Group Blog
  •  
  •  
  •   
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
::.. "แม่หญิงเชอร์" จับพลัดจับผลูไปดูฟุตบอลที่ Milan ตอนที่2

หลังจากได้ยาแก้ปวดและนอนเต็มอิ่มตื่นเช้ามาเราก็ไปกินอาหารเช้าที่บ้านพ่อกับแม่ของพี่ดาวิเด้ อิ่มหนำสำราญแล้วเราก็อัดกันไปในเจ้าแพนด้ามุ่งหน้าไป Lecco พี่ดาวิเด้เค้าเห็นแดดออก น่าจะอากาศดีจะพาเราไปเดินรับลมชมวิวริมทะเลสาบแล้วก็เดินเล่นที่เมือง Lecco ก่อนเข้ามิลาน

ทะเลสาบที่ว่านี้ก็คือ Lake Como คราวที่แล้วที่มาอิตาลี แม่หญิงเชอร์ก็ได้มาชมทะเลสาบนี้เหมือนกันแต่ตอนนั้นไปที่เมืองโคโม่ เมืองเลคโค่ที่มาครั้งนี้อยู่อีกฝั่งนึงของทะเลสาบ


เดินกินลมชมวิวและwindow shopping

เมืองเล็กๆน่ารักดี เราเดินดูเรื่อยๆ ไม่ได้ซื้ออะไร

เค้าจัดหน้าต่างโชว์ของได้น่ารักดี แม่หญิงเชอร์เดินรั้งท้ายหยุดดูนู่นนี่ตลอดทาง

เดอนไปเรื่อยๆไปเจอร้าน Kiko Milano เป็นแบรนด์เครื่องสำอางค์ของมิลาน เลยกระโดดแว่บเข้าไปดู

ที่จริงเครื่องสำอางค์เค้าราคาไม่แพง แต่แม่หญิงเชอร์ไม่ได้อะไรติดมือออกมา เพราะเกรงใจชาวแกงส์คนอื่นๆที่รออยู่ ไม่กล้าเดินนาน

เราเดินกันได้ไม่ถึง2ชั่วโมงดี เริ่มรู้สึกว่าลมมันจะพัดแรงขึ้นๆ แต่ละคนผมกระเซิงแล้วก็หนาวมากๆเลยตัดสินใจรีบไปดีกว่าอย่าเดินอ้อยอิ่งอยู่นาน

รูปสุดท้ายก่อนขึ้นรถ เค้าทำไว้เพื่อระลึกถึงทหารที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่1 แผ่นหินรอบๆด้านล่างเป็นรายชื่อทหารที่เสียชีวิตตอนสงครามโลกครั้งที่2

เราเอาแพนด้าไปจอดที่มิลานฝั่งตะวันออกเป็นที่จอดรถของบริษัทที่พี่ดาวิเด้เคยทำงาน แล้วก็หาอาหารกลางวันง่ายๆกินแถวนั้นเสร็จแล้วก็ขึ้นรถไฟใต้ดินเข้าตัวเมือง


ออกจากรถไฟใต้ดินมาเจอร้านรวงเพียบ นี่แหละที่ชั้นรอคอยมาวันครึ่ง แต่มีเวลาเดินแค่สามชั่วโมง แม่หญิงเชอร์เลยขอแยกกับเจ้าถิ่นเรานัดมาเจอกันอีกทีที่สถานีรถไฟใต้ดินอันเดิม


จากนั้นเป็นอันรู้กันว่าวิ่งเข้าร้านนู้นกระโดดออกร้านนี้แม่หญิงเชอร์ไม่ได้ซื้ออะไรเลยตอนแรกเพราะของเช่นเครื่องสำอางค์ส่วนใหญ่ราคาสูงส่วนเสื้อผ้าก็ต้องลองเราไม่ค่อยมีเวลาเลยดูผ่านๆซะมากกว่า

เห็น Sephora เหมือนโดนดูดวิญญาณ รีบลอยเข้าไป เดินวนๆเห็นราคาแล้วได้สติ ของส่วนใหญ่ราคาแพงกว่าตามเวบที่แม่หญิงเชอร์สั่งซื้อ เลยไม่ได้เอาอะไรกลับบ้านอีกเช่นกัน Smiley

เดินๆมาเรื่อยๆจนโผล่ที่ Duomo di Milano


แม่หญิงเชอร์เคยมาเมื่อ10ปีที่แล้วจำได้ว่าตอนนั้นด้านข้างมีนั่งร้านก่อสร้างปิดอยู่ทั้งแถบส่วนคุณซะมีเคยมาก่อนหน้านั้นหลายปีก็บอกว่าตอนนู้นเค้าซ่อมด้านหน้ามาเที่ยวนี้โชคดี แทบจะไม่มีนั่งร้านเลย ยกเว้นส่วนยอดของโบสถ๋ทำให้ถ่ายรูปงามๆระลึกความหลังเมื่อทริปก่อนได้หลายใบ Smiley ในระหว่างที่เดินถ่ายรูปก็มีคนผิวดำวนเวียนจะเอาเชือกมาผูกมือเราหลายคนแต่วันนี้ยกการ์ดสูงไม่ได้แอ้มเงินชั้นหรอก มีคนนึงบอกกับสามีแม่หญิงเชอร์ว่า No problem…it’s for free. คุณชายสวนกลับทันที Free my ass! (ขอไม่แปลไม่ได้อารมณ์) Smiley

เราไม่ได้เข้าไปข้างในเพราะคิวยาวมากๆ พอถ่ายรูปเสร็จแล้วก็เดินเข้าไปในนี้


อยู่ข้างๆโบสถ์นั่นแหละ มีห้างร้านแบรนด์เนมมากมาย เรากะว่าจะไปเยี่ยมเจ้าวัวกระทิงที่พื้นที่ทุกคนไปเหยียบไข่มันแล้วหมุนๆ เพื่อความโชคดี แต่ว่าพอไปถึงมีนักท่องเที่ยวอยู่กลุ่มใหญ่ เราก็เลยไม่รอ เหยียบครั้งเดียวในชีวิตคงพอนะไข่กระทิง

