LOVE IS A WAR , EASY TO START BUT VERY HARD TO STOP.
Group Blog
 
All blogs
 

สีของอุจจาระบ่งบอกสุขภาพของคุณได้

สีของอุจจาระขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณทานเข้าไปและ ปริมาณของน้ำดี (bile) ในอุจจาระ น้ำดีคือของเหลวสีเขียวๆจากถุงน้ำดีที่มีหน้าที่ช่วยย่อยไขมัน ซึ่งจะถูกเอนไซม์ต่างๆทำปฏิกิริยาด้วย เลยเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีน้ำตาลระหว่างที่ไหลลงมาตามระบบทางเดินอาหาร ดังนั้น อุจจาระที่ปกติมักจะมีสีอยู่ระหว่างเขียว-เหลือง-น้ำตาล


1. หากอุจจาระเป็นสีเขียวเข้ม อาจจะหมายความว่า

- อาหารได้ไหลผ่านระบบทางเดินอาหารเร็วเกินไป (เช่นเวลาท้องร่วง) จนน้ำดียังไม่ได้มีปฏิกิริยากับเอนไซม์และ ยังไม่ได้เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นน้ำตาล หรือ

- คุณได้ทานผักสีเขียวในปริมาณมาก หรือทานอาหารเสริมธาตุเหล็ก



2. หากอุจจาระเป็นสีขาว หรือ สีอ่อนมากๆ อาจจะหมายความว่า

- อุจจาระไม่มีน้ำดี ซึ่งอาจจะหมายความว่ารูทางออกของถุงน้ำดีมีอะไรไปอุดไว้

- คุณอาจจะทานยาบางตัวที่มี bismuth subslicylate มากเกินไป ซึ่งยากลุ่มนี้จะพบได้มากในยาแก้ท้องร่วง



3. หากอุจจาระเป็นสีเหลือง มีน้ำมันและ มีกลิ่นเหม็นมาก อาจจะหมายความว่า

- อุจจาระมีไขมันมากเกินไป ซึ่งอาจจะเกี่ยวกับปัญหาในระบบดูดซึมสารอาหารและ ควรจะพบแพทย์



4. หากอุจจาระเป็นสีดำ อาจจะหมายความว่า

- มีเลือดไหลในอวัยวะทางเดินอาหรช่วงบน เช่นกระเพาะ หรือ

- ตุณทานอาหารเสริมธาติเหล็ก หรือ ทาน black licorice เข้าไป



5. หากอุจจาระเป็นสีแดงสด อาจจะหมายความว่า

- มีเลือดไหลในอวัยวะทางเดินอาหรช่วงล่าง เช่นลำไส้ใหญ่ หรือ

- คุณได้ทานอาหารที่มีสีแดงเช่น แครนเบอรี่ บีทส์ น้ำมะเขือเทศ หรือเยลลี่สีแดง



#ขอบคุณ GNC Thailand




 

Create Date : 06 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2551 16:55:18 น.
Counter : 980 Pageviews.  

6 วิธีกันกระดูกพรุน



ภาพจากผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุน




ทราบมั้ยคะว่า โรคกระดูกพรุนสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ชายเช่นเดียวกัน ? ในสหรัฐอเมริกา มีผู้หญิงกว่า 8 ล้านคนที่เป็นโรคนี้ และผู้ชายอีกกว่า 2 ล้านคนที่เป็นโรคนี้ อย่างไรก็ตาม วันนี้มี 6 เคล็ดไม่ลับที่จะช่วยให้คุณป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุนค่ะ


1. รู้อาการของโรคกระดูกพรุน
หากคุณมีความรู้ว่าอาการของโรคกระดูกพรุนมีอะไรบ้าง คุณก็จะสามารถหยุดความเสียหายต่อกระดูกของคุณได้แต่เนิ่นๆนะคะ

