แอบดูขยะ....ฝรั่งเศสกันค่ะ
วันนี้หลังจากออกจากบ้าน คนขับรถประจำตัว เอาขวดติดรถออกไปด้วย ได้ยินแสง กริ๊งๆ อยู่เบาะหลัง

นึกขึ้นได้ว่า น่าจะเล่าเล็กน้อย เรื่องการจัดการขยะ ของคนเมืองนี้ (อองกูเล็ม ที่ฝรั่งเศสค่ะ) หรือที่อื่นก็จะมีวิธีการจัดการขยะแบบเดียวกันนี่แหละค่ะ

นอกจาก คัดแยกถุงขยะ แบบที่บ้านเรากำลังรณรงค์แล้วนั้น ทางฝรั่งเศส อย่างเมืองที่ฉันอยู่นี้ มีการจัดการเรื่อง ขยะ ที่ไม่ใช่อาหาร หรือ เศษกระดาษ เล็กๆ น้อยแล้วเนี่ย

ก็จะมีพวก ขวด แก้ว สารเคมี หรือ แบ็ตเตอรี่ หรือ อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่เสียแล้ว เค้าก็จะนำไปทิ้งในที่ทิ้งขยะเฉพาะแบบนี้ค่ะ
(ต้องขับรถออกไปทิ้งเองนะคะ ไม่ได้มีจุดทิ้งขยะแบบนี้เหมือนถังขยะที่เราเห็นๆกันทั่วไปนะคะ)




อันนี้ที่ทิ้งขวดหรือแก้วทั้งหลายค่ะ (ที่บ้านหนักไปทางขวดไวน์ )



อันนี้สำหรับพวกเคมีทั้งหลาย หรือ ขยะพวกแบตเตอรี่ต่างๆ











อย่างเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหลายที่เห็นเนี่ย ถ้าเป็นบ้านเราก็น่าจะขายได้เงินกลับมาซื้อมาม่าได้หลายห่อ
แต่ที่นี่ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ เดี๋ยวนี้ถ้าคุณซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องซักผ้า ตู้เย็น หรือ อื่นๆ คุณจะต้องเสียภาษีนอกเหนือจาก VAT แล้วเนี่ย
คุณจะต้องเสียภาษี สำหรับขยะอีกด้วย ซึ่งรวมอยู่ในราคาที่คุณจ่ายนั้นแล้ว (อาจจะ สองหรือ สามยูโร ก็ว่าไป แต่ไม่เยอะค่ะ)

แต่สำหรับทีวี นั้นจะพิเศษหน่อย คือ ต้องเสียภาษี VAT ภาษีขยะ แล้วคุณยังจะต้องมาเสียภาษีรายปี ในการครอบครองทีวีหนึ่งเครื่องอีกต่างหากค่ะ (หลายร้อยยูโรต่อปี และเสียทุกปีค่ะ)

ส่วนค่าขยะถังที่ตั้งหน้าบ้านเราเนี่ย ก็ต้องจ่ายรายปี เป็นธรรมดาทั่วไป (แต่แพงค่ะ สำหรับฝรั่งเศส)

จะสังเกตุว่า ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่ต้องจ่ายภาษีที่ขวางหน้า (ประเทศทางยุโรปก็เป็นเหมือนกันค่ะ จ่ายมากจ่ายน้อยแค่นั้นเอง )

แต่รู้สึกฝรั่งเศสจะเป็นประเทศอันดับหนึ่ง ที่ต้องจ่ายภาษีเยอะสุด(ถ้าผิดก็ขออภัยแต่เคยเห็นผลสำรวจบางปีน่ะค่ะ)
คือนอกเหนือจากภาษีรายได้บุคคลธรรมดาแล้วเนี่ย ยังมีรายยิบย่อยอีกพอสมควรที่จะต้องจ่ายเป็นภาษีในชีวิตประจำวันค่ะ

อย่างขยะเนี่ย ถ้าใครมีเยอะ ไม่ใช่เรื่องดีนะคะ เพราะเค้าพาลจะเก็บภาษีเพิ่ม นั่นเอง

ขอบคุณที่แวะมาค่ะ อย่าลืมจุ๊บ...ก่อนกลับนะคะ

..........................................................................................

