My Obsessions
Group Blog
 
All blogs
 

เมื่อ Heartbreaker มาเจอรักแท้ - ตอนที่ 01

“เอาน่า เนลลี่ ถือว่าช่วยผมหน่อย ลูกค้ารายใหญ่เชียวนะนั่น” ผู้จัดการวัยกลางคนรูปร่างผอมลีบเดินตามพนักงานวัยสามสิบกว่าๆอย่างเกรงอกเกรงใจ “คุณจอนสันเค้าเสนอคอมมิสชั่นให้ 6% เชียวนะ”

“ก็บอกเป็นครั้งที่สิบแล้ว ว่าไม่ไป ต่อให้เพิ่มคอมมิสชั่นให้เป็น 50% ก็ไม่ไป” เนลลี่ แมคเคนนี สาวผมแดงสูงโปร่งเดินก้าวยาวๆนำหน้าผู้จักการของเธอไปโดยที่ไม่สนใจว่าเขาจะตามทันหรือไม่ พร้อมทั้งปฏิเสธอย่างหนักแน่น “นายบ้ากามนั่นลวนลามฉัน ไม่เรียกตำรวจจับก็ถือว่าเห็นแก่หน้าคุณมากแล้ว เห็นว่าเป็นลูกค้ารายใหญ่ ฉันไม่มีทางกลับไปที่บ้านเขา ไม่ใช่สิ บ้านอดีตเมียน้อยของเขาอีกแน่ๆ”

“นี่ผมเป็นผู้จัดการคุณนะ บอกให้ไปก็ต้องไปสิ” แมททิว ผู้จัดการคนนั้นกล่าวสั่งไม่เต็มเสียง ยังเกรงใจลูกน้องฝีมือเอกอยู่มาก แต่ถ้าเธอไม่ไป งานนี้ชวดแน่ๆ

“เป็นผู้จัดการก็ต้องดูแลลูกน้อง นี่อะไร รู้ว่าอีตาจอนสันนั่นมันบ้ากามคุณยังส่งฉันไปให้มันลวนลาม ส่งคนอื่นไปสิ นายโจก็ได้ นายนี่ก็ขายบ้านเป็น ทำไมต้องให้ฉันไปด้วย” เนลลี่พูดอย่างมีน้ำโห ยังรู้สึกโกรธไม่หาย

“ก็ เค้าย้ำมาว่าอยากให้คุณเป็นนายหน้าให้เขา” แมททิวพูดเสียงอ่อย “คุณเป็นนายหน้าซื้อขายบ้านที่ดีที่สุดในทีมของผมนะ แล้วคุณจอนสันเค้าก็เป็นลูกค้ารายใหญ่ของเราเสียด้วย เค้าซื้อขายบ้านทีไรก็มาใช้บริการของเรา ครั้งนี้เค้าขอให้คุณไปเป็นนายหน้าให้ ถ้าคุณไม่ไป เราอาจจะเสียลูกค้านะ”

“ไม่” เนลลี่ไม่ยอมใจอ่อน

“ขอร้องล่ะ” ถ้าคุกเข้าได้ เขาคงลงไปคุกเข่าแล้ว เนลลี่มองด้วยแววตากึ่งสงสาร แต่ก็ยังคงไม่ยอมตกลง

“ไม่ไป และขอแนะนำคุณด้วยว่า อย่าส่งนายหน้าสาวๆไปให้นายคนนี้อีก จะโดนลวนลามเอาเปล่าๆ ส่งผู้ชายไปโน่น จะปลอดภัยกว่า” เนลลี่ตัดบทพร้อมเดินบ่นพึมพัมอะไรอยู่คนเดียวไปที่ห้องครัว

ในขณะที่เนลลี่ทะเลาะกับผู้จัดการอยู่นั้น เธอไม่ได้รู้เลยว่า มีใครคนหนึ่งได้ยินเหตุการณ์เกือบทั้งหมด เท็ด ผู้จัดการเขต จะลุกขึ้นมาปิดประตู แต่เขาห้ามเอาไว้ “ใครน่ะ?” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆขรึมๆสีหน้าไม่แสดงอารมณ์ใดๆ

“เนลลี่ แมคเคนนี เป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ของเราคนหนึ่งครับท่าน” ถึงแม้ว่าผู้ที่นั่งอยู่ตรงหน้าจะอายุน้อยกว่าหลายปี แต่เท็ดตอบด้วยน้ำเสียงที่แสดงความเกรงใจเต็มเปี่ยม “คือเธอค่อนข้างเป็นคนโผงผางน่ะครับ”

“แล้วมันเกิดอะไรขึ้นล่ะ ทำไมเธอถึงปฏิเสธไม่ยอมเป็นนายหน้าให้ลูกค้า?” เขาถามด้วยความประหลาดใจ

“อันนี้ผมก็ยังไม่ทราบครับ แต่เดี๋ยวผมจะเรียกผู้จัดการของเธอมาถาม” เท็ดกล่าวจบก็ลุกขึ้น ชะโงกหน้าออกไปเรียกแมททิวเข้ามาซักถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น

“คือว่า คุณเดวิด จอนสัน เค้าต้องการที่จะขายบ้านหลังที่ซื้อให้ เอ้อ... แฟนเก่า” แมททิวตอบอ้ำๆอึ้งๆ “แล้วเขาขอมาว่าให้เนลลี่ไปดูบ้าน และทำเรื่องขายบ้านให้เขา แต่พอเนลลี่ไปแล้ว เขาพยายามที่จะพาเนลลี่ไปดูห้องต่างๆ แต่พอถึงห้องนอน เขา เอ้อ... ดึงตัวเนลลี่เข้ามาจูบ เนลลี่ตกใจเลตีเข่าเข้าให้ที่กล่องดวงใจแล้วรีบหนีมา”

