ใกล้...จนมองผ่านไป หรือว่าไกล...จนสุดมือคว้า
Group Blog
 
All blogs
 

อกหักทำไงดี?

ถ้าเป็นเมื่อประมาณ 3 อาทิตย์ก่อน...คงไม่รู้เหมือนกันว่าจะตอบอย่างไรดี


:)

เพิ่งจะอกหักค่ะ เป็นการอกหักครั้งที่ 3 ในชีวิต แต่เป็นการอกหักครั้งที่หนักมากที่สุดเลยทีเดียว เพราะว่าไม่ได้เตรียมใจมาก่อน แล้วก็ค่อนข้างจะตั้งใจและคาดหวังกับความรักในครั้งนี้มากๆ 

อาการตอนอกหัก คงไม่แตกต่างกับคนอื่นๆ มั้งคะ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ น้ำหนักลงฮวบฮาบ ร้องไห้ ซึม และอื่นๆ อีกมากมายในช่วงอาทิตย์แรก นึกๆ ดูก็ อืมมม...ไม่รู้จะสมเพชตัวเองรึสงสารตัวเองมากกว่าดี

ด้วยนิสัยส่วนตัว อาจจะด้วยความเป็นคนที่ค่อนข้างจะเข้มแข็ง (ในสายตาคนอื่น แต่จริงๆ แล้วเป็นคนที่ดูแข็งนอกแต่อ่อนไหวมาก) เป็นพี่คนโตที่ต้องดูแลน้องๆ เป็นคนที่ตัดสินใจอะไรค่อนข้างเด็ดขาด และที่สำคัญมีเพื่อนที่น่ารักมากๆ คอยฉุดให้ลุกขึ้นมาเดินหน้าต่อ ดำเนินชีวิตต่อ ทำให้ในสัปดาห์ที่ 2 เริ่มมีสภาพเป็นผู้เป็นคนขึ้น :)

ทำอะไรบ้าง???

อย่างแรกคือ จริงๆ แล้วรู้และเข้าใจทุกอย่างว่า หลังจากที่ต้องจบความสัมพันธ์ลง เราต้องยืนอยู่ได้และดำเนินชีวิตให้ได้ตามปกติ เพียงแต่ว่า ในช่วงแรกคงจะช็อคมาก เพราะไม่ได้ตั้งตัวจริงๆ เลยทำให้จิตใจอ่อนแอมากๆ แต่ในที่สุดแล้ว เมื่อเวลาผ่านไป จิตใจจะค่อยๆ ปรับสภาพเองให้ค่อยๆ ดีขึ้นทีละนิดๆ

ต่อมาที่ต้องทำก็คือระบายความเสียใจออกไปให้หมด ไม่ว่าจะด้วยวิธีการไหนก็ตาม ของยู้เอง เลือกใช้วิธีง่ายๆ คือร้องไห้และพูดๆๆๆๆๆ ระบายๆๆๆๆ ทุกอย่างออกไปให้หมด ซึ่งเมื่อได้ทำทั้งสองอย่างไปหมดแล้ว จะรู้สึกได้ถึงความโล่งและสบายขึ้น

แค่สองอย่างนี้ไม่พอหรอก ในระยะแรกๆ เราจะรู้สึกสลับๆ กันไประหว่างความรู้สึกเข้มแข็งและอ่อนแอ ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องหากิจกรรมที่จะเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวสติของเราให้หยุดฟุ้งซ่านและซึมเศร้า ซึ่งวิธีที่เลือกก็คือ หาสิ่งที่ปกติชอบทำอยู่แล้ว มาเป็นตัวช่วย นั่นก็คือ การอ่านหนังสือ 

ต้องขอบคุณน้องสาวที่แนะนำหนังสือของคุณดังตฤณ เป็นนิยายเชิงธรรมะ ที่น้องบอกว่า อ่านจบแล้วสามารถที่จะตัดคนๆ หนึ่งออกจากชีวิตได้เลย สำหรับยู้เอง อ่านแล้วไม่ได้รู้สึกถึงขนาดนั้น แต่มันเป้นจุดเริ่มต้นให้ยู้ได้ลองอ่านหนังสือเล่มอื่นๆ ของคุณดังตฤณ และทำให้ยู้ตัดสินใจเข้าวัด

