โลกไกลบ้าน ชีวิตนักเรียนทุนรัฐบาลไทยในอเมริกา
Group Blog
 
All Blogs
 
ห นู ไ ม่ รู้... ชีวิตนักเรียนทุนไทยในอเมริกา ตอนที่ 1


... เมื่อสามปีที่แล้ว ก้าวแรกที่ได้เหยียบดินแดนเสรีภาพ


ภายใต้ชื่อว่า "นักเรียนทุนรัฐบาลไทย"


ผมคิดว่าหนทางข้างหน้าคงมีแต่กลีบกุหลาบโรยไว้



แต่สามปีที่ผ่านมานี้ ทำให้ผมรู้ว่า กลีบกุหลาบที่ดูสวยงามนั้น


โรยไว้บนรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ มิตรภาพ หยาดเหงื่อ และหยดน้ำตา



ความสุขที่สุดอยู่ที่นี่ ความทุกข์ที่สุดก็อยู่ที่นี่


ทุกข์จนเคยคิดที่จะทิ้งความหวัง ความฝัน และทุกสิ่งทุกอย่างกลับบ้าน


หลายครั้งหลายครา



แต่บางที ก็ยังอดสงสัยไม่หาย ว่าผ่านเรื่องร้ายๆเหล่านั้นมาได้ยังไง ...


.......




วันนี้เป็นวันเดินทางครับ ก้าวแรกของการผจญภัยครั้งนี้ มีอะไรหลายอย่างมากมาย ทั้งแปลกตา ตื่นเต้น และบางวีรกรรมก็ยังอดแปลกใจไม่ได้ ว่านักเรียนทุนอย่างเราก็ปล่อยไก่เป็นเหมือนกัน ... ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะ










จากถิ่นมาตุภูมิ

วันนั้นเป็นวันที่เปี่ยมไปด้วยหลายหลากความรู้สึก

ทั้งดีใจ สับสน ตื่นเต้น กลัว อาลัย อาวรณ์ หลายๆความรู้สึกจนบรรยายไม่ถูก

คืนนั้น ดอนเมืองเกือบแตกจริงๆนะ

เพราะว่านักเรียนทุนที่จะไปอเมริกาปีนี้ รอบนี้ มีมากกว่าครึ่งร้อย

แต่ละคนก็ญาติเยอะกันทั้งนั้น เพื่อนตั้งแต่สมัยอนุบาล แล้วก็เพื่อนปัจจุบันมากันเป็นโขยง

แต่ภาพที่ยังตรึงตาในวันนั้นคือ รอยยิ้มของทุกคน

ทุกคน (ทั้งผู้มาส่ง และผู้รับ) ต่างยิ้มแย้มแจ่มใสมาก

อยากให้ทั้งโลกเป็นแบบนี้จัง




ห้าทุ่มครึ่ง ก็ได้เวลาจากมาตุภูมิ ก็วิ่งเข้าไปที่ boarding zone กัน

พอเลยประตูแล้ว ช่างรู้สึกว่าตัวเองเป็นวัวลืมตีนเหลือเกิน

เพราะว่าไม่รู้สึกอาลัยอาวรณ์คนที่อยู่ข้างหลังเลย

อาจจะเป็นเพราะว่าเราเคยเป็นนักสู้ชีวิตมานานแล้วมั้งครับ

จึงคิดว่าเรื่องจากลาไปรับอะไรใหม่ๆ ไม่ได้เป็นเรื่องเลวร้ายอะไร

ตอนนั้นคิดแต่ว่า ชีวิตข้างหน้าจะเป็นยังไงน้า นึกภาพไม่ออกเลย




ชีวิตบนฟ้า

ไฟลต์นั้นเป็นไฟลต์การบินไทย ตรงดิ่งจากกรุงเทพไปสนามบิน JFK ที่นิวยอร์ก

ที่เค้าเลือกไฟลต์เดียวสายตรง ก็คงเพราะไม่อยากให้วุ่นวาย

เดี๋ยวเด็กๆพลัดหลงระว่างทาง ไปแอ๊บแบ๊วอยู่ญี่ปุ่น ล่ะก็ จะเดือดร้อนกันไปทั่ว

(note: ไฟลต์ ไทย-อเมริกา ส่วนมากจะให้เราไปหยุดที่ญี่ปุ่นก่อนเพื่อเปลี่ยนเครื่อง)