“อูย...” เท็ดเผลอครางออกมา แทบเจ็บแทน ขนาดชายหนุ่มรูปงามมาดขรึมที่นั่งฟังเรื่องราวทั้งหมดยังเผลอขมวดคิ้ว แค่นึกก็แทบจะเจ๊บไปด้วยแล้ว

แมททิวพยักหน้า เห็นด้วยเงียบๆกับทั้งสองคนว่านายจอนสันน่าจะจุก “แต่คุณจอนสันบอกว่าจะไม่โกรธ แถมยังจะเพิ่มค่านายหน้าให้อีกด้วย ถ้าเนลลี่ยอมไปหาเขา”

“โดนไปขนาดนี้ยังยืนยันจะให้เธอเป็นนายหน้า เธอเก่งมากเหรอ?” เขาถามด้วยความสนใจ

เท็ดกับแมททิวมองหน้ากับแว้บหนึ่ง ก่อนที่จะบอกว่า “ครับท่าน เธอเป็นหนึ่งในนายหน้าที่ดีที่สุดของเรา” แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เท็ดและแมททิวค่อนข้างมั่นใจว่า สิ่งที่นายเดวิด จอนสันต้องการนั้น ไม่ใช่ความสามารถของเธออย่างแน่นอน

“งั้นก็ดีแล้ว” ชายหนุ่มมากเข้มกล่าว “ให้เธอนี่แหล่ะ มาเป็นนายหน้าให้ผม”

เท็ดปละแมททิวมองหน้ากันอีกครั้ง เขาทั้งสองรู้นิสัยของเนลลี่ดี ว่าเป็นคนไม่ค่อยจะยอมใคร แล้วชายหนุ่มคนนี้ เขาทั้งสองก็เคยได้ยินกิตติศัพท์มาบ้างเหมือนกัน เขาเป็นดีไซเนอร์ชื่อดังที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีแบรนด์ของเขาก็โด่งดังไปทั่วยุโรปและเข้ามาตีตลาดที่อเมริกาในที่สุด และนอกจากนี้ เขายังได้ชื่อว่าเป็นนักธุรกิจที่ค่อนข้างเฮี้ยบเอาการทีเดียว แข็งกับแข็งมาเจอกันก็บรรลัยเท่านั้นเอง ด้วยความที่กลัวจะเสียลูกค้าเท็ดจึงพยายามโน้มน้าว ว่าเขามีพนักงานคนอื่นที่เก่งพอๆหรืออาจจะเก่งกว่าเนลลี่ แต่ชายหนุ่มยืนยันในสิ่งที่ตนนั้นได้ตัดสินใจ เขาพูดเสียงเข้มอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “ผมต้องการให้เธอมาเป็นนายหน้าซื้อบ้านให้ผม” เท่านั้นแหล่ะ ทั้งผู้จัดการเขต และผู้จัดการทีมพยักหน้ารับคำกันหงึกหงักเท็ดรีบให้แมททิวออกไปเรียกตัวเนลลี่มาโดยไว

“มีอะไรคะผู้จัดการ?” เจ้าของเสียงตวาดแจ้วๆเมื่อครู่ชะโงกหน้าเข้ามาในห้องออฟฟิซของผู้จัดการเขต ไม่ทันได้สังเกตว่ามีใครอยู่ในห้องบ้าง

“เนลลี่” เท็ดรีบเรียกเธอเข้ามาในห้องเพื่อที่จะแนะนำลูกค้าคนสำคัญคนใหม่ให้เธอรู้จัก ขายหนุ่มที่นั่งนิ่งอยู่ในห้อง ลุกขึ้นยืนให้เกรียติแก่สตรีผมยาวหยิกเป็นลอนสีแดงเพลิงรูปร่างสูงโปร่งที่เพิ่งเดินเข้ามา เขายื่นมือให้เธอจับเป็นการทักทาย เนลลี่ยิ้มให้พร้อมสัมผัสมือทักทายตามมารยาท ทันทีที่พอลได้เห็นเธอชัดๆ เขาก็รับรู้ทันทีว่าทำไมนายเดวิด จอนสันถึงต้องการตัวเธอ เขาเองก็ทำงานกับดาราและนางแบบมากมาย เห็นผู้หญิงสวยๆมาก็มาก แต่ก็ต้องยอมรับว่าผู้หญิงคนนี้มีเสน่ห์ สะดุดตา ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อ รับกับฟันที่ขาวสะอาดเรียงรายเป็นระเบียบ แก้มใสเปล่งปลั่งมีกระเล็กน้อยที่สันจมูกและโหนกแก้มพอน่าเอ็นดู แต่ที่เด่นชัดที่สุดคือดวงตากลมโตสีฟ้าเข้มที่ฉายประกายแห่งความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม “นี่คุณ พอล แมคอินทอช คุณพอลท่านต้องการซื้อบ้านสักสี่ห้าหลังให้กับพนักงานของท่านที่กำลังจะย้ายมาอยู่ที่ฮุสตัน อยากให้คุณช่วยเลือกบ้านให้ท่านหน่อย”

“มันไม่ใช่เขตของดิฉันนี่คะ” เนลลี่ปฏิเสธทันทีที่รู้ว่าลูกค้าที่ผู้จัดการของเธอสุดแสนจะเกรงใจนั้นต้องการส่วนใหนของเมืองฮุสตัน

