Group Blog
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •   
  •  
All Blog
::.. "แม่หญิงเชอร์" Baby journey เบบี๋อยู่ไหนจ๊ะ
มีมิตรรักแฟนเพลงถามกันมาว่าแม่หญิงเชอร์เป็นยังไงบ้าง คลอดน้องรึยัง วันนี้ก็เลยจะมาอัพเดทเรื่องราวของเบบี๋ที่รอคอย Smiley

มังคุดน้อยมีกำหนดครบ 40 สัปดาห์เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม (ใครสงสัยว่าทำไมเรียกลูกว่ามังคุด ไปอ่านได้ที่นี่ค่ะ) ที่สวีเดนเค้าเน้นให้แม่ๆทั้งหลายคลอดเองตามธรรมชาติ จะผ่าให้ก็ต่อเมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เท่านั้น ไอ้เรื่องจะไปดูฤกษ์แล้วนัดคุณหมอผ่านี่ลืมไปเลยค่ะทำไม่ได้ ทางการแพทย์ถือว่าเด็กที่คลอดตั้งแต่ 37-42 สัปดาห์ เป็นการตั้งครรภ์ที่ครบเทอม ไอ้วัน due date ที่เค้าบอกเราเนี่ย จริงๆแล้วจะมีคนคลอดตรงวันแค่ประมาณ 5% และประมาณ 70% ของผู้หญิงท้องแรกจะคลอดหลังวัน due date คุณหมอบอกเอาไว้ว่า due date บวกลบ 2 อาทิตย์ คลอดได้ทุกเมื่อ

แม่หญิงเชอร์ก็หวังว่าตัวเองจะเป็นคนส่วนน้อยที่คลอดตรงวัน รึก่อนวันก็ได้นะ พอดีที่นี่เดือนกรกฎาคม-สิงหาคมเป็นช่วงที่คนลาพักร้อน แน่นอนเราก็เลยลาพักร้อนบ้าง แม่หญิงเชอร์หยุดตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎา ยาวเลย 4 อาทิตย์ แล้วก็ลาคลอดต่อไปเลยตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาไปจนถึงกันยาปีหน้านู่น (ไว้จะมาเล่าให้ฟังครั้งหน้าถึงระบบลาคลอดและลาเลี้ยงลูกที่แสนจะใจกว้างของสวีเดนนะคะ Smiley)

ตอนที่เริ่มพักร้อนสองอาทิตย์แรกก็บ้าพลังมาก ทำนู่นทำนี่ตลอดเวลา ทั้งทำความสะอาดบ้าน จัดห้องให้ลูก ซื้อของเตรียมพร้อม ซักเสื้อผ้าทุกอย่างของลูกเตรียมไว้





พอเข้าอาทิตย์ที่สามเริ่มไม่มีอะไรทำ แถมอากาศดันร้อนมากๆยิ่งไม่อยากทำอะไร แม่หญิงเชอร์ก็ว่ายน้ำ (แช่น้ำลอยตุ๊บป่องมากกว่า) สลับกับการนอนผึ่งพุงหน้าพัดลมกับโซย่า



จนอาทิตย์ที่แล้วซึ่งเป็นอาทิตย์สุดท้ายของพักร้อน บอกเลยว่า เบื่อมาก ไม่รู้จะทำอะไร นั่งๆนอนๆเดินๆ อ่านหนังสือ ดูทีวี จนไม่รู้จะทำอะไรดี
(ลาพักร้อนคนเดียวนะคะ คุณสามีจะรอลาหยุดตอนลูกคลอด)

แล้วยิ่งใกล้ due date แม่หญิงเชอร์ก็สบายดีไม่มีอาการอะไรเลยนอกจากท้องแข็งเป็นครั้งคราว ยังเดินไปไหนมาไหนสบายมาก เพื่อนๆที่มีลูกแล้วบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เชอรี่เอ๋ย เธอเกินวันแน่ๆสบายดีขนาดนี้ไม่เหมือนคนท้องแก่ใกล้คลอดเลย Smiley

จนวันที่ 4 สิงหาคมมาถึง...แล้วก็ผ่านไป ไร้วี่แววว่ามังคุดจะอยากออกมาให้อุ้ม Smiley ทุกๆเช้ามีเพื่อนๆถามตลอดว่าวันนี้เป็นไง เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม แม่หญิงเชอร์รู้สึกว่ามังคุดดิ้นน้อยกว่าปกติแล้วก็ดิ้นไม่แรง ก็เลยเริ่มนอยด์ สุดท้ายทนไม่ไหวต้องโทรไปหาพยาบาลผดุงครรภ์ที่ห้องคลอด เค้าก็บอกให้เข้าไปเช็คดู



แม่หญิงเชอร์ก็เข้าไปนอนให้เค้าติดเครื่อง CTG วัดการเต้นของหัวใจมังคุดกับ contractions นอนอยู่ชั่วโมงนึง ผลออกมามังคุดปกติดี แม่หญิงเชอร์มี contractions บ้างแต่ไม่สม่ำเสมอแล้วก็ไม่เจ็บ แต่ที่ไม่ปกติคือความดันค่ะ ความดันสูงเลย วัดครั้งแรกตอนเข้าไปถึงได้ 155/110 ครั้งที่สอง 149/99 ครั้งที่สาม 139/95 คุณพยาบาลเลยให้ตรวจฉี่เพื่อดูว่ามีโปรตีนในฉี่รึเปล่า ถ้ามีก็อาจเป็นภาวะครรภ์เป็นพิษได้ แต่ตรวจแล้วปกติดี เสร็จจากนั้นก็ไปให้คุณหมอซาวด์ดูมังคุด คุณหมอดูการทำงานของสายสะดือว่าไหลเวียนดีมั้ย และวัดระดับน้ำคร่ำ ทุกอย่างปกติหมด ก็เลยให้แม่หญิงเชอร์กลับบ้านได้ เรื่องความดันคุณหมอบอกว่าช่วงท้ายๆของการตั้งครรภ์ความดันอาจจะเพิ่ม ซึ่งความดันแม่หญิงเชอร์เริ่มสูงขึ้นตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว แต่ก็ไม่สูงขนาดนี้นะ วันที่ 12 นี้แม่หญิงเชอร์มีนัดกับพยาบาลผดุงครรภ์อีกครั้ง (ถ้าไม่คลอดซะก่อน) วันนั้นพยาบาลจะตรวจความพร้อมของปากมดลูกแล้วก็กวาดปากมดลูกกระตุ้นให้


สรุปว่าต้องรอกันต่อไป Smiley แล้วมังคุดคลอดออกมาเมื่อไหร่ แม่หญิงเชอร์จะหาเวลามาอัพเดทประสบการณ์การคลอดให้มิตรรักแฟนเพลงที่สนใจนะคะ ลาไปด้วยรูปวันนี้



40วีค3วัน ตัวเท่าแม่วาฬ (น้ำหนักขึ้นมาทั้งหมด13กิโล จากที่ตั้งใจไว้ว่าแค่10กิโลพอ Smiley)


Smiley

Lady Cher's : acebook page
Lady Cher's : รวมลิ้งค์ ..




Create Date : 08 สิงหาคม 2557
Last Update : 8 สิงหาคม 2557 22:07:06 น.
Counter : 2524 Pageviews.

