All Blog
4 ม.(ขอ ไม่ มาก)

วันนี้(15 ตุลา) นสพ. คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 15 ตุลา 57 ได้นำเสนอเรื่องการท่องเที่ยวบนเขาใหญ่ที่สร้างผลกระทบต่อสัตว์ป่า เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวบางคนยังไม่เข้าใจถึงวัตถุประสงค์รณรงค์ 4 มอ.ขอ ไม่ มาก
.
เนื่องจากคนไทยใจบุญ บางครั้งการให้อาหารสัตว์ป่าทำไมกลายเป็นบาป และเรื่องราวศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าภาคกลางนครนายก ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับปัญหาทั้งๆที่ศูนย์แห่งนี้คือปลายเหตุ เราควรจะต้องช่วยกันแก้ไขที่ต้นทางคือการท่องเที่ยวบนเขาใหญ่ครับ
.
ขอขอบคุณ นสพ.คม ชัด ลึก
.
" ภารกิจขอคืนพื้นที่เขาใหญ่ สุขใจ ท่องเที่ยวไทย อย่างสร้างสรรค์ " โครงการ “ 4 ม. ...ขอ ไม่ มาก ”
.
- ไม่ทิ้งขยะ
- ไม่ให้อาหารสัตว์
- ไม่ขับรถเร็ว(60 กม./ชม.)
- ไม่ส่งเสียงดัง
.
ผู้ดำเนินโครงการ
- อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
- ททท.สำนักงานนครนายก
- ชมรมฅนรักษ์สัตว์-ป่า
- กลุ่มเยาวชนต้นกล้านครนายก
- กลุ่มใบไม้
- กลุ่มรักษ์เขาใหญ่


ในช่วงเวลานี้ถือว่าเหมาะแก่การท่องเที่ยวตามป่าและพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง เพราะอากาศค่อนข้างปลอดโปร่งและหนาวเย็น สีสันของธรรมชาติจะดูสวยงามและละมุนละไมอีกด้วย

แต่อย่างไรก็ตามในช่วงเวลานี้ธรรมชาติซึ่งจะมีความเปราะบางมากๆเช่นกัน รวมทั้งยังเป็นช่วงฤดูผสมพันธุ์ของสัตว์ป่า และเป็นช่วงที่สัตว์ป่าก็ต้องการความสงบและเป็นส่วนตัวอย่างมากเหมือนกันครับ


ดังนั้นการที่นักท่องเที่ยวจะเข้าไปใกล้หรือกวนให้สัตว์ป่าตื่นตระหนกอาจเกิดผลกระทบที่คาดไม่ถึงได้ เช่น อาจเป็นอันตรายต่อตัวผู้พบเห็นเอง หรือไม่ก็ทำให้สัตว์ป่านั้นไม่ทำการผสมพันธุ์หรือตกลูกไปเลยก็ได้

จึงควรต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งในการเข้าไปใกล้เพื่อถ่ายรูปหรือสัมผัสอย่างใกล้ชิดกับสัตว์ป่าที่พบเห็น ทางที่ดีเราก็ควรอยู่ในระยะห่างๆที่เหมาะสมจะเป็นการดีที่สุดต่อทั้งตัวเราและตัวสัตว์ป่าเองครับ


ดูผลกระทบจากการให้อาหารสัตว์ป่ากันบ้าง โดย นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน ประจำกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งก็มีรายละเอียดดังนี้ครับ

1. อาหารบางชนิดคนกินได้ สัตว์กินได้ อาหารบางชนิดคนกินได้ สัตว์กินไม่ได้ ดังนั้นอาหารที่ไม่เหมาะสม ที่คนให้สัตว์ป่ากินนั้น อาจทำให้สัตว์ป่าเกิดอาการท้องเสีย ท้องอืด หรืออาหารเป็นพิษได้ เช่น กวางกินถุงแกง ขนมปัง เนื้อย่าง ขนม เป็นต้น

