...ส บ า ย ๆ ส ไ ต ล์ มื อ ไ ม่ PRO แ ถ ม ยั ง... LOWFESSIONAL ...
 
แอมป์คลาส D กับ DC Tone Control


|"ลุงไม้..."|123it.co.nr|เรื่องทั้งหมด|เรื่องที่แล้ว |เรื่องต่อไป|

วันนี้...ขอ"แฉลบ"ออกจากเรื่องคอมฯอีกสักครั้ง เนื่องจากไปเข้าเว็บๆหนึ่งมา ได้ไปพบเจอกระทู้ของผู้เขียนบทความ และอาจารย์ต่างๆในอดีต ทำให้ผมสะดุดความหลังเข้าอย่างจัง เลยขอเอามาระบายให้อ่านกันเล่นๆครับ

ตัวผมเอง...พอจะเริ่มจำความได้บ้าง ก็รู้แต่ว่าสนอกสนใจกับพวกวิทยุโทรทัศน์เป็นอย่างมาก ของเล่นสมัยเด็กๆ นอกจากจะเล่นเหมือนคนอื่นแล้ว ยังต้องมีการแกะเพื่อดูภายในทุกทีไป พวกมอเตอร์ใส่ถ่านนี่ ชอบถอดออกมาดูมันหมุนข้างนอก

ขยับขวบปีขึ้นมาอีกหน่อย ก็หลงเสน่ห์พวกเครื่องไฟขยายเสียงเอามากๆ สมัยก่อน มีงานบวชนาคหรือแต่งงานบ้านใหนในละแวก ผมต้องไปนั่งดูเขาเปิดเครื่อง เปิดแผ่นเสียงเป็นประจำ

พอมีโอกาสเข้ามาเรียนในเมือง ก็เลยชอบที่จะซื้อหนังสืออ่าน และนี่ก็เป็นหนังสือเล่มหนึ่งในตำนานของผม ในบรรดาหนังสือมากมายก่ายกอง ที่แม่แอบขายไปบ้างก็มี บริจาคไปบ้างก็มี ก่อนจะถึงเรื่องแอมป์ ขอเอารูปหนังสือเล่มประวัติศาสตร์มาโชว์ก่อนครับ



เล่มนี้อยู่ยงคงกระพันมาก เพราะผมได้เจาะรูร้อยเชือกเป็นอย่างดี อายุอานามก็มากกว่า 20 ปีเป็นแน่ ตอนนั้นเป็นเล่มโปรดเลย เนื่องด้วยที่บ้าน ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง จึงต้องประเดิมด้วยวงจรข้างล่างนี้ จากหนังสือเล่มข้างบนนั่นละครับ



วงจรนี้ใช้ถ่านไฟฉายครับ ภาคโทนเป็นทรานซิสเตอร์ ภาคขยายใช้ TBA-810S ความรู้สึกตอนนั้น โห...มันเสียงดีจริงๆ ยิ่งฟังเพลงตอนดึกๆเงียบๆนะ ไพเราะจับใจเด็กบ้านอย่างผมซะจริงๆ เหตุที่ต้องฟังดึกๆ เพราะว่าเวลากลางวัน FM จะรับไม่ค่อยติด เพราะผมไม่มีเสาอากาศที่คุณภาพดีพอ ก็อยู่ด้วยกันนานเหมือนกัน คลับคล้ายคลับคลาว่าขายต่อไป นานจนเกินจะจำได้ซะแล้วครับ

ต่อจากนั้นมาก็ต่อแอมป์เล่นมาเรื่อยๆครับ น้องๆหลานๆขอไปบ้าง เพื่อนๆพี่ๆซื้อต่อบ้าง ตั้งแต่อยู่ต่างจังหวัด จนถึงเข้าเรียนต่อในกรุงเทพ ก็มักจะต่อแล้วขาย ขายแล้วต่อ มาเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ที่วงจรนี้ครับ



ตัวนี้ผมเอามาจับคู่กับลำโพงรถยนต์ ยี่่ห้อ MASSIVE เป็บแบบตู้ 3 ทาง เสียงเบสแน่นดีเป็นบ้า เป็นชุดเก่งประจำตัวเลย ย้ายไปจังหวัดใหนก็หอบหิ้วไปด้วย จนเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว รู้สึกว่ากรวยลำโพงจะผุพัง ยุ่ยไปบ้าง จึงเอาไปซ่อมแถวๆบ้านหม้อ เอากลับมาฟังด้วยเสียงที่"แข็ง"กว่าเดิม ประมาณว่าคนละเรื่องกันเลยทีเดียว แต่ก็ยังฟังมาเรื่อยๆจนเหมือนว่าเสียงจะชินหูไปแล้วละครับ



ข้างบนนั่น เป็น Tone-control จาก First Popular รุ่น Super One New Improved TA1009 ส่วนอันล่างคือบอร์ด TDA-7240 จากชุดคิทของ Electronics Part-Supply เข้าคู่กันได้อย่างเยี่ยมยอดเชียวครับ

