รีวิวลิปมันออร์แกนิค ความชุ่มชื้นระดับเทพพพ


สวัสดีค่า ห่างหายจากการเขียนบล็อกไปนานมาก 
ตั้งแต่ทำงานก็แทบไม่ได้มาเขียนอีกเลยยย

วันนี้จะมารีวิวลิปมันค่ะ ทางแบรนด์ส่งมาให้ลองใช้ แล้วเราก็ชอบมากกกก
เป็นลิปมันแบรนด์ไทยที่คุณภาพดีมากๆ อันนึงเลย

เผื่อใครกำลังมองหาลิปมันอยู่ แล้วอยากได้อะไรที่มันออร์แกนิค ธรรมชาติแท้ๆ 
ก็ลองดูอันนี้เป็นตัวเลือกนะจ๊ะ 
ยี่ห้อนี้เลย “Lovella”


เปิดกล่องมา ทางแบรนด์ห่อบับเบิ้ลมาให้อย่างดี เราชอบตรงดีเทลด้านในที่แปะมาด้วย น่ารักดี





แกะออกมาแล้ว เราชอบแพคเกจมาก 
แบบสีชมพู ดูคลีนๆน่าร้ากกกกก มีโบว์ผูกมาด้วย





ด้านหลังทางแบรนด์เคลมมาตามนี้เลยจ้า




อันนี้เราซูม Ingredients ไว้ให้นะจ๊ะ 

เผื่อใครที่แพ้ลิป แล้วรู้ว่าตัวเองแพ้สารอะไรจะได้มาเช็คได้จ้ะ




เนื้อลิปจะเป็นสีออกแนวเหลืองอ่อนนวลๆ ไม่มีสี ตัวแท่งจะแปะสติกเกอร์ไว้

ฝาปิด ปิดสนิทอย่างดีนะจ๊ะ ใส่กระเป๋าก็ไม่หลุดหายง่าย บางยี่ห้อนี่ล้วงๆ ไป ฝาหายไปไหนแล้ววว

เราลองใช้แล้ว เนื้อลิปนี่ชอบมาก คือไม่แห้งไป ไม่เหลวไป

ทาตอนกลางวันนี่คือทาแบบบางๆ แล้วลงลิปสีต่อได้ 

ไม่มีปัญหาว่ามันจะดูเยิ้มเลยนะ ไม่คราบ

ส่วนตอนกลางคืน พอกหนักๆ เอาอยู่ ตื่นมาปากนุ่มเด้ง 

ดูอิ่มน้ำไม่แห้งเหี่ยวเชียวล่ะ




เราชอบตรงที่ว่าแท่งเดียว ได้ทั้งกลางวันและกลางคืนเลย สอบผ่าน

ถ้าใช้หลังสครับปาก ปากจะยิ่งนุ่มไปอี๊กกก

(ถ้าใช้ไปเรื่อยๆ ปากจะดูนุ่ม ค่อยๆ อมชมพูขึ้นมาตามธรรมชาติแบบคนสุขภาพดีเลยล่ะ 

แต่จะเร็วจะช้าก็ขึ้นอยู่กับสีปากเดิมของแต่ละคนด้วยนะจ๊ะ ส่วนเรื่องนุ่มนี่ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้เลยย)


แถมพกพาทาง่าย ทาได้ตลอด ใครชอบบำรุงหนักๆ หรืออยากหาลิปมันดีๆไว้ซักตัว 

ตัวนี้น่าจะตอบโจทย์นะ

ตอนนี้เป็นลิปที่เราพกบ่อยมากตัวนึง คิดว่าหลายๆ คนน่าจะชอบจ้ะ


ราคา: 290 บาท ที่เพจ Lovella Organics

(ขอบคุณทางแบรนด์มากๆ นะคะที่ส่งมาให้ลองใช้ชอบมากๆ ค่ะ)


ไว้คราวหน้าชอบอะไรจะเอามารีวิวกันอีกนะคะ บ๊ายบายค่า ^^





Create Date : 10 กันยายน 2560
Last Update : 10 กันยายน 2560 12:21:49 น.
Counter : 46 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
Review ครีมเติมน้ำให้ผิวKOSE Hyalocharge & เจลแต้มสิวที่ชอบจ้า ^^
 สวัสดีจ้า

วันนี้ประเดิมด้วย Blog แรกของปีใหม่นี้เลย
ผ่านไปเกือบเดือนแล้วนะเนี่ย เพิ่งสอบเสร็จจ้ะ บ้านเมืองวุ่นวายเลยลากยาวกันมาเกือบเดือน


ช่วงนี้อากาศหนาววว หนาวมากก ผิวเราแย่ยับเยินมากๆ
คนผิวแห้งช่วงนี้คงแห้งหนักกว่าเดิม ลอกบ้าง ต้องโบกครีมหนักๆ ให้ผิวชุ่มชื่น
คนผิวมันอาจจะโชคดีกว่าหน่อย เพราะหน้ามันลดลง

แต่ ผิวขาดน้ำ แบบเรานี่ ซวยเต็มๆ จ้าา =_=

อารมณ์มันคือ ผิวมัน หน้ามันแหละ แต่หน้ามันแบบดูกร้านๆ เหี่ยวแห้งขาดน้ำมาก
ดูเหมือนคนผิวแห้ง แต่หน้านี่มันเลย ไม่รู้จะเอายังไง

(บางคนนี่ถึงขั้นผิวลอกเป็นขุยด้วย แต่ของเรายังไม่ถึงขั้นนั้นนะ)

ใครที่มีอาการนี้คือผิวคุณมันแต่ขาดน้ำค่ะ ที่หน้ามันคือเพราะผิวมันขาดน้ำมาก
จนต้องสร้างน้ำมันออกมาเคลือบผิว เอิ่มมม

จะใช้พวกครีมที่มีน้ำมันเยอะๆ แบบคนผิวแห้งก็ไม่ได้ เดี๋ยวสิวจะถามหา
แต่ตัวที่ใช้อยู่ก็สู้อากาศหนาวไม่ไหว กินน้ำกินผลไม้แล้วก็ยังเอาไม่อยู่



จริงๆ ช่วงหนาวก่อนหน้านี้ เราเคยรีวิวไว้นะ





(../viewblog.php?id=lollipopsypraew&date=04-12-2013&group=5&gblog=8)



แต่สำหรับเราตอนนี้เอาไม่อยู่ละจ้า หนาวเกิ๊นนนนนน
(ถ้าใครยังรู้สึกว่าผิวยังไม่ถึงกับแย่มาก เราว่าน่าจะเอาอยู่นะจ๊ะ)



ในที่สุดเราก็ทนไม่ไหว เมื่อวานเลยบุกห้างซะให้มันรู้แล้วรู้รอด
ไปแบบไม่มีตัวไหนเล็งไว้อะไรเลยเนี่ยแหละ เลือกร้านที่เป็นสไตล์ Drugstore
จะได้ยืนอ่านส่วนผสมได้นานๆ แล้วก็ราคาไม่แพงเกินไป

เดี๋ยวนี้ฟิวเจอร์เขามีร้านสไตล์ Drugstore เยอะนะ
ทั้งวัตสัน บูทส์ บิวตี้มาร์เก็ต ซูรูฮะ บลาๆ เดินเข้าร้านนู้นออกร้านนี้เทียบราคากันสบาย


แต่บางร้านเขาก็มีหลายยี่ห้อนะ ยี่ห้อที่ขายในเน็ต หรือยี่ห้อที่เราคิดว่าไม่น่าจะมีก็มี
บางยี่ห้อก็เป็นยี่ห้อที่ยังคงถกเถียงกันไม่ได้คำตอบแน่ชัดว่าอันตรายหรือเปล่า
เวลาเลือกก็ใช้วิจารณญาณกันนิดนึงนะจ๊ะ







หลังจากใช้เวลาตัดสินใจอยู่นานถึงนานมากกก ก็ได้ตัวนี้มา....




