All Blog
สงกรานต์คือวันนอน


 พุธ ๑๓ เมษายน ๒๕๕๙

ถ้าเป็นปีก่อน ๆ สงกรานต์ก็จะเป็นวันอ่านหนังสือเพราะใกล้สอบทุกที

จริง ๆ ปีนี้ก็ใกล้สอบแหล่ะ แต่ไม่ค่อยเครียดเท่าไหร่ เพราะสอบแค่สี่วิชาเท่านั้น แถมยังไม่ยากมากอีกด้วย (ยังไง ๆ ก็เรียนจบอยู่ละ เกียรตินิยมอะไรไม่ได้ต้องการ งานก็มีแล้ว ไม่คิดจะต่อโทในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย อาจจะไม่ต่อเลยก็ได้)

ก็เลยโคตรชิวเลยเนี่ย

วันนี้ตื่นก็แปดโมงกว่าแล้ว ลุกมาฉันก็อาบน้ำ ซักผ้า แล้วก็นั่งอ่านหนังสือ ทำ CheatSheet EDP (กระดาษจดที่อาจารย์ให้เอาเข้าห้องสอบได้ สี่หน้าสองแผ่น) ตั้งใจว่าสามวันหยุดนี้จะทำให้เสร็จทั้งหมด แล้วหนึ่งอาทิตย์ที่เหลือก็จะเอาไปอ่านวิชาอื่นบวกเตรียมตัวพรีเซ้นต์โปรเจ็ค

ตอนเช้านั่งปลุกปล้ำกับ Clockwork Tomato อยู่ มันเป็นแอปจับเวลาอ่านหนังสือของ Android น่ะ 

ฉันพึ่งซื้อ Galaxy Note 5  เทอมที่แล้ว แล้วก็ประทับใจมาก ๆ คือมันสามารถทำอะไรหลายอย่างที่เครื่องเก่าฉันทำไม่ได้ (เครื่องเก่า Galaxy Ace 3) อยากจะเขียนรีวิวเหมือนกันนะ คือพอใจมาก ๆ กับการลงทุนซื้อมือถือครั้งนี้ ถ้าไม่เกิดอะไรขึ้นก็คงใช้จนมันพัง

แล้วทีนี้ฉันเป็นมนุษย์ที่ชอบซื้อแอปแท้ เพราะรู้สึกแย่เวลาใช้ของปลอม เหมือนเราขโมยของเค้ามาใช้อ่ะ (เพราะใช้แอปปลอมของเถื่อนก็ถือว่าผิดศีล๕เน้อ) ฉันก็เลยซื้อแต่ของแท้

แอปล่าสุดที่ซื้อมานี่คือ clockwork tomato เอาจริง ๆ ฉันว่าหน้าตามันก็ไม่ได้ดูดีสักเท่าไหร่ แต่มันใช้ดีมาก ๆ เลย คือฉันใช้ฟรีมาสองเดือนแล้ว เพราะจนไม่มีงบช้อปปิ้งเหลือเลย เดือนนี้ลดอาหารเหลือมื้อเดียวเลยเพิ่มงบส่วนอื่น ๆ ได้มีตังค์ช้อปปิ้ง ดูหนัง ทำเรื่องไร้สาระเยอะมากขึ้น (แต่ความจริงงบช้อปปิ้งก็ยังติดลบแหล่ะ เพราะซื้อคอมใหม่ แค่ไม่ตึงมากเหมือนแต่ก่อนแล้ว)

ทีนี้ซื้อมาแล้วใช้ไม่เป็นค่ะพี่น้อง เพราะมันต้องใช้โปรเจ็คเพื่อแบ่งสีการทำงาน (แล้วเราก็จะได้รู้ว่าเวลาไหนเราใช้ทำอะไรไปบ้าง ตอบโจทย์ฉันสุด ๆ ชอบอะไรสี ๆ)

