------ UNDERCONSTRUCTION ------- PLEASE KEEP THISI N MIND. THIS BLOG IS PRIVATE SPACE FOR THOUGHTS, IDEAS, AND OPINION. I DON’T HARM ANYONE. IF MY OPINION IS TOO DIFFERENT AND NOT FIT YOURS, TO AVOID CONFLICT, LEAVE!
Group Blog
 
All blogs
 

ส้นสูงสามนิ้ว กับ สินเจริญเบรคฟาสท์โชว์

ขวัญเกาะรถเมล์มาเรียนที่ท่าพระจันทร์
ต้องใช้คำว่าเกาะละนะ เพราะว่าคนมันแน่นมากจนต้องยืนตรงบันไดรถยูโร
ยืนอยู่เตี้ยๆ เหมาะกับรูปร่างเตี้ยๆ
กระเป๋าสะพายอยู่ที่บ่า แขนขวาเกาะราวบันได แขนซ้ายหิ้วกระเป๋าผ้าใส่หนังสือ
แขนเจ้ากรรมก็ปวดแสนปวด เพราะวานดันฟิต
ใส่ส้นสูง 3 นิ้ว ขนเพลทตั้งแต่บ่ายสามยัน 6 โมงเย็น
คิดดูนะคะ เพลทที่ใช้แปรอักษรบนแสตนด์เชียร์ธรรมศาสตร์ เป็นเพลทแบบ 1 ต่อ 20
คือ เป็น “ โครงเหล็ก” ที่มีสมุดสี 20 เล่มแขวนอยู่ ขนแบบ Flow ไปเรื่อยๆโดนคน 20 คน
Flow ทีละ 3-5 เพลท แต่ละเพลทน้ำหนักประมาณ 1.5 กิโลกรัม คูรดูค่ะ ลองคูณดู
เหอะๆๆๆ
ทั้งไหล่ทั้งต้นแขน ปวดเป็นลูกๆเลย
หิ้วกระเป๋าเกือบไม่ไหวแน่ะ



แต่บนรถเค้าก็เปิดวิทยุเป็นปะจำนะ และคลื่นที่ดูเหมือนจะบังคับเปิดก็คือ 103.5 F.M. One เพราะมีการโหวตพนักงานขับรถดีเด่นด้วยในรายการ สินเจริญ Breakfast Show

มีใครเคยฟังบ้างคะ
บางวันเค้าก็ตลกดีนะ แต่บางทีก็หนวกหูอ้ะ ว่ามั้ย



แต่วันนี้สิ เป็นวันที่หนวกหูกับรายการนี้ได้อย่างสนุกสนาน เพราะมุกที่เค้าเล่นด้วยมั้ง
เรื่องที่เล่าก็น่ารัก อย่างเช่น คุณแม่ของพี่น้องสินเจริญบินไปเที่ยวที่เนเธอร์แลนด์ แทนที่จะได้ไปเดินดูทุ่งทิวลิป กลับกลายเป็นว่าต้องเดินหาร้านกีต้าร์ให้ลูกชาย



( “คิดดูนะครับท่านผู้ฟัง หญิงสูงอายุคนหนึ่ง บินไปเที่ยวถึงเนเธอร์แลนด์ แทนที่จะได้ไปเดินดูทุ่งทิวลิป กลับกลายเป็นว่าต้องเดินหาร้านกีต้าร์ให้ลูกชาย แล้วร้านก้หาง่ายเหลือเกิน” )
ปรากฎว่า พอหาร้านได้ คุณแม่ก็ไม่รู้จะเลือกยังไง เลยให้คนขายดีดให้ฟัง คุณแม่ก็ฟังแล้วบอกว่า “ ตัวนี้ไม่ดี” ( ทำไมล่ะ) “ มันอ้วนไป ชั้นแบกกลับคนเดียวไม่ไหว!”


