Group Blog
 
All blogs
 

หาดทราย ผีเสื้อ และปูลม

วันพักผ่อน ที่ได้พักจริงๆ
ไม่มีงานใดๆเข้ามาแผ้วพานได้ เพราะเร่งมือทำงานจนเสร็จ
ก่อนที่จะตัดตัวเองออกจากการสื่อสารทั้งปวง

แม้กระทั่งคืนสุดท้ายก่อนกลับ ที่คนไปด้วยขอเช็คอีเมล์
แล้วถามเราว่าจะเช็คเมล์ไหม
เราก็นั่งอ่านหนังสือมองดูเฉยๆ
ก่อนตอบว่า ตั้ง vacation reply เอาไว้แล้ว
ใครมีธุระด่วนจริงก็หาทางโทรมาได้เองแหละ

ใช้เวลาเกือบทั้งวัน นอนเล่นใต้ร่มไม้ริมหาด อ่านหนังสือ ถ่ายรูป
เดินไปหาเครื่องดื่มเย็นๆชื่นใจ
ได้ทำอะไรที่อยากจะทำ



ขอบคุณคนไปด้วย ที่ยอมไว้ใจให้เราขี่มอเตอร์ไซค์ร่อนไปทั่วเกาะ
ทั้งที่เราบอกตามตรงว่า ไม่ได้ขี่มอเตอร์ไซค์มานานมากแล้ว
มีแอบชะโงกหน้ามาดูความเร็ว
และเสียงถอนใจเล็กน้อยทุกครั้งเมื่อถึงที่หมาย
พร้อมกับคำเปรยว่า "ขี่รถเร็วนะเนี่ย"



รูปนี้ต้องลงไปนั่งกับพื้นและเคลื่อนไหวแบบเบาสุดๆ
เพราะไม่อยากทำครอบครัวปูลมตกใจ




เช่นเดียวกับผีเสื้อตัวนี้
บินร่อนอยู่ที่ชายหาด
ปีกขาดวิ่น... ไม่รู้ว่าบินมาไกลแค่ไหน
แต่ก็ทำให้เราลุกจากเก้าอี้ มาคุกเข่าบนพื้น เปรอะทรายไปทั้งขา
เพื่อเก็บรูปผีเสื้อจนได้




กลับมานอนดูพระอาทิตย์ตก
ผืนน้ำเป็นสีทองสวยอย่างที่อยากเห็น




โต๊ะดินเนอร์ริมหาด หลังพระอาทิตย์ตกทะเลไปแล้ว

ทริปนี้แค่ซ้อมเจอแดด
ไม่ว่าจะริมหาด หรือริมสระ แบบไม่หวั่นเกรงแสงแดดแผดจ้าแต่อย่างใด

เพราะตอนกลับมาทำงานวันก่อน
ยังไม่มีใครทักว่าหนีไปเที่ยวไหนมา

แต่ทริปต่อมา ที่ห่างกันแค่วันเดียวนี่สิ
sunblock ช่วยได้แค่ ไม่ไหม้ แต่เกรียม




 

Create Date : 15 มีนาคม 2552    
Last Update : 15 มีนาคม 2552 1:10:17 น.
Counter : 926 Pageviews.  

เชิญนั่งพักตามอัธยาศัย





เชิญนั่งพักตามอัธยาศัย

เห็นป้ายนี้แล้ว ขอลอกเลียนแบบคุณลุงเจ้าของร้านกาแฟริมน้ำ ในตลาดแปดริ้ว
ผู้ซึ่งมีอัธยาศัยดี เชิญชวนให้เข้าไปนั่งรับลมเย็นๆ ริมแม่น้ำหลังบ้านคุณลุง อย่างเต็มอกเต็มใจ

ระเบียงริมน้ำยามบ่ายแบบนั้น น่ามีหนังสือสักเล่มแล้วเลื้อยไปตามระเบีบง
พร้อมชาเย็นสักแก้ว หลับสบายแน่ๆเลย

ร้านนี้อยู่ทางซ้ายมือ หลังจากลงสะพานปูนสีขาวที่ข้ามคลอง
ชื่อร้านน่าจะเป็น เจี่ยใช่ขี่

ระหว่างที่ขอเวลาดองบล็อกสักพัก
ก็ขอ "เชิญนั่งพักตามอัธยาศัย" เลยนะคะ




 

Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2552 20:16:07 น.
Counter : 470 Pageviews.  

