Group Blog
 
All Blogs
 
Bipolar : โรคจิต 2 อารมณ์ สุขเกินไป เศร้าเกินเหตุ

loadaraiLegends Shoe StoreLight Basketball ShoesLittle Kid ShoesLocal Shoe StoresLow Basketball ShoesLow ShoesMemphisto ShoesMen Shoe StoresMen SkechersMen Sport ShoesMen StoreMen WalkingMens Baseball Turf ShoesMens Basketball ShoeMens Brown SandalsMen ClarksMens Discount Dress ShoesMen Discount ShoesMen Fashion ShoesMens Kangaroos ShoesMens Leather SandalMens Saucony Running ShoesMens TevaMens Walking BootsMens WomenMephisto AltinaMephisto Boat ShoesMephisto Discount ShoesMephisto HannelMephisto LadinaMephisto MyrtaMephisto ZonderMesh Water ShoesMolded CleatsMorgan And Milo Kids ShoesMudd Casual ShoesMunro Discount ShoesName Brand Shoes For CheapNaot Mens ShoesNaot Shoes SaleNarrow Hiking BootsNaturalizer CarloNaturalizer Shoe StoresNaturalizer SneakersNaturalizer StoreNaturalizer StoresNaturalizer WomenNb 574New Balance 1003New Balance 4e


Bipolar : โรคจิต 2 อารมณ์ สุขเกินไป เศร้าเกินเหตุ



   ไบโพล่าร์ หรือโรคอารมณ์สองขั้ว (bipolar หรือ manic-depressive disorder) เป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่ง เกิดจากความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมอง ที่ทางการแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด ร่วมกับสองปัจจัยข้างเคียงที่กระตุ้นให้เกิดโรคได้ คือ ความเครียดและสภาวะแวดล้อม



   แม้สาเหตุหลักจะเป็นความผิดปกติทางกายภาพ แต่เพราะลักษณะอาการของผู้ป่วยที่แสดงออกทางอารมณ์ โรคนี้จึงจัดอยู่ในกลุ่มของอาการผิดปกติทางอารมณ์ (mood disorder) เหมือนกับโรคซึมเศร้า (depression) และโรคอารมณ์ดีผิดปกติ (mania) แต่ที่แตกต่างและน่าเป็นห่วงกว่าคือ ไบโพล่าร์สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้



   ขั้วที่หนึ่ง : อาการของโรคซึมเศร้า ผู้ป่วยจะมีความรู้สึกแง่ลบตลอดเวลา ท้อแท้ หดหู่ สลดใจ หมดความสนใจในกิจกรรมที่เคยชื่นชอบ มีอาการต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์ หากปล่อยทิ้งไว้จะทวีความรุนแรงจนถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย โรคนี้รักษาไม่ได้ด้วยตนเอง ต้องได้รับการบำบัดจากจิตแพทย์



   ขั้วที่สอง : อาการของโรคอารมณ์ดีผิดปกติ ผู้ป่วยโรคนี้จะมีความรู้สึกแง่บวกตลอดเวลา พูดมาก ชอบเข้าไปวุ่นวายกับคนอื่น มีพลังเหลือเฟือ ความคิดโลดแล่น อยากทำสิ่งต่างๆมากมาย บางรายอาจรู้สึกว่าตนเป็นผู้วิเศษ หรือมีความต้องการทางเพศสูง ความต้องการนอนหลับพักผ่อนน้อย และก้าวร้าวผิดปกติ เป็นต้น



   หากเอาอารมณ์ขั้วที่หนึ่ง คือซึมเศร้า มารวมกับอารมณ์ขั้วที่สองคือ อารมณ์ดีผิดปกติ จะหมายถึง โรคอารมณ์สองขั้วหรือไบโพล่าร์ อาการดังกล่าวอาจเกิดขึ้นเป็นช่วงๆ สลับกัน เช่น บางช่วงเศร้า บางช่วงร่าเริง และบางครั้งในช่วงเวลาเดียวกันก็อาจมีทั้งร่าเริงและเศร้าปนกันก็ได้



   โดยธรรมชาติของผู้ป่วยทางจิตเวช มักไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นโรค ผู้ป่วยไบโพล่าร์เองก็เช่นกัน ฉะนั้นคนที่จะบอกได้คือคนในครอบครัว หรือเพื่อนฝูง ซึ่งสิ่งที่จะบ่งชี้ว่าเข้าขั้นไบโพล่าร์หรือไม่นั้นคือ ผู้ป่วยต้องมีอาการทั้งซึมเศร้าและอารมณ์ดีผิดปกติสลับกันไป ต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์ และส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต ส่วนจะแสดงอาการขั้วไหนก่อนขึ้นอยู่กับสิ่งเร้าต่างๆ ทั้งความเครียด สถานการณ์ สิ่งแวดล้อม และหน้าที่การงาน เป็นต้น หากคนใกล้ตัวมีอาการดังนี้ ญาติหรือผู้ใกล้ชิดควรนำตัวมาพบจิตแพทย์โดยเร็ว



