เครื่องจ่ายค่าจอดรถ แบบไม่ยอดเหริยญ (เฮลซิงกิ)










ไม่รู้ว่าสำคัญมั๊ย...แต่ว่าพึ่งกลับจากทริปที่อัมสเตอดัมและเบลเยี่ยม นึกได้ว่า การจ่ายที่จอดรถในยุโรป เวลาเราเช่ารถขับเที่ยว มันก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน เพราะว่าค่าปรับแพงมากกว่าราคาเช่ารถต่อวันเสียอีก

  ในเฮลซิงกิ จะมีสองแบบหรือ 3 แบบ(หรือหลายแบบมากกว่าที่ป้าลีรู้ ก็อาจเป็นได้)

  ปกติเราจะยอดเหรียญ หรือจ่ายผ่านบัตร หรือถ้าเครื่องมันเสีย จะมีบอกให้จ่ายผ่านทางมือถือค่ะ (คือกดไปตามป้ายที่เค้าให้ทำตรงหน้าเครื่องแหละ แต่ว่าแพงกว่าจ่ายปกติเลยไม่แนะนำ) ก็คือเครื่องเดียวกันอ่ะนะ แต่วันนี้มันมาใหม่ คือป้าลีเข้าไปจอดในเมืองเพราะว่าลูกมีนัดกับหมอฝัน(ทางโรงเรียนเป็นคนนัดให้) ทีนี้ตรงบริเวณที่ไปเนี่ย มันก็ค่อนข้างสับซ้อนซ่อนเงื่อนสำหรับคนบ้านนอกอย่างป้าลี นอกจากจะหาที่จอดยากแล้วเนี่ย ยังต้องมางงกับเครื่องเก็บค่าจอดอีก..



หน้าตาเครื่องจะเป็นเช่นนี้แล

ตอนแรกสอดบัตรเครดิต หรือ เดบิต เข้าไป ใส่รหัสผ่าน
กดลูกศรเลือกภาษานะคะ อันเหลืองๆ ที่สองจากซ้ายมือ (ถ้าไม่เลือกภาษามันจะบังคับเป็นฟินแลนด์ ซึ่งบางวันโชคดีคือเครื่องมันแกล้งเรา เช่นมีปัญหาบางอย่างที่นอกเหนือจากที่เราเข้าได้ใจ เราจะอ่านไม่ออกทันทีและแก้ไขปัญหาไม่ได้ ถ้าไม่เก่งภาษาให้เลือกเป็นภาษาอังกฤษก็แล้วกัน หรือไม่เก่งอังกฤษก็ลุยกับภาษาฟินแลนด์โล้ด)

แล้วเครื่องจะให้ใส่เลขทะเบียนรถตัวเองนะคะ
แล้วใส่นาทีตรงลูกศรสีเหลืองเช่นกัน อันสุดท้าย กดลงไปหนึ่งครั้งคือ 30 นาที สองครั้งคือ 60 นาทีไรงี้ ตอนที่กดมันจะเห็นตรงหน้าจอน่ะค่ะ ว่าเราต้องการนานแค่ใหน เค้าจะคิดราคาตามนั้น เช่น เก้าสิบนาที ก็ใส่ 90 ต่อท้ายลงไป
แล้วเครื่องก็จะพริ้นท์ สลิปใบเล็กๆ ออกมาให้เราเอาไปวางหน้ารถ ตามภาพด้านล่างน่ะค่ะ (ง่ายๆ.... เน๊อะ)

เครื่องนี้ยากต่างจากเครื่องหยอดเหรียญตรงที่ การหยอดเหรียญเครื่องจะคิดตามจำนวนเงินที่เราหยอดลงไปน่ะค่ะ เช่น จ่าย สองยูโร เครื่องก็จะพริ้นท์ใบเล็กๆ ให้เราก็จะจอดได้จากกี่โมงถึงกี่โมงตามนั้น(มันมีบอกหน้าเครื่องอยู่แล้วค่ะว่า กี่นาทีให้หยอดกี่ยูโร)   แต่เครื่องนี้ คิดตามนาทีที่เราต้องการจะจอดคือเลือกเวลาว่ากี่นาทีแล้วเครื่องก็จะหักจากบัตร (ผลลัพธ์เท่ากัน)










Create Date : 21 พฤษภาคม 2559
Last Update : 23 มิถุนายน 2560 1:33:24 น.
Counter : 451 Pageviews.