พอจบประโยค ผู้ชายคนนึงที่ยืนอยู่ข้างๆขวัญก็หัวเราะพรืดออกมา
เป็นครั้งแรกที่ขวัญไม่ได้หัวเราะอยู่คนเดียวเมื่อฟังรายการนี้
ก็เลยรู้สึกว่า อื้ม...รายการวิทยุดีๆ นอกจากจะมีไว้ฟังแก้เหงาแล้ว มันยังเป็นเครื่องมือทำลายกำแพงของแต่ละคนได้ด้วย
คิดดู – คนเราขึ้นรถเมล์ ขึ้นปุ๊บ หน้าก็จะนิ่ง มองโน่นมองนี่ แกล้งไม่สนชาวบ้าน ทำหน้าบึ้งใส่กัน บรรยากาศราวกับสนามรบ
แต่พอมีเสียงหัว บรรยากาศในรถก็เหมือนจะผ่อนขึ้นทันตาเห็น





 

Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2550 11:42:17 น.
Counter : 230 Pageviews.  

No trust is Real

No trust is real

A person who has trust
Has nothing

Whenever you try to make a trust
You are stupid

I try hard to so…That means
I am even more stupid with the trust

This is not a poem – I’m not good at it
This’s just a confession of someone stupid


Long time ago
I thought I was in love

Long time ago
I thought he was the one

Long time ago
I thought he had a trust on me

It’s been long time ago
That I was happy being with him


Right now
It’s like my mission to complete seeing him
Whenever…even when I have no transportation fee
He said I didn’t have to go when I had no money…with his voice that sound…upset
And I can’t let it happen coz that makes me feel quilty

I have to go

I am the one to go so often … whenever
When he is sick … I go for him
When he is fine … I go for him
When I am sick … He rarely come for me ( at school )

Just come for me
Just make me feel like I’m your girl
Not your mom
Just make me love you more
Not flee from you
Just… just…

Who’s in you ?
Is that the same old you?
Where is my lovely boy?

* * * * * * * *




 

Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2550 6:58:00 น.
Counter : 202 Pageviews.  

เจอ Tag รอบ 2 ....เอ้า เตรียมตัวเป็นเหยื่อได้เลยค่ะพี่น้อง...งงง!!!

กลับมาอัพแล้วค่ะ หลังจากที่หายไป เรียกว่านานนะ
เพราะที่ผ่านมาอัพแบบติดๆกัน เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงทดลอง แถมยังว่างด้วย ตอนนี้เริ่มไม่ว่างแล้ว เพราะมัวแต่อ่านนิยาย จะไม่ให้อ่านได้ไง ก็ดันนั่งเครียดแทบไม่ได้เห็นแสงสีอยู่เป็นเดือน จนจบงานฟุตบอลประเพณีแล้วนั่นแหละ ถึงได้รู้สึกว่า โอ้.....โลกใบนี้ หน้าตามันเป็นอย่างนี้หรอกหรือนี่!!



นิยายที่ขวัญอ่านเป็นนิยายสมัยใหม่นี่แหละค่ะ เรื่อง เจ้านายของหัวใจ ( นี่คือเล่มล่าสุดที่เพิ่งอ่านจบไปก่อนจะมาอัพบล็อกเพียง 5 นาที) โดย ญาณิน สำนักพิมพ์แจ่มใส

ทีแรกฟังดูชื่อเรื่องแล้ว โหย..... ท่าทางจะเลี่ยนน่าดู แต่พออ่านแค่นั้นแหละ โอ้ว! ตรงข้ามกับที่คิดไว้หลายขุม แต่จะเป็นยังไงนั้น ขอเก็บไว้วิจารณ์คราวหน้าค่ะ แต่บอกได้ว่า คนที่ไม่ชอบนิยายน้ำเน่า สามารถอ่านเรื่องนี้ได้สนุกแน่นอน เพราะตัวละครแต่ละตัว โดยเฉพาะนางเอกของเรื่องนั้น แวดงออกถึงความเป็นมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อจริงๆ ไม่ใช่พวก idealistic แบบ นางเอ๊ก....นางเอกแน่นอน ....อ๊ะๆๆ ขวัญไม่ได้ค่าโฆษณาหรอกนะคะ



