All Blog
"บ้าน" ความทรงจำอันงดงาม

และบ้านหลังนี้ยังมีเรื่องเล่าอีกมากมายที่เกี่ยวพันกับบุคคลดังๆในอดีต "ยศ จุลานนท์" คือน้องชายพ่อของอดีตนายกรัฐมนตรี พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้มาอาศัยบ้านหลังนี้ทำการค้าขายร่วมกับพ่อของลุง จนกระทั่งวันหนึ่งพ่อของลุงต้องพาท่านอาของพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ หลบหนีภัยการเมืองไปอยู่ปากช่องเพราะมีคนบอกว่าคุณยศ จุลานนท์เป็นคอมมิวนิสต์ เรื่องนี้อาจเกี่ยวพันไปถึง"สหายคำตัน" หรือพันโทพโยม จุลานนท์ บิดาพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ซึ่งขณะนั้นกลายเป็นผู้นำกองทัพทหารปลดแอกฯ

จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นผู้สั่งให้ตำรวจออกตามล่าหาตัวน้องชายหัวหน้าคอมมิวนิสต์ ซึ่งบ้านหลังนี้ก็ถูกตำรวจสันติบาลตรวจค้นหลายครั้ง เพื่อหาหลักฐานของ"ยศ จุลานนท์"ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ จวบจนกระทั่งจอมพล สฤษดิ์เสียชีวิตลง พ่อกับน้องชายพันโท พโยม จึงได้กลับสู่บ้านหลังนี้อีกครั้ง

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากเรื่องราวที่บ้านหลังนี้ได้ผ่านเหตุการณ์ในอดีตมากว่า 55 ปี จากวันเริ่มสร้างเมื่อปี 2500 "บ้านหลังแรก ที่ลุงรัก" ก็เดินทางมาถึงวันนี้ปี 2555 บ้านหลังนี้จึงสิ้นสุดลง วันนี้ลุงถึงกับใจหายกับบ้านที่เคยอยู่ อู่ที่เคยนอน แต่ด้วยเหตุผล"ปลวก"กินบ้านทั้งหลังและไม้เก่าที่ผุพังเกินกว่าจะดูแลได้ บ้านหลังนี้จึงต้องลาจากไปตามกาลเวลา

เป็นบ้านหลังแรกที่สร้างบนผืนดินริมป่า ที่เชื่อมโยงไปถึงลุ่มน้ำโยธกา และบ้านหลังนี้ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ยังอยู่ในความทรงจำอันงดงาม


ทุกๆอย่าง ต่างค่อยๆผ่านไปกับกาลเวลา






Create Date : 27 ตุลาคม 2557
Last Update : 27 ตุลาคม 2557 20:06:11 น.
Counter : 175 Pageviews.