เนี่ยก็ปลุกปล้ำกับมันประมาณ ๑ ชม.ก็ใช้เป็น แล้วฉันก็นั่งอ่านหนังสือ วันนี้ทั้งทำแต่ Cheat Sheet จนเสร็จไปหนึ่งบท (สิริรวม ๔ ชม.) ก็ทำไปพักไปแหล่ะ แต่ดูเหมือนจะพักมากกว่าทำงาน ๕๕๕)

แล้วตอนสาย ๆ ก็ชวนน้องสั่งพิซซ่า อยากกินอะไรชีส ๆ อ่ะ เพราะนั่งทำ Cheat Sheet (พ้องเสียง)

หมดเงินไป ๒๖๐ กับเซ็ทพิซซ่า (หารสองกับน้อง) แพงฝัด แต่ก็นะ...อยากกิน ช่วยไม่ได้ กะจะกินไปสองมื้อเลยนะเนี่ย (วันนี้กับพรุ่งนี้) 

พอเติมของในท้องฉันก็นั่งชีทชีทต่อ สลับกับนั่งห่อหนังสือการ์ตูน ห่อไปก็อ่านการ์ตูนไป แล้วก็กลับมานั่งทำชีทชีท แล้วก็นั่งดูรีวิวเกมซิมส์๔ เห็นแล้วอยากเล่นชะมัด แต่ไม่มีตังค์ซื้อ ตั้ง ๑๘๐๐ ขอใช้หนี้คอมหมดก่อนนะ

แล้วฉันก็เลยนั่งเลื่อนดูเกมใน Steam ว่ามีอะไรสั้น ๆ มาเล่นแก้เบื่อชีทชีทได้มั้ย ก็เลยได้เล่นเกม Lost girl's Diary ซึ่งอย่าเรียกมันว่าเกมเลย เรียกมันว่า Visual Novel ดีกว่า เกม Otome บนมือถือยังเล่นยากกว่านี้อีก ๕๕๕ แต่ก็สนุกนะ มันออกแนวเล่าเรื่องผีให้เราฟังอ่ะ (แต่เรื่องผีนี่ไม่มีความน่ากลัวเลย ออกจะฮา) เรื่องสุดท้ายนี่พีคหน่อย แต่ไม่สุด นึกว่าจะหักมุมละ แต่ไม่ ๕๕๕ ก็เหมือนอ่านนิยายเล่มเล็ก ๆ จบเล่มนึงอ่ะ ๑ ชม.ก็เล่นจบแล้ว เกมนี้น่าจะมาจากรัสเซียนะ เห็นเสียงพากษ์เป็นภาษารัสเซีย แล้วก็ซับอังกฤษ ภาพ illust ก็ออกแนวคอมมิกฝรั่ง 

นี่ฉันอยากเล่นอะไรแฟนตาซี ๆ สวย ๆ หน่อย =3= ยอมจ่ายตังค์เพื่อเล่นเกมนะแต่ขอให้สนุกจนเอาฉันเล่นได้จนจบพอ หรือไม่มีตอนจบก็ได้แบบเล่นไปเรื่อย ๆ ไรงี้ เพราะฉันเป็นพวกเล่นเกมไม่ทน ซื้อมาเล่นไม่ค่อยคุ้ม ชอบดูคนอื่นเล่นมากกว่า แต่พอซื้อคอมใหม่มาแล้วสเป็กแรงก็เลยอยากใช้เล่นเกมให้เต็มประสิทธิภาพของมันหน่อย บวกกับพอสอบเสร็จฉันจะว่างโคตร ๆ ๆ ๆ เลยฉันก็เลยอยากหาเกมมาลงคอมไว้เผื่อเล่นตอนปิดเทอม อ๊ะ ไม่สิ จะเรียกปิดเทอมไม่ได้แล้ว เรียนจบแล้ว ต้องเรียก ช่วงรอทำงานมากกว่า

แล้วตอนเย็นน้องสาวพาเพื่อนมานอนบ้าน เพื่อนน้องชื่ออาอี้ เรียนแพทย์จุฬาฯอยู่ปีสามละ เป็นคนอุบลเหมือนกันนี่แหล่ะ แต่เหมือนม.ปลายจะไปเรียนมหิดลหรือไม่ก็เตรียมอุดม

