Group Blog
 
All Blogs
 



ก่อนเกลือเม็ดสุดท้าย...

นาเกลือโคกขาม จ.สมุทรสาคร


๑...

ชายชราก้าวเดินไปบนคันดินเพียงลำพัง ร่างกายที่ผุพังไปตามกาลถอยห่างออกไปทีละน้อย ก่อนที่ผู้สูงวัยจะมุดหายเข้าไปในเพิงพัก

 
“มาดูนกเหรอ” เสียงทักทายดังขึ้นเมื่อเห็นผู้แปลกหน้าเร่งฝีเท้าตามไป

 
“ข้างนอกมันร้อนเข้ามาหลบข้างในก่อน” แม้เพิงพักจะคับแคบหากน้ำใจจากเจ้าของกลับกว้างขวางจนเกินกว่าจะละเลยต่อคำชักชวน

“ต้องมาตอนเช้ากับตอนเย็นช่วงนั้นนกจะมากและไม่ร้อนด้วย”ชายชราบอกถึงสภาพความเป็นจริง ด้วยผูกพันกับนาเกลือมาทั้งชีวิตจึงทำให้ความเปลี่ยนแปลงต่างๆในพื้นที่ไม่อาจเล็ดลอดสายตา และในขณะที่บทสนทนากำลังดำเนินไปนั้น หญิงชราคู่ชีวิตก็ปรากฏตัวขึ้น...

 
ริ้วรอยและแผ่นผิวอันเกรียมกร้านบอกถึงบทบาทชีวิตที่โลดแล่นอยู่กับนาเกลือมาอย่างยาวนาน ร่องรอยบนเรือนกายที่แสงแดดฝากเอาไว้หาได้ทำให้ความชุ่มชื้นในหัวใจของคนทั้งสองเหือดหายไปแม้แต่น้อย และก่อนที่เวลาจะล่วงเลยไปมากกว่านี้ หมวกปีกกว้างพร้อมเสื้อคลุมผืนบางอันเป็นเครื่องแบบแห่งชีวิตได้ถูกสวมทับร่างอันยับย่นนั้น  ทั้งสองกลับลงสู่แปลงนาอีกครั้ง ปล่อยให้ผมนั่งซึมซับเอาความชุ่มเย็นแห่งน้ำมิตรที่เพิ่งได้รับอยู่เพียงเดียวดาย...

๒...

แม้แดดจะร้อนหากสายลมจากทะเลที่อยู่ห่างออกไปเพียงสองกิโลเมตร ได้ช่วยบรรเทาให้บรรยากาศรอบกายไม่เลวร้ายจนเกินไปนัก  ชายชราขะมักเขม้นกับงานกวาดแอ่งน้ำที่ค้างนองตามพื้นนา  สองแขนที่กำด้ามไม้มั่นคงแข็งแรงหาได้อ่อนล้าหรือร่วงโรยไปตามวัยและวัน...

“ทำนาเกลือมา 40 กว่าปีแล้ว” ตาถนอมในวัย ๖๖ ปี เอ่ยถึงช่วงชีวิตที่คลุกคลีอยู่กับนาเกลือ

“ก่อนหน้านั้นตาแกทำมาหลายอย่างทั้งนาข้าว วังกุ้ง พอมาเจอยายก็อยู่กับเกลือมาตลอด” ยายแววคู่ชีวิตกล่าวเสริมถึงความเป็นมาของชายอันเป็นที่รัก หากสำหรับตัวยายแววเองตลอดระยะเวลา ๖๗ ปีแกไม่เคยห่างจากนาเกลือเลยแม้แต่น้อย

“พอรู้ความก็เห็นพ่อกับแม่ทำนาเกลือแล้ว” ด้วยเวลาชีวิตอันยาวนานยายแววจึงรอบรู้วิธีทำนาเกลือได้ถึงแก่นแกน

“นาเกลือไม่เหมือนนาข้าวไม่ต้องใช้ปุ๋ยไม่ต้องดูแลเท่าไร แต่มีเหมือนกันอยู่อย่างคือต้องเอาใจใส่” ตาถนอมเปรียบเปรยให้เห็นถึงความแตกต่าง  ซึ่งไม่เพียงเฉพาะงานสองอย่างนี้เท่านั้น หากเราลงมือทำสิ่งใด การเอาใจใส่ต่อสิ่งที่ทำย่อมให้ผลลัพธ์อันน่าพึงใจเสมอ