ฟังมานานหลายปีมากๆ มาจนเดี๋ยวนี้ การหมุนวอลลุ่ม การหมุนทุ้มแหลม พากันส่งเสียงคร่อแคร่กโกรกกราก หาน้ำยาทั้งฉีดทั้งหยอดก็ไม่หาย ซื้อ VR มาเปลี่ยนได้ 2 รอบแล้ว จนรอยบัดกรีเยินไปแล้ว วันนี้เลยตัดสินใจเอาออกมาปัดฝุ่นขัดขี้ไคลซักหน่อย พอรื้อแล้วเลยตามเลย มาลองของใหม่กันดีกว่า

ด้วยความที่เคยคิดจะทำแอมป์ตัวเล็กๆ ยัดใส่ไว้ในเคสคอมเลย เพราะมักต้องได้หอบหิ้วคอม ไปเล่นโปรแกรม Nick Karaoke อยู่บ่อยๆ เบื่อกับการต้องหอบหิ้วแอมป์ไปด้วย มาอ่านหนังสือเจอว่า แอมป์คลาส D นั้น ตัวเล็ก เสียงดัง ไม่ร้อนมาก ก็เลยสนใจ ติดตามข่าวคราวมาเรื่อยๆ

จนมาพบโครงงานของเซมิฯ ที่สร้าง Sub-wooffer ด้วยแอมป์คลาส D ก็เลยตามไปดูที่เว็บนี้ http://www.icdshop.net/ หากสนใจก็ตามลิ้งก์ไปอ่านเพิ่มเติมกันได้นะครับ ผมก็ได้สั่งแอมป์คลาส D รุ่นเล็กสุดมาลองเล่นดู รูปร่างหน้าตาแบบนี้ครับ



ผมสั่งของมาทางไปรษณีย์ วันรับของยังตกใจว่าตัวเล็กนิดเดียว ประมาณตลับเทปคาสเซ็ตนี่เอง ในสป็คบอกว่า 80+80 วัตต์ ผมไม่รู้ว่าถึงตามนั้นหรือเปล่า แต่ลองแล้วกลัวลำโพงพังครับ ยังไม่กล้าแกล้งอัดจนวงจรโปรเท็คทำงานสักที แต่ต้องยอมรับเรื่องความดังครับ เกินตัวจริงๆ

ใหนๆจะเล่นคลาส D ที่ออกแนวดิจดตอลกันแล้ว ก็เลยไปสั่ง LM1036 - Dual DC Operated Tone/Volume/Balance จากเว็บ http://www.mynpe.com/ ดังรูปนี้ครับ



เป็นชุดคิทรุ่น PK1016 ทำหน้าที่ปรับเสียงทุ้มเสียงแหลม ปรับความดัง และปรับบาล้านซ์ โดยสัญญาณเสียงต่างๆไม่ได้ผ่านตัว VR โดยตรง ซึ่งใครเคยต่อแอมป์เล่น เมื่อใช้ไปนานๆ จะรู้ว่าจะต้องประสาทเสียเป็นอย่างมาก เมื่อพวก VR ต่างๆเริ่มเก่า และเริ่มมีเสียงกร่อกๆแกร่กๆเวลาหมุน น่ารำคาญมากๆครับ
แต่วงจรนี้ จะใช้ VR เพื่อปรับค่าไฟเท่านั้น ส่วนการควบคุมเสียงต่างๆ จะถูกกระทำอยู่ภายในตัว IC ตัวเดียวนั่นเอง ถ้าอยากรู้เรื่องเพิ่มเติม ก็สามารถเข้า google แล้วค้นคำว่า LM1036 ก็จะพบกับข้อมูลมากมายเลย ถ้าจะให้สะดวก ก็ตามลิ้งก์ไปสั่งจากณัฐพงษ์ก็ได้ มีทั้งแบบมาประกอบเอาเอง หรือประกอบมาเลยก็ได้

หลังจากอุปกรณ์พร้อม กาแฟพร้อม ก็เริ่มต้นยึดพื้นที่กลางบ้าน เพื่อทำงานทันทีครับ



แท่นใหญ่ๆที่เห็นนั่นก็เป็นแอมป์ตัวนึง ที่เล่นจนพังไปแล้วครับ IC ระเบิดดำเมี่ยมเลย เหลือแต่กล่องมานานแล้ว ส่วนแอมป์คลาส D ตัวนี้ ผมกะลองทำเท่ๆเล่นๆ เลียนแบบแอมป์หลอดเขาสักหน่อย เลยไปคว้าเอากล่องใส่โทรศัพท์มือถือมาลองขยับๆดู ความแข็งแรงใช้ได้เลยทีเดียว ลองเอาแอมป์มาวางๆดู รู้สึกเข้าท่าดีแฮะ