ก.พ.เค้าจองชั้น Economy ให้เด็กๆหมดเลย (ขานรับนโยบายประหยัดช่วยชาติจริงๆ)

แล้วก็มีที่จองให้พี่ๆที่มาดูแลพวกเรา อันนี้ชั้น Premium

ก่อนหน้านั้นไม่รู้ไปทำบุญอะไรมา ปรากฏว่าได้ไปนั่งชั้น Premium แทนพี่ๆเค้า

เพราะเค้าอยากดูแลเด็กๆอย่างใกล้ชิด เค้าเลยโดนจัดไปนั่ง Economy แทน

ส่วนร่วมผู้โชคดีด้วยที่ได้มานั่ง Premium แทนพี่ๆเค้าคือ ด้วง และ มีน (ชื่อสมมติ)

ด้วง เป็นเด็กหนุ่มจากอีสาน ที่เพื่อนๆชอบล้อว่าเป็นเด็กบ้านนอก บางคนก็หาว่าชอบทำแอ๊บแบ๊ว

แต่เจ้าตัวมักจะปฏิเสธเสียงแข็งอยู่เสมอๆว่าเป็น คนซื่อต่างหาก (เอาเป็นว่าผมเชื่อเค้า เป็นการส่วนตัว)

มีน เป็นสาวเหนือ มีการพูดช้า ยิ้มหวานการันตี คนนี้นั่งติดๆกันเลย






สวรรค์เบี่ยง

ได้นั่งติดหน้าต่างเลยครับ ตรงปีกเป๊ะ

คิดในใจ perfect มาก (สวรรค์เข้าข้างคนหน้าตาดีอีกแล้ว)

ไม่เคยมองลงไปด้านล่างจากที่สูงๆแบบนี้เลยครับ

มองไปด้านล่างเห็นพื้นเมฆเรียบเป็นแนวเดียวกันเลย ตื่นเต้นมาก

รีบถ่ายรูปเก็บไว้ แต่เสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ดูรูปถ่าย (ค่อยบอกทีหลังนะ ว่าเกิดอะไรขึ้น)

เส้นทางการบินคือ บินผ่านญี่ปุ่น เลียบขั้วโลกเหนือ อลาสก้า แล้วก็มาลงเจเอฟเค

นั่งไปซักพักแดดเริ่มออก ตอนนี้เริ่มสำนึกแล้วว่าความซวยมีจริง

เพราะว่าแดดมันส่องมาทางหน้าต่าง แบบยูวีเต็มเปี่ยมไม่ผ่านการกรองจากเมฆ


ส่วนอีกด้าน คือด้านคือด้านขวาของร่างกาย แอร์เย็นเฉียบจากเครื่องบิน ร้อนๆหนาวๆอยู่อย่างนี้

ปิดหน้าต่างก็ไม่ช่วยหายร้อนขึ้นมาเลย

กันแดดก็ไม่ได้ทา ใครจะรู้ล่ะว่าจะเป็นแบบนี้

(สวรรค์มักจะรังแกคนอหน้าตาดีอยู่เรื่อย)





มีคนแอบทักตอนลงจากเครื่องว่า หน้าแอบดำครึ่งนึง อีกครึ่งนึงดำมากกกกกก

เหมือนสัญลักษณ์ ลัทธิเต๋าเลย ( ... กรรม)

นั่งในสุด ออกไปไหนก็ลำบาก เกรงใจคนที่จะต้องเดินผ่าน

เดี๋ยวนี้เวลาจะไปไหน ถ้าเลือกได้จองที่ริมทางเดินทุกที เพราะไม่รู้จะมองอะไรแล้ว

มองแอร์หรือคนที่เดินตาม aisle ดีกว่า อิๆ

(note: aisle เวลาฝรั่งเค้าพูดจะไม่มีเสียง s... aisle เป็นทางเดินบนเครื่องบิน แต่จริงๆแล้วก็ใช้กับที่อื่นด้วย อย่างเช่นทางเดินของหอประชุม โรงหนัง ห้องสมุด ซุปเปอร์มาร์เกต พอเห็นภาพนะครับ)




ถึงแล้ว

และแล้วก็มาถึงครับ ...ดินแดนแห่งเสรีภาพ

รวมเวลาเดินทางประมาณสิบแปดชั่วโมง ตอนนั้นตื่นเต้นมาก

สิ่งที่ต้องทำคือ เกาะหางตามๆกันไปเพราะถ้าเกิดหลงฝูงขึ้นมา ชะตาขาดแน่

มีรถมารับจากสนามบินเจเอฟเค ไปอีกสนามบินนึง นามว่า LaGuardia เพื่อขึ้นเครื่องต่อภายในประเทศ

