ไหวตอนนี้ร้อนมาก ๆ รีบเข้าที่พักดีกว่า

Photobucket
ตรงนี้ถ่ายจากระเบียงบ้านที่ชั้น 2 หลังนี้อยู่ติดกับตรงร้านอาหารเลย แถวหน้าสุด บรรยากาศดีมาก ๆ พวกเรามาสุมหัวกันอยู่ตรงนี้ตลอด กิจกรรมก็มีอยู่แค่ กิน เม้าท์ นอนเล่น หัวเราะกันจนท้องแข็งเพราะว่านุ้ยกับพี่บุ๋มตลกมาก ๆ และจากการที่เดินดูในรีสอร์ททำให้รู้ว่ามีหลังเราหลังเดียวที่เป็นคนไทย หลังอื่นเป็นชาวต่างชาติหมดเลย

มาถึงได้กลิ่นอาหารแล้วยิ่งเห็นพ่อครัวเป็นชาวอิตาลี รีบลงไปสั่งสปาเก็ตตี้กันก่อนเลย ปรากฎว่าไม่อร่อย ไม่โดนเลย แถมแพงอีกต่างหาก เย็นนี้เลยลงความเห็นกันว่า จะไปกินมื้อเย็นกันที่บันดาหยา เนื่องจากอยากดูครูกุ๊กนั่นเอง เลยทำให้ต้องไปเสียค่าอาหารแพงที่บันดาหยา แถมอาหารก็ไม่โดนอีกต่างหาก

Photobucket
ตรงนี้เป็นส่วนด้านหน้าร้านอาหารของรีสอร์ท เขาจะปูที่นอนไว้นอนชมวิว

Photobucket
เปลนี้โดนพวกเรายึด ผลัดเปลี่ยนกันนอนเป็นว่าเล่น

Photobucket
จากทางร้านอาหารของรีสอร์ท ถ่ายไปทางด้านขวาจะเห็นร้านบาร์เร็กเก้และขายทัวร์เล็ก ๆ

ซิน่ะ พอเข้าที่พักได้ ก็ขอตัวไปนอนก่อนเลย เก๋เลยมาสุ่มหัว หัวเราะกันอยู่กับพวกยุ้ยน่ะ พอแดดร่มเก๋กับยุ้ยก็ออกเดินสืบหาราคาทัวร์ 4 เกาะ ส่วนมากราคาเหมาเรือทัวร์ 4 เกาะราคาก็พอ ๆ กันเกือบทุกเจ้า แต่มาได้ซื้อทัวร์ก็ที่ร้านเร็กเก้ข้าง ๆ รีสอร์ทนั่นแหละ เนื่องจากพวกเราไปเช่าชูชีพกันที่นั่น แล้วน้องเขาก็แนะนำว่าให้ไปดำดูปะการังหาดตรงหน้าวารินทร์รีสอร์ท ตรงนั้นปลาเยอะ น้องที่แนะนำเราชื่อน้องเคน พูดเก่งมาก มากจนพวกเราเรียกว่า น้องเคนสะตอ เคนบอกว่าพี่รู้ไหม ผมน่ะชื่อเคน ชื่อจริงธีรเดชนะ แม่ผมภูมิใจจะตาย ที่ผมมีชื่อเดียวกับครูกุ๊ก เล่นเอาถูกใจนุ้ยเป็นการใหญ่ เลยต้องซื้อทัวร์กับเคนซะเลย

04-12-09

Photobucket
หาดทรายขาว ๆ นุ่ม ๆ แถมเนียนมาก ๆ ที่หาดพัทยา

เช้านี้ตื่นมาก็เดินหาของกินกันเลย เดินเลยที่พักเราไปสักนิดก็จะเจอถนนคนเดิน เป็นซอยเล็ก ๆ เดินทะลุไปหาดอื่น ๆ ได้ ของกินเยอะมาก โดยเฉพาะตอนกลางคืน

Photobucket

ร้านนี้เป็นร้านประจำของพวกเรา เดินเข้าซอยมานิดเดียวเองจากตรงหาดพัทยานะ จำชื่อร้านไม่ได้แล้วน่ะ ไม่แน่ใจว่า รักษ์เล หรือเปล่า แต่ว่าร้านอยู่ตรงข้ามกับร้านขายกาแฟน่ารัก ๆ ร้านนี้อร่อยตรงไก่ทอดกับข้าวเหนียวร้อน ๆ เราเลยตกลงว่าเดี๋ยวกลางวันลองมากินใหม่ ปรากฎว่าไม่ทำให้ผิดหวัง อาหารเขาอร่อย แถมถูกอีกต่างหาก แถมน้องเขาก็อัธยาศัยดี ทำให้เราต้องกลับมากินมื้อเย็นกันอีกครั้ง แถมสั่งให้น้องเขาทำข้าวเหนียวไก่ใส่ห่อไปส่งที่รีสอร์ทพรุ่งนี้ตอนเช้า เพราะว่าจะเอาไปกินตอนไปดำน้ำกัน

วันนี้ก็ไม่ได้ทำอะไรกันมากมาย เพราะว่าซิยังป่วยอยู่ ไม่มีแรง กินข้าวไม่ลง เป็นไข้ เดี๋ยวก็หนาวเดี๋ยวก็เย็น มาคราวนี้ซิไม่สนุกเลย นี่ถ้าไม่มีพวกยุ้ยมาด้วย เก๋คงเซ็งน่าดู พวกเราเลยดำน้ำเล่นกันอยู่หน้าหาดนั่นแหละ น้ำใสมาก ๆ แถมประการังก็เยอะ เจอปลาเต็ม ไม่น่าเชื่อว่ามาที่หลีเป๊ะ จะเจอนีโม่เยอะมาก ๆ แถมตัวใหญ่ด้วย ชอบ ๆ เิอ จริง ๆ ไม่ต้องซื้อทัวร์ไปเกาะก็ได้เนอะ ดำดูมันหน้าหาดนี่แหละ ไม่เปลืองเงิน