3 comment
::.. "แม่หญิงเชอร์" จาก IVF ครั้งที่ 2 จนถึงวันนี้
ห่างหายจากการเขียนบล้อกไปเกือบ3เดือน (ไม่รู้มีใครคิดถึงหญิงเชอร์บ้างรึเปล่า Smiley) วันนี้ก็ตั้งใจว่าจะมาอัพเดทเรื่องราวหลังการทำIVFต่อจากที่เขียนไว้ล่าสุด 

หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลแล้ว คุณหมอก็นัดไปตรวจทุกสัปดาห์ ที่จริงเค้านัดเพื่อตรวจดูอาการ OHSS แต่ผลพลอยได้ก็คือได้เห็นเบบี๋ทุกครั้ง วันแรกที่กลับไปตรวจก็นับอายุการตั้งครรภ์ได้ 4วีค6วัน คุณหมอซาวด์ดูเห็นถุงตั้งครรภ์เล็กๆ แต่ยังไม่เห็นตัวอ่อน วันนี้ท้องยังบวมป่องเต็มไปด้วยน้ำ คุณหมอเลยขอเจาะเอาน้ำออกอีกครั้ง Smiley เจ็บตัวอีกแล้ว แต่ได้น้ำออกมาตั้ง3ลิตร พุงแฟ่บไปทันที รู้สึกสบายตัวขึ้นมาก เรามีแพลนจะเดินทางกลับเมืองไทยในอีก5วัน ก็เลยถามคุณหมอว่าเดินทางได้มั้ย คุณหมอตอบแบบไม่คิดเลยว่า "ไม่ได้" เพราะแม่หญิงเชอร์ยังต้องฉีดยาไม่ให้เลือดข้นอีกหลายอาทิตย์ การนั่งเครื่องบินนานๆเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตันซึ่งอันตรายมาก แล้วคุณหมอก็ออกใบรับรองแพทย์ให้เราเอาไปเคลมค่าตั๋วเครื่ิองบินกับประกัน ดีว่าที่นี่มีประกันการเดินทางเลยทำเรื่องคืนเงินได้หมด แห้ว...อดกลับเมืองไทยแต่เพื่อชับบี้เราทนได้ 

5วีค6วันไปตรวจอีก น้ำในท้องไม่กลับมาแล้ว...เย้ ได้เห็นถุงตั้งครรภ์โตขึ้นแล้วก็มีจุดเล็กๆอยู่ข้างใน แต่คุณหมอไม่อยากตรวจการเต้นของหัวใจเพราะยังเล็กมากกลัวหาไม่เจอแล้วเราจะกังวล

7วีค3วัน คุณหมอนัดไปดูการเต้นของหัวใจตัวอ่อน วันนี้จะได้รู้กันว่าชับบี้มีชีวิตอยู่รึเปล่า หญิงเชอร์ตื่นเต้นและกังวลมาก กลัวว่าชับบี้หัวใจจะไม่เต้น คุณหมออธิบายก่อนตรวจว่าอายุครรภ์เท่านี้ซาวด์แล้วควรเห็นถุงตั้งครรภ์ ตัวอ่อนและหัวใจเต้น ถ้าเห็นทุกอย่างตามนี้ โอกาสที่การตั้งครรภ์นี้จะดำเนินไปตลอดรอดฝั่งมี 85-90% พูดจบก็ซาวด์ดู หญิงเชอร์ที่โคตรจะกังวลมองไม่เห็นอะไรเลย แต่หมอพูดเร็วมากว่ายินดีด้วยนะ นี่ไงหัวใจเต้นกระพริบๆในจอ ซึ่งเชอร์กับสามีเพ่งนานมากกว่าจะเห็น Smiley

คุณหมอให้รูปใบนี้แล้วบอกว่าขอให้โชคดี หมอหมดหน้าที่แล้ว ต่อจากนี้ไปเราก็ต้องไปฝากท้องและไปพบพยาบาลผดุงครรภ์แทน ตอนจะออกจากห้องหมอใจหายนิดๆ เจอกันมาเกือบปีนี่จะไม่ได้เจอกันแล้ว

กลับจากโรงพยาบาลวันนั้น แม่หญิงเชอร์ก็ส่งรูปชับบี้ไปให้กลุ่มเพื่อนสาวที่สนิทกัน แล้วบอกทุกคนว่าในที่สุดmiracleตัวน้อยๆก็มาอยู่ในพุงแล้ว ทุกคนกรี๊ดกร๊าดตื่นเต้น เพราะรู้ว่าเราพยายามขนาดไหน

หลังจากนั้นแม่หญิงเชอร์ก็ใช้ชีวิตแบบคนท้อง ทั้งแพ้ทั้งเหนื่อย นอนหลับ2ทุ่มทุกวัน เราไปฝากท้องเจอกับพยาบาลผดุงครรภ์ที่ใจดีและน่ารักมากๆ ผลตรวจเลือดทุกอย่างปกติดียกเว่นค่าเม็ดเลือดแดงซึ่่งต่ำกว่าปกติ หญิงเชอร์ก็เลยต้องกินธาตุเหล็กเสริม 

พอได้12วีค3วัน เราก็ไปตรวจ Nuchal Translucency Scan เป็นการตรวจอุลตร้าซาวด์วัดความหนาของผนังคอของตัวอ่อนเพื่อประเมินความเสี่ยงเรื่องความผิดปกติของโครโมโซม เช่น ดาวน์ซินโดรม ปกติแล้วเค้าจะตรวจคู่กับการตรวจเลือด ที่Västeråsนี่เค้าจะให้หญิงตั้งครรภ์อายุ35ปีขึ้นไปตรวจฟรี แม่หญิงเชอร์อายุไม่ถึงแต่อยากตรวจก็ต้องไปเสียเงินตรวจที่คลินิกเอกชนเอง พอไปถึงคุณหมอซักถามประวัติรายละเอียดเรื่องIVF ถึงตอนจะซาวด์ดูพอแม่หญิงเชอร์เปิดพุง คุณหมอเห็นรอยช้ำเขียวๆม่วงๆก็ถามว่าใช้ยาอะไรอยู่ พอหมอรู้ว่าแม่หญิงเชอร์มีอาการ OHSS หลังใส่ตัวอ่อนแล้วต้องฉีดยาไม่ให้เลือดข้นอยู่ แกก็บอกว่าให้ตรวจอุลตร้าซาวด์อย่างเดียวไม่ต้องตรวจเลือด เพราะผลเลือดจะเชื่อถือไม่ได้ จะทำให้เรากังวลเปล่าๆ

แถ่น...แท๊น เจอเจ้าตัวน้อยนอนอยู่ในพุง แม่หญิงเชอร์น้ำตาร่วงแต่มาขำตอนคุณสามีอุทานว่า เฮ้ย...มีแขนมีขาแล้วอ่ะ Smiley คือเค้าไม่รู้ว่าอายุครรภ์ขนาดนี้จะเห็นอะไร เพราะครั้งสุดท้ายที่ซาวด์ยังเป็นตัวอ่อนดูหัวดูหางไม่ออกอยู่เลย คุณหมอดูนี่วัดนั่นละเอียดเลย แล้วป้อนข้อมูลที่ได้เข้าคอม ตอนแรกตัวเล็กนอนคว่ำไม่ให้ความร่วมมือ คุณหมออยากให้นอนหงายก็เลยเอามือมาจิ้มๆที่พุงแม่หญิงเชอร์แล้วบอกให้ตัวเล็กพลิกตัว ดูในจอแล้วตลกมากเพราะเห็นเลยว่าชับบี้ขยับหนีแรงกดจากมือหมอ สุดท้ายตรวจเรียบร้อย ทุกอย่างดูดี ความเสี่ยงที่ชับบี้จะมีโครโมโซมผิดปกติต่ำมาก เราก็สบายใจ

