ขอเบรคในหมวดนี้ก่อนนะคะ...โดนก็อปไอเดียอีกแระ...เซ็ง


     จากที่เคยโดนก็อป แบบไปโพสต์ทั้งดุ้น (บ่อยๆ)  ตอนนี้กลายเป็นว่า โดนก็อปไอเดียแทนในหัวข้อ  แต่ไปเปลี่ยนแค่คำพูด...  ป้าลีออกอาการเซ็ง

     ใครจะทำมาหากินอะไรก็ ทางใครทางมันไปก็แล้วกัน 

     ตอนนี้ขอเบรคหมวดนี้ก็แล้วกัน  ไปเล่าเรื่อง วิถีชีวิต ของประเทศน้ำแข็ง กันดีกว่า  เล่าเรื่องจีบฝรั่ง ทีไร โดนเว็บหาคู่ เบียดเบียนแนวคิดทุกทีเลย






Create Date : 08 ธันวาคม 2556
Last Update : 8 ธันวาคม 2556 17:45:53 น.
Counter : 2500 Pageviews.

3 comment
ทำเฟซบุ๊คยังไงให้จีบหนุ่มได้


เราคงไม่ปฏิเสธว่า เฟซบุ๊ค กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตใครหลายๆคนไปซะแล้ว


ในมุมมองของป้าลี เฟซบุ๊คก็เปรียบเสมือนโปรไฟล์ ที่บ่งบอกหน้าตาเจ้าของเฟซบุ๊ค    ที่มีไว้ โชว์ความเป็นตัวตนของเรา มันแสดงให้เห็นว่า วิถีแห่งชีวิตของเราเป็นยังไง อารมณ์ใหน และ มีมุมมองกับชีวิตยังไงบ้าง เช่น ขี้โวยวาย ขี้อวด ขี้บ่น หรือ ขี้เกียจ อะไรประมาณนั้นนะ

และต้องบอกก่อนว่า นิสัยส่วนตัวป้าลีไม่ชอบเฟซบุ๊คเท่าไหร่หรอกเพราะมันไม่สื่อถึงสิ่งที่เราอยากจะบอกมากมายนัก


แต่เมื่อพูดถึงเรื่องจีบผู้ชาย  เฟซบุ๊คมันคือเครื่องมือที่จำเป็นมากสำหรับภารกิจครั้งนี้

ลองนึกเอาง่ายๆ นะคะ เวลาที่เราเห็นคนเล่นเฟซเจาะจงแต่หน้าตัวเองเต็มไปหมด คุณคิดว่าอะไร?

ในขณะที่เจ้าของเฟซบุ๊ค ก็อารมณ์แบบว่า “หนุกๆ เอามันส์” แต่มุมมองของคนดูล่ะ เค้าคิดยังไง?หรือคนดูก็ไม่ได้คิด?

มันก็มีสองแบบในมุมมองคนดู คือ ถ้าเค้าไม่คิดอะไร  ก็เพราะว่าเค้าก็คิดแค่ว่า ไม่เห็นเป็นไรก็แค่หนุกๆ เอามันส์

คุณคิดว่าผู้ชายเช่นนี้คือคนที่คุณต้องการหรือไม่?  (อารมณ์แบบนั้นมันก็มีกันทุกคนแหละแต่มันควรจะคิดแบบนั้นตลอดชีวิตเลยมั๊ยล่ะ? นั่นคือความหมายของป้าลี)

อีกมุมหนึ่งคือ คนที่คิดมากกว่าการเห็นแค่รูปถ่ายของเจ้าของเฟซบุ๊ค.... เค้าคิดอะไรบ้าง?

เค้าก็จะมองเลยไปถึงว่า เจ้าของเฟซบุ๊คนี้ สมมุติว่าเป็นคุณก็แล้วกันนะ.... 