จะรอดหรือเปล่าเนี่ย? ลองเอาหม้อแปลงขึ้นอีกตัวซิน่า...ตัวนี้เคยใช้กับแอมป์ในแท่นที่พังนั่นแหละครับ ไฟออกเท่าที่ต้องการเกือบพอดี ก็เลยไม่ต้องเสียของไปเปล่าๆ เอามารีไซเคิลได้เต็มๆ อ้อ...หม้อแปลงรูปร่างแบบนี้ เรียกว่าแบบ C-CORE สั่งพันที่ห้างแสงทอง ปทุมวัน เดี๋ยวนี้น่าจะยังอยู่ เห็นเขาบอกว่าหม้อแปลงแบบนี้ดีกว่าแบบทอรอยด์ ซึ่งผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ก็เคยใช้ทั้ง 2 แบบ รู้แต่เพียงว่าแอมป์เต็มแน่ๆครับ (เพราะสั่งทำ)



โอ้...ปิดฝากล่องไม่ลงซะแล้วครับ หม้อแปลงมันหนักกว่าแอมป์ไม่รู้กี่เท่า งานนี้เลยต้องหากล่องใหม่ แต่ก็ไม่พ้นสไตล์เดิม คือไปด้อมๆมองๆหากล่องมือถือของลูกชาย ใบนี้แข็งแรงกว่าเก่าหน่อย ได้เป็นรูปนี้ครับ



หรูหราได้ใจจริงๆ...! ผมยัดเอาภาคทุ้มแหลมไว้ข้างในด้วย ไม่น่าเชื่อว่าแอมป์เสียงดังลั่นบ้านตัวนี้ บวกกับภาคปรับทุ้มแหลม จะสามารถยัดเข้าไปอยู่ได้ในกล่องใบเท่านี้ อุปกรณ์ที่ใหญ่เกินหน้าเกินตา ก็เห็นจะเป็นหม้อแปลงนี่ละครับ



หลังจากประกอบลงกล่องเสร็จสรรพ ก็เอาเข้าประจำการที่หน้าคอม แทนเครื่องเก่าทันที เพื่อจะได้ทดสอบตัวจริงเสียงจริงของ"คลาส D" ให้ได้ยินกับหูซักที ว่าแล้วคืนนี้ก็ "อัดหนักๆ" เป็นเวลา 2-3 ชั่วโมงติดๆกันไปเลยครับ

สรุปว่าที่ฮีตซิ้งค์ของแอมป์นั้นร้อนพอควรเชียวครับ แต่เห็นเขาบอกไว้ในสเป็คว่า หากร้อนเกินมันจะตัดเอง ก็เลยปล่อยให้มันร้อนไป ไม่เห็นมันตัดสักที ผมซะเองที่หนวกหูไปก่อนครับ

ส่วนภาคทุ้มแหลมก็เพิ่มลดได้พอใช้ได้เหมือนกัน แต่ผมว่าออกจะ"เกินจริง"ไปสักหน่อย คือหลอกมือว่า เร่งนิดเดียวก็ทุ้มบึ้มขึ้นมาเลย แต่พอหมุนไปปลายๆก็ทุ้มได้แค่นั้น เสียงแหลมก็ทำนองเดียวกันครับ

ถ้าจะเทียบกับแอมป์ตัวเดิมของผม โดยผมยังคงใช้ลำโพงคู่เดิม คอมตัวเดิม แอมป์ตัวเก่าตัวนั้นเสียงนุ่มนวลกว่าครับ ทุ้มหนักแน่น แหลมสดใส คนละอย่างกับตัวนี้ ที่เสียงแหลมออกจะบาดหูไปสักเล็กน้อย

แต่มาถึงวันนี้ เมื่อฟังจนชินหูแล้ว ก็ถือว่าใช้ได้ครับ จะเอาอะไรกันนักกันหนา กับแอมป์ตัวเล็กๆที่วางบนฝ่ามือเท่านี้ ที่ต้องนับถือก็ต้องเรื่องความดังนี่ละครับ มันดังได้สะใจจริงๆ จนต้องกลับไปมองว่า มันตัวแค่นี้เองหรือ? ผมลองเอาไปขับตู้ 10" ของน้องเขย ที่เขาได้มาจากการซื้อรถยนต์ โดยเอามาดูหนัง DVD แบบรอบทิศทาง โอ้โห...เสียงตูมตามสะใจดีจริงๆ

*** ที่บอร์ดของแอมป์นั้น จะมีสวิทช์ Standby/Mute อยู่ด้วยครับ เวลา Mute ไว้แล้วปิด/เปิดเครื่อง จะไม่มีเสียงตุ้บต้ับไปกวนลำโพงเลย แต่ถ้าหากเอาลงกล่องแล้ว การจะมาสับสวิทช์ตัวนี้ก็หมดสิทธิ์ ครั้นจะบัดกรีสวิทช์เพื่อโยงสายออกมา ก็ไม่น่าไว้ใจในฝีมือตัวเอง เพราะเป็นบอร์ดแบบ 2 หน้า มีการโยงลายทองแดงข้ามฝั่งกันด้วย เลยหันมาใช้วิธีต่อสวิทช์ไว้ตรงกลาง ระหว่างภาคทุ้มแหลมกับภาคขยายแทน รวมทั้งได้เพิ่ม R เข้าไปอีก 2 ตัว เพื่อไม่ให้เกิดอาการ"อินพุทลอย" ระหว่างที่สวิทช์เปลี่ยนจากขั้วหนึ่งไปยังอีกขั้วหนึ่ง เมื่อ Mute (เท่ากับเป็นการชอร์ตอินพุทของแอมป์ลงกราวด์) แล้วปิด/เปิดเครื่อง ก็จะมีเสียงบ้างเพียงเล็กน้อยเท่านั้นครับ ***