เราก็ออกไปกินข้าวเย็นที่ร้านส้มตำกัน (ฉันไม่กินนะ นั่งดู) ระหว่างทางเจอคนเล่นสงกรานต์ด้วย ฉันกลัวเขาสาดมากเพราะฉันถือบิเบลียมาด้วย (หนังสือยืม TK parkมา) เสียว ๆ อยู่ค่ามัดจำหนังสือของฉัน T T ดีที่เขาไม่สาด

ไปร้านส้มตำแต่สั่งลาบกับไก่ย่าง (ไม่สั่งส้มตำ) ฉันอยากกินส้มตำจะตายแต่ฉันกินข้าวแค่มื้อเดียวอ่ะ

พอกลับมาฉันก็นั่งทำชีทชีทต่อ แล้วก็นั่งห่อการ์ตูน อาบน้ำ มานั่งเขียนบล้อกเนี่ย

ต่อจากนี้อาจจะเข้า Steam ไปหาเกมเล่นอีก (จะได้อ่านมั้ยยยย ตอบฉันที...)





Create Date : 13 เมษายน 2559
Last Update : 13 เมษายน 2559 23:42:24 น.
Counter : 142 Pageviews.

0 comment
เพื่อนถึกๆ/คาถาชินบัญชร


  อังคาร ๑๒ เมษายน ๒๕๕๙

วันนี้ตื่นมากลายเป็นสล็อธ

กล่าวคือ ตื่นขึ้นมาประมาณหกโมงครึ่ง แล้วก็นอนกลิ้งไปมา เล่นมือถือ อ่านโน่นอ่านนี่ สไลด์เฟสบุ๊ค จนน้องตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวออกจากบ้านไปแล้วฉันก็ยังคงนอนอืดอยู่บนเตียง

วันนี้มีเรียนเก้าโมงเช้า แต่กว่าฉันจะแซะตัวเองออกจากเตียงนอนได้ก็แปดโมงแล้ว

แถมยังนวยนาดค่อย ๆ ทำทุกอย่างราวกับมีเวลาทั้งหมดในโลก ทั้ง ๆ ที่ฉันมีเวลาเตรียมตัวแค่ยี่สิบนาทีเพราะต้องใช้เวลาเดินทางไปมหาลัยสี่สิบนาที

กว่าจะออกจากบ้านได้ก็แปดโมงสี่สิบ ไม่วิ่งด้วยนะ เดินชิว ๆ ไปรถไฟใต้ดิน บนรถไฟก็ทำการบ้านที่ต้องส่งวันนี้ไปด้วย ไม่มีอารมณ์จะเล่น Wanikani เลย เฮ้อ(เป็นเว็บท่องคันจิที่ฉันเล่นเป็นประจำเวลาเดินทางไปมหาลัยทุกเช้า)

วันนี้ขี้เกียจขั้นสุด

เช็คไลน์ก็เห็นกี้ส่งข้อความมาบอกว่างานกลุ่ม EDP เสร็จแล้ว เธอนั่งทำจนถึงตี ๓

โหดไปมั้ย กี้... ความจริงงานนี้มันเป็นงานที่ได้ ๑๕% ก็จริง แต่ฉันว่าเราไม่จำเป็นต้องทุ่มเททำมันไม่หลับไม่นอนขนาดนั้นก็ได้ (อย่างน้อยก็เรียกเพื่อน ๆ ให้ตื่นไปช่วยก็ได้นะ..แต่ก็นะ..ใครจะตื่น)

ทำเอาฉันรู้สึกผิดเลย รู้สึกว่าใช้แรงงานผู้หญิงบอบบางแรงน้อยอย่างกี้ให้ลำบากทำงานคนเดียว ฮืออ

พอฉันขึ้นมาที่จามจุรีสแควร์ ก็เจอกี้กับเจนกำลังซื้อชานมไข่มุกอยู่ (ตอนนั้นสายยี่สิบนาทีแล้ว) ไม่มีความรีบร้อนใด ๆ 

เจนเป็นเพื่อนสนิทเฟิร์น (น้องสาวฉัน) เราก็อยู่กลุ่มเดียวกันนี่แหล่ะ นางเป็นคนที่ตลกมาก แล้วก็ฉลาดมาก ๆ เรียนเก่งมาก ๆ

ไปเรียนอาจารย์ก็สอนไปแล้ว ถึงตรงที่ฉันอ่านทำงานวันอาทิตย์ที่แล้วพอดี อื่มม..