2. พฤติกรรมสัตว์ป่าจะเปลี่ยนไป โดยการออกมาใกล้คนเพื่อขออาหารมากขึ้น อาจเกิดอันตรายในยามที่สัตว์ป่าออกมาขออาหารบนถนนหรือบ้านเรือน ทำให้เจ็บทั้งคนเจ็บทั้งสัตว์ป่า

3. พฤติกรรมการหากินก็เปลี่ยนไป ติดใจในรสชาติอาหารที่คนให้ สุดท้ายก็กินอาหารในป่าไม่เป็น เมื่อหาอาหารเองไม่เป็น ก็อาจเกิดการแก่งแย่ง ต่อสู้กันเองเพื่อขออาหาร
หรือเกิดพฤติกรรมก้าวร้าว ดุร้าย ต่อสู้กันเองบาดเจ็บ หรือไม่ก็เข้าทำร้าย แย่งของจากคนที่ถืออาหารจนอาจเกิดอันตรายทั้งคนและสัตว์ตามมา


4. การที่คนใกล้ชิดกับสัตว์ป่า และการนำอาหารจากคนให้สัตว์ป่านั้น เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการนำโรคที่อาจติดต่อขึ้นได้ ระหว่างคนและสัตว์ป่า ต้องพึงระลึกไว้เสมอว่าในคนก็มีโรค ในสัตว์ป่าก็มีโรค
โรคในคนติดสัตว์ป่าทำให้ตายได้ และโรคในสัตว์ป่าติดในคนก็ทำให้ตายได้ เช่นกัน โดยเฉพาะที่เกิดจากเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และปาราสิต เป็นต้น

5. ขยะหรือเศษอาหารที่มากับอาหารที่ให้สัตว์ป่ากิน หรือสัตว์ป่ามาแย่งกินนั้น หากสัตว์ป่ากินเข้าไป จะทำให้เกิดการอุดตันหลอดอาหาร กระเพาะ หรือลำไส้ อันเป็นสาเหตุทำให้สัตว์เสียชีวิตได้

6. ขยะหรือเศษอาหารที่เหลือจากการให้อาหารสัตว์ป่านั้น จะย่อยสลายยาก เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามมา


7. ถนนมักเป็นจุดที่สัตว์ป่าออกมาขออาหารที่นักท่องเที่ยวให้อยู่เป็นประจำ ทำให้กีดขวางการจราจร และหากยังมีการขับรถด้วยความเร็ว ไม่ระมัดระวังก็ถือว่าเป็นจุดที่อันตรายจุดหนึ่ง อาจเกิดอุบัติเหตุกับสัตว์ป่า และคนได้รับบาดเจ็บได้

8. พืชและผลไม้บางชนิดที่ให้สัตว์ป่ากินเข้าไป อาจเป็นพืชต่างถิ่นที่ไม่เคยมีในป่ามาก่อน พอสัตว์ป่ากินเข้าไปแล้วถ่ายเอาเมล็ดออกมา ก็จะแพร่เจริญเติบโต อาจส่งผลกระทบต่อพืชประจำถิ่นที่มีอยู่เดิมและรบกวนระบบนิเวศ


9. เมื่อสัตว์เหยื่อในห่วงโซ่อาหาร เช่น เก้ง กวาง ออกมาใกล้คนเพื่อรอรับอาหารจากคนมากขึ้น ก็จะเป็นการชักนำให้สัตว์ผู้ล่าในห่วงโซ่อาหาร เช่น เสือ หมาใน ซึ่งนอกจากจะกระทบห่วงโซ่อาหารแล้ว การออกมาล่าสัตว์เหยื่อที่อยู่ใกล้คนมากขึ้นอาจเกิดอันตรายแก่คน และสัตว์ป่าชนิดอื่นๆได้

10. ในสภาวะโรคร้อน นอกจากภัยธรรมชาติ และความเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่มนุษย์จะต้องได้รับผลกระทบแล้ว ยังมีโรคอุบัติใหม่ โดยเฉพาะโรคที่ติดต่อระหว่างสัตว์ป่าและคนนั้น จะเกิดขึ้นควบคู่กัน
วิธีการที่เหมาะสมที่สุดก็คือ อย่างไปเปลี่ยนแปลงธรรมชาติ “ธรรมชาติก็คืออวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย หากธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป วิถีชีวิตมนุษย์ก็เปลี่ยนแปลงตาม ดังนั้น หากรักตัวเองก็อย่าทำร้ายตัวเอง หากทำร้ายธรรมชาติก็เท่ากับทำร้ายตัวเอง”


