การซื้อประกันสุขภาพใครว่าง่าย
ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่าเราต้องการซื้อประกันสุขภาพแบบราคาถูกเพื่อใช้ในการขอวีซ่าเท่านั้น เพราะว่ายังไงๆ ก็ต้องซื้อประกันสุขภาพที่ออสเตรเลียเพิ่มอยู่แล้ว เพราะว่าถ้าเราซื้อที่ประเทศไทย จะ claim ประกันก็ยาก ความคุ้มครองก็ต่ำ แถมถ้าป่วยต้องให้ออกตังค์ไปก่อนอีกต่างหาก แล้วจะทำประกันสุขภาพไปทำไมฟะ

ตอนแรกนึกว่าซื้อประกันสุขภาพจะง่าย เพราะว่าตัวที่จะขอวีซ่าเค้าระบุว่าต้องให้ครอบคลุมระยะเวลา 1 ปี แล้วเราไม่มีข้อมูลเรื่องการซื้อประกันสุขภาพต่างประเทศ เลยถามที่ สท. เค้าว่าให้ไปซื้อกับ AIA หรือ บูพา แต่ปัญหาคือไม่มีที่ไหนที่มีประกันแบบระยะเวลา 1 ปี คือจะว่าไม่มีก็ไม่เชิง แต่มันแพงกว่าที่จะซื้อที่โน่นน่ะค่ะ

เราเลยลอง search ใน google ดูเผื่อว่าจะมีใคร post อะไรไว้มั่ง ก็ปากฏว่าเค้าว่ากันว่าซื้อประกันแบบ 3 เดือนก็ได้ คนที่เค้า post ไว้เค้าว่าเค้าทำวีซ่าผ่านแล้วนะ ชัชกับใหม่ก็เลยตัดสินใจไปซื้อประกันที่บูพาเลย (ไม่บอกเค้าด้วยว่าจะไป Work and Holiday เพราะว่าแบบ เคยโทรถามแล้วเค้าไม่ขายให้ บอกว่าไม่มีที่เป็น 1 ปี มีสูงสุดคือ 6 เดือน ทางสท.แนะนำว่าให้ซื้อ 2 ฉบับ แต่ที่บูพาว่าไม่ได้ เพราะว่าต่อระยะเวลาประกันได้ก็ไม่เกิน 220 วัน)

พอไปถึงที่บูพาสาขาแจ้งวัฒนะ ก็คุยกับเจ้าหน้าที่คนนึงกำลังจะจ่ายตังค์แล้วเชียว มีพี่อีกคนนึงเดินมาถามว่าใช่ Work and Holiday รึป่าว (สงสัยจะจำเสียงเราได้) เค้าว่าถ้าเป็นวีซ่าตัวนี้ กลัวว่าซื้อประกันแบบ 3 เดือนไปวีซ่าจะไม่ผ่าน เพราะว่ามีคนที่ซื้อไปกับเค้า 3 คนแล้วที่ไม่ผ่าน เค้าเลยแนะนำให้เราทำประกันอีกแบบที่แพงมากของบูพา และแนะนำให้ลองถามกับ AIG ดู (ต้องขอบคุณพี่ที่บูพาที่ไม่ให้เราซื้อประกัน)

ก็เลย search ดู เจอตัวแทนประกันชื่อพี่เก๋ ลลัดดา (อันนี้ก็ต้องขอบคุณ) ให้คำแนะนำดีมากบอกว่าให้ซื้อประกันตัวนี้ เรียกว่า Personal Plan Level A ราคา 3300 บาท ถ้วน ระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี แต่มีข้อแม้ว่าระยะเวลาติดต่อกันในต่างประเทศไม่เกิน 90 วันต่อครั้งการเดินทาง พี่เค้าว่าวีซ่าผ่านแน่ เราก็เลยนัดกับพี่เค้าว่าให้ส่ง email มาแล้ววันรุ่งขึ้นค่อยนัดเจอกัน แล้วพี่เค้าไม่ได้ส่งมาให้ ชัชกับใหม่เลยตัดสินใจไปที่ AIA สำนักงานใหญ่ตรงถนนสุรวงษ์ด้วยตัวเอง กะว่าไปถึงคงจะมีคนขายให้อยู่แล้ว