ใครชอบ เรื่องแนวอิโรติก แนะนำเรื่องนี้ค่ะ

ความรักทำให้คนบอด...เซ็กซ์ทำให้คนตาบอดและหูหนวก

ช่อเป็นสาวสังคม ที่รักแฟชั่น รักสวยรักงามเป็นชีวิตจิตใจ เธอแต่งงานกับคุณทรงชัย เสี่ยเจ้าของธุรกิจร้านเพชรนำเข้ารายใหญ่ ที่สุดในย่านนี้
เสียทรงชัยแก่คราวอา (เกือบแก่เท่าพ่อ)
และมีลูกหนึ่งคน แต่ด้วยความสวยของช่อ ที่ไม่เคยสร่าง ทำให้เสียทรงชัยหวงนักหนา

ตัวช่อเองเป็นนักเรียนเซนต์โยเซฟและครอบครัวทำธุรกิจโรงแรมมาตั้งแต่รุ่นตายาย
ชีวิตแต่งงานของเธอเป็นที่อิจฉาของบรรดาเพื่อนๆ เพราะแม้ว่าเสี่ยทรงชัยจะแก่รุ่นอา
แต่ก็หล่อบาดใจสาวๆ รุ่นพี่รุ่นน้องของช่อเป็นที่สุด
มองผ่านๆ เหมือนเธอจะสมบูรณ์แบบ แต่...

และวันนั้น เลี้ยงรุ่น..ฉันจำได้ดี... ราตรีพาแฟนหนุ่มมาด้วย เป็นลูกครึ่งรุ่นน้องหลายปี เรียนอยู่ที่นิวยอร์ค พวกเราพากันแซวเรื่องป้ากินเด็ก
ซึ่งราตรีภาคภูมิใจเป็นที่สุด และวันนั้น อรัญแฟนของราตรีก็ได้รู้จักกับช่อ...

http://wwwlifeinfrance.blogspot.com/2010/12/blog-post_10.html

....................................................................................



Create Date : 12 มกราคม 2554
Last Update : 12 มกราคม 2554 5:37:47 น.
Counter : 1538 Pageviews.

15 comment
อวด เตาผิง
เรื่องของเรื่องคือ ได้เตาผิง อันใหม่มา แล้วถูกใจมาก
โดยปกติ ส่วนตัวแล้ว เป็นคนชอบเตาผิงของยุโรป เพราะเวลาเห็นเตาผิง มันให้ความรู้สึกว่า อ้อ นี่แหละ ยุโรป ไม่รู้คนอื่นรู้สึกแบบนั้นหรือเปล่านะคะ

แต่ต้องแนะนำตัวก่อนว่า เนื่องจากบ้านฉันนั้นอยู่ ต่างจังหวัด ทางตอนล่างของภาคกลาง ในฝรั่งเศส

การอยู่ ต่างจังหวัดของคนแถวนี้นั้น ส่วนใหญ่ในแต่ละหมู่บ้านจะอยู่เป็นกระย่อมน้อยๆ บนเนิน



หากเราขับรถเล่น และมองออกไป ด้านนอก เราจะเห็นว่า ต่างจังหวัดของฝรั่งเศส ในหลายจังหวัดนั้น บ้านเรือนจะอยู่กันเป็นกระจุก บนยอดเนิน ซึ่ง เนินจะลดหลั่น เป็นระดับ และเป็นลูกคลื่น มองไกลๆ ก็สวยดีนะคะ
ยิ่งตอนที่มีหิมะ ส่วนตัวคิดว่ามันสวยมาก








บ้านน้อยต่างจังหวัดค่ะ ที่ฉันมาอาศัยเจ้าของเค้าอยู่



เหตุที่เล่าเรื่องเตาผิงนั้น ด้วยความที่เราอยู่บนเนิน อากาศต่างจังหวัดนั้นค่อนข้างมีลม ซึ่งปกติก็หนาวอยู่แล้ว มันก็ทำให้หนาวขึ้นไปอีก
แม้ว่าภาคกลางตอนล่าง จะไม่หนาวเหมือนทางตอนเหนือของฝรั่งเศสก็ตาม

แต่ลักณณะบ้านที่อยู่บนเนิน ทำให้ แค่ฮิทเตอร์ ห้องละสองตัว ก็เอาไม่อยู่ เราเลยต้องเพิ่มเตาผิงเพื่อความอบอุ่น

ในต่างจังหวัดจะโชคดีก็ตรงที่เราใช้เตาผิงได้นี่แหละค่ะ ในตัวเมือง คิดว่าใช้ไม่ได้ เพราะมันจะมีควัน


ตัวนี้เป็นเตาผิง ในห้องครัว ตัวเก่าค่ะ อันที่จริงชอบอันนี้มากเพราะมันสวยดี



แต่ที่ห้องนั่งเล่นเนี่ย พื้นเป็นไม้ ที่อายุอานาม ก็น่าจะมากกว่าอายุของผู้เขียน สักสองรอบ เป็นแน่แท้ เพราะมันเก่ามาก
ทำให้เราต้องใช้เตาผิง แบบนี้ค่ะ เพราะมันปิดได้