ลืมเล่าไปว่าเราเรียกตัวเล็กว่าชับบี้แค่ช่วงแรกๆ แต่หลังจากที่คุณสามีบอกกับที่บ้านเค้าเรื่อง IVF แล้วเอารูปเอ็มบริโอ้ให้ดู พี่ๆน้องๆเค้าบอกว่าตัวอ่อนเหมือนมังคุด เลยพากันเรียกชับบี้ว่ามังคุดกันหมดSmiley

แม่หญิงเชอร์ฉีดยาไม่ให้เลือดข้นเข็มสุดท้ายตอน 12วีค6วัน รวมที่ฉีดมาทั้งหมด70เข็ม (พุงพรุน นี่ยังไม่รวมยากระตุ้นตอนทำ IVF) เจ็บมากเจ็บน้อยแล้วแต่วัน แต่หลังจากที่รู้ว่ามีมังคุดในท้องนี่ฉีดง่ายมาก คิดว่าทำเพื่อเค้า เปิดพุงจิ้มเลยไม่ลังเล ส่วนอาการแพ้ท้องคลื่นไส้นี่เป็นนานมาก กว่าจะหายก็วีค18-19นู่น มาคิดดูก็ดีนะเพราะไม่ได้อยากกินอะไรพิเศษ น้ำหนักขึ้นช้าๆ แรกๆลดด้วยซ้ำ ซึ่งแม่หญิงเชอร์คิดว่าดีเพราะเราปกติไม่ใช่คนผอม ถ้ากินนู่นนี่ได้เยอะๆน้ำหนักคงกระฉูดแย่

ครบ19วีคพอดีคุณหมอนัดไป Anatomy scan อุลตร้าซาวด์ครั้งนี้ปกติแล้วถ้าเราท้องเองโดยธรรมชาติ และไม่ได้ตรวจ Nuchal Translucency Scan ก็จะเป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นเบบี๋ แต่เราก็ตื่นเต้นอยู่ดี คุณหมอดูอวัยวะนู่นนี่ละเอียดมากแล้วก็วัดขนาดมังคุด ทุกอย่างปกติดี แต่ที่รอบๆไตของมังคุดมีของเหลวอยู่มากกว่าปกติ หมออยากจะให้มาตรวจดูอีกทีตอน33วีค หมอบอกว่าไม่ได้มีอะไรต้องกังวล เค้าอยากตรวจดูเพราะถ้าปริมาณของเหลวนี้ไม่ลดลง อาจจะทำให้มังคุดมีอาการทางเดินปัสสวะอักเสบได้ง่าย เค้าจะได้ตรวจเพิ่มเติมถ้ามังคุดมีไข้ (หลังเกิดมาแล้ว)

สุดท้ายคุณหมอบอกว่ามังคุดเป็นหนุ่มน้อย แล้วก็ให้ดูปิ๊กกาจู้ชัดเจน Smiley

หลังจากหมดอาการแพ้แล้ว แม่หญิงเชอร์ก็สบายดีมาตลอด ทุกๆวันเหมือนอยู่บนก้อนเมฆ มีความสุขมาก นั่งยิ้มคนเดียวเวลามังคุดดิ้น จนมาถึงวันที่เขียนอัพเดทนี้ก็ 30วีค1วันแล้ว รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วมากๆ อยากจะท้องต่อไปอีกซัก1ปี Smiley แหม...ก็กว่าจะท้องได้อ่ะนะ

วันนี้เมื่อ1ปีที่แล้ว เป็นวันที่แม่หญิงเชอร์ไปเก็บไข่ทำIVFครั้งแรก ไม่น่าเชื่อว่าผ่านมา1ปีแล้ว การเดินทางที่ยาวนานนี้ยังไม่จบ แต่ทุกวันนี้มันง่ายกว่าตอนเริ่มต้นมากๆ สำหรับใครที่ยังพยายามอยู่ แม่หญิงเชอร์ก็ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ

ลาไปด้วยรูปพุงอาทิตย์นี้ น้ำหนักเพิ่มมา8โลแว้วววว Smiley

Lady Cher's : acebook page
Lady Cher's : รวมลิ้งค์ ..



Create Date : 28 พฤษภาคม 2557
Last Update : 28 พฤษภาคม 2557 21:34:28 น.
Counter : 2383 Pageviews.

3 comment
::.. "แม่หญิงเชอร์" ทำ IVF ครั้งที่สองที่สวีเดน ตอนที่ 2
หลังจากที่ชับบี้น้อยย้ายมาอยู่ในพุงเรียบร้อยวันรุ่งขึ้นแม่หญิงเชอร์ก็กลับไปทำงานตามปกติ พอตกเย็นเริ่มรู้สึกว่าท้องบวมๆขึ้นนิดนึงแต่ไม่แน่ใจเพราะว่าช่วงที่ใช้ฮอร์โมนนี่ก็น้ำหนักขึ้น เลยไม่รู้ว่าชั้นบวมรึชั้นอ้วน Smiley

เสาร์-อาทิตย์พุงเริ่มบวมมากขึ้น แต่ก็ยังไม่มากเท่าครั้งที่แล้ว พอวันจันทร์ก็รีบโทรไปหาพยาบาล บอกไปว่าสงสัยจะมีอาการOHSSอีกแล้ว พยาบาลก็เลยนัดให้เข้ามาตรวจกับหมอสูติคนอื่นตอนกลางวันเพราะวันนี้ที่แผนกมีบุตรยากไม่มีหมอเลยก่อนไปหาหมอก็ไปฝังเข็มตามนัด เสร็จแล้วก็ไปโรงพยาบาล หลังจากนั่งรอเกือบชั่วโมงก็ได้เจอคุณหมอผู้หญิงซึ่งดูจากหน้าตาแล้วน่าจะอายุเท่าๆเรา หมอก็ตรวจอัลตร้าซาวด์ปรากฎว่าเป็นอย่างที่คิด รังไข่บวมและมีน้ำในช่องท้องนิดหน่อย คุณหมอสั่งจ่ายยาฉีดFragminซึ่งเป็นยาไม่ให้เลือดข้น จะได้ไม่เกิดลิ่มเลือดอุดตันและนัดให้มาพบหมอที่ดูแลเรืองIVFของเราอีกทีวันรุ่งขึ้นแล้วก็ให้ตรวจเลือดก่อนกลับ (สรุปหายไปครึ่งวันไม่ต้องทำงาน) Smiley