วันนี้ฉันไม่หลับในห้องเรียน(ทั้ง ๆ ที่เมื่อวานนอนดึกมาก) แต่ก็เรียนแล้วไม่ค่อยเข้าหัวเท่าไหร่ ยังไงก็ต้องไปอ่านอีกรอบอยู่แล้วนั่นแหล่ะนะ

พอพัก อาจารย์ก็บอกว่าหลังเบรคจะมีเพื่อนออกไปพรีเซ้นต์งานสองกลุ่ม ฉันก็เลยลงไปเดินเล่น แล้วก็ไปซื้ออแดปเตอร์ชาร์จแบตมือถือ (วันนี้ลืมเอาที่ชาร์จมา บวกกับอยากได้อันสำรองอยู่พอดี เอามาใส่กล่องดินสอไว้)

พอฉันกลับมาถึงห้องเพื่อนก็กำลังพรีเซ้นต์อยู่ แล้วก็เห็นกี้เอาโน้ตบุ๊คฉันขึ้นมานั่งทำงาน EDP ต่อ (อ่าว ไม่ใช่เสร็จแล้วเหรอ)

ฉันก็กระซิบถามกี้ กี้บอกว่าถามอาจารย์แล้วอาจารย์ต้องการให้ทำอะไรเพิ่มสักห้าหกอย่าง (ห้าหกอย่าง!) แต่กี้ดูเหลืออดกับมันมากแล้วจริง ๆ เพราะเธอคงอยากจะพับโปรเจ็คนี้แล้วไปอ่านหนังสือแล้ว กี้ก็เลยบอกให้ฉันทำต่อ แต่ก็ไม่วายเขียนลิสต์มาให้ฉันว่าต้องทำอะไร ๑ ๒ ๓ ๔ (ขอบคุณนะ)

แถมยังทำ ๑ ๒ ให้ฉันดูอีกต่างหาก พอได้แล้วมั้งแม่คุ๊ณ อะไรจะขยันขนาดนี้ สงสัยไม่ไว้ใจฝีมือการทำงานของฉัน แง

พอกี้สั่งงานเสร็จอาจารย์ก็กลับมาสอนต่อพอดี แถมยังบอกอีกว่าที่เพื่อนพรีเซ้นต์นี่จะเอาไปเป็น Bonus Question ในข้อสอบไฟนอล เพราะมันเป็นความรู้ทั่วไปที่ควรจะรู้ (สงสัยเห็นเราไม่สนใจฟัง)

แล้วก็เรียนต่อไปเรื่อย ๆ จนจบเรียบร้อย แล้วอาจารย์ก็บอกว่างานโปรเจ็คปลายเทอม (อันที่กี้นั่งทำถึงตีสามนั่นแหล่ะ) ค่อยส่งหลังไฟนอลก็ได้

กรรม

สงสารกี้ อุตส่าห์ดันทุรังทำจนเสร็จ (ไม่มีใครบอกให้เธอรีบทำขนาดนั้นหรอก แต่จริงๆ รีบทำให้เสร็จ ๆ ไปก็ดี เวลาอ่านหนังสือจะได้ไม่ต้องมานั่งพะวง) แถมที่ว่าเสร็จก็ไม่เสร็จยังต้องมานั่งทำต่ออีก

แล้วพักเที่ยงฉันก็ไปทานข้าวเที่ยงที่ยาโยอิกับกี้ เฟิร์น แล้วก็อ๋อ

อ๋อเป็นผู้หญิงที่สวยมาก ตัวเล็ก ๆ (สูงประมาณ ๑๕๐ เอง) ผิวขาว หน้าใส ตาปากจมูกก็สวย พูดก็เพราะ ดูเป็นกุลสตรี ฉันจะสมัครเป็น อ๋อ FC อยู่ละ แต่พอฉันชมอ๋อว่าน่ารัก กี้ก็บอกอ๋อว่าให้ระวังพี่ฟ้าไว้ เพราะพี่ฟ้าจะลวนลาม

