Group Blog
 
All Blogs
 
Science of Happiness สุขสร้างได้

loadaraiDr Martens ClogsDr Martens FootwearDr Martens IndustrialDr Martens SandalDress Shoes OnlineDress Shoes Wide WidthDress Women ShoesDuffs Skate ShoesDunham FootwearDunham Hiking ShoesDunham Mens ShoesDunham ShoeDunham Steel Toe ShoesDwayne Wade Basketball ShoesEarth Brand ShoesEarth Womens ShoesEcco Arlanda Slip OnEcco Discount ShoesEcco Hiking ShoesEcco HydromaxEcco LightEcco Mary Jane ShoesEcco Shoes BootsEcco Shoes For KidsEcco Shoes WomensEcco Waterproof ShoesEmerica FootwearEtonic Golf ShoeExtra Extra Wide ShoesExtra Wide Baby ShoesExtra Wide Shoes For MenExtra Wide Women ShoesFashion Shoes WholesaleFila Womens ShoesFlorsheim Golf ShoesFootwear SandalsGator Dress ShoesGirl Soccer ShoesGlobe Shoes CastroGolf Bag SaleGolf CloseoutsGolf Clothing WomenGolf Shoe DiscountGolf Shoe SaleGolf Shoes EtonicGolf Shoes For KidsGolf Shoes For SaleGolf Shoes SpikesGood Earth ShoesGood Year Shoes


Science of Happiness สุขสร้างได้



   ความสุขเป็นความรู้สึกพึงพอใจที่จับต้องไม่ได้ ในทางวิทยาศาสตร์การวัดระดับความสุขจะใช้ทั้งแบบทดสอบและการใช้เครื่องมือวัดระดับสารเคมีในสมอง เพื่อตรวจหาค่าสารแห่งความสุขในภาวะต่างๆ คู่มือของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้นิยามความสุขเอาไว้ว่า เป็นลักษณะอารมณ์ที่เอื้อให้คนเกิดความสุข คนที่มีความสุข คือ คนที่…




  • มีความภูมิใจในตนเอง แม้จะเศร้าบ้าง ถ้าตราบใดที่ยังรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าก็จะยืนหยัดอยู่ได้
  • มีความพึงพอใจในชีวิต การรู้จักพอทำให้ไม่ต้องดิ้นรน ไม่ต้องเดือดเนื้อร้อนใจถึงสิ่งที่ตัวเองไม่มีจนเป็นทุกข์
  • มีความสุขสงบ ก่อนจะรู้จักความสุข ต้องรู้จักความสงบ ความมั่นคงทางจิตใจ แม้มีทุกข์ใดมากระทบ จิตที่สงบนิ่งย่อมไม่หวั่นไหว

   นายแพทย์ลือชา วณรัตน์ หัวหน้าสำนักวิชาการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นำเสนอสมการความสุขในมุมมองของเขาว่า








ความสุขที่เป็น = ความสุขที่มี
                        ความคาดหวัง



   จากสมการข้างต้นจะเห็นได้ว่า หากต้องการเพิ่มค่าความสุขที่เป็น ทำได้ง่ายๆ เพียงลดความคาดหวังลง ความสุขที่มีก็จะสูงขึ้น ทำให้ความสุขที่เป็นสูงตามไปด้วย



   แต่การจะลดความคาดหวังได้นั้นต้องเริ่มจากตัวเอง ด้วยการมองทุกอย่างเป็นสองด้าน ไตร่ตรองทั้งด้านบวกและลบ คนเรามักผิดหวังในสิ่งคาดไว้เพราะมัวแต่มองด้านที่ตัวเองหวังว่าจะได้ โดยลืมนึกถึงการนำมาซึ่งความสมหวัง การมองสองด้านจะทำให้เห็นว่าแท้จริงแล้วเราต้องการอะไร ความสมหวังจะมาได้อย่างไร เมื่อเห็นเนื้อแท้ชัดเจนแล้วแบบนี้ แม้พลาดหวังก็ยังมีเหตุผลรองรับเพื่อเตือนสติตนเองได้



วิทยาศาสตร์แห่งความสุข



   วิทยาศาสตร์แห่งความสุข ศาสตร์ใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นราว 10 ปี เป็นแขนงหนึ่งของวิชาจิตวิทยาเชิงบวก (Positive Psychology) ใจความของวิชานี้ว่าด้วยการทำวิจัยเพื่อหาวิธีลดความทุกข์และเพิ่มความสุขมวลรวมแก่ประชากร



