Welcome to My World :) You're Welcome.

"คำสัญญา"



ถ้าคุณคิดว่าคำสัญญามันไม่ใช่แค่คำพูด
ถ้าคุณคิดว่าการรักษาสัญญาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก
....
....

สำหรับใครบางคน คำพูดก็เหมือนลม... ผ่านมา แล้วก็ผ่านไป
อะไรที่พูด บางคนสักแต่ว่าพูดหรือเปล่า?
ณ ตอนนั้น เขาออาจจจะ “คิด” ว่า เขาทำได้
แต่เมื่อเวลาเปลี่ยน ใช่... คนก็เปลี่ยน

แต่สำหรับบางคน คำพูดเป็นเหมือนสิ่งที่เขาจะยึดมั่น
เมื่อใดที่เขาพูดออกมา เขาจะยึดมั่นคำพูดมันไว้อย่างหนักแน่น
จะไม่ยอมให้ใครมาเหยียบหน้าเขาได้
ว่าเขาไม่รักษาคำพูด!!!
เขามีศักดิ์ศรีมากพอที่จะรับผิดชอบ...
รับผิดชอบคำพูดที่เขาเป็นคนพูดออกมา
รับผิดชอบผลของคำพูดที่เขาเป็นคนพูดออกมา

จนถึงตอนนี้ อาจจะมีหลายคนที่เคยให้สัญญากับใคร
แต่ก็ผิดสัญญา สุดท้าย คำขอโทษก็ใช้ไม่ได้ผลหรอกนะ

เมื่อมันทำตามสัญญาไม่ได้ มันก็คือ ไม่ได้
อย่าไปว่าใครเลยว่าผิดสัญญา
ก่อนหน้าที่จะไปว่าใครเขา เคยกลับมามองดูตัวเองบ้างหรือเปล่า
ว่าเราเคยให้สัญญากับใครบ้าง? และรักษาสัญญานั้นได้หรือเปล่า

“แค่พูดพล่อยๆ สัญญาไปพล่อยๆ”
หรือว่า
“พูดเพราะคิดว่าทำได้จึงสัญญา”

ทุกคนก็คงมีเหตุผลของตัวเองทั้งนั้น
สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ เราทำได้หรือเปล่า?
สัญญาที่เราเคยพูดไว้ เราทำได้จริงหรือเปล่า?

จริงๆ คำสัญญามันไม่ได้ฆ่าใครเลย
มันคือคำสัตย์ปฏิญาณที่จะ “ฆ่า” ตัวคนที่สัญญาเองมากกว่า
คนที่จะตาย คือ คนที่สัญญา
คือคนเดียวกับคนที่พูดออกมา ก็เหมือนเอาคอไปวางพาดรอบนกิโยติ

เมื่อใดที่คุณผิดสัญญา...
คุณก็จะตาย... ตายจากความน่าเชื่อถือ
ตายเพราะขาดความน่าไว้วางใจ
ตายเพราะความไม่รับผิดชอบ....

แต่ตราบใดที่คุณยังหายใจอยู่ (ถึงแม้ใจจะหายไป)
ขอยืนยัน ว่า คุณยังไม่ตายหรอก

คุณยังต้องพบพานความเจ็บปวด
คุณยังต้องเผชิญความจริง
คุณยังมีภาระบางอย่างที่ยังต้องทำ

คุณยังต้องเจอคนที่ผิดสัญญา
คุณยังต้องเจอคนที่เห็นแก่ตัว
คุณยังต้องเจอคนที่ทำร้าย และทำลายคุณ

ตราบใดที่ยังหายใจ นั่นหมายถึงคุณยังมีชีวิต "อยู่"
ตราบใดที่คุณยังหายใจ นั่นหมายถึงคุณยัง "ไม่ตาย"

ขอย้ำอีกครั้ง “คุณยังไม่ตาย”




 

Create Date : 30 มีนาคม 2552    
Last Update : 30 มีนาคม 2552 21:02:39 น.
Counter : 2105 Pageviews.  

Estación la vida .... ฤดูชีวิต....