ในช่วงแรกของการเป็นโรคนี้ ผู้ป่วยมักจะไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไร แต่จะมารู้ว่าตัวเองเป็นโรคกระดูกพรุนเมื่อพบว่ามีกระดูกร้าว ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นกระดูกสันหลัง สะโพก และข้อมือที่จะร้าวก่อนเมื่อเป็นโรคกระดูกพรุน และเมื่อกระดูกเปราะบางลงเรื่อยๆ ผู้ป่วยก็จะเริ่มรู้สึกปวดหลัง เตี้ยลง หรือหลังค่อมมากขึ้น

โรคกระดูกพรุนเกิดขึ้นเพราะว่าร่างกายสูญเสียมวลกระดูกมากกว่าที่สามารถผลิตขึ้นมาทดแทนใหม่ได้ ก่อนที่คนเราอายุ 35 ร่างกายจะสามารถผลิตมวลกระดูกมาทดแทนได้เร็วและ ในจำนวนที่มากกว่าที่เสียไป แต่พอเราอายุ 40 กว่า ร่างกายก็จะไม่สามารถสร้างมวลกระดูกขึ้นมาทดแทนที่เสียไปได้อย่างเพียงพอค่ะ


2. วัดความหนาแน่นของมวลกระดูกเป็นประจำ
การตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูกเป็นสิ่งที่ง่ายและไม่เจ็บตัวเลยค่ะ วิธีที่ดีที่สุดสำหรับการตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูกคือการใช้ Dual Energy X-Ray Absorptiometry (DEXA) ซึ่งจะวัดความหนาแน่นของมวลกระดูกในบริเวณสันหลัง สะโพกและ ข้อมือ- 3 บริเวณหลักที่จะเกิดการร้าวจากโรคกระดูกพรุน นอกจากวิธีนี้ ยังมีการใช้คลื่นอัลตร้าเซานด์ และ CT Scan ที่สามารถตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูกได้เช่นกัน


3. รักษาระดับเอสโตรเจนในร่างกาย
สำหรับผู้หญิง โรคกระดูกพรุนมีความเกี่ยวพันโดยตรงกับวัยทอง เพราะวัยทอง หรือ ช่วงหมดประจำเดือน เป็นช่วงที่ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนจะลดลง และฮอร์โมนเอสโตรเจนมีความสำคัญอย่างยิ่งกับความหนาแน่นของมวลกระดูก ขนาดที่ว่าการลดลงอย่างฮวบฮาบของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนมีผลทำให้ปริมาณของมวลกระดูกลดลงถึงปีละ 1 - 3 %

สำหรับผู้ชายนั้น ฮอร์โมนเทสทอสเตอโรนส่วนหนึ่งจะถูกนำไปเปลี่ยนเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจน ที่มีความสำคัญต่อความหนาแน่นของมวลกระดูกในร่างกายของผู้ชายเช่นกัน ดังนั้น เมื่อผู้ชายเริ่มมีอายุมากขึ้น ระดับฮอร์โมนเทสทอสเตอโรนก็จะลดลง ซึ่งมีผลให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่แปลงมาจาดเทสทอสเตอโรนลดลงเช่นเดียวกัน และการที่ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในผู้ชายลดลง ก็ทำให้ความหนาแน่นของมวลกระดูกของผู้ชายลดลงเช่นเดียวกับที่เป็นในร่างกายผู้หญิง

ดังนั้น หากโรคกระดูกพรุนของผู้ป่วยทั้งชายและ หญิงมีสาเหตุมาจากระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนไป ผู้ป่วยสามารถปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการทดแทนฮอร์โมนอย่างธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม เราอยากเตือนว่าการทดแทนฮอร์โมนอย่างธรรมชาติก็อาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ ดังนั้นผู้ป่วยควรจะปรึกษาแพทย์ให้ละเอียดถี่ถ้วน ก่อนที่จะตัดสินใจใช้วิธีนี้เป็นการรักษาค่ะ