27 ตุลา จะประชุมใหญ่สำหรับภารกิจดังกล่าว ที่เขาใหญ่

4 ม. ..." ขอ ไม่ มาก "

- ไม่ทิ้งขยะ
- ไม่ให้อาหารสัตว์
- ไม่ขับรถเร็ว
- ไม่ส่งเสียงดัง

" ภารกิจขอคืนพื้นที่เขาใหญ่ สุขใจ ท่องเที่ยวไทย อย่างสร้างสรรค์ "



ขอแนะนำสำหรับการที่เราจะเข้าท่องเที่ยวที่เขาใหญ่สักเล็กน้อยนะครับ เพื่อให้ทุกๆท่านได้ทราบถึงข้อควรระวัง....ดังนี้

1. การเดินท่องเที่ยวในเส้นทางเดินป่า จะต้องใช้ความระวังเป็นพิเศษ เพราะ ใบไม้ที่ต้นไม้ปลิดทิ้งลงมา อาจทำให้เส้นทางเดิมเลือนหรือมองไม่เห็น
จนเป็นเหตุให้หลงป่าได้ ควรสอบถามชนิดเครื่องหมายที่อุทยานฯทำไว้ใช้เป็นจุดสังเกตสังเกตหรือขอเจ้าหน้าที่นำทางจะเป็นการดีที่สุด

2. หากพบเจอสัตว์ป่าในระหว่างเส้นทางเดินป่า ควรหลีกเลี่ยงเพราะจะเป็นการรบกวนความสงบหรือ อาจเกิดอันตรายจากพฤติกรรมที่ดุร้ายในช่วงฤดูผสมพันธุ์ของสัตว์ป่าได้
รวมทั้งต้องระวังเห็บลมที่จะอาศัยตามใบไม้หรือขอนไม้แห้ง


3. การขับขี่รถในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ไม่ควรขับรถด้วยความเร็วสูงเพราะจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เป็นอันตรายต่อตัวคุณเอง ผู้อื่น หรือแม้กระทั่งสัตว์ป่าที่ต้องใช้ประโยชน์จากถนนเส้นนี้ เช่นเดียวกับคุณ

4. ห้ามให้อาหารสัตว์ป่าที่พบเห็น ไม่ว่าจะเป็นบริเวณริมถนนหรือที่พัก เพราะสัตว์ป่าจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการหากิน และเป็นอันตรายต่อการดำเนินชีวิตอันเป็นปกติสุขของมัน

ที่สำคัญสัตว์ป่าเหล่านั้นอาจถูกรถชนได้ หากคนขับรถใช้ความระมัดระวังไม่เพียงพอ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กำลังประสบปัญหาจากผู้ใจบุญที่ชอบให้อาหารลิงตามริมถนน

เพราะในปัจจุบันพบว่าลิงที่ลงมาคอยเก็บอาหารจากรถที่ผ่านไปมามีจำนวนมากขึ้น และมีพฤติกรรมชอบวิ่งเข้าหารถในขณะที่วิ่งผ่านหรือไม่ก็นอนขวางถนนเพื่อให้รถจอด

ทำให้มีลิงที่ถูกรถชนรถทับบ่อยมาก หรือไม่ก็กัดคนที่หลอกยื่นอาหารให้ แต่แล้วไม่ยอมให้


5. หากพบช้างหรือโขลงช้าง ลงหากินบนถนนควรจอดรถให้ห่างในระยะที่ปลอดภัย(ไม่น้อยกว่า 30 เมตร) รอจนกว่าโขลงช้างจะหลบเข้าข้างทางไปเอง หรือหากช้างเดินเข้าหารถให้ค่อยๆถอยรถห่างออกจากจุดที่ช้างเดินจนปลอดภัย