เค้าก็จะเห็นว่าคุณมีวิถีชีวิตเป็นยังไง ไปเที่ยวใหนบ้าง กินอาหารยังไง ลาบก้อย หรือ สเต็กที่ซีร็อคโค่ หรือ สถานที่ที่คุณไปเป็นยังไง สนใจแต่รูปหน้าตัวเองบานเต็มเฟซบุ๊ค หรือสนใจวิถีวิชิตของคนรอบๆนั้น วิวทิวทัศน์ รักธรรมชาติ หรือ อื่นๆ ไรงี้ล่ะ

มีกิจกรรมอะไรบ้าง ?  เช่นสาวๆ ปาร์ตี้อย่างเดียวเลย แต่งสวยเซ็กซี่ออกผับ ออกบาร์ตลอด มันก็ดูสวยและชีวิตน่าสนุก แต่คุณคิดว่าผู้ชายเค้าคิดอะไรบ้าง ที่ทั้งปีทั้งชาติเราใช้ชีวิตอยู่แต่แบบนั้น?

ตรงนี้ ป้าลีในมุมมองของ Recruiter (เก่า) (ไม่ทราบว่าภาษาไทยที่เหมาะสมใช้คำว่าอะไรคะ...ผุ้สรรหาบุคลากร ฟังแล้วไฮโซเว่อร์เน๊อะเอาเป็นว่าใช้ รีครูทเตอร์นั่นล่ะ ฟังแล้วไม่แสลงหู)

เวลาที่เรามองใครที่อยากจะชักชวนมาร่วมงาน ป้าลีก็จะมองโปรไฟล์เค้า 

ดูแนวคิดของเค้า ดูวิถีชีวิตของเค้า ดูความเหมาะสมของเค้าว่าระดับใหน คู่ควรกับค่าตัวเท่าไหร่  "ถูก หรือ แพง" ยังไงบ้าง  

เป็นคนประเภทใหน เค้าชอบอะไร เราจะเข้าแนวใหน ประมาณนั้นแหละ



ซึ่งพอมาดูเฟซบุ๊คของสาวๆ หลักๆ ก็จะเห็น ดังนี้

โชว์ใบหน้าอันงดงามของหล่อน ทุกอารมณ์ ทุกชั่วโมง  (ไปใหนก็เถอะ ทุกรูปขอเห็นแต่หน้าตรูอ้าวก็เฟซบุ๊คตรู อ่ะนะ..เออป้าลีเข้าใจ...แต่....)



โชว์อาหาร (กินไรขออวดก่อนก็ไม่พ้นอาหารร่วมกับใบหน้าอันงดงามของหล่อนอีกนั่นแหละ)



โชว์รูปภาพที่ไม่ได้รับการคัดสรรค์ แต่อย่างใด เช่น ไปเที่ยวเกาะมา

มีภาพร้อยภาพ ตรุลงหมดทุกภาพ  แม้ภาพจะซ้ำซ้อนวิว แต่ถ่ายต่างกัน เสี้ยววินาทีเดียว...เอ่อ.... หนูช่วยเลือกสักหน่อยไม่ได้เหรอคะจำเป็นมั๊ยว่าต้องเอามาทุกเสี้ยววินาทีที่ถ่ายน่ะ

คนดูขี้เกียจดูไม่แปลกนะ แต่มันดึงความสนใจของบุคคลสำคัญที่เราอยากจะจีบเค้าน่ะ ได้หรือเปล่า? 

หรือแค่ทำให้เค้ารำคาญที่จะดู เหมือนอย่างที่ป้าลีกำลังรู้สึกนี่แหละ? แล้วมันจะจีบหนุ่มได้อย่างไร



ไม่มีกิจกรรมใดๆ ในชีวิต นอกจากปาร์ตี้วงเหล้าในผับ (คือถ้าเราจะปาร์ตี้ไม่แปลกนะคะ แต่คุณสมบัติด้านอื่นๆ ของเราน่ะมีแล้วหรือยัง? เช่น 

 เล่นกีฬา ดำน้ำ ตีกอล์ฟ บาสเก็ตบอลวอลเล่บอล ฟิตเนส ว่ายน้ำ โยคะ หรือ ทักษะอื่นๆ หรือ งานที่บ่งบอกความสามารถ อะไรพวกนี้อ่ะนะ)


ไม่มีโชว์องค์ความรู้ใดๆ เลย นอกจากรุปหน้าของตรูอย่างเดียว เท่านั้น


ไม่มีความรู้รอบตัว รอบโลก (แค่ไทยแลนด์ตรูยังรู้ไม่หมดเลยอีป้า....อ่ะนะ)

คือ ถ้าเราจะใช้เฟซบุ๊คในการจีบหนุ่ม   อยากให้พิจารณาจัดแต่งเฟซบุ๊คให้เป็นหน้าเป็นตาแก่หนุ่มที่จะเข้ามาดูนิดนะคะ 

(แต่ถ้าไม่ได้ใช้เพื่อการจีบหนุ่มก็ไม่อยู่ในหมวดนี้ที่กำลังอ่านอยู่นะคะ)


เพราะว่ามันสำคัญมาก ใช้เฟซบุ๊คให้เป็นประโยชน์มากกว่าแค่สนุกๆกับเพื่อนฝูง...