รูปข้างบนอาจจะดูไม่ชัดนัก ให้คลิกที่รูป แล้วจะได้ดูรูปแบบเต็มไฟล์ในอีกหน้านึง จะชัดเจนกว่าครับ

อีกอย่างนึง ตรงแจ็ค RCA ตัวเมีย บนบอร์ดแอมป์นั้นจะไม่มีขั้วกราวด์ เพราะเป็นการจัดอินพุทแบบ"บาล้านซ์" แต่ที่จะใช้กันทั่วๆไป ก็มักจะเป็นแบบพื้นฐาน ผมจึงต้องเอา "ขั้วนอกของแต่ละข้าง" ของอินพุทลงกราวด์ด้วยครับ

พอดีที่ผ่านมามีวันหยุดต่อเนื่องบ่อยๆ เลยได้จังหวะ จับยัดลงกล่องใสใบเล็กๆได้พอดี สามารถหิ้วไปหิ้วมาได้เลย เก๋ไปอีกแบบครับ



รูปแรกเป็นด้านหน้ากล่อง จะเห็น Tone อยู่ด้านบน ส่วนแอมป์เห็นฮีทซิ้งค์อยู่ด้านล่างครับ มีสวิทซ์ 2 ตัว คือ On/Off และ Mute ครับ ถ้าปิดเปิดโดยไม่ได้ Mute จะมีเสียงดัง"ปั้ก"ออกลำโพงค่อนข้างน่ากลัว เลยต้องมีสวิทซ์ Mute นี้ขึ้นมา



นี่ถ่ายด้านบน สายไฟไม่ค่อยเรียบร้อย เพราะหยิบเอาของเก่าใกล้มือซะเป็นส่วนมากครับ หม้อแปลงลูกเบ้อเริ่มเชียว ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็น IC Regurater 7815 บัดกรีขาลงกับ ขั้วรับไฟ + 15V ของ Tone เลย (ไม่รู้จะเอาไปเกาะตรงใหนแล้ว)



ตั้งประจำการอยู่หน้าคอมตัวเดิมนั่นแหละครับ พ่อฟังได้ ลูกก็ฟังดี ถึงเวลาต้องเคลื่อนย้ายก็สบายมากเลย ถอดแจ็คหลัง ถอดสายลำโพง หิ้วเดินตัวปลิว สะดวกดีแท้ๆครับ ผมยังถอดเอาไปทำ"คู่หลัง"ดูหนังเซอราวด์กับสเตอริโอหลักอยู่บ่อยๆครับ



โชว์ลำโพงคู่ชีพสักหน่อย ยี่ห้อ MASSIVE ครับ ประมาณ 40 วัตต์มั้งครับ หอบหิ้วกันมา 4-5 จังหวัดแล้วครับ ของเดิมๆเสียงจะนุ่มนวลมากๆ แต่ตอนนี้เปลี่ยนกรวยกระดาษไปรอบนึงแล้ว เสียงก็ยังพอทน ดูหนังฟังเพลงกับคอมฯสบายบรื๋อครับ

วันเดือนปีที่เห็นในรูปหลังๆ เป็นปี 2004 เนื่องจาก เปลี่ยนถ่านกล้องแล้วไม่ได้ตั้งวันที่ครับ จริงๆแล้ววันนี้คือ 10 สิงหาคม 2007 นะครับ

*** อัพเดท 16 มกราคม 2555 ย่างเข้าปีที่ 6 ***
วันเวลาผ่านมาเรื่อยๆ คลาสดีคู่ใจของผมก็ปรับนั่นแต่งนี่มาเรื่อยๆ ตอนนี้เป็นแบบรูปข้างล่างนี้ครับ

ลงกล่องเรียบร้อย เรียกเสียงฮาเมื่อแรกเห็น รูปต่อไปคือไส้ในครับ

ซ้ายมือสุดคือแอมป์คลาสดีตัวเก่งเจ้าเก่า บางคนมาส่องในกล่อง บอกว่าเจ้านี่แหละที่เป็นพระเอก บ้างยังว่าผมแอบเอาแอมป์ไปซ่อนไว้ที่ใหน

ภายในประกอบด้วย...
- Echo ของ "รอย ไฮไฟ"
- DC Tone Control
- Pre Mic
- Tone Control สำหรับ Mic
- Crossover ตัดความถี่ต่ำ เพื่อพ่วงแอมป์ไปขับซับเบส

เรียกว่า ทุกชิ้นส่วนที่ผมเคยกระจัดกระจาย ถูกจับลงกล่องนี้หมดแล้ว ยกไปกล่องเดียวจบเลยครับ