หันไปทางซ้ายเป็นปราด้า หันไปทางขวาเป็นหลุยส์ เราไม่เข้าร้านไหนเลย แม่หญิงเชอร์บอกไม่อยากดู เที่ยวนี้ไม่มีงบมาซื้อกระเป๋า ดูไปอยากได้เปล่าๆ เราก็เลยเดินออกมาด้านข้าง มาเจอร้านไอศครีมกิ๊บเก๋ คนเยอะมากๆ


ไม่ได้เป๋าใหม่กินไอติมปลอบใจละกัน เค้าให้เราเลือกโคนไอติมก่อน มีแบบธรรมดา เคลือบถั่ว เคลือบช็อคโกแลต เราเลือกโคนที่มีถั่วเคลือบช็อคโกแลตคนละอัน เสร็จแล้วเค้าก็ให้เลือกช็อคโกแลตที่เห็นเหลวๆในรูป มีให้เลือก3อย่าง เลือกแล้วเค้าก็เติมลงไปในโคนไอติม เสร็จแล้วก็ให้เราเลือกไอติมได้คนละ2รส

ค่าไอติมอันละ4ยูโร (ตั้งแต่มาถึงเพิ่งได้ควักเงิน) ไอติมอร่อยมากๆ กินเล็มๆสู้อากาศหนาวไปเรื่อยๆก็หลบเข้าห้างชื่ออะไรลืมไปแล้ว

ไอติมก็จะกิน เครื่องสำอางค์ก็จะลอง นี่แม่หญิงเชอร์นั่งอยู่เคาเตอร์เบอเบอรี่ บ้านนอกไม่มีอ่ะนะขอซักนิด ได้อะไรติดมือมาจะไปเห่อให้ดูกันอีกที Smiley

เสียทรัพย์แล้วเดินต่อไป เจอเคาเตอร์นี้ สติหลุด Smiley

โอ้ว...งดงาม เลอค่า แต่ราคาไม่น่าคบอย่างแรง แม่หญิงเชอร์มีของ1อย่างที่เป็น wish list ของยี่ห้อนี้ มีหรือจะเดินออกมามือเปล่า แต่ซื้อชิ้นนั้นแล้วไม่อ้อยอิ่ง กลัวแพ้ใจตัวเอง รีบเดินออมาสูดอากาศด้านนอก 

เราเริ่มเดินกลับไปทางจุดที่นัดคนอื่นๆไว้ ระหว่างทางก็แวะร้านนู้นร้านนี้ไปเรื่อยๆ ได้ของมาคนละชิ้นสองชิ้น หมดเวลาพอดี

สภาพตอนรอพักพวก ณ จุดนัดพบ เมื่อยเท้าสุดยอด Smiley คิดดูว่าเดิน3ชั่วโมงได้มาแค่2ถุงข้างตัว (กลับเมืองไทยยังซื้อมากกว่านี้) ซื้ออะไรมาบ้างจะเอามาอวดโพสหน้านะคะ

อันนี้เป็นผังเมืองจำลอง คุณซะมีเจอตอนที่แม่หญิงเชอร์นั่งหมดสภาพเลยถ่ายรูปมา

พอทุกคนมาครบ เราก็ขึ้นรถไฟใต้ดินกลับไปเอาแพนด้ามุ่งหน้าไปบ้านพ่อกับแม่พี่ดาวิเด้ เค้าทำอาหารเย็นเลี้ยง อลังการงานสร้างมากๆ

เริ่มด้วยจานบนซ้ายมีลาซานญ่ากับอะไรลืมชื่อไปแล้ว อร่อยมากๆ กินเสร็จอิ่มไป3ใน4ของกระเพาะ เค้าก็ยกจานบนขวาตามมาอีก แล้วยังไม่พอ ยกพวกชีสหลายๆชนิด แฮม ซาลามี่แล้วก็สลัดมาด้วย ทุกอย่างอร่อยหมด ยกเว้นแฮมกับชีสบางอันที่แม่หญิงเชอร์ไม่ชอบเป็นการส่วนตัว ตามมาด้วยของหวานเป็นสตอเบรี่กับครีม ณ ตอนนั้นไม่มีพื้นที่ในท้องแล้ว Smiley อิ่มพุงจะระเบิด แม่พี่ดาวิเด้บอก ช้าก่อน ยังไม่หมด ชั้นทำเค้กแอ็บเปิ้ลไว้ให้กินกับกาแฟ Smiley โห แม่หญิงเชอร์ว่ากินเก่งแล้ว ต้องยอมแพ้ พยายามยัดเค้กลงท้องไม่งั้นเดี๋ยวมามี้เค้าจะเสียใจ อิ่มมากๆลืมถ่ายรูปมา

วันรุ่งขึ้นเราตื่นเช้ามากินกาแฟและขนมรองท้องบ้านพ่อกับแม่แล้วก็ขับรถไปที่สนามบิน พอไปถึงต้องไปหาที่เติมน้ำมันก่อนคืนรถ เสียเวลาไปพักใหญ่ เรากะว่าไม่เป็นไรเพราะเราเช็คอินออนไลน์กันมาแล้ว ไปถึงก็แค่ผ่านที่ตรวจกระเป๋าได้เลย

