ใกล้...จนมองผ่านไป หรือว่าไกล...จนสุดมือคว้า
Group Blog
 
All blogs
 
ดาหลา...ยาใจ บทที่ 2

เดินเข้ามาในบ้านพักได้สักครู่ เสียงโทรศัพท์กรีดเสียงเรียกความสนใจให้กับผู้มาเยือน
อรดีรีบวางข้าวของสัมภาระไว้บนโซฟาก่อนจะรุดมายังโต๊ะเล็กๆ ที่วางโทรศัพท์เอาไว้

“สวัสดีค่ะ”

“อรรึเปล่าลูก” เสียงเรียกจากปลายสายทำให้อรดียิ้มอย่างยินดี

“อรเองค่ะพ่อ เพิ่งถึงเกาะเมื่อครู่นี้เอง” อรดีบอกบิดาเสียงแจ๋วๆ
“คนที่พ่อให้ไปรับอรกับนัธเนี่ยแย่จังค่ะ ไม่มีมนุษยสัมพันธ์เอาซะเลย”

คำบอกเล่าที่เรียกเสียงหัวเราจากบิดา แต่กลับทำให้ลูกสาวยิ่งหน้าง้ำลง

“ไม่ขำเลยนะคะ”

“ปกติเจ้าปอก็เป็นแบบนี้แหละ อรน่าจะชินได้แล้วนะ”

อรดีอ้าปากค้าง คนที่ไปรับหล่อนกับเพื่อนคือปรมัธหรอกรึ
มิน่าเล่า ยังเก๊กเหมือนเดิมเลย

“นั่นพี่ปอหรอกหรือคะ พ่อไม่กระซิบบอกอรเลย เกือบหน้าแตกแล้วมั๊ยละคะ” ลูกสาวบ่น

“หน้าแตกเรื่องอะไรลูก”

“ก็แหม อรเกือบจะให้เงินเป็นทิปค่าขับเรือกับพี่ปอไปสิคะ
ดีนะที่เกิดหมั่นไส้ท่าเก๊กๆ นั่นเสียก่อน เลยไม่ได้ให้”

เท่านั้นแหละ คุณอธิคมก็หัวเราะลั่นอีกรอบ “มีประโยชน์เหมือนกันนะไอ้เรื่องความเก๊กเนี่ย
ขืนอรเอาเงินไปให้พี่เขา มีหวังคงถูกปอเชือดแน่ๆ”

“อรก็ว่างั้นแหละค่ะ” หญิงสาวเอ่ยอย่างเห็นด้วย

“ว่าแต่ที่โทรมามีอะไรรึเปล่าคะ” อรดีถาม

“อ๋อ จะโทรมาบอกว่าบ้านพักไม่มีแม่บ้านนะอร
แต่พ่อสั่งให้เค้าซื้อของเอาไว้เต็มตู้เย็นแล้ว ขาดเหลืออะไรก็ไปบอกเจ้าปอแล้วกัน”

“ค่าพ่อ แค่นี้ใช่มั๊ยคะ”

“แล้วหนูนัธเป็นไงบ้าง ดีขึ้นรึเปล่า” อธิคมถาม
เนื่องจากลูกสาวเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนที่ว่าไปก็เหมือนกับลูกสาวเขาอีกคนให้เขาฟังแล้ว

“ก็ยิ้มออกแล้วค่ะ สักพักคงจะดีขึ้นกว่านี้” น้ำเสียงบ่งความไม่แน่ใจนั้นทำให้เขารีบบอกอีกฝ่าย

“อีกหน่อยคงยิ้มออกหรอก เกาะสวยๆ ทะเลก็สวย แถมคนบนเกาะก็...”