KOSE Hyalocharge Moisture Cream


INGREDIENTS

WATER , BUTYLENE GLYCOL , GLYCERIN , DIGYCERIN , PENTAERYTHRITYL ,
TETRAETHYLHEZANOATE , DIMETHICONE , CETEARYL ALCOHOL ,
 HYDROGENATED POLYDECENE , CITRUS AURANTIUM DULCTS OIL ,
GLYCOSTYL TREHALOSE , HYDROLYZED HYALURONIC ACID , SERINE ,
 SODIUM HYALURONATE ACRYLATES/C10-30 ALKYL , ACRYLATE CROSSPOLYMER ,
CARBOMER , GLYCERYL STEARATE , HYDROGENATED STARCH HYDROLYSATE ,
HYDROXYPROPYL METHYLCELLULOSE , OLEYL ALCOHOL , POLYSORBATE 80 ,
SODIUM HYDROXIDE , SORBITAN SESQUIOLEATE , STEAROYL GLUTAMIC ACID ,
METHYLPARABEN









พูดถึงแบรนด์นี้นิดนึง แบรนด์นี้เป็นของญี่ปุ่นซึ่งหลายคนก็คงพอรู้จักหรือเคยได้ยินมาบ้าง
ทั้งมาส์กโคลนดำเอย น้ำโสมเอย (ซึ่งเราก็ไม่เคยใช้กับเขาหรอก)

อันเดียวกับขวดน้ำเงิน KOSE sekkisei essence excellent นั่นแหละค่ะ
ของคุณแม่ เราเคยแอบใช้ไปครั้งนึง ยังไม่ทันรู้ผลเลยแม่มาเฉ่งแล้วว
เนื่องจากราคามันค่อนข้างสูงมากพอตัว ประมาณ 3,000 กว่าบาท

แต่คุณแม่บอกว่าดีมากกกก ถึงขั้นติดใจซื้อใช้ต่อเรื่อยๆ
สำหรับเรายังเป็นวัยรุ่น ไม่มีตังค์ด้วย เลยไม่ยุ่งดีกว่า เกิดติดใจขึ้นมาแย่เลย ฮ่าๆ



ดีหน่อยที่ทางแบรนด์ทำออกมาหลายไลน์ หลายเรตราคาเนอะ
ที่ญี่ปุ่นคงมีให้เลือกเยอะกว่านี้มากๆ เข้าไทยไม่กี่ตัวเอง




มาดูรายละเอียดตัวที่เราซื้อมากันดีกว่า









ผลิตภัณฑ์เป็นกระปุกสีขาวในกล่องพลาสติกแบบนี้นะจ๊ะ ญี่ปุ่นรอบด้าน
อ่านไม่ออกซักกะตัว ดีหน่อยที่เขามีฉลากไทยแปะมาให้ ^^;;

ครีมตัวนี้เป็นสูตรเติมน้ำให้ผิว ซึ่งน่าจะตอบโจทย์ปัญหาผิวเราตอนนี้ได้ดีกว่าสูตรอื่น
ขอผิวดูนุ่มๆ เด้งๆ อิ่มน้ำก่อน ยังไม่ต้องขาวก็ได้
เอาทีละเรื่องให้รอดก่อน ฮ่าๆ


ทางแบรนด์เคลมไว้ว่า ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่มีแอลกอฮอล์
 ไม่มีส่วนผสมของสี กลิ่นสังเคราะห์และน้ำมันแร่ธาตุ อ่อนโยนกับผิวที่บอบบาง



แต่...เจนเห็น เจนสัมผัสได้ เจนอ่านออก
มันมีแอลกอฮอล์อยู่ใน ingredients จ้าาา!!!



เกิดความรู้สึกชะงัก เฮ้ยย ไหนเคลมว่าไม่มีแอลกอฮอล์ไงว้าาา??
ด้วยความที่เราเป็นคนแอนตี้แอลกอฮอล์ขนาดหนัก เพราะมันมักจะทำหน้าเราพัง
เลยควักมือถือมาเสิร์ชหาข้อมูลมันตรงนั้น

สรุปคือ แอลกอฮอล์ในส่วนผสม เป็นแอลกอฮอล์ประเภทแอลกอฮอล์ดี อ่อนโยนกับผิว
ช่วยให้ผิวนุ่ม ครีมซึมสู่ผิว แทบไม่ถือว่าเป็นแอลกอฮอล์เลยด้วยซ้ำ




ถามว่าสบายใจขึ้นมั้ย...เอาจริงๆ ยังแอบกังวล
แต่กายหยิบไปจ่ายตังค์ละค่ะ =_=


แต่ก็ยังไม่ได้เห่อชะล่าใจประโคมทีเดียวทั้งหน้านะ บทเรียนเรามี หน้าเราเคยพังมาแล้ว
เข็ดมากเลยลองปาดกับเหม่งก่อนคืนนึง ก็ไม่แพ้นะ

สรุปว่าในจุดที่เรากังวลเรื่องแอลกอฮอล์นี่เราให้ผ่านเลยเด้อ










แพคเกจจิ้งเป็นกระปุกสีขาวธรรมดา ธรรมดามากมาย
ไม่ธรรมดาตรงภาษาญี่ปุ่นเนี่ยแหละ อ่านไม่ออก +_+













วิธีใช้

ใช้ทาหลังล้างหน้าแล้ว ใช้ปลายนิ้วตักครีมขึ้นมานิดเดียว
ไม่ต้องเยอะนะจ๊ะ เอาพอแค่ให้พอดีกับหน้า ถ้าเยอะไปมันจะเหนอะหนะเลย
(ใครมีไม้พายตักครีมจะดีมาก ครีมจะได้ไม่เสื่อมเร็ว)



ความรู้สึกหลังใช้

เราชอบนะ เราว่ามันทำให้ผิวเราชุ่มชื่นดี แต่ก็ไม่ได้ทำให้หน้าเรามันเมือกมากไป
เนื้อผลิตภัณฑ์เป็นครีมที่ไม่ได้ข้นมาก ไม่ได้เหนอะหนะอะไร
ซึมค่อนข้างเร็วเลย ไม่ได้ทิ้งความมันความเหนอะไว้ที่ผิว
ทาแล้วรู้สึกสบายๆ ไม่หนักเหมือนครีมทั่วไป

