Group Blog
 
All Blogs
 



การเมืองเรื่องบอลสเปน - ความสำเร็จจากการปรองดอง...

มีอยู่ครั้งหนึ่ง มีคนถามประธานสโมสรบาร์เซโลน่า "โจน ลาปอร์ต้า" ว่า "บาร์เซโลน่าเป็นทีมฟุตบอลของชาวสเปนด้วยหรือไม่? " ท่านประธานสโมสรตอบว่า "ผมไม่มีอารมณ์จะเชียร์ทีมชาติสเปน ทีมชาติสเปนไม่มีความสำคัญอะไรต่อผม แม้จะมีผู้เล่นจากบาร์เซโลน่าถึง 6 คนอยู่ในทีมชาติดังกล่าวก็ตาม"

ตกลงตอนนี้ทีมชาติสเปนได้เข้าชิงฟุตบอลโลกเรียบร้อย ถือว่าเหนือคาดหมายสำหรับผม เพราะผมคิดว่าอย่างมากที่สุดพวกเขาคงได้แค่รอบแปดทีม ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ใช่ผมดูถูกฝีเท้าของพวกเขา ตรงข้าม พวกเขามีนักเตะชั้นดีกว่าทีมอื่นๆในยุโรปตอนนี้แน่นอน แต่ที่ผมลังเลในพวกเขาคือ ความสามัคคี...

ทีมชาติสเปนไม่เคยประสบความสำเร็จใดใดในระดับโลกและยุโรป เพิ่งได้เมื่อสองปีก่อน ทั้งๆที่นักเตะชุดนี้ ถ้าเทียบกันตัวต่อตัวกับ ปี 1986 - 1990 ก็ไม่ได้เหนือกว่ามากมายเท่าไร

 

ส่วนหนึ่งเพราะความแตกแยกในชาติ และเศษซากจากยุคเผด็จการ ที่สร้างความร้าวฉานให้วงการฟุตบอลสเปน

สองยักษ์ใหญ่ บาร์เซโลน่า และ รีล มาดริด คอบอลจงรู้ไว้ว่ามันไม่ใช่แค่เกมยักษ์ชนยักษ์เหมือน ลิเวอร์พูล เจอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เรื่องมันมากกว่าศักดิ์ศรี แต่มันหมายถึงเชื้อชาติ การเมือง วัฒนธรรม ประเพณี ภาษา และปัญหาขัดแย้งระหว่างสองสีเสื้อการเมืองในสเปน

มันเริ่มจากใน ปี 1928 สเปนได้เริ่มแข่งขันฟุตบอลอย่างเป็นทางการครั้งแรกและก็เป็นบาร์เซโลน่าที่คว้าแชมป์ไป ช่วงนั้นเป็น บาร์ซ่า และ บิลเบา ที่พลัดกันคว้าแชมป์ จวบจนอีกสิบกว่าปีต่อมา ที่สเปนได้เข้าสู่ยุคของเผด็จการ จอมพลฟรังโก ที่พยายามลดบทบาทของกษัตริย์ลง (ถึงขั้นถอดออกในที่สุด) และสร้างฐานอำนาจโดยอาศัยกีฬาเป็นเครื่องมือ

บาร์เซโลน่าเป็นทีมของแคว้นคาตาโลเนียอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศสเปน ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นกับดินแดนส่วนอื่นๆ ของสเปนมากนัก พวกเขาเรียกตัวเองว่า ชาวคาตาลันซึ่งมีภาษาของตนเอง (เหมือนอีกแคว้นคือบาสก์) พวกเขามีวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่แปลกแยกและต้องการเขตปกครองตนเอง

ยุคเรืองอำนาจของนายพลฟรานซิสโก้ ฟรังโก้ จอมเผด็จการของสเปน ทีมบาร์เซโลน่าถูกนายพลฟรังโก้จ้องทำลาย ภายใต้นโยบาย “สเปนหนึ่งเดียว” คือการพยายามรวมหลายแคว้นให้หลายเป็นสเปนเดียว นโยบายนี้เลวร้ายเพราะนำหน้าด้วยการการละเมิดสิทธิต่างๆ เช่น การห้ามพูดภาษาท้องถิ่นและห้ามใช้ธงประจำแคว้น