“คนบนเกาะหรือคะ ไม่เห็นมีใคร เอ๋ หรือว่าจะเป็น...ไม่ดีกว่ามั้งคะพ่อ อรว่าไม่ดีหรอก”
อรดีว่าอย่างไม่เห็นด้วยนัก สายตาก็เหลือบไปยังคนที่ถูกกล่าวถึง
ที่ตอนนี้กำลังยืนเหม่ออยู่ริมหน้าต่าง

แต่บิดากลับบอกอย่างมั่นอกมั่นใจ “บางทีพ่ออาจจะได้หลานสะใภ้สมใจสักที”

พ่อลูกคุยกันอยู่อีกสักพักก่อนจะวางสาย อรดีเดินเข้ามาสะกิดเพื่อน
ที่ตอนนี้ยังคงยืนนิ่งอยู่ข้างหน้าต่าง เอ่ยชวน “ไปเก็บของเถอะ แล้วค่อยมาดูวิวต่อ”

“เอาสิ แล้วพ่อว่าไงบ้าง” นัธฐาเรียกบิดาของเพื่อนว่า ‘พ่อ’ อย่างสนิทสนม
ความที่เป็นเด็กกำพร้า เธอจึงรักและเคารพอธิคมเหมือนบิดาแท้ๆ

“อ๋อ โทรมาถามว่าเดินทางเป็นยังไงบ้าง แล้วก็บอกว่าเราต้องอยู่กันเอง
ทำอาหารเองแต่ซื้อของทิ้งไว้ให้แล้ว”
ไม่กล้าบอกอีกเรื่องที่คุยกับบิดาไว้ แต่เมื่อเห็นเพื่อนทำหน้าสงสัย ก็บอกต่อ
“ป้าแอ๋วลากลับบ้าน เห็นว่าหลานป่วยหรือไงเนี่ยแหละ”

นัธฐาพยักหน้ารับ ก่อนจะบอกล้อๆ “งั้นอรจะได้โชว์ฝีมือ”

“อรหรือนัธกันแน่ก็ไม่รู้ที่จะโชว์”
อีกฝ่ายเกี่ยงเนื่องจากไม่ชอบทำครัว ก่อนจะเร่งเพื่อน
“รีบไปเถอะเดี๋ยวจะแนะนำใครให้รู้จัก”

“ใคร”

อรดียักคิ้วให้ “เดี๋ยวก็รู้เองแหละ” ว่าแล้วก็เดินนำลิ่วๆ ไปข้างบน
ทิ้งอีกคนให้มองตามอย่างงไม่เข้าใจนัก...แต่ก็ช่างเถอะ

หลังจากเก็บของเสร็จสองสาวก็เดินลงมาด้านล่าง ตรงไปยังห้องครัว
นัธฐาสำรวจตู้เย็นขณะที่อรดียืนมองอยู่ข้างๆ ปากก็พูดแจ้วๆ
“พ่อเอาของมาใส่ตู้เย็นให้เหมือนเราจะมาอยู่สักเดือน”

นัธฐาหันมาพูดหน้าตาย “อยู่ได้ถึงเดือนก็ดีสิ ที่นี่สวยออก ไม่อยากกลับกรุงเทพฯเลย”

“ก็ไม่ต้องกลับ อยู่จนกว่าจะสบายใจ แล้วค่อยกลับก็ได้นี่นา”

“พูดเล่นหรอก ขืนมานานแบบนั้นจะเอาอะไรกินเล่า”

อรดีทำหน้าจริงจัง บอกอย่างใจป้ำ
“ป๋าอรเลี้ยงนัธเองก็ได้ ตัวนิดเดียวแบบนี้คงกินไม่จุเท่าไหร่”

นัธฐาส่ายหน้า ก่อนจะทวงถาม “แล้วไหนว่าจะแนะนำใครให้รู้จัก”

“อ๋อ ตามมาสิ อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่หรอก”

นัธฐาเดินตามเพื่อนออกมาทางด้านหลังบ้านพัก เพิ่งจะสังเกตเห็นบ้านพักอีกหลัง
ที่อยู่บริเวณใกล้ๆ รอบๆ ตัวบ้านเต็มไปด้วยต้นมะพร้าวและต้นสนเรียงรายเป็นตับ
ส่วนตัวบ้านเป็นบ้านไม้สองชั้นหลังไม่ใหญ่นัก หน้าบ้านมีเปลญวณผูกระหว่างต้นมะพร้าวสองต้น
หญิงสาวบอกกับตัวเองว่าน่านอนดีแท้