มีใครบางคนเคยบอกไว้ว่า ชีวิตเราเปรียบได้กับฤดู
เราก็เลยมาคิดว่า แล้วตอนนี้ฤดูของชีวิตเรามันจะเป็นยังไงนะ?
จะว่าเป็นฤดูรักก็คงไม่ใช่ เพราะว่าไม่ได้ In Love กับใคร
แต่จะ In Love จริงๆ ตอนนี้คง In Love กับการเที่ยว
กับพวกวัฒนธรรม ที่เที่ยวเก่าๆ ตลาด 100 ปี อะไรงี้ล่ะมั้ง

แต่ถ้าถามว่า จะอยู่ฤดูเหงามั้ย? ในเมื่อไม่มีคนรัก...
ก็ไม่เหงานะ ได้เที่ยว ได้เฮฮากับเพื่อนๆ ก็โอเค
ไม่เหงา... มีงานทำ ไม่ว่างด้วย
ว่างปุ๊บ เที่ยว วางแผนว่าจะเดินทางโดยรถไฟ(สัญญาว่าจะไม่ให้ล่มภายในปิดเทอมนี้)
ว่างปุ๊บ ก็เริ่มดูหนัง (ที่ค้างไว้หายสิบเรื่อง และก็หามาเพิ่มเรื่อยๆ)
ว่างปุ๊บ ก็อ่านหนังสือ เก็บความรู้ที่มีในสมอง
ว่างปุ๊บ ก็นั่งจัดหน้าหนังสือทำมือของเราเอง (ว่าจะพิมพ์เก็บไว้ละ)
ว่างปุ๊บ หาร้านอาหารน่านั่ง น่ากิน น่าอร่อย (แฮปปี้)
ว่างปุ๊บ ก็หยิบหนังสือภาษาสเปน ภาษาอังกฤษมานั่งทบทวนความรู้
แล้วแบบนี้จะเหงาไหมวะ?

วันนี้ฟังเพลงหนาวนี้ ก็เลยมานั่งคิดว่า
ตอนนี้กำลังเข้าหน้าร้อน... มันก็เป็นฤดูที่เราเฮฮาปาร์ตี้ ชายทะเล
แล้วก็อยู่กับพื่อน เที่ยวเล่นกับเพื่อน
ความสดใส ร้อนแรงของแดดฤดูร้อน ก็ทำให้เรารู้สึกสดใสได้นะ
ดังนั้นฤดูร้อนจึงเป็นฤดูของชีงิจเราตอนนี้

ส่วนฤดูหนาว กั ฤดูฝนหรอ?
อืมมมม... ขอคิดก่อนนะ

สำหรับฤดูฝน ก็เป็นฤดูที่ไว้อยู่กับคนรักนะ ไม่รู้เหมือนกัน
นี่สำหรับตัวเราเอง ฝนตก เราอยู่ใต้ร่มเดียวกัน
อากาศเย็นสบายแบบชื้นๆ :D~ มีความสุข
คงมีซักวันที่เราจะได้เดินกุมมือกับใครซักคนภายใต้ร่มคันเดียวกัน
หรือคงจะมีใครซักคนที่พร้อมจะทำ Silly Thing โดยการเล่นน้ำฝนกับเรา
น้ำฝนเมื่อตกลงมาก็เย็น ชุ่มฉ่ำใจเนอะ ก็เหมือนคนรักแหละ
เวลามีคนักก็ชุ่มฉ่ำใจ มีความสุขดีหรอก
แต่ก็อาจจะมีพายุแทรกมาบ้าง ทำให้เราสกปรกไปหมด
อาจจะมีบ้างที่เรารู้สึกเฉอะแฉะ หงุดหงิดรำคาญเพราะน้ำฝน
แต่อย่างน้อยกลิ่นฝนก็ทำให้เรารู้สึกดีได้อยู่นะ
อย่างไรก็ดี ฉันก็ยังเชื่อนะ ฉันยังเชื่อว่า
ชีวิตเราซักวันเมื่อผ่านพ้นฤดูร้อน ก็คงเจอฤดูฝนนะ
ถึงแม้ตอนนี้ฉันจะกลายเป็นเจ้าสาวที่กลัวฝนอยู่ก็ตาม :-P~

