Justice or Efficiency..?? When they clash, which should prevail..??
Group Blog
 
All blogs
 
นักกฎหมายจับฉ่าย..

ขอเริ่มต้นโดยการเล่าเรื่องตัวเองก่อน..

เมื่อสามปีก่อน ช่วงที่ผมยังทำงานเป็นเลขาผู้ใหญ่ในบ้านเมืองคนหนึ่ง เป็นที่รู้กันดีว่า แม้ท่านจะดูเป็นผู้ใหญ่ใจดี แต่เวลาทำงานโดยเฉพาะงานกฎหมาย ท่านจะเฮี้ยบและมีมาตรฐานที่สูงมาก วันนึงผมไปหาท่านที่บ้านตามปกติ ท่านเอ่ยปากชมขึ้นมาว่า ท่านดีใจที่ได้ผมมาเป็นเลขา และคุณสมบัติดีที่สุดในตัวผมคือความ Versatile (ท่านใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษคำนี้ ซึ่งแปลได้กลายๆ ว่าเป็นคนรู้รอบด้านและปรับตัวได้ดี) วันนั้นผมยิ้มดีใจหน้าบานไปทั้งวัน ทำงานมาตั้งนาน เพิ่งได้รับคำชมก็คราวนี้.. แต่ตกดึกคืนนั้น ผมกลับมาคิดย้อนว่า.. เอ จริงๆ ท่านกำลังแอบด่าผมอยู่หรือเปล่า ว่าผมไม่รู้ไม่เชี่ยวชาญอะไรจริงสักเรื่อง.. ข้อกฎหมายก็ไม่ท่อง ฎีกาก็อ่านมาไม่เยอะ ไปอ่านแต่อะไรที่มันไม่เกี่ยวเช่นพวก Management หรือ Marketing (ช่วงนั้นเพิ่งไปอบรม IOD - สถาบันกรรมการบริษัทไทย มา ก็เลยไปบ้าอ่านหนังสือทางธุรกิจ)

นี่คือที่มาของแนวความคิดที่ว่าผมเป็นนักกฎหมายจับฉ่าย ซึ่งก็ถูก เพราะยิ่งเรียนผมก็ยิ่งจับฉ่ายขึ้นเรื่อยๆ (ปกติคนเรียนโทเรียนเอก เค้าจะยิ่งเรียนยิ่งลึึก แต่ของผมนี่กลายเป็นยิ่งเรียนยิ่งกว้าง..น่าเวียนหัวสิ้นดี)

ย้อนไปตั้งแต่เล็กๆ.. พ่อผมเป็นทนาย เก่งด้าน Litigation, Property, และมรดก เวลาพ่อกลับมากินข้าว พ่อก็จะเล่าให้ฟังว่าวันนี้พ่อไปว่าความมาเป็นยังไง ชนะเพราะอะไร หรือมีใครตายแล้วลูกหลานทะเลากัน เอาปืนมายิงกันยังไง พ่อเป็น SuperHero!! ของผมเสมอ ฟังพ่อเล่าแล้วผมก็อยากเป็นทนายว่าความอย่างพ่อ อยากใส่ชุดครุยไปซักค้านแบบในหนังบ้าง.. เท่ดี ก็เลยเลือกเรียนกฎหมาย (สมใจเค้าหละ..!!) พอเริ่มเรียน ก็พอดีเค้ามาจับงานทาง Corporate & Banking มากขึ้น เวลาคุยกันในโต๊ะอาหาร เราก็จะคุยกันเรื่องกฎหมายและธุรกิจเป็นส่วนมาก ด้วยอิทธิพลของพ่อและจากความชอบส่วนตัวเองด้วย ผมก็เลยเลือกเรียนเน้นกฎหมายธุรกิจ และไปฝึกงานที่ Baker ตอนปีสาม แต่ก็อย่างที่รู้กัน...ความรู้กฎหมายที่เรียนตอนปริญญาตรี กับไอ้ที่ฝึกงานแค่สองเดือน มันเอาไปหากินไม่ได้อยู่แล้ว รู้แต่ทฤษฎีจิ๊บๆ ของจริงต้องไปเรียนกันใหม่หมดตอนทำงาน...