“พี่ปอ อยู่รึเปล่าคะ” อรดีป้องปากตะโกนเรียกพี่ร่วมโลกเสียงดังลั่น

“พี่อยู่นี่อร” เสียงทุ้มๆ ดังมาก่อนที่เจ้าของเสียงจะปรากฏตัวขึ้น

เมื่อเห็นผู้มาเยือนก็แอบยิ้ม ‘นึกว่าใคร ที่แท้ก็แม่น้องสาวร่วมโลกจอมยุ่งกับแม่สาวตาโศก’

อรดีฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะต่อว่าคนตรงหน้า
“ไปรับแต่ไม่ทักทายอรเลยนะคะ ถ้าพ่อไม่บอกอรก็จำไม่ได้หรอกนะคะว่าเป็นพี่ปอ
ว่าแต่กลับมาไทยเมื่อไหร่คะเนี่ย”

คนตรงหน้ายิ้มให้นิดหนึ่งปากตอบแต่ตาแลมองไปด้านหลังของอรดี
“สักเดือนนึงได้แล้วกระมัง กลับมาเก็บข้อมูลทำวิทยานิพนธ์”

อรดีแลเห็นสายตาของปรมัธเหล่มองไปยังเพื่อนเธอก็แอบยิ้ม
นึกถึงคำพูดของบิดา 'เห็นทีพ่ออาจพูดถูก' ก่อนจะเอ่ยแนะนำ

“พี่ปอคะ นี่นัธฐา เพื่อนอรเอง ยัยนัธนี่พี่ปอ ปรมัธ ลูกชายลุงชาญ เจ้าของเกาะนี้ครึ่งหนึ่ง”

นัธฐาพนมมือไหว้ นึกชมชายตรงหน้าในใจว่ามีเครื่องหน้าที่เหมาะเจาะ
‘เหมือนพระเอกในนวนิยายที่เธอเขียน’

“ยินดีที่ได้รู้จัก พี่เรียกนัธได้รึเปล่า” น้ำเสียงยามถามแม้จะดูไร้อารมณ์เหมือนเดิม
แต่ก็นุ่มนวลขึ้น อย่างน้อยก็ดีกว่าเมื่อเช้านี้

“ได้ค่ะ” นัธฐาตอบ

“รู้จักกันแล้วก็ดีค่ะ พ่อบอกว่ามีอะไรให้ใช้พี่ปอได้” อรดีบอก หน้าตาเจ้าเล่ห์

ปรมัธมองอรดีอย่างหวาดๆ ก็น้องสาวของเขาคนนี้มีลูกบ้าอยู่รอบตัว
นี่ทำหน้าแบบนี้ ไม่รู้จะหาอะไรมาให้เขาปวดหัวอีก

“แล้วมีอะไรจะใช้พี่”

“โถๆ ใครจะกล้าใช้พี่ปอของน้องอรได้ ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ
แค่วันนี้นัธกับอรเหนื่อยมากๆ ทำอาหารเย็นไม่ไหว รบกวนพี่ปอด้วยแล้วกันนะคะ”
จบประโยคปุ๊บก็ฉุดมือเพื่อนสาววิ่งออกจากบ้านของเขาไป
ทิ้งให้เจ้าของบ้านยืนงงกับคำสั่งที่อรดีทิ้งเอาไว้
‘ยัยอรตัวแสบ’ คาดโทษเอาไว้ในใจ ก่อนจะยิ้มออกมานิดๆ

“นัธฐางั้นรึ”




“หยุดก่อนอร เหนื่อย” นัธฐาฉุดมือเพื่อนให้หยุด หลังจากวิ่งออกจากบ้านของปรมัธได้สักพัก
ติงเพื่อนรักด้วยเสียงหอบๆ “นัธว่าเรากลับไปช่วยพี่ เอ่อ พี่ปอเถอะ ทำแบบนี้นัธรู้สึกแย่ยังไงก็ไม่รู้”

“แย่อะไร ไม่มี๊ ไม่มี รับรองพี่ปอไม่ว่าอะไรหรอก”
ออกจะเต็มใจทำออก แค่มองตาก็รู้แล้ว ประโยคนี้เธอไม่ได้บอกเพื่อนออกไป

“แต่นัธว่านะ...”