วันต่อมาก็ไปหาคุณหมอที่แผนกมีบุตรยาก หมอตรวจแล้วก็คอนเฟิร์มผลเหมือนเมื่อวาน แต่ครั้งนี้เราเป็นน้อยกว่าครั้งที่แล้วหมอเลยไม่ได้สั่งให้หยุดงาน แต่ยังต้องฉีดยาทุกวันต่อไปเหมือนเดิม วันนี้ที่จริงแม่หญิงเชอร์รู้สึกดีขึ้นแล้วด้วยซ้ำหมอบอกว่าเหมือนครั้งก่อนคืออาการOHSSมาภายใน1อาทิตย์หลังเก็บไข่แสดงว่าเป็นผลมาจากยากระตุ้นเข็มสุดท้ายก่อนเก็บไข่ที่มีฮอร์โมนhcgอยู่ ซึ่งอาการนี้จะหายไปเองภายใน1อาทิตย์ แต่ถ้าตัวอ่อนเกิดฝังตัวอาการนี้จะแย่ลง เพราะร่างกายจะผลิตhcgออกมาอีกและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามอายุครรภ์ กลับจากหาหมออารมณ์เบิกบานเพราะคิดเอาเองว่าครั้งก่อนเป็นแล้วท้อง ครั้งนี้ก็น่าจะมีโอกาสเยอะแถมครั้งนี้จิตใจสงบมากกว่าครั้งก่อนอีก ทั้งไปฝังเข็มทั้งไปโยคะ ก็ทำดีที่สุดแล้วที่เหลือก็ต้องมาลุ้นกันต่อไป Smiley

วันพุธ-วันพฤหัสก็ไม่มีอะไรพุงที่บวมก็ยุบหายไปเป็นปกติ พอวันศุกร์ตอนเช้าก็ยังไม่มีอะไรตอนเย็นไปกินข้าวบ้านเพื่อน รู้สึกว่าพุงเริ่มบวม แต่ก็ไม่แน่ใจว่าคิดไปเองรึเปล่าแต่มันน่าจะบวมจริงๆเพราะลูกสาวเพื่อนอายุ4ขวบถามว่า ยูมีเบบี๋ในพุงรึเปล่าพุงยูโต๊โต เล่นเอาผู้ใหญ่ขำกร๊าก Smiley กลับมาบ้านคืนนั้นแม่หญิงเชอร์บอกกับสามีว่าถ้าพรุ่งนี้เช้าตื่นมาแล้วพุงยังบวมแบบนี้ จะเทสนะว่าท้องรึเปล่า

เช้าวันเส่าร์ที่ 23 พฤศจิกายนแม่หญิงเชอร์ตื่นมา โอ้แม่เจ้าทำไมมันอึดอัดแบบนี้ พุงบวมมากๆประมาณคนท้อง7เดือนขึ้นอ่ะ ก็แน่นอนไม่ตรวจได้ไงบวมขนาดนี้จัดการเข้าห้องน้ำไปฉี่ใส่เทส แล้วก็ตั้งมันไว้ในห้องน้ำ เสร็จแล้วเดินออกมาที่ครัวมายืนทำใจซักพักนึงได้ยินเสียงกุกกักมาจากข้างบน แสดงว่าคุณสามีตื่นแล้วแม่หญิงเชอร์ก็รีบเข้าไปดูเทสในห้องน้ำ เห็นผลแล้วร้องไห้โฮเลย


มันบอกว่าท้อง 1-2สัปดาห์หลังการปฏิสนธิซึ่งก็ตรง เพราะวันนี้เป็นวันที่9หลังใส่ตัวอ่อนหรือวันที่11หลังการปฏิสนธิแม่หญิงเชอร์ก็เดินถือเทสร้องไห้เหมือนเด็กๆเลยออกมาเจอกับสามีที่ทำหน้าตื่นๆแล้วถามว่าร้องไห้ทำไม แม่หญิงเชอร์ก็ยกเทสให้ดูพี่แกก็มากอดแล้วก็ไปหยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูปเมียถือเทสร้องไห้หน้าตาแดงดูไม่ได้เลย Smiley

หลังจากสงบสติอารมณ์ได้แม่หญิงเชอร์ก็ไปนอนพักเพราะพุงที่สุดแสนจะอึดอัดมันทำให้ทำอะไรไม่ได้เลยก็กะว่าวันจันทร์คงต้องโทรหาหมออีกที


มีรูปพุงมาให้ดู เห็นมั้ยว่าพุงบวมล้ำหน้ามากๆ แล้วแม่หญิงเชอร์ก็ส่งข้อความไปบอกเพื่อนรักที่กินข้าวด้วยกันเมื่อวานว่า เมื่อคืนลูกสาวยูเค้าพูดถูกนะแล้วส่งรูปเทสไปด้วย อีเพื่อนก็โทรมาทั้งกรี๊ดทั้งร้องไห้ดีใจเพราะเค้ารู้ขั้นตอนการทำIVFของเราแล้วก็รู้ว่าเราอยากมีลูกขนาดไหน Smiley

วันรุ่งขึ้นตื่นเช้ามาเพราะปวดฉี่เดินด้วยความยากลำบากไปห้องน้ำเพราะพุงมันบวมกว่าเดิมอีก Smiley (ยังได้มากกว่านี้อีกเหรอ) พอฉี่ปรากฎว่ามันฉี่ได้น้อยมาก แล้วจู่ๆก็ปวดท้องมากๆ มีอาการคลื่นไส้จะอ้วกด้วย แล้วพอลุกยืนก็หน้ามืดลงไปกองกับพื่น เหงื่อแตกพลั่กๆไปทั้งตัวแม่หญิงเชอร์ก็ร้องเรียกสามีให้มาช่วย เค้าก็มาพยุงกลับไปที่เตียง เห็นเลยว่าอาการเราไม่ดีเค้าก็โทรไปเรียกรถพยาบาล ทางโรงพยาบาลจะส่งรถมาอีก15นาทีระหว่างนี้เค้าบอกให้แม่หญิงเชอร์นอนราบแล้วหาหมอนหนุนขาให้สูงๆระหว่างที่รอก็ใจไม่ดีเลย นี่ชั้นเป็นอะไรอีกเนี่ย ผ่านไป10นาทีอาการปวดท้องเริ่มดีขึ้น พอรถพยาบาลมาถึงparamedic 2คนก็มาสอบถามอาการแล้วก็สรุปว่าไปโรงพยาบาลดีกว่า แม่หญิงเชอร์นอนรถพยาบาลไปส่วนสามีจะพาโซย่าไปส่งไว้ที่บ้านแม่แล้วตามมา

บนรถเค้าวัดความดัน วันอุณหภูมิแล้วก็ถามนู่นนี่เยอะพอสมควร ถึงโรงพยาบาลก็มีพยาบาลจากห้องฉุกเฉินมารับช่วงต่อไป เค้าก็มาสอบถามอาการแล้วก็เจาะเลือดไป เสร็จแล้วก็ให้นอนรอ ซักพักใหญ่ๆเค้าก็กลับมาพร้อมกับถุงน้ำเกลือแล้วก็มาเจาะแขนใส่สายน้ำเกลือให้พยาบาลยื่นกระปุกพลาสติกให้อันนึง แล้วบอกว่าถ้าปวดฉี่เค้าขอฉี่เราไปตรวจด้วยตอนนี้ก็ให้นอนรอผลเลือดแล้วก็รอหมอ นอนได้ซักเกือบชั่วโมงสามีแม่หญิงเชอร์ก็มาถึงเอานมเปรี้ยวมาให้ด้วยเพราะเมียยังไม่ได้กินอะไรเลย ระหว่างที่รอหมอแม่หญิงเชอร์ก็เริ่มปวดฉี่ ก็ลุกไปห้องน้ำ คราวนี้ฉี่ได้ปกติเลยเรียกให้พยาบาลมาเอาตัวอย่างไปตรวจ