4. รักษาระดับ pH ของร่างกาย
ความไม่สมดุลของระดับ pH (ความเป็นกรด-ด่าง) สามารถทำใหสูญเสียแคลเซียมในกระดูกได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของโรคกระดูกพรุน ความเครียด การขาดการออกกำลังกาย มลภาวะ และการรับประทานอาหารเปรี้ยวๆล้วนทำให้เกิดความเป็นกรดสูงในร่างกาย ในเมื่อร่างกายเราต้องคงสภาพความเป็นด่างนิดๆ สภาวะที่เป็นกรดจะทำให้ร่างกายเราต้องดึงเอาแร่ธาติที่มีความเป็นด่างมาช่วยปรับสภาพ pH ให้กลับมาเหมือนเดิม โดยการดึงแคลเซียมออกจากกระดูกเป็นต้น

การปรับอาหารจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยรักษาระดับ pH ในร่างกาย ในแต่ละวัน 60-80% ของอาหารที่คุณทานควรจะมีความเป็นด่างและ อีก 20-40% ควรจะมีความเป็นกรด ผลไม้และ ผักเกือบทุกชนิด (นอกจากมะเขือเทศ และผลไม้ตระกูลเบอรรี่) เป็นอาหารที่มีความเป็นด่าง ส่วนอาหารที่มีความเป็นกรดคือพวกโปรตีนจากเนื้อสัตว์เป็นต้น


5. ใช้ชีวิตอย่างสุขภาพดี
การสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลมากเกินไป และการขาดการออกกำลังกายล้วนแต่ทำให้หระดูกไม่สามารถดูดซึมแคลเซียมได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นจึงมีผลให้อัตราการสร้างมวลกระดูกน้อยลง

คุณควรจะออกกำลังกายอย่างน้อย อาทิตย์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30 นาทีเพื่อที่จะเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก การออกกำลังกายกลางแจ้งจะทำให้ร่างกายได้สร้าง วิตามิน D ที่จะช่วยให้กระดูกดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้นด้วยค่ะ


6. เสริมแคลเซียม
ผู้หญิงก่อนวัยทอง และ ผู้ชายที่อายุน้อยกว่า 65 ควรได้รับแคลเซียมอย่างน้อย 500 mg ต่อวัน บางคนอาจจะต้องรับถึง 1000 mg ต่อวันเนื่องจากว่าร่างกายไม่สามารถดูดซึมแคลเซียมได้อย่างเต็มที่ และอาหารเสริมแคลเซียมบางชนิดไม่มี co-factor หรือสารประกอบ ที่จะช่วยในการดูดซึมของแคลเซียม เช่นวิตามิน ดี และ แมกนีเซียม แคลเซียมชนิดที่ดูดซึมได้ดีที่สุดคือ แคลเซียม ซิเทรท มาเลท ที่มีวิตามิน ดีและ แมกนีเซียมผสมอยู่ด้วย ส่วนผู้หญิงที่เข้าสู่วัยทองแล้ว และ ผู้ชายที่อายุมากกว่า 65 ควรได้รับแคลเซียมอย่างน้อย 1000-12000 mg ต่อวันค่ะ





#ข้อมูลจาก GNC Thailand




 

Create Date : 06 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2551 18:33:37 น.
Counter : 228 Pageviews.  

อาหารว่าง 10 ชนิดที่ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุด

ในร้านสะดวกฃื้อหลายๆ ร้านนั้น ทุกๆ ครั้งที่เราเข้าไปนั้นมีสินค้ามากมายที่ เมื่อเข้าไปนั้นจะดึงดูดความสนใจของเราได้อย่างมาก นั่นก็คืออาหารนั่นเอง และ บางทีของเหล่านี้อาจจะไม่อยู่ในรายการที่เราไม่ได้คิดที่จะซื้อไว้ก่อน สินค้า เหล่านี้จะมีอิทธิพลอย่างมากกับกลุ่มเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ ซึ่งไม่แตกต่างไปจากใน ประเทศต่างๆ หลายประเทศเลย หรือแม้กระทั่งผู้ใหญ่บางคนด้วย อาหารว่าง หรืออาหาร ทานเล่นนั่นเอง ในประเทศอเมริกานั้นดูจะสร้างความวิตกกังวลมากขึ้นทุกๆ ปี เพราะ ว่าส่วนประกอบของอาหารเหล่านี้นั้นส่วนมากจะเป็นพวกน้ำตาล สารเคมี สี และไขมัน เป็นส่วนใหญ่ และเป้นสาเหตุของโรคอ้วน และไม่มีประโยชน์ทางโภชนาการเอาซะเลย