“เมื่อก่อนไม่ใช่ แต่ตอนนี้ใช่” เท็ด ผู้จัดการเขตยืนยันเสียงแข็งพร้อมยื่นเอกสารให้เธอ เนลลี่รับไปอย่างเสียไม่ได้ ไม่ชอบเลยพวกที่ชอบเบ่งไม่รู้ใหญ่โตมาจากไหน

“กรุณาตามมาที่ห้องทำงานของดิฉันด้วยค่ะ คุณแมคอินทอช” เนลลี่แทบจะต้องเงยหน้าคุยกับชายหนุ่ม เธอสูงถึง 175 เซนติเมตร แต่ก็ยังสูงแค่บ่าของเขาเท่านั้นเอง

“เรียกผมว่าพอลเฉยๆก็ได้” พอลเดินตามเธอไปที่ห้องทำงานของเธอ แอบพิจารณาสัดส่วนด้านหลังของเธอไปด้วย รูปร่างของเธอได้ส่วนทรวจทรงเหมือนนาฬิกาทราย เอวคอดสะโพกกลมมน ท่วงท่าการเดินที่มั่นใจ แอบขัดใจเล็กน้อยก็ตรงที่การแต่งตัวของเธอ แหมมันช่างแสนจะเชย! เบื้องหลังของทั้งคู่ เท็ดมองตามด้วยความเป็นห่วง พอล ขึ้นชื่อว่าเป็นเสือผู้หญิงคนหนึ่งทีเดียว แล้วเนลลี่ ค่อนข้างถือตัวซะด้วย ถ้าพอลเกิดพยายามที่จะเข้าหาเนลลี่ขึ้นมาล่ะก็ เขาต้องเสียลูกค้าอีกแน่นอน

“เชิญนั่งค่ะ” เนลลี่เดินไปประจำที่เก้าอี้ของตัวก่อนที่จะผายมือไปที่เก้าอี้ตัวตรงข้าม พอลรอให้เธอนั่งลงก่อน ก่อนที่จะนั่งลงบ้าง เนลลี่ค้นหาข้อมูลในคอมพิวเตอร์ไปเรื่อยๆก็ซักถามเขาไปเรื่อยๆเกี่ยวกับบ้านที่เขาต้องการ

“ผมมีพนักงานที่จะเดินทางมาจากนิวยอร์คจำนวนหกคน กลุ่มนี้จะมาเป็นชุดแรกเพื่อที่จะช่วยผมเปิดสำนักงานหานางแบบที่นี่ ผมต้องการที่พักให้กับพนักงานของผม และคอนโดมิเนียมอีกหนึ่งหลังสำหรับตัวผมเอง”

“คุณจะย้ายมาอยู่ที่ฮุสตันหรือคะ” เนลลี่ชวนคุยพร้อมกับจดไปด้วย

“ไม่ได้อยู่ถาวรหรอก คงไปๆมาๆ ผมเดินทางบ่อยแต่ผมไม่ชอบอยู่โรงแรมนานๆ” พอลตอบพร้องกับแอบมองเธอไปด้วย ยามเธอกระพริบตาขนตายาวเป็นแพเหมือนผีเสื้อกระพือปีกทรวงอกได้รูปสะท้อนขึ้นลงเวลาที่เธอหายใจ ทุกท่วงท่าของเธอมันชวนมองอย่างประหลาด มิน่า นายจอนสันอะไรนั่นถึงได้ปรารถนาเธอนัก นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเคยชินเสียแล้วกับผู้หญิงสวยๆ เขาเองก็อาจจะเผลอมาหลงไหลได้ปลื้มกับเธอเข้าเหมือนกัน

“มีอะไรที่ต้องการเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ?” เนลลี่แอบเห็นว่าเขาแอบมองเธออยู่เหมือนกัน จะว่าชินก็ชิน ลูกค้าทั้งหนุ่มทั้งแก่บางทีก็ชอบมาลวนลามเธอทางสายตา ทั้งๆที่เธอก็ว่าแธอแต่งตัวมิดชิดไม่หวือหวายั่วยวนแล้วแท้ๆ

“นี่คุณรู้มั้ย คุณน่ะเป็นคนที่หุ่นดีมากๆนะ ถ้ารู้จักแต่งตัวให้เป็นคุณจะดูดีกว่านี้เยอะ” พอลพูดอย่างอดไม่ได้ เสียดายหุ่นสวยๆภายใต้เสื้อผ้าไม่เป็นทรงที่เธอสวมใส่

จบคำพูดของเขาทำเอาสาวเจ้าแทบจะอ้าปากค้างคางแทบชนโต๊ะ นึกว่าเขามองเพราะสนใจ “นี่คุณ ดิฉันถามถึงเรื่องคอนโดที่คุณจะอยู้ว่าคุณต้องการอะไรเป็นพิเศษไหม เป็นต้นว่าจำเพาะเจาะจงว่าต้องมีกี่ห้องนอนกี่ห้องน้ำ ต้องการตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ไหม หรือต้องการให้มีอ่างจากุซี่หรือเปล่า ไม่ได้ให้คุณมาวิจารณ์เรื่องการแต่งตัวของดิฉัน” เนลลี่โพล่งออกมาอย่างเหลืออด นายคนนี้ถือดียังไงมาวิจารณ์เธอ

“คุณรู้ไหมว่าสาวๆกี่คนยอมเสียเงินตั้งเท่าใหร่ให้ผมวิจารณ์การแต่งตัวและให้เลือกเสื้อผ้าให้ นี่ผมกำลังจะแนะนำให้คุณฟรีๆเลยนะ เสื้อสีเทาหม่นๆเนี่ยคราวหลังใครเค้ายกให้คุณนะคุณขอบคุณเค้าแล้วบอกปฎิเสธไปเถอะ มันไม่เข้ากับคุณเลยจริงๆพาให้คนมองหดหู่ไปด้วย แล้วยังจะกระโปรงยาวกรอมข้อเท้านี่อีก รองเท้าก็ไม่มีส้น” โอยเห็นคนสวยๆแต่งตัวเชยๆแล้วมันหงุดหงิดหัวใจจริงๆ