และตามสัญญา Tag รอบ 2 มาแล้วค่า

เริ่มเลยแล้วกัน
1.ขวัญเพิ่งรู้เมื่อวานนี้นี่เองว่า อาจารย์ที่สอนวิชาการประชาสัมพันธ์ทางอินเตอร์เน็ตที่ขวัญเรียกเค้าว่า พี่...ๆๆๆ มาตลอดนั้น ถึงแม้เค้าจะดูเป็นผู้ใหญ่มาก คือ....หมายถึง ดูเป็นคนที่เพิ่งเรียนจบได้สัก 3 ปี แต่ดูมีภูมิฐานกว่าตัวจริง นั้น เค้าเกิดปีเดียวกับขวัญง่ะ - - - ถึงขั้นช็อคเลยทีเดียว ตอนที่รู้ก็พึมพำๆกับตัวเองว่า “ ต่อไปนี้ชั้นจะไม่เรียกใครว่าพี่อีกแล้ว” เพราะความกลัวที่เหนือกว่าที่สุดคือ การแก่กว่าอาจารย์ตัวเอง


2.ขวัญจำได้ว่า ขวัญเลิกเปิ่นมานานมากแล้วนะ แต่เมื่อไม่นานมานี้ก็เพิ่งรู้ตัวว่า...ฉันไม่ได้เปลี่ยนไปเล้ย เพราะทุกเช้า พี่ชายขวัญจะขี่มอเตอร์ไซค์มาส่งที่หน้าปากซอย ขวัญก็นั่งซ้อนท้ายมา หอบข้าวหอบของเต็มมือ มีอยู่วันนึง ขวัญก็หยิบเอากระเป๋าถือ กระเป๋าหนังสือ และเสื้อแจ็กเก็ตมาด้วยตามปกติ ด้วยความเคยชิน พอลงจากรถก็ตวัดเสื้อนั่นจะเอาพาดบ่าแต่ก็รู้สึกแปลกๆ มองทีมือตัวเองอีกที กลายเป็นว่า ไอ้เจ้าสิ่งที่ขวัญเข้าใจว่าเป็นเสื้อแขนยาวตัวที่ใส่ประจำ ดั๊น....นนน กลายเป็นผ้าถุงอาบน้ำของตัวเองไปซะได้ โชคดีที่พี่ชายเดินซื้อน้ำเต้าหู้อยู่ เลยฝากกลับบ้านทัน ไม่งั้น คงต้องแบกผ้าถุงไปนุ่งเล่นที่มหา’ลัยแหงๆ


3. ตอนป.6 เรียกว่าเป็นช่วงเฟื่องฟู ขวัญสามารถพูดภาษาอังกฤษได้คล่องปรื๋อทั้งๆที่ไม่เคยไปต่างประเทศ( มันเก๋มากเลยนะ สำหรับคนต่างจังหวัด ในตอนนนั้นน่ะ- เฮ่ย ไม่ต้องย้อนภาพเป็นขาวดำก็ได้!)เพราะแม่พาไปเรียนกับฝรั่ง แถมได้รางวัลที่ 2 ของประเทศในการแข่งตอบปัญหาวิชา สปช. ของสำนักพิมพ์ (ขอสงวนนาม) อีกตะหาก แต่ขอโทษ – การสอบครั้งนั้น เป็นการลอกกันทั้งห้องล้วนๆ!!!!!!!!!!!!!!!!!