   คุณหนูดี-วนิษา เรซ เล่าถึงความน่าสนใจของศาสตร์นี้ว่า “โดยปกติของการทำวิจัยเกี่ยวกับประชากร จะเป็นการหาค่าเฉลี่ยหรือค่ามีนจากกลุ่มตัวอย่าง แต่วิทยาศาสตร์แห่งความสุขนอกจากจะต้องวิจัยกับกลุ่มคนที่มีความสุขแล้ว ยังเน้นกลุ่มคนที่ได้เกณฑ์ความสุขสูงสุด เพราะเราต้องการหาวิธีว่าทำอย่างไรคนส่วนใหญ่จึงจะมีความสุขเทียบเท่ากับกลุ่มตัวอย่างที่อยู่ในเกณฑ์สุขมาก”



   “เท่าที่คลุกคลีกับคนกลุ่มนี้ หนูดีพบว่าพวกเขามีเพียงแนวคิดและไลฟ์สไตล์บางอย่างเท่านั้นที่แตกต่างจากคนทั่วไป เช่น เมื่อเผชิญหน้ากับความทุกข์ คนกลุ่มนี้จะปรับตัวได้เร็วและอยู่กับความทุกข์ไม่นาน ในทางการวิจัยเรียกความต่างตรงนี้ว่า growing tips statistic ซึ่งหนูดีจะขอแปลเป็นไทยว่า “หลักการยอดอ่อนผลิใบ” เหมือนต้นไม้ที่กำลังเติบโต ส่วนยอดอ่อนบนสุดของต้นจะมีการเปลี่ยนแปลงของดีเอ็นเอมากที่สุดและมีการเจริญเติบโตมากที่สุด ฉะนั้นถ้าเราอยากรู้ว่าพืชเติบโตมากที่สุดในส่วนไหน ก็ไม่จำเป็นต้องดูทั้งต้น ดูแค่ยอดอ่อนก็พอ ในอดีตไม่เคยมีใครไปศึกษายอดอ่อน แต่ดูภาพรวมต้นไม้ทั้งต้น เลยไม่มีใครรู้ว่าศักยภาพที่แท้จริงของคนเราอยู่ที่ไหน”



   “วิทยาศาสตร์แห่งความสุข เป็นวิทยาศาสตร์เชิงป้องกัน ไม่ใช่เครื่องมือกำจัดความทุกข์ ถ้าคุณมีความทุกข์หนักจากการสูญสียสิ่งที่รัก พลาดหวังจากสิ่งที่ตั้งใจหรืออะไรก็ตาม แล้วจะมาใช้วิทยาศาสตร์แห่งความสุขเป็นตัวบำบัดทุกข์ ก็ย่อมจะไม่เห็นผล แต่ถ้าเรียนรู้ไว้แต่เนิ่นๆ เมื่อต้องเผชิญกับความทุกข์จะช่วยให้ยืนหยัดรับมือความทุกข์นั้นได้อย่างมั่นคง และเจ็บปวดน้อยลง จะสรุปว่าศาสตร์นี้มีจุดมุ่งหมายคือการพ้นทุกข์เหมือนวิถีของศาสนาพุทธก็ได้ค่ะ”



10 หนทางสร้างความสุข



   อริสโตเติล กล่าวไว้ว่า “ความสุขขึ้นอยู่กับความพอใจของแต่ละคน” วิธีการสร้างสุขของแต่ละคนจึงหลายหลากแตกต่างกันไป และนี่คือ 10 แนวคิดเพื่อสร้างสุขอย่างเป็นไปได้ โดยเจ้าของผลงาน “พ่อรวยสอนลูก” เรียบเรียงโดยคุณวิทยากร เชียงกูล ลองนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มสุขกันค่ะ




  1. ตระหนักว่าความสุขที่ยั่งยืนไม่ได้มาจากความสำเร็จทางการเงิน ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ ทรัพย์สินก็เหมือนกับสุขภาพ ถ้าไม่มีเลยเราย่อมทุกข์ทรมาน แต่ถ้ามีมากเกินไปไม่ได้ยืนยันว่าเราจะสุขมากขึ้น