รอกันประมาณ2ชั่วโมงคุณหมอก็มาถึง ก็เริ่มถามอาการพร้อมกับอ่านประวัติการรักษาของแม่หญิงเชอร์ในคอมอ่านไปถามคำถามเพิ่มเติมไปครึ่งชั่วโมง แล้วก็ขออัลตร้าซาวด์ดูน้ำในท้องและขนาดรังไข่ ตรวจดูไม่นานหมอก็บอกว่ามีน้ำในช่องท้องค่อนข้างเยอะ แต่ยังไม่ถึงกับต้องเจาะออกส่วนรังไข่ก็บวม ทั้งหมดนี้เป็นเพราะแม่หญิงเชอร์ท้อง (มีผลเลือดยืนยันแล้ว)ร่างกายก็ผลิตฮอร์โมนhcgออกมา ทำให้อาการOHSSแย่ลงมาก หมออยากให้นอนที่โรงพยาบาลเพราะผลเลือดไม่ค่อยดี เลือดข้นและร่างกายขาดน้ำเพราะของเหลวมันไปรวมกันที่ท้องหมดสรุปว่าต้องอยู่โรงพยาบาล Smiley

นอนโรงพยาบาลอยู่ทั้งหมด1อาทิตย์ ทุกวันต้องชั่งน้ำหนัก วัดรอบพุง แล้วก็วัดปริมาณฉี่กับน้ำที่กินเข้าไป ตลอดเวลาเค้าให้น้ำเกลือแล้วก็มียาด้วยทุกเช้าแต่จำไม่ได้ว่ายาอะไร แค่วันแรกที่ชั่งน้ำหนักก็ตกใจ เพราะแค่พุงบวม3วัน น้ำหนักขึ้นมา5โล Smiley คือเป็นน้ำที่สะสมในท้องทั้งนั้น วันที่2ที่โรงพยาบาล ท้องบวมกว่าเดิม กินอะไรไม่ได้คลื่นไส้ตลอด คุณหมอเลยสั่งเจาะน้ำออก Smiley กลัวสิทีนี้ ตอนเจาะเค้าจะใช้อัลตร้าซาวด์ดูทางช่องคลอดก่อน เสร็จแล้วฉีดยาที่ปากมดลูก แล้วก็ใช้เข็มยาวมากๆเจาะพร้อมกับหัวตรวจอัลตร้าซาวด์ไว้นำทาง แล้วพอเจาะได้ที่ก็เปิดเครื่องดูด ของเหลวในท้องมันก็ค่อยๆออกมา เป็นสีแบบน้ำปนเลือดนิดๆ เจาะออกมาทั้งหมด2ลิตร พุงแฟ่บไปทันใจ (เจ็บแค่ตอนฉีดยาชา)

เจาะได้วันเดียววันรุ่งขึ้นบวมเหมือนเดิม แม่เจ้า Smiley หมอก็ให้พักวันนึง วันต่อมาจะเจาะใหม่ ทีนี้หมอที่จะเจาะเป็นหมอจากแผนกมีบุตรยาก (วันก่อนหมอสูติ) เห็นเตรียมนั่นนี่ไม่มีหลอดยาชา แม่หญิงเชอร์ก็ถามว่าไม่ฉีดยาชาเหรอ เค้าบอกว่าปกติเค้าไม่ฉีดหรอกเพราะถ้าฉีดเราก็ต้องโดนจิ้ม2ที โอเคลองดู บอกเลยว่าโคตรกลัวเจ็บ แล้วก็เจ็บจริงๆแถมยังเจาะไม่สำเร็จเพราะรังไข่ข้างนึงมาบังบริเวณที่หมอเจาะ ทำให้เจาะต่อไม่ได้...เจ็บฟรี Smiley แล้วยังไม่พอ ที่นอนโรงพยาบาลก็มีปัญหาเวลาเจาะสายน้ำเกลือกับเจาะเลือดที่ต้องตรวจทุกเช้า เพราะแม่หญิงเชอร์เส้นเลือดหายาก แถมมาบวมอีกยิ่งยากกว่าเดิม สรุปเจาะกันพรุน มือบวมเป็นมะนาวเพราะเส้นเลือดแตก แขนก็ไม่มีที่จะให้ช้ำให้เขียว 


สุดท้ายพอผลเลือดเริ่มดี หมอก็ให้กลับบ้านแล้วนัดให้มาตรวจอีกอาทิตย์ต่อไป นี่รูปตอนกลับบ้าน สังเกตขนาดพุงเหมือนท้องหลายเดือนแต่ที่จริงแค่ 5วีค Smiley

ก็ยังต้องต่อสู้กันต่อไปเพราะไม่รู้จะเป็นแบบนี้อีกนานแค่ไหน เจ้าชับบี้น้อยในท้องจะอยู่กับเรามั้ย ยาที่ไม่ให้เลือดข้นก็ต้องฉีดทุกวันไปจนอายุครรภ์ 12วีค6วัน Smiley ฉีดกันพุงพรุน การเดินทางครั้งนี้ยังอีกยาวไกล ติดตามตอนต่อไปนะคะ Smiley

Lady Cher's : acebook page
Lady Cher's : รวมลิ้งค์ ..





Create Date : 28 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 28 กุมภาพันธ์ 2557 16:51:10 น.
Counter : 1891 Pageviews.

0 comment
::.. "แม่หญิงเชอร์" ทำ IVF ครั้งที่สองที่สวีเดน ตอนที่ 1
หลังจากกินแห้วกระป๋องโตเมื่อเดือนกันยายน 2013 ผิดหวังไม่ได้น้องไอติม แม่หญิงเชอร์ก็โทรบอกผลกับคุณหมอแล้วก็นัดเวลาสำหรับเริ่มทำ IVF ครั้งที่สอง ซึ่งครั้งนี้ต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้นเพราะเราไม่มีตัวอ่อนแช่แข็งเหลืออยู่แล้ว Smiley
16 ตุลาคม (ก่อนประจำเดือนมาประมาณ1อาทิตย์) คุณหมอก็นัดให้ไปตรวจภายในเพื่อดูความพร้อมก่อนเริ่มรอบใหม่ ทุกอย่างปกติดีคุณหมอให้เริ่มพ่นสเปรย์ Suprecure เลยตั้งแต่วันนี้ ครั้งนี้ใช้ยาเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่ยาฉีดกระตุ้นไข่ Puregon เนี่ย คุณหมอปรับโดสยาลงมาเพราะกลัวว่าเราจะเป็น OHSS (Ovarian Hyperstimulation Syndrom) แบบครั้งก่อน พอเริ่มพ่นสเปรย์ได้3วันอาการหงุดหงิด อารมณ์เสียง่ายมาทันที สามีถึงกับหัวเราะแล้วบอกว่า แหม หญิงเชอร์คนนี้ไม่ได้เจอกันนาน กลับมาครั้งนี้เหมือนครั้งก่อนเลย Smiley และคงเป็นความโชคดีของชีวิตแต่งงานเราที่สามีหญิงเชอร์ต้องเดินทางไปต่างประเทศ2อาทิตย์ ทำให้ไม่ต้องมาเจออารมณ์เหวี่ยงๆขึ้นๆลงๆของเมีย นอกจากเรื่องอารมณ์แล้ว ผลข้างเคียงของยาก็เหมือนเดิม ปวดหัวประจำและเหนื่อยกว่าปกติ 

