The power of an authentic movement lies in the fact that
it originates in naming and claiming one's identity and integrity
-- rather than accusing one's "enemies" of lacking the same.
- Parker J. Palmer, The Courage to Teach
Group Blog
 
All blogs
 

คุณเคียวกับหนูหนืด

วันจันทร์ที่ผ่านมา
คุณเคียวได้ตัดสินใจปลดระวางโน้ตบุ๊คเครื่องเก่า
ซึ่งใช้มาเจ็ดปี

คุณเคียวใช้โน้ตบุ๊คยังกะพีซี
คือแทบไม่เคยอุ้มออกไปไหนเลย
นาน ๆ จะพาออกไปเที่ยวทีเพราะหนัก

หลังจากใช้มาเจ็ดปี
โน้ตบุ๊คเครื่องเก่าก็มีอาการเจ็บป่วยรุมเร้าเล็กน้อย
ประกอบกับคุณเคียวไปเห็นโน้ตบุ๊คหน้าตาเหมือนกันราวกะฝาแฝด
ขายอยู่ที่ฟอร์จูนในราคา 5000 บาท ( แปะป้ายไว้ว่า "ต่อรองราคาได้" อีกต่างหาก )
ซึ่งทำให้คุณเคียวที่ไม่เคยโงหัวดูเทคโนโลยีเลยช็อคซีนีม่า
อุทานว่า "ค่าตัวตกเร็วจังเลยลูก T T" ( ได้ข่าวว่าเจ็ดปีแล้ว )

คุณเคียวจึงตัดสินใจซื้อโน้ตบุ๊คตัวใหม่

โน้ตบุ๊คตัวใหม่ยี่ห้อ ASUS
หน้าตาดีใช้ได้
คุณเคียวตั้งชื่อว่าหนูหนืด
ที่ชื่อหนูหนืดเพราะขายหนูหนืดไปซื้อโน้ตบุ๊ค
หนูหนืดเป็นสไลม์ ( สัตว์ประหลาดหน้าตาประมาณ poring ในเกมแรกนารอค )
แต่ถึงจะเป็นสไลม์ ก็เป็นสไลม์ติดปีกบินพั่บ ๆๆ
ดังนั้นจึงถือว่าเป็นศุภมงคลนามแก่โน้ตบุ๊ค
( ใครอยากรู้เรื่องหนูหนืดมากกว่านี้ กรุณาอ่านหนังสือของคุณเคียวชื่อ Dragon Delivery จะออกงานหนังสือตุลา - นี่เป็นการโฆษณาแอบแฝงอันไร้ยางอาย )

หนูหนืดไฮเทคมาก
ทำให้คุณเคียวที่โลว์เทคเป็นสันดานตื่นตระหนก
วันแรกที่ได้มา
จู่ ๆ หนูหนืดก็รายงานกับคุณเคียวว่ามีคลื่นวิเศษลอยมาในอากาศ
จากนั้นหนูหนืดก็ออนไลน์ให้เฉยเลย
คุณเคียวตื่นตระหนกวิ่งไปรายงานกับน้องชาย ( ซึ่งโลว์เทคพอ ๆ กัน แต่สภาพดีกว่า )
หลังจากนั้น
คุณเคียวจึงได้รู้ว่าไวเลสเป็นแบบนี้ ( นี่เอง )

วันแรกที่คุณเคียวได้หนูหนืดมา
คุณเคียวเล่นแล้วปวดหัว
หลังจากเช็คในบอร์ด tech exchange ( เป็นแหล่งข้อมูลที่ทำให้คุณเคียวตัดสินใจซื้อ ASUS )
ก็พบด้วยความสยองขวัญว่าในโลกนี้มีสิ่งที่เรียกว่า "จอแก้ว"
ซึ่งเป็นจอไม่ดี ทำให้สะท้อนแสงมาก เล่นไปนาน ๆ จะปวดหัววิงเวียน
คุณเคียวจึงไปโวยวายกับคุณแม่ว่าดันซื้อจอแก้วมาเสียแล้ว
จะทำมาหากินยังไงดี
คุณแม่เดินมาดู
แล้วก็แกะแผ่นพลาสติกใสที่เขาปิดไว้หน้าจอ
เพื่อกันรอยขูดขีดออก
...เผยให้เห็นจอธรรมดาอยู่ข้างใน
( ที่สะท้อนเพราะแผ่นพลาสติก ไม่ใช่เพราะเป็นจอแก้ว )

ทำให้คุณเคียวเหงื่อตกเล็กน้อย - -''

ปัจจุบัน คุณเคียวยังคงใช้ชีวิตโลว์เทคอยู่กับหนูหนืดที่ไฮเทค
และค่อย ๆ เรียนรู้กันไป
หวังว่าหนูหนืดจะช่วยคุณเคียวผลิตงานได้มากเหมือนรุ่นพี่
และอยู่ด้วยกันไปอีกหลาย ๆ ปี




 

Create Date : 08 กันยายน 2549    
Last Update : 16 กรกฎาคม 2551 23:54:51 น.  

