All Blog
ใครฆ่า !!! ลิงป่าเขาใหญ่

" ลิง ๆ ๆ ...พ่อขา ดูลิงสิคะ ลิงน่ารักจัง "

" ใช่แล้วล่ะลูก หนูเอาขนมให้ลูกลิงกินสิ เราต้องรักสัตว์ สงสารสัตว์ให้มากๆนะลูก " ...เด็กน้อยรีบลดกระจกลง แล้วโยนขนมลงบนพื้นเกลื่อนถนน

เด็กน้อยส่งเสียงหัวเราะสดใสเมื่อเห็นท่าทางลูกลิงแย่งกันกินขนม... ครอบครัวของเด็กน้อย จอดรถดูลิงสักครู่ ก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วมุ่งสู่จุดหมายข้างหน้า

มีรถสปอร์ตสีดำ พุ่งลิ่วมาตามทางโค้ง คนขับเป็นหนุ่มหล่อสวมแว่นดำ ข้างกายคือแฟนสาว ส่วนข้างหลังคือเพื่อนๆ เขาไม่สนใจกับป้ายเตือนที่เขียนไว้...

" ก รุ ณ า อ ย่ า ขั บ ร ถ เ ร็ ว 60 กม."

" ฮ่า ฮ่า ฮ่า หกสิบโล? ไม่ใช่รถตุ๊กๆนะว๊อยยย? โค้งแค่นี้ไม่มีหลุดอยู่แล้วโว้ย "

เมื่อรถแล่นเข้าโค้ง ชายหนุ่มจึงทราบว่า ป้ายไม่ได้เขียนด้วยความเป็นห่วงชีวิตพวกเขา แต่ฝูงลิงที่ยืนเรียงรายอยู่บนถนนต่างหาก ที่เค้าห่วงใย

แต่วันนี้รถคันโก้เขาไม่ได้มาแจกขนม เขากำลังจะมาแจกกันชนให้ลิง รถพุ่งฝ่ากลางฝูงลิงอย่างรวดเร็ว ลิงทั้งหมดต้องก็กระโจนหลบเข้าข้างทาง

มีเพียงลิงน้อยเพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่กี่เดือน ไม่ฉลาดพอที่จะหลบพาหนะสี่ล้อของมนุษย์ได้...เอี๊ยยยยด...เป้ง เป้ง เป้ง !!!

ชายล่างสปอยเลอร์กระทบเข้าตรงขมับลิงพอดี แรงกระแทกส่งผ่านกระโหลกกระเทือนถึงสมอง ส่งผลให้เลือดไหลทะลักออกมานองพื้นถนน

มัจจุราชคันโก้ตะบึงต่อไปแบบไม่หยุด เสียงวี้ดว้ายของบรรดาสาวๆในรถก็ดังกระหึ่มเพียงแค่ชั่ววูบ ต่างมีข้อสรุปเหมือนกันว่า ลิงมันไม่ระวังรถ...!!!

5 นาทีให้หลังเช่นกัน แม่ลิงกำลังพยายามฉุดมือลูกน้อยให้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เมื่อลูกไม่ลุก แม่ก็ได้แต่นั่งจ๋องมองดูลูกลิง สักพักแม่ลิงก็ลงมือหาหมัดที่ซ่อนอยู่ตามพงขน

" นี่ไงหมัดที่ดูดกินเลือดลูก พอลูกสบายตัวแล้ว ก็รีบลุกขึ้นมานะจ๊ะ ตะวันจะตกดินแล้ว เราจะต้องเข้าป่าไปหาที่นอนกันนะ "

แสงสุดท้ายของตะวันลาลับขอบฟ้า ลูกลิงก็ยังไม่ลุก แม่ลิงจึงตัดสินใจลากลูกลิงถูไถไปตามพื้นดิน เพื่อจะพาลูกน้อยไปหลับนอนในป่า

แม่ลิงหยุด !แล้วหันหน้ามองป้ายที่มนุษย์นำมาปักไว้ ท่าทางมันสนใจแต่เสียดายมันอ่านไม่ออก แต่คนอ่านออก ดันกลับไม่สนใจ ป้ายที่เขียนบอกว่า...

" ก รุ ณ า อ ย่ า ใ ห้ อ า ห า ร สั ต ว์ "

" 180 กิโล " จากจุดที่เกิดเหตุ ณ บ้านหลังหนึ่ง...ภายในห้องอาหาร พ่อ-แม่-ลูก ทั้งครอบครัวก็นั่งคุยกันอย่างความมีสุขสนุกสนาน และยังพูดถึงเจ้าลิงจ๋อที่น่ารักตอนพบกันระหว่างทางขึ้นเขาใหญ่

" 180 กิโล " จากจุดที่เกิดเหตุ ณ ร้านอาหารชื่อหรูเปิดไฟสลัวๆแห่งหนึ่ง หนุ่มหล่อคนหนึ่งนั่งเบียดกับสาวๆ เขากำลังใช้ความคิด จะพาสาวๆไปต่อที่ไหนดี ในหัวของเขาไม่มีเรื่องราวใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับลูกลิงแม้แต่น้อย...