หรือกลับรถย้อนกลับมารอจนช้างเข้าข้างทางแล้ว สังเกตอารมณ์ของช้างว่าปกติหรือหงุดหงิดจากการถูกรบกวนหรือไม่ เพราะช้างอาจจะวิ่งไล่ได้หากถูกรบกวนมากจนเกินไป

โปรดสังเกตุดูที่หู ถ้าโบกไปมาและยังกินอาหารอยู่แสดงว่าอารมณ์ยังดีอยู่ แต่ถ้าหูเริ่มกาง หางเริ่มชี้ ส่ายหัว-งวง ไปมาแสดงว่าเริ่มโกรธแล้ว ให้ถอยรถไปไกลๆ ได้เลย

(สำหรับภาพนี้ จะเห็นได้ว่า ช้างป่ากำลังขุ้ยเขี่ยเศษขยะจากริมถนนขึ้นลงเขาใหญ่)



6. พึงนึกอยู่เสมอว่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ บอบช้ำมาจากการทำหน้าที่รองรับจำนวนนักท่อง เที่ยวที่เข้ามาใช้ประโยชน์แล้วกลับไปในแต่ละปีนั้นมากพออยู่แล้ว

ดังนั้นจึงไม่ควรไปซ้ำเติมด้วยการเพิ่มปริมาณขยะให้ล้นเขาใหญ่อีกเลย ควรหลีกเลี่ยงเรื่องการนำวัสดุที่เป็นขยะขึ้นไปบนเขาใหญ่ หรือนำเอาวัสดุเหลือใช้ลงมาทิ้งนอกเขตอุทยาน ในที่ที่มีการจัดการเก็บขยะที่ดีพอไปถึง

7. ความสุขที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมการพักผ่อนท่องเที่ยวของคุณ ควรอยู่ในระดับของความพอดี ไม่จำเป็นต้องเผื่อแผ่ให้คนอื่น เพราะอาจทำให้ผู้อื่นเกิดความรำคาญได้


น้องๆจิตอาสาด้วยใจบริสุทธิ์เพื่อช่วยเขาใหญ่ จากพลังกายและใจ อีกทั้งสมองกับสองมือ เพื่อรณรงค์ให้คนที่เดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในพื้นที่ป่ามรดกโลกเขาใหญ่ ได้ตระหนักรู้ ถึงบทบาท หน้าที่ และ ข้อควรปฏิบัติของผืนป่าแห่งนี้

จากการกระทำของมนุษย์ ที่มีต่อสัตว์และป่ารวมทั้งธรรมชาติ.. มีผลกระทบทั้งในทางตรงและทางอ้อมมานานแล้ว อีกทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว.. หากเราจะปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม อาจทำให้สถานะการณ์แย่ลง ชมรมฅนรักสัตว์-ป่า - รักษ์เขาใหญ่ -กลุ่มใบไม้ และกลุ่มต้นกล้านครนายก จึงขออาสาช่วยสัตว์ป่าเขาใหญ่เช่นนี้ตลอดไป



น้องๆจิตอาสาหลายท่าน ที่เสียสละเวลามาช่วยกันดูแลเหล่าฝูงลิงน้อยใหญ่ตามเส้นทางขึ้นลงอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

แม้นว่าในช่วงวันเวลาดังกล่าวควรที่จะอยู่ร่วมกับครอบครัวเพื่อพบปะสังสรรค์ในวันสำคัญๆ



ขอฝากเรื่องราวบางเรื่องให้เพื่อนๆที่ชื่นชอบการพักผ่อนในพื้นที่ป่าเขาลำไพรต่างๆต้องช่วยกันระมัดระวังในเรื่องของอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับสัตว์ป่าทั้งหลายทั้งที่เขาใหญ่และยังรวมไปถึงในที่อื่นๆอีกด้วย

ทั้งเรื่องการให้อาหารกับลิง-เก้ง-กวาง หรือการขับขี่ยานยนต์ด้วยความเร็วสูงในเขตอุทยานแห่งชาติเป็นต้น ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้เราก็คงต้องขอย้ำให้เพื่อนๆทุกท่านได้ทราบถึงผลกระทบที่จะตามมาในเรื่องดังกล่าวครับ



