Welcome to My World :) You're Welcome.

วันฝนตก ร่มสีขาว และถนนสีลม

จะเรียกได้ว่าเมื่อสองวันก่
อนเป็นวันพิเศษก็ไม่แปลก
ใครๆก็รู้ว่าเราไม่เคยชอบฝน เราไม่เคยชอบวันที่ฝนตก
มันทำให้เรารู้สึกเหงา

...ในขณะที่น้ำฝนหยาดหยดลงมา เพื่อให้ความชุ่มฉ่ำแก่ผืนดิน
แต่สำหรับเรากลับรู้สึกขยะแขยงทุกครั้งที่ต้องเดินย่ำน้ำออกไปข้างนอก
เราไม่เคยเชื่อว่า วันที่ฝนตก จะเป็นวันที่ทำให้เรามีความสุขได้

แต่เมื่อสองวันกอ่นนั้นเป็น วันพิเศษ เป็นวันแรกที่เราชอบฝน
วันแรกที่เรารู้สึกว่า วันที่ฝนตกมันก็เป็นวันดีๆได้เหมือนกัน
ฝนที่ตกลงมาในวันนั้น ไม่ได้ตกมาเป็นสายเพื่อให้ความชุ่มฉ่ำแก่โลก
เพียงแต่ตกเหมือนเป็นละอองที่ให้กำลังใจ....

เมื่อวันนั้นฉันเดินกางร่มใ ต้ละอองฝนเบาบางนั้นเพียงลำพังที่ถนนสีลม...
ถนนที่เป็นเหมือนถิ่นของฉันเอง
ฉันรู้สึกว่าฝนที่กำลังโปรยละอองลงมา เพื่อให้ฉันกางร่ม
กางร่มสีขาว.... คันไม่ใหญ่ เพื่อซ่อนอะไรบางอย่างไว้ภายใต้ร่มสีขาวนั้น
ฉันเดินสวนกับผู้คนมากมาย กางร่มบ้าง ไม่กางร่มบ้าง
ฉันไม่รู้ว่าฉันกำลังคิดอะไร ในขณะที่ฉันเดินเรื่อยเปื่อยไปเรื่อยๆ

ถนนสีลม ร่มสีขาว ละอองฝนบางเบา และเด็กผู้หญิงใส่แว่นในชุด นิสิต
มันดูไม่มีอะไรเข้ากันเลยใช่มั้ย? นอกจากฝน และร่ม....
ใช่ ฉันก็คิดเหมือนกันว่าไม่มีอะไรเข้ากันเลย
แต่ใครจะรู้บ้างว่า ร่มสีขาวที่กำลังเคลื่อนไปช้าๆ นอกจากจะช่วยกำบังเด็กนิสิตไม่ให้เปียกฝนแล้ว
ร่มคันนั้นก็ยังช่วยซ่อนความรู้สึกอะไรบางอย่างของเด็กผู้หญิงคนนั้นด้วย...
ละอองฝนบางเบานั้นช่วยพรางน้ำตาของเธอ...
ส่วนถนนสีลมก็เหมือนเป็นสิ่งปลอบประโลมใจเธอ
เหมือนมันเฝ้าบอก และพร่ำภาวนาเพื่อให้ทุกอย่างในชีวิตของเธอผ่านไปได้ด้วยดี...

ใครจะเชื่อว่า เพียงแค่สี่องค์ประกอบนั้นม ันก็ทำให้วันที่ฝนตกกลายเป็นวันพิเศษได้แล้ว
อย่างน้อยมันก็ทำให้ฉันรู้ว่า ถึงฉันจะเหงาจากวันฝนตก ฉันก็ร้องไห้ใต้สายฝนได้
เพราะภายใต้ร่มสีขาว และใต้ฝนที่กำลังตกนั้น...
มันช่วยซ่อนน้ำตา และความรู้สึกของฉันเอาไว้ได้อย่างมิดชิด

ขอบคุณวันฝนตก ที่ทำให้ร้องไห้ได้อย่างไม่ อายใคร :)


แต่พอมาถึงเมื่อวานนี้ วันฝนตกทำร้ายฉันอีกครั้ง.. .
ฉันคิดว่าฉันจะรู้สึกดีๆกับฝนได้
แต่เมื่อวานนี้ ความรู้สึกในวันฝนตกก็กลับมาเหมือนเดิมอีกแล้ว
เมื่อฉันเดินอยู่ริมถนน หลังสอบเสร็จ
ในขณะที่ความรู้สึกข้างในยังอึนๆ ตันๆอยู่อย่างไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นัก

ฟ้าฝนเหมือนจะแกล้งฉัน ฝนเมื่อวานนนี้ไม่ใช่เพียงล ะอองอีกต่อไป แต่เป็น"ห่าฝน"
เมื่อรถยนต์ที่ขับมาแบบไม่ชะลอ วิ่งซะจนน้ำบนถนนสาดขึ้นมาเปียกไปทั้งตัว
....
....
จิตใจก็ยังไม่เป็นปกติดีเท่าไหร่
เหมือนจะเศร้า แต่ก็ไม่ร้องไห้
มันกลืนลงไป ลึกลงไปข้างใน
อาจจะช้ำจนไม่มีใครรู้ก็ได้

ร้องไห้ไม่ออก ในขณะเดียวกัน ก็ยิ้มหรือหัวเราะได้ไม่สุด ...
มันคืออะไรกันแน่ ความรู้สึกอย่างนี้

อาจจะเป็นเพราะว่า ฝนวันนั้นตกมากเกินไปก็ได้. ..
หรือความจริง...
ที่ฉันร้องไห้ไม่ออก เพราะว่าฟ้าร้องไห้แทนฉันไปแล้วล่ะ...
มันคงไม่อยากเห็นฉันร้องไห้ ไม่อยากให้น้ำตาของฉันไหลออกมา..
ฝนที่ตกหนักเมื่อวานนั้น... ความจริงแล้ว อาจจะเป็นการร้องไห้ของฉันก็ได้นะ
ใครจะรู้...?