เนลลี่โกรธจนควันแทบออกหู ท่องคำว่าลูกค้าคือพระเจ้าในสมองไม่รู้เที่ยวที่เท่าไหร่แล้ว ได้แต่สะกดใจไว้ เพราะเพิ่งมีเรื่องกะลูกค้าคนสำคัญคนหนึ่งมาหยกๆ เนลลี่ชักสงสัยว่านายคนนี้เป็นใคร หน้าคุ้นอยู่ แต่เธอจำไม่ได้ แต่ท่าทางที่ผู้จัดการของเธอดูจะเกรงใจเขามาก ไม่ดีแน่ถ้ามีเรื่องกับลูกค้าคนสำคัญอีกคน ถึงเธอจะไม่แคร์ว่าใครจะคิดอะไรยังไงก็เถอะ แต่เศรฐกิจแบบนี้เธอยังไม่อยากออกไปเตะฝุ่น ลูกค้าคือพระเจ้า ท่องไว้ๆตอนนี้ไม่ใช่เรื่องที่ว่าเขาเป็นใครหรือเธอแต่งตัวอย่างไร งานสำคัญกว่าเธอเลยตัดบท “เอาไว้ถ้าดิฉันต้องการคำแนะนำด้านเสื้อผ้า ดิฉันจะใช้บริการของคุณ แต่ตอนนี้ กลับเข้าเรื่องบ้านที่คุณจะซื้อได้ไหมคะ?”

พอลสูดหายใจเข้าเต็มปอด ไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ที่เธอแสดงออกอย่างเห็นได้ชัดว่าไม่ต้องการคำแนะนำจากเขา ก็ดี ไม่ให้สนก็ไม่สน จริงๆเขาไม่ได้คิดจะสนใจเธออยู่แล้วก็แค่แนะนำด้วยความหวังดีแท้ๆ ช่างเถอะตอนนี้ก็แค่อยากได้คนหาบ้านเก่งๆก็พอ พอลบอกเสป็คของบ้านที่เขาต้องการ แต่นั่งคุยกันได้ไม่ทันถึงห้านาทีพอลก็มีเรื่องหงุดหงิดอีกแล้ว "ไปคุยกันที่อื่นเถอะ ออฟฟิซคุณเล็กกว่าตู้เสื้อผ้าที่คอนโดผมอีก นั่งแล้วอึดอัด"

เนลลี่แทบจะกรอกตาไปมา นายคนนี้นี่นรกส่งมาทดสอบความอดทนของเธอหรือไงนะ "แล้วคุณจะให้ไปคุยที่ไหนล่ะคะ" เธอทำเสียงอ่อนเสียงหวาน ประชด

"ไปทานข้าวเย็นกันเถอะ"

เนลลี่นั่งเอนหลังพิงเก้าอี้และจ้องเขาอย่างพิจารณา จนพอลชักรู้สึกแปลกๆ พยายามคิดว่าเคยมีครั้งไหนไหมนะที่เขาชวนใครออกไปทานข้าวแล้วได้สายตาไม่ไว้วางใจกลับมาแบบนี้ "คุณพอลแมคอินทอช" เธอกล่าวขึ้นเสียงเย็น "ดิฉันหวังว่าคุณคงไม่คิดว่าดิฉันจะยอมทำทุกอย่างเพื่อคอมมิชั่นหรอกนะ"

พอลเลยตอบกลับด้วยเสียงเย็นบ้างในท่าทีเอนหลังพิงพนักเก้าอี้เหมือนกันว่า "คุณเนลลี่แมคเคนนี่ คุณคงไม่คิดว่าผมกำลังจะพาคุณออดเดทหรอกนะ"

"คุณเพิ่งจะชวนดิฉันไปทานข้าว" เนลลี่ชักหน้าแดง ทั้งเขินที่เขาคิดว่าเธอคิดเข้าข้างตัวเองแล้วก็ชักโมโห

"ก็ชวนเฉยๆเพราะว่าผมหิวข้าว แล้วเราก็คุยเรื่องงานไปด้วย คุณไม่เคยคุยเรื่องงานบนโต๊ะอาหารหรือไง" พอลเถียงกลับ

"ก็นี่มันเพิ่งจะบ่ายสี่โมง"

"เวลาอาหารกลางวันของ L.A พอดี"

"คุณชวนดิฉันไปดินเนอร์ ไม่ได้บอกว่าไปทานอาหารกลางวัน" เนลลี่ไม่ยอมแพ้

"สรุปว่ามันจะกี่โมงก็ช่าง ผมหิว จะไปไม่ไป? นี่ผมเป็นลูกค้าคุณนะ หรือจะให้ผมใช้เอเย่นคนอื่น" พอลขู่ แต่พอพูดไปแล้วก็รู้สึกผิดวิธีนี้เขาเองก็ไม่ชอบเลย ก็ไม่เข้าใจทำไมจะต้องไปข่มขู่เธอด้วย แต่เธอก็ไม่ยอมตามใจเขาง่ายๆเองนี่นา แล้วมันก็เป็นคำพูดติดปากเขาไปแล้วด้วย พนักงานของเขาจะรู้ดีว่าถ้าทำงานที่เขาสั่งไม่ได้เขามักจะพูดว่าถ้าทำไม่ได้ให้ออกไปจะได้เปิดโอกาสให้คนที่ทำได้เข้ามาแทน ถึงเธอไม่ใช่พนักงานของเขาแต่ตอนนี้เธอก็ทำงานให้เขาอยู่นี่นา พอลหาความชอบธรรมให้กับตัวเองจะได้ไม่รู้สึกผิดมากมายที่ขู่เธอไปเมื่อครู่