" นี่ ห รื อ โ ช ค ช ะ ต า ลิ ง ป่ า เ ข า ใ ห ญ่ "

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

มีป่า มีลิง...แล้วค่อยมีถนน

มีถนน มีบ้าน มีคน...แล้วค่อยมีหมา

คือข้อแตกต่าง ระหว่างลูกลิงกับหมาข้างถนน




มันเขียนจากความรู้สึกของคนรักสัตว์-ป่า เราเจ็บปวดทุกครั้ง ในยามที่พบลิงถูกรถชนตาย !!!

จากใจจริงครับ





Create Date : 27 ตุลาคม 2557
Last Update : 28 ตุลาคม 2557 5:29:49 น.
Counter : 161 Pageviews.

0 comment
4 ม.(ขอ ไม่ มาก)

วันนี้(15 ตุลา) นสพ. คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 15 ตุลา 57 ได้นำเสนอเรื่องการท่องเที่ยวบนเขาใหญ่ที่สร้างผลกระทบต่อสัตว์ป่า เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวบางคนยังไม่เข้าใจถึงวัตถุประสงค์รณรงค์ 4 มอ.ขอ ไม่ มาก
.
เนื่องจากคนไทยใจบุญ บางครั้งการให้อาหารสัตว์ป่าทำไมกลายเป็นบาป และเรื่องราวศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าภาคกลางนครนายก ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับปัญหาทั้งๆที่ศูนย์แห่งนี้คือปลายเหตุ เราควรจะต้องช่วยกันแก้ไขที่ต้นทางคือการท่องเที่ยวบนเขาใหญ่ครับ
.
ขอขอบคุณ นสพ.คม ชัด ลึก
.
" ภารกิจขอคืนพื้นที่เขาใหญ่ สุขใจ ท่องเที่ยวไทย อย่างสร้างสรรค์ " โครงการ “ 4 ม. ...ขอ ไม่ มาก ”
.
- ไม่ทิ้งขยะ
- ไม่ให้อาหารสัตว์
- ไม่ขับรถเร็ว(60 กม./ชม.)
- ไม่ส่งเสียงดัง
.
ผู้ดำเนินโครงการ
- อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
- ททท.สำนักงานนครนายก
- ชมรมฅนรักษ์สัตว์-ป่า
- กลุ่มเยาวชนต้นกล้านครนายก
- กลุ่มใบไม้
- กลุ่มรักษ์เขาใหญ่


ในช่วงเวลานี้ถือว่าเหมาะแก่การท่องเที่ยวตามป่าและพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง เพราะอากาศค่อนข้างปลอดโปร่งและหนาวเย็น สีสันของธรรมชาติจะดูสวยงามและละมุนละไมอีกด้วย

แต่อย่างไรก็ตามในช่วงเวลานี้ธรรมชาติซึ่งจะมีความเปราะบางมากๆเช่นกัน รวมทั้งยังเป็นช่วงฤดูผสมพันธุ์ของสัตว์ป่า และเป็นช่วงที่สัตว์ป่าก็ต้องการความสงบและเป็นส่วนตัวอย่างมากเหมือนกันครับ


ดังนั้นการที่นักท่องเที่ยวจะเข้าไปใกล้หรือกวนให้สัตว์ป่าตื่นตระหนกอาจเกิดผลกระทบที่คาดไม่ถึงได้ เช่น อาจเป็นอันตรายต่อตัวผู้พบเห็นเอง หรือไม่ก็ทำให้สัตว์ป่านั้นไม่ทำการผสมพันธุ์หรือตกลูกไปเลยก็ได้

จึงควรต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งในการเข้าไปใกล้เพื่อถ่ายรูปหรือสัมผัสอย่างใกล้ชิดกับสัตว์ป่าที่พบเห็น ทางที่ดีเราก็ควรอยู่ในระยะห่างๆที่เหมาะสมจะเป็นการดีที่สุดต่อทั้งตัวเราและตัวสัตว์ป่าเองครับ


ดูผลกระทบจากการให้อาหารสัตว์ป่ากันบ้าง โดย นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน ประจำกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งก็มีรายละเอียดดังนี้ครับ

1. อาหารบางชนิดคนกินได้ สัตว์กินได้ อาหารบางชนิดคนกินได้ สัตว์กินไม่ได้ ดังนั้นอาหารที่ไม่เหมาะสม ที่คนให้สัตว์ป่ากินนั้น อาจทำให้สัตว์ป่าเกิดอาการท้องเสีย ท้องอืด หรืออาหารเป็นพิษได้ เช่น กวางกินถุงแกง ขนมปัง เนื้อย่าง ขนม เป็นต้น

2. พฤติกรรมสัตว์ป่าจะเปลี่ยนไป โดยการออกมาใกล้คนเพื่อขออาหารมากขึ้น อาจเกิดอันตรายในยามที่สัตว์ป่าออกมาขออาหารบนถนนหรือบ้านเรือน ทำให้เจ็บทั้งคนเจ็บทั้งสัตว์ป่า

3. พฤติกรรมการหากินก็เปลี่ยนไป ติดใจในรสชาติอาหารที่คนให้ สุดท้ายก็กินอาหารในป่าไม่เป็น เมื่อหาอาหารเองไม่เป็น ก็อาจเกิดการแก่งแย่ง ต่อสู้กันเองเพื่อขออาหาร
หรือเกิดพฤติกรรมก้าวร้าว ดุร้าย ต่อสู้กันเองบาดเจ็บ หรือไม่ก็เข้าทำร้าย แย่งของจากคนที่ถืออาหารจนอาจเกิดอันตรายทั้งคนและสัตว์ตามมา