0 comment
การซื้อรถมือสอง ใน ฟินแลนด์
เรื่องนี้ละเอียดอ่อนเชียว  เพราะว่ามันแล้วแต่ประสบการณ์ของคนที่เจอเหตุการณ์น่ะค่ะ แต่เอาเป็นว่า ตลอดสามปีมานี้ บ้านเราใช้รถค่อนข้างเปลือง มีหลายเหตุผลค่ะ เอาไว้แจงทีหลัง

ทั้งป้าลีและสามี ใช้รถทั้งหมด 5 คันในระยะเวลาสามปี ไม่นับรถบริษัทที่เอามาใช้(ของสามี) และแต่ละคันประสบการณ์ทั้งหนักหนาและหรรษาค่ะ

เริ่มกันที่ส่วนตัวของป้าลีซื้อรถสองคัน  เป็นรถเล็ก คันแรกซื้อเมื่อ ม.ค.ปี 2015
เป็น  Opel รุ่น corsa 1200 ซีซี ก็คือรถเล็กอ่ะนะแต่สี่ประตู  เป็นปี  2007 วิ่งประมาณ 120,000  ราคา ณ ตอนนั้นคือ 5,000 กว่าๆยูโร

ขอโทษค่ะ พอดีมีรูปเดียวในเครื่อง...เอาไว้หาเจอจะเอารูปมาเปลี่ยนใหม่ทีหลังค่ะ

คันนี้ใช้อยู่ 11 เดือนเต็ม วิ่งร้อยกว่ากิโลเมตรจันทร์ถึงศุภร์ค่ะ   ได้ซ่อมครั้งเดียวประมาณ  500 ยูโรรวมค่าช่าง  และซื้อประกันปีละ เกือบๆ เจ็ดร้อยยูโร ประกันภัยไม่ถึงกับเต็มรูปแบบแต่เลือกที่จะคุ้มครองกระจกหน้ารถแตกน่ะค่ะ  (มีอุบัติเหตุครั้งเดียวคือ ชนกวางเมื่อเดือน พฤษจิกายน ตอนที่หมอกลงหนาและกวางวิ่งตัดหน้ากระชั้นชิน)
และภาษีปีละ สามร้อยกว่าค่ะ (ทั้งประกันและภาษีเลือกจ่ายปีละสองครั้ง และราคาต่างกันแค่ ห้ายูโรถ้าเลือกจ่ายครั้งเดียว)
และแหล่งซื้อขายหรือไปดูรถมือสอง ที่เยอะแห่งหนึ่งก็คือ Tuusula,Espoo
แต่เราสามารถเลือกดูได้จากทางเน็ตก่อนที่จะไปดูตัวจริงเสียงจริงได้ที่ เว็บไซด์

   https://www.autosalpa.fi/fi/autohaku/

  http://www.nettiauto.com/

ก็ยังมีอีกหลายเว็บไซด์ค่ะ (ถ้าเป็นเจ้าของขายเองจะอยู่เว็บไซด์นี้ค่ะ)

 http://www.tori.fi/



ส่วนเว็บไซด์ที่จะเช็คอะไหล่ในการซ่อมแล้วคำนวณค่าช่าง (ดูว่างบเราพอมั๊ยหรือถ้าจะซ่อมเองก็ได้ค่ะ)

http://www.motonet.fi/



คันนี้ถือว่าใช้งานง่ายและเหมาะสมกับราคามาก ไม่ได้ต้องซ่อมเหมือนคันเก่าที่ผ่านมา (เป็นโชคชั้นหนึ่งค่ะ ถ้าซื้อรถมือสองแล้วไม่ต้องซ่อมมากมาย)