ตกกลางคืนหลังจากที่เดินสำรวจในซอย หาโรตีกิน เราก็มาจบลงที่ร้านเร็กเก้ข้างรีสอร์ท ค็อกเทลกันคนละแก้ว ร้านนี้คนก็เยอะนะ เขาปูเสื่อกันที่หน้าหาดเลย น้อง ๆ ในร้านก็นิสัยดีกันทุกคนเลย ไม่ว่าจะเป็นน้องผึ้งเจ้าของคนสวยหน้าคม น้องเคนธีรเดช น้องใหม่ เอาเป็นว่าแนะนำเลย ใครไปหลีเป๊ะ ติดต่อที่ร้านนี้ได้เลยชื่อร้าน Friends Tour ไม่ว่าจะซื้อทัวร์ดำ้น้ำ ซื้อตั๋วเรือ ติดต่อที่พัก น้อง ๆ เขาบริการดีมาก

05-12-09

วันนี้น้องบ่าว น้องผู้ชายนิสัยดีของร้านไก่ทอด เอาไก่มาส่งแต่เช้าเลย วันนี้เราออกเรือไปที่ร่องน้ำจาบังก่อน น้ำแรงมาก แถมขุ่นอีก ไม่ค่อยเห็นปลาเลย ไม่ไหว ไปเกาะอื่นดีกว่า

Photobucket

ไปต่อกันที่เกาะหินซ้อน น้องคนขับเรือบอกว่าให้เอาหินซ้อนกันให้ได้ 9 ก้อนแล้วอธิฐานเรื่องงาน ถ้าซ้อนได้ 11 ก้อนให้อธิฐานเรื่องความรัก แต่พอกลับมาบ้านแล้ว ดูเวปคนอื่นที่เขาไปมา เขาบอกให้ซ้อนกันให้ได้ 12 บ้าง 13 บ้าง ตกลงกี่ก้อนกันแน่นี่

Photobucket

ไม่รู้ว่าตกลงกี่ก้อน แต่เก๋เรียงได้ 9 ก้อน กับ 11 ก้อน ส่วนยุ้ยก้มหน้าก้มตาเอาจริงเอาจังมาก พยายามกับ 11 ก้อนอย่างมาก

ออกจากเกาะหินซ้อน เรือจะพาเราไปดำอีกที่หนึ่ง แต่พวกเราร้องหิวกันก่อน เลยไปกินไก่ทอดกันที่เกาะราวี ซิกับแจพออิ่มก็ปูผ้านอนกันเลย ส่วนเรา 4 คนที่เหลือก็เดินถ่ายรูปกันจนแบตหมด ชอบเกาะราวีมาก น้ำใส ทรายก็ละเอียด คนเรือให้เวลาเราที่เกาะนี้ 2 ชั่วโมง เราเลยลงดำน้ำเล่นกันหน้าหาด ปลาเยอะมากเลย สวย ๆ ทั้งนั้นเลย ชอบ ๆ จากนั้นเราก็ไปต่อกันที่เกาะอาดัง แต่ไม่รู้จอดเรือท้ายเกาะหรือไงไม่รู้ ลงไปดำไม่เห็นอะไรเลย ไม่สวยเลย ขอเอาเรือกลับไปที่ราวีน้องเขาก็ไม่ไป เลยให้เขาขับไปกลางทะเลหน่อย ค่อยยังชั่ว กลางทะเลตรงเกาะอาดังก็ยังมีปลาให้ดูเหมือนกัน

Photobucket
พร้อมยัง ไปหานีโม่กัน

Photobucket
น้ำใสดี นีโม่ที่หลีเป๊ะเยอะดีชอบ ตอนไปเกาะเต่าหานีโม่ไม่ค่อยเจอเลย

สรุปว่าทริปดำน้ำนี้ พี่บุ๋มกับซิได้เฝ้าอยู่บนเรือ ไม่ค่อยได้ลงน้ำเลย คนแรกกลัวน้ำ คนหลังป่วย

06-12-09

วันนี้พี่บุ๋ม นุ้ย แล้วก็แจต้องกลับไปก่อน เพราะลางานกันได้ไม่กี่วันเอง ไม่น่าเชื่อว่าพอแยกจากกันแล้ว บรรยากาศก็เปลี่ยนไปทันที ไม่มีเสียงหัวเราะกันเลย เราเลยลองย้ายไปนอนที่อื่น หาดอื่นกันบ้าง แล้วก็ไปลงตัวกันที่อันดามัน รีสอร์ท สุดหาดชาวเล หาดนี้น้ำสีสวยมาก ๆ สีสวยกว่าหาดพัทยาอีก แต่ว่าทรายที่นี่เก๋ไม่ชอบเลย เวลาใส่รองเท้าหนีบ ๆ เดิน เดินแล้วเจ็บเท้าน่ะ หรือเวลาเดินเท้าเปล่าก็เจ็บ แต่สักพักก็ชินนะ เก๋ชอบทรายที่หาดพัทยามากกว่า นุ่มมาก ๆ

Photobucket
วิวหน้าที่พัก หาดชาวเล

พอตกบ่าย ยุ้ยกับซิกินอนกินลม ชมบรรยากาศกัน เก๋เลยไปเิดินเล่น หาถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย เดินเลยที่พักไปนิดเดียว เลี้ยวตรงโค้งไปก็ไปเจอกับ Mountian Resort เออ สวยดี ไม่รอช้า ลองไปสอบถามราคาห้องพัก โห ราคาแพงพอสมควร ถ้าเทียบกับอันดามัน ราคาแบบนี้เก๋ได้อยู่ห้องใหญ่หน้าหาดเลย แต่ที่ Mountian ต้องเดินขึ้นเขาไปน่ะ แล้วแก่ ๆ แบบนี้จะไหวเหรอนี่

Photobucket

แต่แล้วก็เหมือนโชคเข้าข้างให้ได้พักที่นี่ พี่เพ็ญคนสวยแห่งMountian บอกว่ามีบ้านพักหน้าหาดกำลังจะว่างพรุ่งนี้ กว่าลูกค้าจะเข้าพักอีกทีก็วันที่ 9 โน้นแนะ เก๋เลยหน้ามึนขอต่อราคา ต่อกันไปต่อกันมา คุยกันจนน้ำหมดแก้ว พี่เพ็ญยอมใจอ่อนให้ราคาบ้านพักหน้าหาดกับพวกเรา ถูกกว่าราคาที่ตั้งไว้ แต่ว่าไม่รวมอาหารเช้า อันนี้มิใช่ปัญหา