--------------------------------
อัพเดท ณ 11 ตุลาคม 2555 
---------------------------
ไปเจอโฆษณาเครื่องเล่นโดนใจจากในเว็บ ว่าเล่นไฟล์จาก USB, SD ได้ ฟัง FM ได้ด้วย ต่อไฟเลี้ยง 2 เส้นใช้งานได้ เสียงไม่แพ้ซีดี ก็เลยลองสั่งมาเล่นดู



เอามาเล็งหาทำเลหน้ากล่องแอมป์ตัวเก่ง มีที่ว่างอยู่พอดี จัดการมาร์ครูน็อต 2 รู เจาะด้วยสว่าน จากนั้นก็เอาหัวแร้งกดลงไปบนเนื้อพลาสติคของกล่อง พักเดียวก็ได้ช่อง 4 เหลี่ยมสำหรับติดตั้ง กลิ่นไหม้คลุ้งไปทั่วบ้านเลยเชียว ตัดแต่งด้วยคัทเตอร์อีกเล็กน้อย ก็เข้าประจำการเป็นที่เรียบร้อย







หลังจากนั้นก็เริ่มทดลองเสียง ผมมีแฟลชไดรฟ์ 3 ตัว 2G, 16G เล่นได้ อีกตัว 4G ไม่รู้เป็นไร แต่เดาว่าเป็นที่แฟลชไดรฟ์แน่ๆที่เล่นไม่ได้ สุ้มเสียงฟังแล้วโอเคเลยครับ

ลองฟัง FM ดูบ้าง ปรากฏว่าเลื่อนได้ทีละ .1 เช่น 80.1 , 80.2, 80.3 ซึ่งในเมืองน่าจะหาได้ง่าย แต่ผมอยู่นอกเมือง เลยฟังประเภท 80.25, 80.75 ไม่ได้ ก็ไม่น่าเป็นปัญหา ถือว่า FM เป็นของแถม

ฟังก์ชั่นบนรีโมท จะเลือก EQ ได้ด้วย(ไม่รวมเมื่อเล่น FM) และจะเลือก Random, Repeat ได้อีก ก็พอได้หอมปากหอมคอ

งานหน้า พอต่อสายลำโพงเสร็จ ก็เปิดเพลงจากแฟลชไดรฟ์ได้ทันที ไม่ต้องเหงาหูในระหว่างที่รอเตรียมคอมฯและโปรแกรมคาราโอเกะ งานบ้านน้องเมียปลายเดือนตุลา'55นี้ได้ลองของเล่นใหม่กันอีกแล้ว...

(ผลพลอยได้ของวันนี้ก็คือ ได้มินิคอมโปไว้ฟังในห้องนอนแล้ว โดยไปแบกลำโพงเก่าๆที่ไม่ได้ใช้งานแล้วมาคู่นึง ปัดฝุ่นเข้าหน่อย จัดเข้าชุด เหม่ๆๆๆ...ได้ใจซะ...)


----------------------------
อัพเดท ณ 07-12-2555
----------------------------
เห็นบอร์ดพาวเวอร์แอมป์เล็กๆวางบนฝ่ามือได้อย่างนี้ กับกำลังวัตต์แค่ 80+80 วัตต์ แต่ก็เหลือเฟือสำหรับงานสังสรรค์บ้านๆ ประเภทนั่งล้อมวงกันนี่เหลือๆ ประเภทกางเต๊นท์ 2-3 หลังก็ยังเคย เอาแค่พอฟัง ไม่ได้เร่งเสียงเผื่อไปบ้านใคร

ใหนๆก็มาทางคลาส D แล้ว เลยสั่ง PTD2400 มาลองเล่นดู ให้รับหน้าที่ขับเสียงต่ำไป เขาบอกว่ากำลัง 800 วัตต์ ต้องการไฟค่อนข้างสูง เลยสั่งพันหม้อแปลง 15A. มาใช้งาน หนักเอาการเลยทีเดียว ไม่ต้องหาแท่นหาอะไรกันละ บรรเลงกันเลย



พอผ่าน Crossover ตัดต่ำไปเข้าซับ ตัว 80+80 วัตต์รับหน้าที่กลาง/แหลม ก็เลยเร่งได้อีกจนเกินพอบริเวณลานบ้าน ด้วยลำโพง 2 คู่นี้ แบบบ้านๆอีกเช่นเคย



ตู้บนเจ้าของบ้านซื้อมาจากร้านทั่วไปในตลาด ตู้ล่างตีเอาเองจาก http://www.tiggersound.com ใส่ดอกแค่ตัวละ 700 บาท พอเข้าชุดกันแล้วพรรคพวกชอบใจกันใหญ่ ตู้ซับเรียกชื่อสูตรว่า "เจบิน" ฟังใกล้ๆตู้ไม่ค่อยเพราะ แต่ถอยห่างสัก 10 หรือ 20 เมตร เสียงจะแน่นมาก ซึ่งก็ไม่แน่ว่า อาจจะมาจากการตีตู้ที่ไม่ค่อยตรงตามแบบเท่าไรนัก