เนลลี่สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด อยากจะบอกว่าให้เขาไปหาเอเย่นคนใหม่เถอะ คนเอาแต่ใจตัวเองอย่างไร้เหตุผลแบบนี่เธอคงทำงานด้วยไม่ได้ แต่ก็หวลคิดไปถึงลูกค้าคนก่อนที่เธอเองก็เพิ่งมีปัญหามา ก็ได้แต่ข่มใจตัวเองว่างานหายากนะเนลลี่เอ๋ย ทนไว้ๆ "ก็ได้ค่ะ งั้นดิฉันขอตัวก่อน ต้องไปบอกหัวหน้าว่าจะออกไปข้างนอกกับลูกค้า"

"คุณจะกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวผมให้รถไปรับที่บ้านคุณ"

กำลังจะเดินพ้นห้องไปแล้วเชียวเนลลี่อดไม่ได้หันขวับมาแสดงอาการไม่พอใจอย่างข่มไม่อยู่จริงๆ "ถ้าจะไปก็ไปชุดนี้ คุณสั่งดิฉันเรื่องงานได้ แต่เรื่องส่วนตัวคุณไม่มีสิทธิ์"

"ผมชวนคุณไปทานข้าวนะไม่ได้ชวนไปโบสถ์"

"จะทานข้าวหรือจะไปโบสถ์ดิฉันก็ยืนยันว่าจะไปแบบนี้ ถ้าคุณไม่พอใจงั้นก็ไม่ต้องไป แล้วถ้าคุณเป็นโรคกลัวที่แคบดิฉันจะไปขอให้ผู้จัดการเปิดห้องประชุม เราไปคุยกันที่นั่นก็ได้ แล้วถ้าคุณยังไม่พอใจอีกดิฉันก็ขอบอกว่าเสียใจถ้าคุณต้องไปหาเอเย่นคนอื่น ดิฉันทำดีที่สุดแล้ว" เนลลี่กล่าวเสียงแข็งและจ้องหน้าเขาอย่างไม่เกรงกลัว นี่เธอคงไม่รู้จริงๆว่าเขาเป็นใคร เขาก็ว่าเขามีชื่อเสียงพอสมควรนี่นา

"ผมไม่ได้เป็นโรคกลัวที่แคบ แต่ไม่ชอบที่แคบๆเพราะมันชวนอึดอัด ก็ได้ๆ ไปบอกผู้จัดการคุณว่าคุณจะออกไปข้างนอก" พอลยอมแพ้ เนลลี่จึงเดินไปบอกเท็ดว่าจะออกไปคุยธุระกับพอลข้างนอก เท็ดค่อนข้างโล่งใจนึกว่าเนลลี่จะมาบอกว่าพอลปลดเธอออกจากการเป็นเอเย่นแล้ว ให้เท็ดหาคนใหม่ ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็ เขาอาจจะต้องยอมเสียเอเย่นคนเก่งเพื่อรักษาลูกค้า ระหว่างเดินกลับที่ห้องทำงานของเธอ เนลลี่แอบได้ยินเพื่อนร่วมงานสองคนคุยกันเกี๋ยวกับตัวเธอ เลยอดไม่ได้ที่จะหยุดฟัง

"ทำไมเนลลี่ถึงได้โชคดีแบบนี้นะ"

"เธอหมายความว่ายังไงว่าโชคดี" ไอ้จะแอบฟังเงียบๆเฉยๆมันไม่ใช่นิสัย เนลลี่เลยเข้าไปถามเสียให้รู้เรื่อง

"ก็เธอน่ะ ได้แต่ลูกค้ารายใหญ่ๆ คุณเดวิด จอนสันเอย คุณทอมฮอร์ตันเอย แล้วนี่มาคุณพอลแมคอินทอช ได้แต่ลูกค้ารายใหญ่ๆที่ไม่เกี่ยงราคาทั้งนั้น ส่วนพวกเราได้แต่ลูกค้ากระจอกๆ เพิ่งมีเงินซื้อบ้านหลังแรกมั่งล่ะ อยากจะขายบ้านให้ได้ราคาดีๆแต่บ้านอยู่ในทุ่งหมาเมินมั่งล่ะ ไม่ยุติธรรม"

"ยกเว้นคุณทอมฮอร์ตันนะที่เค้าเป็นลูกค้าที่ดีจริงๆ" เนลลี่กล่าว "แต่อีกสองคนที่เธอว่ามาน่ะ ไม่รู้เธอคิดว่าฉันโชคดีตรงไหน นายจอนสันนั่นพยายามที่จะลวนลามฉัน เธอช่วยบอกให้ฉันรู้สึกปลื้มทีสิว่าการโดนตาเฒ่าหังงูจูบเอาน่ะมันโชคดีที่ตรงไหน"

"ก็จริง โดนคนแก่หัวล้านพุงพลุ้ยอายุเกือบแปดสิบลวนลามอาจจะไม่โชคดี แต่ถ้าเป็นคนที่นั่งอยู่ในออฟฟิซเธอตอนนี้นะเนลลี่ ฉันจะยอมให้เค้าลวนลามวันละสองสามหน" เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งเอ่ย ส่วนอีกคนก็พยักหน้าเห็นด้วยเต็มที่