มาถึงที่ AIA สำนักงานใหญ่ ถามยามเค้าเลยเรียกตัวแทนมาคนนึงให้ขายให้เรา (ยังไงๆ ก็ต้องซื้อกับตัวแทน เราไปซื้อเองไม่ได้) ตัวแทนคนนี้ก็จะขายอย่างอื่นให้เราอยู่นั่นแหละ แบบว่าจะเอายอดประมาณนั้น เพราะว่าประกันแบบนี้มันถูก ตัวแทนได้น้อยเค้าไม่ค่อยอยากขายให้หรอก แล้วตัวแทนคนนี้มีการขู่เราด้วยว่ากลัวว่าซื้ออันนี้ไปแล้วจะไม่ผ่าน

เคล็ดไม่ลับของการซื้อประกันสุขภาพระยะเวลา 1 ปี เพื่อขอวีซ่าอันนี้นะคะ
    1. ซื้อประกันของ AIG แบบ Personal Plan Level A ราคา 3300 บาท แล้วขอเป็นหนังสือรับรองการซื้อประกันจะดีกว่าที่เราถ่ายเอกสารหน้ากรมธรรม์ไปให้ที่ visa office เพราะว่าอย่างที่บอกว่าประกันอันนี้มีข้อจำกัดคือ ได้ต่อเนื่อง 90 วันต่อการเดินทางต่างประเทศ ซึ่งหน้ากรมธรรม์มันก็ดันระบุไว้ด้วย แต่ถ้าเราขอเป็นหนังสือรับรอง มันจะดูดีมาก ใช้เวลาไม่นานแค่ 15 นาทีหลังจ่ายเงินก็ออกหนังสือรับรองให้ได้ค่ะ อ้อ รอกรมธรรม์ประมาณ 2 ชั่วโมง

    2. ติดต่อพี่เก๋ ดีกว่าค่ะ เพราะว่าเค้าเข้าใจเราดีแล้วก็ไม่ยุให้ซื้ออันที่แพงๆ ด้วย ตอนนี้ชัชกับใหม่ยังรู้สึกผิดกับพี่เก๋อยู่ที่ไม่ได้ติดต่อให้พี่เก๋เข้ามาที่สำนักงานใหญ่ เอาเป็นว่าถ้าใครสนใจจะซื้อประกันอะไรก็ลองสอบถามพี่เก๋นะคะ 081-455-7697 เราไม่มีส่วนได้ค่าคอมด้วยนะคะ แค่อยากจะไถ่บาป



รับรองผ่านแน่นอนค่ะ เพราะว่าชัชกับใหม่ได้วีซ่าแล้วค่า



Create Date : 07 มีนาคม 2551
Last Update : 7 มีนาคม 2551 14:35:43 น.
Counter : 2044 Pageviews.

10 comment
การทำ Statement
สำหรับ Work and Holiday Visa อันนี้ เค้าไม่สนใจเลยค่ะว่าคุณจะเอาเงินมาจากไหน ขอแค่ให้มีเงิน ในบัญชีที่เป็นชื่อของคุณ เท่านั้น

อย่างที่เราทำ ก็ขอตังค์แม่มา 160,000 บาท เอาเข้าบัญชี แล้วก็ขอหนังสือรับรองจากธนาคารว่าเรามีเงินในบัญชีนี้จริง เราเปิดบัญชีใหม่เลย แล้วก็ขอหนังสือรับรองวันนั้นเลย แต่รอเอกสารประมาณ 1-2 วัน (ทำที่ธนาคารกรุงเทพค่ะ)

ใช้ได้แน่นอนค่ะ ไม่มีปัญหา เพราะว่าวีซ่าเราผ่านแล้ว



Create Date : 07 มีนาคม 2551
Last Update : 7 มีนาคม 2551 14:35:16 น.
Counter : 722 Pageviews.