4. การที่คนใกล้ชิดกับสัตว์ป่า และการนำอาหารจากคนให้สัตว์ป่านั้น เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการนำโรคที่อาจติดต่อขึ้นได้ ระหว่างคนและสัตว์ป่า ต้องพึงระลึกไว้เสมอว่าในคนก็มีโรค ในสัตว์ป่าก็มีโรค
โรคในคนติดสัตว์ป่าทำให้ตายได้ และโรคในสัตว์ป่าติดในคนก็ทำให้ตายได้ เช่นกัน โดยเฉพาะที่เกิดจากเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และปาราสิต เป็นต้น

5. ขยะหรือเศษอาหารที่มากับอาหารที่ให้สัตว์ป่ากิน หรือสัตว์ป่ามาแย่งกินนั้น หากสัตว์ป่ากินเข้าไป จะทำให้เกิดการอุดตันหลอดอาหาร กระเพาะ หรือลำไส้ อันเป็นสาเหตุทำให้สัตว์เสียชีวิตได้

6. ขยะหรือเศษอาหารที่เหลือจากการให้อาหารสัตว์ป่านั้น จะย่อยสลายยาก เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามมา


7. ถนนมักเป็นจุดที่สัตว์ป่าออกมาขออาหารที่นักท่องเที่ยวให้อยู่เป็นประจำ ทำให้กีดขวางการจราจร และหากยังมีการขับรถด้วยความเร็ว ไม่ระมัดระวังก็ถือว่าเป็นจุดที่อันตรายจุดหนึ่ง อาจเกิดอุบัติเหตุกับสัตว์ป่า และคนได้รับบาดเจ็บได้

8. พืชและผลไม้บางชนิดที่ให้สัตว์ป่ากินเข้าไป อาจเป็นพืชต่างถิ่นที่ไม่เคยมีในป่ามาก่อน พอสัตว์ป่ากินเข้าไปแล้วถ่ายเอาเมล็ดออกมา ก็จะแพร่เจริญเติบโต อาจส่งผลกระทบต่อพืชประจำถิ่นที่มีอยู่เดิมและรบกวนระบบนิเวศ


9. เมื่อสัตว์เหยื่อในห่วงโซ่อาหาร เช่น เก้ง กวาง ออกมาใกล้คนเพื่อรอรับอาหารจากคนมากขึ้น ก็จะเป็นการชักนำให้สัตว์ผู้ล่าในห่วงโซ่อาหาร เช่น เสือ หมาใน ซึ่งนอกจากจะกระทบห่วงโซ่อาหารแล้ว การออกมาล่าสัตว์เหยื่อที่อยู่ใกล้คนมากขึ้นอาจเกิดอันตรายแก่คน และสัตว์ป่าชนิดอื่นๆได้

10. ในสภาวะโรคร้อน นอกจากภัยธรรมชาติ และความเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่มนุษย์จะต้องได้รับผลกระทบแล้ว ยังมีโรคอุบัติใหม่ โดยเฉพาะโรคที่ติดต่อระหว่างสัตว์ป่าและคนนั้น จะเกิดขึ้นควบคู่กัน
วิธีการที่เหมาะสมที่สุดก็คือ อย่างไปเปลี่ยนแปลงธรรมชาติ “ธรรมชาติก็คืออวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย หากธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป วิถีชีวิตมนุษย์ก็เปลี่ยนแปลงตาม ดังนั้น หากรักตัวเองก็อย่าทำร้ายตัวเอง หากทำร้ายธรรมชาติก็เท่ากับทำร้ายตัวเอง”


27 ตุลา จะประชุมใหญ่สำหรับภารกิจดังกล่าว ที่เขาใหญ่

4 ม. ..." ขอ ไม่ มาก "

- ไม่ทิ้งขยะ
- ไม่ให้อาหารสัตว์
- ไม่ขับรถเร็ว
- ไม่ส่งเสียงดัง

" ภารกิจขอคืนพื้นที่เขาใหญ่ สุขใจ ท่องเที่ยวไทย อย่างสร้างสรรค์ "



ขอแนะนำสำหรับการที่เราจะเข้าท่องเที่ยวที่เขาใหญ่สักเล็กน้อยนะครับ เพื่อให้ทุกๆท่านได้ทราบถึงข้อควรระวัง....ดังนี้

1. การเดินท่องเที่ยวในเส้นทางเดินป่า จะต้องใช้ความระวังเป็นพิเศษ เพราะ ใบไม้ที่ต้นไม้ปลิดทิ้งลงมา อาจทำให้เส้นทางเดิมเลือนหรือมองไม่เห็น
จนเป็นเหตุให้หลงป่าได้ ควรสอบถามชนิดเครื่องหมายที่อุทยานฯทำไว้ใช้เป็นจุดสังเกตสังเกตหรือขอเจ้าหน้าที่นำทางจะเป็นการดีที่สุด