ชุดนี้ถือได้ว่าเป็น Class D ทั้งกลางแหลมและซับ ตอนนี้กำลังสั่งภาคจ่ายไฟแบบสวิทชิ่งมาแทนหม้อแปลง ได้เรื่องอย่างไรจะแวะมาอัพเดทต่อครับผม

--------------------------------------------
อัพเดท ณ 6 มกราคม 2556 (ปีที่ 7 ของเครื่องเล่นชุดนี้)
--------------------------------------------
ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2556 นี้ ได้ซื้อ wireless microphone ของ yugo รุ่น yg-2268 มาเพิ่มรสชาติในการร้องเล่นอีกหน่อย



เอามาใช้ในงานเลี้ยงสิ้นปีของบริษัทฯที่ทำงานอยู่ ตอนพนักงานสาวๆจับของขวัญและร้องเพลงเล่นกันก็เป็นระเบียบเรียบร้อยดี พอเหล่าพนักงานช่างเมาได้ที่ พนักงานออฟฟิชก็หนีหมด ทีนี้ละ ความซะก็มาเยือนผมทันที ห่วงไมค์ลอยก็ห่วง (ก็เพิ่งซื้อมาเนาะ) มีหล่นให้ใจสลายด้วย...เฮ้อ



รูปนี้เอามาร้องเล่นที่บ้านพ่อตา คืนวันที่ 31 ธันวาคม 2555 แท่นแอมป์ดำๆที่เห็นนั่น เขียนไว้ 2-3 ร้อยวัตต์ แต่สู้ 80+80วัตต์คลาสดีของผมไม่ได้แม้แต่น้อย...



พี่คนนี้บ้านอยู่ใกล้กัน มาร้องเพลงด้วยกันทุกปี ลองไมค์ลอยไป 4-5 เพลงแล้ว บอกว่าไม่มันส์ ขอไมค์สายตัวเก่าดีกว่า...

ปัญหาของไมค์ลอยตัวนี้ก็คือ สัญญาณออกน้อยกว่าไมค์สายตัวเดิม จึงต้องเร่งมาก แต่พอเร่งมากๆ สัญญาณไปคลิปอยู่ที่ภาค Mixer ราคาร้อยกว่าบาทที่ผมใช้อยู่ข้างใน เวลาตะโกนหรือร้องดังๆจึงเสียงออกแตกๆ ต้องออมๆเสียงไว้เล็กน้อย ทำให้ปลดปล่อยอารมณ์ได้ไม่เต็มที่



ดูสิ...วางไมค์ลอยทิ้งไว้เฉยๆซะแล้ว... เลยต้องกลับมาโมดิไฟล์ Mixer กันใหม่



เวลาเร่งไมค์ลอยมากๆแล้ว มันไปตันอยู่ที่ไอซีตัวสุดท้ายที่ทำหน้าที่เป็น Mixer ปกติไอซีตัวนี้ วงจรเดิมเขาตั้งอัตราขยายไว้ที่ 2 เท่า คือถ้ามา 100mV. ก็จะออก 200mV. ผมเลยจัดการเปลี่ยนค่า R 13 เสียใหม่ โดยเพิ่มค่าไปอีกเท่าตัว จาก 20K เป็น 47K ทำให้อัตราขยายกลายเป็น 4.7 เท่า ประมาณว่าถ้าเข้า 100 ก็จะออก 470 กันเลย ทดลองดูในบ้านแล้วน่าจะเวิร์ค ไว้ลองได้แหกปากกันจริงๆอีกงาน จะกลับมารายงานผลครับผม



Create Date : 09 สิงหาคม 2550
Last Update : 6 มกราคม 2556 19:28:10 น. 19 comments
Counter : 20251 Pageviews.  
 
 
 
 
แวะมาดูทิปดี ๆ
 
 

โดย: maxpal วันที่: 10 สิงหาคม 2550 เวลา:1:36:16 น.  

 
 
 
พี่ครับ ช่วยสอนทำที่เช็คไฟให้หน่อยสิครับ แบบเอาไว้ตรวจสายไฟเปลือยว่ามีไฟเดินอยู่หรือป่าวอ่ะครับ แบบเอาสายหรือเอาอะไรไปจี้เพื่อตรวจดูว่ามีไฟเดินอยู่หรือป่าวอ่ะครับ
อิอิ
ไม่อยากไปซื้อไขควงเช็คไฟอ่ะ ลองถามดูเพื่อพี่จะมีไอเดียบ้าง
ยังไงถ้าทำได้ยังไง ช่วยบอกอุปกรณ์กับวิธีทำด้วยนะครับ แผนผังการทำด้วยก็ดีครับพี่

ขอบคุณมากครับ

 
 

โดย: vince_utd@hotmail.com IP: 125.24.105.186 วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:23:07:21 น.  