หลังจากที่ได้ข่าวดีว่าพรุ่งนี้เราได้ไปนอนที่ Mountian เก๋ก็รีบไปบอกข่าว 2 คนนั่น วันนี้เราเลยไม่ได้ทำอะไรกัน นอกจากเดินเข้าซอยอีกแหละ ไปหาของกิน พอดีไปเจอน้องเคน ธีรเดช น้องเขาเชียร์ให้แวะกินผัดไท ที่ร้านโรตีเจ้าดังกลางซอย
ร้าน Thai Pancake Shop เชื่อน้องเขาหน่อย สั่งทั้งผัดไท ทั้งส้มตำ ไก่ทอด ไม่น่าเชื่อ อร่อยจริง ๆ ด้วยแหละ ราคาก็ไม่แพง ชอบ ๆ

07-12-09

Photobucket
นี่เป็นบ้านพักที่พวกเราได้พักกัน 2 คืน ก่อนกลับบ้าน มีอยู่ด้วยกัน 3 หลังตรงหน้าหาด เป็นห้องแอร์ ห้องก็กว้างดี นอนกัน 3 คนไม่รู้สึกอึดอัดน่ะ

Photobucket

เดินขึ้นไปหาของกินกัน เดินไปต้องหยุดพักถ่ายรูปไป จะได้ไม่รู้สึกเหนื่อย กว่าจะขึ้นถึงข้างบนก็เล่นเอาหอบเหมือนกันแหละ วันหนึ่งขึ้นลง 2 รอบได้ เพราะเราฝากท้องมื้อเช้า กับกลางวันไว้ที่นี่ ส่วนกลางคืนก็เข้าซอยอีกตามเคย อาหารที่นี่ไม่ค่อยโดนเท่าไหร่

Photobucket
ถ่ายจากตรงโต๊ะที่พวกเรานั่งกินข้าว

Photobucket
อีกมุมหนึ่ง เห็นมุมนี้ใคร ๆ ก็ถ่าย ลองมั่ง แต่ไม่เห็นสวยอย่างคนอื่นเลย ฝีมือไม่ได้เรื่อง

Photobucket

เย็นนี้พวกเราก็มุ่งหน้าเข้าซอยอีกตามเคย หาของอร่อย ๆ กิน ร้านนี้เห็นลงในพันทิพว่าอร่อย มีหรือว่าจะพลาด แล้วก็เป็นอย่างที่เขาลือกัน ว่าอาหารอร่อยจริง ๆ นั่นแหละ ราคาก็สมเหตุสมผล ซิกินชุดปลาย่างกับสลัด ไม่แพงอย่างที่คิด เปิดเพลงเก่า ๆ บรรยากาศถูกใจพรุ่งนี้เดี๋ยวมาใหม่

ยุ้ยถามว่ามีวันไหนที่เราจะไม่เข้าซอยกันบ้างไหม นี่ขนาดไปพักอยู่ไกลแล้วนะ ยังดั้นด้นกันมาที่ซอยนี้อีกจนได้ ขนาดว่าทางเดินขากลับตอนกลางคืน มันดูวังเวง ดูเปลี่ยว มืดมาก ๆ ไฟฉายก็ลืมเอามา ได้ไฟสำหรับฉายส่องหาสายไฟหลังคอมพิวเตอร์ ซึ่งเล็กมาก ๆ แต่ก็ช่วยพวกเราไว้ได้นั่นแหละ คราวหน้าต้องไม่ลืม ไปเกาะต้องพกไฟฉาย ส่วนมากก็พกทุกครั้งนะ

08-12-09

Photobucket

วันนี้ไม่ได้ทำอะไรเลย ซิก็เพิ่งจะหายจากป่วย แต่ก็ยังไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง เมื่อวานก็พาไปหาหมอที่อนามัยบนเกาะมา ดีนะที่อยู่ไม่ไกลจากที่พัก ได้พวกวิตามินมากิน ซิเซ็งเลย มาเที่ยวรอบนี้เหมือนไม่ได้เที่ยวเลย ไม่ค่อยได้ลงน้ำเลย เอาแต่นอนกับนอน เก๋กับยุ้ยก็ไม่รู้จะทำอะไร ลงแช่น้ำกันดีกว่า กลัวจะไม่ดำไปมากกว่านี้ แล้วเก๋ยิ่งเป็นคนขี้เกียจทาครีมกันแดดด้วย ทามันรอบเดียวก่อนลงน้ำนั่นแหละ สุดท้ายมันจึงดำอย่างไม่น่าให้อภัย สมน้ำหน้า

ที่หาดนี้ไม่ค่อยมีอะไรให้ดู เหมาะแก่การพักผ่อนอย่างมาก นอน อ่านหนังสือ แล้วก็นอน เล่นน้ำ แต่ดำน้ำดู ไม่ค่อยมีปลาสวย ๆ อย่างที่หาดพัทยา ต้องออกไปไกลด้วย ถึงจะมีให้เห็น

เย็นนี้เราก็เข้าซอยกันอีกเหมือนเดิม ไปกินร้านเดิม ติดใจสลัดเมื่อวาน แล้วอีกอย่างกินร้านนี้แล้วซิเจริญอาหารดี สงสัยอยู่นานไปแล้ว คงคิดถึงอาหารที่บ้านตัวเองแล้วมั้ง

09-12-09

Photobucket
เดินเก็บความทรงจำ

Photobucket
ถ่ายจากระเบียงห้องพัก

วันนี้ตื่นกันแต่เช้า เก็บของกันตั้งแต่เมื่อคืน จะต้องเดินทางกลับเพื่อไปให้ทันรอบรถไฟที่ตรัง ต้องเริ่มจากนั่งเรือที่รีสอร์ทคนละ 50 บาท ไปขึ้นเรือที่โป๊ะ นั่งเรือไปชั่วโมงกว่า ๆ ก็ถึงท่าเรือปากบารา