“อรไม่กลับไปเด็ดขาด นัธก็รู้ว่าอรไม่ชอบเข้าครัว” เพื่อนสาวโอดครวญ
ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ บอกเพื่อนออกไปว่า “แต่ถ้านัธรู้สึกไม่ดีละก็
กลับไปช่วยพี่ปอแทนอรหน่อยแล้วกัน อรขอไปงีบก่อนนะ ง่วงชะมัดเลย”
พูดจบก็เดินกลับไปที่บ้านพักทันที ทิ้งให้นัธฐายืนอยู่ที่เดิม
ธรรมะและอธรรมในใจกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด แต่สุดท้ายธรรมะก็ย่อมชนะอธรรม
หญิงสาวตัดสินใจเดินกลับไปยังบ้านพักของปรมัธ
อย่างน้อยเธอก็เป็นผู้อาศัย จะรอให้เจ้าของบ้านทำอาหารให้ทานก็คงดูไม่ดีนัก

ยืนรีๆ รอๆ อยู่หน้าบ้านชายหนุ่มพักหนึ่ง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด
ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน หันซ้ายหันขวามองหาห้องครัวอยู่ ยังไม่ทันพบก็มีมือเย็นๆ เอื้อมมาสะกิดไหล่
หันกลับไปมองก็พบกับตาสีนิลสวยจ้องอยู่ ก็ถึงกับสะดุ้ง

“อุ้ย!” อุทานพร้อมกระโดยถอยหลังออกไปก้าวหนึ่ง

ชายหนุ่มส่งยิ้มให้นิดๆ เมื่อเห็นอาการตกใจของสาวน้อยตรงหน้า
กระแอมเล็กน้อย “ขอโทษที่ทำให้ตกใจ มีอะไรรึเปล่าถึงได้เข้ามาในนี้”

นัธฐาหน้าแดง ตะกุกตะกักตอบ “นัธ เอ่อ...จะมาช่วยพี่ปอทำครัวค่ะ”

ปรมัธขมวดคิ้วก่อนจะปรามาสร่างเล็กตรงหน้า “ทำเป็นหรือเรา”

หน้าใสๆ เชิดขึ้น นัยน์ตาวาววับ เมื่อได้ยินคำพูดที่เสมือนจะดูถูกฝีมือเธอ
สะบัดเสียงตอบ “ก็พอได้ค่ะ”

ชายหนุ่มยิ้ม “งั้นก็ไปสิ”

แต่เมื่อหญิงสาวยังยืนนิ่ง ไม่ขยับ เขาจึงถามขึ้นอีกครั้ง “เปลี่ยนใจไม่ทำแล้วหรือไง”

หญิงสาวอึกอัก ก่อนปฏิเสธ “ไม่ได้เปลี่ยนใจค่ะ แต่นัธไม่ทราบว่าห้องครัวอยู่ที่ไหน”

ปรมัธพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ ก่อนจะปั้นน้ำเสียงให้ดูราบเรียบ
“อ๋อ ตามมาสิ” ก่อนจะเดินนำสาวน้อยตัวเล็กไป
ทิ้งให้คนที่อยู่ข้างหลังเบะปากพึมพำอย่างหมั่นไส้ในความเก๊ก

“แหวะ นึกว่าเท่ห์ตายหรือไง”

แล้วเธอก็เดินตามไปเงียบๆ


ครัวสมัยใหม่ปรากฏขึ้นในสายตา แต่ไม่เหมือนกับครัวชายโสดที่เธอเคยเห็น
นึกย้อนไปถึงครัวในคอนโดของมาวิน ที่มีเพียงแค่ไมโครเวฟและตู้เย็นเท่านั้น
ผิดกับที่นี่ที่มีเครื่องครัวพร้อมครบครัน สงสัยเจ้าของบ้านคงจะชอบทำอาหาร

คิดพลางสะบัดศีรษะ จะไปนึกถึงทำไม คนพรรณนั้น
ป่านนี้คงลืมไปแล้วกระมังว่ามีเธออยู่บนโลกนี้

ชายหนุ่มเดินไปที่ตู้เย็นเปิดออกดูสำรวจเสบียงที่มี หันมาถามอีกคนในห้องครัว
“เย็นนี้นัธอยากทานอะไร”

หญิงสาวถึงกับสะดุ้งเพราะกำลังคิดอะไรฟุ้งซ่าน
“เอ่อ...แล้วในตู้เย็นมีอะไรบ้างคะ”