0 comment
คิดถึง"เฒ่าพัน คลองมะเดื่อ" ฅนบ้าบ้านสาริกา
เมื่อ 4 มีนาคม 2554 กลางหุบเขาคลองมะเดื่อป่าต้นน้ำนครนายกต้องโศกศัลย์ เมื่อเฒ่าพันเสียชีวิตลงในคืนเดือนแรมปิดตำนาน"ฅนทรนง แห่งสายน้ำคลองมะเดื่อ" ผู้ปกป้องป่าต้นน้ำมาทั้งชีวิต
.
ย้อนไปเมื่อครั้ง 2502 เด็กชายพันเดินตามพ่อแม่ลงมาจากเขาใหญ่ เพราะทางการประกาศปิดตำบลเขาใหญ่จะประกาศให้เป็นอุทยานฯ ครอบครัวเด็กชายพันจึงอพยพลงมาจากยอดภู พร้อมปักธงชีวิตอีกครั้งที่บ้านสาริกา
.
นับจากวันนั้นเฒ่าพัน ก็ใช้ชีวิตอย่างพอเพียงอยู่กับธรรมชาติเรื่อยมา จนกระทั่งปี 2549 เฒ่าพัน จำเข้าเมืองไปประชุมที่ศาลากลางจังหวัดนครนายกกับโครงการงานจ้างศึกษาDam Break
.
เนื่องจากรัฐบาลวางแผนจะสร้างเขื่อนคลองมะเดื่อ ตำบลสาริกา นครนายก ซึ่งบริเวณนั้นเป็นแผ่นดินผืนสุดท้ายที่พักพิงของเฒ่าพัน แต่ทางการประกาศจะสร้างเขื่อนคลองมะเดื่อป้องกันน้ำท่วมเมืองหลวง
.
เฒ่าพันมีที่ดิน 50 กว่าไร่จะต้องโดนเวนคืนเอาไปทำเขื่อน ซึ่งเฒ่าพันก็ยินดีบอกเพียงว่าห่วงทรัพยากรธรรมชาติของป่าต้นน้ำของนครนายกมากกว่า แต่เฒ่าพันก็หวังว่าเขื่อนจะไม่ทำลายป่าต้นน้ำและธรรมชาติ นั่นคือความหวังของคนรักป่าอย่างเฒ่าพันกับป่าผืนสุดท้ายในชีวิต
.
ต่อมาปี 2550 เฒ่าพันก็ประกาศว่า แกจะไม่ยอมอพยพออกนอกพื้นที่ของโครงการสร้างเขื่อนเด็ดขาด พร้อมจะขอต่อสู้เพียงลำพัง หากคลองมะเดื่อจะต้องกลายเป็นเขื่อนที่ทำลายป่าต้นน้ำบ้านสาริกา
.
เฒ่าพันบอกความรู้สึกลึกๆว่า แกกำลังจะสูญเสียเส้นทางธรรมชาติไป ต้นกล้วยกับป่าไผ่ที่โบกใบพลิ้วไหวพาให้แกจินตนาการเหมือนใบไม้เหล่านั้น กวักมือร้องขอความช่วยเหลือจากแก
.
ในที่สุดปี 2554 เฒ่าพันก็จบชีวิตลงพร้อมกับปิดตำนาน"ฅนทรนง แห่งสายน้ำคลองมะเดื่อ" และต่อมาเมื่อปี 2555 ทางการก็ประกาศชะลอโครงการก่อสร้างเขื่อนคลองมะเดื่อเอาไว้ก่อน
.
แต่พวกเราก็จะอาสาเฝ้าผืนป่าแห่งนี้สืบต่อไป แม้ในวันนี้เราไม่มีคนบ้าผู้ปกป้องผืนป่าบ้านสาริกาที่ชื่อว่า" เฒ่าพัน คลองมะเดื่อ "


“เฒ่าพัน คลองมะเดื่อ” อาศัยอยู่ในหุบเขาแห่งนี้ ตั้งแต่ในอดีตซึ่งยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ โดยครอบครองจากการถ่ายโอนซื้อขายระหว่างกันในราว50 กว่าปีที่ผ่านมา

ซึ่งที่ดินอยู่ใจกลางธรรมชาติเคยมีนายทุนมาติดต่อซื้อแต่แกไม่ขาย แกคงรักษาไว้เพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ ดินแดนแห่งนี้ไม่มีไฟฟ้าใช้มีเพียงตะเกียง

เฒ่าพัน แกเลี้ยงควาย 4 ตัว ไก่ร่วม 50 ตัว ปลาตะเพียนอีก 1 บ่อ ในหุบเขา ผักก็ปลูกเองอยู่อย่างธรรมชาติอาศัยน้ำในคลองมะเดื่อที่ไหลผ่านบ้านแกตลอดปีบนกลางป่าใหญ่ที่ใกล้กรุง ตามวิถีความพอเพียงของคนรักป่าอย่างเฒ่าพัน

แม้ในวันนี้แกได้ล้มลงปิดฉากตำนาน “เฒ่าพัน คลองมะเดื่อ” ไปแล้วก็ตาม แต่เรายังระลึกถึงวันที่แกโดดเดี่ยวไร้คนสนใจ ก่อนทิ้งร่างอยู่กลางป่าแห่งนี้ตราบชั่วนิรันดิ์.......หลับเถิดมิตรสหายพัน

แด่ชายชรา... “เฒ่าพัน คลองมะเดื่อ” ฅนทรนง แห่งสายน้ำ



Create Date : 27 ตุลาคม 2557
Last Update : 27 ตุลาคม 2557 19:58:27 น.
Counter : 294 Pageviews.