ส่วนฤดูหนาวหรอ หลายๆคนคงคิดว่าต้องเป็นหน้าที่อยู่กับคนรักสินะ
เพราะหนาว เลยเหงา
หลายๆคนคิดอย่างนั้น แต่ความจริงที่ฉันพบและเจอ
คำตอบที่ได้ตงข้ามกับคนอื่นๆ ไม่ใช่ค่ะ
ฤดูหนาวเป็นฤดูที่ต้องอยู่คนเดียวต่างหาก
เพราะอากาศหนาว ทำให้หลายๆคนเหงา
แล้วก็คงไม่มีใครทนความเหงานี้ได้
แต่ถึงแม้จะทนไม่ได้ แต่ก็ต้องทนนะ
เพราะถึงฤดูหนาวทีไร ฉันก็ต้องอยู่คนเดียวทุกที
หรือไม่ก็ต้องเลิกกับคนรักตอนฤดูหนาว
สงสัยคงจะมีเทศกาลมากเกินไปมั้ง...
คนเลยเลือกที่จะจากกัน เพราะว่า...กลัวเปลือง :-(
นั่นแหละ ผลสุดท้ายก็คือฤดูหนาวเป็นฤดูที่ต้องอยู่คนเดียว
ฤดูที่จะได้เรียนู้ตัวเอง อยู่กับตัวเอง และได้คิดอไรมากขึ้น
เพราะฉะนั้นฤดูนี้คงจะเกิดงานสร้างสรรค์ดีๆเยอะ
เพราะคนเหงา... มันมีอารมณ์เหงาเป็นแรงกระตุ้น หึหึ :)~

ฤดูทั้งสามก็ผลัดเปลี่ยนเข้ามาในชีวิตเราตามลำดับไปแหละเนอะ
ฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว ฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว ฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว......
ถึงแม้ล่าสุดฉันจะเพิ่มผ่านฤดูหนาวมา
แต่ตอนนี้ชีวิตฉันก็ก้าวเข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว
และก็คงเป็นฤดูร้อนที่ยาวนานมากกกในชีวิตของฉัน
ฤดูร้อนคราวนี้กินเวลานานหน่อยนะ ตั้ง 4 ปีกว่าๆ แหนะ
แต่ก็ไม่แน่อาจจะมีฤดูหนาวผลัดกันเข้ามาก็ได้

ถ้าชีวิตฉันกำหนดฤดูของไทยได้
ชาวไร่ ชาวนา บางส่วนคงลำบากหน่อยนะ
ขอโทษทีละกันที่ทำให้ลำบากเสียรายได้
เพราะฝนจะแล้งไปอีก 4 ปีกว่าๆ!!!!




 

Create Date : 20 มีนาคม 2552    
Last Update : 20 มีนาคม 2552 17:28:15 น.
Counter : 197 Pageviews.  

กระแส Feminist

วันนี้ได้ยินเค้าพูดกันมาว่า

"เวลาแต่งงานต่อไปนะ อย่าลืมว่าผู้ชายน่ะต้องเป็นช้างเท้าหน้า..."

ไงล่ะครับ คนอย่างลูกหยี ได้ยินอย่างงี้

ของขึ้นดิ แอบปรี๊ดนะ กำลังจะเริ่มด่าในใจ

แต่ประโยคต่อไปทำให้เราแทบกรี๊ดด

"ส่วนผู้หญิงอย่างเราน่ะ เป็นควาญช้าง คอยสั่ง บังคับช้างอีกที"



กร๊ากกกกกกกกกกก



ชอบๆ เหมือนมุขที่เพื่อนเคยเล่นกับเรา แล้วโดนด่าเหมือนกัน

เพื่อนคนนึงเมื่อนานมาแล้ว บอกว่า

"มึงเชื่อกูมั้ย? กูว่า ผู้หญิงอย่างมึงน่ะ

เปรียบเทียบได้กับ'ตีน' "

โอ้โห จำความไม่ได้ว่าด่าความอะไรไปบ้าง

จำได้แต่ว่า ด่าไปยกใหญ่

แม่งอะไรวะ นี่ ผู้ชายมันแย่ขนาดต้องเอาผู้หญิงเปรียบเทียบกับตีนแล้วหรอวะ?