ซึ่งจะมีท่อนำควันที่ด้านหลังเตาผิง ส่งควันออกไปข้างนอกตัวบ้าน

ที่นี้...ที่อยากจะอวด ก็คือว่า... เตาผิงตัวใหม่นี่ เป็นตัวที่เราเลือก ถูกที่สุด (ราคารวมกันกับอุปกรณ์ติดตั้งแล้ว ก็ เกือบๆ 550 ยูโร )
ตัวอื่นมันจะแพงมาก ก็เกือบ สองพันยูโร เราก็เลยต้องเลือกเอาตัวที่ประหยัดตังค์ที่สุดนี่แหละค่ะ

ตัวนี้มันสามารถอุ่นอาหาร หรือ อบ หรือ ตุ๋น โดยที่เราไม่ต้องเปลืองไฟ เปลืองแก๊ซ... ฉันคิดว่ามันเวิร์คมากเลยค่ะ เพราะประหยัดค่าไฟ จากการทำอาหารไปเยอะเลย เรียกว่าไม่ต้องไปแตะอุปกรณ์ในครัวเลยก็ว่าได้ ในช่วงหน้าหนาวแบบนี้

อย่างวันนี้ อบ ไก่ ค่ะ


อันนี้อบเนื้อแกะค่ะ



บางวันก็ต้มจับฉ่าย หรือ ตุ๋นแกะ ตุ๋นหมู เรียกว่า สะดวกมากเลยค่ะ
เพราะแค่วางอาหาร แล้ว จับยัดเข้าไปในช่องนี้



ที่นี้ เล่าเรื่องฟืน นิดหนึ่งค่ะ... การอยู่ฝรั่งเศสนั้น ไม่สามารถ ออกไปเดินเก็บฟืน ต้มกา น้ำเดือดเรามาแบ่งกันกิน ฟืนหมดเราช่วยกันเก็บฟืน ได้
(เด็กรุ่นหลัง งง ใช่มั๊ยคะ เหอๆ)

ดังนั้น เราต้องซื้อค่ะ... ฟืนหนึ่ง แพ็ค ก็ห้า หรือ หก อันนี่แหละนะ ราวๆ เจ็ด - สิบ ยูโร ค่ะ... ซึ่งอันนี้เราจะใช้กับเตาผิงที่สวยๆ ในห้องครัว (เค้าจะไม่ยอมรับฟืนขี้เหร่ๆ ในเผาอิงแบบเปิดได้)

ส่วนเตาผิงแบบปิดได้ เราจะเอาฟืนที่ขี้เหร่ๆ ยัดเข้าไป

อ้อ...คนฝรั่งเศส เค้าชอบทำบ้านให้สวยๆ แม้กระทั่งฟืนที่จะเผาในเตาผิง เค้าก็คัดเกรดกันค่ะ เหลือเชื่อเน๊อะ

เพราะถ้าตาสุข (พ่อของป้าลีเอง) มาเห็นว่าเราต้องซื้อฟืนแพงขนาดนี้นะ เป็นลมแน่ๆ เลย...เพราะแถวบ้าน ตาสุขเดินเก็บฟืน ทำความสะอาดสวน ตัดต้นไม้ ก็ได้ฟืนแระ ไม่ต้องเสียเงินหลายร้อย บาท เพียงแค่ซื้อฟืนมาเผาสร้างไออุ่น แต่มันก็ถูกกว่าค่าไฟฟ้านิดหน่อยค่ะ

ส่วนภาพสุดท้ายนี้... มองแล้วรู้สึกว่า ไฟ มันมีความเซ็กซี่ เร่าร้อน เหมือนกันนะคะ...

มองแล้วก็รู้สึกได้ว่า ของบางอย่าง ในคุณสมบัติของมันนั้น ค่อนข้างอันตราย แต่ความรู้สึกของเราที่เห็นนั้นกลับให้คุณค่า มันไปในทางบวก
เช่น เปลวไฟ ฉันรู้สึกว่า มันสวยเซ็กซี่

เสือ..ฉันคิดว่า มันมีความอำนาจ อยากครอบครอง

งู...คิดว่า มันงดงามและน่าหลงไหล... ทั้งๆ ที่มันน่ากลัวและมีพิษ...

แปลกจริงๆนะคนเรา...





Create Date : 08 มกราคม 2554
Last Update : 8 มกราคม 2554 21:49:10 น.
Counter : 2989 Pageviews.