พอไปถึง โอ้ว...แม่เจ้า คิวยาวเยียด ขนาดมีเครื่องสแกนกระเป๋าสี่ห้าเครื่อง เรายืนหันซ้ายหันขวา มีเวลาอีกแค่3นาทีก่อนที่เกทเราจะปิด พี่ดาวิเด้เลยพาไปตรงช่องที่เป็น fast track ซึ่งเป็นช่องที่ปกติต้องเสียเงินเพิ่ม พอเราไปถึงเจ้าหน้าที่ก็บอกไม่ได้ๆ พวกเธอไม่ได้เสียเงินซื้อ fast track ต้องกลับไปต่อแถวนู่น พี่ดาวิเด้ส่งภาษาว่าเราจะตกเครื่องบินกันถ้าไม่ได้ไปที่เกทตอนนี้ ตอนแรกเจ้าหน้าที่ส่ายหัวอย่างเดียว แต่คุณลุงคุณป้าที่ต่อแถวอยู่เค้ารีบบอกเจ้าหน้าที่ว่าให้พวกเค้าไปเถอะ เค้าจะตกเครื่องอ่ะ น่าสงสารออก เจ้าหน้าที่เลยยอมให้เราเข้ามา พอสแกนกระเป๋าเสร็จก็วิ่งร้อยเมตรกันเลย ไปถึงเกททันเวลาพอดี ต่อแถวเดินขึ้นเครื่อง โฮก...ลมจะใส่ Smiley

สรุปว่าทริปนี้ประทับใจครอบครัวพี่ดาวิเด้มากๆ กลับบ้านด้วยรอยยิ้มถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่ทริปช้อบปิ้งอย่างที่แม่หญิงเชอร์คิดในตอนแรกก็ตาม Smiley


Lady Cher's : acebook page
Lady Cher's : รวมลิ้งค์ ..





Create Date : 27 มีนาคม 2556
Last Update : 27 มีนาคม 2556 3:58:22 น.
Counter : 916 Pageviews.

1 comment
::.. "แม่หญิงเชอร์" จับพลัดจับผลูไปดูฟุตบอลที่ Milan ตอนที่1

เมื่อประมาณเดือนนึงมาแล้วแม่หญิงเชอร์นั่งทำงานเพลินๆ คุณซะมีก็ส่งวอทแซ่บมาบอกว่า ”สเปอร์จะเตะกับอินเตอร์มิลานวันที่ 14 มีนาคมที่มิลานเค้ากับดาวิเด้อยากไปดู” มิลานเหรอ...สมองสั่งการ ช้อบปิ้งๆๆ Smileyแม่หญิงเชอร์ก็เลยรีบตอบ ”เค้าไปด้วย”สรุปแล้วทริปนี้จากที่คิดว่าจะไปจนถึงจองตั๋วใช้เวลาไม่ถึง3ชั่วโมง ค่าตั๋วเครี่องบินสายการบินประหยัดRyanair ประมาณ1800บาทต่อคน(ถูกกว่าบินกรุงเทพ-ภูเก็ตอีก) เรามีกัน5คนจะไปพักบ้านดาวิเด้เพื่อนคนอิตาลีที่จะไปดูบอลด้วยกัน พูดถึงมิลานสาวๆก็คงนึกถึงแหล่งช้อบปิ้งสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ แต่ไม่เลยค่ะทริปนี้ไม่ใช่ทริปช้อบปิ้งอย่างที่คิด Smiley

วันที่14มีนา เราออกจากบ้านตีสามขับรถไปรับอีกสองหนุ่ม ดาวิเด้และมาทิอาส แล้วก็มุ่งหน้าไปสนามบิน Skavsta ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเวสเตอโรสบ้านเราไปเกือบ2ชั่วโมง อากาศวันนี้หนาวมากๆ -20Smiley ตอนเรามาถึงสนามบิน


Smiley เครื่องออก 6.45 ดูวิวสวีเดนไปก่อน ของีบหน่อยนะฮ้าเมื่อคืนนอนไม่ถึง3ชั่วโมง

หลับๆตื่นๆมาเจอวิวนี้ตอนใกล้ถึง...Smiley

กรี๊ดๆเทือกเขาแอลป์ รีบคว้าโทรศัพท์มาถ่ายรูป Smiley

มาถึงสนามบิน Bergamo มิลาน พี่ดาวิเด้เจ้าถิ่นเดินไปเช่ารถ เราได้รถ Fiat Panda คันเล็กๆใหม่เอี่ยม


โฉมหน้าเจ้าแพนด้า พอขึ้นไปนั่ง4คนเริ่มไม่แน่ใจว่าจะมีที่พอสำหรับอีก1สาวแฟนเจ้าถิ่นที่มาถึงก่อนวันนึงรึเปล่าSmiley

พี่ดาวิเด้ขับรถพาเราไปที่เมือง Lissone ประมาณครึ่งชั่วโมงถึงบ้านเจ้าถิ่นเราไปสวัสดีพ่อแม่เจ้าถิ่นแล้วก็รับแฟนพร่ดาวิเด้ขึ้นรถมาแม่หญิงเชอร์นั่งหลังขนาบข้างด้วยคุณซะมีและพี่มาทิอาสหนุ่มไวกิ้งขายาวไม่ต้องคาดเข็มขัดกันเลยเพราะไม่มีที่แล้วก็แค่นี้ก็กระดุกกระดิกจะไม่ได้ พี่เฟี้ยตแพนด้าเค้าเล็กจริง Smiley

ที่ลิซโซเน่เราไปเดินเล่นรอพี่ดาวิเด้ไปทำธุระที่ธนาคารไปนั่งอาบแดดกันหน้าโบสถ์ เราอยู่สวีเดนหนาวๆมืดๆมาหลายเดือนเลยแทบจะไม่อยากไปไหนต่อ


เสร็จแล้วพ่อของเจ้าถิ่นพาเราไปกินพิซซ่าที่เจ้าถิ่นรับประกันว่าอร่อยสุดในเมืองแล้วของเค้าอร่อยจริงๆนะ กัดคำแรกแล้วฟินมากๆSmiley


กองทัพท้องอิ่มแล้ว ก็ขึ้นไปเบียดกันในแพนด้าSmileyมุ่งหน้าไป Monza เมืองข้างๆพี่ดาวิเด้เค้าจะพาไปเดินย่อย เยี่ยมสนามแข่ง Formula 1

