ยินดีต้อนรับค่ะ..ไม่ได้เข้ามาอัพบ่อยๆแต่รักบล๊อคนี้ม๊ากๆๆนะ..จุ๊บๆๆ
Group Blog
 
All blogs
 
พิจิตร 28 กพ 2553 (แต่ไม่มีรูปในพิจิตรเลย..มีที่อื่นแทนค่ะ)






วันที่เราไปเนื่องจากไปทำบุญให้ญาติผู้ใหญ่ที่จังหวัดพิจิตร แล้วก็เลยไปนครสวรรค์ไปเที่ยวบึงบอระเพ็ดและขากลับแวะผ่านทางสระบุรีค่ะ มีภาพมาฝากด้วยค่ะ

อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงบอระเพ็ดเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550

อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำทรงเรือกระแชงแห่งเดียวในประเทศไทย ขนาดกว้าง 35.5 เมตร ยาว 105 เมตร มี 2 ชั้น

อาคารชั้นที่ 1 ประกอบด้วย
ตู้แสดงพันธ์ปลาน้ำเค็ม 3 ตู้ จัดแสดงปลาฉลามคลีบดำ,ปลาการ์ตูนชนิดต่างๆ หลากหลายสี,ปลาขี้ตังเป็ดน้ำเงิน ฯ ตู้ปลาเสือตอ จัดแสดงปลาเสือตอสัญลักษณ์ประจำบึงบอระเพ็ด
บ่อปลา Touch Pool สามารถสัมผัสกับสัตว์ทะเลได้อย่างใกล้ชิด
อุโมงค์ปลา (Big Tank) เป็นอุโมงค์ปลาที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ความยาว 24 เมตร จัดแสดงปลาน้ำจืดที่สวยงามและหายาก อาทิเช่น ปลาราหูดำ ปลากระโห้ไทย ปลาเทพา ปลาสะตือ ปลาหว้าหน้านอ เป็นต้น

อาคารชั้นที่ 2 ประกอบด้วย
ห้องเกียรติคุณ จัดแสดงรายนามผู้ร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์
ห้องนิทรรศการ ประกอบด้วยสวนนกจำลองแสดงถึงพันธุ์นกภายในบึงและนกอพยพที่พบบ่อยในบึงบอระเพ็ด
ชมวิวรอบเรือ มีกล้องส่องนกบริการ(หยอดเหรียญ 10 บาท)

อควอเรี่ยม วันธรรมดาเปิดให้บริการตั้งแต่ 10.00 น. - 18.00 น.
วันเสาร์ - อาทิตย์ และ วันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.30 น. - 18.00 น.


ชมการดำน้ำให้อาคารปลาได้ทุกวัน !
วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 15.00 น.
วันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 11.00 น. และ 15.00 น.

อัตราค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท
นักศึกษาในเครื่องแบบถูกต้อง 50 บาท
นักเรียนในเครื่องแบบถูกต้อง 40 บาท


อควอเรี่ยมเปิดให้บริการทุกวัน ไม่มีวันหยุด !

ติดต่อสอบถามรายละเอียด
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบึงบอระเพ็ด องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์
ตำบลแควใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์
60000
โทร 0-5627-4525

ขอบคุณข้อมูลจาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ http://www.nakhonsawanpao.go.th








@@ทางเข้าอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงบอระเพ็ดเฉลิมพระเกียรติ@@



@@ประตูทางเข้าเพ้นลายสวยดี..เลยถ่ายมาด้วยค่ะ@@



@@ปลาในตู้กระจก@@


4



@@ปลาการ์ตูนปลอมๆน่ารักดี@@



@@โลกใต้น้ำ@@



@@สวนบริเวณรอบๆอาคาร@@










วัดนี้แวะตอนขากลับใช้เวลาเดินๆถ่ายรูปๆไม่ถึงครึ่งชั่วโมงค่ะ บางรูปขอยืมจากในเวปนะคะ(เพราะเค้าถ่ายมาสวยกว่าเรา)

วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร

ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม แผ่นดินกรุงศรีอยุธยา ปรากฏว่า มีพระภิกษุสงฆ์ชาวไทยคณะหนึ่ง เดินทางไปยังลังกาทวีป ด้วยหวังจะสักการบูชาพระพุทธบาท ณ เขาสุมนกูฏ การไปคราวนั้นเป็นเวลาที่พระสงฆ์ชาวลังกาทวีปกำลังสอบประวัติ และที่ตั้งแห่งรอยพระพุทธบาททั้งปวงตามที่ปรากฏอยู่ในตำนานว่ามีเพียง ๕ แห่ง ภายหลังสืบ ได้ความว่าภูเขาที่ชื่อว่า สุวรรณบรรพตมีอยู่ในสยามประเทศ ครั้นเมื่อได้พบกับพระภิกษุสงฆ์ชาวไทยในคราวนั้น ต่างพากันสอบถามว่ารอยพระพุทธบาท ที่มีอยู่ ๕ แห่ง ในสถานที่ต่างๆ กันนั้น ปรากฏว่ามีที่เขาสุวรรณบรรพตแห่ง ๑ ก็ภูเขาลูกนี้อยู่ในประเทศไทย แต่ไม่พยายามสืบไปนมัสการ กลับพากันไปลังกาทวีป เมื่อพระภิกษุสงฆ์ไทยคณะนั้นได้รับคำบอกเล่า เมื่อกลับมาสู่ประเทศไทย จึงนำความขึ้นถวายสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้มีท้องตราสั่งบรรดาหัวเมืองทั้งปวง ให้เที่ยวตรวจตราค้นดูตามภูเขาต่างๆ ว่าจะมีรอยพระพุทธบาทอยู่ ณ ที่แห่งใด ครั้งนั้น เจ้าเมืองสระบุรี สืบได้ความจากนายพรานบุญว่า ครั้งหนึ่งออกไปล่าเนื้อในป่าใกล้เชิงเขา ยิงถูกเนื้อตัวหนึ่งเจ็บลำบากหนีขึ้นไปบนไหล่เขา ซุกเข้าเชิงไม้หายไป พอบัดเดี๋ยวก็เห็นเนื้อตัวนั้น วิ่งออกจากเชิงไม้เป็นปกติอย่างเก่า นายพรานบุญนึกประหลาดใจ จึงตามขึ้นไปดูสถานที่บนไหล่เขาที่เนื้อหนีขึ้นไป ก็พบรอยปรากฏอยู่ในศิลา มีลักษณะเหมือนรูป รอยเท้าคน ขนาดยาวประมาณสักศอกเศษ และ ในรอยนั้นมีน้ำขังอยู่ด้วย นายพรานบุญเข้าใจ ว่าบาดแผลของเนื้อตัวที่ถูกตนยิง คงหายเพราะดื่มน้ำในรอยนั้น จึงวักน้ำลองเอามาทาตัวดู บรรดาโรคผิวหนังคือ กลากเกลื้อน ซึ่งเป็นเรื้อรังมาช้านานแล้ว ก็หายหมดสิ้นไป เจ้าเมืองสระบุรี จึงสอบสวนความจริงดู ก็ตรวจค้นพบรอยนั้น สมดังคำบอกเล่าของนายพรานบุญ จึงมีใบบอกแจ้งเรื่องเข้ามายังกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม จึงเสด็จพระราชดำเนินขึ้นไป ณ ที่เขานั้น ทอดพระเนตรเห็นรอยนั้นแล้ว จึงทรงพระราชวิจารณ์ตระหนักแน่นพระราชหฤทัยว่าคงเป็นรอยพระพุทธบาท เพราะมีลายลักษณ์กงจักร ประกอบด้วยอัฏฐุตตรสตมหามงคลร้อยแปดประการ ตรงกับเรื่องทีชาวลังกาทวีปแจ้งเข้ามาด้วย เกิดพระราชศรัทธาปราโมทย์โสมนัสเป็นกำลัง โดยทรงพระราชดำริเห็นว่ารอยพระพุทธบาทย่อมจัดเป็นบริโภคเจดีย์แท้ เพราะเป็นพุทธบทวลัญช์อันเนื่องมาแต่พระพุทธองค์ ย่อมประเสริฐยิ่งกว่าอุเทสิกเจดีย์ เช่น พระสถูปเจดีย์ สมควรจะยกย่องบูชาเป็นพระมหาเจดียสถาน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ช่างก่อเป็นคฤหหลังน้อย สวมรอยพระพุทธบาทไว้เป็นการชั่วคราวก่อนแล้ว ครั้นเสด็จพระราชดำเนินกลับมายังราชธานี จึงทรงสถาปนายกที่พระพุทธบาทขึ้นเป็นเจดียสถานเป็นการสำคัญ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระมณฑปยอดเดี่ยวสวมรอยพระพุทธบาทกำหนดเป็นพุทธเจดีย์ และสร้างอารามวัตถุอื่นๆ เช่น พระอุโบสถ พระวิหาร ให้เป็นที่สำหรับพระภิกษุอยู่แรม เพื่อทำการบริบาลพระพุทธบาท ทรงพระราชศรัทธาอุทิศเนื้อที่โยชน์หนึ่ง โดยรอบรอยพระพุทธบาทถวายเป็นพุทธเกษตรต่างพุทธบูชา บรรดากัลปนาผล ซึ่งได้เป็นส่วนของหลวงจากเนื้อที่นั้นให้ใช้จ่ายเป็นค่าบำรุงรักษาพระมหาเจดียสถานที่พระพุทธบาท ทรงยกที่พุทธเกษตรส่วนนี้ให้เป็นเมืองชั้นจัตวา ชื่อเมืองปรันตปะ แต่นามสามัญเรียกกันว่า เมืองพระพุทธบาท ขึ้นตรงต่อกรุงศรีอยุธยา โปรดเกล้าฯ ให้ชายฉกรรจ์ทุกคนที่ตั้งภูมิลำเนาอยู่ในเขตที่พระพุทธบาทพ้นจากหน้าที่ราชการอย่างอื่นสิ้น ตั้งให้เป็นพวกขุนโขลนเป็นข้าปฏิบัติบูชารักษาพระพุทธบาทแต่หน้าที่เดียว พระราชทานราชทินนามบรรดาศักดิ์ประจำตำแหน่งผู้รักษาการพระพุทธบาท หัวหน้าเป็นที่ขุนสัจจพันธ์คีรีรัตนไพรวัน เจติยาสันคามวาสี นพคูหาพนมโขลน รองลงมาเป็นที่หมื่นสุวรรณปราสาท หมื่นแผ้วอากาศ หมื่นชินธาตุ หมื่นศรีสัปบุรุษ ทั้ง ๔ คนนี้ เป็นผู้รักษาเฉพาะองค์พระมณฑป ตั้งนายทวารบาล ๔ นาย เป็นที่หมื่นราชบำนาญทมุนิน หมื่นอินทรรักษา หมื่นบูชาเจดีย์ หมื่นศรีพุทธบาล โปรดเกล้าฯ ให้สร้างคลังสำหรับเก็บวัตถุสิ่งของที่มีผู้นำมาถวายเป็นพุทธบูชา ให้ผู้รักษาคลังเป็นที่ขุนอินทรพิทักษ์ ขุนพรหมรักษา หมื่นพิทักษ์สมบัติ หมื่นพิทักษ์รักษา ให้มีผู้ประโคมยามประจำทั้งกลางวันกลางคืนเป็นพุทธบูชา ตั้งเป็นที่หมื่นสนั่นไพเราะ หมื่นเสนาะเวหา พันเสนาะ รองเสนาะ ทรงกำหนดเทศกาลสำหรับให้มหาชนขึ้นไปบูชารอยพระพุทธบาทเดือน ๓ ครั้ง ๑ และเดือน ๔ ครั้ง ๑ เป็นประเพณีตั้งแต่นั้นมา

