Welcome to My World :) You're Welcome.
นิทานประโลมโลก


กาลครั้งหนึ่ง เมื่อไม่นานมานี้ มีเด็กหญิงหน้าตาน่าฟัดคนหนึ่ง

เด็กหญิงคนนั้นจะนั่งอยู่ที่ตีนบันไดสีแดงแห่งหนึ่ง ทั้งวัน ทุกวัน

ไม่พูดไม่จากับใคร สายตามีแต่ความหวาดกลัว

เธอไม่ทำอะไรนอกจากนั่งอยู่ตรงนั้น ร้องไห้เป็นบางคราว

นั่งมองคนหลายต่อหลายคนผ่านมาและผ่านไป

มองหลายๆคนที่ก้าวผ่านเธอไป และเดินขึ้นบันไดนั่นไป

เธอสงสัย และพยายามครุ่นคิดว่า บนบันไดสีแดงสูงนั้นจะมีอะไรรอเธออยู่



มีบางคนที่เข้ามาถามเธอด้วยความหวังดี

แต่สิ่งที่เธอทำคือ การร้องไห้ และหันหลังหนีคนเหล่านั้น

บางคนพยายามพาเธอขึ้นไปกับเขา แต่ก็ทิ้งเด็กหญิงไว้กลางคัน

บางคนก็ปล่อยให้เธอกลับมานั่งที่เดิม

ไม่มีใครซักคนที่จะมาตอบบคำถามให้เธอได้ว่า ข้างบนนั้นมีอะไร

เด็กหญิงก็ยังนั่งอยู่ที่เดิมไปเรื่อยๆ พลางนึกอิจฉาเหล่าคนที่เดินขึ้นไปข้างบน



จนกระทั่งวันหนึ่ง มีเด็กชายคนหนึ่งได้เดินผ่านเข้ามา

"เธอทำอะไรอยู่" เด็กชายเอ่ยถาม

เด็กหญิงหยุดร้องไห้ แล้วเงยหน้าขึ้นมามองเด็กชาย

นัยน์ตาที่ขุ่นมัวของเธอ แสดงความไม่แน่ใจอะไรบางอย่าง

"เราขอคุยกับเธอได้ไหม ให้เราเป็นเพื่อนเธอได้ไหม"

เด็กหญิงไม่ตอบ เธอยังไม่แน่ใจเด็กชายคนนั้น แต่เธอก็กระเถิบที่ให้เด็กชายนั่ง



เวลาผ่านไป นานไหม ก็ไม่เท่าไหร่...

แววตาของเด็กหญิงที่ขุ่นมัวและ สงสัยอะไรบางอย่าง ก็เปลี่ยนเป็นแววตาของความสดใส

ด้วยความหวังดีของเด็กชายที่คอยพูดคุย ดูแลเธอ เป็นห่วงเธอ..

แล้วมาวันหนึ่ง...

"เราอยากขึ้นไปข้างบน" เด็กหญิงเอ่ยปากพูด

เด็กชายเงียบ นิ่งคิดอะไรบางอย่าง

"เรา...จะพาเธอไปเอง เธอฝากความหวังไว้ที่เราได้" เด็กชายตอบ ทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองกลัวความสูง

เด็กชายค่อยๆจูงมือเด็กหญิงปีนบันไดสีแดงขึ้นไปทีละขั้น...

1 ขั้น... 2 ขั้น... 3 ขั้น... สูงขึ้นไปเรื่อยๆ...

โดยเด็กชายก็จูงมือเด็กหญิงไว้ เมื่อขึ้นเขาเริ่มให้เด็กหญิงเดินไปก่อน

หวังว่าจะเป็น back up คอยดันหลังให้เด็กหญิงขึ้นไปได้ง่ายๆ

เด็กหญิงรู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขกับการปีนบันไดครั้งนี้ ทั้งยังไ้ด้รับการช่วยเหลือจากเด็กชาย



เด็กหญิงไต่บันไดสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนเริ่มนำเด็กชายไปไกล

เด็กชายเริ่มหยุดขาของเขาที่กำลังปีนตามเด็กหญืง เค้าหยุดอยู่กับที่

"เด็กหญิงเธอลงมาเถอะ... ตอนนี้เธอก้าวไปไกลเกินแล้วนะ...

เธอลงมาได้แล้ว... แล้วเรากลับกันเถอะ...

ข้างบนนั้นมันสูงเกินไปสำหรับเราทั้งคู่ เธอตัดใจเสียเถอะ"



เด็กหญิงถึงกับชะงักเมื่อได้ยินคำพูดจากเด็กชาย

เธอหยุดเท้าเล็กๆแต่มั่นคงของเธอ แล้วหันลงมามองเด็กชาย

"ทำไมล่ะ ? เธอกลัวเหรอ... แล้วสิ่งที่เธอกลัวคืออะไร

เธอไม่คิดบ้างหรอ ว่าเราก็กลัวเหมือนกัน

หลายๆขั้นที่เราเดินผ่านขึ้นมา เราเจอทั้งเศษแก้วที่คนก่อนหน้าได้ทื้งไว้

เจอทั้งเศษขยะโสมมต่างๆ แถมบางทีก็ยังมีคราบอะไรสกปรกที่คนทิ้งไว้ด้วย

เธอคิดว่าเราไม่กลัวหรอ ตอนที่เราเดินขึ้นมาน่ะ?"