อากาศกำลังดี10องศา มีแดดอุ่นๆ เราเดินและเดินและเดินในสวนสาธารณะใหญ่ยักษ์ Smileyกว่าจะไปถึงตรงที่เป็นสนามแข่งฟอมูล่าวันอันเก่าเดินไปบนแทรคได้เลย


จะเห็นได้ว่าเค้าทำแทรคโค้งๆ(รูปซ้ายบน) ให้รถเข้าโค้งง่ายขึ้นพี่ดาวิเด้พาเดินอีกไกลจนไปถึงสนามแข่งปัจจุบันแม่หญิงเชอร์ไม่รู้โปรแกรมมาก่อนว่าเค้าจะพาเดินเยอะขนาดนี้ เริ่มเมื่อยเท้า(รองเท้าที่ใส่มากะมาเดินสวยช้อบปิ้งในมิลาน ไม่ได้มาเดินกลางสวนเป็นกิโล) Smiley

ไปยืนดูเค้าซ้อมรถแข่งวิ่งกันฉิวๆอยู่พักใหญ่ เราก็เดิน(อีกแล้ว)กลับมาขึ้นเจ้าแพนด้ามุ่งหน้าไปเดินเล่นชิลๆที่ตัวเมืองมอนซ่า


เดินกันไปมาผ่านร้านรวงต่างๆ มาจอดถ่ายรูปที่โบสถ์ของเมือง


Duomo di Monza สวยป่ะล่ะ

เดินไปเดินมาเริ่มเมื่อยเริ่มหนาวก็เลยแวะเข้าร้านกาแฟแม่หญิงเชอร์สั่งช็อคโกแลตร้อนกะว่าจะกินให้อุ่น ได้มาตกใจ Smiley


ที่นี่เค้ากินช็อคโกแลตร้อนแบบนี้เหรอไอ้เรานึกว่ามันจะประมาณโอวัลตินเหมือนที่กินประจำที่สวีเดน แต่อันนี้ข้นมากกกกกกเหมือนเอาช็อคโกแลตแท่งมาละลายให้ร้อนแล้วดื่มเจ้าถิ่นเห็นเราทำหน้าแหม่งๆก็บอกว่า นี่แหละช็อคโกแลตร้อนของแท้ ที่เธอกินที่บ้านอ่ะของปลอมหญิงเชอร์เลยต้องก้มหน้าก้มตากิน(ด้วยช้อน)ไปได้ครึ่งถ้วยปกติไม่เคยปฏิเสธช็อคโกแลตแต่นี่กินไม่หมดจริงๆกินไปบ่นไปให้เพื่อนร่วมแกงส์หัวเราะคิกคัก Smiley

หายเหนื่อยก็เดินกลับไปที่รถระหว่างทางเจอเจ้านี่ น่ารักดี กลัวเสาหนาว


แล้วเราก็ควบแพนด้ามุ่งหน้าไปสนาม SanSiro สนามเจ้าบ้านอินเตอร์มิลาน จอดรถได้ไกลสนามพอสมควรแล้วพากันเดินฝ่าลมหนาว(พัดแรงหนาวจริง) Smiley ไปจนถึงหน้าสนาม


แถวๆนั้นมีรถขายอาหารข้างทางเพียบ เราไปซื้อแซนวิชรองท้องคนละอันระหว่างเดินกินแซนวิชก็มีชายผิวดำเดินยิ้มพุ่งตรงมาหาแม่หญิงเชอร์พร้อมกับยื่นเชือกถักสีๆให้แม่หญิงเชอร์ปฏิเสธว่าไม่เอา เค้าก็เดินตามบอกไม่เป็นไร ยูมาจากประเทศอะไรเนี่ยสีหลากสี(ชี้ไปที่ด้ายถักๆในมือ)เป็นสีแอฟริกาบ้านชั้นเอง พูดไม่พูดเปล่าเอาเชือกสีๆนี้มาผูกที่ข้อมือเรา ปากก็บอกไม่เป็นไรๆ พอเสร็จแม่หญิงเชอร์ก็เดินหนีนึกว่ารอดละ หันมาอีกทีอีตานี่กำลังเอาเชือกผูกข้อมือสามีแม่หญิงเชอร์ผูกเสร็จแบมือของตังค์บอกเอาเหรียญอะไรก็ได้เค้ามีทอน คุณซะมีบอกไม่มีหรอกเงินอยู่ที่เมียSmiley แล้วก็พยักหน้าบอกแม่หญิงเชอร์หยิบเงินให้เค้า แม่หญิงเชอร์ก็ล้วงๆไปในกระเป๋าถือตรงช่องที่ใส่เหรียญดึงออกมาเป็นเหรียญ1ยูโร ก็ยื่นให้เค้าไป แล้วเค้าก็บอกว่าเอามาอีกเหรียญนึงพวกยู2คน เท่านั้นแหละแม่หญิงเชอร์ก็ของขึ้นSmiley แหกปากกลับไปว่าไม่มีหรอกไม่เห็นรึไงว่าพวกชั้นเพิ่งซื้อของกิน เงินสดหมดแล้วอีกอย่างชั้นไม่ได้อยากได้ไอ้เชือกบ้าบอนี่ซักหน่อยพี่มืดเห็นแม่ยิ่งเชอร์เริ่มโวยวายก็เลยเดินหนีไปเพราะแถวนั้นมีตำรวจเดินไปเดินมาอยู่เยอะ

ใครมาเที่ยวอิตาลีนี่ระวังให้ดีนะคะแม่หญิงเชอร์ว่าระวังดีแล้วเชียว(เพราะเคยเจอแบบนี้ที่ฝรั่งเศส)แต่สงสัยการ์ดตกเพราะหนาว หิว และเมื่อยเท้าสุดๆ สมองสั่งการไม่ทันทีนี้เลยอารมณ์เสีย พาลโมโหพี่ดาวิเด้เจ้าถิ่นที่เดินกินแซนวิชข้างหน้าเราและเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดไรว้า...ไม่ช่วยกันเลย ที่จริง1ยูโรที่เสียไปมันไม่เยอะ(ที่บ้านยังไม่พอค่ารถเมล์เลย)แต่มันเจ็บใจเนี่ยสิ Smiley

