ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน...เสมอ
Group Blog
 
All blogs
 
เมื่อทางเท้าสิ้นสุด ถนนสายใหม่ก็เริ่มขึ้น

ภาษาของกวีเป็นภาษาที่อ่อนหวาน และไพเพราะมาก

ฉันชื่นชอบบทกวี ชอบงานเขียนของ shel silverstein


เขาชอบเขียนหนังสือเด็ก เต็มไปด้วยจินตนาการ
อารมณ์ขันของเขาเหมือนกับเด็กดื้อแต่ก็มีท่าทีน่ารักและน่าเอ็นดู
แม้จะขำขันแต่หนังสือของเขาก็มืดมนไม่ใช่น้อย
เขารู้ว่าโลกของเด็กๆไม่ได้มีแต่ความอ่อนหวาน ไม่ได้สดใสตลอดเวลา
แต่เป็นโลกที่น่ากลัว เศร้า และอันตรายอยู่ไม่น้อย
ที่เด็กๆได้พบเจอ เป็นโลกของเด็ก โลกที่ทุกสิ่งดูแปลกใหม่และน่าเรียนรู้

บ้านเรารู้จักผลงานเขาจาก
the missing piece ---ชิ้นส่วนที่หายไปของวงกลมและสามเหลี่ยม
และ the missing piece with the big O---เรื่องราวของสามเหลี่ยมที่พยายามตามหาวงกลมที่หายไป สามเหลี่ยมกลิ้งไปเรื่อยๆเพื่อหาวงกลม แต่ไม่พบจนกระทั่ง
สามเหลี่ยมชิ้นนั้นกลายเป็นวงกลมแทน
ซึ่งถูกเอามาเปรียบเทียบกับความรัก

the missing piece เปรียบเหมือนรักแท้ เราหาคู่แท้ของเราเจอได้อย่างพอเหมาะพอเจาะเหมือนวงกลมที่ตามหาชิ้นส่วนที่หายไปเจอ

ในขณะที่ the missing piece with the big O จบอย่างหดหู่
และมืดมน
สามเหลี่ยมหาชิ้นส่วนที่ทำให้เขากลายเป็นวงกลมที่สมบูรณ์ไม่ได้
แต่ก็กลิ้งไปเรื่อยๆจนเป็นวงกลมแทน
เหมือนคนที่ไร้คู่ครอง แต่ก็เข้มแข็งพอจะยืนอยู่บนโลกนี้ได้อย่างสง่างาม
ถึงอย่างนั้น เราทั้งหลายก็คงจะอยากมีชีวิตแบบ
the missing piece มากกว่า the missing piece with the big O

บทกวีของเขาไพเราะมาก ทั้งสัมผัสและความหมายลึกซึ้งกินใจ
"wher the sidewalk ends" เป็นบทที่ฉันชอบมาก
เพราะเขาช่างรู้จักเปรียบเทียบเหลือเกิน



เขาบอกว่า

"There is a place where the sidewalk ends
And before the street begins,"
...ยังมีที่ที่หนึ่ง เป็นที่ที่ทางเท้าสิ้นสุดลงและถนนเริ่มต้นขึ้น...

เด็กทุกคนก็เป็นอย่างนั้น
เขาจะรู้ว่าวันหนึ่ง เขาจะต้องเดินไปบนถนน เป็นเส้นทางที่พวกเขาเลือกเอง
และนั้นเป็นจุดสิ้นสุดของทางเท้าที่พวกเขาเคยเดินเตาะแตะเมื่อวัยเยาว์
เขาจะรู้เองว่าเมื่อไหร่ที่ทางเท้าของพวกเขาสิ้นสุดลงแล้ว เหมือนบทกวีบทนี้

Where the Sidewalk Ends by Shel Silverstein

There is a place where the sidewalk ends
And before the street begins,
And there the grass grows soft and white,
And there the sun burns crimson bright,
And there the moon-bird rests from his flight
To cool in the peppermint wind.

Let us leave this place where the smoke blows black
And the dark street winds and bends.
Past the pits where the asphalt flowers grow
We shall walk with a walk that is measured and slow,
And watch where the chalk-white arrows go
To the place where the sidewalk ends.

Yes we'll walk with a walk that is measured and slow,
And we'll go where the chalk-white arrows go,
For the children, they mark, and the children, they know
The place where the sidewalk ends.