2. หากพบเจอสัตว์ป่าในระหว่างเส้นทางเดินป่า ควรหลีกเลี่ยงเพราะจะเป็นการรบกวนความสงบหรือ อาจเกิดอันตรายจากพฤติกรรมที่ดุร้ายในช่วงฤดูผสมพันธุ์ของสัตว์ป่าได้
รวมทั้งต้องระวังเห็บลมที่จะอาศัยตามใบไม้หรือขอนไม้แห้ง


3. การขับขี่รถในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ไม่ควรขับรถด้วยความเร็วสูงเพราะจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เป็นอันตรายต่อตัวคุณเอง ผู้อื่น หรือแม้กระทั่งสัตว์ป่าที่ต้องใช้ประโยชน์จากถนนเส้นนี้ เช่นเดียวกับคุณ

4. ห้ามให้อาหารสัตว์ป่าที่พบเห็น ไม่ว่าจะเป็นบริเวณริมถนนหรือที่พัก เพราะสัตว์ป่าจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการหากิน และเป็นอันตรายต่อการดำเนินชีวิตอันเป็นปกติสุขของมัน

ที่สำคัญสัตว์ป่าเหล่านั้นอาจถูกรถชนได้ หากคนขับรถใช้ความระมัดระวังไม่เพียงพอ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กำลังประสบปัญหาจากผู้ใจบุญที่ชอบให้อาหารลิงตามริมถนน

เพราะในปัจจุบันพบว่าลิงที่ลงมาคอยเก็บอาหารจากรถที่ผ่านไปมามีจำนวนมากขึ้น และมีพฤติกรรมชอบวิ่งเข้าหารถในขณะที่วิ่งผ่านหรือไม่ก็นอนขวางถนนเพื่อให้รถจอด

ทำให้มีลิงที่ถูกรถชนรถทับบ่อยมาก หรือไม่ก็กัดคนที่หลอกยื่นอาหารให้ แต่แล้วไม่ยอมให้


5. หากพบช้างหรือโขลงช้าง ลงหากินบนถนนควรจอดรถให้ห่างในระยะที่ปลอดภัย(ไม่น้อยกว่า 30 เมตร) รอจนกว่าโขลงช้างจะหลบเข้าข้างทางไปเอง หรือหากช้างเดินเข้าหารถให้ค่อยๆถอยรถห่างออกจากจุดที่ช้างเดินจนปลอดภัย

หรือกลับรถย้อนกลับมารอจนช้างเข้าข้างทางแล้ว สังเกตอารมณ์ของช้างว่าปกติหรือหงุดหงิดจากการถูกรบกวนหรือไม่ เพราะช้างอาจจะวิ่งไล่ได้หากถูกรบกวนมากจนเกินไป

โปรดสังเกตุดูที่หู ถ้าโบกไปมาและยังกินอาหารอยู่แสดงว่าอารมณ์ยังดีอยู่ แต่ถ้าหูเริ่มกาง หางเริ่มชี้ ส่ายหัว-งวง ไปมาแสดงว่าเริ่มโกรธแล้ว ให้ถอยรถไปไกลๆ ได้เลย

(สำหรับภาพนี้ จะเห็นได้ว่า ช้างป่ากำลังขุ้ยเขี่ยเศษขยะจากริมถนนขึ้นลงเขาใหญ่)



6. พึงนึกอยู่เสมอว่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ บอบช้ำมาจากการทำหน้าที่รองรับจำนวนนักท่อง เที่ยวที่เข้ามาใช้ประโยชน์แล้วกลับไปในแต่ละปีนั้นมากพออยู่แล้ว

ดังนั้นจึงไม่ควรไปซ้ำเติมด้วยการเพิ่มปริมาณขยะให้ล้นเขาใหญ่อีกเลย ควรหลีกเลี่ยงเรื่องการนำวัสดุที่เป็นขยะขึ้นไปบนเขาใหญ่ หรือนำเอาวัสดุเหลือใช้ลงมาทิ้งนอกเขตอุทยาน ในที่ที่มีการจัดการเก็บขยะที่ดีพอไปถึง

7. ความสุขที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมการพักผ่อนท่องเที่ยวของคุณ ควรอยู่ในระดับของความพอดี ไม่จำเป็นต้องเผื่อแผ่ให้คนอื่น เพราะอาจทำให้ผู้อื่นเกิดความรำคาญได้


น้องๆจิตอาสาด้วยใจบริสุทธิ์เพื่อช่วยเขาใหญ่ จากพลังกายและใจ อีกทั้งสมองกับสองมือ เพื่อรณรงค์ให้คนที่เดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในพื้นที่ป่ามรดกโลกเขาใหญ่ ได้ตระหนักรู้ ถึงบทบาท หน้าที่ และ ข้อควรปฏิบัติของผืนป่าแห่งนี้

จากการกระทำของมนุษย์ ที่มีต่อสัตว์และป่ารวมทั้งธรรมชาติ.. มีผลกระทบทั้งในทางตรงและทางอ้อมมานานแล้ว อีกทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว.. หากเราจะปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม อาจทำให้สถานะการณ์แย่ลง ชมรมฅนรักสัตว์-ป่า - รักษ์เขาใหญ่ -กลุ่มใบไม้ และกลุ่มต้นกล้านครนายก จึงขออาสาช่วยสัตว์ป่าเขาใหญ่เช่นนี้ตลอดไป