1. French Fries: พูดถึงสิ่งนี้คงต้องพูดถึง Mc Donald's นั่นเอง แต่เราๆ ท่านๆ นั้นอย่าเพิ่งมั่นใจกับสิ่งที่เค้าใช้ในการทอด ที่เค้าบอกว่ามีการเปลี่ยนน้ำมัน สำหรับทอดบ่อยๆ แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้นก็คือ มันฝรั่งนั้นส่วนประกอบหลัก เต็มไปด้วยแป้ง และเมื่อนำไปทอดในน้ำมันที่ร้อนจัด และปรุงรสชาตินั้น อาจจะเป็น อาหารว่างที่อันตรายที่สุด




2. Donuts: โดนัทคือ ขนมปังที่นำไปทอด อาหารชนิดนี้ก้เต็มไปดก้วยแป้งที่นำมาใช้ทำ ตัวโดนัทเองแล้ว เมื่อนำไปทอดก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ามันฝรั่งทอดเลย




3. Chips (Potato or Corn): สิ่งนี่ก็คือมันฝรั่งทอดในรูปแบบอื่นที่แตกต่างออกไป ที่ถูกนำไปใส่ไว้ในบรรจุภัณฑ์นั่นเอง แต่เราสามารถที่จะควบคุมอันตรายจากอาหาร ประเภทนี้ได้คือการนำไปอบแทนการทอด ซึ่งมันฝรั่งประเภทที่ใช้การอบแทนนั้นสามารถ หาซื้อได้จากร้านอาหารเพื่อสุขภาพ แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่ใช่อาหารที่ดี และควร รับประทานบ่อยๆ อยู่ดี




4. Soda: บางคนอาจจะสับสนกับการรวมสิ่งนี้เข้าไปเป็นกลุ่มอาหารด้วยนั้น สิ่งนี้ไม่ เพียงไม่มีคุณค่าทางอาหารยังรวมไปถึงสารเคมีอีกมากมายที่ถูกบรรจุอยู่ใน ผลิตภัณฑ์อีกด้วย




5. Cupcakes and Snack Cakes: whipped cream ที่มีไส้ครีมมันเยิ้ม และส่วนประกอบ หลักๆ ก็มีแต่ แป้ง น้ำตาล และสารปรุงแต่งกลื่น รส ซึ่งไม่มีคุณค่าอาหารเลย




6. Candy Bars:กับเจ้าสิ่งนี้อาจจะยังพอมีคุณค่าทางอาหารให้เราอยู่บ้างกับโปรตีน ประมาณ 1-2 กรัม จากถั่วที่เป็นส่วนผสม แต่ว่าปริมาณน้ำตาลที่มีอยู่นั้นไม่ สามารถนำมาทดแทนคุณประโยชน์ได้เลย เพราะความแตกต่างนั้นมีมากกว่ากันเยอะเลย แต่ ก็ยังมีผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในประเภทเดียวกันคือ energy bars ซึ่งมีปริมาณแคลลอรี่ น้อยกว่าถึง 1 ใน 3 มีโปรตีนมากกว่า และมีไขมันน้อยกว่าอีกด้วย แต่ยังไงก็มีคุณ ค่าสู้อาหารปกติไม่ได้อยู่ดี




7. Fat-Free Cookies: สินค้าเหล่านี้เป็นที่น่าสงสัยในแง่ของโภชนาการ เพราะว่าถ้า ดูเพียงผิวเผินอาจจะดูเหมือนอาหารเพื่อสุขภาพ แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น อาหาร ที่ปราศจากไขมัน ไม่ได้หมายความว่าจะปราศจากแคลลอรี่ไปด้วย ดังนั้นสรุปก็คือ ไม่สมควรรับประทานอีกนั่นแหล่ะ