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ฉันขอโทษที่ทำให้ฝนตก...
ในเมื่อทุกๆวันนี้ ภายในตัวฉันก็เหมือนเป็นวัน ฝนตกตลอดเวลา....




 

Create Date : 26 กันยายน 2552    
Last Update : 26 กันยายน 2552 18:57:55 น.
Counter : 171 Pageviews.  

อิตถีศาสตรตำราว่าด้วย เรื่องของแฟนเก่า

จะเข้านอนแล้ว แต่จู่ๆก็อยากเขียนขึ้นมาเฉ๊ยเฉย
แรงบันดาลใจพุ่งปรี๊ด ผีตุ๊ดที่ไหนสิงก็ไม่รู้ เลยอยากเขียนตำราว่าด้วยเรื่องแฟนเก่าซะหน่อย

เรียน คุณผู้ชายทุกๆท่าน อันเนื่องด้วยว่าตัวเราเองก็มีความขับข้องใจ
และมีประเด็นที่กระทบกระทั่งกระเทียบกระเทียมกับเพศเดียวกันหลายครั้งอยู่
กับตำแหน่งที่ว่าด้วย"แฟนเก่า"
ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งที่ต้องไปปะทะ "แฟนเก่า"
หรือ ตำแหน่งที่โดนปะทะด้วย "แฟนเก่า"

วันนี้เลยอยากจะมาขอไขข้อค้างคาใจอขงหลายๆคน ว่าทำม๊ายยย ทำไม...
เรื่อง "แฟนเก่า" ของผู้ชายนี่ถึงจะเป็นประเด็นที่ ผู้หญิงอย่างเราๆ ยกขึ้นมาพูดได้ทุกสมัย
และเป็นทอปปิคที่ไม่เค๊ยยย ไม่เคยยย คิดจะหายไปจากหัวพวกเรา เหล่าสตรีเพศทั้งหลาย...

ข้อแรก... ว่าด้วยตำแหน่ง "แฟนเก่า..."
นี่หมายรวมถึงตัวเองด้วย ที่ได้ตำแหน่ง "แฟนเก่า" มา มีทั้งที่แบบตั้งใจ และไม่ตั้งใจ...

ไอ้ที่ตั้งใจ (นับเป็น หนึ่ง จุด หนึ่ง ละกันนะ) นี่ก็หมายความว่า เลิกกันด้วยดี ตำแหน่งนี้ กรณีนี้เลยยกประเด็นไป...
เลิกกันด้วยความเข้าใจ ไอ้อย่างนี้ก็เคยมีเหมือนกันที่แบบ จนกันด้วยการพูดดีๆ
เข้าใจ กลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน พูดคุยกันได้ปกติ
บางกรณีอาจจะได้กลับไปเป็นแฟนกันอีก จนถึงได้ร่วมเรียงเคียงหมอน
คลอดลูกออกหลานมาสร้างคู่กรณีอีกเต็มเมือง
หรือบางกรณีอาจจะเป็นเพื่อนกันไปจนถึงวันที่ต้องหิ้วตะกร้าไปเลี้ยงหลานก็ได้
(แต่บางกรณีกว่าที่จะแปรสภาพเป็น หนึ่ง จุด หนึ่ง ได้ ก็ต้องผ่านกระบวนการขั้น หนึ่ง จุด สอง มาก่อน)
ถ้าเป็นเพื่อนกันตลอดไป ไอ้ผู้หญิงอย่างเราๆก็คงไม่หึง ไม่หวงหรอกนะคะ
แต่ไอ่กรณีแรกที่ว่า รู้สึกดีๆต่อกัน เวลาทะเลาะกันก็ยกแฟนเก่าขึ้นมาอ้างเนี่ย...
ก็ไม่ไหวนะคะ ... ผู้หญิงก็มีหัวจิตหัวใจ... มันแสบบบบนะคะ เวลาโดนเปรียบเทียบ
ผู้หญิงอย่างเราๆ อาจจะจบด้วยประโยคที่ว่า "ถ้าเค้าดีขนาดนั้น แกก็ไปกลับไปหาเค้าเลยซิ!!~"
ส่วนผลเหรอคะ ไม่ต้องบอก เพศชายเป็นเพศที่ซื่อคะ...
ไอ้ที่เราจบประโยคด้วยน้ำสียงประชดประชันนั้นน่ะ นึกว่าเราพูดจริง
ฮีไปค่ะ ฮีกระดิกหางไปแบบทันที ก็ถือว่าเราอนุญาตแล้ว
เสียจิตค่ะ เรื่องแบบนี้....