น้องๆจิตอาสาหลายท่าน ที่เสียสละเวลามาช่วยกันดูแลเหล่าฝูงลิงน้อยใหญ่ตามเส้นทางขึ้นลงอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

แม้นว่าในช่วงวันเวลาดังกล่าวควรที่จะอยู่ร่วมกับครอบครัวเพื่อพบปะสังสรรค์ในวันสำคัญๆ



ขอฝากเรื่องราวบางเรื่องให้เพื่อนๆที่ชื่นชอบการพักผ่อนในพื้นที่ป่าเขาลำไพรต่างๆต้องช่วยกันระมัดระวังในเรื่องของอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับสัตว์ป่าทั้งหลายทั้งที่เขาใหญ่และยังรวมไปถึงในที่อื่นๆอีกด้วย

ทั้งเรื่องการให้อาหารกับลิง-เก้ง-กวาง หรือการขับขี่ยานยนต์ด้วยความเร็วสูงในเขตอุทยานแห่งชาติเป็นต้น ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้เราก็คงต้องขอย้ำให้เพื่อนๆทุกท่านได้ทราบถึงผลกระทบที่จะตามมาในเรื่องดังกล่าวครับ



ภาพนี้น้องหญิงกำลังป้อนนมเลี้ยงลูกน้อยแมวดาว ที่แม่ถูกรถชนตาย



ภาพแม่แมวดาว วันที่ลาจากลูกน้อย............สุดบรรยายครับ


เรื่องข้อควรระวังในการขับรถ สำหรับการขับขี่รถต่างๆในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้น ไม่ว่าการขับรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติทั่วๆ ไปของเมืองไทย

หลายๆ คนมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไปในแง่ที่ทำให้เกิดผลดีหรือผลเสียให้แก่ธรรมชาตินั้นมีมากน้อยแค่ไหนยังไม่มีใครประเมินได้
แต่หากว่ากรณีที่มีการออกกฎระเบียบเพื่อการปฏิบัติไว้แล้ว แต่ว่าทุกๆ คนไม่ช่วยรักษาหรือปฏิบัติตามก็เท่ากับว่าเรื่องนี้จะมีแต่ผลเสียหายเกิดขึ้นแน่นอ

ลุงขอนำข้อแนะนำ 5 หลักปฏิบัติแบบ TREAD เพื่อมาตอกย้ำให้ทราบกันอีกครั้งเพื่อให้เป็นประโยชน์ค่อผู้คนและสัตว์ป่าดังนี้ครับ

T-travel only where permitted
: ใช้เส้นทางที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่า การขับรถ เพราะการเปิดเส้นทางใหม่หรือห้ามเข้าไปในเขตที่ไม่ได้รับอนุญาตนั้นๆ จะทำให้มีผลกระทบต่อชีวิตพืชพันธุ์และสัตว์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่

R-respect the rights of other
: การเคารพสิทธิของผู้อื่น การเข้าไปในแหล่งธรรมชาตินั้นควรให้ความเคารพสิทธิของผู้อื่นที่เข้ามาพักแรม มาเที่ยวชมธรรมชาติ ไม่ส่งเสียงรบกวน นอกจากจะเคารพสิทธิผู้อื่นแล้วยังควรเคารพสถานที่ เคารพสิทธิของทุกชีวิตในธรรมชาติอีกด้วย

E-educate yourself
: ควรศึกษาสภาพเส้นทาง ภูมิประเทศ กฎระเบียบของสถานที่ที่จะเข้าไปเสียก่อน และเมื่อเข้าไปแล้วก็ควรพยายามที่จะเก็บความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติในสถานที่นั้นๆ

A-avoid streams, meadows, wildlife and etc.
: ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางป่าทึบ หรือใช้การลัดเลาะตามลำธารหรือผ่านทุ่งหญ้า เพราะริมลำธารและทุ่งหญ้าเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์เล็กๆ และพืชพันธุ์นานาชนิด

D-drive and travel responsibly
: ขับรถอย่างมีจิตสำนึกและความรับผิดชอบ เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อธรรมชาติน้อยที่สุด และเพื่อคงความงดงามอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติไว้สัมผัสร่วมกันให้ยาวนานที่สุด


" ภารกิจขอคืนพื้นที่เขาใหญ่ สุขใจ ท่องเที่ยวไทย อย่างสร้างสรรค์ " โครงการ “ 4 ม. ...ขอ ไม่ มาก ”
.
- ไม่ทิ้งขยะ
- ไม่ให้อาหารสัตว์
- ไม่ขับรถเร็ว(60 กม./ชม.)
- ไม่ส่งเสียงดัง
.
ผู้ดำเนินโครงการ
- อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
- ททท.สำนักงานนครนายก
- ชมรมฅนรักษ์สัตว์-ป่า
- กลุ่มเยาวชนต้นกล้านครนายก
- กลุ่มใบไม้
- กลุ่มรักษ์เขาใหญ่




Create Date : 27 ตุลาคม 2557
Last Update : 27 ตุลาคม 2557 18:00:36 น.
Counter : 583 Pageviews.