ปี 1936 โจเซป ซูโยล ประธานสโมสรของบาร์เซโลน่าในขณะนั้น ถูก ลูกสมุนในกองทัพของนายพลฟรังโก้ลอบสังหาร นั่นเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้แฟนฟุตบอลสะเทือนใจเป็นอย่างมาก ต่อมานายพลฟรังโก้ได้แต่งตั้งคนใกล้ชิดเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานสโมสร โดยมีเจตนาที่จะทำลายสโมสรฟุตบอลท้องถิ่นแห่งนี้จนเกิดการต่อต้านอย่างรุนแรง

สุดท้าย ท่านผู้นำจึงใช้วิธีสร้างสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเมืองหลวงอย่าง "รีล มาดริด" มาเป็นทีมฟุตบอลที่รัฐบาลเผด็จการชุดนั้นสนับสนุน ทีมเผด็จการกับทีมท้องถิ่นแห่งคาตาโลเนียอย่าง "บาร์เซโลน่า" จึงกลายเป็นคู่อาฆาตกันนับตั้งแต่ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นต้นมา

ยุคสมัยของนายพลฟรังโก้ ได้พยายามที่จะเชิดชูทีมจากเมืองหลวงเพื่อจะเป็นสัญลักษณ์ ในการประชาสัมพันธ์นโยบาย “สเปนหนึ่งเดียว” แต่การดำเนินนโยบายนั้นไม่ยุติธรรมอย่างมาก (เริ่มจริงๆคนกรุงชอบแอตเลติโก มาดริด มากกว่า) ต่อมา รีล มาดริดได้มีผู้นำที่ชื่อซานติอาโก้ เบอร์นาบิว (ชื่อสนามตอนนี้) ในปี1945  นายพลฟรังโก้กับประธานในตำนานคนนี้เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ในสมัยสงครามกลางเมืองสเปน

เรื่องโกงที่สุดของทีมชุดขาวคือกรณีของ การเจรจาคว้าตัวอัลเฟรโด ดิ สเตฟาโน่ ที่ไปตบเขามา ทั้งๆที่ ดิ สเตฟาโน่เซ็นสัญญากับบาร์เซโลน่าเรียบร้อย และฟีฟ่าได้อนุมัติการย้ายทีมแล้ว อย่างไรก็ตามสหพันธ์ฟุตบอลสเปนในการควบคุมของนายพลฟรังโก้ไม่ยอมรับการย้ายทีมดังกล่าว ก่อนจะส่งตัวให้รีล มาดริด (คอบอลคงรู้ว่าเขาได้สร้างความสำเร็จมากมายให้มาดริดขนาดไหน)

นายพลฟรังโก้ ได้พยายามกดขี่ข่มเหงแคว้นที่ไม่ให้ความร่วมมือและแคว้นที่ยังให้ความสำคัญกับภาษา วัฒนธรรม สัญลักษณ์ของแต่ละแคว้น ทีมบาร์เซโลน่านั้นถูกบังคับให้เปลี่ยนชื่อสโมสรจาก Futbal Club Barcelona เป็น Spanish Club de Futbal Barcelona ทำให้แฟนบอลชาวกาตาลันก็ต้องจำยอมเพราะมิฉะนั้นอาจจะถูกยุบสโมสร  

ความรุนแรงมันเริ่มคลี่คลาย เมื่อปลายสมัยฟรังโก้ที่เขาเริ่มอ่อนแรง การต่อสู้จบลงด้วยสิ้นลมหายใจของนายพลฟรังโก้ - การอัญเชิญกษัตริย์ฮวน คาร์ลอส ขึ้นครองราชย์ และเริ่มนโยบายสมานฉันท์

อย่างไรก็ตาม มันยังมีสิ่งที่ค้างคาในใจประชาชนที่แบ่งฝ่ายชัดเจน

ในช่วง 20 ปีก่อน แฟนบอลสเปนมักจะมองนักเตะเชื้อสายคาตาลันจากสโมสรบาร์เซโลน่าด้วยความรู้สึกไม่ค่อยอยากจะเชียร์ และมักจะตั้งแง่ตั้งงอนว่านักฟุตบอลเหล่านั้นไม่ยอมทุ่มเทให้กับทีมชาติสเปนเท่าที่พวกเขาทุ่มเทให้กับสโมสรบาร์เซโลน่า