ในรถก็ถ่ายรูปกันยกใหญ่ตามประสาชนกลุ่มน้อยอพยพ เราก็ไม่น้อยหน้า ถ่ายไปหลายชอตต์

ในรถก็มีร้องเพลงเล่นกีตาร์กันสนุกสนานเฮฮา








มองไปข้างทางเห็นบ้านคน แปลกใจมาก ไม่ยักเหมือนกับที่ไทยเลย

บ้านส่วนใหญ่จะเป็นบ้านชั้นเดียวถึงสองชั้น ทำด้วยไม้ทาสีอ่อนๆ เว้นระยะห่างกัน

แต่ละหลังก็มีเอกลักษณ์ไปคนละแบบ จะเรียกว่าแข่งกันแปลกก็ว่าได้

บ้านแบบสไตล์นี้ เค้าเรียกว่าบ้านนิวอิงแลนด์

(Note: New England ใช้เรียกภูมิภาคแถบตะวันออกเฉียงเหนือของอเมริกา เคยเป็นที่ที่พวกcolony หรือพวกอาณานิคมตั้งรกรากมาก่อนส่วนใหญ่มาจากประเทศอังกฤษ เลยได้รับชื่อว่า New England วัฒนธรรมและคนแถวนี้จะมีลักษณะเฉพาะตัว )



ท้องฟ้าซัมเมอร์ประเทศนี้จะฟ้ามาก ส่วนใหญ่แทบจะไม่มีเมฆเลย

ป่าและทุ่งหญ้าข้างทางสวยงามมาก

บินจาก LaGuardia ไปรัฐ New Hampshire

แล้วก็มีรถมารับต่อไปยังที่ที่พวกเราต้องไป orientation หรือปฐมนิเทศน์กันสองเดือน

เป็นชื่อ โรงเรียนประจำ หรือ Boarding School ชื่อว่า Brewster Academy

นักเรียนทุนทุกรุ่นต้องไปที่นี่

เปรียบเสมือนแหล่งฟักตัวที่ให้พวกเราไปฝึกภาษา แล้วก็รู้ทักษะการเอาตัวรอดในบ้านเมืองนี้

ที่นี่ล่ะครับเป็นที่ที่แรก ที่มีทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และคราบน้ำตา








น้ำแตก

เอ้อ...มีเรื่องน่าอายเรื่องนึง ไม่เคยคิดจะบอกใคร

ตอนนั้นได้ยินแว่วๆว่า Brewster ห่างไกลความเจริญมาก

อยู่ในป่าลึก ออกไปไหนก็ลำบาก

พอดีตอนนั้นเค้าแจกอาหาร น้ำดื่ม น้ำอัดลม น้ำส้ม ตอนลงจากเครื่อง

แบบอยากกินเท่าไหร่ก็หยิบ ก็เลยคิดว่าเอาไปตุนดีกว่า เผื่อจะอด

ก็เลยจ้วงไปเต็มกระเป๋าเลย ถ่ายรูปรอบๆสนามบินซักนิด

หวังไว้ว่าจะเอารูปส่งไปอวดเพื่อนๆที่ไทย ถ่ายเสร็จใส่กระเป๋าสะพาย

ก่อนลงจากรถกะเอามาถ่ายอีกรอบ เปิดออกมาปรากฎว่ากล้องจมน้ำส้มตาย

น้ำแตกออกมาตอนไหนก็ไม่รู้…

หมดกัน กล้องเจ้ง รูปก็เสีย เพราะรู้จักพอดีและความฉลาดของเราแท้ๆ (ที่ไม่มี)