ของเหล่านี้มันบ่งบอกความละเอียดละออของชีวิต บ่งบอกความประณีต

ซึ่งคุณค่าของชีวิตคนเราก็จะแตกต่างกัน ตรงความละเอียดนี่แหละ

จาก...ป้าลี 

.........................................................................................


สำรวจคุณสมบัติตัวเอง  เพื่อให้จีบหนุ่มง่ายขึ้น

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=leejayfinland&date=25-11-2013&group=34&gblog=5




Create Date : 03 ธันวาคม 2556
Last Update : 3 ธันวาคม 2556 15:41:37 น.
Counter : 880 Pageviews.

5 comment
ปัญหาเรื่องลูกเก่าเมียเก่า... คิดดีหรือยังว่าเรารับได้จริงๆ


    อันนี้เป็นปัญหาเรื่องใหญ่มากของชีวิตครอบครัว กรณีที่ “เค้ามีลูกติด” เป็นเรื่องที่อยากเล่าแม้ว่าจะเป็นแฉชีวิตตัวเองก็เถอะ

เรื่องนี้ป้าลีเบื่อมาก เข็ดขยาด น่ากลัวน่าสยดสยอง จนขี้ขึ้นสมองจริงๆนะ เมื่อบอกลากันจบเคสไปแล้ว


และจนกระทั่งเมื่อมีหนุ่มมาจีบ จะเช็คก่อนว่ามีลูกติดมั๊ย ลูกอายุเท่าไหร่อยู่กับใคร ไรงี้ (ใจป้าลีพาลไม่รับคนมีลูกติดด้วยซ้ำเพราะความกลัวเป็นเหตุ ขอคนโสดหรือลูกโต สถานเดียว)

เคสของป้าลี คุณแม่ของเด็กน้อยคือ สาวฟินแลนด์  และเคสที่เจอสาวฟินน์แรงมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


แรงแบบน่าสยดสยอง ถูกรังควาญ ใช้ลูกมาเป็นตัวเล่นเกมส์ ดึงเกมส์ เรียกร้องเงินทองแบบสุดๆ เรียกว่ากฏหมายมีคุ้มครองเท่าไหร่ นางจัดให้เต็ม ใช้กฏหมายไม่พอ เอากฏของลูกนี่แหละมาจัดให้เต็มอีก ได้เงินเสร็จผลักลูกมาทิ้งไว้กับพ่อเด็กอีก เพราะต้องการเวลาส่วนตัวกับเพื่อน กับสังคม


ป.ล. กฏของความเป็นลูกคือ ต้องได้รับการเลี้ยงดูที่ดี กิน เที่ยว สุขภาพจิต สุขอนามัย เรื่องเรียน การบ้าน ทุกอย่างต้องเป๊ะ.. แต่ชีไม่ทำ ใช้ลูกบังคับให้พ่อทำไม่งั้นจะกลายเป็นเด็กน่าสงสาร ขาดความอบอุ่น

หรืออะไรต่างๆนาๆ เจอมาหมดแล้ว



ที่ไม่เจอคือใช้เด็กมาแกล้งเรา...  แต่สาวๆหลายคนเจอ คือสอนให้เด็กมาแกล้งเรา และใช้คำพูดหยาบคาย      เช่น


“เธอเป็นคนไทย ถ้าไม่ใช่พ่อชั้นเลี้ยงดูเธอจะอยู่ตรงนี้ได้มั๊ย”

“ก็ทำงานบ้านไปสิ พ่อชั้นจ่ายบิล เธอก็ต้องทำงานบ้านหรือจะเป็นง่อยให้พ่อชั้นเลี้ยง”


หรือไรแบบนี้แหละ เพราะเด็กเล็กๆเค้าจะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร  จนเด็กโตกว่าสิบห้านั่นแหละ ปัญหาถึงจะน้อยลงเพราะเค้าก็ไปมีชีวิตของเค้า อาจมีปัญหาวัยรุ่นตามมาแทน แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาจากแม่ของเด็กโดยตรงละ