0 comment
ย้อนคดีเด็ด 11 ตุลา 54
" หมอล๊อต ออกหมายจับ จ่าฝูงลิงกังขาโจ๋จิ๊กโก๋เขาใหญ่ "
.
วันนี้(11 ตุลา 57) ลุงเอาเรื่องราวเมื่อครั้งอดีตที่หลายๆฝ่าย ต้องจับมือกันเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องลิงบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่เริ่มเปลี่ยนแปลงนิสัยนั่งรอขออาหารตามริมถนนรวมไปถึงจู่โจมบุกทำร้ายนักท่องเที่ยว
.
อีกทั้งยังช่วยย้ำเตือนให้นักท่องเที่ยวทุกๆท่าน เข้าใจถึงปัญหาที่ผ่านมา ทำไมเราจึงต้องรณรงค์ 4 มอ. ขอ ไม่ มาก
.
ลุงขอย้อนรอยเหตุการณ์ 3 ปีที่ผ่านมา เมื่อหมอล๊อตออกมาเผยประวัติความเก๋าของจ่าฝูงลิงกังดาวดังที่ยึดศูนย์อาหารเขาใหญ่เป็นกองบัญชาการ พร้อมโชว์อาวุธแสนยานุภาพที่ใช้โค่นจอมซ่าขาโจ๋
.
ภายใต้ยุทธการ " เก่ง เจอ กรู " เมื่อวันที่ 11 ตุลา 54 ด้วยเหตุผลที่เราไม่สามารถหยุดปัญหาการให้อาหารสัตว์ป่าจากคนได้


นี่คือ โฉมหน้า จ่าฝูงลิงกังจอมซ่า รูปหล่อ ไว้ทรงผมแสกกลาง ฟันหลอ

ประวัติเก่งกาจ หาตัวจับยาก จะใช้ความหล่อเหลาล่อลวงลิงกังสาวๆไปในทางไม่ดีเสมอๆ นิสัยใจร้อน ไม่ยอมเรียนหนังสือให้จบ ม.3 มักรวบรวมสมัครพรรคพวกวิ่งตัดหน้ารถยนต์บ้างมอเตอร์ไซด์ด้วยเป็นประจำ

มีนิสัยชอบวิ่งราวกระเป๋านักท่องเที่ยวเสมอๆ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง อีกทั้งยกพลพรรคไปยืนเบ่งบารมีเก็บส่วยจากผู้ใช้รถบนท้องถนน บางครั้งถึงกับปิดถนนปล้นจนชื่อเสียงลือลั่นสนั่นผืนป่ามรดกโลก

ปัจจุบันมีภรรยา 5 ตัว กิ๊ก 4 ตัว และมีบริวารประมาณ 20 ตัว พื้นที่ครอบครองผิดกฏหมาย พรบ.อุทยานฯฝั่งน้ำตกกรองแก้วทั้งหมดจนเลยไปถึงถนนขึ้นลงเขาใหญ่ทั้งสองด้านตั้งแต่ปากช่องยันปราจีนบุรี


11 ต.ค.54 เวลา 15.30 น. เปิดยุทธการ"เก่ง เจอ กรู" ใช้แผนล่อลิงออกจากส้วม

โดยวางพลแม่นปืนซุกกายอยู่ในห้องน้ำ จากนั้นก็ปล่อยให้นักท่องเที่ยวเดินผ่านเข้าออกห้องน้ำตามปกติ เนื่องจากสายข่าวสืบทราบมาว่า จ่าฝูงตัวนี้มักจะแฝงตัวปะปนมากับลิงกังตัวอื่นๆที่ออกมาเดินอวดโฉมทำเท่ห์คอยแซวสาวๆอยู่หน้าห้องน้ำแห่งนี้ประจำ

และแล้วแผนการที่วางไว้ก็เป็นไปตามที่สายรายงานมาให้ทราบ จ่าฝูงขาโจ๋ที่แฝงตัวปะปนมากับลิงกังลูกน้องกว่า 10 ตัว ก็เดินอาดๆเผยโฉมให้เห็น

พลแม่นปืนประจำจุดได้รับคำสั่งจากหมอล๊อตทาง วอ. ที่ให้เตรียมพร้อมและจับตาเล็งเป้าหมายโดยกำหนดให้จุดสำคัญอยู่ตรงศูนย์หน้าระยะหวังผล 15 เมตร