หนึ่ง จุด สอง ไอ้พวกที่ไม่ตั้งใจ คือ โดนมอบ สถานะเป็นแฟนเก่าแบบไม่เต็มใจ คือ จู่ๆรู้สกึตัวอีกที
อะฮั้นก็กลายเป็นแฟนเก่าไปโดยปริยาย หรือบางที เรียกกรณีนี้ว่า อะฮั้นไม่ได้เต็มใจเลิก ยังรักเค้าอยู่...
กรณีนี้ มีเหมือนกัน ส่วนตัวก็โดนบ่อยมาก มากเหลือเกิน
"กรณีนี้แฟนใหม่พึงระวัง"
จากประสบการณ์ส่วนตัว กลุ่มหลังนี้ ค่อนข้างจะน่ากลัวกว่ากลุ่มแรก
สำนึกยับยั้งชั่งใจจะต่ำกว่า บางคนอาจจะยอมงัดกลยุทธ์ทุกอย่าง กลวิธี
กระบวนท่าลับไม้ตายที่ซ่อนอยู่ในหีบไม้ปลวกกิน เปิดทีปลวกกัดเต็มตัวออกมาได้อย่างไม่รู้จากไหน
แถมมารยาอีกทุกสารบบที่เคยเรียนรู้มาจากโคตรเหง้าศักราช
ชีจะเอามาใช้ค่ะ!!!
ร้องไห้ เป็นลม ไม่สบาย เตี่ยตาย แม่ยายป่วย ลูกหมาหาย แก๊ซรั่ว บ้านบึ้ม...!!!
ชีจะพยายามทำทู้กกกกกกกกอย่างงงงงง เพื่อให้ได้คุณที่รักเธอกลับไป
อันนี้ก็ต้องระวังนะคะ ทำดีๆ เค้าก็อยู่กับเรา ทำไม่ดี ก็เปิดกลับไปเหมือนเดิม
แล้วเราก็เสียจุยย ฟูมฟาย กลายเป็นสถานะแฟนเก่าแบบไม่ได้ตั้งใจไปอีกคน...

ซึ่งตรงนี้นะคะ ผู้ชายก็ไม่รู้หรอกค่ะ
ว่าไอ้สารพัดกระบวนท่าไม้ตายล้านแปดแสนสองหมื่นวิชาที่ผู้หญิงงัดออกมาสู้กันนี่
เค้าเอามาจากไหน เอาจริงๆคือ ฮีไม่รู้หรอกค่ะ ว่ามัเนป็นกระบวน
ก็นึกว่าเป็นนิสัยธรรมด๊าาา ธรรมดาของผู้หญิงคนนั้น
หลงเชื่อสิคะ ยิ่งน้ำตาผู้หญิงนะ โอ้โหหห อย่างกะแก้วสารพัดนึก
หนึ่งหยด แทบจะแลกได้ หนึ่งอย่าง
อยากได้อะไร หาได้ พ่อก็ประเคนให้ถึงหน้าตัก
ให้มันได้อย่างนี้สิคะพ่อคู้นนนนนน
แล้วอย่างนี้เราจะไม่กลัวแฟนเก่าได้อย่างไรล่ะคะ?

แล้วจะมีอีกกรณีที่นางไม่ยอมกลับคืน ตามราวี๊ ราวี จะเอาของๆนางคืนให้ได้เนี่ย
สุดๆไปเลยค่ะ อันนี้ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน
นางจะทำ ทำ ทำ ทำทุกวิถีทาง กลั่นแกล้งชีวิตรักราวกับละครช่อง 7
(อันนี้ดิฉันก็โดนมาแล้วเหมือนกัน)
ไม่ว่าจะเป็นกายกรรม มโนกรรม วจีกรรม หนทางใดที่ทำแล้วนางจะมีความสุข
และเรา เหล่าแฟนใหม่จะทุกข์ได้มากที่สุด นางจะทำค่ะ

สำหรับบางคน (อย่างดิฉันที่เคยเป็น) ไม่อยากได้ของคืนหรอกนะคะ
แต่แค่รู้สุกทำไปเพราะสะใจ!!!
อารมณ์ประมาณว่า ถ้ากูไม่มีความสุข มึงก็อย่าหวังจะมี!!!~

อันนี้ก็ต้องดูแลพ่อเจ้าประคุณรุนช่องของตัวเองให้ดี ไม่สามารถค่ะ อันนี้ไม่สามารถจริงๆ
ผู้ใดให้คำแนะนำได้ โปรดชี้แนะด้วย

เอาเข้าจริงๆก็คือว่า ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไม๊ ทำไม ผู้หญิงอย่างเราจึงหึงหวง ระแวงแฟนเก่าได้ตลอดเวลา
ทั้งๆที่คุณผู้ชายทั้งหลายก็ย้ำแล้วย้ำอีกว่า ไม่มี๊ ไม่มีอะไรในกอไผ่ที่แพนด้ากิน....
ก็แน่นอนจ๊ะ นายจ๋า ไม่ใช่อะฮั้นไม่เชื่อพ่อคุณของอะฮั้นหรอกนะฮะ
แต่อะฮั้นไม่เชื่อนางๆทั้งหลายค่ะ
แหม อย่างที่พวกคุณผู้ชายก็ทราบกันดีว่า ผู้หญิงอย่างเราเนี่ย ปากตรงกะใจซะทีไหนล่ะ
กว่าจะพูดงัดความจริงออกมากันได้ซักกะที คุณผู้ชายเหนื่อยขนาดไหนล่ะค่ะ
เค้ามีแต่ว่า "ไม่มีสัจจะในหมู่โจร" แต่สำหรับสตรีเพศอย่างเราๆ
กลับยึดว่า "ไม่มีสัจจะในสงครามรัก" จะมากกว่า โดยเฉพาะ"สัจจะของแฟนเก่า"

โอ๊ยยยย... มีชีวิตรักใครไม่เคยโดนคุกคามจากแฟนเก่าบ้างคะ อยากจะขอมาแบ่งปัน...
ผู้ชายเดี๋ยวนี้มันมีน้อย นิคะ เลยต้องแย่งงงงกันซะขนาดนี้
(555 ดิฉันพูดทั้งในฐานะคนเคยแย่ง และคนถูกแย่งนะคะ....)

สำหรับบางคนอาจเคยได้ยินประโยคทีเพื่อนดิฉันเคยพูดไว้ว่า ปัญหาแฟนเก่าเหมือน อุจจาระติดรูบั้นท้าย (ขออนุญาตใช้คำสุภาพ)
อันนี้จริงค่ะ ตราบใดที่คุณผู้ชายของคุณไม่ยอมไปล้างๆ เคลียร์ๆอะไรให้เรียบร้อยเนี่ย
มันจะติดๆ ค้างๆคาๆ อยู่อย่างนั้นแหละคะ จะเดินก็ไม่สะดวก... จะนั่งอุจต่อก็ไม่ค่อยเสบย...
ทำอะไรก็ลำบากลำบน แถมยังค้างๆคาๆ อยู่อย่างนั้น เผลอๆ ก็มีกลิ่นตุๆลอยมาอีกต่างหาก
ฝืนเดินต่อไป ไม่ลำบาก ก็เละล่ะคะ....