New Year Tag






มีอยู่คนเดียวละมั้ง ที่กล้าส่ง Tag ให้บล็อกนี้
หนูปุ๊ก - Hobbit
กล้าส่ง ก็ตอบสิคะ



คุณได้พบเพื่อนใหม่ สังคมใหม่ในปี 2008 บ้างหรือไม่

ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่อยู่นิ่งๆ
แต่กลับเจอผู้คนมากมาย
ทั้งจากหน้าที่ การงาน และเหตุบังเอิญทั้งร้ายและดี

ในเหตุบังเอิญร้ายๆ ก็ทำให้เจอสิ่งที่ดี และคนที่ดี เหมือนจะชดเชยกันค่ะ
เช่นเจอตำรวจดีๆ...
เจอน้องดีๆแนะนำทนายที่เป็นเพื่อนกันให้...
แล้วก็เจอใครหลายคนแถวๆนี้ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากเลยค่ะ



คุณได้รับโชคลาภแบบไม่คาดคิดหรือไม่ในปี 2008

ไม่ได้เป็นโชคลาภหรอกค่ะ
แต่เป็นเงินที่ชาวบ้านติดค้างไว้ไม่ยอมจ่ายมาสองสามปีแล้ว
จนคิดว่า ทำการกุศลก็แล้วกัน
ด้วยเหตุผลบางอย่าง ในที่สุดก็ให้คนเอามาจ่ายให้

พอได้เงินนั้นมา ก็เอามาจ่ายสิ่งที่มีคนรับปากว่าจะจัดการให้
แต่ก็ทิ้งไว้เป็นภาระภายหลัง โดยที่ไม่รู้เรื่องเลยเป็นปี
ก็ถือว่า ซื้อความสบายใจ



อะไรในปี 2008 ที่คุณได้ทำแล้วรู้สึก..."มีความสุขจังที่ได้ทำแบบนี้"

ทำขนมบ่อยครั้ง เฉลี่ยสองครั้งต่ออาทิตย์
บางช่วง ทำทุกวัน
จริงๆทุกคืน เพราะชอบทำขนมตอนกลางคืน

ชอบให้บ้านหอมกลิ่นขนมอบ วานิลา น้ำตาล ช็อกโกเลต กาแฟ
รู้สึกว่าโลกสุข สงบ
เสียดายที่ไม่มีครัวกว้างๆ ไม่มีเตาอบใหญ่
แต่แค่นี้ก็พอสำหรับกินเอง และคนรอบๆตัวแล้ว



อะไรที่คุณคิดว่าจะทำในปี 2008 แต่เอาเข้าจริงๆ คุณกลับไม่ได้ทำ ....
จนรู้สึกว่า "เสียดายชะมัด" ฉันควรจะทำได้นะสิ่งนี้


ไม่มี นึกไม่ออก
หลายๆอย่างเป็นเรื่องของจังหวะเวลา เลยไม่เสียดายค่ะ



ของ สัตว์ หรือคนใกล้ตัวที่คุณสังเกตเห็นว่ามันเติบโต

ต้นไม้ข้างที่ทำงาน
โตจนวันดีคืนร้าย กิ่งหักโครมลงมา
เคราะห์ดี ไม่ได้กำลังเดินไปกินข้าว
ไม่งั้นท่าจะเจ็บสาหัส