0 comment
ร่วมส่งเลียงผากำพร้า "ภูผาพล" กลับคืนป่า(พรุ่งนี้ 16 ตุลา)

ภาพภูผาพล ลูกเลียงผาพร้ากำพร้าแม่ อยู่ในอ้อมกอดแม่บุญธรรม(ลูกจ้างสำนักงาน) ป้าคนนี้ คือผู้ที่คอยโอบอุ้มดูแลภูผาพลตั้งแต่วันแรกๆจนถึงวันนี้ร่วม 7 เดือนเศษๆ ที่ทั้งสองผูกพันมีความสุขทุกๆวัน
.
แต่ในวันพรุ่งนี้เช้า(พฤหัส 16 ตุลา)เป็นต้นไป ภูผาพลและป้าคงถึงเวลาต้องร้างห่างไกล เนื่องจากภูผาพลได้เติบโตจนแข็งแรงพร้อมที่จะกลับบ้านป่าเพื่อไปใช้ชีวิตตามปกติของสัตว์ป่าต้องอยู่ป่าตามวิถีทางแล้ว
.
ชมรมฅนรักษ์สัตว์-ป่า ขอชวนเพื่อนๆที่ช่วยกันดูแลเลี้ยงดูภูผาพลจนถึงวันนี้ ร่วมกันส่งกำลังใจให้เลียงผากำพร้าแม่ กลับคืนบ้านป่าที่เธอเกิด ณ บริเวณเทือกเขา"เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาสมโภชน์ ลพบุรี"
.
ขอเก็บภาพนี้ไว้ในความทรงจำตลอดไป เพราะพวกเราต่างเข้าใจในความรู้สึกของป้า แกคงเหงาเมื่อพรุ่งนี้ไม่มีเจ้าตัวน้อยๆอยู่ที่นี่อีกต่อไป
..........................................
ย้อนหลังเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 57 ชาวบ้านเขากระบุตได้พบ "ลูกเลียงผา" หลงทางจากป่าและยังอาภัพแม่อายุประมาณ 2 สัปดาห์ ที่บริเวณเขากระบุต อ.แก่งคอย จ.สระบุรี
.
ต่อมาลุงกับหมอล๊อต และพี่เบ็งจะ เจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (สาขาสระบุรี) ได้ไปรับตัวลูกเลียงผากำพร้ามาเลี้ยงดูให้เติบโตที่ด้านหลังของสำนักฯอนุรักษ์จนถึงวันนี้ครับ
.
ต้องขอขอบพระคุณ ผู้ให้ชีวิตใหม่กับ "ภูผาพล"
.
- ท่านหลวงพ่อวัดเขาวง พระพุทธบาท สระบุรี และชมรมอนุรักษ์เขาวง
- ท่านสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี(ปัจจุบัน จ.ชัยนาท)
- นายผล นายอำเภอพระพุทธบาท จ.สระบุรี
- ผอ.นิธิ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (สาขาสระบุรี)
- พี่เบ็งจะ ตรีสาร หัวหน้าชุดปฏิบัติการด้านสัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (สาขาสระบุรี)
- หมอล๊อต สัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี)
- ชมรมฅนรักษ์สัตว์-ป่า และพ้องเพื่อน
- มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศ ปราจีนุบรี
- ทีมช่วยเหลือสัตว์ป่า อช.เขาใหญ่ (สุทธิพร-สมหมาย)
- สมาชิกชมรมฅนรักษ์สัตว์-ป่า ทุกๆท่านที่มอบนมกระป๋องเลี้ยงดูภูผาพล




ลุง และเพื่อนๆชมรมฅนรักษ์สัตว์-ป่า ขอให้เธอเติบโตท่ามกลางความรักและความเอ็นดูจากทุกๆคนที่รักสัตว์ป่า

ด้วยหวัง...เธอจะกล้าแกร่งแข็งแรงในวันรุ่ง เพื่อเธอกลับไปอยู่บ้านป่าของบิดรมารดาด้วยความสุขชั่วนิรันดิ์


ท่านหลวงพ่อวัดเขาวง และท่านผู้ว่าราชการ จ.สระบุรี ร่วมกับลุงและหมอล๊อต เมื่อครั้งร่วมกันวางแผนเตรียมงานสำรวจเลียงผา


ขอขอบคุณ

มูลนิธิเจ้าพระยาอภัยภูเบศร สร้างกรงขนาดใหญ่ 6X6 จำนวน 70,000 บาท เพื่อให้ภูผาพลพักพิงอาศัยให้ธรรมชาติบำบัด


ท่านหลวงพ่อวัดเขาวง และผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี และเพื่อนๆชมรมฅนรักสัตว์-ป่า มอบเงินดูแลเบื้องต้น 25,000 บาท



ขอกราบขอบพระคุณท่านหลวงพ่อวัดเขาวง พระพุทธบาท สระบุรี และชมรมอนุรักษ์เขาวง



ขอบคุณหมอล๊อต และสัตวบาล พร้อมแม่รับที่มอบน้ำนมทุกหยดให้เธอ


ท่านรองธีรภัทร์ ครั้งดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมอุทยานฯ(ปัจจุบันอธิบดีกรมป่าไม้) ร่วมลงนามOMUกับสหภาพโรงปูนทั้งหมด จ.สระบุรี เตรียมปล่อยภูผาพล (19 มิถุนายน 57)