เมื่อสิ้นเสียงหมอล๊อตสั่ง"ยิง" พลแม่นปืนก็ลั่นไกปล่อยRPG อาบยาสลบพุ่งเข้าสู่เป้าหมายทันที


ความแม่นยำของพลแม่นปืน ทำให้ร่างของจ่าฝูงสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันขวับกลับมาทางทิศเหนือที่ RPG อาบยาสลบพุ่งเข้าหา

ต่อจากนั้นลิงกังมาเฟียก็กระโจนพุ่งตัวเข้าหาที่ซ่อนด้วยสัณชาตญาณตามที่เราคาดคิดไว้ตั้งแต่ต้นทันที ต้นไม้ใหญ่ขนาด 2 คนโอบคือเป้าหมายที่ลิงกังจอมซ่าเข้าไปแอบซ่อนหากับเจ้าหน้าที่

แต่วันนี้ทีมงานไล่ล่าทำการบ้านมาดี โดยวางแผนใช้เจ้าหน้าที่ร่วมกว่า 10 คนเช่นกัน ตีโอบล้อมพื้นที่ให้กระชับทันที และคอยกันไม่ให้ลูกน้องของจ่าฝูงเข้ามาชิงตัวผู้ต้องหาหลบหนีเหมือนครั้งก่อน

และได้สั่งการให้ใช้มาตราการขั้นเด็ดขาดกรณีมีการต่อสู้ เจ้าหน้าที่สามารถตอบโต้ด้วยอาวุธหนักได้ เช่น ตะหลิว ตาข่าย หม้อ ถังที่ทำให้เกิดเสียงดังได้ทันที


จากนั้นทีมงานชุดไล่ล่าก็จับภาพจ่าฝูงขณะที่กำลังมึนเพราะฤทธฺ์ยาสลบที่เริ่มทำงาน ก็เพื่อนำภาพที่ถ่ายแบบสดๆมาประเมินสถานการณ์ต่อไปว่าจะปฏิบัติการอย่างไรให้เป็นไปตามแผน เพื่อความไม่ประมาทด้วย เพราะจ่าูฝูงตัวนี้มิใช่ผู้ต้องหาธรรมดาๆ

ในที่สุดเวลาผ่านไป 10 นาที หมอล๊อตจึงออกคำสั่งเป็นครั้งที่ 24 ให้เจ้าหน้าที่กว่า 10คนโอบล้อมกระชับบริเวณที่จ่าฝูงแอบซ่อนตัวอยู่เอาไว้ก่อน เพื่อความไม่ประมาทและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่

จึงออกคำสั่งทับของเดิมอีกครั้งให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านติดอาวุธหนักครบมือ เช่น ตะหลิวเก่าๆ ไม้ยาวปลายคล้องเป็นห่วงทำด้วยเชือกใช้แบบมือกระตุกออโต้ และผ้าดำสำหรับคลุมถุงชนพร้อมถุงมือ


ในขณะเจ้าหน้าที่กำลังโอบล้อมเพื่อเข้าชาร์จทำการจับกุมผู้ต้องหาอยู่นั้น ได้เกิดเหตุการณ์ชนิดมิได้คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อเจ้ากวางน้อยซึ่งเดินหากินอยู่ใกล้ๆพื้นที่ดังกล่าวปรากฏกายขึ้นใกล้ๆร่างของจ่าฝูง

เราคาดว่ากวางน้อยได้แอบเฝ้าดูยุทธการในครั้งนี้อยู่เงียบๆนานแล้ว เมื่อได้จังหวะเจ้าหน้าที่กำลังเผลอจึงปรี่เข้าหาร่างของจ่าฝูงจอมซ่าที่กำลังซวนเซไปมาเพราะยาออกฤทธิ์ ด้วยหวังจะเอาคืนไม่ใช่เอาอยู่เพราะในอดีตจดจำได้ว่าเคยโดนเจ้าจอมซ่ารังแกมาหลายครั้ง กะว่าจะแหวกวงล้อมของเจ้าหน้าที่เข้ามาทำร้ายทั่นจ่าฝูงจอมแสบให้หายซ่าสักป๊าบ!!!