ถูกค่ะ...เข้าวัด

จริงๆ คนอกหัก เข้าวัดก็ไม่แปลกเนอะ แต่ที่แปลกคือ ปกติคิดแค่ว่าไปวัดเพื่อทำบุญไหว้พระเท่านั้น แต่ยู้อยากทำให้มากกว่าที่เคยทำ คืออยากลองนั่งสมาธิ สวดมนต์ เพื่อให้ใจสงบ

อย่างที่บอกค่ะ เพื่อนยู้น่ารักมาก พาไปทำทุกอย่างอย่างที่อยากทำ ซึ่งก็ได้ผลค่อนข้างดีทีเดียว เวลาสวดมนต์ นั่งสมาธิ (ยังทำได้ไม่ดีหรอก) แต่มันทำให้จิตใจสงบลงไปเยอะ อย่างน้อยก็ทำให้ในสัปดาห์ที่สองและสามผ่านไปอย่างไม่ฟุ้งซ่านมากนัก กระวนกระวายน้อยลง กินได้ นอนหลับได้ จนเกือบกลับมาเป็นปกติ

นอกจากนี้ หนังสือเชิงจิตวิทยาและแนวพระพุทธศาสนาที่ช่วงนี้ได้มีโอกาสอ่านก็ช่วยได้เยอะมากเช่นกัน อย่างน้อยก็ช่วยเตือนสติเราให้นึกถึงหลักความจริงที่ว่า ทุกอย่างมีเกิดและก็ต้องดับไป ไม่มีอะไรอยู่ค้ำฟ้า เช่นเดียวกับความรัก...

เวลาแค่สามอาทิตย์ มันไม่ได้ทำให้ลืมอดีตที่หวานชื่นได้หมดหรอกค่ะ ความทรงจำทุกอย่างยังคงฝังอยู่ ยังคงวนเวียนอยู่
แต่ใจมันปล่อยวางลงไปเยอะมาก จนเข้าใจและยอมรับว่ามันเป็นเพียงอดีตที่สวยงาม

ที่ต้องมองและต้องทำตอนนี้คือ ต้องอยู่ได้ เดินต่อไปได้ มีชีวิตต่อไปได้ เพื่อคนที่เค้ารักเรา อย่างพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน

แล้วเมื่อเวลาผ่านไป ทุกอย่างจะค่อยๆ ดีขึ้น จนชีวิตเข้าสู่ดุลยภาพอีกครั้งหนึ่ง

ขอให้กำลังใจคนที่เพิ่งอกหักหรือเจอปัญหานะคะ อย่าเพิ่งท้อแท้ค่ะ ตั้งสติดีๆ แล้วจะพบว่า ปัญหามันเล็กนิดเดียว ถ้าคุณยอมปล่อยมันทิ้งไป

แล้วเดี๋ยวมันก็จะผ่านไปค่ะ :))





 

Create Date : 02 มิถุนายน 2555    
Last Update : 2 มิถุนายน 2555 1:36:05 น.
Counter : 547 Pageviews.  

รบกวนช่วยทำแบบสอบถามหน่อยค่ะ

เนื่องจากกำลังเรียนปีสุดท้ายของปริญญาโทแล้วค่ะ เลยมีการทำแผนธุรกิจเรื่องธุรกิจของขวัญ ซึ่งต้องการข้อมูลจากการทำวิจัย จึงขอความร่วมมือเพื่อนๆ ที่ผ่านมาเยี่ยมเยียนช่วยทำแบบสอบถามตาม link ด้านล่างหน่อยนะคะ

ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ

https://spreadsheets.google.com/viewform?formkey=dGxSNVNMdHRWVmJycVYtaDgwdmRoMHc6MQ




 

Create Date : 11 ธันวาคม 2553    
Last Update : 11 ธันวาคม 2553 11:50:07 น.
Counter : 145 Pageviews.  