พอได้อายุครบจะปี ก็เกิดอาการ พัดลมไฟฟ้า ดังมากกว่าปกติ และเสียงเครื่องมันดังที่สายพาน เสียงตักๆๆๆ น่ะค่ะ(คงพอนึกออก)
ก็เลยได้เวลาเปลี่ยน ก่อนที่จะต้องซ่อมเยอะ
ก็เสิรชหาได้มาคันนี้ค่ะ ไปดูอยู่หลายคันและลองขับ ปรากฏว่ามันไม่ถูกใจ เนื่องจากรถของฟินแลนด์ตอนหน้าหนาวและหิมะตกมันสำคัญและจำเป็นอย่างมาก (ถ้าเราไม่ได้ใช้รถเมล์หรือแทรม หรือรถไฟอ่ะนะ)


citroen รุ่น c4  1400 ซีซี และสี่ประตูระบบไฟฟ้า ปี 2009 วิ่ง 80,000
เจ้าของเดิมคนเดียว
ราคา 7,000 ถ้วนค่ะ ไม่ยอมลดราคาให้เลย

คันนี้อยู่ที่ เอสโปค่ะ เจ้าของให้มาขับก่อนได้ และจ่ายเงินทีหลัง(ป้าลีจ่ายอีกหนึ่งอาทิตย์ถัดมาค่ะ)

คันนี้ถูกใจมากเพราะว่ามันขับแล้วนิ่งและทุกอย่างอยู่ในสภาพดีมากๆ นั่งข้างในแล้วกว้าง เบาะนั่งแล้วสบายหลังมากๆ หลายคันที่ไปลองบางครั้งถูกใจนะ แต่นั่งแล้วเบาะมันรู้สึกไงไม่รู้ ไม่ค่อยสบายหลัง

ทีนี้กรณีที่เราซื้อรถกับเต้นท์นะคะ ถ้ามีรายการที่ต้องซ่อมหลังจากนั้นไม่นาน เราสามารถขอเจรจาต่อรองกับทางเต้นท์ได้ว่าเค้าจะออกช่วยเท่าไหร่ ยังไง เพราะว่ากฏหมายคุ้มครองผู้บริโภคของฟินแลนด์ค่อนข้างแอ็คชั่นค่ะ โทรกริ๊งค์เดียวเค้าจัดให้รวดเร็ว
(ต่อพรุ่งนี้ค่ะ ตอนนี้สามีรอดูหนัง)



Create Date : 26 มกราคม 2559
Last Update : 26 มกราคม 2559 1:05:08 น.
Counter : 628 Pageviews.

4 comment
การขับรถในฟินแลนด์ และการมีใบขับขี่ของประเทศฟินแลนด์






เป็นที่ทราบกันดีว่า การขับรถในฟินแลนด์จะตรงข้ามกับเมืองไทย คือ ขับเลนขวา  และ พวกมาลัยคนขับจะอยู่ด้านซ้าย 

ป้ายลูกศรชี้บอกตรงทางแยก ทุกแยกค่ะ ไม่งงแน่นอนว่าต้องขับเลนใหน(ยกเว้นว่าใครไปยกป้ายออกนะตรูจะตามไปฆ่าให้ถึงบ้านเลย อิอิ)



แต่ความยากของการใช้รถไม่ใช่ที่การเลนขวาหรือพวงมาลัยซ้ายแต่อย่างใด 

มาเริ่มเกี่ยวกับ ใบขับขี่การก่อนนะคะ

กรณี เราเป็นนักท่องเที่ยว ที่มาเที่ยวยุโรป(รวมฟินแลนด์ และยกเว้นอังกฤษ)  เราสามารถใช้ใบขับขี่สากล ที่ขอมาจากบ้านเราได้เลย มีอายุ หนึ่งปีค่ะ สำหรับใบขับขี่สากล (สมัยห้าปีก่อน ราคา  550 บาทโดยประมาณ ต่อหนึ่งปี) 