Photobucket
สวัสดีหลีเป๊ะ

จากท่าเรือปากบารา เราต้องต่อรถตู้ไปที่สถานีรถไฟตรัง ช่วงรอรถตู้เต็มนี่ เราก็แวะไปกินข้าวกันที่ ร้านบังวร อยู่ใกล้กับที่ฝากจอดรถ ร้านนี้เป็นสาขาเดียวกันกับร้านน้องบ่าวที่ขายไก่ทอดบนเกาะ รู้สึกจะเป็นพ่อหรือไงนี่แหละ กินต้มซุปเนื้อแบบอิสลาม
อร่อยมาก ๆ แถมราคาถูกมาก ๆ อย่างว่าร้านนี้อยู่บนฝั่ง ไม่ใช่อยู่บนเกาะนี่ ดีใจกันมากได้กินเป๊ปซี่ขวดละ 10 บาทเหมือนเดิมแล้ว บนเกาะโค้กกระป๋องละ 30 ถ้ากินตามร้านอาหารที่รีสอร์ทนะ แต่ถ้าเดินไปหาซื้อที่ร้านค้าที่ชาวบ้านเขาขาย บางทีก็หาได้ในราคากระป๋องละ 20 บาท นี่ถ้าไม่กินน้ำกระป๋องกันเลย คงประหยัดเงินได้อีกเยอะ เพราะว่านุ้ยเขาซื้อน้ำเปล่าจากบนฝั่ง หิ้วไปบนเกาะตั้ง 2 แพคกว่า ขนมน้ำน่ะ ใครหิ้วได้ก็หิ้วไปเถอะ ไม่หนักสักหน่อย เดี๋ยวเขาก็โยนไปบนเรือ จะหิ้วก็ตอนหิ้วเดินเข้าห้องเท่านั้นเอง ประหยัดดีออก
พูดตามประสาคนงกอย่างเรา

พอรถตู้เต็มเราก็มุ่งหน้าสู่ตรัง ใช้เวลา 2 ชั่วโมงได้ ไปถึงโน้นก็เกือบ 4 โมงเย็นแล้ว เลยแค่แวะหาซื้อขนมเค้กตรังกันตรงหน้าสถานีรถไฟนั่นแหละ รถไฟออกตอน 5 โมงกว่า ๆ นั่งคุยกันสักพัก หม่ำข้าวเสร็จ เขาก็ปูที่นอนให้นอนแหละ ยุ้ยไม่เคยนั่งรถไฟตู้นอน เลยเป็นประสบการณ์ใหม่ของยุ้ยไปเลย พอ 8 โมงกว่าเราก็ถึงกรุงเทพฯ ต่อแท๊กซี่กลับบ้าน ช่วงนี้นั่งเงียบกันหมด ไม่มีใครคุยกันเลย ต่างคนคงต่างคิดว่า ทำไมวันหยุดมันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วแบบนี้นะ เฮ้อ

ไม่เป็นไร ถือว่าชาร์ตแบตให้กับตัวเอง กลับมาปั๊มเงินกันใหม่ แล้วค่อยเที่ยวกันใหม่ ก็แค่นั่นเอง

ใครอยากไปหลีเป๊ะ รีบไปนะ เชียร์ ๆ ไปก่อนที่มันจะเจริญไปมากกว่านี้

ใครสนใจที่ัพัก หรือว่าบริการดี ๆ ของน้อง ๆ บนเกาะ ก็แวะไปดูตามลิงค์ได้เลยนะ...... ใช้ดีจึงบอกต่อ

ที่พัก

- Blue Tribes Garden Beach Resort

- Mountain Resort

- Friend Tour น้อง ๆ กลุ่มนี้น่ารักกันทั้งนั้น แถมเบอร์โทรใ้ห้ด้วยที่ 089-6912671, 081-4787795, 080-7032545, 082-7298354 อยากรู้เกี่ยวกับหลีเป๊ะ ติดต่อได้ตลอดเลยนะจ๊ะ

ที่กิน

- ร้านน้องบ่าว ไม่แน่ใจว่าชื่อรักษ์เลหรือเปล่า จำง่าย ๆ ก็คือร้านขายไก่ทอด ตรงข้ามกับร้านขายกาแฟน่ารัก ๆ ไม่ไกลจากปากซอยทางเข้าจากหาดพัทยาน่ะ

- ร้าน Pooh"s Bar




 

Create Date : 05 มกราคม 2553    
Last Update : 6 มกราคม 2553 22:49:10 น.
Counter : 1615 Pageviews.  

Historischer Dampfzug

26-07-09

ไปเที่ยวมาเป็นอาทิตย์แล้ว แต่ดองเอาไว้ไม่ได้อัพสักที เดี๋ยวอาทิตย์หน้าจะไปเที่ยวที่ Köln จะกลายเป็นว่าหมักหมม แล้วก็จะกลายเป็นขี้เกียจอัพไปซะงั้น เลยต้องรีบ ๆ อัพไว้ก่อน

วันนี้จะพาไปนั่งรถไฟเที่ยวกัน แต่ไม่ใช่รถไฟแบบปรกตินะ เป็นรถไฟสมัยโบราณของที่นี่น่ะ อายุเก่าแก่ทีเดียวเชียวล่ะ รถไฟแบบนี้จะเปิดให้ใช้บริการก็แค่ช่วงหน้าร้อนเท่านั้น แล้วก็ไ่ม่ใช่ทุกวันด้วย วิ่งแค่ 2 ครั้งต่อ 1 เดือน แล้วก็วิ่งเฉพาะวันอาทิตย์เท่านั้น ส่วนเรื่องประวัติอะไรนี่ รอบนี้ไม่ได้ศึกษาหาข้อมูลเลย แค่อยากหาของขวัญวันเกิดให้ลูกเพื่อนสนิทซิน่ะ ครบรอบวันเกิด 3 ปี แล้วเรา 2 คนก็สนิทกับครอบครัวนี้มาก ๆ อีกอย่างครอบครัวนี้ตั้งแต่มีลูก ก็ไม่เคยได้ไปเที่ยวไหนกันเลย เก๋เลยคิดว่า ซื้อทัวร์แบบนี้ให้ลูกเขาดีกว่า พ่อแม่เด็กจะได้ไปเที่ยวกับเราด้วย ซึ่งจริง ๆ แล้วค่าตั๋วน่ะ เด็กไม่ต้องจ่าย กลับกลายเป็นว่าเราช่วยกันซื้อตั๋วให้พ่อแม่เด็กมากกว่า