พอเรียนจบ ผมก็ขอไปทำงานที่สำนักงานพ่อ.. ก็อยากเห็นพ่อทำงานนี่ แต่ก็โดนไล่ให้ไปทำที่อื่นตามคาด ด้วยเหตุผลว่า ไว้จะกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้ ไปเอาประสบการณ์ทีี่อื่นก่อน ผมก็เลยเดินไปสมัคร Law Firm ฝรั่งๆ Topๆ สามสี่แห่ง.. ตั้งเป้าฝากอนาคตตัวเองไว้กับงาน Law Firm (กูจะเป็น Partner!! กูจะรวย..!!)

ช่วงที่กำลังสัมภาษณ์อยู่ ก็บังเอิญได้ไปเข้าพบผู้ใหญ่ในบ้านเมืองท่านนึง พอท่านทราบว่าผมกำลังหางานอยู่ ท่านก็ชวนไปทำงานด้วย ไปเป็นเลขาท่าน วินาทีแรกที่ได้ยินท่านถามว่าสนใจจะมาทำงานกับท่านไหม.. อาทิตย์หน้ามาเริ่มงานได้เลย โห แบบว่าขนลุก คนระดับนั้นชวนเราไปทำงาน.. จะปฏิเสธยังไงได้ ก็เลยจับพลัดจับผลูไปทำงานกับท่าน จากเดิมที่คิดไว้ว่าจะทำ Law Firm พลิกไปทำราชการเป็นเลขา + สห. ให้ผู้ใหญ่สะนี่ จากที่เรียน Corporate + Banking มา ต้องไปทำทาง Public Policy + Corruption แทน ซึ่งไอ้เราก็ไม่เคยเรียนมาเลย เอาหละสิ ก็มาอ่านหนังสือเอง มาดูเคสเอง จนพอทำงานได้.. สรุปว่าตอนช่วงแรกนี่ มีความรู้แนว Corporate Lawyer ครึ่งนึง Public Lawyer ครึ่งนึง.. ช่วงหลังได้งานแนวใหม่มาทำอีก คือเขียนหนังสือทาง Legal Education กับไปช่วยงานบริหารอีกหน่อยนึง.. ไอ้เราก็เลยไปเอาหนังสือทางการบริหารมาอ่าน รู้กว้างขึ้นอีกนิดนึง สรุปว่าทำงานสองปี ได้ความรู้มาอย่างละนิดละหน่อย...

ทำงานครบได้สองปี ก็ลาท่านออกมาต่อโท แผนเดิมจะไปอเมริกา แต่สุดท้ายก็มาอังกฤษแทนเพราะในสาขา Corporate Law นี่ LSE ดีที่สุดแล้ว หุๆ จะได้เรียน Corporate Finance + Corporate Governance กับ Prof Paul L. Davies ปรมาจารย์คนเขียน Corporate Law ฺBible ของอังกฤษ.. (เหอๆ กูจะเรียน Corporate จะกลับไปเป็น Partner..!! ยังไม่ยอมแพ้เฟ้ย..) แต่เรียนไปเรียนมาดันผ่าไปชอบวิชา Regulation มากกว่า Corporate.. (หลายใจจริงกู...)

ระหว่างนั้นก็ปรึกษาพ่อ พ่อบอกว่าอยากให้ทำปริญญาเอกต่อ แล้วกลับมารับราชการ.. เออ ไอ้เราก็เด็กดีเชื่อพ่ออยู่แล้ว ยังไงก็วงการเดียวกัน เค้าทำงานมาก่อนเราสี่สิบปี น่าจะรู้ดีกว่าเรา เชื่อไว้ก่อน ถ้าต่อไปเงินไม่พอใช้ จะไปแบมือขอตังค์ด้วย... สรุปว่า เรียนเอกต่อ ทำราชการก็ได้ฟะ..! อ้าวแล้วจะทำเอกทางไหนดี.. เอ่อเราปิ๊ง Regulation นี่หน่า ทำเอกทางนี้เหมาะกับการรับราชการด้วย ขืนทำ Corporate ต่อ แล้วไปรับราชการคงตลกดีพิลึก