6 comment
การสอบ IELTS
ก่อนอื่นมารู้จักกันก่อนนะคะว่า IELTS คืออะไร

IELTS ย่อมาจาก Internation English Language Testing System แปลตรงๆ ตัวคือระบบการสอบภาษาอังกฤษที่เป็นสากล การสอบจะประกอบด้วยการทดสอบ 4 skills คือ
การฟัง (Listening) ระยะเวลาสอบ 30 นาที
การอ่าน (Reading) ระยะเวลาสอบ 60 นาที
การเขียน(Writing) ระยะเวลาสอบ 60 นาที
และการพูด (Speaking) ระยะเวลาสอบ 11-15 นาทีค่ะ
โดยรวมแล้วคือต้องใช้เวลา 1 วันนะคะ ไม่ใช่แยกสอบอันละวัน สอบตั้งแต่ประมาณ 8.30 น ถึง 16.00 น.
การสอบ IELTS มี 2 ประเภท คือ

แบบ Academic เพื่อใช้สำหรับการเรียนต่อ หรือการฝึกอบรมบางชนิด
แบบที่สองคือแบบ General Training อันนี้ (เค้าว่ากันว่า) ง่ายกว่าเพราะว่าใช้สำหรับการสมัครงานทั่วๆ ไปค่ะ

ข้อแตกต่างที่สำคัญคือ ถ้าเค้าระบุว่าจะเอาผลสอบของ Academic เราไม่สามารถยื่นผลสอบแบบ General ได้ แต่ถ้าเค้าบอกว่าเอาผลสอบแบบ General เราจะสอบแบบ Academic หรือ General ก็ได้ค่ะ

ทีนี้จะรู้ได้ไงว่าเราจะสอบอะไรดี....ส่วนใหญ่วีซ่าที่เราขอ ถ้าเค้าจะเอาผลสอบ IELTS ด้วย เค้าจะระบุมาว่าจะให้เราสอบแบบไหน เอาคะแนนเท่าไหร่ แต่สำหรับ Work and Holiday Visa เค้าบอกว่าเอาผลของ general training คะแนน 4.5 up

คะแนนสอบ IELTS แบ่งเป็น 9 ระดับ คือ 0-9, 0 แย่สุด 9 ดีสุด รายละเอียดหาอ่านใน website ของ IELTS ได้ค่ะ

ถ้าใครไม่เคยสอบเลย จะเริ่มยังไง
เริ่มจากเตรียมตัวสอบ ดูว่าทั้ง 4 ทักษะ เราอ่อนอันไหนที่สุด แต่ part ที่ทำคะแนนได้ดีที่สุดสำหรับคนไทยคือ reading รองลงมาคือ speaking (จะเชื่อรึป่าวไม่รู้นะ) ตามด้วย listening และ writing ซึ่งยากพอๆ กัน ทีนี้ก็อ่อนอันไหน ฝึกอันนั้นเยอะๆๆๆ

เริ่มสอบด้วย Listening จะมีเทปให้ฟัง 40 ข้อ 30 นาที และมีเวลาให้เขียนคำตอบลงในกระดาษคำตอบอีก 10 นาที จะเป็นภาษาอังกฤษแบบหลายๆ สำเนียง แต่ฟังไม่ยากมาก ข้อสอบจะเหมือนกันทั้งแบบ Academic และ General

ตามด้วยการสอบ Reading เราเคยสอบเฉพาะแบบ Academic จะเป็นข้อความมาทั้งหมด 3 passage ความยาวประมาณ passage ละ 1 หน้า เรียงลำดับจากง่ายไปยาก ส่วนแบบ General ที่เราเคยเปิดผ่านในหนังสือ IELTS จะเป็นแบบคล้ายๆ ที่ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ หรือประกาศอะไรประมาณนั้น