กรณีคนไทยที่มาอยู่ฟินแลนด์และมีใบขับขี่จากไทยแลนด์แล้ว (แนะนำให้ไปทำใบขับขี่ก่อนมาอยู่ฟินแลนด์ด้วยนะคะ จำเป็นมาก)  คือ คนไทยสามารถนำใบขับขี่ไทย ไปขอแลกใบขับขี่ฟินแลนด์(ที่สามารถใช้ในยุโรปได้)  ถ้าคนไทยมาอยู่ฟินแลนด์เกิน  6 เดือน และจะต้องไม่เกิน  2 ปี(เน้นนะคะ) 

ถ้าอยู่เกินสองปีแล้วยังไม่ไปขอแลกใบขับขี่ จะหมดสิทธิทันที ต้องไปขอสอบเท่านั้นนะคะ 

การแลกใบขับขี่ก็คือ นำใบขับขี่จากไทยแลนด์ไปขอแลก (ก่อนไปต้องไปตรวจร่างกายเพื่อขอใบขับขี่ก่อนนะคะ ที่ศูนย์สุขภาพ หรือ โรงพยาบาลต่างๆ ในฟินแลนด์ แจ้งเค้าเตอร์ว่า ต้องการใบรับรองแพทเพื่อการทำใบขับขี่ ค่าใช้จ่ายประมาณ  125 ยูโร(และใบขับขี่ต้องเป็นภาษาอังกฤษกำกับด้วย ถ้าไม่เป็นภาษาอังกฤษ ให้นำไปแปลในสำนักแปลต่างๆ ที่สถานทูตฟินแลนด์ ระบุ เช่น บ้านทรงไทยการแปล ของคุณ สุวิทย์ ที่หลักสี่ เป็นต้น) 

เสร็จแล้วไปที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน ยื่นเอกสารขอแลกใบขับขี่ เค้าจะยึดใบขับขี่ของไทยไปเลยนะคะ ไม่ได้คืน และประมาณ สองอาทิตย์เค้าจะแจ้งว่าได้ใบขับขี่เรียบร้อยแล้ว (ค่าขอ ประมาณ ร้อยกว่ายูโรค่ะ) 

และพอกลับไทย ป้าลีไปแจ้งใบขับขี่หายค่ะ เพื่อขอใบใหม่จากขนส่ง  นำสำเนาใบขับขี่ของเราที่ถ่ายไว้ก่อนให้ตำรวจฟินแลนด์ไปด้วยนะคะ จะง่ายในการค้นต้นขั้วของเจ้าหน้าที่ขนส่งค่ะ 


เคส ป้าลี ซึ่งมีใบขับขี่ตลอดชีพจากไทยแลนด์แล้ว พอนำมาแลก ก็จะได้อายุใบขับขี่ ประมาณ  40 กว่าปี (คือใช้ขับจนกระทั่ง เกินอายุ เจ็ดสิบกว่าโน่นน่ะค่ะ) 

และ ข้อดีของการมีใบขับขี่อีกอย่างคือ ไม่ต้องไปขอทำบัตรประชาชนของฟินแลนด์ค่ะ ให้ใช้ใบขับขี่แทน ไม่ต้องเสียค่าทำบัตรประชาชนอีกรอบ (มีน้องติงมาว่าตอนนี้ไม่ใช่แล้วนะคะป้าลีของหนูมันใช้ไม่ได้ทุกรายการ เช่น การขอเปิด อินเทอเน็ต แบ้งกิ้ง ของหนูใช้ใบขับขี่ไม่ได้ค่ะ ต้องใช้ บัตรประชาชน... ก็ดูอีกทีนะคะเพราะเคสป้าลีไม่เคยใช้บัตรประชาชน ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีบัตรประชาชนค่ะ ใช้ เน็ตแบ้งของ นอรเดียและ แอสปังกิค่ะ ที่อื่นป้าลีไม่ทราบเลย และประทับใจแอสปังกิมากๆค่ะ สุดๆ)