สโมสรบาร์เซโลน่าเองก็เถอะ จนถึงทุกวันนี้พวกเขายังมีธงชาติคาตาลันผืนใหญ่ยักษ์ปกคลุมอยู่ ด้วยสถานะดังกล่าว ผู้เล่นจากคาตาลันหลายคนจึงถูกกล่าวหาในความล้มเหลวที่เกิดขึ้นในระดับนานาชาติของทีมชาติสเปน หลายๆครั้งก็ถูกเมินจากทีมชาติเสียดื้อๆ

อย่างไรก็ตาม นโยบายปรองดองของรัฐบาลฝ่ายซ้ายภายใต้การสนับสนุนของสถาบันกษัตริย์สเปน ทำให้ทุกๆอย่างดีขึ้นเรื่อยๆ แคว้นท้องถิ่นได้รับการอนุญาติให้มีธง มีภาษา และมีกฎหมายปกครองตัวเอง  (ทีมบาร์ซ่าพวกเขาได้เปลี่ยนชื่อคืนในยุคนี้)

แฟนๆทีมชาติสเปนจากที่เคยโห่ใส่ผู้เล่นจากสโมสรอื่นๆนอกจาก รีล มาดริด ในอดีต ปัจจุบันพวกเขาไว้ใจให้นักเตะจากสโมสรท้องถิ่นเป็นแกนหลักครั้งแรกในรอบหลายสิบปี (ไม่รู้เรื่องนี้หรือเปล่าที่ทำให้ ราอูล ไม่ติดทีม) 

ในฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้ ที่พวกเขาสามารถเข้าถึงนัดชิงได้ เพราะแกนหลักคือ กลุ่มผู้เล่นเชื้อสายคาตาลัน เช่น ชาบี เฮอร์นานเดซ, เชส ฟาเบรกาส, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, การ์เลส ปูโยล และ เคราร์ด ปิเก้

เห็นว่ากรณีนี้เป็นกรณีศึกษาชัดเจน ว่าการเมืองกับกีฬา บางสิ่งก็แยกกันไม่ออกเอาเลยทีเดียว

แต่การแบ่งเขา แบ่งเรา ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นทั้งนั้น การปรองดองและสามัคคีต่างหากที่จะนำพาชัยชนะมาสู่ทีม เคาะห์ดีที่สเปนมีสถาบันกษัตริย์ที่น่านับถือ และมีรัฐบาลที่ดีขึ้นเรื่อยๆนับแต่ยุคเผด็จการของจอมพล ฟรังโก้ จนสามารถทำให้ประชาชนที่แยกเป็นหลายฝ่ายแม้กระทั่งการเชียร์กีฬาหันหน้ามาสามัคคีกันได้

การได้เข้าชิงแชมป์โลกของพวกเขาถือเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งของนโยบายปรองดองที่เริ่มต้นเมื่อ 30 กว่าปีก่อน

ผมดูแล้วก็อดนึกถึงประเทศไทยไม่ได้ พวกเราก็มีอะไรคล้ายๆกับสเปน มีสถาบันกษัตริย์เป็นที่เคารพสูงสุดเหมือนกัน และมีรัฐบาลที่กำลังพยายามจะสร้างความปรองดองให้ประชาชนเหมือนกัน พวกเขาสำเร็จไปแล้ว แต่ประเทศไทยกำลังเพิ่งเริ่มต้นเดินหน้า

ดังนั้นหวังว่า 30 กว่าปีข้างหน้า พวกเราจะได้ไปบอลโลก (ขอแค่ได้ไปนะไม่ต้องเข้าชิงหรอก ฮ่า ฮ่า - จบข่าว) 

Create Date : 09 กรกฎาคม 2553
Last Update : 9 กรกฎาคม 2553 0:05:53 น. 0 comments
Counter : 146 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

boyberm
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




boyberm
Friends' blogs
[Add boyberm's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.