ยืนหนาวยืนเมื่อยอยู่15นาทีก็ได้เข้ามาในสนามซึ่งก็ไม่ได้อุ่นไปกว่าข้างนอกเลย ดีที่ลมไม่พัดแรงเท่าคุณซะมีบอกไหนๆก็มาแล้วมายืนยิ้มสวยๆถ่ายรูปก่อน ทีแรกแม่หญิงเชอร์อิดออดหนาวก็หนาว อารมณ์ก็ไม่ดี เค้าเลยงัดไม้ตายบอกว่าถ่ายรูปมาลงบล้อกยูไง เออ...เอาก็ได้

ทำเพื่อบล้อกนะนี่ Smiley

มาดูบอลในสนามนี่มันต่างจากที่นอนดูที่บ้านจริงๆนะคะมันเหมือนเล่นกันช้าๆ ยิงประตูง่ายๆ แฟนบอลก็บ้าได้ใจตะโกนสิงห์สาราสัตว์ออกมาเต็มไปหมด คุณซะมีแม่หญิงเชอร์เชียสเปอร์สแต่เราถูกรายล้อมไปด้วยแฟนๆอินเตอร์มิลานเลยไม่กล้าเชียร์ออกหน้าออกตามาก ถัดไปอีกหน่อยมีแฟนสเปอร์สอยู่อีกกลุ่มนึงประมาณ10คนได้ ก็นั่งดูกันเงียบๆ พักครึ่งแรก จำคะแนนไม่ได้รู้แต่ว่าอินเตอร์นำเราเดินหนีหนาวไปซื้อชาร้อนๆกินแล้วก็กลับมานั่งหนาวต่อที่เดิม(ไม่ได้อุ่นขึ้นเลย) แฟนสเปอร์ที่นั่งถัดจากเราไปมีอยู่คนนึงสูบบุหรี่ตลอด มวนต่อมวน(ท่าทางจะเครียด) ทั้งอากาศหนาวทั้งควันบุหรี่ทำเอาแม่หญิงเชอร์เริ่มปวดหัวตุบๆ กว่าแมทช์นี้จะจบเล่นเอาแทบแย่มีต่อเวลาด้วยเลยต้องทนหนาวไปอีกพักใหญ่ๆ


จบที่4-1 อินเตอร์มิลานชนะ แต่สเปอร์สผ่านเข้ารอบแม่หญิงเชอร์ดีใจจะได้กลับไปนอน ขากลับเดินไปไม่ปวดเท้าเลยเพราะชาหมดความรู้สึกไปแล้ว Smiley

วันแรกผ่านไป กับประสบการณ์ดูบอลในสนามครั้งแรก ถ้าไม่หนาวกับเหม็นบุหรี่ แม่หญิงเชอร์ว่ามันสนุกดีนะคะ เดี๋ยวมาต่อวันที่สองตอนหน้า ทริปนี้ยังจบไม่ได้ แม่หญิงเชอร์ยังไม่ได้ช้อบปิ้งเลย Smiley

Lady Cher's : acebook page
Lady Cher's : รวมลิ้งค์ ..





Create Date : 26 มีนาคม 2556
Last Update : 26 มีนาคม 2556 23:52:25 น.
Counter : 759 Pageviews.

1 comment
::.. "แม่หญิงเชอร์" พาไปสกีที่ Tänndalen ตอนที่2
วันแรกที่เรียนผ่านไปด้วยดี วันที่สองตื่นเช้ามาฟิตมาก อากาศก็ดี หลังอาหารเช้าเราก็แบกสกีเดินกันออกไป ถึงเนินสกีคนยังไม่เยอะมาก



ทำไมมองในรูปเหมือนมันไม่สูง แต่ของจริงมันสูงนะคะ ขึ้นไปรอบแรกของวันที่สอง แม่หญิงเชอร์ก็กลัวมากๆ กว่าจะกระดึ๊บๆลงมาได้ แต่พอรอบแรกผ่านไปได้ รอบต่อๆมาก็ดีขึ้นเรื่อตอนบ่ายเรียนกับครูก็ยังอยู่ที่เนินเดิม แม่หญิงเชอร์ยังสกีด้วยความเร็วเต่า (แต่เป็นเต่าวิ่งนะ Smiley) ขึ้นลงๆอยู่หลายรอบ ฝ่ายฝามีและคุณลุงอีกคนไม่กลัวอะไร สกีกันได้ปรื๊ดปร๊าด ครูเลยสอนเทคนิคใหม่ๆ และเริ่มสอนให้ใช้ไม้ (ที่เห็นปักพื้นในรูปบน)

ส่วนอิซาเบลเพื่อนสาวแม่หญิงเชอร์ วันนี้พกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม แต่พเริ่มสกีคงจะเปรี้ยวไปหน่อย ล้มไปหลายรอบจนกลัวและหมดความมั่นใจ จบการสกีวันนี้ด้วยน้ำตา น่าสงสารเลย



โฉมหน้าเพื่อนสาวแม่หญิงเชอร์ คริสต้า(ซ้าย) อิซาเบล (ขวา)
เราเรียนเสร็จก็ไปดูเด็กๆสกีกัน เด็กๆเล่นตรงด้านล่างของเนิน



สองสาวน้อย วาเลนติน่า 3ขวบ และเอมมิลี่ 5ขวบ เอมมิลี่ลูกแม่คริสต้าสกีเก่งแล้วก็ช่วยวาเลนติน่าลูกแม่อิซาเบลสกี สองสาวเค้าขึ้นสายพานข้างๆไปจนสุดแล้วสกีลงมาด้วยกัน เอมมิลี่คอยเบรกเพราะวาเลนติน่าหยุดไม่เป็น