นี่เป็นเหตุผลที่ทำไม อิตถีอย่างเราๆถึงไม่ค่อยอยากให้บุรุษอย่างท่านๆ คุยกับ
สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "แฟนเก่า" ซักเท่าไหร่
ไม่ว่าด้วยเหตุผลประการใดก็ตามๆ มันก่อให้เกิดความระแวงสงสัย เคลือบแคลงคลางในจิตใจของอิตถีอย่างเราได้
และจะไม่แปลกที่วันนั้น เราพร้อมจะงี่เง่า และฟาดงวง ฟาดงาใส่ท่านได้อย่างไร้สาเหตุ
ทั้งๆที่วันนั้นทั้งวันก็มีความสุขกันดีๆอยู่แท้ๆ เอาจริงๆ เรียกได้ว่า ท่านหาเรื่องใส่ตัวก็มิปาน...

อาจจะมีคนบอกว่าดิฉันเก็บกด... ถึงต้องมานั่งบ่นระบายในนี้...
(อยากจะหยิบบุหรี่มาดูดสักสองปื้ดแล้วตอบท่านว่า...)

"จริงค่ะ ดิฉันไม่ปฏิเสธ เป็นผู้หญิงเก็บกดค่ะ!!"

ทั้งในฐานะที่เป็นแฟนเก่า (ทั้งสองกรณี) และเป็นแฟนใหม่ (ในกลายกรณีเช่นกัน)


ด้วยเหตุที่ว่า (โปรดอย่าตกใจ)
1. "สองในห้า" ของผู้ชายที่ดิฉันเคยสนิทสนม (ขอบอกก่อนนะคะว่า ไม่ใช่แฟนทุกคน)
หวั่นไหวทุกครั้งที่แฟนเก่าโทรมาคุย (แค่คุยนะคะ ไม่ได้ขอคืนดี) ค่อนข้างจะเอียงไปหาแฟนเก่าทุกครั้ง
และพยายามจะถามดิฉันว่า เค้าควรจะกลับไปหรือไม่
แน๊~~~~ กล้ามากกกกก ฮีกล้าถาม...... ดิฉันแทบจะเอาบาทาลูบหน้าแทนคำตอบ
แต่ด้วยความเป็นสุภาพสตรี ผู้ดีศรีสยามเต็มตัว ไม่ได้ค๊าาา โนววววว แต๊งงงงกิ้วว
ลูกผู้หญิงอย่างดิฉันต้องหักห้ามบาทาอย่างจำใจ

หนึ่งในนั้นบอกกับดิฉันว่า ถ้าแฟนเก่าจะขอคืนดีจะทิ้งดิฉันกลับไปหาทันที
(ซึ้งคะ ซึ้งน้ำใจบุรุษเพศมาก // หยิบทิชชู่มาซับน้ำตาซ้ายขวา)


2. "หนึ่งในห้า" ชอบนำแฟนเก่ามาเปรียบเทียบกับดิฉัน
เพื่อบอกว่า แฟนเก่าเค้ารักเค้ามากกกกกกกกกกกกขนาดไหนนนนน
เทียบกะดิฉันไม่ได้เลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย (สังเกตตัวซ้ำ)
แต่เขาก็ยังเลือกดิฉัน....
.....
ทายซิคะ ประโยคต่อมา.....
.....
ถูกต้องค่ะ....

เค้าบอกให้ดิฉันรักเค้าให้มากกว่าที่ แฟนเก่าเค้ารักดิฉัน
แน๊~~~~ เหมือนจะโดนทวงบุญคุณ ประมาณว่า.... นี่ๆ กูอุตส่าห์เลือกมึงแล้วนะ ไม่ใช่เค้า...
เพราะฉะนั้น รักกูให้มากสมราคาหน่อยยยยย

ค่ะ ดีค่ะ คุณผู้ชายย


3. "หนึ่งในห้า" เคยทำให้ดิฉันกลายเป็นแฟนเก่าโดยไม่ได้ตั้งใจ
และดิฉันก็เป็นแฟนเก่าประเภทราวี (แต่ไม่เก่งนะคะ มือสมัครเล่น)
ไม่ได้อยากได้คืนหรอกนะคะ บัญญัติไว้ในบัญชีดำว่า ของเน่า เราไม่เอาคืน...
ดิฉันวุ่นวายค่ะ สิบค่ะ อยากรู้มาก ว่าชีวิตคู่แสนหวานของคู่ตุนาหงันใหม่เป็นไงบ้าง...
ไม่มีไรมากกว่านั้นค่ะ ดิฉันไม่นิยมความรุนแรง

แน๊~~~~ เสียใจล่ะสิ ผิดคาดดดด
แต่นี่คือเรื่องจริงค่ะ เพราะเกิดปลงได้กลางคัน เลยยูเทิร์นรถกลับมาใหม่
ของไม่ดี เราไม่อยากได้ เราจะไปยุ่งด้วยทำไมล่ะคะ จริงไหม???


4. ส่วนหนึ่งที่เหลือไม่มีไรค่ะ ผ่านไป แหมเสียดายยย
(จริงๆ ถ้าจะเขียนว่า หนึ่งในห้า คนเดิมหลายๆครั้งก็คงได้ใช่มั้ยคะ
แต่ไม่เอาดีกว่า เดี๋ยวจะรู้ว่าใคร อุ๊บส์....)