แต่ก็ต้องเข้าใจเนอะว่ามันไม่ได้ซึมเร็วเท่าแบบเจลหรือแบบน้ำนะจ๊ะ


เราเพิ่งใช้ได้แค่วันเดียว คงยังสรุปอะไรมากไม่ได้
เท่าที่พอสังเกตได้คือผิวดูไม่แห้งกร้านเหมือนวันก่อน
ไว้ถ้าใช้แล้วออกมาดีเราจะมาบอกอีกทีนะจ๊ะ ดูขำๆ ไปก่อนเนอะ

โดยส่วนตัวคิดว่าราคาแอบแพงนะสำหรับคนที่ยังหาเงินเองไม่ได้แบบเรา
แต่พอเทียบกับปริมาณแล้วก็โอเค พอรับได้จ้ะ เพราะใช้ทีแค่นิดเดียวเอง

เราคงใช้ไปเรื่อยๆ จนกว่าผิวจะดูชุ่มชื่นขึ้นเลย เพราะตอนนี้มันไม่โอเคสุดๆ
ถ้าอากาศไม่หนาวแล้ว อาจจะใช้แค่ช่วงกลางคืนให้บำรุงผิวตอนหลับ
กลางวันคงกลับมาใช้ฮาดะลาโบะเหมือนเดิม มันสบายผิวกว่า ยังไงก็ยังตัดไม่ขาด


ราคา : 480 บาท / 60 g.
สถานที่ซื้อ : ร้านซูรูฮะ (Tsuruha)





เจลแต้มสิว Clindalin*gel


INGREDIENTS

คลินด้าลิน เจล 100 กรัม ประกอบด้วย Clindamycin phosphate
สมมูลย์กับ Clindamycin 1.0 กรัม
(เขาเขียนมาข้างกล่องยังงี้อ่ะ =_=)







จริงๆ เราก็ไม่ได้คิดจะมารีวิวตัวนี้นะ
บังเอิญว่าเมื่อวันก่อนเราไปรับน้องแล้วเราพกไปด้วยเผื่อฉุกเฉิน
ทีนี้เพื่อนเราเป็นสิวเม็ดเบ้อเริ่มเทิ่มเลย เราเลยเอาให้มันแต้ม

แล้วนางกรี๊ดมาก เห็นว่าพอกลับบ้านแล้วจากหัวหนองๆ แห้งยุบเร็ว
รีบไลน์มาถามเราใหญ่เลยว่ายี่ห้ออะไร ซื้อที่ไหน เท่าไหร่ แล้วรีบไปซื้อทันที
อะไรมันจะขนาดน้านนน =_=

ไหนๆก็ไหนๆ ขอหยิบมาพูดถึงซักหน่อย
ราคาก็ไม่แพงด้วย คิดว่าน่าจะมีประโยชน์สำหรับคนที่หาข้อมูลอยู่เนอะ


จากสภาพหลอดที่ค่อนข้างจะแบนไปนิดหน่อย
เจลแต้มสิวเนอะไม่ใช่สกินแคร์ คงไม่หมดเร็วขนาดนั้น555

ข้างกล่องเคลมไว้ว่าไม่มีน้ำหอม คนที่แพ้น้ำหอมสบายใจได้จ้า ^^







บีบปาดที่นิ้วให้ดู เนื้อผลิตภัณฑ์เป็นเจลใสๆ ค่ะ

วิธีใช้

หลังล้างหน้าแล้ว บีบเจลใส่คัตเติลบัตมาทาบางๆที่สิว
อย่าใช้มือนะจ๊ะ มือเราสกปรก อาจจะทำให้สิวเราไปกันใหญ่ได้ ไม่โอเคๆ

ถ้าใครจะแต่งหน้าต่อก็รอให้มันแห้งก่อนนะจ๊ะ
แต่ของเรา เราทาแค่ตอนกลางคืน หรืออยู่บ้านไม่แต่งหน้าจ้ะ


ความรู้สึกหลังใช้

**สำหรับเรานะ มันทำให้สิวเรายุบแห้งได้ดีเลย
ที่ปลื้มคือพวกสิวหัวแข็งๆ ไม่มีหัวที่มันหาเรื่องจะปูดขึ้นมาอ่ะ
 ทาแล้วมันยุบลง ยุบหายไปเลยก็มี
มันฟินตรงนี้แหละ

ส่วนพวกสิวหัวขาว สิวอักเสบ เราแต้มแล้วมันก็ยุบเร็ว
ชอบมากๆ
อันนี้แล้วแต่วิธีแต่ละคนเน้อว่าจะบีบไม่บีบ ของเราก็แล้วแต่อารมณ์ 555
(แต่สิวผด สิวอุดตัน สิวเสี้ยน ไม่น่าจะได้ผลนะจ๊ะ)


น่าจะตอบโจทย์บางคนที่เป็นสิวอักเสบได้เนอะ ^^;
เราใช้คืนสองคืนก็ยุบแล้ว ขึ้นอยู่กับแต่ละคนอาจจะเห็นผลและใช้เวลาต่างกันจ้ะ



ราคา : ข้างกล่องเขียนว่า 120 บาท แต่เราซื้อประมาณ 60 บาท
สถานที่ซื้อ : ร้านขายยาทั่วไป



**ก่อนซื้อลองสอบถามเภสัชกรหรือคุณหมอก่อนให้แน่ใจถึงผลข้างเคียงที่อาจจะมีผลกับตัวเองก่อนนะจ๊ะ ขึ้นชื่อว่ายายังไงก็ต้องระวังเนอะ ใช้บ่อยก็ไม่ดีจ้ะ**






ยาวมากกก รับปีใหม่กันเลยทีเดียว
หวังว่าคงมีประโยชน์นะจ๊ะ เราชอบพิมพ์ยาวๆ ใส่ฟีลลิ่งลงไปมากกว่าจะสรุปเลย
เพราะอยากให้คนอ่านลองตัดสินใจดูดีๆ จ้ะ

รีวิวเป็นเพียงแนวทาง ผลที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละคนนะจ๊ะ




ไปแล้วน้าา เจอกันบล็อคหน้าจ้ะ


บ๊ายบายยยย ^_______^

















Create Date : 24 มกราคม 2557
Last Update : 24 มกราคม 2557 18:12:52 น.
Counter : 5034 Pageviews.