“มีกุ้ง ปู ปลาหมึก ผัก ไข่ และอื่นๆ พี่ขี้เกียจบรรยาย มาดูเองดีกว่า”

นัธฐานิ่งคิดก่อนเสนอความเห็น “มีเนยรึเปล่าคะ ถ้ามีทำกุ้งอบเนยดีมั๊ย ยัยอรชอบ”

เจ้าของบ้านพยักหน้ารับ “ได้หนึ่งเมนูแล้ว อืม มีปลาหมึกด้วย
ทำต้มยำก็แล้วกัน” ก่อนจะถามเธอบ้าง “แล้วนัธชอบทานอะไรเป็นพิเศษ”

“ไม่ค่ะ ทานได้ทุกอย่าง”

ปรมัธจึงตัดสินใจแทน “งั้นก็ทำปูอบวุ้นเส้น ปลาเผา และก็ไข่เจียว”

เมนูสุดท้ายทำเอาเธออึ้งไป ชายหนุ่มเสยกมือเสยผมที่ปรกหน้าผาก หน้าแดงนิดๆ
อ้อมแอ้มอธิบาย “เมนูโปรดของพี่เอง สำรองไว้เผื่อว่าเมนูอื่นจะทานไม่ได้”

หญิงสาวยิ้มนิดหนึ่ง พยักหน้ารับ ก่อนจะยิ้มค้าง
‘อีตานี่กล่าวหาเธอทางอ้อม หาว่าเธอทำอาหารไม่ได้เรื่องใช่มั๊ยเนี่ย’
จากยิ้มเปลี่ยนเป็นส่งค้อนให้ ทำเอาคนที่แอบมองยิ้มจากคนยิ้มยากหลบตาแทบไม่ทัน
แปลกใจที่จู่ๆ สาวน้อยก็เปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็ว เกาหัวแกรกๆ (หมดกันภาพพระเอก) อย่างงงๆ
‘ตูพูดอะไรผิดอีกเนี่ย’

ชายหนุ่มมองนัธฐาหยิบจับเครื่องครัวอย่างคล่องแคล่วอย่างเพลินตา
ไม่บ่อยนักที่เขาจะเห็นผู้หญิงสมัยใหม่เข้าครัว ดูอย่างแม่น้องสาวนอกไส้อย่างอรดีเองก็ได้
ให้เข้าครัวทีเหมือนถูกจับเชือด

จู่ๆ หญิงสาวก็หยุดมือ ก่อนจะตวัดตามองคนที่นั่งมองเธอ เอ่ยดื้อๆ
“พี่ปอไม่คิดจะช่วยนัธหรือคะ ทำอาหารเยอะขนาดนี้ คงไม่เสร็จง่ายๆ แน่”

ปรมัธเลิกคิ้ว ก่อนจะตอบเรียบๆ “ก็เห็นหยิบจับคล่องมือ เลยคิดว่าทำเองได้”

“ทำได้ค่ะ แต่อาจเสร็จพรุ่งนี้เช้า” ตอบเสร็จก็หันกลับไปง่วนกับปลาหมึกตัวโตตรงหน้า
ทิ้งให้อีกคนแอบขำ

ฮึ ฮึ เอากับแม่คุณสิ ขำคนตรงหน้าก็ขำ แกล้งแหย่นิดเดียวก็เผลอกัดเอาเจ็บๆ ได้
นัธฐาแบบนี้ดูดีกว่าก่อนเป็นกอง อย่างน้อยก็คงดีกว่านัธฐาที่เอาแต่ทำหน้าเศร้าเป็นสาวตาโศก



Create Date : 25 เมษายน 2549
Last Update : 25 เมษายน 2549 12:15:07 น. 1 comments
Counter : 170 Pageviews.

 
มาอัพอีกนะค่ะ รออ่านอยู่ค่ะ แอบลุ้นด้วยละ ฮ่าๆๆ


โดย: นู๋น้อยหมวกเงิน วันที่: 13 พฤษภาคม 2549 เวลา:17:49:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

@ลูกท้อแช่อิ่ม@
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เรียกยู้ได้นะคะ

แล้วก็ลงท้ายที่ MBA
Friends' blogs
[Add @ลูกท้อแช่อิ่ม@'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.