เมื่อต้อง Balance my life

เริ่มเปิดเทอมแล้วล่ะ ในที่สุดก็กลับมาเป็นนักศึกษาอีกครั้งหลังจากห่างเหินไปราว 2 ปี

อืมม แต่การกลับมาเรียนคราวนี้มันต่างไปจากเดิมมาก...ถึงมากที่สุดเลยล่ะ

การเรียนไปพร้อมๆ กับการทำงาน แม้จะเรียนละอาทิตย์นึงแค่ 3 วัน วันละ 3 ชม. แต่หลังจากผ่านไปได้ 2 อาทิตย์ก็ทำให้รู้ว่าโดนดูดเวลาไปเยอะเลย

ลำพังแค่เรียนก็หนักเอาเรื่อง ยังจะมีการบ้านอีก เรียนเลิกสามทุ่ม บางวันต้องทำงานต่อถึงเที่ยงคืน เช้าก็ต้องตื่นมาทำงาน

ไม่อยากคิดสภาพเลยว่าจะต้องเผชิญกับเหตุการณ์นี้ต่อไปอีกอย่างน้อยก็ 2 ปี

แหะๆ ที่เล่าๆ มาไม่ได้เหนื่อยหรือท้อหรอกนะ คิดว่ายังไงก็ต้องไหวแหละ อีกอย่าง...วิชาที่เรียนก็น่าสนใจทั้งนั้น มันทำให้เรารู้ในสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะมีการนำมาเป็นทฤษฎีด้วย

ที่เหลือ ก็คงต้องหาทาง Balance my life ให้เวลากับทั้งตัวเอง ครอบครัว และก็คนกันเองด้วย

ปล.ช่วงเวลานี้เป็นอีกช่วงเวลาที่แปลกใหม่ในชีวิต คงต้องใช้เวลาเรียนรู้และปรับตัวไปสักพักให้เข้าที่เข้าทาง แต่ยังไงก็เชื่อเสมอว่าทุกสิ่งจะผ่านไปได้ด้วยดี




 

Create Date : 22 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 22 พฤษภาคม 2552 11:17:44 น.
Counter : 194 Pageviews.  

หลากเส้นทาง...ที่ต้องเลือก

อ่า...เวลาผ่านไปไวราวกับติดปีกบิน

เผลอแป๊บเดียวเราก้าวพ้นชีวิตเด็กมหาลัยมาได้กว่า 8 เดือนแล้ว และก็เริ่มทำงานกว่า 8 เดือนแล้วเช่นกัน

ประสบการณ์ใหม่ๆ สิ่งแวดล้อมใหม่ๆ และเพื่อน - พี่ ใหม่ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

ทุกเหตุการณ์ล้วนมีคุณค่าในตัวมันเอง ไม่ว่ามันจะเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ก็ตาม แต่มันก็ทำให้เรามีสิ่งที่ควรค่าแก่การจดจำเพิ่มมากขึ้น

หลากประสบการณ์จากเพื่อนๆ ที่ก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัยพร้อมกัน หากเมื่อก้าวสู่สิ่งแวดล้อมใหม่ที่ต่างกันก็ทำให้มีเรื่องราวที่ต่างกันมาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งก็เหมือนจะเป็นการรัดร้อยความผูกพันที่มีอยู่เดิมให้รัดแน่นขึ้นอีก

แต่เราก็รู้ สิ่งที่เพิ่งได้พานพบมาตลอด 8 เดือนมันเป็นแค่เพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของช่วงชีวิต ยังคงมีอีกหลายสิ่งที่เราจะต้องเรียนรู้

การเรียนต่อไปในสาขาวิชาที่เรามั่นใจว่ามัน "ใช่" เป็นอีก 1 สิ่งที่เรากำลังจะต้องตัดสินใจ

ซึ่งมันคงจะต้องใช้เวลาสักพัก อาจไม่นานนัก ในการคิด เลือกและพิจารณาให้แน่ใจว่าสิ่งที่เราเลือกมันจะเป็นสิ่งที่ตรงกับความต้องการจริงๆ

หลากเส้นทาง (ทางการศึกษา) ที่รอให้เราเลือก ล้วนมีคุณค่าในตัวของมันเอง แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าต้องเลือก...ก็จำเป็นจะต้องตัดตัวเลือกบางตัววางทิ้งเอาไว้ก่อน

แต่หากมีโอกาส เราย่อมหันกลับมามองมันแน่นอน...