และบางที สาวฟินน์แกล้งปั่นหัวเราเล่นให้หึงหวงก็มี ประมาณว่า นางสนุก สาวไทยรายใหนทนไม่ได้ก็จะขอบายกันไป


(อันที่จริงที่ทนไม่ได้เพราะว่าปัญหาตรงที่ผู้ชายไม่จัดการอะไรมากกว่า คงไม่ใช่เพราะโดนแกล้งแล้ววิ่งหนีหรอก)

คือ... ที่เล่าที่บอกตรงนี้ อยากให้สาวๆไทยใจงามทั้งหลาย เข้าใจปัญหาว่า จริงๆแล้ว ความแรง และเร็วของปัญหานั้น ถ้าเป็นแบบนี้รับได้มั๊ยจะเตรียมรับมือยังไง จะควบคุมคนของเรายังไงให้รักษาครอบครัวระหว่างเรากับเค้าให้ดีที่สุดได้แค่ใหน


  ถ้ารู้ตัวว่าไปหลงรักคนมีลูกติด ขอให้คิดปัญหาตรงนี้เอาไว้ก่อน อย่าคิดว่าไปลองใช้ชีวิตด้วยกันแล้วก็เห็นเองแหละ เพราะถ้าไปถึงฟินแลนด์แล้ว ทุกอย่างมันจะถูกบันทึกในโปรไฟล์ที่ตำรวจ ตั้งแต่ตอนที่เราขอเรสฯ (หรือประวัติที่สถานทูต ตั้งกะขอวีซ่าแล้ว)ดังนั้นถ้าเราเกิดหย่าร้าง และแต่งงานใหม่หรืออะไรก็ดี ตรงนี้มันเป็นเหตุถึงการขอวีซ่าครั้งต่อไป (แต่อย่าวิตกไปนะคะป้าลีแค่ยกตัวอย่าง)


 รวมไปถึงต้องเข้าใจว่ากฏหมายฟินแลนด์กรณีที่พ่อต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรนั้น เป็นกฏที่เคร่งครัดมากๆ ตัวเราเองจะถูกกระทบต่อค่าใช้จ่ายในบ้าน ต่อชีวิตประจำวัน กระทบต่อปัญหาทางจิตอีก กรณี “พ่อ แม่ ลูก”ของเค้า เพราะยังไง เค้าก็ต้องเป็นพ่อลูกและมี แม่ ต้องเป็นแบบนั้นไปตลอดชีวิต


แต่ก็อย่าวิตกกังวลจนเกินงามนะคะ ใช้สติ และพิจารณาดูก่อน (ฟังป้าลีพอเป็นแนวทางแก้ไขก็พอ)

เพราะบางทีคนของเราอาจจะจัดการกับปัญหาได้ดีก็ได้  อยู่ที่เค้านี่แหละ สำคัญมาก


ขอให้โชคดีในชีวิตครอบครัวค่ะ


.......................................................................................

สัมภาษณ์เรสซิเด้น เปอมิท เชิญทางนี้ค่ะ 

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=leejayfinland&date=26-11-2013&group=18&gblog=12



เงินช่วยเหลือหลังหย่า ทางนี้ค่ะ

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=leejayfinland&date=23-11-2013&group=18&gblog=9




Create Date : 26 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2556 18:18:35 น.
Counter : 2089 Pageviews.

0 comment
วิธีดูโปรไฟล์หนุ่ม แล้วเข้าให้ถูกทาง

     การดูโปรไฟล์หนุ่ม ก่อนส่งข้อความไปกระทบตาผู้บ่าว นั้นต้องวิเคราะห์ก่อนว่าเค้าแนวใหน

เช่น รุปร่างสูง ต่ำ ล่ำ เตี้ยประการใด  อ้วนมั๊ย ผอมมั๊ย ยิ้มยังไง และเค้าเขียนอะไรบ้างในโปรไฟล์ของเค้า

อย่ามองหาแต่ผู้ชายหน้าตาดี การศึกษาระดับปริญญาเอก หรือไรแบบนั้นเพราะว่าโปรไฟล์ก็คือของที่มันแต่งกันได้