ที่นี้ มาถึงกรณีที่อยู่เกินสองปีแล้วต้องสอบใบขับขี่ประเทศฟินแลนด์ คือ ต้องสอบในภาษาฟินแลนด์นะคะ (ยากมาก ถึงมากที่สุด) ต้องสอบหลายครั้ง และบังคับต้องเข้าเรียนในโรงเรียนขับรถด้วย(กี่ชั่วโมงไม่แน่ใจค่ะ)  ซึ่งค่าเรียนแพงมาก รวมๆแล้ว การจะมีใบขับขี่ฟินแลนด์ได้ ต้องเสียค่าเรียน ค่าสอบทุกครั้งถ้าสอบไม่ผ่านในครั้งแรก ลงสอบใหม่ เสียอีกค่ะ (ซึ่งเป็นไปได้ไม่มากสำหรับสอบครั้งเดียวผ่านเพราะเค้าเข้มงวดสุดๆ บวกกับภาษาฟินอันแข็งแรงของคนไทยเราด้วย ยิ่งไปกันใหญ่เลย   


ค่าใช้จ่าย ประมาณ  3,000 ยูโรค่ะ รวมแล้ว... เน้นค่ะ ว่า  3,000 ยูโร.... แพงกว่าการซื้อรถเล็กมือสองในฟินแลนด์มาใช้อีกค่ะพี่น้อง 

แต่การสอบใบขับขี่ฟินแลนด์ ป้าลีได้รับความใจดีจาก คุณไตน่า ล่ามคนสวยที่น่ารักของชาวไทย ส่งข้อความมาให้ ตามนี้... เพื่อสิทธิประโยชน์ของคนไทยในฟินแลนด์โดยเฉพาะค่ะ 

สวัสดีค่ะพี่น้องชาวไทยทุกท่านที่อาศัยอยู่ในประเทศฟินแลนด์
หากท่านใดต้องการมีใบอนุญาตขับขี่ประเภท B เพื่ออำนวยความสะดวกสบายในการขับรถไปทำงานหรือสัญจรบนท้องถนน หรือท่านใดที่ยังสอบใบอนุญาตขับขี่ไม่ผ่าน เนื่องจากมีทักษะภาษาฟินน์ที่ไม่เพียงพอ ในช่วงตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมปี 2015 เป็นต้นไป ท่านสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนขับรถที่มี “คู่มือการเรียนขับรถสำหรับใบอนุญาตขับขี่ประเภท B ฉบับภาษาไทย” ซึ่งจะช่วยให้ท่านเข้าใจเนื้อหาการเรียนขับรถภาคทฤษฎีได้ง่ายขึ้น และเมื่อท่านมีความเข้าใจต่อเนื้อหาที่ดีแล้ว ท่านก็จะสามารถทำข้อสอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติผ่านไปได้อย่างลุล่วง
พวกเราได้จัดทำคู่มือการเรียนขับรถขึ้นมา เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เรื่องการขับรถในประเทศฟินแลนด์อย่างถูกวิธี ซึ่งหากท่านใดสนใจ ท่านสามารถติดต่อโดยตรงไปยังโรงเรียนขับรถที่ระบุไว้ด้านล่างนี้
Helsinki:
1. Autokoulu Lilliputti สาขาในเขต Herttoniemi หรือ Tapanila
2. Autokoulu Hakaniemi
3. Oulunkylän autokoulu
4. Haagan Autokoulu

Vantaa:
1. Autokoulu Movia สาขาในเขต Tikkurila
2. Autokoulu Vauhti

Espoo:
1. Autokoulu Mukana (ชื่อเดิมมีว่า Autokoulu Helenius)

Porvoo:
1. Autokoulu Liikenneakateemia

Lahti:
1. Lahden Seudun Autokoulu
2. Autokoulu Ajokortti Ky

Hämeenlinna:
1. Oppiin Autokoulu สาขา Hämeenlinna

Tampere:
1. Autokoulu Easy Driver

Turku:
1. Autokoulu Ajo-Opet

Jyväskylä:
1. Autokoulu Menox
2. Autokoulu Koljander
3. Autokoulu Kari

Oulu:
1. Liikennekoulu Safetycar
2. Merikosken Ajokoulu
3. Liikennekoulu Kaakinen