แต่เจ้าหน้าที่และทีมงานชุดไล่ล่าต่างพาออกมากันกวางน้อยให้ถอยออกไปห่างๆเป็นการด่วนเพื่อป้องกันความสูญเสียเพราะเกรงว่าจ่าฝูงอาจจมอยู่กับพื้นหรือเป็นอันตรายถึงแก่ชึวิตได้
Like

ด้วยฤทธิ์เดชที่มีมากมายทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย กว่าจะเข้าจับกุมได้โดยเจ้าหน้าที่ มิใช่คุณละม่อมเป็นครั้งแรก

เจ้าหน้าที่อีกชุดได้จัดเตรียมกรงเหล็กแข็งแรงสำหรับการขนย้ายผู้ต้องหาไว้เรียบร้อยแล้ว และต้องทำงานเร่งแข่งกับเวลาเนื่องจากยาสลบเข้าเป้าหมายบริเวณกร้ามเนื้อใต้ซอกคอเท่านั้น การออกฤทธฺ์ของยาจึงเพียงแค่ทำให้ผู้ต้องหาอ่อนแรงแค่ชั่วยาม นอกจากจะทำงานแข่งกับเวลาแล้วยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลักอีกด้วย

เมื่อเจ้าหน้าที่หมายเลข1 ปรี่เข้าไปล๊อคต้นคอพร้อมรวบร่างเอาไว้แล้ว หมายเลข2ก็พรุ่งเข้าไปอุ้มร่างจ่าฝูงไม่ให้ขยับตัวมากนัก ก็เพราะว่าบริเวณที่มีบ่วงเชือกล๊อคคอไว้นั้นจะเริ่มทำงานตามกลไกทันที เราเกรงว่าบ่วงเชือกจะรัดแน่นเกินไปและทำให้จ้าฝูงหมดสติได้ จึงรีบขยายบ่วงออกพร้อมนำตัวเข้าสู่กรงทันที


จากนั้นเจ้าหน้าที่ซึ่งนำโดยหมอล๊อต ก็นำตัวจ่าฝูงใส่กรงเหล็กปิดล๊อคแน่นหนาออกจากพื้นที่ทันที ด้วยเกรงว่าอาจจะมีลูกน้องของจ่าฝูงเข้ามาแย่งชิงผู้้้ต้องหาอีกครั้ง เหมือนเมื่อวันวาน

หลังจากนั้นก็นำกรงเหล็กพร้อมร่างของจ่าฝูงไปฝากขังไว้ที่ชายป่าหลังสถานีทำการอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งเป็นที่กักขังเบื้องต้นพร้อมผู้ต้องหาคดีอื่นๆอีก 2 ราย ซึ่งมีความผิดกรณีคล้ายคลึงกันเพียงต่างวาระเท่านั้น พร้อมกันนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมก็เสนอคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมดอีกด้วย

แต่เมื่อสิ้นสุดขบวนการตัดสินของศาลสูงสุดสั่งให้ลงโทษตามกฏหมายหรือยกฟ้องผู้ต้องหาเมื่อใด ทางเจ้าหน้าที่ก็จะเร่งดำเนินการไปตามคำสั่งของศาลเมื่อนั้นไม่มีการกลั่นแกล้งใดๆแน่นอน
Like

สภาพภายในบริเวณสถานที่ฝากขังเบื้องต้น เป็นพื้นที่โล่งและร่มเย็นอยู่ใกล้แหล่งน้ำและมีเวรยามดูแลความปลอดภัย100% ทางเจ้าหน้าที่ก็จัดเวรยามเฝ้าดูแล 24 ชม.