เราไม่รู้หรอกว่าจริงไม่จริงประการใด

การดูรูปถ่าย

เช็คก่อนว่ามันน่าจะเป็นรูปที่เค้าไปแอบโหลดมาจากเน็ตหรือเปล่า  มีกี่รูป ถ้าเค้าออกแนวกีฬา เราก็ควรจะมีประสบการณ์การเล่นกีฬาบ้าง เช่นเคยเล่นวอลเล่บอลมาตั้งกะ เจ็ดขวบ บัดนี้จะสี่สิบแล้ว ก็ขอให้ตอบไปว่าเคยเล่นวอลเล่บอลเมื่อตอนเด็กๆ หรืออะไรก็ว่าไป แต่ต้องไม่เป็นการโกหกนะคะ 

การเขียนประวัติของเค้าเอง อ่านก่อนว่าเค้าประมาณรำพึงรำพรรณขนาดใหน หรือพูดแค่ Hi อย่างเดียว อันนั้นเค้าไม่ได้ตั้งใจจะเขียนหรืออาจเป็นสแกมเมอร์ก็ได้  และการใช้คำของเค้าว่า สุภาพแค่ใหน เค้าชอบอะไร ประมาณนั้นน่ะค่ะ

มีลูกมั๊ย อยู่กับใครกี่ขวบ  ประมาณนั้นต้องจำให้ได้เพราะว่าข้อมูลพวกนี้จะเป็นตัวบอกว่า ปัญหาของเค้ากับเราคืออะไร

สูบบุหรี่ หรือ สูง ต่ำ แค่ใหน ต้องเช็ค

ถ้าเค้าออกแนวสไตล์เด็กเรียน เราก็จะรู้แล้วว่าเราต้องออกแนววิชาการบ้างเล็กๆ แล้วตบท้ายด้วยมุกฮาๆ

ถ้าเค้าเป็นนักท่องโลก เราก็จะออกแนวชอบการผจญภัยพร้อมที่จะเดินทางและตื่นเต้นกับอะไรใหม่ๆ

เค้าบอกว่าเคยมาไทยแลนด์ ไปพัทยา ภูเก็ต อันนี้ให้พยายามคาดเดาไว้หน่อยว่าเค้ามีแนวคิดกับสาวไทยยังไงเพราะเค้าอาจจะคิดว่าหาคู่นอน เวลาที่เค้ามาทริปก็ได้

วิธีการส่งข้อความไปทักครั้งแรก ให้หาคำแปลกใหม่ในการทักบ้างไม่ใช่ส่งหัวข้อ ไป Hi อย่างเดียวและส่งแบบนี้ตลอดปีตลอดชาติ

เช่น เปลี่ยนหัวข้อจดหมาย จาก สวัสดี เป็น ชั้นชอบสปอร์ตเช่นกันนะ   (ดูจากโปรไฟล์ของเค้าแล้วเอาคำของเค้านั่นแหละมาเขียน)

เพราะว่ามันจะสะดุดตาและสะดุดใจตั้งกะข้อความแรกที่เค้าเห็นแล้วค่อยลงลึกไปในจดหมาย ไม่ต้องเขียนเยอะ เขียนสัก สี่บรรทัดพอ และห้ามเขียนแค่ “สวัสดี”  คุณสบายดีมั๊ย  ไปเด็ดขาด เพราะ เค้าจะรู้ว่าเราขาดการใส่ใจและทักไปงั้นแหละเผื่อฟลุคไรงั้น 

ให้เตรียมคำทักทายเก๋ๆ ไว้ในเครื่องเลย สัก สิบสไตล์  แล้วก็อปปี้ไปให้หนุ่มใหนที่เราดูโปรไฟล์แล้วและเราถูกใจ ก็ก็อปปี้ส่งอย่างเดียว รวดเร็วไม่ต้องไปคิดนาน

หาข้อมูลในเมืองของเค้าที่เค้าอยู่ในกูเกิ้ลก่อนว่ามันอยู่ตรงใหนของโลก จะได้รู้ข้อมูลล่วงหน้าว่า ชีวิตเค้าอยู่ในเมือง หรือบ้านนอก หรือ ส่วนใหนองประเทศนั้นๆ เราจะได้รู้ว่าควรทำตัวยังไง เพราะหนุ่มเมืองกรุงกับหนุ่มต่างจังหวัดนิสัยไม่เหมือนกันเท่าไหร่นะจ๊ะ