1 comment
รีวิว กระเป๋า Axixi + เปรียบเทียบกับกระเป๋าธรรมดาจ้า ^^
 สวัสดีจ้า ^^


วันนี้จะมารีวิวกระเป๋าที่ซื้อมานะจ๊ะ มาแปลกๆ เนอะ
เป็นกระเป๋าที่ค่อนข้างแพร่หลายในวัยรุ่น เพราะราคาไม่แพง
แถมดีไซน์หลากหลาย บางทรงก็ออกมาคล้ายกระเป๋าแบรนด์เนมเลยทีเดียว

จะเป็นยี่ห้อไหนไปไม่ได้นอกจาก Axixi นั่นเอง

เชื่อว่าหลายคนสนใจ เพราะราคามันน่ารัก ซื้อหลายใบก็ยังได้ มีขายหลายร้านในเน็ต
แต่ไม่รู้ว่าสภาพจริงข้างในเป็นยังไง เลยเอามาให้ดูกันนะจ๊ะ


ก่อนอื่นขอบอกก่อนน้าว่าเราไม่อินกับกระเป๋าเท่าไหร่ว่าต้องมียี่ห้ออะไร
พวกกระเป๋าแบรนด์ก็ไม่ค่อยได้ใช้ นานมากๆ ถึงจะหยิบมาใช้ที

เราเป็นคนใช้กระเป๋าถึงที่สุด สมบุกสมบันมาก ไม่ได้ซื้อบ่อย
ส่วนใหญ่เลือกสีกลางๆ เปลี่ยนทีละใบ
ราคาก็ธรรมดาถูกๆ เพราะเราซื้อเอง ถ้าแพงเวลาเยินเสียดายแย่ ^^;




มา... มาดูกระเป๋าที่เราสั่งมากันดีกว่า ^_^












เราสั่งจากร้านค้าในเฟสบุค Boss za shop

บอกชื่อร้านเลยละกันเนอะ ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับแม่ค้าเลย
และไม่ได้ส่วนลดแม้แต่บาทเดียวค่ะ กล้าพูดเลย ซื้อราคาเต็มทั่วไป

(ที่บอกชื่อร้านเพราะมักจะมีคน inbox มาถามตลอดค่ะว่าอะไรซื้อที่ไหนยังไง??
 เลยบอกเลยดีกว่า จริงๆเห็นมีหลายร้าน ลองเลือกตามความสะดวกพึงพอใจนะจ๊ะ)












กระเป๋ายี่ห้อนี้ ไม่รู้มีปลอมมั้ย เราคิด(เอง)ว่าน่าจะมีการเลียนแบบกันบ้าง
แพคเกจจะใส่ถุงพลาสติกของทางช็อป ถุงผ้าสีขาวที่มีลายแบรนด์จริงจังนะจ๊ะ

เราไม่รู้ว่างานของญี่ปุ่นหรือจีนกันแน่ ที่รู้ๆ คือแม่ค้าบอกเราว่าผลิตในจีน
ก็ไม่ได้ซีเรียสตรงนี้นะ ขอมีคุณภาพหน่อยพอ ^^;









แกะออกมาแล้วจะมีป้ายห้อยอันบ๊ะเร่อเท่อแบบนี้นะ
ตรงตัวม้าจะมีพลาสติกแปะนิดนึงกันรอย



รายละเอียดจุกจิกอื่นๆ ตามรูปโลดฮะ












ถามว่าชอบมั้ย...ชอบนะ
ทรง แพคเกจ รายละเอียด พวกซิบต่างๆ  เราว่าเค้าทำออกมาได้ดีสมราคาเลย
การตัดเย็บค่อนข้างประณีตมากเลยทีเดียว ดูเป็นยี่ห้อที่เชื่อถือได้







ทีนี้ บังเอิญว่ากระเป๋าใบเก่าของเรา ก็ลายแนวๆ นี้ สีประมาณนี้เหมือนกัน
แต่อันนี้ซื้อที่ตลาดนัดทั่วไปนะจ๊ะ ใช้มาได้ประมาณ 7 เดือนแล้ว
เยินหนักอยู่เอาการ = =''

เห็นว่ามันคล้ายๆ กัน ราคาก็ไม่ได้ถึงกับต่างกันสุดขั้วโลก
ก็เลยเอามาเปรียบเทียบให้ดูกันนะจ๊ะ ใบนี้จะขนาดเล็กกว่าใบด้านบนหน่อยนึง











ตอนแรกก็แขวนอยู่ในร้าน พอซื้อแม่ค้าก็แถมถุงผ้าสีขาวธรรมดาให้ใบนึง
แล้วก็ถุงก๊อบแก๊บค่ะ ไม่ได้มีรายละเอียดพิเศษอะไร






เทียบให้เห็นความแตกต่างกันแบบซูมๆ
คงไม่ต้องพูดอะไรมาก ดูรายละเอียดในรูปได้เลยเนอะ






ตัวหนังของกระเป๋า







น้องม้าใบเล็กจะหนังดูลื่นๆนิ่มๆ กว่า
ส่วนน้องม้า Axixi จะดูหนังแข็งๆ คนละแบบ เหมือนเป็นเกล็ดๆ

แน่นอน ทั้งคู่ไม่ใช่หนังแท้นะจ๊ะ 555




สายกระเป๋า






น้องม้าใบเล็กเหล็กจะเป็นทองขุ่นๆ มัวเมาบอกไม่ถูก
ส่วนน้องม้า Axixi เหล็กจะเป็นสีทองเงาๆ มีตรายี่ห้อสลักไว้





ภายในกระเป๋า





น้องม้า Axixi ผ้าจะค่อนข้างเก็บละเอียด ไม่ได้รุ่ยออกมา
มีการเก็บขอบแต่ละช่องอย่างดีจ้า อย่างที่เห็นเลย





ซิปด้านในกระเป๋า





ความละเอียดในการตัดเย็บ น้อง Axixi ค่อนข้างดีกว่ามากๆ ค่ะ
ที่ซิปมีการสลักยี่ห้อไว้ด้วยนะ ดูจริงจังมากๆ





ราคา


กระเป๋าธรรมดา : 390 บาท
กระเป๋า Axixi : 740 บาท (รวมส่ง EMS แล้วนะจ๊ะ)


ถามว่าชอบใบไหนมากกว่า อันนี้ตอบยากอ่ะ
เรื่องคุณภาพ เราว่า Axixi กินขาดนะ อย่างที่เห็นกัน

แต่ Axixi รุ่นนี้แอบเปิดยากไปนิดนึง คือต้องเปิดซิปสองข้างถึงจะเปิดกระเป๋าได้
ไม่ค่อยทันใจ ใบก็ใหญ่ไปนิดเวลาสะพายข้างแล้วดูตลกกับส่วนสูงเรา
เลยเอาไว้หิ้วสวยๆ ไปห้างดีกว่า
(ไม่ใช่กระเป๋าเค้าไม่ดีนะ เราเลือกรุ่นพลาดเองจ้า555)

เรื่องทรง เราชอบน้องม้าใบเล็กค่ะ สะพายไปเรียนไปไหนมาไหนทุกวัน
ซึ่งตอนนี้อยู่ในสภาพใกล้จะไปเต็มทน ตัวยึดสายจะขาดในอีกไม่กี่วันข้างหน้า =_=

ถ้าซื้อใบใหม่คงเลือก Axixi จ้ะ เพราะใช้ทุกวัน อยากได้มีคุณภาพนิดนึง
ราคาก็ไม่ได้ต่างกันจนน่าใจหาย ถ้าเทียบในเรื่องคุณภาพที่ดูทนกว่า