สาขา Regulation นี่ (เป็นกฎหมายประหลาดไม่ค่อยมีใครสอน) มี Prof อยู่สามคนทั่วอังกฤษ คนที่ดังสุดอยู่ Manchester เอ่อ.. ก็ได้ฟะ ไป Manchester ก็ดี ออกต่างจังหวัด เงินเท่าเดิม อยู่สบายกว่าลอนดอนเยอะ สดท้ายก็เลยตกลงปลงใจมาทำเอก Regulation เน้นทาง Enforcement กับ Prof Anthony Ogus, CBE (อีกขั้นเดียวก็เป็นท่าน Sir แล้ว.. เท่หวะ..) พอเริ่มทำ แกก็ให้ผมเลือกว่าจะเอาทฤษฎีอะไรมาเป็นหลักในการวิจัย จะเอา Economics หรือ Psychology หรืออะไร ไอ้เราก็บ้า แกท้ามาเราก็สู้ ตูเอาหมด จนลงตัวได้ที่ Economic Analysis of Law + Organizational Beharviour.. ซึ่งไม่เคยรู้มาก่อน ต้องมาเรียนใหม่หมดเลย.. กลายเป๋นว่ายิ่งเรียนยิ่งกว้าง..ความจับฉ่ายทวีคูณ..!

เขียนเล่ามาทั้งหมดด้วยความกลุ้มใจ... ยิ่งเรียนยิ่งจับฉ่าย รู้กว้างแต่ไม่ลึก จบไปจะทำอะไรได้หว่า.. ปวดหมอง กลับเมืองไทยไปคงไม่แคล้วโดนด่าว่าเรียนนอกมาสะเปล่า ไม่เห็นรู้อะไรจริงสักอย่าง (ตูเรียนกว้าง ไม่ได้ลึกเหมือนเอ็งนี่.. ง่า)

"Lawเก้อจับฉ่าย"


Create Date : 08 พฤศจิกายน 2549
Last Update : 8 พฤศจิกายน 2549 11:14:36 น. 30 comments
Counter : 1138 Pageviews.

 
ถึงคุณ"รอเก้อ"

คุณนี่เล่าได้เห็นภาพมากๆ M&M กะลังคิดว่าจะเรียนเอกที่ไหนอยู่เหมือนกัน แต่ตอนนี้ขอรันทดกับโทก่อน

คนส่วนใหญ่ที่อังกฤษ เขาทำ ป.เอก กันกี่ปีเหรอคะ ... สนใจๆ


โดย: Mocha Macchiato วันที่: 8 พฤศจิกายน 2549 เวลา:1:37:44 น.  

 
กฏหมายมันทำเกี่ยวกับชีวิตเราตั้งแต่ยังไม่เกิดจนตายไปแล้ว ก็ยังเกี่ยวอยู่
ส่วนตัวอยากเน้น international law คะ แต่ตั้องเอาตัวให้รอดเป็นปีๆไปก่อน ฮ่าๆๆ


โดย: นางสาว ภูมิใจ วันที่: 8 พฤศจิกายน 2549 เวลา:8:46:25 น.  

 
มาเม้นท์ให้แล้วนะคะ 555

ชอบที่พี่เขียนจัง มาอัพเดทบลอคบ่อยๆ นะคะ พลอยจะรออ่าน


โดย: พลอย IP: 124.121.174.224 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2549 เวลา:10:44:53 น.  

 
จบ regulation มาสอนถาปัดสิคะ

(ใช่อันเดียวกับที่คิดป่าวหว่า)


โดย: แพนด้า (dekhype ) วันที่: 8 พฤศจิกายน 2549 เวลา:11:56:31 น.  

 
อิอิ ตามมาอ่านกั้บบบ ^___^

ุ้ถ้าคุณ lawker หางานไม่ได้ ขอจ้างเป็นทนายส่วนตัวได้มั้ยจ้ะ อิอิ :P


โดย: hi_tidty IP: 80.221.28.160 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2549 เวลา:6:58:26 น.  

 
จารออ่านอ่ะครับ


โดย: CH@mp IP: 203.156.78.32 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 เวลา:9:17:19 น.  

 
พี่เก่งจังงง


โดย: ไชโป๊ IP: 124.120.133.237 วันที่: 16 พฤศจิกายน 2549 เวลา:10:45:35 น.  