ลืมบอกไปว่าหญิงเชอร์ยังไปฝังเข็มอาทิตย์ละครั้ง ต่อเนื่องมาจากที่ทำไอติมครั้งก่อน แล้วก็มีไปโยคะทุกอาทิตย์ซึ่งช่วยให้ผ่อนคลายหายเครียดไปบ้าง วันที่31 ตุลาคม ก็เริ่มฉีดยากระตุ้นไข่ ครั้งนี้คุณหมอให้พ่นสเปรย์ต่อไปด้วยปริมาณ3ครั้งต่อวันในขณะที่กระตุ้นไข่ด้วยเพราะกลัวอาการ OHSS อย่างที่บอก

4 พฤศจิกายน ก็ไปตรวจเลือดตอนเช้า พอบ่ายคุณพยาบาลโทรบอกว่าผลฮอร์โมน estradiol ในเลือดสูงเกินไป วันนี้ให้ลดปริมาณยาฉีดลงอีก แล้วพรุ่งนี้ต้องมาพบหมอ แม่หญิงเชอร์ก็แปลกใจเพราะที่ทำครั้งก่อน ตรวจเลือดรอบแรกผลฮอร์โมนตัวนี้น้อยไป ทำให้ต้องเพิ่มโดสยาฉีดกระตุ้นไข่ มาคราวนี้ดันมากไปอีกทั้งๆที่เราปรับโดสยาแล้วแถมยังพ่นสเปรย์คุมอยู่ Smiley พอไปพบหมอ ตรวจอัลตร้าซาวด์ดู ก็เจอน้องไข่ร่วมสิบฟอง มีขนาดตั้งแต่ 10 ถึง15 มิล คุณหมอก็บอกว่าไม่น่าห่วงเพราะไม่มีฟองไหนโตเร็วเกินไป แต่ก็ปรับโดสยาฉีดให้ใหม่

8 พฤศจิกายน กลับไปตรวจอัลตร้าซาวด์ดูน้องไข่ใหม่ ไอ้สิบกว่าฟองครั้งก่อนก็โตขึ้นมาหน่อย มี2-3ฟองที่มีขนาด16-17มิล ที่เหลือก็มีขนาดลดหลั่นตามกันมา วันนี้โดนเจาะเลือดอีกรอบ คุณหมอให้รอฟังผลเลือดตอนบ่าย แล้วถึงจะรู้ว่าจะได้เก็บไข่วันไหน ตกบ่ายคุณพยาบาลโทรมาบอกว่าฮอร์โมนยูสูงปรี๊ด เย็นนี้และเย็นพรุ่งนี้ไม่ต้องฉีดยากระตุ้นไข่แล้ว แต่วันอาทิตย์ที่ 10 ตอน สองทุ่มครึ่งให้ฉีดยา Pregnyl กระตุ้นให้ไข่ตก แล้ววันอังคารที่ 12 ให้ไปเก็บไข่ตอนแปดโมงเช้า

ครั้งนี้ฉีด Pregnyl ไม่เลวร้ายเท่าครั้งก่อน พอดีไปอ่านเจอเทคนิกมาว่าให้เอียงเข็ม45องศาตอนฉีด...เวิร์คนะ 12 พฤศจิกายน ไปโรงพยาบาลที่ Uppsala ครั้งนี้มีคนมาเก็บไข่แค่อีก 1 คู่ สามีแม่หญิงเชอร์บอกว่าสงสัยคนอื่นท้องกันไปหมดละ Smiley คุณพยาบาลเอายามาให้ แล้วบอกคุณสามีให้ไปห้องแล็บเพื่อเก็บน้ำเชื้อ แต่เฮียบอกว่าขอกินกาแฟก่อนนะ เช้านี้ยังไม่ได้กินกาแฟ คุณพยาบาลขำกร๊ากบอกว่าได้เลยแต่ต้องทำเวลานะเดี๋ยวไม่ทัน พอสามีไปห้องแล็บ คุณพยาบาลก็มาใส่เข็มให้ที่มือ ไว้ให้มอร์ฟีนตอนเก็บไข่ แล้วแกก็ถามแม่หญิงเชอร์ว่า เก็บไข่ครั้งที่แล้วเป็นยังไง เจ็บมากมั้ย แม่หญิงเชอร์ตอบว่า บอกตรงๆไอจำไม่ได้แล้ว Smiley

ถึงคิวเราคุณพยาบาลก็มาเรียกไปห้องที่เราคุ้นเคย (มารอบที่4ละ) 


ก่อนเก็บไข่ยังยิ้มออก Smiley ครั้งนี้คุณหมอไม่ซ้ำเดิมอีกแล้ว เป็นคุณหมอผู้หญิง พอทุกอย่างพร้อม คุณหมอก็เริ่มเก็บไข่จากรังไข่ข้างซ้ายก่อน จ๊าก...ถึงกับร้องโอดโอย มันเจ็บอ่ะ Smiley พยาบาลก็ให้มอร์ฟีนเพิ่ม แล้วคุณหมอก็เปลี่ยนมาเก็บที่ข้างขวาก่อน คุณหมอบอกว่ารังไข่ข้างซ้ายอยู่ลึกไปข้างหลังทำให้เก็บยาก แต่เปลี่ยนมาเก็บข้างขวาก็ใช่ว่าจะไม่เจ็บ คุณพยาบาลเพิ่มมอร์ฟีนให้อีก พอข้างขวาหมดย้ายมาที่ข้างซ้าย...ทรมาน เจอมอร์ฟีนไปอีก2รอบ สุดท้ายคุณพยาบาลบอกว่าให้ยาเพิ่มไม่ได้แล้ว เราต้องตั้งสติแล้วพยายามควบคุมการหายใจ โอย...กว่าจะเสร็จทรมานจริง จำไม่ได้ว่าครั้งก่อนเจ็บเท่านี้นะ พอเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จคุณพยาบาลเดินมาบอกว่า ครั้งนี้ได้ไข่ทั้งหมด8ฟอง Smiley น้อยกว่าครั้งที่แล้วอ่ะ ทำเราใจแป้วไปนิดนึง

กลับมาบ้านวันนั้นก็เมายานอนทั้งวัน พอวันรุ่งขึ้นก็โทรไปที่โรงพยาบาลเพื่อสอบถามว่ามีน้องไข่ที่ปฏิสนธิกี่ฟอง คุณพยาบาลที่คุยด้วยแกเงียบไป1อึดใจ แล้วบอกว่ามีฟองเดียว Smiley...ฟองเดียว!!! แม่หญิงเชอร์ร้องไห้เลย คุณพยาบาลก็ปลอบใจว่าบางทีมันก็เป็นแบบนี้ แต่ก็ให้สู้ต่อเพราะจริงๆแล้วก็ต้องการแค่ฟองเดียวแหละที่จะให้เป็นเบบี๋สำเร็จ