ก็คงเลือกทรงที่มันใช้ง่ายนิดนึง ขนาดพอๆ กับน้องม้าเล็ก น่าจะเข้ากับเรามากกว่า
แม้จะแอบเล็งทรงปราด้าอยู่ก็ตาม555






หวังว่ารีวิวนี้คงมีประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังสนใจกระเป๋า Axixi เนอะ

เราไม่ได้บอกว่ากระเป๋าตลาดนัดไม่ดีน้าา แค่เอามาเทียบให้ดูเฉยๆ
กระเป๋าส่วนใหญ่ที่เรามีก็มาจากตลาดนัดจ้ะ บางอันก็เยินเร็ว บางอันก็ทนเกิ๊นน




ฝากไว้กับน้องๆ ที่ยังหาเงินเองไม่ได้นิดนึงน้า


เรื่องกระเป๋าเป็นเรื่องของรสนิยมส่วนตัว เลือกใช้ให้เหมาะสมกับวัยและฐานะของตัวเองเนอะ
ไม่ใช่ทำทุกอย่างให้ได้กระเป๋าแพงๆ ไปอวดเพื่อน คุณพ่อคุณแม่เดือดร้อน
อันนี้ก็ไม่น่ารักนะจ๊ะ


อย่าเอาคุณค่าของตัวเอง ไปผูกติดกับยี่ห้อกระเป๋า
และอย่าตัดสินใครจากยี่ห้อกระเป๋านะจ๊ะ

คนเรามีอีกหลายวิธีที่จะทำให้ดูดี ไม่ใช่ว่าฉันแบรนด์เนมแล้วฉันสวย
คือพึ่งพากระเป๋ามากไปมั้ยย หลายแง่มุมเกิ๊นน555








วันนี้ไปก่อนนะคะ บ๊ายบายค่าา ^___^










Create Date : 16 ธันวาคม 2556
Last Update : 16 ธันวาคม 2556 1:49:36 น.
Counter : 10859 Pageviews.

4 comment
รีวิว LUCIDO-L ตัวช่วยให้ผมม้วนลอนอยู่ทรงนานน น น
 สวัสดีค่า ^^

ช่วงนี้แอบเขียนบ่อย ไม่รู้จะเบื่อกันหรือเปล่า
พอดีช่วงนี้เราว่างเพราะมหาลัยหยุด ก็เลยทยอยเขียน
ยังไงก็อย่าเพิ่งเบื่อกันน้าาา


วันนี้มีรีวิวเกี่ยวกับผมมาฝากกันนะคะ
เชื่อว่าหลายคนมีปัญหาแบบเรา คือ ผมม้วนลอนไม่อยู่ทรง


สภาพผมเรา ผมไม่หนา ผมเส้นเล็ก แห้งแตกปลายบ้าง ผมลื่น ผมไม่เป็นทรง
ไม่เคยยืด ไม่เคยดัด ไม่เคยทำสี ไม่ตรง ไม่ถึงกับหยักศก หรือมันจะหงิกๆ เฉพาะผมหน้าหู
คือถ้าไม่ม้วนหรือไม่หนีบไม่ทำผม มันจะดูไม่ได้เลย

ช่างทำผมให้ความหวังเราว่าปล่อยไว้ให้ความหนามันโอเค มันจะตรงเอง
ซึ่งเรายังไม่เห็นทาง -_- แต่ก็เชื่อๆไป



ผมเราเจอที่ม้วนไฟฟ้าแล้วเอาไม่อยู่ค่ะ เจ๊ง!!
ขนาดใส่มูส ฉีดสเปรย์แล้วนะ คลายตลอด
ลอนอยู่ได้ไม่เกินชั่วโมง ไปหมดละ ไม่ใช่ลอนคลายนะ ลอนเละเลย ไม่เป็นทรง

คนผมตรงอาจจะพอทำใจได้ว่าช่างมัน กลับมาตรงสลวยเหมือนเดิม
 แต่เราผมไม่ตรง มันเละค่ะ 555


เวลาจะไปงานต้องให้ช่างไดร์สะบัดปลายม้วนให้ถึงจะพอเอาอยู่ แพง เราทำเองไม่เป็น
เลยนิยมใช้ แกนฟองน้ำ ในการดัดลอน ไม่ใส่อะไรก็เอาอยู่ทั้งวัน ถ้าอากาศไม่ชื้นนะ
แต่ลอนก็ไม่ออกมาสวยเป๊ะเท่าแกนไฟฟ้าใช่มะ =_=


(ข้อดีของคนผมเสียหลังจากที่ถามเพื่อนหลายๆคน มันบอกว่า อยู่ยันสามวันไม่คลาย
แอบอิจฉาลึกๆ)



เรียกได้ว่าถอดใจกับเครื่องม้วนผมไฟฟ้าไปแล้ว ใช้แกนฟองน้ำมาตลอดหลายปี



จนมาเจอสองตัวนี้ ที่ซื้อมาใช้ได้ซักพักแล้วกรี๊ดมากก
ฟินมากกก หลายคนอาจจะคิดว่าอีนี่เว่อร์
โปรดเข้าใจว่ามันไม่เคยได้ดั่งใจ ฮ่าๆ












จริงๆ ออกมาได้ซักพักแล้วล่ะค่ะยี่ห้อนี้
เป็นแบรนด์ญี่ปุ่นที่ราคาไม่แพงมาก (แต่ก็แพงกว่าบางยี่ห้อนะจะว่าไป)
เราเพิ่งได้ซื้อมาลอง สูตรสำหรับผมม้วนลอนทั้งคู่เลย





LUCIDO-L Designing aqua hair curl lotion(Airy)










ตัวนี้เป็นสเปรย์น้ำฉีดก่อนทำผม ช่วยปกป้องผมจากความร้อนด้วย
ไม่รู้ว่าปกป้องได้ขนาดไหน แต่ดีกว่าไม่ฉีดแน่นอนค่ะ อย่าให้ผมเจอความร้อนตรงๆเลย

ขวดชมพูนี่เป็นสูตร curl สำหรับม้วนผมโดยเฉพาะ
มันจะมีสูตรผมตรงด้วยนะคะ แต่เราไม่ได้ซื้อมา ถ้าใครอยากได้ผมตรงก็ลองไปดูได้
แต่ของเราเน้นประหยัด จะหนีบจะม้วนเราก็ใช้ขวดเดียว ^^;


เค้าเคลมไว้ว่า " ทำให้ลอนผมนุ่มสลวย สปริงตัวได้ดี
ผมอยู่ทรงนาน ลอนไม่คลาย แม้ในวันที่อากาศชื้น "


ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก ขอแค่กันความร้อนและช่วยได้หน่อยก็พอละเพ่

วิธีใช้ก็ไม่อะไรมาก ฉีดๆ ให้ทั่วก่อนทำผมค่ะ
กลิ่นเค้าจะออกแนวหอมแอ๊ปเปิ้ลหน่อยๆ ไม่ฉุนอะไรมาก


ราคา : 295 บาท 180 ml.
สถานที่ซื้อ : ร้านวัตสัน ร้านบูทส์ บางทีก็มีโปรลดนะคะ เล็งดีๆ






LUCIDO-L hair wax (curl)









กระปุกมันน่ารักเหมือนขนมเลย มีหลายสีมากตามแต่ละสูตร
เราเลือกสูตร curl สำหรับผมม้วน จะเป็นกระปุกสีฟ้าอมเขียวแบบนี้

บางทีก็อยากจะซื้อมันซะทุกสีเอามาวางเรียงๆ กัน 555


คนที่ไม่เคยใช้แว็กซ์หลายคนคงคิดเหมือนเรา ฮะ เออ แว็กซ์เนี่ยนะ ไม่แข็งเรอะ??