ในที่สุดก็มาถึง Brewster ที่ได้ยินมา...สวยสมคำร่ำลือ

อย่างที่บอกนะครับ สวยงามมาก แบบเป็นธรรมชาติๆดี

วันนี้ยาวมากแล้ว ค่อยมาเล่าต่อวันหลังนะครับ






วีกรรมของด้วง

มีเรื่องนึงที่ต้องมาเผาวันนี้ให้ได้คือ วีรกรรมของเจ้าด้วงมัน

หวังว่าคงจำกันได้นะครับ คนนี้

ขอบอกว่ามันฉลาดกว่าผม(เรื่องน้ำส้มนั่น) เป็นล้านเท่า



เรื่องก็มีอยู่ว่า พอผมเอากระเป๋าเก็บเข้าดอร์ม

พวกเราก็หิวกัน ก็เลยเอามาม่ามาต้มกินกันที่ lounge หรือว่าห้องนั่งเล่น

ตอนนั้นมีผม มีด้วง มีบลู (ชื่อสมมติ) มาต้มกินกัน

ไม่มีหม้อมีไหอะไรหรอกครับ ก็ฉีกซองมาม่า เติมน้ำ เข้าไมโครเวฟ

พอกด start เท่านั้นแหละ ด้วงถึงขนาดกระโดดหนี ไปแอบอยู่หลังโซฟา

ผมกับ บลูก็ถามมันว่า เป็นบ้าอะไร หยิ่งกะเล่นซ่อนแอบ

มันก็โผล่หัวมาแล้วก็บอกว่า

“ไมโครเวฟจะมีรังสีที่สามารถทะลุทะลวงเสื้อผ้าทำให้เป็นหมันได้ ถ้าอยู่ไกล้มันในระยะสองเมตรก็จะยิ่งมีความเสี่ยงสูง ”

พวกเรามองหน้ากัน แล้วก็กลืนน้ำลายในความเว่อร์ของมัน

“จริงๆนะ คนเราชอบบริโภคเทคโนโลยีทั้งๆที่ไม่รู้จักการใช้ และอันตรายของมัน”

“จ้า...พ่อคนเก่ง” บลูเก็บน้ำเสียงหมั่นไส้ไม่ไหว


ตี๊ด ตี๊ด ตี๊ดดดดดด

“สุกแล้ว กินกันเหอะ” ผมตัดบท

“เดี๋ยวๆอย่าเพิ่งๆ ทิ้งให้รังสีสลายตัวซักครึ่งนาทีก่อน” ด้วงปรามไว้

“โอ้ย ยอมให้อสุจิตายซักตัว ดีกว่ามาม่าจะอืดซะก่อน” ผมก็เลยลุกไปหยิบ

แล้วเราก็แย่งกันกิน ไม่ถึงนาที...หมดเกลี้ยงตามความคาดหมาย

แล้วด้วงก็ลุกขึ้น แล้วก็เดินไปที่ไมโครเวฟ

หยิบแผ่น dryer sheet ในกล่องที่วางข้างๆไมโครเวฟมาเช็ดปาก...สามสี่ที

(dryer sheet คือแผ่นที่เอาไว้ใส่ในเครื่องอบผ้าให้แห้ง เผื่อความหอมของผ้า)



ผมกับบลูก็มองหน้ากันแบบกลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหว เส้นมาม่าเกือบออกจมูกยังไงยังงั้น

แต่ก็ไม่มีใครปริปากบอก เพราะแสนจะหมั่นไส้มันเหลือเกิน

คิดในใจ ... จ้า..พวกใช้เทคโนโลยีเป็น

มันยังบอกอีกนะ ว่า “กระดาษทิชชู่ที่นี่ หอมดีเนอะ”

....







บทเรียนเล็กๆ

ใครมีเรื่องยิ้มได้แบบนี้ เล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ


นี่แหละครับ บทเรียนเล็กๆบทแรกของผมจากที่นี่

มาอยู่แปลกถิ่นแปลกทาง สิ่งที่ต้องทำให้อยู่ในจิตใต้สำนึกคือ การรู้จักสังเกต และการใช้ไหวพริบ

และการเดา การเช็คสิ่งต่างๆรอบตัวเรา

บางครั้งก็มั่วถูกบ้าง ผิดบ้าง ปนๆกันไป

แต่ทุกครั้งก็ได้เรียนรู้ครับ





ครั้งหน้าจะมาเล่าถึงการเรียนรู้ครั้งใหญ่

เกี่ยวกับรูมเมตตัวแสบ

ถือว่าเป็นมรสุมแรก ของการผจญภัยครั้งนี้

ที่ทำให้ถึงขนาดอยากจะกลับบ้าน กลับไทยเป็นครั้งแรก

พร้อมกับการอธิบายถึงระบบการศึกษา ระบบหอพักของบ้านเมืองนี้

เจอกันนะครับ






เพราะมีเธอ(ในโลกใบนี้) - รักเดียวของเจนจิรา


Create Date : 12 สิงหาคม 2551
Last Update : 13 สิงหาคม 2551 1:36:10 น. 11 comments
Counter : 1511 Pageviews.