สุดท้ายต้องขอขอบพระคุณ ผู้ให้ชีวิตใหม่กับ "ภูผาพล"
.
- ท่านหลวงพ่อวัดเขาวง พระพุทธบาท สระบุรี และชมรมอนุรักษ์เขาวง
- ท่านสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี(ปัจจุบัน จ.ชัยนาท)
- นายผล นายอำเภอพระพุทธบาท จ.สระบุรี
- ผอ.นิธิ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (สาขาสระบุรี)
- พี่เบ็งจะ ตรีสาร หัวหน้าชุดปฏิบัติการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1
- หมอล๊อต สัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี)
- ชมรมฅนรักษ์สัตว์-ป่า และพ้องเพื่อน
- มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศ ปราจีนุบรี
- ทีมช่วยเหลือสัตว์ป่า อช.เขาใหญ่ (สุทธิพร-สมหมาย)
- สมาชิกชมรมฅนรักษ์สัตว์-ป่า ทุกๆท่านที่มอบนมกระป๋องเลี้ยงดูภูผาพล




ยอดแหลมๆมองเห็นแต่ไกลๆ บ้านใหม่ภูผาพลในวันพรุ่งนี้...เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาสมโภชน์



เทือกเขาเขาสมโภชน์ มีเลียงผาอาศัยอยู่ประมาณ 120 -140 ตัว จากการสำรวจเมื่อปี 2554


มีประชากรลิงเป็นเพื่อนเลียงผามากกว่า 200 ตัว



สภาพภูเขาด้านบนเป็นหินปูน มีถ้ำให้เลียงผาอาสัยหลายแห่ง เป็นพื้นที่ปลอดภัยมากที่สุดสำหรับเลียงผา


พี่ต๋อย เป็นหัวหน้าเขตฯทำหน้าที่ผู้ดูแลเลียงผาที่นี่มากกว่า 10 ปี


พวกเราทำงานร่วมกับพี่ต๋อยจนคุ้นเคย เมื่อเกิดเหตุเลียงผาป่วยไข้ พี่ต๋อยจะนำหน้าลูกน้องเดินป่าไปอุ้มเลียงผาลงมาจากยอดเขาให็หมอล๊อตรักษา


ลุงมีความมั่นใจอย่างสูง ถ้าภูผาพลมาอยู่กับพี่ต๋อยปลอดภัยแน่นอน สองมือพี่ต๋อยผ่านการโอบอุ้มเลียงผามากว่า 10 ปีด้วยใจล้วนๆ



เมื่อเลียงผาที่เจ็บป่วยหายดีเรียบร้อย พี่ต๋อยจะให้น้องๆปล่อยเลียงผากลับไปหากินตามวิถีเดิมๆต่อไป

เจ้าหน้าที่มาส่งเลียงผาที่หายกลับบ้าน ...เขาสมโภชน์ จึงเป็นพื้นที่เลียงผาอาศัยแหล่งสุดท้ายที่ปลอดภัยที่สุด

พี่ต๋อย(ไม่มีหมวก) นำทีมลูกน้องคอยช่วยเหลือเลียงผายามที่เจ็บป่วย


เมื่อเดือน 6 ผมไปดูมา ภูผาพลน่ารักมาก พอดีภาพไม่ค่อยชัดคับ



ในวันพรุ่งนี้ ลุงและหมอล๊อต พร้อมเพื่อนๆชมรมฅนรักษ์สัตว์-ป่า จะไปส่งภูผาพลถึงบ้านใหม่ ผมขอฝากภูผาพลด้วยครับ...ขอบคุณพี่ต๋อย สุทธิพงษ์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาสมโภชน์ จ.ลพบุรี



มาแล้วๆ เจ้าตุ๊กน้องรักอีกคน ในภาพที่เราเห็นคนอุ้มเลียงผา(ใส่เสื้อลายไม่พราง)ลงมารักษานั้น คนนี้เลยชื่อตุ๊ก หล่อลากไส้ ปัจจุบันย้ายไปสำรวจจระเข้น้ำจืดที่แก่งยายมาก อช.ปางสีดา

เฮ้ยยย ไอ่น้องรัก คิดถึงๆ



ขอขอบคุณเพื่อนๆทุกท่านที่มาร่วมส่งกำลังใจให้ภูผาพลครับ


ประชุมวางแผนร่วมกับชุมชนอนุรักษ์บ้านหินซ้อน ที่ยกหมู่บ้านมาต้อนรับภูผาพล


เตรียมวางยาซึมเพื่อขึ้นรถมุ่งหน้าไปเขาสมโภชน์ โดยมีสัตวแพทย์ประจำรถ



เริ่มปฎิบัติการย้ายจากกรงขึ้นรถเคลื่อนที่เร็ว

ป้าช่วย และแม่รับก็ขึ้นรถเดินทางไปส่งภูผาพลด้วยกัน


การทำงานขณะนี้ต้องแข่งกับเวลา เนื่องจากภูผาพลกำลังซึม เราไม่ต้องการให้ภูผาพลจดจำเหตุการณ์วันนี้



ป้าช่วยจะคอยนั่งปลอบขวัญภูผาพลจนถึงเขาสมโภชน์


วันสุดท้ายของสองชีวิตที่มีลมหายใจเหมือนกัน อาจแตกต่างแค่หนึ่งคือคนกับสัตว์กำพร้าแม่



สิ้นสุดภารกิจ ส่งภูผาพลกลับบ้านป่า



Create Date : 27 ตุลาคม 2557
Last Update : 27 ตุลาคม 2557 17:14:40 น.
Counter : 513 Pageviews.