รถไฟโบราณนี้จะวิ่งแค่ 6 สถานีเอง ระยะสั้น ๆ วิ่งแค่ครึ่งชั่วโมงก็ถึง จากสถานีเมือง Achern ไปถึงเมือง Ottenhöfen มาดูหน้าตารถไฟแบบโบราณกัน

Photobucket

นาน ๆ ได้เห็นรถไฟแบบนี้ก็แย่งถ่ายรูปกันซะ ประมาณว่าไม่ได้เห็นกันมานาน ดูแล้วก็ดูตื่นเต้นกันดีนะ กลุ่มเรารีบไปให้ถึงสถานีกัน เพื่อรอขึ้นรถไฟรอบแรก แถมยังเป็นสถานีต้นทางด้วย มีที่นั่งชัวร์ แต่ที่ไหนได้พอไปถึง คนตรึม ไม่น่าเชื่อว่าคนจะให้ความสนใจ แต่อย่างว่าเขาเปิดให้บริการแค่ช่วงสั้น ๆ เอง หน้าร้อนอากาศดี ๆ แถมเป็นวันอาทิตย์ด้วย ใคร ๆ ก็หากิจกรรมทำกัน คนต่างชาติก็เยอะ หมายถึงพวกคนฝรั่งเศสน่ะ ข้ามมาเที่ยวที่นี่ เพราะว่ามันไม่ไกล ส่วนมากจะนั่งรถไฟกัน แล้วก็ไปเดินขึ้นเขา แล้วรอรถไฟขากลับ เหมือนพวกเราเลย แต่เรามีแผนกันว่าจะไปหาที่ปิกนิกกันด้วย

Photobucket

ปีี 1928 ดูเอาสิ แก่กี่ปีแล้วล่ะ

Photobucket

ไปนั่งรถไฟเล่นกันดีกว่า อารมณ์เหมือนนั่งรถไฟจากวงเวียนใหญ่ไปมหาชัยเลย

Photobucket

พอเขาเปิดให้ขึ้นรถได้ คนแย่งกันขึ้น เก๋เลยไม่มีที่นั่งเลย ที่เต็มไปหมด เลยมาหาที่ยืนเอา ไม่เป็นไร ดีจะได้ถ่ายรูปเล่น ส่วนคนอื่น พยายามหาที่นั่งกันจนได้ แยก ๆ กันนั่ง แต่พอรถวิ่งไปได้สัก 2 สถานี ที่นั่งก็ว่างเลย เพราะคนออกไปหาที่ยืนรับลม ชมวิวกัน

Photobucket

บรรยากาศในตัวรถ บ้างก็ชมวิว บ้างก็นั่งคุย อากาศดี ๆ วันของครอบครัว ที่นี่ก็ดีอย่างเสียอย่าง ร้านค้าวันอาทิตย์ปิดหมด อยากจะไปเดินช็อปปิ้งก็ไม่ได้ แต่ก็ดีตรงที่ว่า เด็ก ๆ จะได้ไม่ไปจับกลุ่มช็อปปิ้งกันในเมือง กลายเป็นว่าอยู่บ้าน ทำกิจกรรมกับคนในครอบครัว ก็ดีไปอย่าง

Photobucket

รถไฟแบบนี้ใช้ถ่านเผา พอวิ่งไปได้สักระยะ สะเก็ดถ่านก็ปลิว คนอยู่ในตัวรถน่ะไม่โดนหรอก แต่ไอ้คนยืนแบบเก๋น่ะ โดนกันเต็ม ๆ แถมบางทีเจอสะเก็ดแบบที่ยังติดไฟอยู่ด้วย เล่นเอาสะดุ้งเลย แต่ก็ไม่หวั่น ยังคงยืนปักหลักที่เดิม จิตใจมั่นคงมาก

Photobucket

หาถ่ายไปเรื่อยเปื่อย ดีกว่ายืนอยู่เฉย ๆ

Photobucket

เราไปถึงที่หมายกันก็เกือบเที่ยงแล้ว วันนี้ในเมืองเขามีงานกันด้วย พวกเราไม่รู้มาก่อน ยิ่งทำให้ดูคนเยอะเข้าไปใหญ่ เขามีซุ้มขายของกินกันด้วย กลิ่นอาหารลอยมาเตะจมูก หิว ๆ แต่ก็กินไม่ได้ เพราะพวกเราแบกของกินกันมา เลยต้องทำตามจุดมุ่งหมายเดิม คือเดินค่ะเดิน เดินมุ่งหน้าไปหาที่ปิกนิกกัน ตอนจะเที่ยงนี่น่ะนะ

Photobucket

กางแผนที่กัน เดินกันเข้าไป นี่ขนาดมีเด็กเล็กมาด้วยนะ แล้วดูทางเดินซิ มันทางเดินขึ้นเขาน่ะ หิวข้าว ก็หิว ขาก็ก้าวไม่ค่อยออก วัน ๆ ไม่เคยออกกำลังกาย ตื่นมาก็นั่งเล่นแต่คอม มาเดินแบบนี้ แถมไม่ใช่ทางลาดด้วย เก๋จะรอดไหมนี่

Photobucket

จริง ๆ แล้วทางมันลาดชัน เดินแล้วเหนื่อยมาก ๆ เลย แต่ถ่ายรูปออกมาดูไม่ค่อยเป็นเิินินเขาเท่าไหร่เนอะ

Photobucket

คิดดูเอา เราเดินกันมาจากในเมืองที่เห็นลิบ ๆ นั่นแหละ แดดก็ร้อน หิวก็หิว แต่ไม่กล้าแสดงอาการมาก กลัวคนอื่น ๆ ในกลุ่มจะเซ็งกัน มีแต่ซิเท่านั้นแหละที่รู้ ว่าเก๋องค์ลงแล้ว ร้อน หิว แต่พอหยุดยืนมองวิวอีกที ก็หายเหนื่อยไปพักหนึ่งนะ