เออ ฉันชอบคลอเคลียกี้ ๕๕๕ ฉันเป็นคนชอบจับ ชอบกอด ก็เลยไม่ค่อยอยู่นิ่ง ยิ่งถ้าอยู่กับคนน่ารัก ๆ และสนิท ๆ ฉันก็จะเข้าไปฟัดไปอะไรตลอดเวลา กี้ก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายของฉัน 

แต่ฉันไม่ใช่เลสเบี้ยนนะ ฉันชอบผู้ชาย แต่จะให้ไปคลอเคลียผู้ชายมันก็ไม่ใช่ป่ะวะคะ

กี้อ่ะชอบมองว่าฉันเป็นเลสอยู่เรื่อย แง เค้าเปล่า

ตอนไปกินข้าวด้วยกันก็คุยกันหลายเรื่อง ทั้งเรื่องพี่น้อง เรื่องซีเรียสอย่างการเรียน เรื่องเกม หนังสือที่อ่าน การ์ตูน ฯลฯ สารพัด 

ฉันกินข้าวมื้อเดียวแต่ว่าฉันก็ดูความเหมาะสมอ่ะว่าวันไหนกินมื้อไหน เช่นวันพระฉันจะกินมื้อเช้า ถ้าวันไหนมีข้าวแจกมื้อไหนฉันก็จะกินมื้อนั้น ถ้ามีแจกสองมื้อจะเลือกมื้อเย็นเพราะมักจะอลังการกว่า ถ้าวันไหนมีนัดสังสรรก็จะรอกินมื้อเย็น ถ้าไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ ก็จะกินก่อนนอน

เป็นวิถีชีวิตแบบกินเพื่ออยู่ที่ฉันว่าจะทำไปตลอดชีวิต แน่นอนว่าฉันจะกลับมากินสามมื้ออีกไม่ได้เพราะระบบเผาผลาญจะเสียไป ทำให้ฉันรับอาหารได้แค่มื้อเดียวเท่านั้น ไม่งั้นจะสะสมลงพุงทันที (ตามที่เห็นเขาเขียนไว้ตามกระทู้อ่ะนะ)

ตอนบ่ายกี้ลากลับบ้าน ไปนอนพัก เพราะเมื่อคืนนอนน้อยมาก ฉัน เฟิร์น อ๋อ ก็ไปพระราม๙ เพื่อนั่งอ่านหนังสือ

ฉันเปิดคอมทำรายงาน EDP ต่อ เพื่อสานต่อปณิธานของกี้ให้เป็นจริง ที่ต้องการให้มันเสร็จวันนี้

แต่กว่าฉันจะทำเสร็จก็สี่โมงเย็น (นี่ฉันนั่งทำมันสามชม.เลยเรอะ นี่มันนิดเดียวเองนะเทียบกับกี้ ทำไมกี้ถึก)

พอเสร็จฉันก็เลยไปเดินร้านหนังสือเล่น ร้านหนังสือนี่เป็นสถานที่ที่ฉันโปรดปรานมากที่สุด เพราะฉันชอบบรรยากาศร้านหนังสือหรือห้องสมุด ตอนไปอยู่ญี่ปุ่นฉันก็ไปแต่ร้านหนังสือ ทั้ง ๆ ที่อ่านก็ไม่ออก แต่ผ่านทีไรก็ไม่วายแวะเข้าไปหาการ์ตูนหรือหนังสือเด็กดูตลอด (ก็เป็นอย่างเดียวที่ฉันพอจะอ่านได้อ่ะ)