ยังมีที่ที่หนึ่งซึ่งอยู่ระหว่างทางเท้ากับถนน
เป็นที่ที่ทางเท้าได้สิ้นสุดลง และถนนเริ่มต้นขึ้น
ถนนที่มีผืนหญ้าขาวโพลน
ดวงตะวันสาดแสงราวกับสีเลือดนก
และนกกางปีกบินออกจากรัง
ผ่านความเหน็บหนาวของสายลม

พาเราไปเจอสถานที่ซึ่งมีควันสีดำปลิวล่องลอย
ถนนอันคดเคี้ยว มืดมน และมีสายลม
ผ่านดอกไม้ที่แย้มกลีบเบ่งบานบนหลุมขรุขระซึ่งถูกราดด้วยยางมะตอย
เราจะเดิน ย่ำไปข้างหน้าอย่างช้าๆ
และเราจะมองเห็นผงชอล์กสีขาวซึ่งถูกเขียนเป็นรูปลูกศรเพื่อบอกทาง
นั่นเป็นที่ที่ทางเท้าได้สิ้นสุดลง

เราจะเดินและย่ำไปข้างหน้าอย่างช้าๆ
และเราจะไปตามทางที่ลูกศรชี้บอก
เด็กๆจะรู้ดีว่าลูกศรเหล่านี้จะพาเขาไปที่ไหน
และนั่นเป็นที่ที่ทางเท้าได้สิ้นสุดลงแล้ว

ladywrite แปล


จำได้ไหมคะว่า ถนนของคุณเริ่มต้นขึ้นตอนไหน






Create Date : 08 เมษายน 2552
Last Update : 26 กันยายน 2552 20:41:17 น. 10 comments
Counter : 663 Pageviews.

 
เข้ามาอ่านบทความดีๆในวันนี้ ...แล้วย้อนนึกถึงตัวเองในวัยเด็ก แก่น เซี้ยว ทะโมน เล่นอยู่กับเด็กผู้ชาย มีน้องสาวขี้แยเดินตามอยู่ข้างหลัง....จุดเริ่มต้นของเราเป็นอย่างนี้ถึงทำให้เราออกจะดูขวางโลก ไม่ค่อยชอบให้ใครที่ยังไม่รู้ดีมาสอน...เพราะเราเลี้ยงตัวเองและครอบครัวมากนาน หากเป็นผู้รู้ ผู้ใหญ่ที่หวังดี คนดี เรายอมทุกอย่าง เพราะแพ้คนดี.......จขบ เป็นผู้หญิงเก่งนะคะ ลักษณะมีอารมณ์และโลกส่วนตัวสูง ชอบที่แปลภาษาได้เก่งมากด้วย บลอคคุณสวยค่ะ ภาพประกอบอาร์ตได้อีก....แวะมาอีกนะคะ


โดย: ต้นอ้อท้าลม วันที่: 9 เมษายน 2552 เวลา:18:01:57 น.  

 
ตามกลับมาเที่ยวบ้านค่ะ...คุณ ladywrite ชอบเขียนหนังสือหรือคะ ดิฉันก็ชอบ แต่จะเป็นแนวบันทึกหรือสารคดีมากกว่า เขียนแบบ fiction ไม่ค่อยถนัดค่ะ...
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมเยียนที่บล็อกนะคะ...


โดย: Devonshire วันที่: 9 เมษายน 2552 เวลา:18:16:01 น.  

 
สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมบ้านนะค่ะ


โดย: หมูอ๊วนอ้วน วันที่: 9 เมษายน 2552 เวลา:19:50:33 น.  

 
อ่านแล้วได้แรงบันดาลใจในการเขียนเพิ่มขึ้นโขเลยครับ


โดย: วรบรรณ วันที่: 9 เมษายน 2552 เวลา:22:11:28 น.  

 
แวะมาส่งเข้านอนค่ะ ฝันดีน๊ะ

ที่นี่ยังแดดเปรี้ยงอยู่เลยค่ะ


โดย: thainurse@norway วันที่: 9 เมษายน 2552 เวลา:23:46:43 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมนะคะ
คุณเลดี้ไวท์แปลบทกวีข้างบนได้เพราะจังเลยค่ะ ใช้ภาษาได้สละสลวย อ่านแล้วพลิ้วดีจัง


โดย: ตะไคร้หอม วันที่: 10 เมษายน 2552 เวลา:8:23:17 น.  

 
แวะมาเคาะประตูบ้านให้ไปดูรูปน้องต้นกล้าค่ะ


โดย: pet.sp วันที่: 11 เมษายน 2552 เวลา:15:45:27 น.  

 
สวัสดีค่ะ แวะมาเยี่ยมค่ะ
มีความสุขในเทศกาลสงกรานต์นะคะ


โดย: พี่สาว (พอที ) วันที่: 11 เมษายน 2552 เวลา:16:15:36 น.  

 
ชอบหนังสือของเขาเพราะ the missing piece ค่ะ ^^


โดย: แพนด้ามหาภัย IP: 125.25.146.230 วันที่: 12 เมษายน 2552 เวลา:21:33:04 น.  

 
เจ้าของบล็อกหายไปไหนน้อ สบายดีมั้ยคะ


โดย: thainurse@norway วันที่: 18 พฤษภาคม 2552 เวลา:1:26:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ladywrite
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




living | learning |
[Add ladywrite's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.