ตามด้วย Writing จะต้องเขียนทั้งหมด 2 task
แบบ Academic: Task 1 เขียนบรรยานกราฟ หรือ ตาราง หรือแผนภาพ 150 คำ
Task 2 เขียน assay เป็นแบบแสดงความคิดเห็นกับหัวข้อที่เค้าให้มา ว่ามีข้อดี ข้อเสียยังไง

แบบ General Training เราไม่เคยสอบ แต่คุ้นๆ ว่าเป็นการเขียนจดหมายอะไรประมาณนั้น

หลังจากสอบเสร็จทั้ง 3 skill ก็พักเที่ยง แล้วไปสอบ speaking ตอนบ่าย มีทั้งหมด 3 part อันแรกฝรั่งที่คุมสอบเราเค้าก็จะถามข้อมูลทั่วไปเช่นทำอะไรอยู่ บ้านอยู่ไหน ชอบทำอะไร อันที่สองก็จะเป็นแบบให้เราพูดในหัวข้อที่กำหนดให้แบบพูดคนเดียวไม่มีหยุดประมาณ 1-2 นาที หลังจากนั้นอันที่ 3 จะเป็นแบบการสนทนา คือเค้าถามเราตอบ

การสมัครสอบสามารถสมัครได้ 2 ที่ในกรุงเทพฯ คือ IDP ที่สีลม และ British Council สาขาสยามสแควร์ อยู่ตึกเดียวกับศูนย์หนังสือจุฬา

ค่าสมัครสอบ 5700 บาท

ได้รับผลสอบหลังจากสอบประมาณ 2 สัปดาห์

สามารถสอบได้บ่อยเท่าที่เงินมี

website ที่น่าสนใจ
http://www.idp.com/thailand
http://www.britishcouncil.or.th
http://www.ielts.org
http://www.ielts-blog.com


แล้วจะมาเล่าประสบการณ์ที่เคยสอบให้ฟังนะคะ



Create Date : 07 มีนาคม 2551
Last Update : 7 มีนาคม 2551 15:03:16 น.
Counter : 806 Pageviews.

4 comment
ขั้นตอนคร่าวๆ กับ work and holiday visa to Australia
พอดีว่าไปทำ Work and Holiday วีซ่า ที่จะไปประเทศออสเตรเลียมาค่ะ แล้วรู้สึกว่าข้อมูลที่หาจาก internet ยังมีขั้นตอนไม่ค่อย clear เท่าไหร่ และเห็นว่ามีเพื่อนๆ ให้ความสนใจกับวีซ่าชนิดนี้เยอะ ก็เลยมา post ไว้ใน blog เผื่อว่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆ

ก่อนอื่นขอแนะนำวีซ่าชนิดนี้ เป็นความตกลงร่วมกันระหว่าง 2 ประเทศ ให้เยาวชนไทย ที่อายุ 18-30 ปี เดินทางท่องเที่ยวไปพร้อมกับทำงานที่ประเทศออสเตรเลียได้ เป็นระยะเวลา 1 ปี

เพราะว่าเป็นความตกลงร่วมกันของ 2 ประเทศ วีซ่าชนิดนี้เลยต้องผ่าน 2 หน่วยงาน คือ สท. (สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ) ชื่อยาวมั่กก และสถานทูตออสเตรเลีย ซึ่งจะให้โควต้าไปออสเตรเลีย 200 คน และ นิวซีแลนด์ 100 คนต่อปี

ถ้าเพื่อนคนไหนอยากไปเที่ยวที่ออสเตรเลียแบบทำงานได้ไม่จำกัดชั่วโมงด้วยและถูกกฎหมาย และสนใจสมัครวีซ่าอันนี้ ก็ลองมาตรวจสอบคุณสมบัติกันนะคะ

1. เป็นคนไทย อายุระหว่าง 18-30 ปี ณ วันที่สมัคร
2. มีความรู้ภาษาอังกฤษอยู่ในเกณฑ์ดี
3. จบการศึกษาขั้นต่ำปริญญาตรี
4. มีตังค์พอที่จะโชว์เค้าได้