"แฟนเธอมาได้ยินเข้าคงชื่นใจ" เนลลี่ประชด "นายพอลแมคอินทอชเนี่ยแสนจะเรื่องมาก" เธอลากเสียง "จู้จี้จุกจิก ไม่รู้ใหญ่โตมาจากไหน" ปรกติเธอไม่เคยนินทาลูกค้านะ แต่คราวนี้อดไม่ได้จริงๆ

"อะไรกัน เธอไม่รู้เหรอว่าเค้าเป็นใคร?" เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งทำหน้าประหลาดใจ

เนลลี่ส่ายหัว "ชื่อคุ้น แต่ไม่แน่ใจว่ารู้จัก" เดือดร้อนถึงเพื่อนร่วมงานต้องบรรยายสรรพคุณ ว่าเขามีชื่อเสียงในวงการฮอลลิวู้ดเลยเชียวล่ะ แต่เป็นผู้อยู่เบื้อหลังมากกว่า หนังดังๆหลายเรื่องก็ได้บริษัทเขาสปอนเซอร์เรื่องเครื่องแต่งกาย แล้วตัวเขาเป็นดีไซเนอร์ที่มีชื่อเสียง แถวหน้าๆของวงการแฟชั่นเลยทีเดียว เนลลี่เพิ่งนึกออกว่าเขาเป็นใครเจ้าของยี่ห้อเสื้อผ้าแสนแพงนั่นเอง

"และที่สำคัญนะเธอ เขายังโสดและได้ชื่อว่าเป็นชายโสดยอดปรารถนาของสาวๆเชียวล่ะ โพลนี่เชือดเฉือนมากับ จอร์จคลูนี่เลยผลักกันแพ้ผลัดกันชนะอยู่ แต่สองคนนี้ก็พอกัน ตรงที่ควงใครไม่ค่อยทน" เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งกล่าวเพิ่มเติม "แต่ถึงรู้อย่างนั้นสาวๆก็ยอมเป็นคู่ควงให้เขานะ เห็นว่าเค้ามีความสามารถทำให้ผู้หญิงที่ขี้เหร่ที่สุดรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่สวยที่สุดขึ้นมาทีเดียว"

"เค้าเพิ่งจะทำให้ฉันรู้สึกว่าขี้เหร่มากที่สุดเมื่อกี้นี่เอง" เนลลี่เล่าให้เพื่อนร่วมงานฟังว่าพอลวิจารณ์การแต่งตัวของเธอว่าอย่างไรบ้าง และก็น่าเจ็บใจ เพื่อนร่วมงานดันเห็นดีไปกับเขาด้วยสิ เนลลี่เลยหงุดหงิด พูดโพล่งออกมาด้วยเสียงที่ค่อนข้างดังว่า "ไม่สนล่ะว่าเขาจะเป็นใคร สำหรับฉันเค้าก็แค่ลูกค้าที่แสนจะงี่เง่าคนหนึ่ง"

"จะไปกันได้หรือยัง?"

ไม่ต้องหันไปมองเนลลี่ก็รู้ว่าใคร คือเจ้าของประโยคคำถามนั้น เนลลี่ถลึงตาใส่เพื่อนๆที่หลบตากันเป็นพัลวัลว่าทำไมไม่ยอมบอกเธอว่านายงี่เง่ายืนอยู่ข้างหลัง "ขอโทษนะคะ ลืมไปว่าคุณรออยู่ ไปกันเถอะ"

"คราวหลังน่ะ ถ้าคุณคิดจะนินทาใครน่ะ น่าจะมองรอบๆสักหน่อยว่าเขาอยู่แถวนั้นหรือเปล่า นี่ผมรอคำขอโทษจากคุณอยู่นะ" พอลยืนนิ่งไม่ขยับ เพื่อนร่วมงานสองคนของเธอเอ่ยพึมพำว่าขอโทษเบาๆแต่เขารอคำขอโทษจากแม่สาวผมแดงขี้หงุดหงิดคนนี้มากกว่า

เนลลี่เงยหน้าขึ้นมองเขา ไม่อยากจะขอโทษเลยก็เธอพูดเรื่องจริงนี่ แต่เอาก็เอา "ขอโทษที่บอกว่าคุณคือลูกค้าที่งี่เง่าเอาแต่ใจ คราวหลังจะไม่พูดให้คุณได้ยินอีก" เธอกล่าวพลางเดินนำหน้าเขาเพื่อที่จะออกไปจากบริษัท ไม่อยากให้เพื่อนร่วมงานเดือดร้อนไปด้วยกับสิ่งที่เธอพูดไป

"คำขอโทษฟังดูจริงใจดีนะ" เขาเดินตามเธอออกมาพลางประชด จริงๆน่าจะโกรธเธอนะ เขาก็สงสัยตัวเองเหมือนกันว่าทำไมไม่โกรธเธออย่างที่ควรจะโกรธ เขาผายมือให้เธอขึ้นไปที่รถลีมูซียของเขาที่คนขับรถเปิดประตูรออยู่แล้ว

"เอาเป็นว่าดิฉันขอโทษและยอมรับว่าไม่พอใจในคำวิจารณ์ของคุณ ดิฉันเชื่อว่าคุณก็คงไม่ชอบถ้ามีใครมาวิจารณ์คุณว่าแต่งตัวได้..." ก่อนจะขึ้นรถเนลลี่เพิ่งมองเขาอย่างพิจารณาเป็นครั้งแรก แล้วก็พูดไม่ออก นายคนนี้ดูดีอย่างที่เพื่อนๆเธอว่าจริงๆด้วย