เพื่อระวังและป้องกันการแย่งชิงตัวผู้ต้องหาหรือการทำร้ายฆ่าปิดปาก ซึ่งกรณีนี้ทางเจ้าหน้าที่เห็นว่าเป็นคดีสำคัญจึงเลือกใช้บริเวณชายป่าดังกล่าวที่อยู่ห่างไกลจากพื้นที่เขตอิทธิพลของผู้ต้องหาจอมซ่ากว่า 5 กม.เป็นที่คุมขัง

หลังจากจ่าฝูงได้ฟื้นตัวและมีอาการที่สมบูรณ์ครบถ้วน 32ประการแล้ว หมอล๊อตและเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงทำการสอบปากคำเพื่อนำไปประกอบสำนวนคดีฟ้องร้องพร้อมจัดทำประวัติเก็บบันทึกภาพตามขั้นตอน

ลิงกังจ่าฝูงได้ปฎิเสธทุกข้อกล่าวหาพร้อมขอแต่งตั้งทนายความเพื่อขอต่อสู้คดีดังกล่าว โดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่กระทำเรื่องนี้เกินกว่าเหตุและเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองจะขอสู้คดีให้ถึงที่สุดต่อไ

โดยสรุปว่าเช้าวันที่ 20 ต.ค.54 จะมีการนำตัวจ่าฝูงขึ้นสู่ขบวนการของศาลลิงเพื่อให้ความยุติธรรมทั้งสองฝ่าย


และช่วงเช้า 20 ต.ค..54ที่ผ่านมา ศาลได้ตัดสินให้ปล่อยตัวลิงกังจ่าฝูงลิงดังกล่าว โดยให้นำไปปล่อยตัวไว้บริเวณเขาสามยอด ซึ่งเป็นพื้นที่นอกเขตการปกครองพิเศษของจ่าฝูงลิงถิ่นเดิม

และกำหนดคาดโทษห้ามจ่าฝูงกลับเข้าพื้นที่น้ำตกกรองแก้วเป็นเวลา 2 ปี และให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับภรรยาทั้ง 5 ตัวที่ผู้ต้องหาได้ใช้กำลังบังคับข่มขืนพร้อมงดบำเน็จบำนาญและเบี้ยเลี้ยงต่างๆอีกด้วย

สิ้นสุดคำสั่งศาล เจ้าหน้าที่จึงนำตัวจ่าฝูงออกจากห้องตัดสินคดีและรับประทานอาหารเที่ยงจนเรียบร้อย จากนั้นจึงลงนามรับทราบผลการตัดสินและนำตัวไปปล่อยยังบริเวณเขาสามยอดในจุดที่ปลอดภัยและอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธู์ธัญาหารต่อไป

ขอขอบคุณความน่ารักและการแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดความสงบสุขในผืนป่าเขาใหญ่อีกครั้ง ...โดยมิได้เสียเลือดเนื้อทั้งสองฝ่าย

นี่คือบทสรุปอีกเรื่องที่เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการของนักท่องเที่ยวบางท่าน ที่นำอาหารของคนไปมอบให้กับลิงกังได้ลิ้มรสชาดจนเสียนิสัย ท้ายที่สุดก็นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้ลิงกังมีอาการกร้าวร้าวดังกล่าว

เราขอเถอะครับ สัตว์ป่าพร้อมจะให้ความร่วมมือกับพวกเราเสมอๆ เพียงขอให้ท่านทั้งหลายได้ชื่นชมสัตว์ป่าเหล่านี้โดยยืนอยู่บนโลกของความเป็นจริง เพียงแค่มองสองตาเท่านั้นก็พอ อย่าทำร้ายสัตว์ป่าในทางอ้อมอีกเลยครับ

เมื่อวันที่ 10 ต.ค.54 ทีมงานพวกเราได้เข้าจับกุมมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่จ่าฝูงจอมซ่าขาโจ๋ตัวนี้ ก็ยังสามารถแหกฝ่าวงล้อมของเจ้าหน้าที่ไปได้ แถมยังทิ้งบาดแผลเป็นที่ระทึกให้กับเจ้าหน้าที่หลายนายอีกด้วย

ซึ่งในวันดังกล่าวน้องสุทธได้ยิงRPGอาบยาสลบเข้าเป้าเต็มๆ 1 เข็ม เจ้าขาโจ๋ถึงกับซวนเซชนิดเสียท่าหมดทางสู้

แต่ขณะที่ผู้ต้องหากำลังสลึมสะลือเพราะฤทธิ์ยา ก็ปรากฏว่าบรรดาลูกน้องของจ่าฝูงประมาณ 10 ตัว ดาหน้าแหวกฝ่าวงล้อมของเจ้าหน้าที่เข้ามาแย่งชิงผู้ต้องหาไปดื้อๆ

ทำให้การไล่ล่าในวันนั้นจำเป็นจะต้องยุติการติดตามเอาไว้ชั่วคราว จนกระทั้งต้องกลับมานั่งหารือในที่ประชุมและปรับแผนใหม่กันอีกครั้ง เก่งกาจจริงๆครับ ส่วนภาพนี้ยืนยันลีลาความเจ้าชู้ได้เป็นอย่างดีครับ 555



Create Date : 27 ตุลาคม 2557
Last Update : 27 ตุลาคม 2557 19:54:52 น.
Counter : 710 Pageviews.