เราเคยมีประสบการณ์ไม่เวิร์คกับแว็กซ์ คือใช้แล้วเป็นคราบขาวๆ แข็ง เหนียว
เหมือนมีฝุ่นมีรังแคเต็มผม เรื่องลอนอยู่แน่นอน แข็งเป๊กขนาดนั้น -_- ไร้ธรรมชาติสุดๆ


แต่คุณคะ!! โลกมันมาสมัยไหนแล้ววววว
(ตอนนั้นดิชั้นใช้แว็กซ์แกสบี้ 20 กว่าบาทของผู้ชายที่เซเว่น สมควรมั้ย555)

พอมาใช้ตัวนี้ ผมเป็นลอนธรรมชาติ ไม่เหนียวเหนอะเลย
ที่สำคัญคือ มันอยู่ทรง!!


ปลื้มค่ะ ไม่เคยสัมผัสความรู้สึกแบบนี้เท่าไหร่ Y_Y
ไม่รู้ว่ามันผนึกกำลังกับสเปรย์ด้านบนหรือเปล่า แต่มันเอาอยู่
คลายบ้างนิดๆ แต่รับได้ เสียตังค์แล้วโอเคนี่มันน่าภูมิใจที่สุด


วิธีใช้ ม้วนผมเสร็จทั้งหัว รอผมหายร้อน ใช้แว็กซ์ขยำๆที่ลอนเบาๆ...



ช้าก่อน!!



เราไม่ได้หมายความว่า สมัยนี้แล้วแว็กซ์ไม่เหนียวไม่แข็งแล้วนะคะ

ถ้าใช้เยอะเกิน หรือใช้ไม่ถูกวิธี ปัญหาแบบนี้ก็จะเกิดค่ะ







วิธีใช้ที่ถูกต้อง คือปาดค่ะ ปาดไม่เยอะ ถ้าเยอะเกินนี่พังค่ะพัง!
ถ้าผมไม่เยอะแบบเรา ใช้แค่ประมาณในรูปก็พอ

จากนั้นถูๆ ที่ฝ่ามือและง่ามนิ้วด้วยนะคะ เห็นในรูปมั้ยคะ มือเราเหมือนไม่มีแว็กซ์เลย
จริงๆ คือมันซึมแล้ว เอามาขยำๆ ที่ลอนได้เลยค่ะ ^_^

เรื่องของกลิ่น กลิ่นแอปเปิ้ลแนวเดียวกันกับตัวสเปรย์ค่ะ
คือไม่ต้องกลัวว่ามันจะเพี้ยนจนเป็นลมแน่นอน


ราคา : 195 บาท 60 กรัม เยอะมากก ใช้ได้นานลืมม
ถ้าเทียบกับปริมาณถือว่าไม่แพงเลยค่ะ ใช้ทีนิดเดียว
สถานที่ซื้อ : ร้านวัตสัน ร้านบูทส์







ทีนี้ มาดูผมเราเมื่อใช้จริงๆ แล้วดีกว่า ^_^








วิธีม้วนของเรา

1. ฉีดสเปรย์ให้ทั่วผมก่อน

2. ใช้แกนม้วนผมของ passion 32 mm. ม้วนสลับกันเข้าออก ช่อละ 10 วินาที

3. ช่อไหนม้วนแล้วเอากิ๊บดำเสียบลอนค้างไว้ยังงั้นก่อน มันจะทำให้ลอนอยู่ทรงมากขึ้น

4. รอผมหายร้อน แกะกิ๊บดำออก ใช้มือสางๆลอนนิดหน่อย แต่อย่าสางมากเดี๋ยวลอนแตกหมด
เอาหวียีเบาๆกลางผมให้ดูหนาขึ้น ขยำแว็กซ์ใส่ผม




ทดสอบเมื่อวาน...ออกไปเซ็นทรัลลาดพร้าวพอดี








นี่คือรูปหลังจากม้วนผมประมาณ 2 ชั่วโมงนะคะ
ลอนยังเป็นทรงอยู่ ถ้าเป็นแต่ก่อนนี่ พังไปตังแต่ครึ่งชั่วโมงละ 555

ในรูปรอรถติดอยู่ค่ะ และตอนทำผมเสร็จใหม่ นางลงไปทำกับข้าวต่อในครัวด้วยนะ





ผ่านไป 8 ชั่วโมง กลับมาบ้านแล้ว

มาดูกันว่าลอนจะยังอยู่มั้ย...










เห็นได้ชัดว่ามันยังเป็นทรงอยู่!!
แม้จะสางลอนให้เป็นทรงตั้งแต่แรก ทำกับข้าว ฝ่ารถติด ตะลุยเซ็นลาด ร่อนยูเนี่ยนก็ตาม




สรุป คะแนนมีเท่าไหร่ เราให้เต็มเลยค่ะตัวนี้
ประทับใจมาก ผมเราค่อนข้างเส้นเล็กลื่น ยังไม่เคยใช้อะไรแล้วม้วนลอนอยู่ขนาดนี้

ถ้าหมดแล้ว ยังไม่เจอตัวที่ดีกว่า ซื้อต่อแน่นอนค่ะ ^_^


ลืมบอก สองตัวนี้มีแอลกอฮอล์ ใครแพ้ก็ระวังด้วยนะจ๊ะ
เราก็แพ้แอลกอฮอล์นะ แต่ก็ไม่ทำให้สิวขึ้น ยังไงก็สระผมให้สะอาดนะคะ


ชอบทำผมก็อย่าลืมอย่าบำรุงผมบ่อยๆ นะคะ เราใช้น้ำมันมะพร้าวหมักเกือบทุกวันเลย
ผมเลยไม่ได้เป็นไม้กวาดอะไร แค่ไม่เป็นทรงเฉยๆ ฮ่าๆ T^T


เพื่อความสะอาด สุขภาพหน้า สุขภาพผมที่ดี กลับบ้านแล้วควรสระผมนะคะ





ไปแล้วน้าา ไว้มีอะไรจะมาแชร์กันใหม่ค่ะ
หวังว่าคงชอบนะคะ


บ๊ายบายยยยย ^___^










Create Date : 07 ธันวาคม 2556
Last Update : 7 ธันวาคม 2556 21:41:33 น.
Counter : 55976 Pageviews.