ก็ประมาณนี้แหละค่ะ ข้อมูลเบื้องต้น  สำหรับเรื่องโปรไฟล์ส่วนเรื่องเค้าจะจริงตามโปรไฟล์มั๊ยเดี๋ยวคุยไปก็รู้เองอ่ะค่ะว่าของจริงหรือของปลอม


10 สัญญานบอกเหตุระหว่างเชทค่ะ 

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=leejayfinland&date=14-11-2013&group=34&gblog=2




Create Date : 25 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2556 18:03:23 น.
Counter : 1262 Pageviews.

1 comment
สำรวจคุณสมบัติตัวเอง... อะไรบ้างที่ควรรู้ก่อนออกเดท

อันที่จริง เราควรจะพูดประเด็นนี้ตั้งกะแรกๆ เน๊อะ เพราะว่าเกิดบังเอิญไปเจอชายในฝันแล้วฝันสลายเพราะว่า แขนเราสั้น เอื้อมไม่ถึงเค้าซะงั้น

เรื่องตรงนี้ป้าลีอยากให้อ่านนะคะ ไม่ว่าคุณจะเจอชายในฝันหรือยังไม่เจอก็ตามเพราะว่ามันเป็นผลต่อเนื่องในการนำไปสู่ชีวิตครอบครัว และนำไปสู่การ “กุมบังเหียน”ผู้ชายในอนาคตนั่นแหละ (ฟังแล้วน่ากลัวเน๊อะ ป้าลีสอนไรฟวะจะมีชายหนุ่มหลงมาอ่านมั๊ยเนี่ย ป่านนี้หนีกระเจิงไปหมดแล้วมั๊ง)

เอาล่ะ ป้าลีเริ่มจากคำถามก็แล้วกันนะคะเพื่อความเห็นภาพที่ชัดเจน

คุณมีความสามารถพิเศษ อะไรบ้าง

คุณมีเสน่ห์ตรงใหนบ้าง (ในความคิดของตัวเอง)

คุณเล่นกีฬาหรือไม่

คุณทำอาหารเป็นมั๊ย

ฯลฯ หากทุกคำถามที่ว่า คำตอบของคุณ คือ “ไม่” เอาล่ะ นั่นคือปัญหา  เพราะทำอะไรก็ไม่เป็นเลย จะเอาเสน่ห์ที่ใหนไปมัดใจชาย

ถ้าคุณไม่สวยก็ไปทำให้ตัวเองสวย อ้วนก็ไปทำให้ผอม

ถ้าไม่ฉลาดก็ไปทำตัวเองให้ฉลาด

ทำอาหารไม่เป็นก็ไปทำให้เป็น หรือ อะไรก็เถอะ มันควรจะเป็น มันควรจะทำได้ ไม่ใช่ใครชวนไปใหนทำอะไร แล้วตอบว่าไม่เป็นอะไรสักอย่าง ตรงนี้แย่นะคะ เพราะว่า คนที่เค้าจะมาเลือกเรา ก็คือคนที่เค้าไปเลือกคนอื่นไม่ได้แล้ว...

ฟังแล้วร้าวรานถูกมั๊ยคะ... อีป้านี่แรงงงงงงงง   (อยากถามคำถามนี้ตามมาชิมิ“แล้วมรึงมีไรดีอีป้า”)

ถ้าถามว่า ทำใมป้าลีพูดแบบนี้... พวกหนูๆ พึงรู้เอาไว้นะว่าการหาแฟนน่ะง่าย แต่การที่หาแฟนที่รักและเทิดทูนเรา เลี้ยงดูชีวิตเรายังกับนางฟ้าเจ้าหญิงน่ะยาก

เพราะว่าอะไร? เพราะว่าชีวิตจริงแล้ว มันไม่มีนางฟ้านางสวรรค์อะไรทั้งนั้น ถ้าเราไม่อยู่เหนือเส้นขีดความสามารถของมนุษย์ นั่นแปลว่าเราเป็นคนที่ธรรมดามากกกกกกกกกกกแล้วคนธรรมดาที่ใหนจะมีแรงเอื้อมไปถึงเทพบุตรล่ะ