พอด่ามันเสร็จ มันก็บอกว่า "เดี๋ยวสิมึง กูยังพูดไม่จบเลย"

เออ! แล้วมันก็นิ่งให้เราด่าเนอะ เป็นคนดีจริงๆ

มันบอกเราว่า

" ผู้หญิงอ่ะเหมือนตีนจริงๆมึง

ส่วนผู้ชายน่ะเหมือนยอดหญ้ารอให้ผู้หญิงเหยียบย่ำ"



อืมมมมมมมมมม นะ ดูมันทำ

แต่ก็อย่างนี้แหละ คงมีอีกหลายๆเรื่อง

ตลกเกี่ยวกับสิทธิของเพศหญิงและเพศชายนี่แหละ



แต่ก็นั่นแหละ ถึงยุคสมัยจะเปลี่ยนไป แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า

สัตว์โลกเพศผู้ ก็ยังหลงในสิทธิของมันเอง

และคิดว่าตัวเองมีดีกว่าผู้หญิงเพศ"แม่"

ไม่งั้นมันจะมีคำว่า "เจ้าโลก" หรือไง

ทั้งที่จริงๆแล้วเป็นแค่ "ไส้เดือนดิน" ต่างหาก!!



แม้ปากจะบอกว่า ชาย หญิงเท่าเทียมกัน

อาจจะมีตัวผู้บางตัวเถียงว่า

แล้วถ้าเท่าเทียมกัน ทำไมต้องให้มันถือกระเป๋าผู้หญิงด้วย

เออ นั่นสิ? หรือว่าบางทีก็ไม่ต้องล่ะ

เสนอตัวช่วยเองรึเปล่า? 5555

อันนี้ ลูกหยีก็ไม่ทราบ แต่โดยส่วนตัวแล้ว

ไม่ชอบให้ใครถือกระเป๋าให้ เพระาคิดว่า ถือเองได้

มีมือ มีตีน(ที่เหยียบย่ำยอดหญ้านั่นแหละ) และก็มีแรงมากพอ



แต่สำหรับลูกหยีตอนนี้ กระแส Feminist กำลังมาแรง

ก็เลยอยากจะบอกว่า ขอบคุณนะที่ช่วยถือ จริงๆลูกหยีก็ถือเองได้แหละ

แต่ขอบคุณนะที่เป็นคนถือให้

ก็ผู้ชายต้อง"รับใช้"ผู้หญิงนี่นา :D

แหมมมมม นิดหน่อยๆ ก็ทำตามหน้าที่ไปสิ



ไม่ใช่ว่าผู้หญิงอ่อนแอ แต่ผู้ชายน่ะแหละต้องมารับใช้

ทำไมละ? ในเมื่อผู้ชายก็มองผู้หญิงว่าเป็น Sex Object

ถ้าคุณมองว่า ผู้หญิงเกิดมาเพื่อเป็นของโชว์

ส่วนผู้ชายก็เกิดมาชมโชว์นั้น

ก็ต้องเป็นหน้าที่ของผู้ชายสิ จะต้องดูแลของโชว์นั้น

แหมมม ไม่ใช่ว่าผู้หญิงอ่อนแอซะหน่อย จะว่าไป



แต่ไม่เป็นไรหรอกนะ

บางทีฉันก็รู้สึกว่า ผู้ชายก็เป็น Sex Object ได้เหมือนกัน

ไม่เป็นไรหรอกนะ จะบอกไว้

ถ้าคนไหนมันดูดีมากพอจะเป็นของโชว์ ชั้นก็ยินดีรับใช้นะ

แม้บางทีจำนวนที่พอเป็นได้จะน้อยกว่าผู้หญิงหลายเท่าก็เถอะ



เอาเหอะ อย่างน้อยก็ดูแก้ขัด

เกิดมาทั้งทีมีประโยชน์กว่านี้ก็ไม่ได้

เฮ้อ นี่ล่ะน้าาาา เพศผู้!!!

เขียนเมื่อ 3/03/2009




 

Create Date : 14 มีนาคม 2552    
Last Update : 14 มีนาคม 2552 23:46:27 น.
Counter : 177 Pageviews.  