ขั้นตอนคร่าวๆ นะคะ (แต่ละขั้นตอนที่ต้องการรายละเอียด จะ update ทีหลังค่ะ)

ขั้นแรก ตรวจสอบถ้าคุณสมบัติครบตามที่ สท. และ ประเทศออสเตรเลียระบุก็ผ่าน อ้อ! ลองโทรเช็คกับทาง สท. ก่อนก็ดีนะคะว่าปีนี้ (ปีที่คุณจะสมัคร) โควต้าที่จะไปประเทศออสเตรเลีย หรือนิวซีแลนด์ เต็มหรือยัง
รายละเอียดของ สท. ลองดูใน website http://www.opp.go.th/news_20_11_50.doc
ส่วนรายละเอียดของการขอวีซ่า่ดูใน website http://www.immi.gov.au/visitors/working-holiday/462/index.htm

ขั้นที่สอง เรื่องความรู้ภาษาอังกฤษ ในการทำวีซ่าเค้าระบุให้มีผลสอบ IELTS แบบ general training ไม่ต่ำกว่า 4.5 ใครที่ไม่เคยสอบ IELTS รึว่ายังไม่รู้จักว่ามันคืออะไร ลองดูในการสอบ IELTS นะคะ

ขั้นที่สาม ถ้าผลสอบ IELTS ผ่านก็ทำ statement หรือหนังสือรับรองเงินในบัญชีธนาคาร เน้นแค่ว่าให้เป็นบัญชีที่เป็นชื่อของตัวคนที่จะขอวีซ่าเอง ไม่เน้นว่าจะต้องย้อนหลังกี่เดือน จำนวนเงิน AU$5000 (ตาม website ของสถานทูตว่า 5000 แต่ว่าของสท.ว่า AU$5000-5500) ก็ประมาณ 150,000-200,000 บาทค่ะ ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนตอนนั้น

ขั้นที่สี่ เดินทางไป สท. พร้อมยื่นเอกสารทั้งหมด แล้วรอรับหนังสือรับรองจากทาง สท. ประมาณ 3 วันทำการ

ขั้นที่ห้า ถ้าได้รับหนังสือรับรองจากทาง สท. แปลว่าผ่านที่ สท. มาได้แล้วนะคะ ก็เดินทางไปตรวจสุขภาพตามโรงพยาบาลที่กำหนด ซื้อประกันสุขภาพและจองตั๋วเครื่องบินได้เลยค่ะ แต่อย่าเพิ่งดีใจไปนะคะ ต้องผ่านด่านสถานทูตออสเตรเลียอีกหนึ่ง

ขั้นที่หก เตรียมเอกสารทั้งหมดให้ครบพร้อมค่าธรรมเนียมวีซ่าประมาณ 5850 บาท และค่าธรรมเนียมการขออีกประมาณ 600 บาท (ธรรมเนียมอะไรกันนักกันหนาก็ม่ายรุ) ไปยื่นที่ VFS เป็น office ที่รับใบยื่นขอวีซ่าเข้าประเทศออสเตรเลีย ไม่ต้องไปที่สถานทูตนะคะ อ้อ! VFS อยู่ที่ตึกไทยซีซีทาวเวอร์ แถวสาธรใต้

รอผลวีซ่าประมาณ 10 วันทำการ ถ้าผ่านก็เตรียมตัวเดินทางได้เลยค่ะ วีซ่านี้คุณต้องเดินทางภายใน 90 วันหลังจากได้วีซ่านะคะ เพราะฉะนั้นถ้าใครยังไม่พร้อมก็ยังไม่ต้องขอนะคะ

อันนี้เอาแค่นี้ก่อน รายละเอียดขั้นตอนอื่นๆ จะรวบรวมให้เร็วๆ นี้ค่า



Create Date : 03 มีนาคม 2551
Last Update : 7 มีนาคม 2551 15:49:31 น.
Counter : 9093 Pageviews.

79 comment
1  2  

Chattie&Mickie
Location :
Queensland  Australia

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]