4.ขยับมา ตอนม.1 ขวัญเริ่มมีแววชอบแต่งเรื่อง ( เอ่อ....ไม่เกี่ยวกับเรื่องโกหกนะคะ) เรื่องที่ขวัญแต่งตอนนั้นเป็นเรื่องที่ตั้งใจจะเอามาเขียนเป็นการ์ตูนเหมือนการ์ตูนญี่ปุ่นน่ะ ไม่ได้ตั้งชื่อเรื่อง แต่เป็นเรื่องราวของ เด็กวัยรุ่น 4 คน ที่ได้รับหน้าที่ให้กอบกู้ราชบัลลังก์ ( โอ้ว...ยิ่งใหญ่ทั้ยล่ะ) โดยพระเอกนางเอกได้แก่
-ใบไผ่
- กิ่งสน
- โต๊ะไม้
- เมฆ (มั้ง)
ซึ่ง ขวัญยังลังเลใจอยู่ทุกวันนี้ ว่าระหว่าง ใบไผ่กะกิ่งสน ชื่อไหนจะใส่เป็นชื่อหญิงชื่อชาย เพราะมันเป็นได้ทั้งคู่ ส่วนโต๊ะไม้นั้น ไม่ใช่พระเอก แต่เป็นตัวละครที่ขวัญชอบที่สุด เพราะบุคลิก สุขุม เก็บกด แต่ห่วงใยผู้อื่นและคอยแอบมองนางเอกอยู่ห่างๆ ถ้าใครเคยดูซี่รี่ส์ออกแนวอวกาศๆ ( ให้อารมณ์เดียวกับสตาร์ชิป ทรูปเปอร์) ฝรั่งเรื่อง “Space : Above and Beyond” ที่ไอทีวีเคยเอามาฉายช่วงบ่ายวันเสาร์ น่าจะพอจำ “ Hawk” พระรองของเรื่องได้ ตัวใหญ่ เก็บกด แต่มีเสน่ห์ กรี๊ด....ดดด


5.เชื่อมั้ย เห็นเตี้ยๆอย่างนี้ ตัวเล็กๆอย่างนี้ ตอนขึ้นเครื่องบินไปเมกา ขวัญสามารถยกกระเป๋าที่หนักมากขึ้นบนบ่าได้ด้วยตัวคนเดียว หมายจะเก็บมันในเก๊ะเหนือที่นั่ง
....และเชื่อมั้ย เห็นเตี้ยๆอย่างเนี้ย - - มันไม่ควรจะเป็นแอร์จริงๆอ่า เพราะวันนั้น พอขวัญยอกระเป๋าขึ้นประทับบ่า( นึกภาพนักยกน้ำหนักนะคะ)ได้ปุ๊บ แทนที่ขวัญจะร้อง “ฮึบ” เพื่อเรียกพละกำลัง ขวัญกลับต้องร้องว่า
“ ใครก็ได้ ช่วยเราที ...( มองที่กระเป๋าเล็กน้อย) ... เรายกไหว แต่เราไปไม่ถึง !!”

ครบแล้ว 5 ข้อที่ทั้งแสนน่าอับอายและขำทุกทีที่นึกถึง ขออนุญาตส่งต่อให้แก่....




 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2550 21:25:49 น.
Counter : 189 Pageviews.  

เช้าหนาวๆของสาวปริศนา

ขอบคุณชาวชุมชน bloggang ที่แวะเข้ามาในบันทึกที่แล้วนะคะ
ขอบคุณสำหรับทุกคำแนะนำด้วยค่ะ
ขวัญเองก็พยายามทำให้ทุกอย่างดีขึ้น
.... อย่างน้อย ขอให้ขวัญได้เห็นเค้าใส่ชุดครุยก่อนดีกว่าค่ะ
แล้วมีเรื่องต้องสะสางค่อยว่ากัน
เรื่องที่เป็นอยู่ตอนนี้ อาจเกิดจากการที่พี่เค้าเครียดเรื่องเรียน เรื่องสุขภาพอยู่ก็ได้



เรื่องเศร้าๆ เล่าไป ไม่สนุก
กลับมาพูดคุยเรื่องของวันนี้ดีกว่า

2-3 วันมานี้ ตื่นขึ้นมา..สังเกตมั้ยคะ
อากาศมันหนาวพิกล(สำหรับยุคนี้)
แทบไม่อยากอาบน้ำเลยทีเดียว ( แต่อาบแล้วนะ)
แต่ก็ต้องกัดฟันอาบจนได้ ยิ่งสระผมนี่ไม่ต้องพูดถึง สั่นสะท้านไปทั้งตัว