ของ สัตว์ หรือคนใกล้ตัวที่คุณสังเกตว่ามันไม่เปลี่ยนแปลง
หรือช่างเสมอต้นเสมอปลายเมื่อเปรียบเทียบกับต้นปี vs ปลายปี


โฮย่าในกระถางหลังบ้าน
ได้มากี่ปีๆ ก็มีแต่ใบ
จนตอนนี้ ปลงใจเชื่อคุณ Q เต็มที่แล้วว่า โฮย่าเป็นไม้ใบ





ทัศนคติ รสนิยม หรือความเชื่อของคุณในปี 2008
ได้เปลี่ยนแปลงไปบ้างไหมในปี 2009 เรื่องนั้นคือเรื่องอะไรเอ่ย


ยังไม่เปลี่ยน...



ถ้าย้อนเวลากลับไปได้
คุณจะกลับไปแก้ไขเหตุการณ์อะไรในปี 2008


ไม่แก้ไขอะไร...
บางเรื่องก็อยู่เหนือการควบคุม
ทั้งที่ทำดีที่สุดแล้ว และตรงใจที่สุดแล้ว



ถ้าซานตาคลอส พระเจ้า หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้พรได้จริง ... คุณจะเลือกพรข้อไหน

ไม่เลือก...
รู้สึกเสมอว่า พร ต้องแลกกับบางสิ่งบางอย่างในชีวิต
เลยไม่ค่อยอยากขอพรอะไร

บางที สิ่งที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ อาจจะเป็นพรที่ดีที่สุดแล้วก็ได้
จะขอไปทำไมอีก ให้วุ่นวาย




ถ้าเลือกได้ คุณอยากอยู่กับใครหรือกลุ่มใด
ในช่วง countdown ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
และทำไม คุณถึงเลือกคนๆ นี้หรือกลุ่มนี้


อยู่บ้านตลอด ยืนดูพลุที่ระเบียงหน้าบ้านทุกปี
ไม่ชอบอยู่ท่ามกลางคนเยอะๆ
เป็นโรค panic กลัวหนีไม่ทัน
เวลาใครโยนระเบิดลงมากลางวง หรือเวลาคนเมาทะเลาะกัน

ตอนเด็กๆ เพื่อนสนิทเคยวิ่งตามมาดูด้วยความเป็นห่วง
หลังจากได้ยินเสียงตูมจากระเบิดขวดระหว่างทางเดินกลับจากโรงเรียน
แต่คนถูกห่วง ไม่รู้ตัวสักนิด ว่าเป็นเสียงระเบิดขวด
เหลียวกลับไปมองแล้วก็เดินแบบไม่อนาทรร้อนใจ
เลยถูกเพื่อนว่า ว่าสัญชาติญาณการระแวงภัยต่ำ
หลังจากนั้นเลยต้องปรับปรุงตัวเอง



สมมุติมี คูปองศัลยกรรมที่ปลอดภัย 100% และศัลยกรรมให้ฟรี 1 อย่าง
คุณคิดจะใช้คูปองนี้เองทำศัลยกรรมส่วนไหน
หรือมอบคูปองให้ใครไปทำศัลยกรรมส่วนไหน


ไม่ทำดีกว่า เดี๋ยวจำหน้าตัวเองในกระจกไม่ได้

เป็นคนกลัวเจ็บ เลยขี้เกียจทำศัลยกรรมอะไรกับตัวเอง

เพิ่งถูกคนวิจารณ์ซึ่งๆหน้ามาเมื่อวานเอง ว่า
ตัวบางจนจะขาดอยู่แล้ว แบ่งผมไปสักสี่ห้านิ้วไหม
แต่ตัวบางที่ว่าน่ะ เทียบกับคนสูง 185 cm หนักเท่าไหร่ไม่รู้
รู้แต่เจ้าตัวบอกว่าอ้วนเพราะถูกหลอกให้คิดว่าตัวโต กินได้อีกเยอะ เลยตัวบึ้มมมมาก