 
(มาจากที่พันธ์ทิพย์ กระทู้เรียนต่อที่ควีน แมรี่ค่ะ)

อ่านบลอคพี่แล้วก็รุสึกสะท้อนตัวเองจิงๆเรย ไอ้ตรงที่บอกว่า อยากเป็น partner กูจะรวย ๆ เนี่ย....เฮ้อออ

ตอนนี้ก้อรุสึกอินอย่างมากกับวิชาภาษี ไม่รุว่าคิดดีรึป่าวที่จะไปต่อโททันทีที่เรียนจบอ่ะคะ และด้วยความที่ไม่อยากทำงานที่เมืองไทยเร้ย ก็คิดว่าคงไม่ต้องเรียนเนหรอก ไปต่อเลยดีก่า แล้วก้อหางานทำที่นู่นเลย แต่ฟังดูเหมือนจะยาก และก้อแอบกลัวใจตัวเองว่าจะเปลี่ยนแนว



โดย: ไชโป๊ IP: 124.120.133.237 วันที่: 16 พฤศจิกายน 2549 เวลา:10:54:13 น.  

 
ขอโทษนะครับ ช่วงนี่ยุ่งมาก ไม่ได้มาอัพบล็อคเลย เพิ่งมีว่างวันนี้

ตอบคุณ Mocha

อังกฤษเป็นระบบ Big Book Thesis คือทำวิทยานิพนธ์เล่มใหญ่หนึ่งเล่ม ประมาณ 80,000 - 120,000 คำ (250 - 370 หน้า) แล้วแต่คอส แล้วแต่มหาลัย อย่างเร็วคือ วิจัยสามปี สอบสามเดือน ก็ประมาณสามปีสามเดือน แต่ปกติก็จะใช้เวลามากกว่านั้นประมาณอาจจะถึงสี่ปีนิดนหน่อย

ตอบ น้องพลอย

วันนี้มาอัพอีกหนึ่งเรื่อง อยู่ในส่วนชีวิตลำเค็ญนะ อย่างลืมไปเม้นท์

ตอบ คุณแพนด้า

อ่า.. แม้ตระกูลผมจะเป็นสถาปนิกกันหลายคน แต่ผมคงไปสอนไม่ได้หรอกครับ

Regulation คือวิชาที่ว่าด้วยเรื่อง หลักการในการออกแบบระบบกฎหมาย ทั้งในส่วนของการร่าง การบริหารจัดการ และการบังคับใช้กฎหมายของรัฐที่มีต่อกิจกรรมต่างๆ ของเอกชน คงเอาไปสอนสถาปนิกไม่ได้หรอกครับ

ตอบ Tidty

ได้อยู่แล้น สบายมากๆ แลกกับมาซ๋อมคอมพิวเตอร์ให้เรานะ..

ตอบ น้องไชโป๊

พี่ไม่ค่อยสนับสนุนให้เรียนต่อทันที เพราะการเรียนโท คือการเรียนลงลึกในสาขาที่น้องต้องเอาไปใช้ทำงานจริง ฉะนั้นก่อนจะมาเรียนก็ควรจะมั่นใจว่าอยากจะทำงานกฎหมายสาขานั้นๆ จริงๆ ซึ่งพี่ว่า ถ้าไม่เคยไปทำงานก็คงไม่มีทางแน่ใจได้ อีกอย่างถ้ามาเรียนเลย น้องจะเสียเปรียบมากๆ เวลาเค้าสอนหรืออภิปราย Transaction ซับซ้อนๆ ที่เค้าใช้กันจริงๆ ถ้าไม่เคยทำงานมาก่อนก็ยากที่จะเข้าใจ ต่อให้ไปอ่านเพิ่มแค่ไหนก็ยาก

แล้วทำไม ไม่อยากทำงานเมืองไทยหละ ทำงานที่นี่ยากกว่าหลายเท่านะ
1. พื้นเราเป็น civil law ที่นี่ใช้ common law ต้องมาเริ่มใหม่หมด
2. ภาษาจะต้องดีมาก ไม่ใช่แค่ภาษาแบบวิชาการ แต่จะต้องใช้ภาษาแบบ legal practice ได้ดีด้วย ถ้าตั้งใจจริงๆ คงจะต้องฟิตมาก
3. ถ้าอยากจะมาทำงานกฎหมายที่อังกฤษจริงๆ คงจะต้องปรับวุฒิไปเข้าระบบเค้า คือหลังจากจบ LLM แล้ว ต้องไปทำ conversion course (CPE) ซึ่งเป็นการเรียนและสอบกฎหมายอังกฤษแบบ intensive ก่อนหนึ่งปี แล้วก็เลือกว่าจะไปทางสาย Barrister (ทนายว่าความ) หรือ Solicitor (ทนายที่ปรึกษา) ถ้าไปทางสาย Barrister ก็ต้องไปเรียนและสอบอีกสองปี ถ้าจะไปทางสายที่ปรึกษาก็ต้องไปทำ training อีกสามปี.. สรุปว่าเสียเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี ก่อนจะได้เป็นทนายทำงานที่นี่เต็มตัว..