Photobucket

เชื่อไหม มาอยู่นี่ 5 ปีแล้ว ไม่เคยเห็นไอ้นี่เลย เพิ่งจะเห็นครั้งแรกนี่แหละ ดีเนอะ เวลาคนพาน้องหมามาเดิน แล้วลืมเอาถุงมา ก็มาเอาจากที่นี่ ไปเก็บอึน้องหมา แล้วมีที่ทิ้งให้เสร็จ ทีนี้ก็ไม่มีปัญหาให้คนที่มาใช้ทาง เพราะเมืองนี้จะมีนักท่องเที่ยว แล้วก็คนละแวกนี้เองมาเดินเที่ยวอยู่เป็นประจำ

Photobucket

เดินผ่านบ้านหลังหนึ่ง เพื่อนซิตะโกนเรียก "เก๋เร็ว ๆ บ้านนี้เหมาะกับเธอมาก ๆ เลย" พอเก๋วิ่งไปดู อารมณ์แรก อุ้ย น่ารักดีว่ะ บ้านเล็กดี แต่อารมณ์ที่ตามมา นี่มันหาว่าชั้นเตี้ยมากเลยใช่ไหม ไม่ได้เตี้ยย่ะ แค่ตัวเล็กไปหน่อยเดียวเอง

Photobucket

สรุปว่าเราเดินขึ้นเขากันหาที่ปิกนิก แต่หาไม่ได้ เพราะว่าเราเลือกทางเดินผิดกัน ทางที่เราเลือก มันเป็นเนินชัน ๆ ไม่มีที่ให้นั่งกินข้าวกัน แล้วอีกอย่างก็บ่าย 2 โมงแล้วด้วย เลยตัดสินใจเดินกลับเข้าเมืองกัน แต่ดันไปเจอป้ายใกล้ ๆ สถานีรถไฟ ว่ามีสนามเด็กเล่นกับสวนหย่อม โอ้แม่เจ้า ทำไมไม่เจอป้ายนี้ก่อนนะ จะได้ไม่ต้องเดินให้ขาลาก แถมหิ้วท้องกันนานขนาดนี้ สวนหย่อมนี้อยู่ห่างจากสถานีรถไฟเพียงแค่เดิน 5 นาทีเอง กว้าง สะอาด แล้วก็เงียบด้วย นึกไม่ออกแล้วว่าใครเป็นคนกางแผนที่ แล้วเลือกทางเดินน่ะ

Photobucket

หาที่นั่งกันได้ ก็จัดการกินกันซะอย่างรวดเร็ว ต่างคนต่างหิว กินเสร็จซิก็ล้มตัวนอนทันที คนนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกัน ไม่เคยเล่นกีฬา ไม่ออกกำลังกาย แต่ติดตรงที่มันเป็นกิจกรรมกลุ่ม เลยต้องให้ความร่วมมือ จริง ๆ แล้ว กลุ่มซิเขาก็สนิทกันจริง ๆ ก็แค่นี้แหละ หมายถึงที่มีกิจกรรมทำร่วมกันบ่อย ๆ ไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ ก็แค่นี้แหละ

Photobucket

ช่วงนี้เป็นช่วงพักผ่อน ส่วนมากก็นอนแผ่ สลบกันเป็นแถว ๆ เหนื่อยจากการเดิน และเหนื่อยจากการกิน แดดก็ร้อน แต่เชื่อไหม มีแต่เด็ก 3 ขวบเท่านั้น ที่ยังไม่เหนื่อย อยากจะไปเล่นที่สนามเด็กเล่น แต่พูดไป เขาไม่เหนื่อยหรอก เพราะเดินบ้าง นั่งในรถเข็นให้พ่อเข็นบ้าง แม่อุ้มเดินบ้าง เดียวรอกลับบ้านวันนี้เถอะ คงจะหลับเป็นตาย เด็กหนอเด็ก

Photobucket

คนอื่น ๆ เขาเริ่มหลับกันแล้ว หรือแค่หลับตากันก็ไม่รู้ เก๋ก็แค่ได้แต่เอนหลัง พอมองขึ้นไปบนฟ้า เห็นแดดทะลุกิ่งไม้สวยดี เลยแชะสักรูป

Photobucket

สวยดี ๆ ขออีกรูป พอสักบ่าย 4 โมงกว่า เราก็ไปหาร้านนั่งดื่มเครื่องดื่มเย็น ๆ รอรถไฟขากลับรอบสุดท้ายกัน ขากลับที่นั่งว่างเยอะมาก ๆ อาจจะเป็นเพราะพวกที่มารอบเดียวกับเรา กลับกันไปรอบอื่นแล้วมั้ง แล้วเราก็แยกย้ายกันกับ พร้อมกับคิดไว้ว่า เราจะไปกันใหม่ แต่คราวนี้ไม่นั่งรถไฟแล้ว ขับรถไป แล้วไปเดินนิดหน่อย แล้วก็ปิกนิกกันเหมือนเดิม แต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

เย็นนี้เก๋โชคดีไม่ต้องทำกับข้าว ซิเห็นว่าเหนื่อยทั้งวัน เลยพาไปกินอาหารกรีก เก๋กินไปนิดเดียวเอง รูปก็ไม่ได้ถ่าย เพราะว่าเหนื่อยมาก ๆ เลย เดินน่ะเดินได้ไม่เป็นไร แต่ไอ้ต้องแบกท้องว่าง ๆ ไม่ได้กินข้าวเช้าด้วย กว่าจะได้กินข้าวกลางวันกันก็เกือบ 3 โมง ไม่ไหว ๆ ทริปหน้าต้องเตรียมตัวกันให้ดีกว่านี้แล้วล่ะ จะได้ไม่เหนื่อยแบบนี้เนอะ




 

Create Date : 08 สิงหาคม 2552    
Last Update : 10 สิงหาคม 2552 0:04:56 น.
Counter : 779 Pageviews.  