จุดสีเทาเข้มบนโลกสีน้ำเงิน

เมื่อฉันลืมตา ฉันก็พบว่า
โลกนี้มันน่ารังเกียจกว่าที่คุณคิดเยอะ

มันช่างสกปรก
โสมม
โสโครก
เน่าเสีย
ฟอนเฟะ


ก็เพราะ "สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน" ที่แสน
น่ารังเกียจ
เห็นแก่ตัว
เข้าข้างตัวเอง
คิดว่าตัวเองดียิ่งใหญ่ซะเหลือเกิน
แถมหลงตัวเอง



โลกมันสรรสร้างคู่ตรงข้ามออกมาได้
แต่ก็น่ารังเกียจที่ดันออกอะไรที่อยู่ตรงกลางมาด้วย



อย่าง สีขาว สีดำ
แต่ในขณะเดียวกันก็เจือกมีสีเทา



คนนี่ก็น่ารังเกียจเข้าไปใหญ่
แปลกเนอะที่ก็สามารถ



สอนให้ฉันรักได้ แต่แล้วเวลาไม่นานก็ทำให้รู้ว่า
มันก็สามารถเกลียดได้ด้วยในคนๆเดียวกัน



ทำให้รู้สึกดีที่ได้รู้จักคนใหม่ๆ
แต่ตอนนี้กับคิดว่าไม่รู้จักจะดีกว่า



ทำให้มีความสุข แล้วก็ทุกข์ฉิบหาย



สอนให้ฉันเห็นว่าโลกนี้น่าอยู่มากขึ้น
แต่แล้วก็พลิกมุมมองฉันกลับ
โลกกลายเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจกว่าเดิมล้านเท่า!!!



ทำให้รู้ว่าคุณค่าของมนุษย์ ช่างสูงส่งที่เมื่อเวลาผ่านไปกลับรู้สึกว่า
น่ารังเกียจที่สุด!!!



สีขาว กับสีดำ งั้นเหรอ?
จะเป็นสีขาวบริสุทธิ์น่ะก็คงไม่ได้แล้วล่ะ


ไม่มีหรอก
สีขาวโดนสีดำเปื้อนไปหน่อยก็เป็นสีเทาแล้วล่ะ



หึ "คนขาว" งั้นหรอ? ท่าทางจะไม่เหลือแล้วล่ะ
อะไรกัน.... มานั่งแบ่งแยกคนที่สีผิว
ทั้งๆที่เรียกตัวเองว่าคนขาว คงคิดว่าดีแล้วสิ
เยี่ยมที่สุดแล้วสิ? โถ จริงๆมันก็ ไอ้เทา ดีๆนี่แหละวะ



หึหึ ฝึกงานหรอ? ก็คงจะได้เจอคนใหม่ๆสินะ
แต่ก็คงไม่เจอคนขาวหรอก ยังไงๆไอ้โลกกลมๆ แบนตรงหัวนิดหน่อยเนี่ย
มันไม่เหลือแล้วล่ะ
เหลือก็แค่ ดำ กับ เทานี่เอง



ขอบคุณคนที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
ขอบคุณที่ไม่มีใครหยุดที่ฉัน
ขอบคุณสำหรับข้อคิดใหม่ๆ ที่ฉันว่ามันดีมากจริงๆ



หากคิดจะดำเนินชีวิตอยู่บนโลกเบี้ยวๆ สีน้ำเงินแสนสวยใบนี้แล้วล่ะก็
จงระบายตัวเองให้เป็นสีเทาซะไม่ใช่เทาธรรมดานะ ต้องเป็น


สีเทา'ดำ'เข้มๆ ซะด้วย




 

Create Date : 13 มีนาคม 2552    
Last Update : 13 มีนาคม 2552 10:25:02 น.
Counter : 291 Pageviews.  

สิ่งสำคัญ คือ ความรัก?!

สิ่งสำคัญสำหรับชีวตฉัน ไม่ปฏิเสธถ้าให้จัดอันดับ
ความรัก ต้องเป็น 1 ใน 3 อันดับแรกของฉัน
แล้วแต่ช่วงเวลาว่า เมื่อไหร่ อะไร
มีขึ้น มีลง แล้วแต่สถานการณ์
ไม่ขอบอกว่า อยู่ไม่ได้ถ้าปราศจากความรัก
แต่ในขณะเดียวกัน ชีวิตคงลำบาก
และไร้ซึ่งการพัฒนาหากฉันไม่รู้จักคำๆนี้