มันหายไปไหน

สำหรับคนที่สงสัยว่าจขบ.หายเข้ากลีบเมฆไปไหน จะมาบอกว่าจขบ.ยังอยู่ แต่ขณะนี้ได้เปื่อยและหูตูบ ( จะบอกว่าหูตูบจนเปื่อยได้หรือเปล่านะ )

หวังว่าอานิสงส์แห่งการหูตูบจะทำให้มีข้าวกินเร็ว ๆ นี้




 

Create Date : 31 กรกฎาคม 2549    
Last Update : 16 กรกฎาคม 2551 23:52:04 น.  

คราวนี้ไม่ค่อยเหมือนสงครามแฮะ

บันทึกหลังงานสัปดาห์หนังสือ

ได้หนังสือกี่เล่ม
- ไม่รู้สิ ไม่ได้นับ

ได้อะไรมั่ง มีไฮไลท์มั้ย
- อ่า...มี Islamic History แพงหูฉี่เล่มนึง งานนี้เท่าที่จำได้ก็ซื้อ non fiction เยอะกว่า fiction ที่เป็นฟิคชั่นรู้สึกจะซื้อแค่สองเล่ม คือ "สู่ฝันสุดขอบฟ้า" กับ "คิระคิระ งามระยับดั่งดวงดาว" ของมติชน

ซื้อสู่ฝันฯ เพราะอยากอ่านเรื่องยิปซี สนุกดีนะ แต่ romanticize ยิปซีเยอะมาก ถึงแม้ข้อมูลจะหนาแน่นดี แต่อ่านเอาเป็นเรื่องทางจิตวิญญาณ หรืออ่านเวลาอยากรู้สึกฝัน ๆ จะดีกว่า โทนของเรื่องเหมือนหนังสือฝรั่งโบราณ รุ่นกองดิด ( ถ้ากองดิดไม่เสียดสี ) หรืออะไรราว ๆ นั้น

ส่วนเรื่องคิระคิระ ซื้อเพราะพออ่านสู่ฝันฯแล้วก็เลยฝันจริง ๆ อยากอ่านนิยายที่ให้ความรู้สึกฟู ๆ ต่อ อีกอย่างเพราะปกมันบอกว่าเด็กตัวเอกอายุสิบหรือสิบเอ็ดนี่แหละ เท่ากับเรื่องของเราพอดี เลยอยากลองดูว่าเป็นยังไง

ก็ดีเหมือนกันนะ อ่านแล้วไม่ฟูหรอก ออกจะแฟบเพราะเป็นเรื่องค่อนข้างเศร้า แต่มันสวยดี เป็นเรื่องที่สวยมากเรื่องนึงในความเห็นของเรา

ป.ล. นึกได้ละ ฟิคชั่นอีกเล่มที่ซื้อคือ Caribbean Mystery ของอกาธา คริสตี้ แต่ไม่ชอบเท่าไหร่ เริ่มสงสัยว่าตัวเองคงต้องเลิกอ่านอกาธาสักพักแล้วจริง ๆ แหละ

- สวนเงินมีมาล่ะ ( โฆษณาจัง ได้ค่าคอมมิชชั่นเปล่าเนี่ย )
สวนเงินเหรอ ซื้อไปเจ็ดเล่ม ตอนนี้อ่านจบไปสี่แล้ว
ที่อ่านจบก็มีเรื่อง "บ้านดิน" ซึ่งเล่มบางเลยอ่านเร็ว ก็เป็นเรื่องวิธีการสร้างบ้านดิน

"กลยุทธการสมานไมตรีฯ" เล่มนี้ทั้งชอบและไม่ชอบ เพราะมันมีกลิ่นเมกาตุ ๆ ยังไงก็ไม่รู้ แต่เราชอบวิธีการถอดรื้อความคิดเกี่ยวกับว่าสงครามเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ของมนุษย์ กับมนุษย์เป็นสัตว์รุนแรง เขาอธิบายให้มองอีกมุมนึงได้อย่างน่าสนใจและมีเหตุผลดี และเราก็เห็นด้วยว่าที่จริงแล้วมนุษย์มีธรรมชาติทั้งรุนแรงละสันติอยู่ในตัว ขึ้นอยู่กับอะไรหลาย ๆ อย่าง

บางทีพวกเราอาจจะถูกตอกใส่กบาลมากเกินไปว่าไม่มีหวังในการมีสันติ เราก็เลยช่วยกันเดินดุ๊ก ๆ ไปสู่หายนะของเผ่าพันธุ์แบบนี้ก็ได้นะ