เด็กชายเงียบไม่ตอบคำถามเด็กหญิง

"แล้วเธอพาเราขึ้นมาทำไม.. ไหนเธอบอกว่าเธอจะพาเราไปไง..

เธอบอกว่าเธอจะพาเราไปข้างบนนั้น ให้เราฝากความหวังไว้กับเธอได้ไง

เธอโกหกเรา..." เด็กหญิงเริ่มร้องไห้ น้ำตาหยดโตๆ ไหลลงมาจากดวงตาอันสดใสของเธอ



"เธอพาเราขึ้นมาจนถึงนี่ แล้วเธอก็บอกให้เราตัดใจ..

แค่เธอพูดอย่างนี้ เธอรู้ไหมว่าเธอก็กระชากเราลงไปจากบันไดนี้แล้ว

จาก ที่สูง ลงสู่ ที่ต่ำ ...เพราะเธอกลัวความสูงใช่ไหม?

เธอเข็ด เพราะเธอก็เคยตกบันไดลงมาใช่ไหม เธอคิดว่าเราไม่เคยตกบันไดหรอ

ที่เรานั่งอยู่ตรงปลายบันได นั่นก็เพราะเราตกบันไดลงมาน่ะแหละ ...

แสดงว่าอย่างนี้เธอก็ต้องเคยเป็นแบบที่เราเป็นอยู่

เคยยืนในที่ๆเรายืนอยู่ และถูกกระชากลงมาเหมือนกัน

เธอรู้ใช่ไหมว่าต่อไปเราจะเป็นยังไง?"



หมดเสียงเด็กหญิง เด็กชายยังยืนนิ่งเงียบไม่ตอบอะไร เค้าเริ่มหันหลังหนีเด็กหญิง

ขาทั้งสองอ่อนแรง มือทั้งสองเริ่มสั่น น้ำตาค่อยๆหยาดริน

"เราขอโทษเด็กหญิง เธอไม่น่าฝากความหวังไว้่กับคนอย่างเราเลย"



"แล้วเธอขอโทษเราทำไมเด็กชาย.." เด็กหญิงปาดน้ำตา แล้วยิ้มให้

"เธอไม่ต้องขอโทษเราหรอก จะว่าไปเธอก็ไม่ผิดหรอกนะ ที่เธอจะกลัว

เพราะเราก็เคยเป็นแบบเธอเหมือนกัน เราไม่น่าว่าเธอเลย...

แต่อย่างน้อยเราก็ต้องขอบคุณเธอนะ

เพราะอย่างน้อยเธอก็ทำให้เรากล้าที่จะวางใจคนอื่น รู้จักเปิดใจ

และกล้าที่จะก้าวขึ้นบันไดสีแดงนั้น...

แทนที่เราจะนั่งอยู่ที่เดิม เราขอบคุณเธอมาก ขอบคุณจริงๆ"

เด็กชายไม่ตอบอะไร นอกจากเดินย้อนกลับลงบันไดสีแดงไป...



หากวันไหนคุณเดินผ่านบันไดสีแดง ลองมองตรงตีนบันไดดู

อาจเห็นเด็กชายหน้าตาเศร้าหมองนั่งร้องไห้อยู่ที่ตีนบันไดสีแดงนั้นก็ได้

อย่าลืมบอกให้เขารู้นะ ว่ายังมีเด็กหญิงที่รอคอยเขาอยู่ข้างบนบันไดสีแดงนั้น

และเด็กหญิงพร้อมจะำทุกอย่างเพื่อให้เขามีความสุข

เด็กหญิงอยากให้ดวงตาของเค้ามีแต่ความสดใส...

เด็กหญิงพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเค้า

ส่วนความสุขของเด็กหญิงนั้น ไม่ต้องห่วงหรอก...

เพราะความสุขของเด็กหญิง คือการได้ทำให้เด็กชายมีความสุขต่างหาก...




Create Date : 27 ธันวาคม 2551
Last Update : 27 ธันวาคม 2551 18:51:49 น. 1 comments
Counter : 578 Pageviews.

 
สำนวนภาษาดีจังเลยคับ

เปรียบเทียบเรื่องราวได้ดีคับ

ชอบคำว่า

"เพราะความสุขของเด็กหญิง คือการได้ทำให้เด็กชายมีความสุขต่างหาก"



โดย: เจ้าหนูติ่มซำ วันที่: 4 มกราคม 2552 เวลา:16:27:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

My Lullaby
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Welcome to My Blog ^^
Nice To meet You all na ka :):)

This is my URL: http://lady-lullaby.bloggang.com
This is my Christian Blog :http://loukyie.blogspot.com/
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add My Lullaby's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.