0 comment
นับถอยหลัง...ส่ง "ภูผาพล"

นับถอยหลัง...ส่งภูผาพล

ลุง และเพื่อนๆชมรมฅนรักษ์สัตว์-ป่า ขอให้เธอเติบโตท่ามกลางความรักและความเอ็นดูจากทุกๆคนที่รักสัตว์ป่า

ด้วยหวัง...วันนี้เธอจะเติบโตและกล้าแกร่ง เรากำลังออกเดินทางไปส่งเธอที่เขาสมโภชน์ มาให้กำลังใจแก่กันเพื่อให้เธอกลับไปอยู่ในบ้านป่าของบิดรมารดาด้วยกันครับ



เป้าหมายข้างหน้าเขาสมโภชน์


ถึงเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาสมโภชน์ทีมฝ่ายตรวจสุขภาพสัตว์ป่า กรมอุทยานฯ เตรียมพร้อมทันที



ทุกฝ่ายพร้อมรับเข้าพื้นที่






โชคดีเถอะภูผาพล



ลุง และเพื่อนๆชมรมฅนรักษ์สัตว์-ป่า ขอส่งทางลูกตรงนี้เวลานี้ ขอให้เธอเติบโตท่ามกลางความรักและความเอ็นดูจากทุกๆคนที่รักสัตว์ป่าตลอดไป...


เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาสมโภชน์ ลพบุรี



ภูผาพล...จะพักพิงอยู่ที่นี่ใต้ร่มธงไทย


ภูผาพล ...ลุง น้าปู น้าแตน กลับแล้วนะ...บ๊ายบาย



วันนี้พวกเราทุกๆคนรวมทั้งเพื่อนๆทุกท่าน คงจะดีใจร่วมกันอย่างยิ่งที่ภารกิจดังกล่าวสำเร็จลุล่วงด้วยดี เมื่อภูผาพล เลียงผากำพร้าแม่ได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติของสัตว์ป่า

พวกเราทุกๆคนได้ทำในสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว เพื่อภูผาพลและเพื่อสัตว์ป่ายังอยู่คู่กับแผ่นดินพ่อหลวงตลอดไป

ขอบคุณเพื่อนๆทุกท่านอีกครั้งเช่นกัน ที่ได้ช่วยเหลือภูผาพลตั้งแต่วันที่ 26 กพ. จนถึงวันนี้ 16 ตุลา ขอบคุณจากใจจริงครับ





Create Date : 27 ตุลาคม 2557
Last Update : 27 ตุลาคม 2557 16:35:16 น.
Counter : 267 Pageviews.

0 comment
เติมเต็มให้ชีวิต


ท้องทุ่งนาบ้านโคกสำโรงยามนี้ช่างงดงามยิ่งนัก ลุงยืนมองฝูงเหยี่ยวดำนับหลายพันกำลังกระพือปีกเพื่อบินกลับสู่รังนอน ผสมแสงอาทิตย์สีสวยๆกำลังลาลับขอบฟ้า
.
เป็นภาพเดิม ๆ ที่เคยได้สัมผัสมาตั้งแต่จำความได้ เพราะลุงเกิดมาในถิ่นฐานกึ่งเกษตรกร กึ่งค้าขาย ทำให้ได้สัมผัสกับวิถีชีวิตที่หลากหลายตั้งแต่ชีวิตลุงยังเป็นเด็กน้อย
.
แต่สิ่งที่น่าประทับใจมากที่สุดของทุ่งโคกสำโรงคือ อาชีพชาวนาจากบรรพบุรุษตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า ตา ยาย ที่สืบทอดกันมา อาชีพชาวนาที่ปลูกข้าวเลี้ยงผู้คนได้ทั้งจังหวัดนครนายก
.
และยังเป็นพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ จึงส่งผลให้ชีวิตชาวนาบ้านโคกสำโรงแห่งนี้ เปี่ยมไปด้วยความสุขเพราะอยู่เคียงข้างกับธรรมชาติมาเนิ่นนานนั่นเองครับ
.
สถานที่ : แหล่งรวมนอนเหยี่ยวดำอพยพ บ้านโคกสำโรง ปากพลี นครนายก



แสงสุดท้ายของตะวันปลายฝนต้นหนาว


ทุ่งนาต่างกาลเวลาที่ผันผ่านตามตะวัน



ลมว่าว เริ่มส่งสัญญาณให้รับรู้...ฤดูหนาวกำลังมา


ภาพฝูงเหยี่ยวดำอพยพ กำลังร่อนลงตามรังนอนเรือนยอดไม้

ภาพจากน้องบิว อภัยภูเบศรจ้า



ประชากรนกล่าเหยื่ออพยพมีจำนวนเรือนหมื่นครับ

ภาพจากน้องบิว อภัยภูเบศรจ้า






Create Date : 27 ตุลาคม 2557
Last Update : 28 ตุลาคม 2557 5:30:17 น.
Counter : 271 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  

Likar_nil
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



New Comments