หลังจากเหนื่อยกันมาทั้งวัน สามสาวน้อยเค้าก็หิวมากๆ ต้องมีอะไรรองท้องก่อนอาหารเย็น วาเลนติน่า (ซ้าย) เอมมิลี่ (กลาง) และเอลล่า (ขวา) สาวน้อย2ขวบ ลูกแม่คริสต้า

เช้าวันต่อมา ฝามีของแม่หญิงเชอร์อาการไม่ดี เนื่องจากท้องเสียทั้งคืนไม่ได้หลับไม่ได้นอน เช้ามาเลยหมดสภาพ อิซาเบลอยากออกไปซ้อมสกีกับฝามี แม่หญิงเชอร์เลยอาสาดูแลหนุ่มน้อยวัยหกเดือนให้ กะว่ายังไงก็จะได้อยู่เป็นเพื่อนฝามีตัวเอง



สุดหล่อเซบาสเตียน ลูกแม่อิซาเบล เลี้ยงง่ายมากๆ

ตอนบ่ายเราออกไปเรียน มีแค่แม่หญิงเชอร์กะอิซาเบล ฝามีแม่หญิงเชอร์หมดแรงเลยขอนอน วันนี้แม่หญิงเชอร์ขึ้นไปข้างบนกับคุณลุงร่วมคลาส คุณลุงสกีลงมาก่อนแต่แม่หญิงเชอร์เกิดอาการขาแข็ง กลัวกระทันหัน ลงมาไม่ได้ คุณลุงเลยต้องไปตามครูที่อยู่กะอิซาเบลด้านล่างขึ้นมา ครูมาถึงพร้อมด้วยรอยยิ้ม ถามว่าแม่หญิงเชอร์กลัวอะไร ลืมแล้วเหรอว่าสกีได้ Smiley

พอลงมาพร้อมครูได้ รอบต่อๆไปก็ง่าย สุดท้ายเราก็เปลี่ยนเส้นทาง ไม่ลงเนินเด็ก แต่มาลงเนินตรงกลางซึ่งเป็นเนินสีแดงแทน แต่แค่ครึ่งเนินนะคะ เพราะไม่ได้ขึ้นไปจนบนสุด อันนั้นต้องไปใช้ลิฟท์ตัวใหญ่



ครูถ่ายรูปให้เราก่อนสกีลงจากเนินแดง ลงมากันได้สองรอบ หน้าบานเป็นกระด้งทั้งครูทั้งลูกศิษย์



วันต่อมาตื่นมาเจออากาศแบบนี้...



มองไม่เห็นเนินสกีที่หลังโรงแรมเลย ตอนเช้าเราเลยอยู่ที่ที่พัก ไม่ได้ออกไปสกี พอบ่ายก็ออกไปเรียน ทีแรกไม่แน่ใจว่าครูจะสอนรึเปล่า แต่ครูบอกว่าลมแรงนิดหน่อยไม่มีปัญหา



แทบจะไม่มีคนเล่น แม่หญิงเชอร์ลองสกีแค่ครึ่งเนินดูก่อน ขึ้นไปได้ครึ่งทางก็ปล่อยลิฟท์ พยายามจะสกีมาข้างๆแต่มันไหลถอยหลัง ด้วยความกลัวเลยทิ้งตัวลงนอน ครูมาช่วยขุดจากกองหิมะข้างลิฟท์ แม่หญิงเชอร์ยังคุยอวดครูว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ล้มของทริปนี้นะ Smiley

พอสกีลงมาจริงๆ เอ่อ....ลมแรงมากๆ เนินสกีก็ลื่นเพราะลมพัดหิมะปุยๆปหมด เหลือแต่เกล็ดน้ำแข็งทำให้ลื่นกว่าปกติ ลงมาถึงพื้นล่างได้แต่น่ากลัวมากๆ ทั้งแม่หญิงเชอร์และอิซาเบลขอถอนตัว ปล่อยให้ฝามีไปสกีกับครูกันสองคน



นี่คือสภาพอากาศตอนที่เรายอมแพ้ค่ะ แต่ก็ยังมีคนสกีกันนะ ส่วนเราก็ยกขโยงกันไปหาช็อคโกแลตร้อนกินแก้เซ



วันต่อมา อากาศแย่เหมือนเดิม เราออกไปสกีตอนเช้า แม่หญิงเชอร์และฝามีขึ้นไปบนยอดเดิม แต่ตอนสกีลงมาลมแรงมากๆ แล้วก็ลื่นสุดๆ แม่หญิงเชอร์กลัวมาก ร้องไห้ลงมาทั้งทาง มีฝามีสกีไปหัวเราะไปอยู่ข้างหน้า กว่าลงมาถึงพื้นล่างได้ก็แทบขาดใจ สรุปไม่เอาแล้วอากาศแบบนี้ กลับไปพักดีกว่า เป็นอันว่าจบการสกี เพราะพรุ่งนี้จะกลับบ้านกันแล้ว



อากาศไม่ดี แต่เด็กๆพลังงานเหลือเฟือ เลยต้องหาอะไรให้ทำ ในรูปนี้ไม่รู้เด็กๆหรือผู้ใหญ่สนุกกว่ากัน Smiley

วันที่เราเดินทางกลับ อากาศก็แย่มาก รถติดหิมะ ลื่นไถล ใช้เวลาเป็นชั่วโมงกว่าจะขึ้นเนินตรงที่พักมาได้ ขับรถระหว่างทางก็ลมแรงถนนลื่นมาๆ แม่หญิงเชอร์นั่งช่วยเบรกมาทั้งทาง ดีที่ทุกคนถึงบ้านปลอดภัย นี่แพลนกันแล้วว่าปีหน้าไปอีกแน่นอน แต่จะเป็นที่ไหนต้องมาดูกันนะคะ Smiley

Lady Cher's : acebook page
Lady Cher's : รวมลิ้งค์ ..