มาเล่าถึงการขับรถและการใช้ถนนกันบ้างนะคะ แล้วต่อด้วยเรื่องการหาซื้อรถในฟินแลนด์กันค่ะ

ที่ผ่านมาป้าลีใช้รถสามีเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย แต่พอลูกสาวมาอยู่ด้วย จำเป็นต้องซื้อรถเพื่อความสะดวกค่ะ และจริงๆแล้วประเทศฟินแลนด์สะดวกเรื่องการเดินทาง ทั้งรถเมล์ รถแทรม และรถไฟนะคะ แต่ว่าบ้านป้าลีอยู่นอกเมืองเฮลซิงกิ แต่ลูกและตัวป้าลีเรียนในเฮลซิงกิ ซึ่งถ้าใช้รถเมล์จะเดินทาง ไปกลับ เกิน สองชั่วโมง ซึ่งไม่สะดวก ก็เลยซื้อรถค่ะ 

และใช้รถมา  6 เดือน ได้รับใบเตือนจากตำรวจว่า ซิ่งเกินความเร็ว สองใบค่ะ  เซ็ง.... 

ครั้งแรก ขับในทางด่วนเลี่ยงเมือง จำกัดที่  80 ป้าลีขับ  86  (ทางด่วนนะคะ) 

ครั้งที่สอง ขับในถนนเล็กๆ สายนอกเมือง  จำกัดที่  50 แต่ป้าลี ขับ  56  และถ้าขับในหมู่บ้านต่างๆ จำกัดแค่  30 นะคะ (จักรยานเร็วกว่าเห็นๆ )

ซึ่งถ้าเกินความเร็ว 10 % จะโดนค่าปรับแบบว่า ตายไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว คือ  80 ยูโรขึ้นไป(ตอนนี้เห็นว่า ค่าปรับขั้นต่ำขี้นมาที่ 140 ยูโร ไม่รู้จริงมั๊ยแต่เช็คดูอีกทีนะคะ แต่ป้าลีค่อนข้างชัวร์)  ถึงระดับ หลายพันยูโรหลายหมื่นยูโร น่ะค่ะ

และค่าปรับขึ้นอยู่กับรายได้ของเราด้วยค่ะ หลายสัปดาห์ก่อน ฟังจากวิทยุ เค้าเล่าถึงว่าค่าปรับจากทางหลวงเนี่ย แพงมาก ก็มีสายจากทางบ้านโทรมาเล่าประสบการณ์ เรื่องขับเกินลิมิต แล้วโดนค่าปรับที่ 14.000 ยูโร เพราะว่า ตรงบริเวณนั้น ลิมิตความเร็ว ที่ 80  นางก็ขับ 90 และบริเวณนั้นลิมิตมันลดลงที่ 60 เพราะเป็นทางแยกเล็ก แต่นางไม่ลดความเร็ว ยังขับเท่าเดิมค่ะที่ 90 แล้วที่แย่คือ มีตำรวจทางหลวงแต่นางยังไม่ลดความเร็วไรงี้ ก้เลยโดน ไปหมื่นสี่ ประกอบกับตอนนั้นนางได้เงินส่วนตัวอะไรมาบางส่วน ทำให้มีรายได้มากกว่าปกติ ตำรวจเลยส่งบิลมาที่บ้าน หมื่นสี่ยูโร...ขอตายแป๊บค่ะ ฟังแล้ว)

และถ้าได้ใบเตือนในหนึ่งปี หลายๆ ใบ อาจจะพิจารณายึดใบขับขี่ชั่วคราวค่ะ เป็นไปตามกฏของประเทศนี้ค่ะ 