14 comment
ฝรั่งเลี้ยงหมา ดูแลหมา แต่ไม่ดูแลพ่อแม่

วันนี้นั่งกินข้าวที่หน้าเตาผิง... คุยกันเรื่องหมาๆ แมวๆ กับคนข้างๆ
และช้อนเกือบหล่นจากมือ เมื่อคนข้างๆ พูดว่า

“ฝรั่งนะ เลี้ยงหมา ดูแลหมา แต่ไม่ดูแลพ่อแม่”

เออเน๊อะ... หวนกลับมาคิดตาม ก็เห็นจริงด้วยนะ แม้จะไม่ทุกคน แต่ถ้าเทียบกับประเพณีบ้านเราแล้วก็ต่างกันริบเลย
และนี่ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่ หญิงไทยคนงามหลายๆ คนที่มีปัญหา นี้กับคู่สมรสชาวต่างชาติ

เราๆ ท่านๆ คงเห็นว่า เป็นเรื่องไม่ผิดปกติเลยที่จะเห็นฝรั่งอยู่คนเดียว และหลายๆครั้ง ที่ไปซื้อของกินในห้าง จะเห็น ฝรั่งแก่ๆ เกิน เก้าสิบ ออกมาเข็นรถเข็น เลือกซื้อของ ด้วยมืออันสั่นเทา...
และมาคนเดียว... ถ้าเป็นที่บ้านเรา จะไม่มีทางได้เห็นภาพแบบนี้แน่นอน...

เพราะมีคนแก่เดินในห้างก็มีแต่ลูกๆหลานๆ เดินตามกัน เฮฮาสนุกสนาน

ฉันก็ไม่รู้ว่า ชีวิตของคนแก่เหล่านั้นในต่างประเทศเค้าอยู่คนเดียวได้ยังไงกัน

และที่สำคัญ... คุณคงรู้ว่า ฝรั่งเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวเนี่ย ดูแลใส่ใจยิ่งกว่าเด็กอ่อนซะอีก
ไม่ว่าจะกินจะเดิน จะนอน เรียกว่าอุปกรณ์ครบ... มีชั่วโมงพาหมาเดิน บ้านช่องก็ต้องสะอาด เพราะจะให้หมาอยู่แบบเคลียด และสกปรกไม่ได้ เดี๋ยวสุขภาพจิตมันไม่ดี...และถ้าหมาสุขภาพจิตไม่ดี เพื่อนบ้านอาจโทรเรียกตำรวจมาตรวจค้นบ้านเราได้

แต่คำพูดของคนข้างๆ เล่นเอาเราสะอึก เพราะฝรั่งเค้ารักหมา... เลี้ยงหมายังกะเลี้ยงลูก แต่กับพ่อแม่แก่ๆ ก็ไม่เห็นจะไปดูแล เช็ด... เช็ด....ทำความสะอาดนะ
ยิ่งฝรั่งคนแก่ๆ ขี้วีนแล้วล่ะก้อ..ลูกหลายหายหมด

อ้างว่า เพราะคนแก่ท่านนั้นจิตใจไม่ดี วีน ทำลายความสุขของลูกหลาน ทำไรให้ก็ไม่มีความสุข แล้วลูกหลานก็ไม่มาหาก็เป็นเรื่องปกติ เพราะถ้าเค้าไม่มีความสุขเวลาลูกหลานมาเยี่ยม แล้วใครจะมาเยี่ยมเค้าล่ะ...

เอ...แต่ถ้าเป็นคนไทยเรา หลายครั้งที่พ่อแม่เราวีน แต่เราก็ลดๆ และไม่ถือนะ เพราะเราคิดว่า พ่อแม่เลี้ยงดูเรามา ยังไงก็อดทนดูแลท่าน...อันนี้ก็เห็นบ่อยไป...ในหลายครอบครัว ว่ามั๊ยคะ

หลายครั้งที่ดูข่าว ที่ฝรั่งตายคนเดียวในบ้านพัก.. นั่นเล่นเอาจิตใจคนไทยอย่างฉัน สลดเป็ดเลยแหละ

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ตอนที่กลับเมืองไทย... เราสองคนไปเที่ยว ถนนคนเดินที่พัทยา...
กำลังเดินๆ อยู่นั้น พลันก็เหลือบไปเห็น ฝรั่งแก่ ท่านหนึ่ง นั่งรถเข็นไฟฟ้า ขับเคลื่อนอยู่ในถนนคนเดินอย่างมีความสุข มองดูเหล่า แองเจิล (คงรู้นะคะ) ทั้งหลาย

ฉันได้ยินเสียงครอบครัวคนไทย แต่งตัวดี สองท่าน ที่จูงมือกันสวนทางมา พูดว่า

“ดูสิ ขนาดเดินไม่ได้ ยังจะไม่เจียมสังขารณ์ ออกมาดูหอยอีกแน่ะ”
ผู้หญิงคนไทย พูดกับสามีเธอที่เป็นคนไทย
อันนั้นก็ต่างความคิดกันไป