“ต้องเอาน้ำออกให้หมดก่อนไม่งั้นรถกลิ้งจะลื่น” ยายแววอธิบายต่อขั้นตอนตรงหน้า

“เวลากลิ้งต้องกลิ้งให้พื้นแน่นไม่งั้นเวลาชักเกลือดินจะติดขึ้นมาด้วยทำให้เสียราคา” ประสบการณ์ที่อยู่กับงานมาทั้งชีวิตถูกถ่ายทอดออกมาตลอดเวลา

 

แปลงนาที่สองตายายกำลังลงงานอยู่นั้นเรียกว่า นาปลง แปลงนาสุดท้ายสำหรับรองรับตะกอนเกลือ ดังนั้นจึงต้องเตรียมพื้นที่อย่างพิถีพิถัน โดยเริ่มจากการปรับสภาพหน้าดินที่ต้องผ่านขั้นตอนต่างๆมากมายทั้ง ตากนา ละเลงพื้นนา เจื่อนนา และกลิ้งนา กว่าจะเสร็จสิ้นจนเห็นเป็นผิวพื้นอันราบเรียบและอัดแน่นต้องใช้เวลากว่า ๓๐ วัน จึงจะพร้อมต่อการผลิตเกลือทะเลทั้งฤดู

 
“เมื่อก่อนที่ยังไม่มีรถกลิ้งต้องอาศัยแรงคน ยายยังจำได้วันแรกที่ทำ ยายเป็นไข้ไปหลายวันยายแววเล่าพร้อมรอยยิ้ม ภาพการงานอันหนักหน่วงเช่นนั้นหาได้เจือจางหรือเหือดหายไปจากความทรงจำของหญิงชราเลยแม้แต่น้อย...

รอยเท้าของคนทั้งสองที่ประทับลงบนดินเลนปรากฏเป็นทางยาว แต่อีกไม่นานร่องรอยเหล่านั้นจะถูกรถกลิ้งบดทับให้เลือนหายไป...

กว่าสี่สิบปีที่ทั้งคู่ผ่านการทำงานซ้ำๆส่งผลให้ความรู้ที่เกิดขึ้นตกตะกอนและติดแน่นอยู่ในทุกอิริยาบถของชีวิตจนยากเกินกว่าจะแยกออกจากกัน  เกลือสมุทรที่กองเก็บอยู่ในยุ้งจึงไม่ได้มีความหมายเพียงสินแร่จากท้องทะเล หากมันยังหมายรวมถึงหยดเหงื่อและรอยน้ำตาของหญิงชายสูงวัยคู่นี้...

๓...

กว่าจะมาเป็นเกลือสมุทรเม็ดขาวเนียนนั้น ต้องผ่านกระบวนการผลิตหลายขั้นตอน  เริ่มจากการผันน้ำทะเลเข้ามาเก็บไว้และรอจนกว่าจะตกตะกอนจึงจะปล่อยลงสู่ นาประเทียบ เพื่อให้ส่วนที่เป็นน้ำระเหยออกไป  จากนั้นจึงส่งต่อไปยัง นารองเชื้อ ซึ่งในขั้นตอนนี้น้ำทะเลจะมีความเข้มข้นมากขึ้น ก่อนจะทิ้งเอาไว้เช่นนั้นจนกว่าความเค็มจะอยู่ในระดับ ๑๐-๒๐ ดีกรี ถึงจะปล่อยลงสู่ นาเชื้อ

 
เมื่อน้ำทะเลเข้าสู่นาเชื้อต้องทิ้งไว้จนกว่าความเค็มจะอยู่ในระดับประมาณ ๒๒ ดีกรี หรือที่ตาถนอมเรียกว่าแก่จัด จึงจะปล่อยลงสู่ นาปลง อันเป็นแปลงนาสุดท้าย และทิ้งไว้เช่นนั้น กระทั่งความเค็มเพิ่มขึ้นไปที่ประมาณ ๒๕ ดีกรี เกลือจะเริ่มตกผลึกและจับตัวเป็นแผ่นหนา รอคอยขั้นตอนการรื้อนาต่อไป


“เวลาวัดความเค็มของน้ำเราใช้เครื่องมือที่เรียกว่าดีกรีช่วยวัด เมื่อก่อนไม่มีตัวนี้เราก็ใช้กิ่งแสม ตัดมาขนาดเท่าแม่โป้โยนลงในนาเชื้อถ้ามันลอยแสดงว่าน้ำแก่จัด” ตาถนอมเล่าถึงภูมิปัญญาเมื่อครั้งที่ยังไม่มีอุปกรณ์ช่วยเหลือ

 
ก่อนจะรื้อนาต้องปล่อยน้ำออกให้หมด จากนั้นใช้ไม้ที่เรียกว่า ไม้อีรุน ไถไปมาจนเกลือแตกเป็นเม็ด จึงจะสามารถชักแถวดึงเกลือมารวมกันเป็นกองเล็กๆเรียงตามความยาวของแปลงนาเพื่อความสะดวกในการขนเก็บเข้ายุ้ง อันเป็นการเสร็จสิ้นกระกระบวนการผลิตเกลือสมุทร...