3 Tage am See

เฮ้อ ลุ้นมาหลายวัน ว่าเมื่อไหร่ถึงจะเข้าอัพบล็อกได้สักที และแล้ววันนี้ก็ได้อัพจนได้

29-04-09

พอดีว่าเมื่อวันคริสมาต์เก๋ให้ของขวัญซิ เป็นคูปองที่พักพร้อมอาหาร 3 วัน 2 คืน ซิเลยบอกว่า เอาไว้เราเอามาใช้ตอนครบรอบแต่งงานกันดีกว่า ว่าแล้วก็โทรจองกันเลย เกือบจะไม่ได้แน่ะ เพราะว่ามันใกล้กับวันหยุดเทศกาลด้วย

โรงแรมที่เราจองนั้น อยู่ในเขตจังหวัด Trier จังหวัดนี้เป็นเมืองเก่า เป็นเมืองเล็ก ๆ และเป็นเมืองท่องเที่ยวด้วย ก่อนจะไป พ่อก็เอาหนังสือข้อมูลมาให้เยอะเลย กะว่าให้มีความรู้เกี่ยวกับเมืองที่จะไปกันเล็กน้อย แต่ขอโทษ ทั้งซิทั้งเก๋มิได้เปิดอ่านเลย ได้แต่ดูรูปเอาเท่านั้นเอง

เราออกเดินทางกันตอน 10 โมงกว่า ๆ แวะพักกินข้าวกันมันในรถนั่นแหละ เพราะเก๋ทำข้าวกับหมูทอดไปกินด้วย โชคดีที่ซิกินง่าย ไม่เรื่องมาก รถไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ เพราะยังเป็นวันทำงานอยู่ แต่สิ่งที่เรา 2 คนกลัวกันก็คือ ฝน เพราะว่าฟ้ามืดครึ้มมาเลย เริ่มเซ็งกันเล็กน้อย กลัวจะเหมือนเมื่อตอนไปเที่ยวที่มิวนิก ฝนตกทุกวัน

พอบ่าย 2 โมงเราก็ถึงที่โรงแรม บรรยากาศดูดี มีทะเลสาบอยู่ด้านหน้าเลย โรงแรมยังใหม่อยู่เลย

Photobucket

วันนี้มีแขกมาพักแค่ไม่กี่ห้องเอง พนักงานบอกว่าจะมากันพรุ่งนี้เพราะจะติดวันหยุดเทศกาลพอดี

Photobucket

ตกแต่งดูทันสมัยดีเนอะ

Photobucket

อีกมุมก่อนจะขึ้นห้อง

Photobucket

เปิดห้องมาอ้าปากค้างเลย ทำไมเขาแต่งห้องแบบนี้ล่ะ โห
แล้วก็ถึงบางอ้อ ซิบอกว่าตอนโทรมาจอง บอกทางโรงแรมไปว่า มาฉลองครบรอบแต่งงานนั่นเอง มิน่า

Photobucket

สักนิดแล้วกัน

Photobucket

ห้องน้ำเล็ก ๆ แต่สะอาดแล้วก็ใหม่ด้วย ชอบตรงประตู เพราะเขาทำเป็นประตูไม้บานเลื่อน ดูแปลกดี

ซิว่าจะเอนหลังสักนิด แล้วค่อยลงไปดูร้านอาหาร ส่วนของร้านอาหารจะอยู่แยกจากตึกของโรงแรม ร้านจะอยู่ด้านหน้าติดกับทะเลสาบ แต่ยังไม่ทันจะได้เอนหลังเลย ฝนก็ตกลงมาซะแล้ว

พอฝนเริ่มซา เราก็ลงไปสำรวจร้านอาหารกัน เขาตกแต่งดูทันสมัยนะ สีแดงสดใสดี ตัดกับสีเขียวของต้นไม้ แล้วก็ทุ่งหญ้า รอบ ๆ ร้าน ดูสดชื่นดี

Photobucket

บรรยากาศภายในร้าน แต่ไม่ได้ถ่ายข้างนอกนะ เพราะว่ามันแํฉะ ๆ จากฝนตกน่ะ เราไปจองโต๊ะกันไว้ สำหรับคืนพรุ่งนี้ วันนี้เราเลยต้องไปหาที่กินกันที่อื่น เพราะว่าคูปองอาหารเย็นมีสำหรับวันเดียวเอง

เราขับรถไปร้านอาหารฝั่งตรงข้ามของโรงแรม พนักงานที่โรงแรมเขาแนะนำว่าร้านนี้อร่อย

Photobucket

จานนี้ของเก๋ ให้เยอะขนาดนี้ พยายามกิน แล้วก็กิน แต่มันไม่หมด ซิก็ไม่ช่วยเลย เพราะของเขาเองก็กินไม่หมดเหมือนกัน อร่อยนะ แต่ว่ามันเยอะไป ที่สำคัญไม่แพงด้วยล่ะ เสร็จแล้วก็กลับไปนอนฟังเสียงฝนกันต่อที่ห้อง ซึ่งตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ คืนนี้เลยต้องสวดมนต์ขอพรกันยกใหญ่ ขอให้พรุ่งนี้วันครบรอบแต่งงานของเก๋ อากาศดี ๆ ด้วยเถอะ เจ้าประคุณ

30-04-09

ตอนแรกเก๋ก็ว่าจะอัพที่นี้เลยดีไหม แต่เปลี่ยนใจ ขอไปอัพในหัวข้ออื่นแทนแล้วกัน แวะไปดูได้ที่ลิงค์นี้นะ

Vierter Hochzeitstag

01-05-09

เช้านี้ตื่นมา ไม่อยากจะลุกเลย ทำไมวันหยุดมันถึงหมดไปเร็วแบบนี้นะ วันนี้เราไม่มีโปรแกรมอะไร ว่าจะขับรถกลับบ้านกันไปเรื่อย ๆ

Photobucket

อาบน้ำเก็บของได้ ก็ลงมาหาอาหารเช้ากิน แต่วันนี้แขกเยอะกว่าเมื่อวาน โต๊ะเกือบเต็ม แต่จริง ๆ โรงแรมเขาไม่ได้ใหญ่อะไรมากนะ เรา 2 คนลงมาช้า สักพักคนก็ไปกันหมด เหลือแต่เรา 2 คน ดีกินกันไปเรื่อย ๆ ตุนเอาไว้ให้แน่นท้องก่อนออกเดินทาง