ยิ่งวันนี้ด้วยแล้วยิ่งหนา....วววว
ถ้าใครเป็นขาประจำเรือโดยสารจากท่าน้ำนนทบุรี
จะเห็นหญิงสาวร่างเล็ก(แต่ไม่บาง)คนหนึ่ง นั่งอยู่ริมขวาของเรือ
กาบเรือที่ต่ำกว่าปกติทำให้คนที่นั่งมองเห็นผิวน้ำเจ้าพระยาได้อย่างผิดปกติจากทุกวันซึ่งมักมีความสูงอันน้อยนิดเป็นอุปสรรคในการชมวิว
ผมปล่อยยาว(ไม่สลวย) สะบัดปิดไป( ตบหน้าคน) ด้านหลัง
เผยให้เห็นเพียงเครื่องหน้าที่ดูเผินๆอาจนึกว่าเป็นคนต่างด้าว (ลาวปนแขก)
เธองุดหน้าลงจ้องหนังสือนิยายไทยในมืออย่างมุ่งมั่น อีกมือหนึ่งง่วนอยู่กับการส่งซาลาเปาไส้หมูแดงเข้าปากอย่างชำนาญ แน่ล่ะ เธอกินเป็นแค่ไส้นี้เท่านั้น ลองเอาไส้หมูสับมาให้สิ เธอสับคุณเละไม่แพ้หมูแน่ๆ

หญิงสาวกลืนซาลาเปาชิ้นสุดท้ายลงหลอดอาหารแล้วควานเอาน้ำผักผลไม้รวมขึ้นมาดื่มทั้งๆที่สายตายังจับจ้องอยู่ที่หนังสือซึ่งเธอเปิดผ่านไปหน้าแล้วหน้าเล่า แต่ถึงแม้จะก้มหน้าอยู่ก็ตาม ความสำราญในเนื้อหานิยายและอาหารก็ทำเอาชายที่นั่งอยู่ข้างๆกลืนน้ำลายตามเอื๊อกๆ อย่างไร้การควบคุม.


อาจจะสงสัย ว่าใครคือผู้หญิงคนนั้น อยากรู้เหรอคะ
.....
.....
.....
.....
.....
.....
ลองนึกภาพ แล้วไปตามเอาที่ท่าน้ำนนท์แล้วกันนะ

555+



บล็อกหน้าจะเอา Tag รอบ 2 มาให้อ่านกันนะคะ




 

Create Date : 30 มกราคม 2550    
Last Update : 30 มกราคม 2550 11:52:42 น.
Counter : 200 Pageviews.  

เมื่อความรักจักพาเราสู่อีกโลกหนึ่ง

โคตรอยากเลิกกับแฟน
ไม่ใช่เพราะหมดรัก แต่เพราะรักนี่แหละ เลยไม่อยากให้เค้าต้องมานั่งทรมาน


พูดอะไรไม่เคยเชื่อ ไม่ไว้ใจ
โทรศัพท์แบตหมด รับสายไม่ทัน ก็หาว่าไม่ยอมรับสาย ปิดโทรศัพท์หนี

ไม่ไปหาเพราะว่าอยู่เป็นเพื่อนแม่ที่บ้าน
ไปดูหนังกับแม่ ก็มาคาดคั้น คิดว่าไปกับคนอื่น
โอ๊ย!!! งานการท่วมหัว เงินก็ไม่มี จะเอาที่ไหนไปเที่ยวได้อีก
ทุกวันนี้แค่ค่ารถอย่างเดียวก็ขูดเลือดตัวเองกินข้าวแล้ว

ถ้าอยู่ด้วยกันอย่างนี้แล้วไม่มีความไว้ใจ
ไม่สามารถจะมีความสุขได้ มันจะมีทางไหนอีกล่ะ