ก็เลยคิดว่าตัวเองหุ่นดีอยู่แล้ว ไม่ต้องทำอะไรหรอก



สมมุติมีคนเอาเงินให้คุณ 1 หมื่นบาท
สำหรับให้นำไปทำบุญหรือทำประโยชน์ให้สังคมเท่านั้น
คุณจะนำเงินทำบุญนี้ให้ใคร อย่างไรบ้าง


เอาไปให้ทุนการศึกษาเด็กที่อยากเรียน และทำทุกอย่างเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว
เวลาเจอเด็กๆทำงานพิเศษในร้านอาหาร หรือฟาสต์ฟู้ด หรือช่วยที่บ้านขายของ
จะรู้สึกว่าเขารู้จักค่าของเงิน และจะเอ็นดูเป็นพิเศษ
ต่อให้บริการช้า เงอะงะไปบ้าง ก็ไม่เคยหงุดหงิด



เรื่องแย่ๆ ที่ฝังใจที่สุดในปี 2008
อุบัติเหตุของน้องชาย
และการจากไปของคนที่รัก



เรื่องดีดีที่ประทับใจที่สุดในปี 2008
ตอนที่น้องชายปลอดภัย หายดี

จะว่าไปแล้ว เรื่องดีๆในชีวิตก็มีได้ทุกวัน
จนไม่รู้ว่าเรื่องดีที่สุดคือเรื่องไหน

แค่ไม่สบาย เจาะเลือดแล้วรู้ว่าไม่เป็นไข้เลือดออก เป็นแบคทีเรีย หรือไวรัสธรรมดา ก็เป็นเรื่องดีๆแล้ว
หรือไปซื้อของ แล้วพนักงาน หิ้วของมาส่งด้วยความใส่ใจ กลัวหนัก
ก็เป็นเรื่องดีๆของวันนั้นแล้วละค่ะ

เหมือนที่เขียนไว้ในบล็อกนี้แหละ ว่าทุกวันที่ตื่นขึ้นมา คือของขวัญที่กาลเวลามอบให้






 

Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2552 0:04:00 น.
Counter : 312 Pageviews.  

ทุ่งกิ๊ก - แก่งก้อ

ปลายปีที่แล้ว ช่วงอากาศเย็นๆ ก็ได้เวลาขึ้นภูเขา
คราวนี้ไปอุทยานแห่งชาติแมปิง
ฟังชื่อแล้วกะว่าอยู่เชียงใหม่แน่เลย
แต่ไม่ใช่หรอกค่ะ อยู่ลำพูน

ทั้งทุ่งกิ๊ก และแก่งก้อ อยู่ในความดูแลของอุทยานนี้



ไปถึงที่นั่นแต่เช้าตรู่ ผ่านทางคดเคี้ยวและหมอกจัดเหมือนกำแพงสีขาว
เมื่อเลี้ยวขึ้นภูเขาจากอำเภอลี้
คว้ายากันเมารถกินเข้าไปตอนตีสามกว่า
ด้วยความที่อากาศเย็นจัด ก็เลยรอดตัว ไม่อ๊อก

พอลงมาถึงที่ทำการอุทยานฯ ก็เริ่มรู้ว่าตะเข็บกางเกงยีนส์อยู่ที่ไหน
ต้องวิ่งมาคว้าเสื้อกันหนาวในรถ ก่อนวิ่งเข้าบ้านไป
แต่ยังอุตส่าห์อาบน้ำ ล้างหน้าล้างตา ระหว่างรออาหารเช้า
ปลุกตัวเองด้วยกาแฟ กับข้าวตังสมุนไพรสุดอร่อยของพี่ที่ไปด้วย
รวมทั้งข้าวเหนียวเนื้อเค็มหอมนุ่ม
แล้วก็ออกมาเจอแดดอุ่นๆ