 

Create Date : 28 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2550 9:58:45 น.
Counter : 104 Pageviews.  

ชีวิตนอกรั้วมหาวิทยาลัย กับหนังสือเล่มแรก "นิยายรักเด็กมัธยม"

เรียนจบตรีแล้ว และก็เริ่มชีวิตการทำงานมาได้เกือบเดือนแล้วเช่นกัน

รู้สึกแปลกๆ เล็กน้อย เพราะต้องรับผิดชอบตัวเองเพิ่มขึ้น ต้องตื่นเช้าให้ได้ ต้องอยู่ทำงานดึกๆ ได้ ต้องวางแผนการใช้จ่าย และต้องแบ่งเวลาให้ดี

พูดง่ายๆ ก็คือ เราต้อง "โต" ขึ้น

เรื่องงานเป็นเรื่องที่เราไม่ห่วง เพราะสามารถฝึกฝนได้ ที่ห่วงคือเรื่องเพื่อนร่วมงานมากกว่า

เราชินกับการที่มีเพื่อนกลุ่มเดิมๆ ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน มีความคิดใกล้ๆ เคียงกัน เพราะวัยและประสบการณ์ไมได้ต่างกันมากนัก

แต่สำหรับที่ทำงาน เราเจอแต่รุ่นพี่ ที่แม้อายุจะไม่ได้ต่างกับเรามาก แต่ด้วยประสบการณ์ที่มากกว่าเรา ทำให้เราแอบเกร็ง

คงต้องใช้เวลาเพื่อจะให้เกิดความคุ้นเคยกระมัง...

โชคดีที่พี่ๆ น่ารักทุกคน เวลาเกือบเดือนทำให้ความเกร็งที่ว่า หายไปเยอะเลย

มาพูดถึงเรื่องหนังสือบ้าง

หนังสือเรื่อง "นิยายรักเด็กมัธยม" ของสำนักพิมพ์ 4 - letter word รวมเรื่องสั้น 13 เรื่อง ซึ่งเรื่องของเราก็เป็นหนึ่งในนั้น นำมาจาก bloggang แห่งนี้นี่เอง (ชื่อรักของเด็กมีธยมแต่ความจริงเราเรียนจบตรีแล้วนะ)

ชื่อเรื่อง "พอเพียง...ก็เพียงพอ"

อืม...ยังไงก็ลองหามาอ่านกันดูนะคะ เพราะทั้ง 13 เรื่องก็ต่างสไตล์กันไป มีทั้งเรื่องที่เป็นประสบการณ์จริง หรือเรื่องที่แต่งตามจินตนาการ ที่อ่านแล้วจะได้แง่คิดในเรื่องความรักที่หลากหลาย

หลายท่านเป็นหน้าใหม่ที่เพิ่งหัดเขียน (รวมข้าพเจ้าด้วย) ซึ่งหนังสือเล่มนี้แม้จะเป็นเล่มเล็กๆ แต่ก็เสมือนเป็นจุดเริ่มต้นของความฝันที่เราค้นหามาตลอด

...อยากเขียนเรื่องราวต่างๆ เพื่อร่วมแบ่งปัน...

แม้จากนี้เวลาขีดๆ เขียนๆ อาจจะน้อยลงตามภาระหน้าที่ที่จะเพิ่มขึ้น แต่รับรองว่า จะยังไม่ทิ้งฝันนี้อย่างแน่นอน




 

Create Date : 25 เมษายน 2550    
Last Update : 26 เมษายน 2550 8:15:10 น.
Counter : 250 Pageviews.  

1  2  3  

@ลูกท้อแช่อิ่ม@
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เรียกยู้ได้นะคะ

แล้วก็ลงท้ายที่ MBA
Friends' blogs
[Add @ลูกท้อแช่อิ่ม@'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.