และที่สำคัญ บางครั้งได้บิลค่าปรับ  500 ยูโร นี่ง่ายมากนะคะ เช่น ขับประมาณ 100 จำกัดที่ 80 หรือ เพื่อนสามีที่ทำงาน ขับทางด่วน จำกัดที่  110 แต่เร่งความเร็วเพื่อแซง ที่  140 และเจอตำรวจที่จอดรถถ่ายรูปวัดความเร็ว ซึ่ง ฮีไม่ลดระดับความเร็ว ทั้งๆ ที่เห็นตำรวจ ก็เลยได้ใบสั่ง ที่  1,400 ยูโร.... เซ็งแทน พันกว่ายูโรแน่เยอะมากๆ นะคะ  คิดดูว่า ค่าเครื่องบินไปเที่ยวลอนดอนจากเฮลซิงกิ แค่  150 ยูโร เองอ่ะ เจอค่าปรับ ไปพันกว่านี่ จุกอกกันเห็นๆ นะคะ 

มาเรื่องการจอดรถในที่จอดค่ะและค่าปรับ(ที่โหดพอๆกับบิลจำกัดความเร็วแหละ) 


ค่าจอดในเฮลซิงกิและเมืองใหญ่ๆ ในฟินแลนด์ แพงมากๆ ค่ะ เช่น เกิน  4 ยูโร ต่อชั่วโมง ประมาณนี้ค่ะ  ขึ้นอยู่กับโซน ถ้ารอบๆเมือง อาจจะ  1 ยูโรต่อชั่วโมง ให้เช็คที่ป้ายนี้นะคะ  ว่าจอดได้ตอนใหน ถึงตอนใหน และ ห้ามจอดเกินกี่ชั่วโมงไรงี้

ถ้าจอดฟรี  30 นาทีให้ใช้ บัตรเวลาค่ะ วางไว้หน้ารถ(รูปมาทีหลังนะคะ ทำไฟล์หาย หาไม่เจอ เดี๋ยวถ่ายให้ใหม่ค่ะ)  ถ้าถึงเวลาให้มาเลื่อนบัตรเวลาใหม่ค่ะ ถ้าลืม เจอค่าปรับ  80 ยูโรขั้นต่ำค่ะ ถ้าลืมนานหลายชั่วโมง เจอหนักอีก เกินร้อยยูโรแน่นอน(เพื่อนต่างชาติเคยเจอมาแล้ว) 


ต่อภาคสองกันเพจหน้าค่ะ เพราะความยาวเกิน...





Create Date : 10 กรกฎาคม 2558
Last Update : 23 มิถุนายน 2560 5:21:32 น.
Counter : 784 Pageviews.

0 comment
เรื่องใบขับขี่ในฟินแลนด์ (ภาคสอง)
ต่อจากภาคแรกค่ะ เพราะความยาวอักษรเกิน  50,000 ตัวอักษร

หรือ บางที่ จอดฟรีไม่เกิน สองชั่วโมง เช่น ร้านเยอรมัน หรือ ลิดเดิล หรือ ห้างอื่นๆ  อันนี้ก็ต้องใช้บัตรเวลาเช่นกัน ถ้าลืม เจอปรับอีกค่ะ หนักเช่นกัน 

การขับในเฮลซิงกิ คือ ห้ามขับตรง ทางรถเมล์นะคะ จะเขียนว่า  Bus ตางถนน คือเราห้ามเข้า ไม่งั้นจอดกล้องถ่ายรูปที่มีอยู่ทุกมุมเมือง หรือตามถนนในป่านอกเมือง กล้องก็ยังใช้งานได้ดีนะคะจะบอกให้


 (การขับในเมืองเฮลซิงกิ จำกัดความเร็วที่  40 - 50 เท่านั้นค่ะ หลายโซน ที่  30  ดังนั้นตาเร็วและมองป้ายจำกัดความเร็วให้ดีๆ ค่ะ) 


และการขับในเมืองใหญ่ ปัญหาอีกอย่างคือ จะมีเลน รถราง หรือ รถแทรม ตรงกลางแบบนี้อีกด้วย เวลาจะเลี้ยวข้ามเลน ลำบากมากๆ 