4 comment
ถึงจะหน้าหนาว แต่เราจะไม่เป็นสาวหน้าลอก!! รีวิวผลิตภัณฑ์เติมน้ำให้ผิวจ้ะ
 สวัสดีค่าทุกคน ^^

ช่วงนี้อากาศหนาว หลายคนอาจจะมีปัญหา " หน้าลอก "
ไม่เว้นแม้แต่สาวผิวมันที่จะเจอปัญหานี้ เซ็งไปตามๆ กัน
ส่วนสาวผิวแห้งเซ็งหนักหน่อย =_=

เราเองก็เป็นคนผิวมัน รูขุมขนกว้าง แต่ขาดน้ำ ทำให้หน้ามันทั้งที่ดูแห้งๆกร้านๆ
เหมือนตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเอาไงกับหน้าดี แล้วก็เป็นสิวง่ายช่วงนอนดึกและฮอร์โมน
เป็นสิวหน้าหนาวนี่ฮานะคะ  สิวๆลอกๆ T^T

วันนี้เลยหยิบเอาตัวเติมน้ำให้ผิว สำหรับสาวผิวมันเป็นสิวง่ายมาฝากค่ะ


ที่บอกว่าสาวผิวมัน ไม่ได้หมายความว่าสาวผิวแห้งใช้ไม่ได้นะคะ ใช้ได้ค่ะ ถ้าเอาอยู่

เพราะสาวผิวแห้งจะเหมาะกับพวกครีม ออยล์ มิลค์โลชั่น อะไรพวกนี้มากกว่า
(ซึ่งเปรียบเสมือนยาพิษสำหรับสาวผิวมันบางคนเลยทีเดียว มันอุดตันง่าย)

เนื่องจากเราผิวมัน เราเลยโฟกัสไปที่ว่าใช้แล้วหน้าไม่มัน ไม่อุดตันให้เป็นสิว
เนื้อผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสาวผิวมันคือ เซรั่ม เจล หรืออะไรที่ไม่ข้นมากค่ะ

ผู้ชายก็ใช้ได้นะจ๊ะ ^^;;



ไปดูกันเลยดีกว่าเนอะ ^^










จัดมาให้ 3 ตัว ที่เราเคยใช้ ชอบใช้ ใช้อยู่ ใช้แล้วใช้อีกนะจ๊ะ ที่สำคัญคือราคาไม่แพง
ลองดูเป็นแนวทางแล้วเอาไปเลือกใช้เนอะ



 Aloe vera gel








เจลว่านหางจระเข้ จริงๆมันมีหลายยี่ห้อนะ เราไม่ได้สนใจเท่าไหร่
ร้านขายยาหยิบให้ก็เอาอันนั้นแหละ

ตัวนี้เนื้อเป็นเจลใสๆ และเคลมไว้ว่า ใช้เป็นมอยเจอไรเซอร์ก่อนแต่งหน้าได้

แต่ก่อนตอนที่เราเป็นสิวหนักๆ และยังไม่รู้จักกับฮาดะลาโบะ
เราก็ใช้เจลว่านหางจระเข้เนี่ยแหละทาหน้าแทนมอยเจอไรเซอร์

มันมีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ ทำให้อาการอักเสบของผิวลดลง
ตัวนี้ค่อนข้างแนะนำ สำหรับคนที่เป็นสิว ใช้มอยเจอไรเซอร์อะไรก็แพ้ตลอด หมดทางสู้

ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นไม่แห้งกร้าน ไม่ได้ช่วยเรื่องความขาวกระจ่างใสแต่อย่างใดนะจ๊ะ
เราเห็นคนที่เพิ่งเลเซอร์หน้ามาก็ใช้กัน ค่อนข้างอ่อนโยนเลยค่ะ

ทุกวันนี้เรายังวางบนโต๊ะเครื่องแป้ง เพราะขยันม้วนผมแล้วโดนลวกบ่อยเหลือเกินน =_=

** ส่วนผสมแต่ละยี่ห้ออาจจะต่างกันนะจ๊ะ ตอนซื้ออ่านฉลากด้วยนะ
ยี่ห้อที่ลงมีน้ำหอมจ้ะ ยังไงลองเลือกยี่ห้อที่เหมาะกับตัวเองนะจ๊ะ


ราคา : จำไม่ได้แล้ว ประมาณ 50 บาท (แล้วแต่ขนาดและยี่ห้อนะคะ)
สถานที่ซื้อ : ร้านขายยาทั่วไป


INGREDIENTS (ของยี่ห้อนี้นะ)

CABOMER , ALOE BARBADENSIS LEAF JUICE POWDER ,
HAMAMELIS VIRGING (WITCH HAZEL) CAMELLIA SINESIS LEAF EXTRACT (UJI TEA) ,
ALLANTOIN , BUTYLENE GLYCOL , PHENOXYTHANOL (AND) METHTHYLPARABEN
AND BUTYLPARABEN AND ETHYLPARABEN AND PROPYLPARABEN , FRAGENCE.








HADALABO Arbutin whitening lotion








ฮาดะลาโบะที่เราสุดแสนจะรักกกกกก ต้องสีฟ้าเท่านั้นนะ สีอื่นยังไม่กล้าลอง 555

เหมือนสีขาวจะขายดีกว่าปะ ช่วยเรื่องชุ่มชื่น แต่สีฟ้าช่วยเรื่องความกระจ่างใส
(คุณแฟนเราใช้สีฟ้าหน้ากิ๊งเชียว แต่สีขาวแพ้กระจาย เราเลยไม่กล้าเสี่ยง)

หลายคนใช้แล้วดี หลายคนใช้แล้วแพ้ แต่เราชนะ!!
แล้วมันก็ดีเกินราคา เกินความคาดหมายเรามาก ใช้มาสองปีได้แล้วค่ะ
ซากขวดนี่ นับไม่ถ้วนจริงๆ -O-

เนื้อผลิตภัณฑ์เป็นโลชั่นน้ำสีขาวขุ่น ที่ไม่ได้ทำให้หน้าเรามันแต่อย่างใด
วิธีใช้ตามโฆษณาคือตบๆ บางทีเราเอาเม็ดมาส์กไปแช่ทำมาส์กพอกหน้าด้วยนะ
ไม่ต้องพูดอะไรมาก รักมากที่สุดตัวนี้ คะแนนมีเท่าไหร่ให้หมดเลยค่ะ

ไม่รู้ช่วยเรื่องสิวมั้ย แต่ของเรา ผิวชุ่มชื่น รอยสิวก็จางลง
ช่วงเป็นสิวใช้ก็ไม่ได้เกิดเอฟเฟ็กต์อะไร ใช้ได้ตามปกติ

ราคา : 99 - 500 บาท ประมาณนี้ แล้วแต่ขนาดและโปรโมชั่น
สถานที่ซื้อ : เซเว่นบางสาขา ร้านวัตสัน ร้านบูทส์


INGREDIENTS

Water, Dipropylene Glycol, Glycerin, Arbutin, Betaine, PPG-10 Methyl Glucose Ether, Styrene/VP Copolymer, Disodium Succinate, Methylparaben, Tremella Fuciformis Polysaccharide, Succinic Acid, Sodium Hyaluronate, Magnesium Ascorbyl Phosphate.