เคยสัญญาไว้ว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป รู้มั้ย ว่ามันทรมานมากกับการที่ต้องมานั่งกังวลอยู่อย่างนี้
ต้องรับปากไปทั้งๆที่ไม่รู้ว่าจะสามารถทำได้หรือเปล่า
เพราะนิสัยอย่างนี้ไง ทั้งเราและเค้า มันจะไปกันได้เหรอ

ใช่สิ – เพราะเราเป็นผู้หญิงมั้ง เลยต้องคอยเอาใจ
พูดเสียงอ่อนเสียงหวาน ออดอ้อนให้เป็น
นั่นสิ – นั่นคือสิ่งที่ผู้ชายต้องการ
และมันไม่มีจริงหรอก ผู้ชายที่จะเข้าใจเราได้ทุกอย่าง
แน่นอน – ไม่มีผู้ที่เข้าใจผู้ชายได้ทุกอย่างเหมือนกัน

ถ้าให้เค้าอยู่อย่างนี้ ทั้งชีวิต เค้าอาจต้องมานั่งวิตกกังวล กลัวว่าเราจะมีใครอื่น หรือทำอะไรไม่พอใจ
แต่ถ้าให้เค้าไปหาเอาใหม่ อาจมีคนที่เหมาะสมกว่ารอยู่ข้างหน้าก็ได้

ส่วนฉันจะเป็นยังไง ก็ช่างเถอะ
อย่างน้อยก็มีตัวละครในนิยายห่วยๆเป็นเพื่อน
ดีเสียอีก ถ้าหลุดออกจากโลกแห่งความเป็นจริงๆได้ ทุกคนรอบกายอาจจะสบายขึ้นอีกเยอะ

เคยถามตัวเองว่า ฉันจะทนอยู่อย่างนี้ได้อีกนานแค่ไหน
เพื่อนเคยบอกว่า “ แกได้ชดใช้มาเพียงพอแล้ว”
พี่ชายบอกว่า “ ถ้าต้องอยู่เพราะหน้าที่ ก็ออกมาดีกว่า ก่อนที่จะถอนตัวยากไปกว่านี้”
แล้วฉันควรทำยังไงล่ะ

ฉันยังเป็นห่วงเค้า
ฉันยังรักเค้า
ฉันยังอยากเห็นเค้ามีอนาคตที่สดใส
ฉันอยากเห็นรอยยิ้มของพ่อแม่เค้าในวันที่ลูกสำเร็จการศึกษา
ฉันอยากเป็นคนที่สามารถถือช่อดอกไม้ไปแสดงวามยินดีกับเค้าได้ในวันรับปริญญา


แต่ฉันไม่รู้ว่า อีก 7 เดือนที่เหลือต่อจากนี้ จะมีอะไรทีทำให้ความฝันเหล่านั้นมันพังลงหรือไม่
เพราะถ้ามันพังลงไปจริงๆ
คนที่เจ็บหนักที่สุดก็คือเค้า

ส่วนฉัน...ขอยอมโดนตราหน้าว่าผิดคำสัญญา


ทำไมวะ การที่เรารักใครสักคน มันถึงได้ทรมานขนาดนี้
โลกนี้สดใสนะ เมื่อมีเค้าคนนั้น
แต่บางวัน มันก็หม่นเสียจนอยากทิ้งชีวิตไว้ แล้วหันหลังให้มันซะ

ขอเถอะ ให้ฉันได้ไปอยู่ที่นั่น
ที่ที่ฉันไม่ต้องมาเจอกับความจริงอย่างนี้


I would do anything for my freedom
I would do anything ( no evil) for your world
Take me…please come and take me to the world I’ve never been
Take me there…oh… please take me there.




 

Create Date : 28 มกราคม 2550    
Last Update : 28 มกราคม 2550 17:32:37 น.
Counter : 193 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  

Lighting Plankton
Location :
นนทบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




It doesn't matter what your dream is. What matters is that you do anything to reach your dream or not.
Friends' blogs
[Add Lighting Plankton's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.