Create Date : 10 มีนาคม 2556
Last Update : 10 มีนาคม 2556 23:42:10 น.
Counter : 399 Pageviews.

0 comment
::.. "แม่หญิงเชอร์" พาไปสกีที่ Tänndalen ตอนที่1

แม่หญิงเชอร์เดินทางมาถึง Tänndalen เมื่อเย็นวันอาทิตย์ ใช้เวลาขับรถประมาณ7ชั่วโมงจากบ้านที่เวสเตอโรส เรามาถึงเป็นครอบครัวสุดท้ายเพราะออกเดินทางสายสุด ช้ากว่าบ้านอื่นเกือบสองชั่วโมง แต่เพราะเราไม่มีเด็กเลยเดินทางได้เร็วกว่า มาถึงห่างจากเพื่อนๆแค่เกือบชั่วโมงเท่านั้น



ระหว่างทางต้องเบรกหัวทิ่มเพราะเจอฝูงกวางเรนเดียร์ข้ามถนน


ที่พักอยู่ไม่ไกลจากลานสกีเลยค่ะ เดินไปแค่นิดเดียว เป็นอพาร์ทเม้นท์ขนาด92ตารางเมตร มี3ห้องนอน 2ห้องน้ำ หน้าบ้านหน้าตาแบบนี้


วันแรกตื่นเช้ามาเราไปเช่าสกีก่อน คนเยอะเอาการ เสร็จแล้วเป็นเวรแม่หญิงเชอร์ทำอาหารกลางวัน เรานำเสนอไข่ยัดไส้ให้ฝรั่ง ฝรั่งชื่นชอบไข่ยัดไส้ กินไปชมไปทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่

เนินทางขวาคือเนินเด็กที่เราจะเริ่มสกี

บ่ายโมงเรากลับไปที่ลานสกี เราจะเริ่มเรียนบ่ายโมงครึ่งถึงสามโมง คุณครูที่สอนเป็นหนุ่มหล่อชื่อ Samuel หน้าตาใจดีมากๆ กลุ่มของแม่หญิงเชอร์มีกัน5คน มีแม่หญิงเชอร์กับสามี เพื่อนสาวอิซาเบล และฝรั่งอีกสองคนที่เราไม่รู้จัก


ก่อนเรียนถ่ายรูปกันก่อน เพราะยังยิ้มได้อยู่ อิอิ

ที่พูดอย่างนี้เพราะว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แม่หญิงเชอร์มาเล่นสกี เมื่อสี่ปีที่แล้วแม่หญิงเชอร์ก็มาทริปแบบนี้กับเพื่อนๆอีกกลุ่มนึงแต่คนละที่กัน แม่หญิงเชอร์กลัวความสูง ยิ่งเราเป็นมือใหม่บังคับสกีไม่เก่งยิ่งกลัวเป็นสามเท่า ล้มลุกคลุกคลานสุดๆ เพื่อนๆลงไปแล้วสามรอบแต่เราลงไม่ได้ สุดท้ายกลัวมากยืนร้องไห้ ถอดสกีแล้วเดินลง ทริปนั้นฝากความรู้สึกไม่ดีกับสกีและรอยช้ำเบ้อเริ่มที่ก้นแม่หญิงเชอร์

โฉมหน้าคุณครูของเรา

Samuelให้เราเริ่มด้วยการเดินไต่ขึ้นเนินโดยใช้ด้านข้างของสกีเดินขึ้นไปไม่กี่เมตร แล้วก็สกีลงมา เค้าสอนให้เบรกให้เลี้ยวทุกคนทำได้ดี ครูก็ให้ขึ้นไปสูงขึ้น โดยที่เรายืนไปบนสายพาน พอไปถึงที่จุดสิ้นสุดสายพานเราก็สกีลงมา ตรงนี้ก็ยังมั่นใจเต็มร้อย ลงมาได้ไม่มีปัญหา


จากนั้นครูก็ให้เปลี่ยนไปขึ้นลิฟท์ หน้าตาแบบนี้ มันเป็นเสาแล้วมีแผ่นพลาสติกกลมๆด้านล่าง เราก็เอาไอ้พลาสติกนั่นแหละมาไว้ที่หว่างขาแล้วเสามันก็จะลากเราขึ้นไปเรี่อยๆ ตอนแรกๆเราก็ขึ้นไปไม่ไกลมากแล้วปล่อยลิฟท์แล้วสกีลงมา ทุกคนทำได้ครูก็ให้ขึ้นไปสูงขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายครูบอกว่าเราขึ้นไปข้างบนสุดเลยละกัน

ระหว่างที่ขึ้นไป แม่หญิงเชอร์เหลียวหลังกลับมาดู ยิ่งเห็นว่าสูงขึ้นไปทุกทีใจก็เริ่มเต้นตุ้มๆต่อมๆ พอถึงข้างบน เฮ้ย...มันสูงอ่ะ เริ่มใจไม่ดี สามีแม่หญิงเชอร์บอกให้หันมาถ่ายรูปงามๆก่อนไว้เป็นหลักฐาน (คงกลัวว่าแม่หญิงเชอร์จะไม่ยอมขึ้นมาอีกแน่)

ครูบอกให้มองแค่พื้นข้างหน้าเรา อย่ามองไกลไปข้างล่าง แล้วให้เราสกีลงเฉียงๆตัดเนินไปทางซ้ายทางขวา จะได้ไม่ลงมาเร็วเกินไป แม่หญิงเชอร์ยืนหน้าไม่ค่อยดี มีอิซาเบลอยู่ข้างหน้าบอกว่าเธอทำได้ เอาวะลงก็ลง ช่วงแรกที่ค่อยๆลงมา เนินมันสูงจริงแต่ไม่ชันมาก แม่หญิงเชอร์กระดึ๊บๆลงมาได้ แต่พอถึงตรงกลางมันเริ่มชันทีนี้เริ่มกลัว ขาเริ่มแข็งเริ่มอยากร้องไห้