เจ้าแมวอ้วนตัวนี้เป็นพนักงานรับแขก




ถ่ายรูปรออยู่พักหนึ่ง ก็ออกไปวัดพระพุทธบาทห้วยต้ม
พระเณรเตรียมสถานที่ทำบุญ รู้สึกว่ากลางคืนจะมีพิธีจุดเทียนถวายพระพรด้วย



ชาวบ้านพากันมาทำบุญ ไหว้พระ ฟังเทศน์
ลูกเด็กเล็กแดงมากันหมด






ชอบเด็กคนนี้มาก
พอเห็นเราเดินเข้าไปใกล้ พร้อมรอยยิ้มเอาใจเด็ก ก็ยิ้มหวานตอบทันที






โทษฐานเป็นเด็กเส้น โพสต์ซะสองรูป
จริงๆถ่ายมาเยอะกว่านี้



ตอนบ่ายๆกลับมาฟังบรรยายสรุปจากรองหัวหน้าอุทยาน
ว่าแถวๆนั้นมีอะไรบ้าง
แล้วก็จับพวกเราใส่รถไปที่ ทุ่งกิ๊ก ซึ่งเป็นทุ่งโล่งตามธรรมชาติกลางป่า
ห่างจากที่ทำการไปสักครึ่งชั่วโมง
พักที่นั่นตอนกลางคืน ก่อนจะตื่นมาดูนก

อากาศเริ่มเย็นยะเยือกอย่างรวดเร็ว หลังพระอาทิตย์ตก
อาบน้ำเสร็จก็ตัวชาเลย
แถมฝักบัวห้องนั้นไหลริบหรี่
ต้องบอกคนที่รอเข้าห้องน้ำว่า รอห้องอื่นเถอะค่ะ

มีเสื้อกันหนาวกี่ตัว โปะลงไป
โชคดีที่ก่อนไป พี่คนหนึ่งส่งเมล์สภาพอากาศที่นั่นมาให้ 11-12 C
แจ็คเก็ตบางๆเอาไม่อยู่แน่ เลยต้องม้วนเสื้อกันหนาวอุ่นๆอีกตัวไปเพิ่ม

หลังกินข้าว พี่ๆ 2-3 คน นั่งปิคอัพไปกับเจ้าหน้าที่อุทยาน
ไปถ่ายรูปที่วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม
เพราะต้องให้คนขับรถตู้พัก
เราส่ายหน้าดิก ไม่ละค่ะ ปิคอัพลมโกรก แบบ 11 C เหรอ
อยู่บ้านดีกว่า

แล้วก็จุดเทียนที่บ้าน เจ้าหน้าที่เตรียมโคมลอยไว้ให้ด้วย





เช้าตื่นมา กินข้าวเช้า แล้วเจ้าหน้าที่ก็แจกกล้องส่องทางไกล
พร้อมซักซ้อมวิธีใช้
แต่เรามีกล้องของน้องอีกคนที่ไปด้วยอยู่แล้ว

ก็ค่อยๆออกเดินไปเงียบๆ
กับเจ้าหน้าที่อีกสองคน และหนังสือดูนกสามเล่ม

เราน่ะไม่ใช่นักดูนกอยู่แล้ว
และความรู้เกี่ยวกับสัตว์ก็น้อยจนน่าใจหาย
รอดู เวลาเจ้าหน้าที่ปรับโฟกัสไว้ให้ ง่ายกว่าเยอะ




ดูไปเปิดหนังสือไป
หนหนึ่งเจ้าหน้าที่เจอนกแก้ว แก้มสีชมพูหวานแหวว
เราเกือบหัวเราะออกมา ตอนที่น้องเขารำพึงรำพัน เหมือนเจอสาวแก้มสีชมพู
เสียดายที่ไม่สามารถถ่ายรูปนกแก้วตัวนั้นมาให้ดูได้