"ว่ายังไง?" พอลยืนกอดอกยิ้มกระหยิ่ม สังเกตเห็นว่าแก้มเธอเป็นสีแดงระเรื่อขึ้นมาก็อยากรู้เหมือนกันว่าเธอจะพูดอะไร

"ไปเถอะ" เนลลี่เลี่ยงไม่ตอบแต่เธอก้าวขึ้นรถไป ไม่อยากยอมรับหรอกว่าเค้าแต่งตัวดีมีระดับและดูดีมากทีเดียว

"คุณจะชมผมมั่งก็ได้นะ ไม่เสียหน้าเท่าไหร่หรอก" พอลก้าวตามขึ้นมานั่งข้างๆเธอ

"แค่นี้คุณก็หลงตัวเองจะแย่แล้วละมัง" เธอพึมพำมองไปนอกหน้าต่าง

"คุณว่าอะไรนะ?"

"ไม่มีอะไร รีบไปเถอะค่ะ คุณว่าหิวข้าวไม่ใช่เหรอ ดิฉันเตรียมสมุดโน้ตมาด้วย เดี๋ยวคุณทานไปพูดไปก็ได้ว่าต้องการคอนโดแบบไหนในย่านไหน" เนลลี่ตัดบทพลางก้มลงมองเอกสารที่ถือมาด้วย พยายามคุยเรื่องงานให้ได้มากที่สุด "แล้วพรุ่งนี้ หรือวันไหนถ้าคุณว่าง เราค่อยไปดูบ้านกันว่าถูกใจหลังไหน หรือถ้าคุณไม่ว่าง คุณให้ผู้ช่วยคุณติดต่อมาก็ได้นะคะ บ้านพวกนี้คุณซื้อไว้ให้พนักงานของคุณอยู่แล้ว คุณไม่จำเป็นต้องมาดูเองก็ได้มั้งคะ แต่คอนโดของคุณ อาจจะต้องให้คุณดูเองเพราะอยากให้แน่ใจว่าคุณชอบ" เนลลี่แอบหวังว่าถ้าเขามีผู้ช่วย เธออาจจะทำงานได้ง่ายกว่านี้

"ผมไม่มีผู้ช่วยหรอก" เขาตอบแหมือนรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไร "ผมไม่ชอบมีผู้ติดตาม แล้วอีกอย่าง ผมชอบทำอะไรๆด้วยตัวเอง อย่างน้อยก็ให้รู้ว่ากำลังต้องเผชิญหน้ากับอะไรบ้าง หลังจากนั้นจึงจะมอบหมายงานให้คนที่เหมาะสม ผมจะไปดูบ้านกับคุณนี่แหล่ะ สองสามหลัง ถ้าผมไว้ใจคุณว่าคุณสามารถทำที่เหลือได้โดยไม่ต้องมีผู้คุม ผมจะยกให้เป็นหน้าที่รับผิดชอบของคุณ ผมถึงได้เลือกให้คุณเป็นเอเย่น เพราะจากที่ได้ยินคุณแว้ดๆๆใส่หัวหน้าของคุณ ผมเดาเอาไว้ว่าคุณเป็นคนตรงและซื่อสัตย์ต่อหน้าที่การงาน แต่ก่อนถึงเวลานั้น คุณต้องติดต่องานกับผมนี่แหล่ะ"

ออกจะผิดหวังเล็กๆที่ต้องทำงานร่วมกับเขา แต่ก็แอบยินดีไม่ได้ที่เขาอาจจะไว้ใจให้เธอทำที่เหลือโดยที่เขาไม่ต้องมายุ่งกับเธอเลยเผลอยิ้มกว้างให้เขา พอลก็อดยิ้มตอบไม่ได้ เพิ่งเห็นรอยยิ้มกว้างแบบจริงใจจากเธอเป็นครั้งแรก เธอมีลักยิ้มด้วยแฮะ น่ารักดี และทันทีที่ความรู้สึกนั้นแว้บเข้ามาในสมองเขาก็ปล่อยมันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ก็ยอมรับล่ะว่าเขาเป็นคนค่อนข้างเจ้าชู้ แต่เขาก็ไม่ควงดะไปหมดทุกคนเสียเมื่อไหร่ ปรกติผู้หญิงคนไหนที่มีทีท่าว่าไม่เล่นด้วยเขาก็ถอยห่าง เพราะมันไม่สนุกนักหรอกทีทำให้ผู้หญิงหลงรักแล้วก็บอกลา แค่เท่าที่มีนี่ก็รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่ได้คิดจะจริงจังด้วยก็ทำให้เขาต้องปวดหัวเวลาบอกเลิกกับพวกคุณเธอทั้งหลายมากพอแล้ว

รถลีมูซีนพาทั้งสองมาที่ร้านอาหารหรูหราระดับห้าดาวแห่งหนึ่ง เนลลี่อดมองเสื้อผ้าที่ตัวเองใส่ไม่ได้ มันไม่เข้ากับความหรูหราของร้านเลยจริงๆนะ "ผมบอกแล้วให้คุณไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน ไม่ยอมเชื่อ" พอลเห็นสายตาของเธอก็อดไม่ได้

"ไม่นึกว่าคุณจะพามาร้านแบบนี้นี่"

"คุณคิดว่าผมจะพาคุณไปทานแฮมเบอร์เกอร์หรือไง?" เนลลี่ตวัดสายตามองเขาแบบไม่ค่อยจะพอใจ แต่ก็ไม่ได้เถียง ตอนนี้กังวลแต่ว่าจะเข้าไปดีไหมนะ หรือว่าจะลองขอให้เขาหาร้านอาหารที่ลดระดับลงมาหน่อยแถวๆนี้ดู "เข้าไปเถอะน่า มากับผม เค้าคงไม่ไล่คุณออกจากร้าน"