แต่ฉันกลับคิดว่า... น่าจะยินดีกับเค้ามากกว่านะ เพราะการมีชีวิตใกล้ตาย แบบอยู่คนเดียวที่เมืองนอกเนี่ย...มันนรกชัดๆ

แล้วที่เห็นเนี่ย เค้ามีความสุข มีรอยยิ้ม ฉันไม่รู้หรอกว่าเค้าจะไปนั่งดริ๊งค์ หรือหิ้วใครกลับบ้านด้วยหรือเปล่า
ฉันไม่ได้ไปสนใจตรงนั้น ชีวิตใครชีวิตมัน

แต่ที่ฉันและสามี สนใจก็คือ...เห็นคนแก่ท่านนั้นแล้ว ก็เข้าใจและรู้สึกมีความสุขกับเค้าด้วย
เพราะเข้าใจเป็นอย่างดีว่า
ชีวิตช่วงนี้ของเค้า ถ้าเค้าอยู่บ้านเมืองเค้านั้น มันเป็นยังไง... ซึ่งแตกต่างกับที่เค้ามาอยู่เมืองไทย เป็นแน่แท้...



Create Date : 07 มกราคม 2554
Last Update : 7 มกราคม 2554 21:28:03 น.
Counter : 1048 Pageviews.

8 comment
ชีส ฝรั่งเศส... ยี้ cheese
พูดถึง ฝรั่งเศส ถ้าไม่กล่าวถึง ไวน์แดง ฟัวกรา และ ชีส มันก็กะไรอยู่

ไม่รู้ท่านอื่นๆ เป็นเหมือนฉันหรือเปล่านะคะ คือ ไม่ชอบชีสฝรั่งเศสอย่างแรง

-เหม็น..... จริงๆ นะคะ (แต่ปลาร้า รับได้เด้อ)
-รสชาติ มันแปลกๆ น่ะค่ะ เพราะกินกับขนมปังแข็งๆ ด้วยอ่ะ...

แต่หลังๆ เริ่มหาชีสที่อร่อยถูกปากตัวเองเจอ...

มันคือ นี่ค่ะ....

ชีสจากนมแพะ







หลังจากที่คนข้างๆ พยายามอธิบายของคุณประโยชน์ของชีส ว่าดี ไม่แพ้นมวัว เนื่องจาก ในชีสนั้นมีโปรตีน ซึ่งคุณสมบัติเลยไม่ต่างจากเนื้อสัตว์
อีกทั้ง มีแคลเซี่ยมสูง ... และสารอาหารชนิดอื่นๆอีก หลายอย่าง

ซึ่งเจ้านายก็พยายามอยู่หลายปีในการจูงใจ ให้คุณนายป้า กินชีส เพราะมันมีประโยชน์จริงๆ แต่คุณนายป้าก็ ยั๊งงงง เลือกกินอยู่ดี

แต่เมื่อเจ้านายได้พยายาม ทดลองหาชีส จากเป็นร้อยชนิด มาได้ลองชิมแล้ว ลองชิมอีก ชิมมันไปเรื่อยๆ

ก็ไปติดใจชีสนมแพะนี่แหละค่ะ

-กลิ่นไม่เหม็น
-รสชาติเป็นเหมือนกินครีมชนิดข้นๆ มันๆ แต่ไม่เลี่ยน
มันก็โอเคแฮะ...

ในขณะที่ชีสจากโปรตีนวัว หน้าตาแบบนี้ค่ะ



กลิ่นเหม็นๆ รสชาติมัน ทำให้เลี่ยนๆ

และชีสจากนมวัว ก็มีทั้งประเภทแข็งและแบบครีม ค่ะ มีหน้าตาใหญ่เท่าบ้าน ซึ่งในอดีตสะดวกในการเดินทาง เพราะเก็บได้นาน จะกินทีก็ตัดแบ่งเป็นชิ้นๆ






ชีสจากนมวัวชนิดหนึ่งค่ะ



จากชีสนมวัว ก็มีชีสจากถั่วด้วยนะคะ ไม่เหม็นเลยค่ะ รสชาติก็อร่อยค่ะ แต่ชอบชีสนมแพะมากกว่า



อย่างที่เราทราบกันว่าฝรั่งเศสนั้น มีชีสเป็นร้อยๆ ชนิด เรียกว่าหากจะต้องเลือกชีสมาลิ้มลองสักอัน ต้องยืนนานๆ เลยค่ะ เพราะมันเลือกไม่ถูกจริงๆ









ตอนนี้ยอมกินชีสแล้วค่ะ เพราะยังไงๆ ก็ถูกเจ้านายบังคับแกมขอร้อง เพราะมันดีกว่ากินเค้ก กินช็อคโกแล็ตนะจ๊ะเมียจ๋า...