0 comment
ตำนานรัก "ขนมกบฏ"
จากตำนานรัก "สาวบ้านนา กับหนุ่มทหารหมอ กองทัพญี่ปุ่น" ที่เกิดขึ้นระหว่างปี 2482 – 2488 จนกลายเป็นที่มาของขนมโมจิ สูตรสงครามโลกครั้งที่ 2

สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นเข้ามาตั้งฐานทัพในจังหวัดนครนายก ที่อำเภอบ้านนา ต.ป่าขะ , ต.ศรีกระอาง , ต.พิกุลออก ส่วนอำเภอเมือง ต.พราห์มณี , ต.เขาพระ และ ต.สาริกา ซึ่งต่อมาชาวบ้านในบริเวณดังกล่าว ได้นำสินค้าพื้นเมืองประเภทผัก ผลไม้ กล้วย และขนมไข่เหี้ย มาค้าขายให้ทหารญี่ปุ่นทุกวัน

ส่วนแม่ค้าในตำนานคือ นางสาวพันนา ซึ่งเป็นหญิงสาวชาวบ้านธรรมดาๆ ขณะนั้นอายุเธอประมาณ 18 ปี ได้ทำขนมพื้นบ้าน เช่น ขนมไข่เหี้ย กล้วยทอด ซาลาเปาทอด มาขายเป็นประจำ จนได้รู้จักกับทหารหมอรูปหล่อชาวญี่ปุ่นชื่อ "ซาโต้"

วันหนึ่งทหารหมอญี่ปุ่นต้องโยกย้ายไปค่ายอื่น ก่อนจากไปนั้น "ซาโต้" ได้สอนสาวพันนาทำขนมโมจิ และบอกกับเธอว่า ขนมนี้จะเป็นตัวแทนของซาโต้ และเป็นตัวแทนของประเทศญี่ปุ่น จากนั้นซาโต้ก็สอนสาวพันนาทำขนมโมจิ เมื่อซาโต้ลองกินขนมถึงกับบอกว่าสาวพันนาทำขนมญี่ปุ่นโมจิได้อร่อยที่สุด

เมื่อถึงเวลาทหารญี่ปุ่นต้องจากไป ซาโต้บอกกับสาวพันนาว่า หากวันใดที่คิดถึงเขาให้ทำขนมโมจิ ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่จะขอกลับมาหาเธอให้จงได้ แต่ถ้าจะคิดทำขายก็ทำได้ เพราะมีทหารญี่ปุ่นที่คิดถึงบ้านมักจะชอบกินขนมญี่ปุ่น เช่น ขนมโมจิเสมอๆ

และแล้วซาโต้ก็จากไป โดยที่สาวพันนาก็ยังคงทำอาชีพหาบของขาย รวมทั้งขนมโมจิให้กับกองทัพทหารญี่ปุ่นและรอการกลับมาของซาโต้ทุกเช้าค่ำ

ต่อมาญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นต้องกลับประเทศทั้งหมด แต่สาวพันนาก็ไม่มีโอกาสได้พบกับซาโต้อีกเลย จากนั้นเธอก็ยังทำขนมโมจิขายให้กับผู้คนในเมืองนครนายกเรื่อยมา

จนวันหนึ่งทหารไทยมาแจ้งกับสาวพันนาว่า ขนมที่เธอทำอยู่นั้น ทางราชการประกาศห้ามกิน ห้ามทำ ห้ามขาย เพราะเป็นขนมของญี่ปุ่น ขนมโมจิมันคือ "ขนมกบฏ"

สาวพันนาจึงยุติทำขนมโมจิออกขาย แต่ทุกๆครั้งที่คิดถึงซาโต้ สาวพันนาก็จะแอบทำขนมโมจิ เพื่อแทนความคิดถึงหนุ่มญี่ปุ่นซึ่งเป็นที่รัก