การเดินทาง
จากกรุงเทพมหานคร เดินทางโดยใช้ถนนพหลโยธิน เมื่อถึงช่วงกิโลเมตรที่ 136 มีทางเลี้ยวซ้าย (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3020) แล้วให้ตรงไปเพื่อเข้าวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร

ข้อมูลทั่วไป
ชื่อสามัญ พระพุทธบาทสระบุรี
ประเภท พระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษชนิดราชวรมหาวิหาร
นิกาย เถรวาท มหานิกาย
ความพิเศษ สถนที่ประดิษฐานพระพุทธบาท

ขอบคุณข้อมูลจาก วิกิพีเดีย





@@ทางขึ้นวัดค่ะ@@
ตอนที่เราไปแดดไม่ค่อยออก วัดดูอลังการและขลังมากๆ(ในความรู้สึกเราเอง)..สองรูปนี้ขอยืมมาจากในเวปค่ะ






@@ภายในวัดค่ะ..ในส่วนที่เหนือรอยพระพุทธบาทค่ะ@@



@@รอยพระพุทธบาท@@





@@บริเวณรอบๆวัด..มีระฆังเรียงราย@@













Create Date : 13 มีนาคม 2553
Last Update : 13 มีนาคม 2553 14:02:20 น. 0 comments
Counter : 592 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Look at all
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




@@...เริ่มเขียนบล๊อคเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2551..@@

♥ ขอบคุณโค๊ดและตุ๊กตาน่ารักๆแต่งบล๊อค จากคุณKungGuenter คุณรักษ์บ้านเกิด และคุณHawaii_Havaii ค่ะ♥
Friends' blogs
[Add Look at all's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.