ภาพนี้น้องหญิงกำลังป้อนนมเลี้ยงลูกน้อยแมวดาว ที่แม่ถูกรถชนตาย



ภาพแม่แมวดาว วันที่ลาจากลูกน้อย............สุดบรรยายครับ


เรื่องข้อควรระวังในการขับรถ สำหรับการขับขี่รถต่างๆในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้น ไม่ว่าการขับรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติทั่วๆ ไปของเมืองไทย

หลายๆ คนมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไปในแง่ที่ทำให้เกิดผลดีหรือผลเสียให้แก่ธรรมชาตินั้นมีมากน้อยแค่ไหนยังไม่มีใครประเมินได้
แต่หากว่ากรณีที่มีการออกกฎระเบียบเพื่อการปฏิบัติไว้แล้ว แต่ว่าทุกๆ คนไม่ช่วยรักษาหรือปฏิบัติตามก็เท่ากับว่าเรื่องนี้จะมีแต่ผลเสียหายเกิดขึ้นแน่นอ

ลุงขอนำข้อแนะนำ 5 หลักปฏิบัติแบบ TREAD เพื่อมาตอกย้ำให้ทราบกันอีกครั้งเพื่อให้เป็นประโยชน์ค่อผู้คนและสัตว์ป่าดังนี้ครับ

T-travel only where permitted
: ใช้เส้นทางที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่า การขับรถ เพราะการเปิดเส้นทางใหม่หรือห้ามเข้าไปในเขตที่ไม่ได้รับอนุญาตนั้นๆ จะทำให้มีผลกระทบต่อชีวิตพืชพันธุ์และสัตว์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่

R-respect the rights of other
: การเคารพสิทธิของผู้อื่น การเข้าไปในแหล่งธรรมชาตินั้นควรให้ความเคารพสิทธิของผู้อื่นที่เข้ามาพักแรม มาเที่ยวชมธรรมชาติ ไม่ส่งเสียงรบกวน นอกจากจะเคารพสิทธิผู้อื่นแล้วยังควรเคารพสถานที่ เคารพสิทธิของทุกชีวิตในธรรมชาติอีกด้วย

E-educate yourself
: ควรศึกษาสภาพเส้นทาง ภูมิประเทศ กฎระเบียบของสถานที่ที่จะเข้าไปเสียก่อน และเมื่อเข้าไปแล้วก็ควรพยายามที่จะเก็บความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติในสถานที่นั้นๆ

A-avoid streams, meadows, wildlife and etc.
: ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางป่าทึบ หรือใช้การลัดเลาะตามลำธารหรือผ่านทุ่งหญ้า เพราะริมลำธารและทุ่งหญ้าเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์เล็กๆ และพืชพันธุ์นานาชนิด

D-drive and travel responsibly
: ขับรถอย่างมีจิตสำนึกและความรับผิดชอบ เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อธรรมชาติน้อยที่สุด และเพื่อคงความงดงามอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติไว้สัมผัสร่วมกันให้ยาวนานที่สุด


" ภารกิจขอคืนพื้นที่เขาใหญ่ สุขใจ ท่องเที่ยวไทย อย่างสร้างสรรค์ " โครงการ “ 4 ม. ...ขอ ไม่ มาก ”
.
- ไม่ทิ้งขยะ
- ไม่ให้อาหารสัตว์
- ไม่ขับรถเร็ว(60 กม./ชม.)
- ไม่ส่งเสียงดัง
.
ผู้ดำเนินโครงการ
- อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
- ททท.สำนักงานนครนายก
- ชมรมฅนรักษ์สัตว์-ป่า
- กลุ่มเยาวชนต้นกล้านครนายก
- กลุ่มใบไม้
- กลุ่มรักษ์เขาใหญ่




Create Date : 27 ตุลาคม 2557
Last Update : 27 ตุลาคม 2557 18:00:36 น.
Counter : 570 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Likar_nil
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



New Comments