"ความเรียบง่ายไร้กาลเวลา" เล่มนี้น่ารักดี อ่านแล้วรู้สึกว่าจิตนิ่ง ๆ เบา ๆ รู้สึกว่า "พอใจ" และ "มีมากเกินไป" ด้วยซ้ำ

ถ้ารู้สึกแบบนี้ได้ตลอดก็ดีสินะ

"ประสบการณ์ยิ่งใหญ่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ" ว่าง่าย ๆ คือมันเป็นเรื่องโอท็อปแบบมีประสิทธิภาพ ซึ่งน่าสนใจศึกษาว่ามันมีประสิทธิภาพได้ยังไง แต่ถ้าถามเราจริง ๆ เราว่ามันเป็นไปได้เพราะคนท้องถิ่นรักและเชื่อในท้องถิ่น รวมทั้งสินค้าของตัวเองอย่างจริง ๆ จัง ๆ พยายามจะพัฒนา ปรับปรุง และส่งมันไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้น่ะนะ

- นอกจากนั้นล่ะ
แวะที่โกมลคีมทอง ได้หนังสือหลายเล่มแต่ยังไม่ได้เปิดอ่าน เปิดหนังสือเรื่อง "บ้านสมานใจ" ของเคนซาบุโร โอเอะ เป็นรอบที่ร้อย แต่ก็ปิดแล้ววางกลับเป็นรอบที่ร้อยเหมือนกัน เพราะรู้สึกว่าอ่านแล้วจะต้องเจ็บปวดกับแกไปด้วยแน่ ๆ

มีร้านหนังสือฝรั่งชื่อชาญชัยบุ๊คสโตร์ หรืออะไรแบบนี้ ซึ่งหนังสือถูกมากมหัศจรรย์พันลึก เลยกวาดมาเสียสี่ห้าเล่ม ส่วนใหญ่เป็นหนังสือเล่มใหญ่ปกแข็ง ก็ได้หนังสือภาพประกอบนิยายเด็กสมัยก่อน หนังสือว่าด้วยภาพประกอบในตำราโบราณ ( ชื่อ Illuminated Manuscript พี่เล็ก พี่กก และเจ้าเลช่วยกันพรีเซนต์ ) หนังสือว่าด้วยภาพลักษณ์เมอร์ลินที่พัฒนาไปตามระยะเวลา หนังสือเรื่องเครื่องแก้วของทิฟฟานี่ แล้วก็หนังสือเวิร์ลมิตโตโลจีฉบับย่อ กับหนังสือเกี่ยวกับดิสเลคเซีย

ที่พลอยแกมเพชร ได้เรื่อง "เด็กพิเศษ" กับ อะไรสักอย่างที่เป็นคำทำนายว่าคนเกิดวันนี้จะเป็นยังไง แต่เราอ่านดูแล้วปรากฏว่าต้องอ่านสองวันหน้าหลัง ( สมมุติว่าเกิดวันที่ 12 ก็ต้องอ่านตั้งแต่ 11 - 13 ) แล้วเอามาหารสามอีกที ถึงจะออกมาเป็นตัวเราจริง ๆ

เด็กพิเศษก็ดีอยู่หรอกนะ แต่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องออทิสติก ส่วนตัวเราไม่ได้สนใจออทิซึมเป็นพิเศษ เลยรู้สึกผิดหวังนิดหน่อย อยากจะได้เรื่องเด็กมีปัญหาอีกแบบนึงมากกว่า

ว่าจะซื้อ "หัวใจเปียโน" แต่ก็ลืมจนได้ ไว้ซื้อนอกงานแล้วกัน

นอกนั้นก็เป็นหนังสือพี่ ๆ น้อง ๆ แลกกันไปแลกกันมา อ่านนิยายของทุกคนไปเกือบครบแล้วเน้อ

###

เพิ่มอีกหน่อย นึก fiction อีกเล่มออก คือ "อิชมาเอล" ของมูลนิธิโกมลคีมทอง ตอนนี้อ่านไปได้ครึ่งเรื่อง สนุกดีเหมือนกัน แต่ไม่ใช่หนังสือประเภทเอนหลังอ่าน ต้องอ่านแล้วคิดตามเยอะ ๆ นอกจากนั้นยังเป็นหนังสือประเภททำลายอีโก้อีกต่างหาก

พบว่ามูลนิธิโกมลคีมทองแปลหนังสือของโยสไตน์ กอร์เดอร์ทุกเล่มที่ทำท่าจะขายไม่ได้ - -'' ( ส่วนเล่มที่พอขายได้มั่งก็กระจายไปตามสนพ.อื่น ๆ ) ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นยังไง แต่ก็อยากเอาใจช่วย เพราะถึงแม้จะ "ไม่ขาย" แต่ก็เป็น "หนังสือดี" และจริง ๆ แล้วก็ "อ่านสนุก" ด้วย