แต่อย่าพึ่งโกรธไป... ที่พูดแบบนี้อยากให้ใส่ใจประเด็น หันมองตัวเราแล้วพัฒนาเตรียมพร้อมก่อนลงสนามแข่ง

เพราะการเลือก “ผู้ชาย” ไม่ใช่ “ถูกเลือก” จากผู้ชาย     เป็นเรื่องสำคัญมาก

และสาวๆ ที่ออนไลน์หาคู่ทั้งหลาย ป้าลีอยากให้เล็งประเด็นว่า มันไม่ใช่แค่หาใครสักคน  แล้วนำพาชีวิตเรามาสู่เมืองนอก เดินเรื่องวีซ่าแล้วทิ้งชีวิตที่เมืองไทย ทิ้งความสุขสบายในบ้านตัวเอง  แล้วมาเรียน/หางานทำกลายเป็นแรงงานต่างด้าวในเมืองนอก เพราะชีวิตจริงในเมืองนอกหากเดินไม่ถูกทางแล้วไม่ใช่จะสบายนะคะ  ต้องทนหนาว ทนเศร้า ทนเหงาทนอะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่าง

เอาล่ะ เมื่อพูดถึงการพัฒนาตัวเองแล้ว ต้องทำอย่างไร

ก็คำถามที่ป้าลีถามไปในตอนแรกน่ะแหละ จะเป็นตัวชี้นำว่า ทำอย่างไรเราจึงจะเป็นม้าตัวแรกที่วิ่งเข้าวินเป็นที่หนึ่ง

และเคยเป็นมั๊ยคะที่ว่า... อะไรชั้นก็ทำเป็นหมด รู้หมด  เข้าใจทุกอย่างแต่................. นำไปใช้งานไม่เป็น เออ ทำไงล่ะทีนี้? ตกม้าตายอีก

เช่น รู้มาก ทำให้พูดมากโชว์มันสมองตัวเองว่าเก่ง(อีป้านี่แหละเป็นบ่อย) แต่โชว์ผิดทางซะงั้น...ผู้ชายวิ่งหนีอีกเพราะเก่งเกิน เค้ากลัววววววว

คำว่าไม่สวยก็ไปทำให้สวยของป้าลีนั้น หมายถึง.... คือ คนเราทุกคนสวยในตัวอยู่แล้ว แต่ต้องยิ้มเป็นและสบตาเป็น อันนี้แหละ ที่สาวๆ อาจจะทำไม่เป็น

เช่น การสบตา สบยังไงไม่ให้มันดูแข็งทำยังไงให้สายตาดูอ่อนโยน จริงใจ ใสซื่อ ไม่ใช่ ตาแข็ง ตาดุ ปลิ้นปล้อนอะไรทำนองนั้นแหละ

ลองยิ้มแล้วมองสายตาตัวเองในกระจกสิคะ ถ้าอยากจะเห็นชัดเจน เอากล้องมาบันทึกวิดิโอแล้วยิ้มและสบตาที่กล้อง แล้วเอาออกมาเปิดดูตัวเองตรงนี้แหละ เป็นเสน่ห์วินาทีแรก ที่เราจะต้องใช้ ก่อนภาษาพูด(พูดไม่เก่ง อังกฤษไม่คล่อง นั่นเป็นเรื่องรองลงไป เชื่อป้าลีสิ)


เรื่องการพูด ต้องไม่ชักถามเรื่องลึกลงไป เพราะว่าฝรั่งไม่ชอบการละลาบละล้วงความเป็นส่วนตัว แต่ถ้าไม่ถามเลยก็กลายเป็นไม่ใส่ใจอีกอันนี้จะทำยังไงถึงจะพอดีๆ อันนี้อยู่ที่ประสบการณ์นะคะ

 แต่ยึดหลักเอามารยาทไทยนี่แหละเป็นบันทัดฐานเช่น งานคุณหนักหรือเปล่า ไม่ใช่ไปถาม คุณทำงานอะไร(อันนี้คนตอบเค้าก็ตอบในแนวเดียวกันนั่นแหละ แต่มันฟังดูดีกว่ากัน)

และป้าลีให้ทริค เกี่ยวกับการที่จำเป็นต้องถามในเรื่องที่เฉียดฉิวระหว่างความละลาบละล้วงนั้น ให้ใช้สำเนียงอ่อนโยน

