Group Blog
 
All Blogs
 



ฟื้นฟูป่า...ฟื้นฟูใจกับพระไพศาล วิสาโล

ฟื้นฟูป่า...ฟื้นฟูใจกับพระไพศาล  วิสาโล วัดป่ามหาวัน ต.ธาตุทอง อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ

พระไพศาล วิสาโล ปธ.กก.โครงการความร่วมมือเพื่อการฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำปะทาว  กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการ"ปลูกป่าฟื้นฟูต้นน้ำลำปะทาว -ป่าภูหลง" ว่า เกิดขึ้นจากการริเริ่มหลวงพ่อบุญธรรมและหลวงพ่อคำเขียน จากวัดป่าสุคะโต ต.ท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ ได้ตั้งวัดป่ามหาวัน(ภูหลง) โดยขอบิณฑบาตพื้นที่บางส่วนที่ชาวบ้านทำกิน และชักชวนให้ชาวบ้านที่เข้าบุกเบิกพื้นที่ทำกินบริเวณรอบพื้นที่ป่าภูหลง ซึ่งต่อมาเรียกว่าบ้านตาดรินทองร่วมกันปักแนวเขตวัดป่ามหาวัน(ภูหลง) เพื่ออนุรักษ์และพื้นฟูป่าภูหลง

"ภูหลง"ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่บ้านตาดรินทอง ม. 6 ต.ธาตุทอง อ.ภูเขียว จว.ชัยภูมิ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 805 เมตร มีลักษณะเป็นภูเขาสูงสลับที่ราบบนภูเขา มีสภาพป่าไม้เป็นป่าดิบแล้ง มีความลากหลายทางชีวภาพ และอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์สูง ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากร
ช่วง 20 ปีที่ผ่านมาป่าภูหลงประสบภัยคุกคามทั้งจากผู้ลักลอบตัดไม้ พรานล่าสัตว์ และไฟป่า จนปัจจุบันยังคงสภาพป่าสมบูรณ์เพียง2,000 ไร่ ส่วนพื้นที่อีก1,500 ไร่กลายเป็นทุ่งโล่งเตียนถูกล้อมรอบด้วยพื้นที่ทำกินของชาวบ้านครอบคลุม 3 อำเภอ ปัญหาดังกล่าวรุนแรงมากขึ้นเนื่องจากบริเวณโดยรอบนั้นถูกแผ้วถางจนไม้เหลือสภาป่า ทำให้ผู้คนหันมาหาประโยชน์จากป่าภูหลงแทน

นอกจากการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่า การลาดตระเวนเพื่อป้องกันการลักลอบตัดไม้และล่าสัตว์  ช่วงหน้าร้อนงานที่ต้องระดมคนเป็นพิเศษคือการป้องกันไฟป่า ทำแนวกันไฟรอบป่า โดยตรงแล้วทางวัดยังร่วมกับชาวบ้านจัดทำโครงการพัฒนาชุมชนเช่นส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง  สนับสนุนเกษตรอินทรีย์ และการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ การสนับสนุนเยาวชนเพื่อฟื้นฟูชุมชน

ทุกปีจะมีการจัดธรรมยาตราเพื่อชีวิตและลุ่มน้ำลำปะทาวระหว่าง 1-8 ธ.ค.โดยเดินไปตามหมู่บ้านต่าง  ๆ บนเทือกเขาภูแลนคาเพื่อรณรงค์สร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติ . .. การอนุรักษ์ป่าถือว่าเป็นงานสำคัญของวัดมิใช่เพียงเพราะป่าเป็นทรัพยากรที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตเท่านั้น หากป่ายังเป็นสถานที่เอื้อต่อการบำเพ็ญกรรมฐานเพื่อเจริญสมาธิและปัญญา ป่าที่สงบสงัดนอกจากช่วยให้จิตใจสงบได้ง่ายแล้ว ยังเอื้อต่อการมองตนเพื่อเห็นธรรมชาติของจิตใจด้วย เมื่อป่ามีคุณค่าเช่นนี้ เราจึงควรช่วยกันอนุรักษ์ป่ามิใช่เถพื่อประโยชน์ของเราและอนุชนรุ่นหลังเท่านั้น หากยังเพื่อรักษาธรรมและเป็นการตอบแทนคุณของธรรมชาติด้วย

การที่มีพระมารักษาป่าส่วนหนึ่งก็เพื่อปฏิบัติธรรมในป่าอีกส่วนก็เพื่อรักษาป่าเอาไว้เพื่อผู้คนในปัจจุบันและยุคต่อ  ๆ ไป จะได้มีโอกาสสัมผัสกับธรรมชาติจนเข้าถึงคุณค่าอันลึกซึ้งในทางจิตวิญญาณ  " นี่คือเหตุผลสำคัญว่าทำไมพระและชาวพุทธจึงควรรักษาป่าต่อสู้ไฟป่าและช่วยกันปลูกป่าให้ร่มครึ้ม เพราะการรักษาป่าคือการรักษาธรรม "

Create Date : 28 กรกฎาคม 2553
Last Update : 28 กรกฎาคม 2553 0:56:02 น. 0 comments
Counter : 208 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

boyberm
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




boyberm
Friends' blogs
[Add boyberm's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.