อ่ะ จ๋า ก็จ๋า...

ไม่อยากขัดใจ อิอิ



Create Date : 04 มกราคม 2554
Last Update : 4 มกราคม 2554 4:13:49 น.
Counter : 1584 Pageviews.

6 comment
คนไทยไปอยู่ใหนใครก็รัก
เพราะ สุภาพ อ่อนโยน ยิ้มเก่ง และชอบบริการ นั่นเป็นเอกลักษณ์ของคนไทย

ได้ยินใครบางคน พูดว่า คนไทยโดนดูถูก โดยเฉพาะหญิงไทย ส่วนตัวฉันแล้ว ยังไม่เคยโดนกับตัว อาจจะเป็นด้วยว่า อยู่ ต่างจังหวัดของฝรั่งเศส ก็เป็นได้
เด็กๆ หนุ่มสาว ก็มักจะมองฉัน พอฉันยิ้มให้ เค้าก็มักจะยิ้มตอบกลับมาด้วยสายตาที่เป็นมิตร

ยังไม่เคยเห็นว่า ใครจะตีหน้ายักษ์ใหญ่
แต่ถ้าเป็นคนกรุงเทพฯ ล่ะเห็นบ่อย (ขออภัยแต่พูดความจริง น่ะค่ะ)
คนกรุงเทพฯ เห็นฉัน และสามี(แน่นอนค่ะ เป็นชาวต่างชาติ ชาวฝรั่งเศส) มักจะทำสายตาดูถูกเหยียดหยาม

ครั้งหนึ่งไปทานข้าวกับสามีที่ร้านบุรีธารา แถวพระราม 3 แน่นอนฉันไม่ได้ใส่สูทไป แต่ก็แต่งตัวปกติ เสื้อแขนยาว ไม่เปิดนม แต่ใส่กระโปรงสั้นเหนือเข่า (แต่ไม่จู๋ เพราะวัยไม่เอื้ออำนวย)

วันนั้นนั่งกันริมน้ำ และภาษาอังกฤษของฉันก็ไม่ได้เก่งเกจอะไร มีแต่ยิ้มสยาม
วันนั้นโต๊ะข้างๆฉัน มีสามคน หนึ่งในนั้นเป็นชาวต่างชาติ และเป็นเพื่อนร่วมงานกับคนไทยอีกสองคน
ผู้ชายคนไทย ผูกเน็กไท ส่วนผู้หญิงก็อายุมากกว่าฉัน เดาว่าน่าจะเป็นผู้จัดการแผนก และเธอก็พูดอังกฤษไม่เก่ง เหมือนฉันเลย..แต่ฟังดูแล้ว สำเนียงน่ารักมาก เพราะเธอหัวเราะไป พูดไป แต่ในท่าทีนั้นก็บ่งบอกว่า เธอได้พยายาม...

และเธอขอโทษ สำหรับภาษาอังกฤษของเธอกับต่างชาติท่านนัน้อยู่หลายครั้ง ฉันมองดูแล้วก็น่ารักมาก... เธอเองก็ยิ้มให้ฉันเมื่อสายตาเราสบกันเป็นบางครั้งที่เธอเดินผ่านไปห้องน้ำ

แต่ผู้ชายคนไทยสิ...
“อย่าไปสนใจมากพี่... พูดไปเถอะ อย่าไปสนใจใคร... คนอื่นจะยังไงก็ช่าง.. และแบบนี้น่ะ เดาก็รู้ว่าพวกใหน” เขากล่าวถึงใครคนหนึ่ง

“เห็นก็รู้แล้วว่าเป็นยังไง... คงจะมานั่งเดทแรกน่ะ “ เอ๊ะ...ใครคนหนึ่งที่น้องมันว่า...สักจะใกล้ตัวกรูแฮะ..เพราะวันนี้มีฝรั่งแค่สองคน โต๊ะฉัน กับโต๊ะมันนั่นแหละ แต่กรูไม่ได้เดทแรกนะว้อยยย แก่ป่านนี้แล้ว...