8. Pork Rinds: เบคอนหรือ แคบหมูทอดในบ้านเรานั่นเอง ซึ่งข้อนี้คงไม่ต้องบอกใครๆ ก็คงทราบดีถึงสิ่งที่ได้รับจากเจ้าสิ่งนี้ว่ามีแต่ไขมันสัตว์




9. Crackers: แครกเกอร์เต็มไปด้วยไขมันชนิด Trans ดังนั้นควรอ่านฉลากดูให้ดีก่อน ซื้อ (Trans Fat คือ ไขมันแบบ Polyunsaturated ที่วางขายตามท้องตลาด มีการเติม ธาตุไฮโดรเจนสังเคราะห์ เพื่อให้มีสถานะแข็งที่อุณหภูมิห้อง ไขมันแบบนี้ มี คุณภาพต่ำ เพราะไปลดปริมาณ HDL และเพิ่มปริมาณ LDL ในเลือดซึ่งเป็นสาเหตุของ ความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจมากยิ่งขึ้น




10. Pretzels: อาหารกลุ่มนี้เป็นที่น่าแปลกใจ เพราะเป็นอาหารที่ไม่มีไขมัน แต่ไม่มี ไขมันไม่ได้หมายความว่าเป็นอาหารที่ดี เพราะ Pretzels นั่นเต็มไปด้วยแป้ง และ น้ำตาล ซึ่งแอบแฝงให้ดูเหมือนอาหารเพื่อสุขภาพ




 

Create Date : 06 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2551 22:59:17 น.
Counter : 423 Pageviews.  

สุขภาพเท้าที่คุณไม่ควรละเลย

เพราะเท้าเป็นส่วนของร่างกายที่ถูกใช้งานมาก แต่ก็ถูกละเลยมากที่สุดเลยก็ว่าได้




1. รองเท้าแตะไม่ดีต่อเท้าคุณอย่างที่คิด

บางคนอาจจะคิดว่า วิธี 'ทรมาน' เท้าที่หนักที่สุดคือการใส่รองเท้าส้นสูงคู่สวยที่ใส่ทุกทีก็ต้องทั้งเมื่อยทั้งหนังถลอกทุกที แต่ทราบมั้ยคะว่า รองเท้าแตะกับรองเท้าส้นแบนคู่เก่งของเรานี่แหละ เป็นตัวดีที่ทำให้เป็นเส้นเอ็นอักเสบ หรือ ข้อเท้าเคล็ดได้ เหตุผลก็คือรองเท้าแตะและ รองเท้าส้นแบน (flats) จะไม่สามารถรองรับน้ำหนัก ส่วนเว้าส่วนนูนของเท้า หรือ ช่วยในการดูดซับการกระแทกได้ มากกว่านั้น การใส่รองเท้าส้นแบนแบบหัวปิด (ballet flats) อาจทำให้นิ้วเท้าเบียดกันมากเกินไปและ ส้นเท้าปวดระบมด้วยค่ะ

ดังนั้น เราจึงอยากแนะนำว่า อย่าใส่รองเท้าแตะหรือรองเท้าส้นแบนหากคุณต้องเดินหลายๆชั่วโมงนะคะ แต่ถ้าจะใส่ออกไปเดินประเดี๋ยวประด๋าวก็ไม่ว่ากันค่ะ


2. มะเร็งผิวหนังที่เท้า อาจทำให้เสียชีวิตได้

คาดว่าหลายๆคนคงจะคุ้นเคยกับโฆษณาครีมกันแดดที่มักจะเห็นแต่ใบหน้าหรือแขนขาของนางแบบใช่มั้ยคะ แต่ทราบหรือไม่คะว่า เท้าของคุณก็ต้องการครีมกันแดดเช่นกัน คนส่วนใหญ่มักจะละเลยการทาครีมกันแดดลงบนเท้า และไม่ค่อยสังเกตุถึงการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังในบริเวณนั้นด้วย ผลก็คือคนที่เป็นมะเร็งผิวหนังที่เท้า มักจะพบเจอมะเร็งเมื่อสายเกินจะรักษา มะเร็งผิวหนังที่เท้าจึงเป็นประเภทของมะเร็งผิวหนังที่มีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