อยากให้วางแฟนให้ดี เพราะถ้าหวังจะมาทำงานที่นี่ จะต้องสู้มากๆ และมีทุน มาพอ support ช่วง training ด้วย


โดย: Lawเก้อ..ตอบจดหมาย IP: 81.152.33.144 วันที่: 16 พฤศจิกายน 2549 เวลา:23:26:55 น.  

 
ผมไม่คิดว่าคุณจับฉ่ายนะคุณlawเก้อ ดีเสียอีกครับเราเป็นนักฎหมายต้องมีองค์ความรู้ในหลายๆด้าน ทุกวงการและทุกๆสังคม ถึงแม้คุณจะไม่เชี่ยวชาญอะไรซักเรื่อง แต่คุณคิดดูสิว่าความรู้รอบตัวของคุณมันกว้างกว่าคนอื่นอีกหลายๆคน ไปหลายขุมแล้ว


โดย: ทนายเด็กแนว/deknaew_ton (deknaew_ton ) วันที่: 19 ธันวาคม 2549 เวลา:13:20:59 น.  

 
แวะมาเยี่ยมค่ะ พ่อเราเป็นทนายเหมือนกัน


โดย: caffe latte วันที่: 21 ธันวาคม 2549 เวลา:6:28:46 น.  

 
ลิงค์ ไปมา โผล่มาบล็อคนี้ได้ไงก็ไม่รู้ อยากบอกว่าดีใจจังที่ไม่ได้มีแต่สาขาเราที่มันจับฉ่าย พวกกฎหมายก็เป็นแฮะ


โดย: slothmachine IP: 124.121.46.143 วันที่: 29 มีนาคม 2550 เวลา:20:17:43 น.  

 
เข้ามาทักทายครับ ผมเองก็จะจบแล้ว เรียนตั้งสองใบ จับฉ่ายเหมือนกัน 555+ จะกลับไปทำอะไรได้เนี่ย


โดย: praphrut608 IP: 24.59.117.158 วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 เวลา:15:24:22 น.  

 
ดีจังที่ลิ้งค์มาเจอแล้วก็ได้อ่านของพี่lawเก้อ เพราะตอนนี้ก็ประมาณนี้เลย แต่อาจจะแย่กว่า จบกฎหมายธุรกิจมาเหมือนกัน ตอนเรียนก็ฝึกงานที่ law firm วางแผนไว้ว่าเรียนจบแล้วจะเป็น banking&finance lawyer (ประมาณว่าต้องรวยก่อนอายุ 40) แต่ก็ผิดแผนทั้งหมด เพราะที่บ้านอยากให้รับราชการ หรือไม่ก็สอบเป็นผู้พิพากษา จบแล้วเลยไปเรียนเนติฯ พอได้เนติฯ ก็กะว่าจะตามใจตัวเองขอเป็นทนายในเฟิร์มสัก 3ปี แล้วค่อยสอบผู้ช่วยฯ แต่สวรรค์คงไม่เป็นใจ สุดท้ายก็ได้งานในหน่วยงานราชการ(ได้งานแบบ...เออ..งง) ส่วนเรื่องเรียนต่อโท ก็คิดจะเรียนต่ออยู่อะนะ แต่ตอนนี้สับสนมากๆๆๆๆ เพราะเรียนกฎหมายธุรกิจ และก็รู้สึกว่าตัวเองชอบกฎหมายธุรกิจ ชีวิตนี้อยากทำงานด้านนี้ แต่อะไรๆก็ไม่เป็นใจ เพราะที่ทำอยู่ทุกวันนี้ออกแนวมหาชนผสมแพ่งและวิแพ่ง เลยไม่รู้จะเรียนต่ออะไรดี


โดย: มะขาม IP: 61.19.55.254 วันที่: 11 กันยายน 2550 เวลา:8:51:36 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่lawเก้อ ขอบคุณค่ะที่ช่วยตอบคำถามของหนูที่ตั้งไว้ ว่าจะไปฝึกงานที่ไหนดี...ก็เลยชะแว๊บเข้ามาอ่านบล็อกซะเลย อิอิ ขออนุญาตติดตามบล็อกพี่ต่อไปนะคะ...เอาไว้เป็นแนวทาง หนูว่าหนูได้อะไรจากการอ่านบล็อกของพี่เยอะแยะเลยค่ะ...แล้วจะมารบกวนให้ช่วยแนะนำบ่อยๆนะคะ...