ครูโผล่มาจากไหนไม่รู้ มายืนข้างหน้าแม่หญิงเชอร์ แล้วบอกให้หายใจลึกๆ เงยหน้าขึ้นไปดูสิเราลงมาได้ไกลแค่ไหนแล้วเราดูตามเออก็จริง แต่มันกลัวนี่นา ครูก็เลยสกีข้างๆ แม่หญิงเชอร์มีปัญหาเรื่องทรงตัวเวลาจะเลี้ยวขวา เพราะต้องใช้แรงจากขาซ้าย ครูก็จะมาหยุดอยู่ข้างหน้าเวลาเราเลี้ยว ยื่นมือให้จับถ้าเราต้องการและหยุดเราได้ถ้าเราไถล เลี้ยวไปเลี้ยวมาเลี้ยวมาเลี้ยวไปมีครูคอยให้กำลังใจข้างหน้า จนลงมาถึงจุดที่ขึ้นมากับสายพานตอนแรกก็สกีปร๋อลงมาได้ สามีแม่หญิงเชอร์มาถึงข้างล่างก่อนก็เลยถ่ายวีดีโอแม่หญิงเชอร์กระดึ้บๆลงเขาไว้ได้

ถึงข้างล่างโอยหมดแรง มันใช้ทั้งแรงกายแรงใจนะคะ สำหรับคนที่กลัวความสูงอย่างแม่หญิงเชอร์ คนอื่นที่ไม่กลัวอาจจะขึ้นไปแล้วลงมาได้สองรอบในระยะเวลาที่แม่หญิงเชอร์ลงมารอบนึง แต่แม่หญิงเชอร์ก็ดีใจที่ทำได้และภูมิใจที่ไม่ล้มและไม่ร้องไห้เหมือนครั้งก่อนนู้น Smiley

วันแรกผ่านไป กลับถึงที่พักทั้งหิวทั้งเมื่อย พรุ่งนี้ต้องคอยดูว่าครูจะสอนอะไรอีก

Lady Cher's : acebook page
Lady Cher's : รวมลิ้งค์ ..






Create Date : 28 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 8 มีนาคม 2556 1:01:49 น.
Counter : 379 Pageviews.

1 comment
::.. "แม่หญิงเชอร์" พาไปเล่นสกีที่ Tänndalen

วันนี้ แม่หญิงเชอร์จะออกเดินทางไปเล่นสกีกับเพื่อนๆอีกสองครอบครัว ที่ที่เราจะไปชื่อว่า Tänndalen เป็น1ในสกีแวลลีย์ที่ Funäsfjällen ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของสวีเดน

ดูจากแผนที่แล้ว อยู่ติดชายแดนประเทศนอร์เวย์เลยค่ะ จากบ้านแม่หญิงเชอร์เป็นระยะทางประมาณ 475 กิโลเมตร จะใช้เวลาขับรถประมาณ7ชั่วโมงไม่รวมเวลาหยุดแวะเข้าห้องน้ำนะคะ

ให้ดูรูปที่พัก เป็นอพาร์เม้นท์อยู่ใกล้ๆลานสกีเลย เราไปกันสามครอบครัว ผู้ใหญ่6 เด็ก 3 เบบี้อีก1 ห้องที่จะพักมี3ห้องนอน 1ห้องครัว 1ห้องนั่งเล่น และห้องน้ำ2ห้องค่ะ เราจะผลัดกันทำกับข้าวทุกๆวัน แต่เพื่อนฝรั่งอยากกินอาหารไทยมากๆ สงสัยจะต้องทำหลายมื้อSmiley

เราจะไปกัน1อาทิตย์พอดี ที่นี่อาทิตย์นี้เป็นช่วง sportlov หรือ sport brake โรงเรียนหยุดให้เด็กๆได้มีโอกาสไปเล่นกีฬาฤดูหนาว1อาทิตย์ ทั่วสวีเดนจะหยุดไม่พร้อมกันนะคะแล้วแต่เขตที่เราอยู่ แต่เค้าจะหยุดกันระหว่างสัปดาห์ที่ 7 ถึง สัปดาห์ที่ 12 ของปี ที่เวสเตอโรสนี่หยุดสัปดาห์ที่9ค่ะ

วันนี้คงเดินทางทั้งวัน พรุ่งนี้แม่หญิงเชอร์กับเพื่อนจะไปเข้าคอร์สสกีสำหรับ beginners เรียน4วัน วันละ1.5ชั่วโมง

อันนี้ให้ดูแผนที่ ว่าเส้นทางสกีบนเขาแถวนี้เป็นยังไงบ้าง พวกหัดสกีอย่างแม่หญิงเชอร์ ต้องยึดสายเขียวง่ายสุดแน่นอน ที่พักแม่หญิงเชอร์จะอยู่มุมขวาของแผนที่ค่ะ

แล้วแม่หญิงเชอร์จะมาเล่าสรุปถึงทริปนี้อีกครั้งนึงตอนที่กลับมาแล้วนะคะ ระหว่างนี้ ถ้าใครอยากไปเที่ยว Tänndalen ด้วยกัน แม่หญิงเชอร์จะโพสรูปในเฟสบคในอัลบัมTänndalenเรื่อยๆ ตามไปดูได้ที่เพจของแม่หญิงเชอร์นะคะ

Lady Cher's : acebook page




Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2556 14:33:23 น.
Counter : 474 Pageviews.

0 comment
1  2  

LadyCher
Location :
Västerås  Sweden

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 37 คน [?]



แม่หญิงเชอร์ สาวไทยที่บ้านอยู่ไม่ไกลจากขั้วโลกเหนือ สนใจในเรื่องสุขภาพและความงาม เอาตัวเองเป็นหมูทดลองประจำ
New Comments