ก็เลยเดินถ่ายรูปไปด้วย ดูนกไปด้วย
เจอไก่กำลังจิกมะละกอแบบเอาเป็นเอาตาย



ด้วงน้ำมัน


ดอกไม้ริมทาง ถามเจ้าหน้าที่แล้ว ลืมชื่อ




พอสายหน่อยก็ไป น้ำตกก้อหลวง
เดินพอได้เหงื่อและเริ่มหายใจฟืดฟาด
น้ำตกใสสีเขียวอมฟ้า เหมือนทะเลอันดามัน
ละอองน้ำเย็นเฉียบ









ล่องแพไปตามแม่น้ำปิง ชมวิว




คนอื่นพักที่แพริมน้ำ แต่เราพักที่บ้านบนเนินเขา
เหมาะกับคนไม่ชอบอะไรโคลงเคลงอย่างเรามาก


ใครอยากว่ายน้ำ ก็ว่ายไป
พายเรือคยัคก็พายไป
เรานั่งเอาขาจุ่มน้ำได้เพลินๆอยู่สักพัก
ก็ต้องลุกมาปฏิบัติภารกิจกู้ notebook ของพี่คนหนึ่งให้กลับมาทำงานได้เหมือนเดิม





ที่นี่หน้าตาและบรรยากาศพอฟัดพอเหวี่ยงกับปางอุ๋งที่แม่ฮ่องสอน
มีทะเลสาบและไอหมอก ที่เรือนแพตอนเช้า สวยพอกัน
แต่คนน้อยดี เพราะที่พักจำกัด

ชอบมากตรงที่ทั้งภูเขาและเวิ้งทะเลสาบนั้น มีคนอยู่สักสามสิบกว่าคน
คือที่แพ ที่บ้าน และนักท่องเที่ยวที่กางเต๊นท์อยู่บนเนินเขาอีก 4-5 คน
เรียกว่าท้องฟ้า ภูเขา และสายน้ำ เป็นของเรา


อากาศก็อุ่นกว่าตอนอยู่ที่ทุ่งกิ๊กเยอะ
สระผมได้สบายๆ

ต้องบอกว่าเจ้าหน้าที่น่ารักมาก อัธยาศัยดีสุดๆทุกคน
ทั้งรองหัวหน้าอุทยานและน้องอีกสองคนที่พาไปดูนก
แต่เชื่อว่าเขาคงจำแก๊งนี้ไปอีกนาน
เพราะถูกน้องผู้หญิงคนหนึ่งในแก๊งแหย่แล้วแหย่อีก
จนเราพูดกันว่า กลับไป เขาต้องแปะรูปน้องคนนั้นไว้ที่อุทยานแห่งชาติทุกที่ ห้ามเข้า!

เราเกือบจบทริปนี้ได้อย่างสวยงามอยู่แล้ว
ถ้าขาลงจากเขา เราจะไม่อ๊อก ก่อนถึงทางราบแค่ห้านาที

มีกันเก้าคน อ๊อกซะสามคน เล่นเอาหมดแรง




 

Create Date : 24 มกราคม 2552    
Last Update : 24 มกราคม 2552 23:38:09 น.
Counter : 1543 Pageviews.  

รปภ.ผู้หญิง...กลัววิ่งไม่ทันหรือ





เดิมที ข้างตึกเราก็ไม่มีพนักงานรักษาความปลอดภัย หรือรปภ. มาประจำหรอก
แต่หลังๆนี่ ความปลอดภัยชักลดลง
วันหนึ่งก็เลยมียามในเครื่องแบบสีฟ้า + กรมท่า มานั่ง