และทุกครั้งที่เธอทำขนมโมจิสาวพันนาจะตั้งจิตอธิษฐาน สวดมนต์ภาวนา ให้ซาโต้กลับมากินขนมของตัวเอง วันแล้ววันเล่าที่เธอเฝ้ารอ จนผ่านไปเนิ่นนานหลายสิบปี และในที่สุดทุกๆคนต่างก็ลืมเรื่องราวเหล่านี้ไปตามกาลเวลา

จนกระทั่ง พ.ศ. 2547 พระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงทราบประวัติเรื่องขนมโมจิ จึงให้ทหารคนสนิทไปสืบหาที่มาขนมโมจิสูตรดังกล่าว ซึ่งได้ไปค้นหาอยู่หลายที่และนำมาให้เสวย แต่พระเทพทรงตรัสว่าไม่ใช่ขนมโมจิสูตรที่พระองค์ตามหา

ต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก(ในสมัยนั้น) ได้มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครนายก ประกาศประชาสัมพันธ์และสืบหาจนได้ทราบว่านายมานพ ศรีอร่าม ข้าราชการพัฒนาชุมชนจังหวัดนครนายก เป็นบุตรชายของผู้ที่ทำขนมโมจิดังกล่าว

แต่ในขณะนี้เธอมีอายุมากแล้วแต่ความทรงจำยังดี สามารถเล่าเรื่องราวต่างๆในอดีตได้เป็นอย่างดี พร้อมได้สอนให้บุตรและลูกสะใภ้ฝึกหัดทำขนมเพื่อถวายสมเด็จพระเทพฯ

ซึ่งเป็นวันที่คุณยายพันนา รอคอยวันนี้มานานแสนนาน วันที่ขนมโมจิของแกจะถูกเผยแพร่อีกครั้ง เหมือนได้บอกกับซาโต้ ว่ายังมีสาวบ้านนาคนนี้รออยู่ที่เมืองไทย

ปัจจุบัน คุณยายพันนาได้จากไปแล้ว โดยได้รับพระราชทานเพลิงศพจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี และปัจจุบันขนมโมจิสูตรดังกล่าวได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

จากตำนานรัก " สาวบ้านนา กับหนุ่มทหารหมอ กองทัพญี่ปุ่น " จนกลายมาเป็นขนมกบฏ หรือขนมโมจิ สูตรสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีชื่อประจำเมืองนครนายกครับ



คือความรักความคิดถึง





Create Date : 27 ตุลาคม 2557
Last Update : 28 ตุลาคม 2557 5:27:23 น.
Counter : 359 Pageviews.

0 comment
เปิดแฟ้มเก่า...ฟังช้างเล่า เรื่องเขาใหญ่

วันนี้ขอเปิดแฟ้มเก่า 30 ภาพ เป็นเรื่องเล่าถึงช้างป่าเข
าใหญ่ให้เพื่อนๆทราบ รวมทั้งภาพของคณะสำรวจที่คอยเก็บข้อมูลและติดตามพฤติกรรมช้างป่า
.
คืนนี้ลุงไม่มีเวลาเขียนข้อความบรรยาย ขอให้เพื่อนๆอ่านข้อความในภาพที่นำมาประกอบใช้เผยแพร่แทน ภาพชุดนี้เจ้าหน้าที่จัดทำขึ้นในช่วงปี 2544
.
การเผยแพร่ก็เพื่อต้องการสื่อความหมายให้นักท่องเที่ยวทราบ เพราะช้างเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่สำคัญของเขาใหญ่ และเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเขาใหญ่เสมอๆครับ
.
ขอบคุณครับ
.......................................................................
เราเรียนรู้ธรรมชาติ ก็เพื่อที่จะได้รู้ถึงถิ่นที่มาของชีวิต
.
และรู้ว่า หากปราศจากธรรมชาติ ชีวิตก็ไม่สามารถดำรงอยู่ได









Create Date : 27 ตุลาคม 2557
Last Update : 27 ตุลาคม 2557 19:24:35 น.
Counter : 162 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  

Likar_nil
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



New Comments