 
นับจากปล่อยน้ำทะเลเข้ามาเก็บไว้กระทั่งถึงขั้นตอนการรื้อนาหากอยู่ในช่วงเริ่มต้นฤดูทำนาเกลือใช้เวลาประมาณ ๓๐ วัน       แต่หลังจากนั้นระยะเวลาจะลดน้อยลงเหลือประมาณ ๑๕-๒๐ วันขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ...

 


การทำนาเกลือจะทำกันในฤดูแล้งเท่านั้น เพราะในฤดูฝน น้ำฝนจะทำให้เกลือที่ตกตะกอนละลายหายไป หากในระหว่างทำนาเกลือเกิดมีฝนหลงฤดูตกลงมาจะส่งผลให้การทำนาเกลือครั้งนั้นสูญไป ซึ่งสองตายายต่างก็เคยผ่านเหตุการณ์ดังกล่าวมาแล้ว

“มันพูดยากเหมือนกัน ตอนเช้าที่มาถึงเห็นแต่น้ำเต็มนาไปหมด”เมื่อความหวังของชีวิตที่ต่อเติมมาด้วยสองมือต้องมาพังทลายเพียงชั่วข้ามคืน มันคงเป็นเรื่องยากที่จะมีผู้ใดเข้าใจถึงความรู้สึกนั้นได้เท่ากับผู้สูญเสีย...

เกลือสมุทรหรือเกลือทะเลนำไปใช้ประโยชน์ทั้งการบริโภคและการอุตสาหกรรม สำหรับภาคอุตสาหกรรม เกลือสมุทรจะถูกส่งเข้าไปตามโรงงานผลิตคลอรีน โรงงานผลิตโซเดียมคาร์บอเนตเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมแก้ว ใยสังเคราะห์ สบู่ หรือผงซักฟอกเป็นต้น
ต่อเมื่อมีการค้นพบเกลือสินเธาว์ในภาคอิสานเกลือสมุทรจึงเริ่มลดความสำคัญลง เพราะส่วนที่ใช้กับงานภาคอุตสาหกรรมเกลือสมุทรจะมีความบริสุทธิ์น้อยกว่า ดังนั้นโรงงานจึงหันมาใช้เกลือสินเธาว์กันเป็นจำนวนมาก


 
เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปเช่นนี้ ยายแววและพี่น้องชาวนาเกลือจึงได้รับผลกระทบโดยตรง ตามที่แกมักจะเล่าถึงปัญหาราคาเกลือที่มีแนวโน้มลดลงทุกปี จนหลายครอบครัวต้องหันไปทำอาชีพอื่น และจากข้อมูลดังกล่าวชวนให้คิดถึงความยั่งยืนต่อไปในอนาคตของอาชีพคนทำนาเกลือด้วยว่าจะมีชีวิตในวันข้างหน้าเช่นไร...

๔...


แดดบ่ายร้อนแรงขึ้นตามเวลา  หนุ่มสาวที่ถูกจ้างมาช่วยงานกว่าสิบคนเดินลงสู่แปลงนาประจำตำแหน่งของตน  จากเรี่ยวแรงของพวกเขาช่วยให้แผ่นเกลือที่ตกตะกอนอยู่เป็นผืน กลายสภาพมาเป็นกองเกลือขนาดเล็กเรียงรายเป็นทิวแถวอย่างรวดเร็ว   ส่วนเศษเกลือที่จับตัวเป็นชั้นหนาใกล้ๆกับคันดินนั้น คงต้องรอเวลาให้สายฝนมาชะล้างให้หมดไป หากสำหรับคนเรานั้นตะกอนที่ตกหล่นอยู่ภายในจิตใจ  ต้องอาศัยเครื่องมือชนิดใดมาขูดถากให้มันหลุดร่วงออกไปจากชีวิต...