แต่หนึ่งที่ไม่ในห้านี่สิคะ... ดิฉันกำลังคิดอยู่ว่า
สถานการณ์กำลังเป็นไปในรูปแบบไหน....

เดี๋ยวยังไงจะมาอัพเดทใหม่นะคะ ขอสถานการณ์แน่ชัด และน่าไว้วางใจกว่านี้ก่อน
แล้วจะเข้าใจดิฉันมากกว่าที่เคยเป็น....


เป็นอย่างไรล่ะคะ? เข้าใจอิตถีอย่างเราๆมากขึ้นหรือยัง??
ขอบพระคุณที่ทนอ่าน...




 

Create Date : 18 กันยายน 2552    
Last Update : 18 กันยายน 2552 3:28:40 น.
Counter : 238 Pageviews.  

It's just "never" or "ever"

มันก็แค่เคย หรือ ไม่เคย
ชีวิตเรามันก็มีอยู่แค่สองอ
ย่างนี่แหละ

"เคย"
หรือ
"ไม่เคย"

อะไรที่อยู่จุดสูงสุด มันก็ต้องเคยอยู่จุดต่ำสุดมาก่อน
อะไรที่เคยเป็นของเรา มันก็ต้องเคยไม่เป็นของเรามาก่อน

ในชีวิตคนๆหนึ่ง มันอาจจะมีสิ่งที่เคยทำ แล้วก็ไม่เคยทำ
สิ่งดีๆที่เคยทำ สิ่งดีๆที่ไม่เคยทำ
สิ่งชั่วๆที่เคยทำ และสิ่งชั่วๆที่ไม่เคยทำ

ก็อยู่ที่ว่า จะเลือกอยากทำอันไหน และจะให้อันไหนที่เป็นสิ่งที่ไม่เคยทำ
แต่ก็มีบางที ที่เลือกไม่ได้ คนอื่นเลือกให้ว่า จะเคย หรือ ไม่เคย

เคยอยู่จุดต่ำสุด แต่ก็อาจจะขึ้นสู่จุดสูงสุดได้
เคยโดนรัก แต่อาจจะโดนรักโดยไม่รู้เรื่อง
เคยมีความสุขมาก แต่รู้สึกตัวอีกที น้ำตาเท่าไหร่ก็ไม่พอที่จะพร่ำบอกถึงความทุกข์ที่มี
เคยโดนแย่งของ วันนี้ อาจจะเป็นคนแย่งของมาแบบไม่รู้ตัว

มันต้องมีสักครั้งหนึ่งของชีวิตคนล่ะน่า จะไปเอาอะไรกับมันมาก
ก็แค่ "เคย" และ "ไม่เคย"
มันก็ต้องมี ผิดหวัง สมหวังบ้าง ปนๆกันไป
นี่แหละ มันถึงจะคุ้ม เค้าเรียกว่ารสชาติชีวิต
รสชาติความเป็นคน
จะได้ไม่เสียที ที่ครั้งหนึ่งได้เกิดมาบนโลกกลวงๆใบนี้

มันก็แค่สิ่งที่เราเชื่อว่ามันจะมีความสุข แต่จะนานเท่าไหร่?
ที่มันจะมีคำว่า"เคย"นำหน้า กลายเป็น "เคย" มีความสุข

ไม่ได้สปอยล์ละครนะ... แต่มันก็แค่ "วิมานมายา" เท่านั้นเอง

"แต่ที่เห็นไม่มีจริง... สิ่งที่เห็นเป็นเพียงดิน
ไม่นาน หายไปในพริบตา"

เอาเถอะ อย่าไปยึดมั่นถือมั่นอะไรให้มันมากเลย
อยู่กับความจริง น่าจะมีดีมากกว่านะ...
ถึงแม้ความฝันจะสวยงามแค่ไหน
แต่ถ้าคุณยังหายใจ ยังมีชีวิต คุณก็ต้องตื่นมาเจอความจริง
ถึงมันจะโหดร้าย เลวทรามสักแค่ไหน
มันก็ต้องเจอ มันคือ สิ่งที่ต้องเผชิญ

ไม่ว่าคุณจะเต็มใจ หรือไม่เต็มใจ...
เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่คุณมีสิทธิ์ที่จะเลือก
แต่มันเป็นคนเลือกคุณให้เผชิญ

มันก็แค่ว่าข้อสอบที่วัดว่าคุณจะมีสิทธิ์ในการใช้ชีวิตต่ิอไปไหมเท่านั้นเอง
ถ้าคุณผ่านไปไม่ได้... Goodbye! See you, Loser!
แต่ถ้าคุณผ่านไปได้... Go on! แล้วเจอกับข้อสอบต่อไป ที่ไม่รู้ว่าจะยากขึ้น หรือง่ายขึ้น...

อย่างว่าแหละ ก็แค่วัดว่า คุณสมควรที่จะใ้ช้ชีวิตต่อไปบนโลกนี้ได้ไหม? ในฐานะอะไร?
คนที่ชนะ หรือว่า Loser
นี่แหละ สิ่งที่คุณเลือกได้ สิ่งที่คุณมีสิทธิ์จะเลือก
ว่าคุณจะทำอย่างไร ให้ผลลัพธ์มันออกมาในรูปแบบไหน

แต่ก็อย่างว่าแหละ ท่องไว้ ระลึกไว้กับตัวเองดีกว่า
ซักวันสิ่งที่เป็นของเรา อาจจะแค่ "เคย" เป็นของเรา
ซักวันสิ่งที่เรามี ก็อาจจะแค่ "เคย"มี
ซักวันสิ่งที่รัก ก็อาจจะเป็นแค่ "เคยรัก"
ซักวันสิ่งที่เราไม่อยากทำ มันก็อาจจะเป็นแค่สิ่งที่เรา"เคย"ไม่อยากทำ

นั่นแหละ มันก็แค่ "เคย" หรือ "ไม่เคย" เท่านั้นเอง


ปล.
เพิ่งคุยกะเพื่อนรักเมื่อวาน Love is illusion :)
ความรักมันก็ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิดหรอก
Welcome to the real world จ๊ะ
มันไม่มีอะไรที่จะฟูๆ และสวยงามน่ารักไปซะทุกอย่าง
เหมือนในการ์ตูน เทพนิยายนะจ๊ะ

ไม่มีหรอกนะจ๊ะ เจ้าหญิง และเจ้าชาย...
โลกตอนนี้ก็มีแค่ Betrayer ที่รอวันแผลงฤทธิ์เท่านั้นล่ะจ๊ะ

ตื่นซะที คุณหนู!