แค่วันแรก เราก็ส่ายหน้าแล้ว
ก็คุณยามเอ๊ย! รปภ.เล่นนั่งหลับตลอด ไม่ได้รู้เล้ย...ว่าใครผ่านไปมา
แถมซ้ำร้าย เราออกไปข้างนอก กลับมาเดินผ่าน จนไขกุญแจตึก ก็ยังไม่ตื่น
พอลากประตูปั๊บ เสียงความฝืดของประตูก็ทำเอารปภ.หนุ่ม หน้าตาอึนๆ หงายหลังตกเก้าอี้โครม ตื่นจากหลับ
เราขำก็ขำ สงสารก็สงสาร
แต่ก็คิดว่า ไม่มีรปภ.ดีกว่ามั้ง แบบนี้


อาทิตย์ต่อมา รปภ.อึนก็หายหน้าไป
กลายมาเป็นรปภ.เครื่องแบบสีกากี ราวโกโบริ แสดงว่าเปลี่ยนบริษัทใหม่
อ้าว! ผู้หญิงนี่...
เธอเป็นผู้หญิงผิวคล้ำ ร่างท้วม หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส สุภาพ และใส่ใจสิ่งรอบตัว
เราถูกชะตาทันที
แถมยิ่งเห็นเธอเดินตรวจตราตลอด ใส่ใจผู้คนที่ผ่านเข้าออกที่ประตูนั้น
ก็ยิ่งรู้สึกดีมากขึ้น



เธอทักทาย ยิ้มแย้ม และมีน้ำใจ ที่จะเดินเข้ามาช่วยหิ้วกระเป๋าโน้ตบุ๊ค
หรือบางทีเราไปค้างที่อื่นแล้วหอบเป้เสื้อผ้ามาพะรุงพะรัง
เธอก็จะตรงเข้ามาช่วยถือของ รอจนเราควานกุญแจ ไขประตูตึก ประตูห้องพักได้เรียบร้อยก็จะจากไปด้วยรอยยิ้มแจ่มใส แบบคนต่างจังหวัดใจดี

แล้วเราก็พบว่า หลายๆคนที่ผ่านเข้าออกที่นั่น ชอบเธอ
เวลามีข้าวของ ขนูกขนม ก็มักหิ้วมาฝากเธอด้วย
รอยยิ้มจริงใจขณะที่ทักทายใครๆอย่างสุภาพ ทำให้เรารู้สึกดีเสมอ

วันหนึ่ง เราเดินเข้าประตูมา ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินตามหลังเรามาจนถึงซอกตึก
เรารู้ว่ารปภ.ผู้หญิงมองดูเขาอย่างสงสัยตั้งแต่เห็น เพราะซอกตึกนั้นไม่มีใครที่มีหน้าที่ต้องเดินไป

เราสบตาเธอ แต่ไม่ได้พูดอะไร เพราะผู้ชายคนนั้นตามมากระชั้นชิดมาก
รปภ.เข้าใจสายตาเราทันที ว่าเราสงสัยผู้ชายคนนี้
พอเราหยุดยืนไขประตูตึก เขาก็เดินผ่านหลังเราเข้าไปที่ซอกตึก
เธอเดินตามมาถามเขาว่า จะหาใครคะ
แต่น้ำเสียงก็ยังสุภาพ
ผู้ชายคนนั้นตอบว่าเปล่า แล้วก็ทำทีไปนั่งใต้ร่มไม้อ่านหนังสือ
แค่นี้ เราก็รู้แล้วว่าประสิทธิภาพเธอใช้ได้ทีเดียว
และเราก็รู้สึกอุ่นใจ
ยังคิดอยู่ว่า ถ้าเป็นรปภ.อึนนั่น เวลาเราสบตา ไม่พูดอะไร
เขาคงถามเราว่า มองหน้าผมทำไมหรือ



มีอยู่วันหนึ่ง ไม่เห็นเธอ แต่เห็นรปภ.ผู้ชายคนใหม่ อ้วน ดำ หน้าตาไม่ไบรท์เท่าเธอ
เรานึกทันที ...อย่านะ อย่าเปลี่ยนคนนะ ...
มารู้ว่าวันนั้นเธอไม่สบาย ก็ค่อยโล่งอก