หนึ่งในสิ่งสำคัญสำหรับฉัน คือ ความรัก
หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ฉันมีความสุขที่สุด คือ ความรัก
หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ฉันทุกข์มากที่สุด คือ ความรัก
หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ฉันว้าวุ่นใจที่สุด คือ ความรัก
หนึ่งในสิ่งที่ฉันไม่เคยเดามันออก คือ ความรัก

หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ฉันเจ็บมากที่สุด คือ ความรัก
หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ฉันเสียน้ำตาได้มากที่สุด คือ ความรัก
หนึ่งในสิ่งที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตของฉัน ก็คือ ความรัก
หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ฉันเสียความมั่นใจมากที่สุด คือ ความรัก
หนึ่งในสิ่งที่ทิ่มแทงจิตใจฉันมากที่สุด คือ ความรัก
หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกผิดที่สุด คือ ความรัก
หนึ่งในสิ่งที่ฉันคิดว่าฉันเกิดมาเพื่อมัน คือ ความรัก
หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ฉันสับสนมากที่สุด คือ ความรัก
หนึ่งในสิ่งที่หักหลังฉันได้บ่อยครั้งที่สุด คือ ความรัก
หนึ่งในสิ่งที่ทำลายความศรัทธาของตัวฉันเอง คือ ความรัก

หนึ่งในสิ่งที่เป็นแสงส่องสว่างในใจฉันมากที่สุด คือ ความรัก
หนึ่งในแท่งน้ำแข็งที่เย็นยะเยียบ และทำให้ใจฉันตายด้านได้ คือ ความรัก
หนึ่งในหลายร้อนพันเหตุผลที่ทำให้ฉันท้อในการดำเนินชีวิต คือ ความรัก
หนึ่งที่ทำให้ฉันรู้จักมักจี่ สนิทกับมัน แต่แล้วก็พลันปฏิเสธหนีฉันไปได้ทันที คือ ความรัก
หนึ่งในสิ่งที่ทำร้ายฉัน และสร้างฉันขึ้นมาใหม่ได้ คือ ความรัก

หนึ่งในสิ่งที่แน่นอนที่สุด คือ ความรัก
หนึ่งในสิ่งที่ไม่แน่นอนที่สุด ก็คือ ความรัก
หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ชีวิตฉันก้าวมาถึงจุดนี้ได้ ก็คือ ความรัก

และหากฉันจะตาย ก็เคยมีคนทำนายไว้ว่า
"ฉันก็คงจะต้องตายเพราะความรัก"

แต่หากฉันจะต้องตายเพราะความรักจริงๆ
จุดจบของชีวิตฉันคงไม่ใช่ใน 2,000 กว่าวันนี้หรอก

แปลกเนอะ ทั้งๆที่ชีวิตเรามี 20,000 กว่าวัน
แต่ฉันเลือกจะให้ชีวิต ของฉันไร้ซึ่งความรักไป 2,000 กว่าวัน

เพื่ออะไรน่ะเหรอ?

ฉันก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน
แต่อย่างน้อย

ฉันก็ไม่ได้ทำเพื่อประชดใคร
ฉันเลือกทางของฉันเอง

ฉันจะได้ไม่ต้องสับสน เป็นทุกข์ หรือร้องไห้ไปอีก 2,000 กว่าวัน
เพราะเรื่องของความรักที่มีให้คนอื่น

แม้ความรักจะเป็นสิ่งสำคัญสำหรับฉัน
แต่ชีวิตของฉันสำคัญยิ่งกว่า

จะมีความหมายอะไร ถ้าหากชีวิตไม่มีความสุขเพราะความรัก
ก็ตัดความรักพักไว้ก่อน
อย่างน้อย ก็ยังมีความสุขได้จากสิ่งรอบตัวอื่นๆ ที่ไม่ใช่ความรัก

แต่ก็ใช่ว่าชีวิตฉันจะปราศจากความรักซะทีเดียวหรอกนะ
อย่างน้อยก็มีคนๆหนึ่งที่ฉันจะยังรักเขาเสมอ และรอเขาอยู่ตลอด

"ฉันเอง"








 

Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2552 23:02:39 น.
Counter : 208 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  

My Lullaby
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Welcome to My Blog ^^
Nice To meet You all na ka :):)

This is my URL: http://lady-lullaby.bloggang.com
This is my Christian Blog :http://loukyie.blogspot.com/
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add My Lullaby's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.