 
มาเล่าต่อเร็วๆเน้อ


โดย: สุดสวย IP: 58.8.21.108 วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:1:06:54 น.  

 


โดย: Be Happy ja วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:1:30:50 น.  

 
เย่ มาเจอจนได้ :D


โดย: เด็กแตน IP: 171.66.48.96 วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:4:34:28 น.  

 
ฮาโหลๆ มารายงานตัวแล้วนะจ๊ะ ไว้จะมาให้บ่อยที่ซู้ดดดขยันนะเนี่ย คารวะหนึ่งจอกจ้า


โดย: ซูกัสเหนียวหนึบ วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:6:09:56 น.  

 
ไม่เคยอ่านเรื่องราวก็เด็กนักเรียนทุนเลยนะคะ สนุกมากค่ะ น่ารักดีค่ะ แล้วก็เลือกเพลงดี เพราะดี ชอบมากค่ะ แล้วจะมาติดตามอ่านเพิ่มนะคะ


โดย: Nok (nokjeffus ) วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:10:06:59 น.  

 
ได้รู้เรื่องที่ไม่เคยรู้เยอะเลยค่ะ

มาเล่าต่อนะคะ

ว่าแต่เจ้าของ blog มีแฟนยังคะ


โดย: Joy_Deknarak IP: 202.90.6.250 วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:13:01:51 น.  

 
หวัดดีจ้า
เมื่อวานไม่ได้คอมเม้น เนื่องจากพิมพ์ไทยไม่ได้
วันนี้มาร้องขอจากเจ้าของบล็อกช่วยเขียนในประเด็นต่อไปนี้ด้วยน่ะ อยากรู้มากๆเลยค่ะ
-กว่าจะมาเป็นนักเรียนทุนไทยในอเมริกา-(อยากรู้กว่าจะได้ทุนมาเจ้าของบล็อกต้องเตรียมตัวอะไรบ้างค่ะ)
-ชีวิตนักเรียนทุนไทยในอเมริกา-โลกของการเรียน (อยากรู้ว่าการเล่าเรียนในมหาลัยที่โน้นค่ะ)
-ชีวิตนักเรียนทุนไทยในอเมริกา-โลกไกลบ้าน (อยากรู้การเอาตัวรอดที่อมริกาค่ะ)

คงไม่ขอมากไปใช่ไหม?


โดย: Be Happy ja วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:14:57:51 น.  

 
ชั้นถึงกับตกใจตรงหัวข้อ "น้ำแตก"


โดย: พี่เบียง IP: 220.255.7.165 วันที่: 14 สิงหาคม 2551 เวลา:21:05:58 น.  

 
อ่านไปขำไปยิ้มไป หัวเราะจนท้องแข็ง
ชีวิตก็งี้แหละเนอะ มีเรื่องราวมากมาย
จดบันทึกไว้เวลากลับมาอ่านจะได้อมยิ้มแบบนี้ตลอดไป


โดย: amp_joe วันที่: 16 สิงหาคม 2551 เวลา:23:39:18 น.  

 
นี่ขนาดเขียนหลังจาก 3ปีนะ ยังจำได้อีกแน่ะ


โดย: Sunlight IP: 202.12.73.19 วันที่: 18 สิงหาคม 2551 เวลา:11:55:13 น.  

 
ฮ่าๆ ทิชชู่หอมดี เอาจริงๆแอมก็ไม่รู้หรอกว่ามันใช้ยังไงไอ้แผ่นเนี้ย ดีที่ว่าพี่สาวไปด้วย เจ้เค้าเคยไปอยู่มาก่อนเลยสอนให้ทุกอย่าง สอนเสร็จมันก็ปล่อยเราจัดการเป็นแจ๋วทันทีี


โดย: moonsky วันที่: 1 กันยายน 2551 เวลา:3:30:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ลูกคิดไกลบ้าน
Location :
กรุงเทพฯ United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นนักเรียนทุนรัฐบาลไทย กำลังเรียนปริญญาตรี คณะวิศวกรรมอยู่มหาลัยแห่งหนึ่งที่อเมริกาครับ ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ
Friends' blogs
[Add ลูกคิดไกลบ้าน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.