 

Create Date : 31 สิงหาคม 2552    
Last Update : 31 สิงหาคม 2552 1:44:57 น.
Counter : 211 Pageviews.  

ถึงคุณนั่นแหละ

ถึงคุณนั่นแหละ คุณที่คงไม่ได้มาอ่านเจอเอง
แต่คุณคือคนที่ฉันคิดว่า เพื่อนคุณคงเข้ามาดูเพจชั้นบ้าง

ก็ไม่มีอะไรหรอก... ฉันก็แค่มีเรื่องอยากจะบอกคุณนิดหน่อย
ไม่กล้าบอกคุณต่อหน้า ได้แต่หวังว่า คงมีใครสักคนไปบอกคุณ

ถึงแม้ฉันดูจะเป็นคนง่ายๆ อะไรก็ได้ สบายๆ ได้ทั้งนั้น
แต่อยากให้รู้ไว้ว่า ฉันไม่ได้เป็นคนรักใครง่ายๆ ชอบใครง่ายๆ
และการที่ใครจะเข้ามาในชีวิตฉันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเช่นกัน
ฉันไม่ได้ปิดตัวเอง แต่ฉันไม่ชอบให้ใครมาก้าวก่ายกับชีวิตฉันมาก
ฉันมีลิมิตในการใช้ชีวิตของฉัน...
ฉันเลือกที่จะมีเพื่อนสนิทจริงๆเพียงไม่กี่คน...

สำหรับคนที่เข้ามาในชีวิตฉันได้ มีแต่คนบอกว่า เยี่ยมมากที่เข้ามาได้
ยิ่งคนที่ฉันรัก ยิ่งเยี่ยมมากเหมือนกัน...

ฉันไม่ปฎิเสธหรอกนะ ว่าถ้าฉันรักใครแล้ว สุดหัวใจ สุดเรี่ยวแรง
ฉันจะให้คนๆนั้น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน หรือว่าใครก็ตาม
ฉันไม่ได้หวังหรอกนะ ว่าคนๆนั้นที่ฉันให้ไป 100 (บางครั้งก็มากกว่า 100) จะให้ฉันกลับมาแค่ไหน

90 80 70 60 50 .... ไปเรื่อยๆ จน 1 ก็ได้
แต่มันต้องไม่ใช่ 0...

ฉันก็ไม่ได้ปฏิเสธหรอกนะ ว่าฉันให้โดยไม่หวังผลตอบแทน
แต่เอาเป็นว่าฉันหวังน้อยละกัน น้อยมากด้วย แค่ 1 ก็ยังดี :D

แต่คนบางคน (ฉันหมายถึงคุณนั่นแหละ)
ให้ฉันเท่ากับ 0 เลย ฉันจึงตัดสินใจที่จะไม่ให้
เพราะฉันรู้สึกเสียดาย 100 (หรือมากกว่า) ของฉัน ที่จะไม่ได้รับกลับคืน
อันนี้ไม่เท่าไหร่ แต่กลับกลายเป็นว่า ในบางครั้งคุณให้ฉันกลับมา
ค่าของมันคือ ติดลบซะเนี่ย

คุณทำร้ายฉันมากเกินไปแล้ว พอกันทีกับ 6 เดือนที่ฉันให้...
6 เดือนหลังจากไม่มีสถานะอะไรเลย เป็นอะไรกันก็ไม่รู้ที่ฉันคงเรียกได้เพียงว่า
"คนรู้จักกัน" จริงๆนะ คุณทำให้ฉันรู้สึกว่า
6 เดือนที่ผ่านมา หลังจากเราไม่ได้เป็นอะไรกัน
คุณทำให้ฉันรู้สึกว่า ฉัน เป็น "เพียงแค่" คนรู้จักของคุณ
คุณเก่งจริงๆ

คุณใช้สิ่งที่ฉันให้ ไม่สิ คุณผลาญมัน จนเหลือ 0
แต่แค่นั้นยังไม่พอ คุณยังทำให้มันติดลบอีก...

ฉันไม่ได้จะมาต่อว่าคุณนะ แค่อยากใ้ห้คุณรู้ไว้เฉยๆ...
แต่ยังไงคุณก็คงไม่ได้มาอ่านเจออยู่แล้วล่ะ
ฉันขอฝากเพื่อนของคุณเค้าไว้ด้วยละกัน ฝากให้เค้าอ่านหน่อย..
ฉันไม่กล้าที่จะพูดกับคุณเขาตรงๆ ฝากด้วยนะคะ

ฉันไม่ใช่คนรักใครง่ายๆ ฉันอยากบอกอีกครั้ง
และฉันเป็นคนลงลึกกับทุกความรู้สึก

ฉันไม่ได้เกลียดใครง่ายๆ และไม่ใช่คนรักใครง่ายๆ
ฉันเชื่อในทฤษฎีการรู้จักกัน ที่ฉันเชื่อมาตลอด
การที่เราจะรู้จักใครซักคน มันเป็นเรื่องยาก ยากมากจริงๆ
มันเป็นอะไรที่เราไม่สามารถบอกได้ว่าทำไมเราถึงรู้จักคนๆนี้
มันเป็นเรื่องของอะไรก็ไม่รู้ ที่มีคนเรียกว่า "พรหมลิขิต"
แต่ฉันไม่ชอบคำนั้น ฉันว่ามันเป็น "ทฤษฎีการรู้จักกัน"
เป็นชื่อทฤษฎีที่ฉันคิดของฉันขึ้นมาเอง