“หมดหน้าเกลือตาก็ได้เงินแสนกับเขาเหมือนกัน” ตาถนอมบอกถึงรายได้พร้อมรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิ

 
“มันดูเหมือนเยอะนะ แต่พอหักค่าเช่านา ค่าจ้างคนงาน ค่าน้ำมัน ค่าอะไรต่ออะไรแล้วเหลือถึงครึ่งก็ถือว่ามากแล้ว” น้ำเสียงอันราบเรียบของยายแววบอกถึงความจริงในชีวิต แต่ไม่ว่ารายได้จะคุ้มค่ากับเรี่ยวแรงที่ลงไปหรือไม่ ตนสูงวัยทั้งสองก็ยังคงชัดเจนอยู่บนวิถีแห่งเกลือ


“ลูกสองคนเข้าไปเรียนในเมือง วันหยุดถึงจะออกมาช่วย” ยายแววกล่าวถึงลูกหลานขณะเดียวกับที่มองไปยังแรงงานเบื้องหน้า

“พอเรียนจบเค้าคงไปหางานทำในเมือง งานหนักแบบนี้คงทำกันไม่ไหว” หญิงชรารำพึงเพียงแผ่วเบา แต่หากในเนื้อความกลับทำให้ผมรู้สึกว่า วันเวลาแห่งปัจจุบันกำลังทำให้เราอ่อนแอลง พละกำลังของวัยถูกยุคสมัยสูบกลืน การงานที่ต้องลงทุนด้วยเรี่ยวแรงถูกกระแสคลื่นแห่งการบริโภคกัดเซาะกระทั่งหอคอยแห่งความภาคภูมิต่อการใช้แรงงานพังครืนไปจนหมดสิ้น...

สายตาที่มองไปยังนาเกลือของหญิงชรายามนี้เต็มไปด้วยแววกังวล แม้ใบหน้าจะถูกฉาบทับเอาไว้ด้วยรอยยิ้ม

“หมดตากับยายคงไม่มีใครมาทำต่อแล้วหละ” คำพูดสุดท้ายก่อนที่ยายแววจะจากไปช่วยชายอันเป็นที่รัก รอยยิ้มที่ปรากฏคงยินดีต่อการงานอันมั่นคงที่รอคอยลูกหลานอยู่ในเมือง หากสำหรับแววกังวลนั้นเล่า หญิงชราคงมอบให้กับวันเวลาในอาชีพของตนเองที่เหลือน้อยลงไปทุกที...

๕...

แสงแดดอ่อนแรงลงมาก  จากเป้าหมายแรกของผมที่เข้ามาเพื่อดูนกชายเลนอพยพเพียงอย่างเดียว ต่อเมื่อได้พบสองตายายและวิถีอันน่าเคารพมันทำให้รู้สึกว่าไม่เพียงชีวิตของนกเท่านั้นที่สำคัญ หากเรื่องราวของผู้คนที่อยู่รายรอบ ต่างก็มีความน่าสนใจไม่น้อยไปกว่ากัน
นั่นจึงส่งให้การเข้ามาดูนกในครั้งหลังๆ ผมมองพวกมันผ่านกล้องสองตาน้อยลงกว่าเดิม  แม้จะไม่สามารถบอกได้ว่ามีนกชนิดใดอยู่บ้าง หากมันกลับทำให้ผมมองเห็นถึงความสัมพันธ์แห่งชีวิตมากขึ้นกว่าเดิม...

รถสองแถวสาย บ้านสหกรณ์ - มหาชัย เคลื่อนตัวออกมาอย่างช้าๆ แม้นี่ไม่ใช่เที่ยวสุดท้ายของวัน หากมันเป็นเที่ยวสุดท้ายสำหรับการเดินทางเข้ามายังพื้นที่ของผม คงอีกนานกว่าจะได้กลับคืนมายังนาเกลือโคกขาม อาจเป็นฤดูนกอพยพหน้าหรือนานกว่านั้น
แต่ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไร รอยยิ้มของสองตายายและผู้คนแถบนี้ อีกทั้งทุกถ้อยสนทนาจะประทับแน่นอยู่ในความทรงจำตลอดไป

 

 
เรือนกายของตาถนอมกับยายแววเล็กลงจนลับสายตา เมฆฝนหลงฤดูตั้งเค้าทึบทะมึนอยู่ลิบๆ ลำแสงแปลบปลาบมาพร้อมกับเสียงคำรามครางครืน ผมทำได้เพียงภาวนาให้สองตายายขนย้ายเกลือให้เสร็จเรียบร้อยทันเวลา ก่อนที่เม็ดเกลือและเรี่ยวแรงอันอ่อนล้าจะถูกสายฝนชะล้างหายไปจนหมดสิ้น...

. . .

ขอขอบคุณ
ตาถนอมกับยายแวว ผู้มากไปด้วยมิตรภาพและน้ำใจ
ชาวนาเกลือแห่งโคกขามทุกท่าน
คุณ สุชาติ แดงพยนต์
สมาคมอนุรักษ์ธรรมชาติโคกขาม

Create Date : 22 มิถุนายน 2553
Last Update : 22 มิถุนายน 2553 0:17:04 น. 0 comments
Counter : 373 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

boyberm
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




boyberm
Friends' blogs
[Add boyberm's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.