วันนี้ตอนเย็น เธอบอกเราว่า เธอมาทำงานวันสุดท้ายแล้ว
เรางง ถามว่า อ้าว! ทำไมล่ะคะ
ก็ได้ความว่า เธอไม่ได้รับการจ้างต่อ
เพราะเป็นผู้หญิง และอายุเกิน ไม่เวิร์คค่ะ...เธอใช้คำนี้
เราว่าเธอคงอายุราวๆ 40
ยังแข็งแรง คล่องแคล่ว เดินไปเดินมา สังเกต ตรวจตราตลอด
ในขณะที่รปภ.คนอื่น นั่งจุมปุ๊กทั้งวัน



เราถามเธอว่าใครประเมินหรือคะ
เธอบอกว่า ผอ.ค่ะ สั้นๆ ซึ่งเรารู้ว่าเป็นฝ่ายอาคาร
และก็คงสายเกินกว่าที่เราจะยับยั้งอะไรได้

เธอบอกว่าเธอคงไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด
เราบอกเธอว่า เธอเป็นรปภ.ที่ใส่ใจที่สุดที่เราเคยพบมา


น่าเสียดาย ที่เราคงไม่เห็นรอยยิ้มแจ่มใส อารมณ์ดีของเธออีก
เวลาเห็นหน้าเธอทีไร เรานึกถึงบรรยากาศต่างจังหวัด ที่ผู้คนเป็นมิตรต่อกัน ทุกที

เรากลับเข้าไปในห้อง หยิบซองมาใบหนึ่ง พร้อมกับเขียนโน้ต
บอกเธอว่า เธอเป็นรปภ.ที่ใส่ใจ และมีน้ำใจมากที่สุดคนหนึ่งที่เราเคยพบ
(ไม่นับอีกรายที่ปฏิบัติหน้าที่แบบยิ้มแย้มแจ่มใส สุภาพ จนได้รับการเลื่อนเป็นหัวหน้าฝ่ายไปแล้ว)
เสียดายที่เธอไม่ได้ทำงานตรงนี้อีก แต่เราก็ขอให้เธอโชคดี


พอเราไขกุญแจปิดห้อง ปิดตึก เธอก็สวัสดีลา
เราหยิบซองออกมาให้ บอกเธอว่า เอาไว้กินขนม
เธออึ้งไปนิดหนึ่งอย่างไม่คาดคิด แล้วก็ขอบคุณ

เราเห็นรอยยิ้มของเธอ มีน้ำตาคลออยู่ในนั้น ...เธอร้องไห้
เราได้แต่ยิ้ม แล้วบอกให้เธอโชคดี ก่อนที่จะเดินจากมา
เราไม่กล้าอยู่นาน เพราะเรารู้ว่าคงไม่สามารถปลอบเธอได้
ตอนที่อยู่ในรถ เรานึกภาพเธอยิ้มทั้งน้ำตา แล้วเราก็น้ำตาซึมเหมือนกัน

เสียดาย ที่คนประเมินไม่เคยเห็นเธอทำงาน อย่างที่เราเห็นทุกวัน
และตัดสินเอาเอง จากความเป็นผู้หญิง และอายุ เท่านั้น

เราว่าถ้ามีเหตุร้ายอะไรจริง ผู้ชายก็ไม่กล้าขวาง หรือวิ่งไม่ทันพอกัน ถ้าไม่ใส่ใจดูอยู่ตลอด
แต่การทำงานที่ระแวดระไวของเธอต่างหาก ที่จะป้องกันเหตุร้ายได้




 

Create Date : 15 ตุลาคม 2551    
Last Update : 15 ตุลาคม 2551 21:17:26 น.
Counter : 465 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  

HoneyLemonSoda
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




เพราะทุกวันที่ตื่นขึ้นมา
คือของขวัญที่กาลเวลามอบให้
Friends' blogs
[Add HoneyLemonSoda's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.