PEACH MIKI Fresh suger aqua jelly










peachmiki เป็นแบรนด์คนไทยที่เราชอบมากแบรนด์นึง
โดยเฉพาะเจลทาใต้ตาที่ทุกวันนี้เราใช้มา 5 ขวดละ

เรารู้สึกว่าเค้าทำออกมาได้ดีนะเอ้อ มีไลน์ที่หลากหลาย
แพคเกจน่ารักมาก ฉลากพร้อม ราคากำลังโอเคเลย ไม่ได้แรงมาก

ส่วนผสมค่อนข้างอ่อนโยน ปลอดภัย มีบอกชัดเจน
ไม่ต้องมากลัวเอฟเฟ็กต์เหมือนครีมกวนเองสมัยนี้ = =''

ตัวนี้เป็นเจลลี่น้ำตาลเพื่อกักเก็บความชุ่มชิ้น เคลมไว้ว่าเหมาะกับทุกสภาพผิว
ตอนแรกเราก็กังวลนะกับไอ้คำว่า sugar เนี่ยย มันจะทำให้เป็นสิวมั้ยหว่า
แต่พอลองใช้แล้วก็ไม่เป็นสิวนะ ผ่านๆ

คิดว่าเหมาะกับคนผิวแห้งด้วยแหละ เพราะเป็นเนื้อเป็นเจลลี่ที่ดูชุ่มชื่นมาก
ซึมเร็ว ไม่ทำให้หน้ามันแต่ประการใด ไม่ได้เหนอะหนะอะไรมาก

สำหรับหน้าหนาว เราว่าตัวนี้เหมาะเลย ชุ่มชื่นจริงๆ หรือจะใช้แค่กลางคืนก็ได้
 ช่วงเป็นสิวใช้แล้วก็ไม่ได้ทำให้อาการสิวเรากำเริบขึ้นมานะ แต่ก็ไม่ได้ช่วยเรื่องการยุบตัว
ถ้าช่วงไหนเป็นสิวเราจะชอบใช้ฮาดะลาโบะมากกว่าจ้ะ


ราคา : ประมาณ 350 บาท
สถานที่ซื้อ : ร้าน Rabbo หรือเว็บ kuteclub.com แต่เราว่า rabbo ถูกกว่านะ


INGREDIENTS

Water, glycerin, Saccharide Isomerrate, Monomethyl, Silanetriol, Mannuronate, Avena Sativa (OAT) Kernel extract, Propylene glycol, Palmeria Palmata extract, Centella Asiatica extract, Panax Ginseng root Extract, Palmitoyl Oligopeptide-Palmitoyl, Tetrapeptide-7, Triethanolamine, Carbomer, Hyaluronic Acid, Metylparaben,Propylparaben, Imidazolidinyl, Urea, Niacinamide






มาดูเนื้อผลิตภัณฑ์แต่ละตัว เราปาดใส่แขนมาให้ดูนะจ๊ะ











สุดท้ายละ แถมๆ

ไหนๆ ก็บำรุงหน้าแล้ว เอาบำรุงแพนด้าด้วยเนอะ @_@



Peach miki jelly eye gel









เจลแตงกวาลดแพนด้า เค้าเคลมไว้แบบนี้

สำหรับเราที่ใส่แว่นทุกวันแทบจะตลอดแล้ว มันจำเป็นมาก เพราะจะหนักตามากกว่าปกติ
ยิ่งถ้าใครนอนดึกๆ ด้วยแล้ว แนะนำเลยค่ะ เราใช้มาหลายขวดแล้ว

ตัวนี้อ่อนโยน ไม่มีน้ำหอมและแอลกฮอล์ เริ่ดมากก
เนื้อผลิตภัณฑ์เป็นเจลเขียวๆ ซึมซาบเร็ว
 เราว่ามันโอเคกว่าแบบครีมนะ มันไม่อุดตันเป็นเม็ดๆใต้ตา

เรื่องแพนด้า มันไม่ค่อยช่วยเราเท่าไหร่ ไม่รู้เป็นเพราะเราใส่แว่นด้วยหรือเปล่า
แต่ถ้าเรื่องตาบวม นอนดึก นอนน้อย ร้องไห้ เราว่ามันลดบวมได้ดีเลยค่ะ ใช้แล้วสบายตาสุด

ราคาค่อนข้างถูกกว่าอายครีมหลายยี่ห้อ เราขาดไม่ได้เลย ใกล้หมดต้องซื้อตุน
เราว่าขวดมันใหญ่กว่าที่คิดนะ ใช้ทีหยดนึง ใช้ได้หลายเดือนเลย

หลายคนถามว่าต้องแช่ตู้เย็นมั้ย เราว่าแช่แล้วมันฟินกว่านะ เย็นเจี๊ยบ ^_^
แต่เราไม่แช่ค่ะ ขี้เกียจวิ่งลงมาทา ห้องนอนเราไม่มีตู้เย็น ใครไม่มีตู้เย็นก็ใช้ได้จ้ะ


ราคา : 290 - 350 บาท
สถานที่ซื้อ : ร้าน Rabbo กับ Kuteclub.com จ้ะ








รีวิวเป็นเพียงแนวทางตามความเห็นของเรา ผลที่ได้อาจจะไม่เหมือนกัน ต้องลองกันเอง
หวังว่าคงพอมีประโยชน์สำหรับคนที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์แก้หน้าลอกนะจ๊ะ ^_^



อากาศหนาวๆ ดูแลสุขภาพตัวเองกันด้วยนะจ๊ะ
คอมเมนท์ทักทาย หรือสอบถามได้ข้างล่างเลยจ้า

บ๊ายบายยย ^_____^






Create Date : 04 ธันวาคม 2556
Last Update : 4 ธันวาคม 2556 17:38:33 น.
Counter : 14249 Pageviews.

3 comment
1  2  3  

lollipopsypraew
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]



Blog ธรรมดา ของผู้หญิงธรรมดา
กิน เที่ยว เล่น เรียน DIY เรื่อยเปื่อย หนักไปทางความสวยความงาม
มีอะไรดีๆ ก็เอามาแชร์กันจ้ะ ^^

ทุกสิ่งอย่างที่เอามารีวิว เราซื้อเอง ใช้เอง ไม่มีใครจ้างนะจ๊ะ
ไม่ได้เป็นแม่ค้าหรือหน้าม้า เราไม่ได้ขายอะไรเลยจ้า

คอมเมนท์คุยกัน หรือทิ้งคำถามไว้ได้นะคะ ^___^


การนำเนื้อหาในบล็อคของเราไปเผยแพร่
หรือนำส่วนใดส่วนนึงไปอ้างอิง
ขอให้มาขออนุญาตจากเราก่อนนะจ๊ะ ^^

contact me :facebook.com/lollipopsypraew
( รบกวนINBOXมาบอกกันก่อนนะคะ ^^ )
All Blog