  2. ควบคุมการใช้เวลาให้ดี การมีระเบียบวินัยโดยการจัดสรรเวลาทำงานหรือกิจกรรมต่างๆ จะช่วยให้ชีวิตดีขึ้นได้ เพราะเมื่อทำเป้าหมายทุกอย่างเสร็จตามเวลา ความเครียดหรือคับข้องใจก็จะไม่เกิด

  3. แสดงท่าว่ามีความสุข บางครั้งเราต้องแสร้งว่ามีความสุขเพื่อปรับกรอบคิดของเราให้เป็นไปในทางบวก หากเราพยายามยิ้มอยู่เสมอ จะทำให้ผู้คนรอบข้างเรารู้สึกดีขึ้น และตัวเราก็จะรู้สึกดีตามไปด้วย

  4. หางานและกิจกรรมที่สอดคล้องกับความถนัด คนมีความสุขมักเป็นคนสนุกกับงานที่ท้าทาย แต่ไม่ถึงขั้นทำให้เครียด ดังนั้นควรหากิจกรรมที่ชอบและเสริมทักษะทำเป็นประจำ

  5. ออกกำลังกาย มีงานวิจัยจำนวนมากยืนยันว่า การออกกำลังกายแบบต่อเนื่องวันละ 25-30 นาที ไม่เพียงแต่ช่วยให้สุขภาพดีและกระปรี้กระเปร่าเท่านั้น แต่ยังเป็นยาช่วยลดความวิตกกังวลหรือซึมเศร้าอย่างอ่อนๆด้วย

  6. พักผ่อนและนอนให้เพียงพอ ควรรู้จักแบ่งเวลาพักผ่อน อยู่คนเดียว และนอนหลับให้เพียงพอ คนจำนวนมากมีปัญหาเรื่องการนอน ทำให้ไม่กระปรี้กระเปร่า อ่อนเพลียและมีอารมณ์ซึมเศร้า เป็นการสร้างทุกข์ให้ตัวเองโดยไม่รู้ตัว

  7. ให้ความสัมพันธ์เป็นตัวเยียวยา การใกล้ชิดสนิทสนมกับคนที่เราผูกพันเอาใจใส่ จะช่วยเป็นแรงเสริมให้ยืนหยัดผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากได้

  8. สนใจสิ่งที่อยู่เหนือกว่าตัวคุณ ยื่นมือออกไปช่วยคนที่ต้องการความช่วยเหลือ คนมีความสุขมักชอบช่วยคน และการทำดีต่อคนอื่นช่วยให้คุณมีความสุขเพิ่มขึ้นด้วย

  9. รู้สึกขอบคุณต่อสิ่งดีๆ ในชีวิต ลองหยุดคิดสักนิดว่าวันนี้มีสิ่งดีๆ อะไรในชีวิตบ้าง จะทำให้มีกำลังใจเพิ่มขึ้น อย่ามัวคิดถึงชีวิตในแง่ลบเพียงเพราะตั้งความหวังมากเกินไป

  10.  ฟูมฟักตัวตนด้านจิตวิญญาณ ศรัทธาในสิ่งที่ดีย่อมทำให้เกิดความหวังและกำลังใจทำสิ่งที่ดี คนที่มีศรัทธาในศาสนาหรืออุดมการณ์เพื่อสังคม มีเหตุผลในการทำเพื่ออะไรที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเอง จึงเป็นคนที่มีความสุขมากกว่า และเผชิญกับวิกฤติได้ดีกว่าคนที่ขาดศรัทธายึดเหนี่ยว

   มาเพิ่มภูมิต้านทานความทุกข์ให้ตัวเองกันเถอะค่ะ แล้วคุณจะยิ้มได้ตลอดไป และถ้าหากคุณยังไม่มั่นใจในระดับความสุขของตนเอง ลองเข้าไปตรวจสอบได้จากดัชนี้ชี้วัดสุขภาพจิตคนไทย โดยกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ที่ http://www.dmh.go.th




 



อ่านเพิ่มเติมในคอลัมน์ Health นิตยสาร Health & Cuisine ปีที่ : 8 ฉบับที่ : 95 เดือน
: ธันวาคม 2551






From: http://healthandcuisine.com/health.aspx?cId=7&aId=1233


Create Date : 13 มกราคม 2553
Last Update : 13 มกราคม 2553 10:07:37 น. 0 comments
Counter : 232 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Loveaddicted8
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Loveaddicted8's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.