เช่น ถ้าจะถาม ว่าคุณทำงานอะไรก็ให้ทิ้งเสียงยาวๆ ให้ฟังไพเราะไม่ใช่ถามด้วยน้ำเสียง “จิก” และบางคนใช้น้ำเสียงจิกโดยที่ไม่รู้ตัวอีกด้วยกว่าจะรู้ก็แชทไปหลายปีแต่ยังหาหนุ่มไม่ได้สักที อะไรประมาณนั้นแหละ

ทริคที่สองก็คือ อาจใช้คำถามนำ เช่น  “เอ่อ ต้องพูดเป็นภาษาอังกฤษยังไงน๊า .......แล้วต่อให้คำถาม”

How I can speak in English ummmm about your job?  ประมาณนี้นะคะ เดี๋ยวเค้าก็ช่วยเราถามตัวเค้าเองนั่นแหละเราก็จะเสิรมไปว่า ใช่ๆๆๆๆ ใส่อารมณ์ในน้ำเสียงให้ตื่นเต้นไปด้วย 

อันนี้ป้าลีพยายามยกตัวอย่างนะคะแต่ก็เอาไปประยุกต์ใช้เอาก็แล้วกัน


การสร้างเสน่ห์ให้ตัวเอง เช่น เสื้อผ้าหน้าผม ตรงนี้ทริคคือให้เช็คเค้าก่อนว่าเค้าจะชอบประมาณใหน           เช่นผู้ชายบางคนไม่ชอบคนที่แต่งตัวโป๊เกินไป ไม่ชอบคนแต่งหน้าจัดเกินไปขนตาปลอมงอนมาจากสามกิโลเมตรหรืออะไรแบบนั้น 

หรือบางคนชอบสีสดใส บางคนชอบสีดำ อะไรแบบนี้ อย่าแต่งตามใจฉัน ประมาณ จ๊อจเป็นตัวของจ๊อจเองไรงั้น      รอให้เค้าตกเป็นสามีเราซะก่อน  แล้วค่อนว่ากัน(ตรงนี้ป้าลีพูดบ่อย)

เวลาออกเดทก็หาสถานที่ ที่เหมาะสมกับตัวเค้า ไม่ใช่ที่ที่เราอยากไป เช่น ต้องซีร็อคโค่ เท่านั้นที่ชั้นจะไปเดท อะไรแบบนั้น  

(สาวกรุงเทพฯ อย่าปล่อยให้เค้าเป็นคนเลือกสถานที่นะคะเพราะว่าเราควรเลือกที่ปลอดภัยและใกล้ในเดทแรกๆจะดีสุด แต่ถ้าเค้าเสนอมาเราก็เช็คดูก่อนก็ได้ว่าโอเคกับเรามั๊ย )


ว่าแล้วเราก็ไปเช็ควิธีการดูโปรไฟล์ของหนุ่มกันค่ะ  (ซ้ายมือ)

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=leejayfinland&date=25-11-2013&group=34&gblog=6



รู้จักหนุ่มฟินแลนด์ ทางนี้ค่ะ http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=leejayfinland&date=22-11-2013&group=34&gblog=4




Create Date : 25 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2556 18:10:07 น.
Counter : 896 Pageviews.

0 comment
1  2  

Lee Jay
Location :
Nurmijärvi,Helsinki   Finland

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 128 คน [?]



ชื่อ ลี ค่ะ เป็นป้ารุ่นน้อง(ยังไม่ถึงกับเป็นป้ารุ่นพี่)

ป้าลีทำบล็อคส่วนตัว หากภาษาที่ป้าลีใช้ไม่สุภาพ
หรือเขียนผิด ป้าลีขออภัยมา ณ โอกาสนี้นะคะ

บล็อคนี้อยากเสนอเรื่องราวของตัวเอง ทั้งเรื่องเรียน
เรื่องการใช้ชีวิตในฟินแลนด์ ซึ่งอาจจะมีสองด้าน
ทั้งลบและบวก

อยากให้พิจารณาและเลือกอ่านเอาเองนะคะ

และก่อนจะก็อปปี้เพจใดๆ หรือรูปภาพต่างๆ
ให้ขออนุญาติป้าลีก่อน ไม่ได้ใจร้าย แต่อย่ามักง่าย...

ถ้ายังฝืนลักลอบก็อปปี้ไป............ขอให้.....




New Comments
Group Blog