โดย: jamesbond_007 IP: 202.28.47.11 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2550 เวลา:2:49:16 น.  

 
เรียนกฎหมายด้วยเหมือนกัน เลยแอบมาซุ้มอ่านเรื่องชาวบ้าน(เรื่องคนอื่น คืองานของเรา) อ่านไปก็หาวไปไม่ใช่เนื้อหายาวนะ(ก็ยาวๆจริงๆแหละ 55) แต่เพราะเพิ่งกินข้าวเสร็จกำลังง่วงได้ที่เลย

ดีจังเลยนะคะ เรียนแบบชอบด้วย ส่วนตัวตอนแรกที่เอ็นท์ไม่รู้จะเลือกคณะอะไร เพราะอักษรหรือสินสาดเนี่ย พ่อบอกอย่าเลย ก็เลยเข้านิติ เรียนไปเรื่อยๆพอไปได้ แต่ชอบชีวิตการเรียนและเพื่อนๆมาก ตอนนี้อยากรับราชการนะคะ(ถ้าสอบได้) อยากทำงานรับใช้แผ่นดิน(เวอร์ไปป่าว แต่คิดยังงั้นจริงๆ)


โดย: ## Mademoiselle Air ## วันที่: 15 พฤศจิกายน 2550 เวลา:13:32:45 น.  

 
จับฉ่ายนี่หาอะไรก็เจอนะคะ..

กินกับข้าวสวยร้อน ๆ อร่อยด้วยอีกต่างหาก เอ๊ะ..ไม่ใช่แระ..

แวะมาทักทายค่ะ


โดย: i'm not superman IP: 117.47.6.167 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2550 เวลา:18:44:57 น.  

 
สวัสดี คุณLawเก้อ

พอดีอ่านที่คุณตอบทู้ในห้องสยามมานะคะ

เลยสะดุดตาที่ชื่อล๊อกอินมากๆ

เพราะหนูอยากเรียนต่อในด้านนี้อ่ะคะ เลยอยากขอคำแนะนำนิดหน่อยๆจากคุณ

หวังว่างคงจะเป็นไรใช่มั้ยคะ


โดย: เจ้าหนูไมค์จัง วันที่: 1 ธันวาคม 2550 เวลา:17:08:07 น.  

 
ใจเย็น ๆ ๆ เดี๋ยวมันก็มีทางของมันเองแหละครับ ท่านน้อง


โดย: POL_US วันที่: 8 ธันวาคม 2550 เวลา:1:34:38 น.  

 
เออ คือว่า

หลงเข้ามา

แต่อยากบอกว่า

เจ้าของBlog หล่อมากเลยคะ


โดย: plozizme (ปลายฟ้า...พาฝัน ) วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:57:00 น.  

 
เข้ามาดู.. (ไม่ใช่ Mr.Fusionนะ)

เพราะ เห็นชื่อ Login มันสะดุดตา เรียนกฏหมายเหมือนกันค่ะ ฮี่ๆ


โดย: แรบบิทแบน IP: 202.91.19.194 วันที่: 6 มีนาคม 2551 เวลา:14:56:32 น.  

 
ปกติไม่ค่อยเข้ามาห้องโต๊ะเครื่องแป้งแต่พอดีมาดูพี่ review เลยเข้า blog มาดู
เก่งจังเลยค่ะ จบ PhD. อายุ 26 เองหง่ะ


โดย: taptango IP: 58.64.41.52 วันที่: 27 มีนาคม 2551 เวลา:12:43:35 น.  

 
ขอคาราวะคนเก่งหนึ่งจอกครับ


โดย: Coconut Dance : วันที่: 14 เมษายน 2551 เวลา:13:07:43 น.  