วางสายไปแล้วเศร้า...จิตตก สามีกลับมากินข้าวกลางวันพอดี แม่หญิงเชอร์ก็เล่าให้ฟัง เป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่เราพยายามมาที่เค้าหน้าจ๋อยไปเห็นๆ ออกอาการเซ็งแบบเดียวกันชัดเจน ทีนี้ก็ทำอะไรมากไม่ได้นอกจากรอ วันรุ่งขึ้นบ่ายโมงครึ่งเรามีนัดใส่ตัวอ่อน ถ้าเจ้าตัวเดียวที่มีอยู่ยังเจริญเติบโตแบ่งเซลล์ปกตินะ

14 พฤศจิกายน วันนัดใส่ตัวอ่อน ก่อนไปโรงพยาบาลแม่หญิงเชอร์ไปฝังเข็มเตรียมพร้อมให้มดลูกน่าอยู่สำหรับตัวอ่อน สรุปแล้วโรงพยาบาลไม่โทรมาแสดงว่าตัวอ่อนหนึ่งเดียวของเรารอด แต่เราก็ไม่ค่อยจะแฮ้บปี้เท่าไหร่ ครั้งที่แล้วมีให้เลือกหลายตัว เราได้ตัวสวยสุดคืนมาท้องแล้วยังหลุดไปเลย ครั้งนี้เลือกไม่ได้มันจะเป็นยังไง

พอถึงคิวเรา คราวนี้คุณหมอเป็นผู้หญิงชาวจีน ตอนที่รอคุณหมอเตรียมตัว คุณEmbryologist เป็นผู้ชาย(ตัดผมสกินเฮดเจาะหูอีกตะหาก)เค้าเดินออกจากห้องแล็บข้างๆมาคุยกับเรา เค้าอ่านบันทึกว่าเราได้ไข่ทั้งหมด8ฟอง แต่ผสมแล้วปฏิสนธิแค่1ฟอง เป็นเพราะว่าไข่ส่วนใหญ่ที่เก็บออกมามีขนาดยังไม่โตเต็มที่ ทำให้สเปิร์มผสมไม่ได้ ซึ่งน่าจะเป็นเพราะการลดยากระตุ้นไข่ แม่หญิงเชอร์หน้าจ๋อยอยู่แล้วยิ่งจ๋อยหนักกว่าเดิม Smiley แล้วเค้าก็บอกว่า แต่ไม่ต้องกังวลนะ เจ้าตัวเดียวที่มีอยู่เนี่ยเค้าสวยสมบูรณ์มาก สมบูรณ์แบบให้สิบคะแนนเต็ม แล้วเค้าก็ตบบ่าแม่หญิงเชอร์แล้วพูดประโยคสุดท้ายที่ทำให้เรายิ้มออกว่า "มันไม่ต้องมีมากไปกว่านี้แล้วล่ะเพื่อจะให้ได้เบบี๋" 

คุณหมอพร้อมพอดี แม่หญิงเชอร์ก็ขึ้นเตียง มีความหวังเรืองรองจากคำพูดคุณEmbryologist Smiley ก่อนจะใส่ตัวอ่อน เค้าก็จะให้เราดูหมายเลขประจำตัวเราที่ถาดตัวอ่อน (บนหน้าจอ) เสร็จแล้วก็ซูมให้เราดูตัวอ่อน10คะแนนเต็มของเรา



ประโยคแรกที่คุณสามีพูดเมื่อเห็นภาพบนจอคือ "ทำไมมันอ้วนจัง" เล่นเอาแม่หญิงเชอร์ขำกร๊าก ทรมานท้องมากๆเพราะว่าต้องอั้นฉี่ด้วย



และแล้วเจ้าอ้วน10คะแนนก็เข้าไปนอนอยู่ในมดลูกแม่หญิงเชอร์ เราก็ต้องลุ้นกันต่อไปว่าเจ้าChubbyนี้จะมาอยู่กับเรารึเปล่า กำหนดตรวจการตั้งครรภ์คือวันที่ 1ธันวาคม (ตั้งอีก18วัน Smiley ) ครั้งนี้เป็นการใส่ตัวอ่อนครั้งที่3 เราก็มีความหวังว่าจะเป็น Third time's a charm นะ 

การรอคอยครั้งนี้จบอย่างไร ติดตามตอนต่อไปนะคะ Smiley

Lady Cher's : acebook page
Lady Cher's : รวมลิ้งค์ ..



Create Date : 09 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 9 กุมภาพันธ์ 2557 22:32:09 น.
Counter : 1295 Pageviews.

0 comment
::.. "แม่หญิงเชอร์" IVF กับ FET ใส่ตัวอ่อนแช่แข็งครั้งแรก
หลังจากหลบไปพักใจและรอคลินิกเปิดทำการหลังปิดพักร้อน ก็ได้ฤกษ์การพยายามครั้งใหม่ ที่ทำไอวีเอฟไปครั้งที่แล้ว แม่หญิงเชอร์ได้ตัวอ่อนคืนมาหนึ่งตัว แล้วก็ยังมีอีกหนึ่งตัวที่แช่แข็งอยู่ ครั้งนี้เราก็จะใช้เจ้าตัวที่แช่แข็งซึ่งเราเรียกกันว่าเจ้า "ไอติม" Smiley

ต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา แม่หญิงเชอร์ก็ติดต่อกับที่คลินิก ได้เรื่องมาว่าการใส่ตัวอ่อนแช่แข็งหรือ FET (Frozen Embryo Transfer) มีสองแบบ คือทำในรอบเดือนที่มีการใช้ฮอร์โมนกระตุ้น หรือทำในรอบเดือนตามธรรมชาติ เพราะว่าแม่หญิงเชอร์มีรอบเดือนปกติ ไข่ตกปกติ หมอก็เลยให้ทำในรอบเดือนธรรมชาติ วิธีทำก็คือหลังจากประจำเดือนมาแล้ว ก็ให้เราใช้ที่ตรวจไข่ตกดูว่าจะได้เจ้าหน้ายิ้มตอนไหน พอได้เจ้าหน้ายิ้มแล้วเราก็โทรไปบอกที่คลินิก เค้าก็จะนัดวันไปใส่ตัวอ่อน ขึ้นอยู่กับว่าตัวอ่อนของเราแช่แข็งที่กี่วันหลังการปฏิสนธิ

แม่หญิงเชอร์ก็รอ...ร๊อ...รอ จนวันที่19ของรอบเดือนก็เจอหน้ายิ้ม Smiley



แล้วก็รีบโทรไปบอกคุณพยาบาล เค้าก็นัดให้ไปใส่ตัวอ่อนหลัวจากนั้นสามวัน เพราะไข่จะตกหลังวันที่เจอหน้ายิ้ม แล้วเจ้าไอติมถูกแช่แข็ง2วันหลังการปฏิสนธิ