 
 
 
แนะนำนะครับ ซื้อไว้สักตัวเหอะ ไขควงเทสไฟตัวเล็กๆ ปากแบนๆน่ะ ตามตลาดนัดก็ประมาณไม่เกิน 20 บาทมั้งครับ ประโยชน์มหาศาลเลยทีเดียว มีไขควงเทสไฟสักตัว ทำงานกับคอมได้ตั้งแต่เปิดเคส ยันปิดเคสเลย อีกทั้งพกเดินตรวจตราได้รอบบ้านครับ

ถ้าจะให้ผมเขียนวงจรเทสไฟ ก็คงเขียนวงจรที่อยู่ในไขควงเทสไฟนั่นละครับ แต่ซื้อแบบสำเร็จจะดีกว่า ไม่ต้องเสี่ยงถูกไฟดูดแบบทำเอาเองด้วยครับ

การเอามิเตอร์วัด ยังมีโอกาสทำสายวัดแตะกันเอง เอาไขควงเทสไฟนี่แหละครับ เชื่อผมเหอะน่า...

(สังเกตว่าไขควงเทสไฟประจำตัวผม จะวางอยู่ตรงกลาง ระหว่างกรรไกรกับหัวแร้ง ในรูปกลางห้องนั่นแหละครับ)
 
 

โดย: Mitrapap IP: 61.7.140.4 วันที่: 15 สิงหาคม 2550 เวลา:0:41:10 น.  

 
 
 
วิธีเช็คไฟแบบง่ายๆโดยใช้หลังมือแตะที่สายไฟที่เปลือยเพราะโดยธรรมชาติเมื่อโดนไฟดูดจะได้กระตุกมือข้าหาตัวรอดแบบเฉียดฉิว สำหรับผู้ที่อยากรู้จนรออะไรไม่ได้ครับ
 
 

โดย: jackymeal IP: 222.123.217.196 วันที่: 25 สิงหาคม 2550 เวลา:2:47:16 น.  

 
 
 
โอ้....ท่าน "jackymeal" ครับ...

อย่าแนะนำเช่นนั้นเลยยยยยย...อันตรายเกินไปครับ

แนะนำว่า หากมีอุปกรณ์จำเป็นต้องใช้เร่งด่วน ก็ใช้ไปก่อนได้ครับ ยังไม่ต้องรู้ว่าข้างใหนดินข้างใหนไฟก็ได้ เพราะอุปกรณ์ AC สลับข้างได้อยู่แล้ว แต่จะมีผลอาจทำให้เวลาปิดสวิทซ์แล้ว มีไฟไปรอคาเครื่องอยู่ก็ได้ หากสิวทซ์อยู่ทางด้านดิน ถ้าเป็นหลอดฟลูออเรสเซ้นต์(หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าหลอดนีออน) เวลา่ปิดไฟมืดๆแล้ว จะเห็นแสงมันเรื่อๆอยู่นั่นละครับ แสดงว่าต่อสลับไฟเป็นดิน ดินเป็นไฟ

***หมายเหตุ*** บล็อกและกระทู้พูดคุยหน้านี้ สำหรับช่างไฟ ช่างอิเล็คทรอนิคส์ และบางช่างที่เกี่ยวข้องเท่านั้นนะครับ ผู้อ่านทั่วไป โปรดพิจารณาอย่างยิ่งยวด
 
 

โดย: Mitrapap IP: 61.7.137.61 วันที่: 25 สิงหาคม 2550 เวลา:17:56:07 น.  

 
 
 
เสียงทุ้มแหลมที่ปรับแล้วลอยนั้นอาจเกิดจากวรจรปรีโทนก็ได้ครับ ลองขยายแบบเมนแอมป์เพียวๆจะเห็นว่าบอร์ดคลาสดีนี่น่าประทับใจมากๆครับ
 
 

โดย: ผ่านมา IP: 58.9.92.30 วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:21:38:44 น.  

 
 
 
ภาพแรก Q1 ใช้เบอร์อะไรครับ อยากลองทำ ดูครับ
 
 

โดย: tooh IP: 61.7.171.235 วันที่: 15 ตุลาคม 2550 เวลา:8:25:48 น.  

 
 
 
Q1 ใช้ BC109 ครับผม

เรื่องการปรับเสียงทุ้มเสียงแหลมนี่ ถ้าหากจะฟังเพลง ตามความเห็นของผม กับระบบของผม จำเป็นมากครับ เพราะทั้งระบบ(ไม่น่าจะเรียกว่าระบบ) ไม่มีชิ้นใหนเป็นไฮเอ็นด์สักอัน

ยังโชคดีที่ Sound บนเมนบอร์ด มี EQ มาให้ด้วย จึงสามารถปรับชดเชยให้ตู้มต้ามอย่างไรก็ได้

แต่พอนานๆไป เดี๋ยวนี้เอาปุ้มทุ้มแหลม ขึ้นมาอยู่ตรงกลาง(เที่ยงวัน)แล้วครับ รู้สึกว่าฟังได้เพลินๆ ฟังได้นานๆดี

ส่วนเวลายกไปดูหนัง หากปรับทุ้มแหลมเอาไว้ ผมว่าฟังไม่สะใจครับ เวลาซาวด์มัน swing ดังๆแล้วมันชอบแตกพล่า แต่ถ้าไม่ปรับทุ้มแหลม หรือเอาทุ้มแหลมออกเลย อย่างหลังนี่ดูหนังมันส์เป็นบ้าครับ เบาเป็นเบา ดังเป็นดัง

สรุป(ตอนนี้ว่า) โทนคอนโทรล ทำหน้าที่แค่ช่วย "ขับ" แอมป์เท่านั้นแหละครับ
 
 

โดย: Mitrapap IP: 61.7.138.114 วันที่: 15 ตุลาคม 2550 เวลา:20:11:41 น.  