“ป้อง อย่าเสียงดังสิ...เดี๋ยวเค้าได้ยิน...อาจไม่ใช่หรอก เกรงใจเค้า” ผู้หญิงพูด
แล้วไอ้ป้องก็หันไปพูดกับฝรั่งที่มาด้วยกัน ว่า

“มีหญิงไทยมากมายที่พยายามจะจับฝรั่ง... เดี๋ยวนี้เห็นบ่อย ยูต้องระวังตัวนะ บางทีไปนั่งดริ๊งค์รอแขกทั้งคืนก็มี..
เขาไม่อยู่แต่ในผับอย่างเดียวแล้วนะ..เดี๋ยวนี้ตามร้านอาหารทั่วไป ก็พวกเธอทั้งนั้นแหละ ดูนานๆ หน่อยก็แล้วกัน”
เอ่อ.... ขอบใจนะป้อง...ที่มรึง ช่วยโฆษณาแต่เรื่องดีๆ ของหญิงไทยจัง

“แล้วพี่ก็มั่นใจคุยๆ ไป...อย่าไปสนใจเลย แบบนี้น่ะเห็นมาเยอะแล้ว” ฉันก็เริ่มรู้สึกไม่ค่อยดี สามีก็หันมาถามว่า ไม่สนุกเหรอ... ฉันก็บอกสามีไปตรงๆ

เค้าก็ทำหน้าแปลกๆ เพราะด้วยหน้าที่การงาน และ ปริญญาเอกสองใบของสามีแล้ว เค้าก็ไม่เคยจะดูถูกใคร แม้กระทั่งสาวบาร์ สาวไม่บาร์ก็เถอะ...

ส่วนฉันเอง แก่ปูนนี้แล้ว เด็กรุ่นนั้น เดี๋ยวนี้มันไม่มีให้เกียรติ คนรุ่นที่เกิดก่อนมันเลยหรือยังไงนะ...

และอีกครั้ง...ที่เจ็บปวดในแผ่นดินเกิดตัวเอง... วันนั้น เดินผ่าน หญิงคนหนึ่ง แถวสีลม... หญิงคนนั้นก็น่าจะห้าสิบกว่าแล้วแหละ... (สีลมเป็นที่ทำงานเก่าของฉัน )

ฉันก็เดินจูงมือกับสามีและคุยกันสนุกสนาน
เมื่อมาเดินผ่านหญิงคนนั้น...ฉันก็ยิ้มให้เธอ... แต่เธอตีหน้ายักษ์กลับมา... และมองฉันเพ่งพินิจ

ฉันตะลึงนิดหน่อยจาก กิริยาของเธอ.. และหันไปยิ้มกับเธออีกครั้ง คราวนี้ตั้งใจยิ้มให้เธอโดยตรงก็ว่าได้... เธอก็ไม่ยิ้มตอบกลับมา หากแต่มองเลยไปที่สามีที่วันนี้แต่งตัวหล่อสุด ตั้งแต่รองเท้าที่มันวาว...ยันเสื้อเชิ๊ต ที่รีบเปรี๊ยะ... ขาดก็แต่เน็กไท นั่นแหละ...

สายตาที่มองดูเราทั้งคู่... ตัดสินแล้วเรียบร้อยว่า อีตัว กับฝรั่งขี้นก...

ฉันบอกตรงๆ ว่าค่อนข้างชินนะ...มันคงไม่มีใครเอาปริญญาบัตรมาแปะหน้าผาก เวลาเดินไปใหนมาใหนหรอก... อีกอย่างต่อให้เป็นฝรั่งขี้นกกับอีตัวเมดอินไทยจริงๆ ฉันก็ไม่เคยโกงกินชาติก็แล้วกัน

แต่ที่ชินเพราะคนไทยมองหญิงไทยที่มากับฝรั่งแบบนั้นบ่อยๆ

แต่การใช้ชีวิตที่เมืองนอก ไม่ว่าจะประเทศใหน (เหมือนหลายประเทศนะคะ ) ตั้งแต่ เดินขึ้นสายการบิน ผ่าน ตม ยันเดินไปเหยียบแผ่นดินของประเทศนั้นๆ ยังไม่เคยเห็นใครส่งสายตาดูถูก

ยิ่งคนแถวบ้านฉันนั้น รักฉันทุกคนแหละ ไปใหนมาใหนก็ทักทายและจดจำฉันได้ดี (อยู่บ้านนอกก็ดีตรงนี้แหละ) ทำให้ ครอบครัวนี้ หลงรักสาวไทยเอามากๆ เพราะเขารู้สึกภูมิใจ
เพราะยิ้มสยามและเอาอกเอาใจเก่ง (ต่อให้ไม่เก่ง ก็ยังเก่งกว่าคนยุโรปทั่วไป อันนี้คนไทยในต่างแดนคงทราบดี)

และสำเนียงฝรั่งเศสที่เพี้ยนๆ แต่มักเรียกเสียงหัวเราะเป็นประจำ ฉันจึงต้องพยายามให้มากขึ้น เพื่อเค้าจะได้ไม่ว่าฉันขาดการพัฒนาในครั้งต่อไป