ดังนั้น ทุกๆครั้งที่คุณทาครีมกันแดดที่ใบหน้า อย่าลืมที่จะทาที่ตัวและเท้าด้วยนะคะ และต้องไม่ลืมที่จะทาซ้ำบ่อยๆหากคุณไปเที่ยวทะเล หรือไปว่ายน้ำ เพราะครีมกันแดดจะมีประสิทธิภาพน้อยลงเมื่อโดนน้ำค่ะ




3. อุปกรณ์ร้านทำเล็บไม่ได้สะอาดเสมอไป

สาวๆหลายคนที่ชอบไปร้านทำเล็บบ่อยๆ ต้องเลือกร้านดีๆนะคะ บางร้านที่ไม่ใส่ใจกับการทำความสะอาดและ การฆ่าเชื้ออุปกรณ์ อาจจะทำให้คุณเป็นเชื้อราที่เล็บ หรือ ติดเชื้อโรค ทางที่ดีคือคุณควรนำอุปกรณ์เช่นตะไบ กรรไกตัดเล็บ กรรไกตัดหนังและ ไม้ดันหนังไปเอง หรือถ้าคุณจะใช้อุปกรณ์ของที่ร้าน ก็ต้องเช็คว่าเค้ามีการอบความร้อนหรือเช็ดแอลกอฮอลฆ่าเชื้อหรือเปล่า มากกว่านั้น ควรจะให้ร้านใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเช่น เดตตอล ล้างอ่างแช่มือแช่เท้าก่อนที่คุณจะใช้ต่อจากลูกค้าคนก่อนหน้าคุณนะคะ กันไว้ดีกว่าแก้ค่ะ


4. ตัดแล็บเท้าตรงๆ สั้นๆจะทำให้เล็บขบ

การตัดเล็บเท้าแบบตรงๆ หรือตัดจนสั้นเกินไป อาจทำให้เล็บขบได้ ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวาน เล็บขบที่ถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษานอกจากจะเจ็บจนน้ำตาจะเล็ดแล้ว ยังก่อให้เกิดการอักเสบและ ติดเชื้อได้ หากติดเชื้อจนเป็นหนองแล้วก็อาจจะต้องผ่าตัดเพื่อรักษาค่ะ ฟังดูทั้งน่าเจ็บและ น่ากลัวขนาดนี้ หันมาตัดเล็บเท้าให้ถูกวิธีโดยการตัดตามความโค้งธรรมชาติของเล็บดีกว่านะคะ


5. แช่เท้าในน้ำส้มสายชูไม่สามารถฆ่าเชื้อราในเล็บเท้าได้

บางคนอาจจะเคยได้ยินสูตร'รักษา' เชื้อราในเล็บเท้า ที่ให้เรานำเท้าไปแช่ในน้ำส้มสายชู แต่ความจริงก็คือน้ำส้มสายชูไม่สามารถซึมเข้าไปถึงใต้เล็บได้ และการแช่เท้าอาจจะทำให้เชื้อราลามไปที่เล็บอื่นๆอีกด้วยค่ะ





6. หูดติดกันได้ แถมติดง่ายด้วย

หูดที่เท้าเป็นเชื้อไวรัสที่ติอกันได้ง่ายมากๆ โดยเฉพาะในพื้นของที่สาธารณะ เช่นห้องน้ำรวมในหอพัก ฟิตเนสและ สปาต่างๆ หรือ แม้กระทั่งห้องลองเสื้อผ้า ส่วนใหญ่แล้วคุณจะติดเชื้อได้หากเท้าคุณมีแผล หรือรอยแตกไม่ว่าจะเล็ก หรือ ใหญ่ ดังนั้น หากคุณต้องใช้ห้องอาบน้ำสาธารณะตามสถานที่เหล่านี้ ก็ควรจะพกรองเท้าแตะแบบพลาสติกไปใส่ด้วยนะคะ และเวลาลองเสื้อผ้าที่ต้องถอดรองเท้า ก็ควรหาผ้าอะไรมารองเท้าคุณซะหน่อยเพื่อกันการติดเชื้อค่ะ







 

Create Date : 06 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2551 16:43:22 น.
Counter : 2185 Pageviews.  