 
 
 
ชอบปกหนังสือรวมวงจรจัง

ไม่ทราบว่าหม้อแปลง C-Core สั่งพันตัวล่ะเท่าไหร่ครับ อยากได้ 50-0-50 10A สักตัว
 
 

โดย: mbsamart IP: 58.137.17.13 วันที่: 11 มีนาคม 2551 เวลา:10:42:03 น.  

 
 
 
อีกอย่างครับ Class-D เสียงดังแล้วเสียงดีด้วยมั๊ยครับ มีเสียงออสซิเลทออกมาหรือเปล่า ผมเคยลองบางวงจรออสซิเลทจนต้องโยนทิ้ง

http://mbsamart.blogspot.com/
 
 

โดย: mbsamart IP: 58.137.17.13 วันที่: 11 มีนาคม 2551 เวลา:10:56:10 น.  

 
 
 
ถามไว้ตั้งแต่มีนา มาเจอตอนกรกฏาครับ

แวะไปเยี่ยมมาแล้ว *ttp://mbsamart.blogspot.com/ เนื้อหาแน่นปึ้กครับ ชอบๆๆๆๆ

Class-D ตัวนี้ ถ้านั่งหน้าคอมเงียบๆแล้วฟังเพลง ผม่วาได้ยินเสียงวี้ๆเบาๆนะครับ ไม่แน่ใจว่ามาจากคอมหรือเปล่า

แต่เวลาเอาไปเล่นกลางแจ้ง ไม่ได้ยินเสียงครางหรอกครับ อัดกับตู้ 10 นิ้ว 2 ข้าง สักตี 4 กว่าๆโดนจุดปะทัดไล่ครับ (ไม่รู้หนวกหูหรือรำคาญขี้เมา)
 
 

โดย: Mitrapap IP: 117.47.48.76 วันที่: 24 กรกฎาคม 2551 เวลา:0:39:42 น.  

 
 
 
เข้าใจทำเนาะยอดมาก
 
 

โดย: wittawat IP: 182.232.75.12 วันที่: 12 เมษายน 2554 เวลา:22:54:57 น.  

 
 
 
เปิดเจอพอดีครับ โพทย์ไว้ตั้งแต่ ปี 50 จนปลายปี 54 แล้ว
ยังเป็นองค์ความรู้ได้ดี ดีมากเลยครับ
 
 

โดย: KKK IP: 58.8.251.7 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2554 เวลา:23:36:03 น.  

 
 
 
เก่งจังคับ ผมก็ชอบเครื่องเสียงเหมือนกันคับ
ว่างเรามาคุยกันได้นะคับ

ของผมก็เอาวงจร จากหนังสือเล่มเดียวกันพี่นะคับ
 
 

โดย: mickey IP: 101.108.198.6 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:17:38:20 น.  

 
 
 
สวานส
 
 

โดย: าส IP: 1.1.164.137 วันที่: 14 มิถุนายน 2557 เวลา:20:13:30 น.  

 
 
 
แอมป์ของผมดังข้างเดียวครับ อยากทราบว่า วิธีตรวจเช็คทำอย่างไง ต้องปรับแต่งอย่างไร
 
 

โดย: คุณต๊ะ IP: 1.1.164.137 วันที่: 14 มิถุนายน 2557 เวลา:20:16:57 น.  

 
 
 
แอมป์ของผมดังข้างเดียวครับ อยากทราบว่า วิธีตรวจเช็คทำอย่างไง ต้องปรับแต่งอย่างไร
 
 

โดย: คุณต๊ะ IP: 1.1.164.137 วันที่: 14 มิถุนายน 2557 เวลา:20:17:10 น.  

 
 
 
ผมต่งวรจร 20+0 แต่ไม่มีเสียงออกเลย

R1 กับR2 และ C6C7C9 ผมไช้แบบมีขั้ว ไม่รู้ว่ามีผลหรือป่าว

 
 

โดย: เต้ IP: 125.26.137.140 วันที่: 16 ตุลาคม 2558 เวลา:14:57:26 น.  

 
 
 
ผมต่งวรจร TDA 7240 20+20 แต่ไม่มีเสียงออกเลย

R1 กับR2 และ C6C7C9 ผมไช้แบบมีขั้ว ไม่รู้ว่ามีผลหรือป่าว
 
 

โดย: tae IP: 125.26.137.140 วันที่: 16 ตุลาคม 2558 เวลา:14:59:34 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

mitrapap
 
Location :
สระบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




Free Domain Names @ .co.nr!
[Add mitrapap's blog to your web]

MY VIP Friend

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com