สุดท้าย ในเมืองนอกทุกประเทศ ให้ความสำคัญกับถนนคนเดิน ทางจักรยาน ทางม้าลาย สุดๆ นะคะ  เน้นว่าสุดๆ สำคัญเท่าการรักษาชีวิตกันเลยทีเดียว ดังนั้นต้องระวังมากๆ  ตาต้องเร็ว ถ้าทางคนข้าม แล้วมีคนหรือจักรยาน ต้องหยุดให้เค้าไปก่อน เท่านั้น (บ้านเรา คนจะหยุดให้รถไปก่อน ทางพฤตินัยค่ะ ถ้าตามกฏแล้ว บ้านเราก็หยุดให้คนข้ามเช่นกัน แต่ไม่มีใครปฏิบัติเท่าไหร่) 


กรณี ขับรถชนคน บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทุกประเทศในเมืองนอก ถือเป็นเคสรุนแรงเหมือนการฆาตกรรมนะคะ ติดคุกตลอดชีพได้ แม้จะเป็นอุบัติเหตุก็เถอะ เพราะถือว่า เป็นการฆ่าผู้อื่นให้สูญเสียแก่ชีวิต และยิ่งดื่มแล้วขับ ไม่ต้องพูดถึงโทษนะคะ เป็นอันรู้กัน(ถ้าประหารชีวิตได้ คงทำกันไปแล้วสำหรับคนเมาแล้วขับและเกิดอุบัติเหตุ ดื่มแค่เบียร์แก้วเดียวก็คือดื่มค่ะ และตำรวจเป่าตรวจบ่อยมากๆ ตรวจทุกที่ แม้กระทั่งขับในป่ารอบเมืองก็เถอะ ป้าลีเจอเป่ามาแล้ว เป่ากันเช้า วันเสาร์ หรือ วันอาทิตย์ นี่ก็บ่อยค่ะ อย่าคิดว่าจะรอด เพราะเค้าทำงานกันจริงๆ ไม่มีใต้โต๊ะอีกด้วยค่ะ เห็นกันจะๆ  ลงโทษกันเน้นๆ ค่ะ สำหรับที่นี่ ที่เรียกว่า ยุโรป) 

ในอังกฤษ บังเอิญว่า ป้าลีไปทริปลอนดอน นั่งทานอาหารเช้าในโรงแรม พอดีในทีวี เค้าถ่ายรายการทอร์คโชว์เรื่องการขับรถชนคน และการดื่มแล้วขับ เค้าทอร์คโชว์เรื่องการให้โทษ ที่หนักเหมือนการฆาตกรรม อย่างที่ป้าลีเล่านี้เช่นกันค่ะ ป้าลีเห็นแล้วก็รู้สึกเห็นด้วยนะคะขอข้ามเรื่องการหาซื้อรถไปเพจหน้านะจ๊ะ ตอนนี้พิมพ์มือหงิกแล้ว...ถ้ามีตกหล่น ป้าลีเสริมทีหลังเพจหน้าเช่นกันจ้า....




Create Date : 10 กรกฎาคม 2558
Last Update : 10 กรกฎาคม 2558 15:50:48 น.
Counter : 453 Pageviews.

0 comment

Lee Jay
Location :
Nurmijärvi,Helsinki   Finland

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 130 คน [?]



ชื่อ ลี ค่ะ เป็นป้ารุ่นน้อง(ยังไม่ถึงกับเป็นป้ารุ่นพี่)

ป้าลีทำบล็อคส่วนตัว หากภาษาที่ป้าลีใช้ไม่สุภาพ
หรือเขียนผิด ป้าลีขออภัยมา ณ โอกาสนี้นะคะ

บล็อคนี้อยากเสนอเรื่องราวของตัวเอง ทั้งเรื่องเรียน
เรื่องการใช้ชีวิตในฟินแลนด์ ซึ่งอาจจะมีสองด้าน
ทั้งลบและบวก

อยากให้พิจารณาและเลือกอ่านเอาเองนะคะ

และก่อนจะก็อปปี้เพจใดๆ หรือรูปภาพต่างๆ
ให้ขออนุญาติป้าลีก่อน ไม่ได้ใจร้าย แต่อย่ามักง่าย...

ถ้ายังฝืนลักลอบก็อปปี้ไป............ขอให้.....




New Comments
Group Blog