พอลเปิดประตูให้เนลลี่เดินเข้าไปก่อน แล้วเขาจึงตามเข้ามา พนักงานต้อนรับรีบมาต้อนรับทั้งคู่ พร้อมกับทักทายพอลด้วยอาการนอบน้อมแต่มองผู้หญิงที่มากับเขาด้วยสายตาแปลกๆ ไม่แต่เฉพาะพนักงานต้อนรับหรอกที่มองเธอแปลกๆ แม้กระทั่งพนักงานเสริฟหรือแขกในร้านก็มองเหมือนเธอเป็นตัวประหลาด นายคนนี้ต้องแกล้งเธอแน่ๆเลย เห็นเธอดื้อไม่ยอมกลับไม่เปลี่ยนชุดเลยพามาร้านหรูๆให้เธอขายหน้า ร้ายกาจจริงๆ




 

Create Date : 25 เมษายน 2553    
Last Update : 25 เมษายน 2553 12:26:09 น.
Counter : 44 Pageviews.  

เมื่อ Heartbreaker มาเจอรักแท้ (บทนำ)



เขา ชื่อ Paul Macintosh นักธุรกิจวัยกลางคนที่เริ่มต้นมาจากการเป็นดีไซน์เนอร์ ความสามารถของเขาและการบริหารที่ยอดเยี่ยมทำให้เขาขึ้นมาเดินอยู่แถวหน้าในวงการธุรกิจและวงการแฟชั่นภายในเวลาไม่กีปี นิสัยของเขาเป็นคนที่ค่อนข้างหยิ่ง ทะนง ไม่ค่อยมีใครกล้าขัดใจเขาหรอก

เพราะเขา เป็นผู้ชายที่ไม่เชื่อมั่นในความรัก เพราะความที่เป็นคนที่รวยมาก เขาค่อนข้างมั่นใจมาตลอดว่าผู้หญิงที่เข้ามาพัวพันในชีวิตนั้นไม่หวังอะไรนอกจากเงิน เขาจึงปิดใจไม่รักใคร และถ้าใครจะมาแสดงทีท่าว่ารักเขา เขาพร้อมที่จะเดินจากไปทันทีด้วยเหตุผลที่ว่า เขารู้ตัวดีว่าไม่มีความรักตอบแทนให้ เขาจึงไม่อยากให้ใครที่มาเผลอรักเขานั้นเจ็บมากไปกว่านี้ เขาจึงได้ฉายาว่า The Heartbreaker หักอกผู้หญิงมานับไม่ถ้วน แต่เขาก็ไม่รู้ตัวว่าเขาไปหลงรักแม่สาวผมสีเพลิงเจ้าอารมณ์คนนั้นเมื่อไหร่กัน รู้แต่ว่าเธอยิ่งแสดงทีท่าว่าไม่สนใจเขา เขายิ่งอยากเอาชนะ เผลอแผล็บดันแพ้ใจเธอซะได้ เสียชื่อ Heartbreaker หมด

เธอ ชื่อ Nellie McKenny เธอเป็นแม่หม้าย มีลูกสาวคนหนึ่งอายุราวๆ 12ปี ลูกสาวของเธอเกิดมาพร้อมโรคลิ้นหัวใจรั่ว เธอหย่ากับสามีเก่าเพราะเขามีผู้หญิงคนใหม่ แต่เธอสูญเสียสิทธิ์ในการดูแลลูกไปเพราะสามีเก่าของเธอเป็นหมอและมีฐานะที่มั่นคงกว่า เธอจึงค่อนข้างมีอคติกับผู้ชายมีฐานะอยู่พอสมควรเลยเชียว

เพราะเธอ เป็นคนที่เคยผิดหวังมากจากคนที่เธอเคยคิดว่ารักเค้าจนหมดใจ เธอจึงปิดกั้นหัวใจตัวเอง พร่ำบอกกับตัวเองอยู่ทุกวันว่าอย่าเผลอไปรักใครเข้าเชียว แล้วพอมาเจอกับเขาที่เธอว่าเป็นคนหลงตัวเองอย่างร้ายกาจ แถมเกลียดนักผู้ชายที่เห็นผู้หญิงเป็นเพียงของเล่น แต่ยิ่งถอยออกห่าง เขายิ่งเข้ามาใกล้ กว่าจะรู้ตัวเขาก็เข้ามานั่งเล่นนอนเล่นในหัวใจของเธอซะแล้วว้า

เธอและเขา จะต้องทำอย่างไรถึงจะยอมเข้าใจกันและกัน ก็หัวแข็ง ปากแข็งกันทั้งคู่ ต่างก็ไม่มีใครยอมใคร แล้วจะลงเอยกันยังไง??




 

Create Date : 23 เมษายน 2553    
Last Update : 24 เมษายน 2553 9:21:31 น.
Counter : 43 Pageviews.  


Love,Reba
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีค่ะ ข้อต้อนรับทุกท่านที่หลงเข้ามาอ่านเรื่องราวที่กำลังจะเขียน

ตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องราวความรักของจอนกับมาร์เลน่าที่ได้ดูมาจากละครกลางวันของอเมริการ เห็นว่าเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจดี แต่เชื่อว่าเรื่องราวความรักที่เค้าฉายกันมายี่สิบกว่าปีเนี่ย ไม่รักกันจริงคงทนดูไม่จบ เอาเป็นว่าเราดูแล้วมาเล่าให้อ่านนะ เผื่อจะสนใจ


Friends' blogs
[Add Love,Reba's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.