ความชราภาพคืออะไร ???




เปิดประเด็นมาที่เรื่องของความแก่ (Aging) ความชราภาพ (Senescence) ทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายคงออกอาการสะดุ้งโหยงกันเป็นแถว ครั้นถูกถามถึงอายุอานามเข้า ก็อาจมีคำตอบว่า สามสิบกว่าบ้าง สามสิบปลายๆ บ้าง หรือไม่ก็คำตอบยอดฮิตอย่าง อายุเป็นเพียงตัวเลขจ๊ะ และจริงๆ อายุก็คงจะเป็นตัวเลขอย่างที่หลายๆ คนว่ากันไว้ เพราะเหตุผลอะไรเดี๋ยวมาดูกัน


The Free Radical Theory ว่ากันว่าความแก่หรือความเสื่อมของร่างกายเป็นผลพวงมาจากกระบวนการเผาผลาญสันดาปหรือกระบวนการทางชีวเคมีที่เกิดขึ้นภายในร่างกายนั่นเอง ซึ่งจะมีการผลิตหรือปล่อยสารที่เรียกว่า อนุมูลอิสระ (Free radical) อยู่ตลอดเวลา สารเหล่านี้ถ้าหากปล่อยไว้หรือมีจำนวนมากเกินกว่าที่ร่างกายจะรับได้จะทำให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อตนเอง ส่งผลให้ความสามารถในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายลดลงเรื่อยๆ ยิ่งเมื่อมีอายุมากขึ้นความสามารถในการกำจัดอนุมูลอิสระก็ยิ่งลดลง ส่งผลให้ร่างกายแก่ก่อนวัยอันควร


โดยทั่วไปแล้วร่างกายคนเราต้องการไฟเบอร์ในปริมาณ 25-30 กรัมต่อวัน โดยแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ได้แก่ธัญพืชไม่ขัดสีเช่นขนมปังโฮลวีท ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ผักใบเขียวต่างๆ และผลไม้ที่ให้ไฟเบอร์มากได้แก่แอ๊ปเปิ้ล ส้มทั้งผล โดยเฉพาะใยขาวๆที่ใครหลายคมชอบหยิบทิ้งนั่นล่ะค่ะแหล่งไฟเบอร์อย่างดี สตรอว์เบอรรี่ และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ทั้งหลาย กีวี และ อะโวคาโดเป็นต้น



พันธุกรรม เรื่องนี้คงไม่ต้องไปกังวลอะไรมากนัก ปล่อยให้เป็นเรื่องของธรรมชาติ หากคุณเกิดมาพร้อมกับใบหน้าสวยใส จงคิดว่านั่นคือของขวัญที่พระเจ้าประทานมาให้คุณเป็นพิเศษ คุณอาจจะดูแลตัวเองให้ดี ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยชะลอความแก่ชราได้เป็นอย่างดี


พฤติกรรมการบริโภค คำกล่าวที่ว่า ?You are What you eat? นั้นก็คงจะใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย เพราะสิ่งที่คุณรับประทานเข้าไปนั้นจะเป็นตัวสะท้อนถึงความมีสุขภาพที่ดีในภายภาคหน้า สำหรับบรรดาอาหารที่เร่งให้เกิดความแก่ชรานั้นคงหนีไม่พ้น อาหารไขมันสูง โดยเฉพาะอาหารที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูงซึ่งมักพบได้ในไขมันสัตว์ หรือ น้ำมันพืชแต่มีการใช้ทอดอาหารซ้ำไปซ้ำมาบ่อยครั้ง ผลที่เกิดขึ้นก็คือ น้ำมันเหล่านี้เต็มไปด้วยอนุมูลอิสระ (Free Radicals) ที่สามารถเร่งให้เซลล์และอวัยวะต่างๆ ของร่างกายเสื่อมโทรมเร็วกว่าปกติ นอกจากนี้ก็จะมีตัวเร่งความแก่ชราที่อาจมาจาก พฤติกรรมการสูบบุหรี่จัด การดื่มสุราเป็นประจำ หรือการรับประทานของหมักดองหรืออาหารที่มีการปนเปื้อนสารพิษ เป็นต้น