แต่ว่าฉันก็ต้องมีจุดที่ข้ามทฤษฎีนั้นบ้าง
ฉันไม่ใช่คนเกลียดใครง่ายๆ เพราะทฤษฎีนั้น
แต่เมื่อไหร่ทีีฉันนึกจะเกลียดใครขึ้นมา ฉันก็ไม่ได้หายเกลียดได้ง่ายๆเช่นกัน
พอๆกับที่ฉันรักใครนั่นแหละ รักใครขึ้นมาก็เลิกรักไม่ได้ง่ายๆเหมือนกัน

แล้วฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่ดีซะด้วย เรียกได้ว่า แสบพอตัวทีเดียว
ไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่ผู้ชายชอบหรอก ไม่ใช่ตุ๊กตาทุ่นอารมณ์
นั่งสวย ยิ้ม ทำงานบ้าน แล้วก็เป็นช้างเท้าหลัง
เป็นตุ๊กตายางให้ผู้ชายเอาเล่นหนิ เป็นที่ระบายความใคร่ แก้เงี่ยนหนิ...

ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น ฉันเป็นผู้หญิงที่มีคนระบุว่า ไม่ใช่ผู้หญิง
ฉันเป็นผู้หญิงเก่ง (เหรอ? แต่ฉันคิดว่าฉันก็คงเก่งพอตัวแหละ)
ฉันเป็นผู้หญิงประเภทถึงเวลาจริงๆ ก็คงทำงานนอกบ้าน ลุยสุดขั้วไม่กลัวสกปรก (เป็นแม่บ้านบรีซเนอะ)
ฉันยิ้มได้ทั้งวัน ฉันยิ้มเก่ง ใช่... แต่ฉันไม่ได้นั่งยิ้มแล้วเป็นช้างเท้าหลัง
ฉันเป็นผู้หญิงที่นั่งเหล่ผู้ชาย แล้วก็ให้คะแนนผู้ชา่ยอยู่เหมือนกัน
ฉันเป็นผู้หญิงที่จะพร้อมมองเห็นว่าผู้ชายเป็นเครื่องระบายความใคร่ได้เหมือนกัน
ฉันเคยคิดว่า ฉันไม่ได้คบผู้ชายที่ผลผลิต แต่ฉันคบเพื่อความบันเทิง
ฉันเคยคิดอย่างงั้นจริงๆ

อย่างไรก็ตามฉันก็ยังเป็นผู้หญิง
ฉันยังเพ้อฝันถึงเรื่องรักแท้ True Love แบบที่คนๆื่อื่นเขาฝันกัน
ถึงแม้ในใจจะค้านไปเกินครึ่งว่าไม่มีจริงหรอก
ฉันยังรักสวยรักงาม ชอบช้อปปิ้ง ชอบแต่งหน้า เหมือนคนอื่นๆ
ถึงแม้บางครั้งฉันจะออกลุยๆ ห้าวๆ ไปบ้าง แต่ก็อยากมีมุมสวยเหมือนกัน
ฉันยังโรแมนติก และเซนซิทีฟ
ถึงแม้ฉันจะปากจัด ปากร้าย และดูแข็งกระด้างไปบ้างในบางคราว
ฉันยังนั่งร้องไห้ทุกครั้งเมื่อหนังมันเศร้า ตัวละครตาย หรืว่าฉันเนี่ยแหละที่โดนทำร้าย ทุกครั้งยังมีน้ำตาเวลาที่ฉันเจ็บปวด...
ถึงแม้จะน้อยคนนักก็ตามที่จะเห็นน้ำตาของฉัน...

ถึงฉันจะห้าวแค่ไหน เก่งแค่ไหน และแกร่งแค่ไหน
ฉันก็ยังเป็นผู้หญิงที่ฝันถึงเจ้าชายที่จะมาเป็นคนสุดท้ายของฉัน
และคอยดูแลฉันตลอดไป

ฉันก็เพียงหวังในตอนนั้นว่า เจ้าชายของฉันคนนั้นจะเป็นคุณ
แต่สุดท้ายมันก็ไม่ใช่

คุณไม่ได้เป็นเจ้าชายของฉัน
คุณเป็นแค่เจ้าชายจอมปลอม เป็นแค่อะไรก็ไม่รู้ที่แสร้งทำเป็นเจ้าชาย
เพื่อหลอกเอาความรัก เอาความรู้สึกของฉันไป เพื่อไปทำลายทิ้ง
โดยที่ยังไม่ทันออกนอกประตูเมืองเลย
คุณทำร้ายความรู้สึกของผู้หญิงที่ต้องทำตัวแข็งแกร่ง

คุณทำให้ผู้หญิงคนนี้ไม่สามารถเชื่อใจใครได้อีก
และทำให้ึใครก็ตามที่จะผ่านเข้ามาในชีวิตผู้หญิงคนนี้ยากขึ้นอีกหลายเท่า

ตอนนี้ไม่มีอะไรจะพูดกับคุณแล้ว ภาวนาให้คุณมีความสุขกับคนที่คุณเลือก
แต่รู้ไว้เถอะ ว่าคุณกำลังมีความสุขมากๆ อยู่ความทุกข์ของฉันอยู่
ขอให้คุณมีความสุขมากๆนะแต่ฉันก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าคุณจะมีความสุขได้จริงหรือเปล่า
ในเมื่อลางสังหรณ์ของฉัน มันบอกอะไรบางอย่างกับฉันตลอดเวลา
ฉันได้แต่ภาวนาให้ "ฝันฉันอย่าได้เป็นจริง"
เอาเถอะ คุณ เอาเถอะ....