เมื่อไบโพล่าร์คุกคามชีวิต



   แม้ทุกช่วงจังหวะชีวิตคนจะต้องมีทั้งสุขและเศร้า แต่จังหวะการขึ้นลงของอารมณ์ในผู้ที่ ป่วยเป็นไบโพล่าร์ไม่ใช่เรื่องปกติ บางช่วงที่มีอาการของโรคซึมเศร้า ผู้ป่วยอาจถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับ ร้องไห้ง่าย เบื่อหน่ายชีวิต เก็บเนื้อเก็บตัว หงุดหงิด ก้าวร้าว โมโหง่ายอย่างไร้สาเหตุ ส่วนช่วงที่อารมณ์ดีผิดปกติ ผู้ป่วยก็อาจพูดมาก หัวเราะง่าย จุ้นจ้านวุ่นวาย ใช้เงินเปลือง ขยันขันแข็งเกินเหตุ ไม่หลับไม่นอน เกิดภาพหลอน หลงผิด หูแว่ว ไบโพล่าร์เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะ...




  • วัยรุ่นที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ซึ่งจะมีอารมณ์หุนหันพลันแล่น แปรปรวนง่าย เด็กบางคนอาจเที่ยวจัด ดื่มจัด มั่วเซ็กส์ หลายคนอาจมองว่าเป็นความคะนองหรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ความจริงแล้ว บางครั้งอาการเหล่านี้ก็บ่งชี้ว่าเป็นไบโพล่าร์ได้เหมือนกัน ควรได้รับการตรวจจากจิตแพทย์ว่าเป็นหรือไม่เพื่อรับการบำบัดต่อไป

  • วัยทำงาน ที่ต้องเผชิญความเครียดสูง ทั้งจากความรับผิดชอบในหน้าที่การงาน และการเอาตัวรอดในสังคม

  • ผู้ที่มีคนในครอบครัวป่วยเป็นไบโพล่าร์ ซึ่งจะมีโอกาสเกิดโรคสูงกว่าคนทั่วไปถึง 8 เท่า แต่อาการของโรคอาจไม่แสดงออกกับทุกคน คล้ายกับมีพาหะของโรคที่จะแสดงอาการต่อเมื่อได้รับแรงกระตุ้นจากเรื่องราวที่กระทบกระเทือนจิตใจมากๆ หรือแม้กระทั่งการนั่งสมาธิบ่อยๆ เพราะการทำสมาธินั้นจะไปทำให้สารสื่อประสาทและคลื่นความถี่ในสมองที่ผิดปกติอยู่แล้วเปลี่ยนแปลงไปมากกว่าเดิม

3 วิธีรับมือไบโพล่าร์




  1. รักษาด้วยยา โดยแพทย์จะให้ยาในกลุ่มควบคุมอารมณ์ (mood stabilizers) ยาแก้โรคจิต (antipsychotics) และยาแก้โรคซึมเศร้า (antidepressants) เพื่อปรับระดับสารสื่อประสาทในสมองให้เข้าสู่ภาวะสมดุล ผู้ป่วยต้องได้รับยาต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่า 2 ปี หากกินไม่ครบตามกำหนดต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ทำให้เวลาที่ต้องกินยายาวนานมากขึ้น หรือในบางรายอาจต้องกินไปตลอดชีวิต

  2. รักษาด้านจิตใจ เช่น ทำจิตบำบัดเป็นขั้นเป็นตอนอย่างต่อเนื่องโดยจิตแพทย์ เพื่อลดปัญหาทางด้านจิตใจที่อาจจะเป็นตัวกระตุ้นให้อาการกำเริบอีก ทั้งนี้อาจใช้เวลานานขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยแต่ละคน ในการรักษาแพทย์และผู้ป่วยจะต้องอดทนและความร่วมมือกัน จะได้ผลดีกว่าการใช้ยาเพียงอย่างเดียว

  3. รักษาทางสังคม คือ การปรับสิ่งแวดล้อมและให้ครอบครัวมีส่วนร่วมบำบัดผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นการช่วยลดความเครียด ให้กำลังใจ เข้าใจและยอมรับผู้ป่วย จะช่วยเสริมการรักษาทั้งสองวิธีข้างต้นให้ได้ผลดียิ่งขึ้น



 



อ่านเพิ่มเติมในคอลัมน์ Health นิตยสาร Health & Cuisine ปีที่ : 8 ฉบับที่ : 93 เดือน
: ตุลาคม 2551






From: http://healthandcuisine.com/health.aspx?cId=7&aId=1195


Create Date : 13 มกราคม 2553
Last Update : 13 มกราคม 2553 10:21:07 น. 0 comments
Counter : 501 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Loveaddicted8
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Loveaddicted8's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.