ปัจจัยจากการบริโภคนั้นถือว่าเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลโดยตรงต่อความมีสุขภาพดีและอายุยืนนาน เนื่องจากมีงานวิจัยที่ศึกษาความมีสุขภาพดีและการมีอายุยืนนานของชาวญี่ปุ่นที่เติบโตในสภาพแวดล้อมแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมกับที่เติบโตในแถบอเมริกา ผลการศึกษาพบว่า ชาวญี่ปุ่นที่ถูกเลี้ยงดูแบบสังคมตะวันตกมีรูปแบบของช่วงอายุขัยและอัตราการเกิดมะเร็งเต้านมแตกต่างจากชาวญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยเหตุนี้การบริโภคของชาวญี่ปุ่น อาทิเช่น ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เต้าหู้ ธัญพืช และเนื้อปลาทะเลจึงน่าจะมีความสัมพันธุ์โดยตรงกับการป้องกันการเกิดโรคร้ายแรงต่างๆ


ภาวะทางอารมณ์และความเครียด ก็จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อความแก่ชรา เมื่อใดก็ตามที่มีความเครียด หรืออารมณ์บูดบึ้งเศร้าหมอง ระบบประสาทอัตโนมัติในร่างกายก็พร้อมที่จะหลั่งสารสื่อประสาทและฮอร์โมนต่างๆ ออกมารับมือกับความเครียด ผลที่เกิดขึ้นคือ นอกเหนือจากใบหน้าทื่ไม่อาจเก็บอารมณ์อันแสนจะหงุดหงิดต่อไปได้อีก คุณยังอาจได้รับของแถมชั้นดีอย่างเช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง รวมทั้งความทรุดโทรมของร่างกายและความชราก่อนวัยที่อาจจะมาเยือนคุณอีกด้วย


ด้วยเหตุนี้ หากคุณเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี มีอารมณ์ที่แจ่มใส จิตใจเบิกบาน และหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุขได้ทุกครั้ง จงรู้ตัวเถอะว่า คุณมีอาวุธสำคัญที่จะช่วยป้องกันความแก่ชรามากกว่าคนอื่นหลายเท่าแล้ว ที่เหลือก็คือ การดูแลตัวเองให้ได้อย่างที่เรากล่าวไว้ข้างต้นเพื่อสุขภาพที่ดีและมีอายุยืนนาน นั่นเอง


Reference: Robert E. Ricklefs, Caleb E. Finch, AGING, A natural history of Life Span, Scientific American Library 2002




 

Create Date : 03 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2551 21:58:28 น.
Counter : 342 Pageviews.  

1  2  3  4  

Gus J.
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยินดีต้องรับสู่ BLOG PIZZA
(◡‿◡✿) (◕‿◕✿) (◕〝◕) •.★*
*.:。✿*゚‘゚・✿.。.:*.♡.•
°∴ ☆..•°
รักสวยรักงาม
ชอบสะสมเงินและเครื่องสำอาง
รสนิยมสูงรายได้พองาม
ชอบท่องเที่ยวไปเรื่อยเปื่อย
ชอปปิ้งคืองานของเรา ห้างไหนเซลจะเจอเราที่นั่น
เรื่องกินขอให้บอก กินได้ทุกอย่างจนตัวอ้วนกลม
รักหมารักแมว
อยากเป็นแม่บ้านให้คุณสามี
อยากมีลูกชายน่ารักๆ
นี่แหละตัวชั้น
❃❂❁❀✿✾✽✼✻✺✹✸✷
free counters




Friends' blogs
[Add Gus J.'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.