 
ดีค่ะพี่ lawเก้อ จบ ฬรุ่นไหนเหรอคะ
เพิ่งจบฬมาเหมือนกันกำลังสนใจไปต่อ LSE ค่ะ
ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ


โดย: choky_bowvy วันที่: 18 เมษายน 2551 เวลา:10:55:26 น.  

 
พออ่านแล้วรู้สึกว่าตัวเองรู้น้อยจัง อิอิ

แต่ก็ทำให้คิดได้ว่า ต้องขยัน แล้วก็ ตั้งใจ มากกว่านี้(ที่จริงก็คิดได้นานแล้วเหมือนกันแต่ก็ไม่ได้เริ่มทำอย่างจิงจังซักกะที)

ยังไม่จบตรีเลยคร้า......

เห้อ.......คิดแล้วเหนื่อย

แต่จะบอกว่า พี่เก่งมากค่ะ นับถือ ๆ


โดย: LoOkMoO IP: 58.136.52.197 วันที่: 16 สิงหาคม 2551 เวลา:19:36:26 น.  

 
แวะมาเยี่ยมจ้าตอนนี้เรากำลังเรียนนิติม.รามอยู่ควบกับป.โทพัฒนาชุมชนแต่กำลังจะโอนสายงานไปทางวิชาชีพครูทั้งที่ทำงานด้านสาธารณสุข...หึๆๆๆกำลังคิดว่าจะไปพบจิตแพทย์อยู่หลังจากเรียนจบแล้ว....แบบว่า....ชีวิตมึนงงมากๆเลยแต่ก่อนเราก็เป็นเด็กดีของบิดามารดาแต่ตอนนี้กำลังแหกคอกเพราะที่ท่านกำลังคาดหวังนั้นเรามาทำให้เราอึดอัดมากๆก็อยากบอกว่าชีวิตเป็นของเรานะบางทีปริญญาเอกอาจไม่มีค่าอะไรหากเราไร้จิตวิญญาณของความเป็นปัจเจกบุคคล......ก็อย่างที่ว่าความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอดนั้นแหละ.....ไว้จะมาทักทายใหม่หาก....ไม่ไปรพ.บ้าเสียก่อนนะ....


โดย: ปทิตตา วันที่: 8 กันยายน 2551 เวลา:23:13:34 น.  

 
ตอนแรกหลงเข้ามา เพราะตั้งใจจะต่อโทกฏหมาย แต่อ่านไปก้ได้รุ้อะไรหลายอย่างดีค่ะ (ที่ตัวเองยังไม่เคยรุ้ เหอ เหอ) อ้อ อยากบอกว่า เจ้าของบล็อกน่ารักดีค่ะ แต่น้อยกว่าแฟนเรานิดนึง 555 เเซวเล่นน้า .....


โดย: m IP: 124.121.131.117 วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:11:52:18 น.  

 
เย้ เข้ามาแล้วนึกถึงความหลังตอนที่เข้ามาครั้งแรก แล้วก้อเลยได้มีโอกาสคุยกะพี่เน ขอบคุนอีกครั้งสำหรับคำแนะนำดีๆนะคะ


โดย: กิ๊ฟ IP: 137.205.109.120 วันที่: 11 มิถุนายน 2552 เวลา:4:56:20 น.  

 
หนูเป็นรุ่นน้องรหัส 45 ค่ะ สนใจเรียนด้านพลังงานที่ดันดี สก็อตแลนด์ รบกวนขอคำแนะนำด้วยคะ ขอบคุณค่ะพี่ :)


โดย: จุ้มปุ๊ก IP: 203.144.183.117 วันที่: 20 ตุลาคม 2552 เวลา:12:31:58 น.  

 
พี่ครับจะต่อโทปีหน้าเรียนด้านกฎหมายหรือด้านอื่นดีครับอยากได้แบบไม่ค่อยมีคนเรียนแต่มีความสำคัญนะครับแค่อยากอยู่ในสายนุติธรรมอยู่นะ พี่บอกให้เรียนอาขญาวิทยาด้านจิตวิทยา


โดย: Shah IP: 1.46.128.231 วันที่: 14 กรกฎาคม 2557 เวลา:7:26:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Lawเก้อ
Location :
Manchester United Kingdom

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Remedies Can Sometimes Be Worse Than The Disease They Were Meant To Cure..!!
Friends' blogs
[Add Lawเก้อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.