"ขอให้คุณมีความสุข เสวยสุขอยู่บนเถ้าธุลีแห่งความทุกข์คนอื่นมากๆละกัน
ฉันเชื่อว่า ความสุขของคุณจะจีรังยั่งยืน
ตราบเท่าที่ฉันยังหายใจอยู่เชียวแหละ :)"



ขอบคุณนะ ที่"กรุณา"เข้ามาทำให้บอบช้ำ
ซึ้งจริงๆ!


ปล.
สำหรับเพื่อนคุณเค้า ใครมีเมล์เค้าก็รบกวนส่งให้คุณเค้าอ่านด้วยนะ
ส่งเองเดี๋ยวคนอื่นจะรู้สึกว่าใจร้ายเกินไป
พอดีตอนนี้ไม่ได้เปิด HI5 เป็นแบบ Public
แล้วคุณเค้าเข้ามาดูไม่ได้ และดูท่าเขาจะไม่สนใจด้วย ก็ฝากด้วยนะคะ :D~




 

Create Date : 31 สิงหาคม 2552    
Last Update : 31 สิงหาคม 2552 1:44:35 น.
Counter : 177 Pageviews.  

กระเป๋าถือ และสารกระตุ้น



เคยสงสัยมั้ยว่าทำไมกระเป๋าเราหนั๊ก หนัก...
ก็เพราะ ว่ามันมีของเยอะน่ะสิ

มีทั้งกระเป๋าตังค์บัตรหนาเป็นปึก
กระเป๋าเครื่องสำอางสารพัดของแต่งสวย
กล้องดิจิตอลตัวเก่ง
สมุด และไดอารี่ พร้อมเครื่องเขียน อุปกรณ์สำคัญลับความคิด

นอกจากนั้นยังมีของอีกตั้งหลายอย่างที่ไม่อยากจะบอก
มีทั้ง ความทุกข์ ความสุข
ความเสียใจ น้ำตา ความคิด ความทรงจำ
ความรู้สึก ความอ่อนล้า ความแข็งแกร่ง ฯลฯ
อีกมากมายเหลือคณานับ

แต่ว่าตอนนี้รู้สึกว่ากระเป๋าจะหนักมากเกินไปแล้ว
เลยว่าจะรื้อของจัดกระเป๋าถือซะหน่อย
พอรื้อของออกหมดกระเป๋า เทกระเป๋าออกมา
นอกจากของที่ว่าหล่นเกลื่อนลงมาเต็มพื้น
ไม่รวมเศษผง เศษขยะต่างๆนานา
คว้าๆ ตบๆ ก้นกระเป๋า ยังเหลือของอยู่อีกสองสิ่งเว้ย

เป็นสองสิ่งที่ชิ้นเล็กกกกกกกกกกมากกกกกกกกกกกกก
แต่ว่า แม่งเป็นสิ่งที่ทำให้กระเป๋าเราหนักมากที่สุดในโลก
เพิ่งเห็นว่า อะไรที่มัน"หนัก"กระเป๋าจริงๆ

"ความรัก" กับ "ความหวัง"

สองสิ่งที่เหลืออยูในกระเป๋าในปริมาณที่พอๆกัน
นอนสงบนิ่งไม่ยอมไปไหน ค้างเติ่งอยู่ที่มุมของก้นกระเป๋า
ขดตัวอย่างเกียจคร้าน แต่ก็เกาะกระเป๋าแน่น ไม่ยอมออกไปไหน
ไม่ยอมหล่่นลงมาจากกระเป๋าให้เกลื่อนพื้นเหมือนสิ่งอื่นๆ
ไม่ยอมเป็นไปตามกฎแรงโน้มถ่วงของโลก
หรือจริงๆแล้ว ไม่ยอมเป็นไปตามกฎใดๆทั้งสิ้น

ถ้าเอาสองอย่างนี้ออกไปจากกระเป๋าได้ ก็คงเบาขึ้นเยอะ
...
...

I just realize that you 'were' mine.
You 'were' my breath.
You 'were' my life.
You 'were' my everything.
You 'were' my world.
You 'were' meant to be.
You 'made' me felt happy.
I 'felt' in love with you.

But all above... It is the past...
I use PAST TENSE cuz it is the PAST!


NOW, Iam what I am...
I live by myself.
I stand here alone
I am happy from what i do.
My life is mine.
I have everything on my hand.
I take it back.
I bring my self-esttem back to me, back to my life,back to my world.

Now, you are just my one stimulant to fortify me to go on and to be better.

ขอบคุณทีเ่ป็นสารกระตุ้นให้ชีวิตมันมีพลังมากพอที่จะถีบตัวไปข้างหน้า
และก้าวขึ้นบันไดให้ชีวิตดูมีคุณค่ามากกว่าเดิืม
จะใช้ความเจ็บแวด และความเสียใจเป็นแรงฮึด
"ชีวิตกูจะต้องดีกว่านี้มาก"
ขอบคุณนะทีช่วยมาเป็นหนึ่งในแรงเสริมที่ให้หยีเหยียบเพื่อไปถึงที่ของหยี
:)~ ขอบใจจริงๆ




 

Create Date : 31 สิงหาคม 2552    
Last Update : 31 สิงหาคม 2552 1:44:02 น.
Counter : 186 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  

My Lullaby
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Welcome to My Blog ^^
Nice To meet You all na ka :):)

This is my URL: http://lady-lullaby.bloggang.com
This is my Christian Blog :http://loukyie.blogspot.com/
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add My Lullaby's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.