Photobucket

หลังจากเช็คเอ้าท์ เราก็ไปเดินเล่นรอบ ๆ ทะเลสาบกันน่ะ รอบ ๆ จะมีเก้าอี้แบบนี้เป็นจุด ๆ มีคนมานั่งตกปลากันด้วย

Photobucket

เรา 2 คน เดินเล่น สูดอากาศสดชื่นกับแดดอ่อน ๆ ตอนสาย ๆ ของวัน ถ่ายรูปกันเล่นไปเรื่อย ๆ

Photobucket

ถึงแม้วันหยุดของเรามันช่างสั้น และผ่านไปเร็ว แต่มันก็คุ้มค่า เรามีความสุข และก็สนุกกันมาก เดี๋ยวเก๋กลับไปจะไปหาที่เที่ยวที่ต่อไปอีก จริง ๆ แล้วเราอยากจะกลับมาที่นี่อีก เพราะประทับใจมาก ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ การบริการ และก็กิจกรรมทุก ๆ อย่างที่เราได้ทำกันใน 3 วันนี้ จริง ๆ แล้วไม่ว่าที่ไหน ๆ มันก็ทำให้เก๋มีความสุขทั้งนั้นแหละ ถ้ามีซิไปด้วยน่ะ




 

Create Date : 19 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 20 พฤษภาคม 2552 19:22:43 น.
Counter : 683 Pageviews.  

München München, wir fahren nach München (Teil 2)

กลับมาอัพแหละ หลังจากหลบไปพักฟื้นร่างกายพักใหญ่ เรื่องเกี่ยวกับมิวนิกนี่ ยังไงขออัพเป็นภาษาเยอรมันนะ เพราะว่าเขียนร่างไว้แล้ว ระหว่างเที่ยวน่ะ เดี๋ยวบล็อกหน้าเป็นภาษาไทยเหมือนเดิม ขี้เกียจให้เพื่อนบางคนบ่นน่ะ ว่าทำไมต้องเขียนเป็นภาษาเยอรมันด้วย เอา ๆ ไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้นหรอก ที่เขียนเพราะซิอยากให้เขียน แล้วเขาก็ช่วยดูแก้ตรงที่ผิดให้น่ะ เขาแค่อยากให้เพื่อนกับพ่อแม่เขาได้อ่านด้วยเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรมาก

เข้าเรื่องดีกว่า

30.03.09

Heute sind wir um 7.30 Uhr aufgestanden, dann frühstückten wir im Hotel. Leider war das Wetter immer noch schlecht, regnerisch und kalt. Aber zum Glück hatte ich keine Bauchschmerzen mehr. Wir fuhren mit dem Auto in das Zentrum von München und parkten das Auto in der Tief-Garage beim Hauptbahnhof.

Zuerst wollten wir die Stadt zu Fuß besichtigen, aber wegen des schlechten Wetters haben wir uns entschieden, einen Sightseeing-Bus zu nehmen. Das war nicht schlecht.

Photobucket

Leider konnten wir vom Bus aus den Marienplatz, das Ratshaus und die Frauenkirche nicht sehen, troztdem konnten wir viele Sachen sehen. Z.B. die Oper, das Siegestor, das Theater, den Viktualienmarkt usw. Die Tour dauerte eine Stunde. Ich finde, dass München eine großer Stadt ist. Die drittgrößte Stadt in Deutschland nach Berlin und Hamburg. Das habe ich während der Tour bei den Erklärungen über den Kopfhöre erfahren.

Photobucket

Ich persönlich lebe lieber auf dem Land als in eine großen Stadt, obwohl ich in Bangkok aufgewachsen bin. Eine Großstadt hat immer viel Verkehr, viel Stau, viele Menschen, Lärm und Hektik. Das mag ich nicht.

Nach der Stadtbesichtigung, fuhren wir zu den Thermen nach Erding. Es war unglaublich groß. Zuerst dachten wir am Montag würden nicht so viele Leute dort sein, aber das stimmte nicht. Als wir ankammen, war der Parkplatz schon fast voll, obwohl es ein sehr großes Parkdeck mit 5 Stockwerken gab.

In den Thermen gab es viele verschiedene Becken, mit gesundem Thermalwasser und Dampfbad. Natürlich probierten wir alles aus. Es gibt noch einen Bereich, der Galaxy heißt, wo man mit vielen großen und kleinen Rutschbahnen spielen kann. Aber wir haben das nicht gemacht, weil Sigi keine Kontaktlinsen dabei hatte und es mit der Brille nicht ging.

Photobucket

Wir wären am liebsten den ganzen Tag dort geblieben. Aber leider mussten wir zurück zum Hotel, weil wir abends noch ein Dinner im Hotel hatten. Ich war sehr gespannt darauf. Auf dem Gutschien stand "Dinner unter Wasser".

Um 19.30 Uhr gingen wir also ins Restaurant. Ich war wirklich enttäuscht, den ich dachte, das Restaurant wäre von einem großen Aqauriam umgeben und man könnte durch die Fenster das Wasser und Fische sehen. Aber nein, auf die Fenster waren nur Meeresbilder geklebt. Ich bekam schlechte Laune und deswegen hat mir auch das Essen nicht so gut geschmeckt.

Photobucket

Na ja, die Atmosphäre im Restaurant war gar nicht so schlecht, dekroriert wie in einer Taucherglocke. Ich hätte nicht zu viel von "Dinner unter Wasser" erwarten sollen. Viellecht hätte ich es dann mehr geniessen können.

Ich hatte wieder gute Laune, als der Nachtisch kam. Der war nämlich sehr lecker. Nach dem Essen waren wir sehr müde von dem langen Tag, dann gingen wir schnell ins Bett. Sigi konnte sofort schlafen, aber ICH nicht. Warum? Ihr wisst doch, wegen dem Schnarchproblem.




 

Create Date : 26 เมษายน 2552    
Last Update : 26 เมษายน 2552 17:25:31 น.
Counter : 440 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  

หมาน้อยไกลบ้าน
Location :
- Germany

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com
Friends' blogs
[Add หมาน้อยไกลบ้าน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.