ด้านอาหารไทย... ต้องรับว่า หลายคน หลงรักอาหารไทย เอาง่ายๆ แหนมหมู.. ทำง่ายและอร่อยมาก ต้มซุปต่างๆ เช่น ต้มยำ ต้มจืด หรือ ต้มจับฉ่าย... ที่บ้านทำเพราะไม่อยากเหลือทิ้งผักบางชนิด ที่เค้ากินแต่หัว แล้วเอาต้นทิ้งไป เช่น ราดี้ (Rady เค้าเรียกงี้อ่ะนะ อาจเขียนผิดขออภัย)


พอทำเป็นซุปเสร็จ คนก็ชอบกิน..แรกๆ ก็คนในบ้านตัวเองที่ชื่นชอบอาหารฝีมือคนไทย แม้จะเป็นเมนูง่ายๆ ก็เถอะ

หลังๆ มาเริ่มเป็นเพื่อนบ้าน... เพื่อนแม่ เพื่อนของพ่อ.. เพื่อนของพี่ๆ น้องๆ ต่างอยากลองชิม อาหารไทยกันทั้งนั้น...

โดยเฉพาะ แหนมหมู ที่ทำเป็นสเต็ก ไว้ดื่มกับไวน์แดง... แมมมมมมม มันเข้ากันได้ดีจริงๆ ค่ะ...

ส่วนคนที่อยู่เมืองใหญ่ อาจจะได้อารมณ์อีกแบบ อันนั้นก็ถือว่าเล่าสู่กันฟังก็แล้วกันนะคะ ว่าต่างจังหวัดที่นี่เป็นประมาณนี้น่ะค่ะ

%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
ใครชื่นชอบ แนวชีวิตจริง แนะนำอ่าน จากใจ ชายแปลงเพศคนหนึ่ง

ที่นี่ค่ะ

http://wwwlifeinfrance.blogspot.com/2010/12/blog-post_28.html#more



สิ่งหนึ่งที่ฉันอยากจะทำ... ก่อนที่วันสุดท้ายของชีวิตจะมาถึงอันใกล้นี้
ก็คือ การนั่งรถกลับบ้านไปหาแม่ที่ร้อยเอ็ด... และอยู่ในอ้อมอกของแม่จนวันสุดท้าย...

ฉันชื่อชาตรี... แต่คนทั่วไปจะเรียกฉันว่า คุณชา...(กระแดะเรียกเนื่องจากให้เกียรติฉัน เพราะฉันเป็นพวกคนละสปีชี่กับพวกคุณ)

และหลังจากนั้น ฝรั่งจะเรียกฉันว่า “ที” ที่แปลว่าชา

สมัยที่ฉันเป็นเด็ก เมื่อ สามสิบปีที่แล้ว กว่าที่ครอบครัวจะรู้ว่าฉันเป็น “อีแอบ” นั่นก็ หลังสิบขวบไปแล้ว
แต่ฉันเองรู้ตัวเองตลอดเวลาตั้งแต่จำความได้ ว่าชอบอะไรและไม่ชอบอะไร

ณ พ.ศ.นั้น ประเทศไทยแลนด์ยังไม่อ้อแขนรับอีแอบเหมือนปัจจุบัน แต่ฉันก็โชคดีที่ครอบครัวยอมรับและไม่ได้รังเกียจแต่อย่างใด

http://wwwlifeinfrance.blogspot.com/2010/12/blog-post_28.html#more



Create Date : 29 ธันวาคม 2553
Last Update : 29 ธันวาคม 2553 3:55:10 น.
Counter : 966 Pageviews.

13 comment
1  2  

Lee Jay
Location :
Nurmijärvi,Helsinki   Finland

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 129 คน [?]



ชื่อ ลี ค่ะ เป็นป้ารุ่นน้อง(ยังไม่ถึงกับเป็นป้ารุ่นพี่)

ป้าลีทำบล็อคส่วนตัว หากภาษาที่ป้าลีใช้ไม่สุภาพ
หรือเขียนผิด ป้าลีขออภัยมา ณ โอกาสนี้นะคะ

บล็อคนี้อยากเสนอเรื่องราวของตัวเอง ทั้งเรื่องเรียน
เรื่องการใช้ชีวิตในฟินแลนด์ ซึ่งอาจจะมีสองด้าน
ทั้งลบและบวก

อยากให้พิจารณาและเลือกอ่านเอาเองนะคะ

และก่อนจะก็อปปี้เพจใดๆ หรือรูปภาพต่างๆ
ให้ขออนุญาติป้าลีก่อน ไม่ได้ใจร้าย แต่อย่ามักง่าย...

ถ้ายังฝืนลักลอบก็อปปี้ไป............ขอให้.....




New Comments
Group Blog