อีกอย่างนึงคือไปนั่งรื้อหา Gokkun Umaji Mura ( เครื่องดื่มโอท็อปของหมู่บ้านนั้น ) ตามหนังสือ "ประสบการณ์ยิ่งใหญ่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ" ด้วยความเป็นห่วงว่าป่านฉะนี้หมู่บ้านอุมาจิจะเป็นยังไงบ้าง ( เพราะหนังสือเขียนมาหลายปีแล้ว ) รู้สึกโล่งใจบอกไม่ถูกว่าท่าทางหมู่บ้านจะยังเตะปี๊บดัง เพราะถึงจะอ่านรายละเอียดในเว็บไซต์ไม่ออก แต่ก็ยังเห็นว่าเว็บมีการอัพเดทและมีกิจกรรมประจำปีนี้อยู่

สู้ ๆ นะคะ




 

Create Date : 10 เมษายน 2549    
Last Update : 16 กรกฎาคม 2551 23:30:09 น.  

ตัวข้าน้อยในงานสัปดาห์หนังสือ

ข้าน้อยยังกำหนดวันที่ไปแน่ ๆ ไม่ได้

แต่ที่ไม่ไปแน่ ๆ คือวันที่ 30 และวันที่ 3

วันอื่น ๆ ข้าน้อยจะไปประมาณหลังเที่ยง

จะหาตัวข้าน้อยได้ที่บูท N 23 ( จิตจักรวาล ) หรือ M 09 ( สถาพรบุ๊คส์ ) โซนซีชั้นล่าง ( หรือชื่อทางการว่าโซนซีหนึ่ง )

ข้าน้อยไม่มีหนังสือใหม่ออกในงาน แต่ถ้าไปที่ N 23 น่าจะหาหนังสือของข้าน้อยได้ทุกเล่ม ( ยกเว้นพวกนิทานมูลนิธิเด็ก )

ถ้าไม่แน่ใจว่าจะเจอตัวหรือเปล่า ให้มาบอกที่บล็อคนี้ว่าจะแวะไปงานวันไหนเวลาไหน

ถ้าข้าน้อยไปได้ จะแจ้งไว้ และไปประจำที่รอจ้า




 

Create Date : 29 มีนาคม 2549    
Last Update : 16 กรกฎาคม 2551 23:30:42 น.  

โปรดทราบ...

ขณะนี้เจ้าของบล็อคยังคงมีชีวิตอยู่ เพียงแต่กำลังบำเพ็ญตบะเผากิเลสอย่างหนัก อาจจะหายหน้าไปเป็นเวลาพอสมควร

ใครมีอะไรก็ฝากไว้ได้นะจ๊ะ




 

Create Date : 02 ธันวาคม 2548    
Last Update : 16 กรกฎาคม 2551 23:10:07 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  
ลวิตร์
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




ลวิตร์ = พัณณิดา ภูมิวัฒน์ = เคียว

รูปในบล็อค
เป็นมัสกอตงาน Expo ของญี่ปุ่น
เมื่อปี 2005
น่ารักดีเนอะ

>>>My Twitter<<<



คุณเคียวชอบเรียกตัวเองว่า คุณเคียว
แต่ที่จริง
คุณเคียวมีชื่อเยอะแยะมากมาย

คุณเคียวมีชื่อเล่น มีชื่อจริง
มีนามปากกา
มีสมญาที่ได้มาตามวาระ
และโอกาส

แต่ถึงอย่างนั้น
ไส้ในก็ยังเป็นคนเดียวกัน
ไส้ในก็ยังชอบกินข้าวแฝ่ (กาแฟ ) เหมือนกัน
ไส้ในก็ยังชอบกินอาหารญี่ปุ่นเหมือนกัน
ไส้ในก็ยังชอบสัตว์ (ส่วนใหญ่)
ไส้ในก็ยังชอบอ่านหนังสือ ชอบวาดรูป
ชอบฝันเฟื่องบ้าพลัง
และชอบเรื่องแฟนตาซีกับไซไฟ
(โดยเฉพาะที่มียิงแสง )

ไส้ในก็ยังรู้สึกถึงสิ่งต่าง ๆ
และใช้ถ้อยคำเดียวกันมาอธิบายโลกภายนอก

ไส้ในก็ยังคิดเสมอว่า
ไม่ว่าเรียกฉัน
ด้วยชื่ออะไร

ก็ขอให้เป็นเพื่อนกันด้วย




Friends' blogs
[Add ลวิตร์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.