ลืมบอกไปว่าหลังจากที่แท้งไปครั้งที่แล้ว แม่หญิงเชอร์เริ่มไปฝังเข็มกับคนฝังเข็มที่เค้าชำนาญเรื่องการมีบุตรยาก ก็ไปฝังมาอาทิตย์ละครั้ง ปรับสมดุลนู่นนี่ในร่างกาย พอวันที่จะไปใส่ตัวอ่อนตอนบ่ายก็ไปฝังเข็มก่อนตอนเช้า เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือดมาที่มดลูก วันนั้นก็ใจตุ้มๆต่อมๆ เพราะทางคลินิกก็จะละลายเจ้าไอติมตอนเช้า ถ้าไอติมไม่รอดเค้าก็จะโทรมาบอกเราตอนสายๆ แม่หญิงเชอร์ก็กังวลทั้งเช้า โทรศัพท์ดังทีก็สะดุ้งที แหมแล้ววันนี้คนนู้นคนนี้ก็โทรมาจัง Smiley

สุดท้ายคลินิกก็ไม่โทรมา แสดงว่าไอติมรอด Smiley ระหว่างทางไปคลินิกครั้งนี้ แม่หญิงเชอร์เอาน้ำไปด้วยแต่ยังไม่ยอมกิน รอจนอีก15นาทีจะถึงคลินิกถึงกินน้ำ เพราะครั้งที่แล้วที่เค้าให้อั้นฉี่จำได้ว่าทรมานมาก ครั้งนี้เราจะปวดฉี่แบบพอดีๆ Smiley พอไปถึงเปลี่ยนชุดเรียบร้อยเข้าห้องเดิม เจอคุณหมอพร้อมด้วยหมอฝึกหัดอีกหนึ่งคน แล้วเค้าก็ให้เราดูรูปเอ็มบริโอ้น้อยก่อนใส่คืน



พอเห็นไอติมแล้วเราสองคนก็มองหน้ากัน เอ...ทำไมมันดูไม่เหมือนตัวที่แล้ว (ตัวที่แล้วมี4เซลล์ชัดเจน) พอถามคุณหมอก็ได้ความว่า ตอนที่ละลายไอติมเนี่ยเซลล์เค้าตายไปหนึ่งเซลล์ แต่ว่าคุณภาพยังใช้ได้เค้าถึงใส่คืนให้เรา เสร็จแล้วก็จัดการใส่เจ้าไอติมคืนให้แม่หญิงเชอร์ แล้วแกก็อธิบายให้คุณหมอฝึกหัดฟังไปด้วย แป๊บเดียวเรียบร้อยได้ไอติมมาอยู่ในพุง จากนี้อีก18วันแม่หญิงเชอร์ก็จะต้องตรวจว่าท้องรึเปล่า

เกือบลืมอีกเรื่อง ปกติการใส่ตัวอ่อนในรอบเดือนตามธรรมชาติ เค้าก็จะไม่ให้ฮอร์โมนอะไรช่วย ให้ร่างกายเราเป็นไปเองตามธรรมชาติ แต่พอดีที่คลินิกนี้กำลังทำการศึกษาว่าถ้าให้โปรเจสเตอโรนเสริมหลังใส่ตัวอ่อนในรอบเดือนธรรมชาติแล้วจะมีผลดีกว่าหรือไม่ แม่หญิงเชอร์ก็เลยได้ร่วมทดลอง ต้องจับฉลากว่าเราจะได้โปรเจสเตอโรนหรือไม่ได้ สรุปว่าจับออกมาได้ก็เลยได้โปรเจสเตอโรนกลับบ้านมา


กลับบ้านพร้อมด้วยความหวัง การรอคอยที่แสนยาวนานก็เริ่มขึ้น คุณหมอเคยบอกว่าถ้าใส่ตัวอ่อนสด โอกาสที่จะท้องมีประมาณ 30-35% แต่ถ้าเป็นตัวอ่อนแช่แข็ง โอกาสท้องจะน้อยกว่า อยู่ที่ 20-25% แล้วไอติมก็ไม่สมบูรณ์ ถึงเราจะมีความหวัง แต่เราก็ไม่ได้หวังเต็มร้อย

แม่หญิงเชอร์กับสามีเพิ่งย้ายบ้านมาได้สองเดือน บ้านหลังใหม่นี้อยู่บนถนนที่ชื่อแปลได้ว่า ถนนยุคน้ำแข็ง เราก็พูดกันว่าอาจจะเป็นสัญญาณที่ดี เพราะเราอยู่ถนนยุคน้ำแข็ง ลูกเราก็เป็นเด็กน้ำแข็งเพราะถูกแช่เข็งมา Smiley

ผ่านไปได้สองอาทิตย์แม่หญิงเชอร์ไม่รู้สึกอะไรเลย ดีแต่ว่าประจำเดือนไม่มาก็เลยยังมีหวัง พอวันที่16หลังใส่ตัวอ่อน แม่หญฺิงเชอร์ก็ตรวจตอนเช้าตอนคุณสามีไปตีเทนนิส ตรวจแล้วก็ไม่กล้าดูผล เอาที่ตรวจใส่ไว้ในตู้ในห้องน้ำแล้วออกมาทำงานบ้านซึ่งเป็นงานประจำวันเสาร์ พอคุณสามีกลับบ้าน แม่หญิงเชอร์ก็บอกให้ไปดูให้หน่อย ไม่กล้าดู คุณสามีเดินไปหยิบที่ตรวจออกมาจากห้องน้ำ เดินมากอดแม่หญิงเชอร์แล้วพูดเบาๆว่าไม่ท้อง Smiley เฮ้อ...น้ำตาแตกไปตามระเบียบ พอวันรุ่งขึ้นประจำเดือนก็มา เลยถึงบางอ้อว่าที่แท้โปรเจสเตอโรนเสริมนี่เองที่ทำให้ประจำเดินมาช้า...เซ็งจิตร

ที่ทำครั้งนี้เราไม่ได้บอกใคร ไม่ได้บอกแม้แต่พ่อกับแม่ของแม่หญฺงเชอร์ เรากะว่าถ้าสำเร็จแล้วรอดูว่าเค้าอยู่กับเราแน่นอนก็จะค่อยบอก ทีนี้เราไม่มีตัวอ่อนเหลือแล้ว ทำครั้งต่อไปก็ต้องเริ่มต้นใหม่หมด แค่คิดก็เซ็งกว่าเดิม ต้องหลบไปพักใจใหม่แล้วกลับมาสู้กันต่อ บางทีมันก็เศร้านะคะ ทำไมการที่จะมีลูกซักคนสำหรับคนบางคนมันถึงได้ยากจริง แต่ไอ้เรื่องท้อ แม่หญิงเชอร์ก็ไม่ท้อหรอก ในเมื่ออยากมีก็ต้องพยายามกันต่อไป สรุปว่าพยายามมาครบ2ปีก็ยังไม่มีเบบี๋เหมือนเดิม

Smiley

Lady Cher's : acebook page
Lady Cher's : รวมลิ้งค์ ..



Create Date : 02 ธันวาคม 2556
Last Update : 4 มิถุนายน 2557 21:21:49 น.
Counter : 8439 Pageviews.

6 comment
1  2  3  

LadyCher
Location :
Västerås  Sweden

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 37 คน [?]



แม่หญิงเชอร์ สาวไทยที่บ้านอยู่ไม่ไกลจากขั้วโลกเหนือ สนใจในเรื่องสุขภาพและความงาม เอาตัวเองเป็นหมูทดลองประจำ
New Comments