เจอหนังสือเรื่อง เกย์มาสูตรา  ซึ่งเขียนเกี่ยวกับเพศศึกษาของชายรักชาย

หน้าปก



ฉันสนใจเรื่องแบบนี้ ฉันนี่เป็นมนุษย์ที่กามราคะลุกโชติช่วงชัตวาลมากบอกเลย (นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ไม่กล้ามีแฟนสักที เพราะเป็นผู้หญิงโคตรหื่น ว่าง ๆ ต้องนั่งอ่านการ์ตูนวาย กลัวแฟนรับไม่ได้)

เล่มนี้น่าจะตอบคำถามหลาย ๆ เรื่องที่ฉันสนใจเกี่ยวกับการ์ตูนวายได้ (การ์ตูนที่แสดงความรักระหว่างผู้ชายกับผู้ชาย)

ไม่รู้ทำไมชอบนะ แล้วฉันก็ไม่ปิดบังด้วย แค่ไม่ได้เที่ยวบอกใครต่อใครเท่านั้น ถ้ามีเพื่อนถามฉันก็บอก 

คือเริ่มอ่านแบบติดจริง ๆ ก็ตอนไปอยู่ญี่ปุ่นนั่นแหล่ะ ว่างมากไง ก็เลยหาอะไรทำ แล้วก็นั่งอ่านการ์ตุนวายเป็นล่ำเป็นสัน (แต่ก็อ่านอยู่คนเดียวนั่นแหล่ะ ไม่มีเพื่อนคุยด้วยเท่าไหร่)

แต่ดูหน้าปกสิท่าน

ถ้าซื้อแล้วไปอ่านให้แม่เห็นแม่คงสะดุ้ง (พ่อแม่ไม่รู้ว่าฉันอ่านการ์ตูนวาย แต่ก็คงเดาได้ไม่ยากอ่ะนะ)

เดี๋ยวถ้าปลายเดือนยังมีงบช้อปปิ้งอาจจะกลับไปเก็บ

หลังจากไปเดินเล่นร้านหนังสือฉันก็พบว่าแบตมือถือฉันใกล้หมด แล้วฉันก็มีสิทธิ์ Samsung Galaxy Gift ซื้อ Cold Stone ถ้วยเล็กได้ ๗๙ บาท ฉันก็เลยไปใช้สิทธิ์สักหน่อย (จริง ๆ คือไปหาปลั๊กชาร์จมือถือ)

วันนี้กิน Founder's Favorite กินแล้วฟินมาก อร่อยจริง ๆ นะ น้ำตาไหล

ตอนกินเสร็จนี่ยังคิดอยู่เลยว่าจะสั่งอีกถ้วยดีไหมนะ แต่พอเถอะ อ้วน (ถ้วยนึงเกือบพันแคลอ่ะ โคลสโตนนี่)

นั่งเล่นสักพักให้คุ้มค่าไอติมและความอ้วนที่ได้รับมา ฉันก็กลับบ้าน

กลับมาก็มานั่งอ่านนิยาย ตอนนี้กำลังอ่าน "บิเบลีย บันทึกไขปริศนาแห่งร้านหนังสือ"

ไม่รู้ทำไมช่วงนี้อ่านแต่นิยายญี่ปุ่น (เรื่องก่อนก็เหมือนกัน ฤดูร้อนนั้นฉันตายอ่ะ)

จริง ๆ ช่วงนี้รู้สึกอยากอ่านเรื่องลึกลับ อย่างหนังสือใหม่ของทันตแพทย์สม สุจีรา มิติที่ ๕ น่ะ อยากอ่านมาก ๆ เลย แต่เดี๋ยวขอเคลียร์หนังสือที่อ่านค้างไว้ทั้งหลายเหล่านี้ก่อนนะ

อ่านบลิเบลียไปได้สักพักฉันก็เพลียหลับบนโซฟานั่นแหล่ะ ตื่นขึ้นมาคอเคล็ดเลย เห็นเฟิร์นนั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบอยู่ข้าง ๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองไร้สาระพิกล ก็เลยไปอาบน้ำ

ก็ไม่วายนั่งเล่นมือถือในห้องน้ำอีก เออ เอาเข้าไป กว่าจะอาบน้ำเสร็จก็เป็นชั่วโมง

แล้วฉันก็เอาผ้าห่มที่ซักไว้เมื่อเช้าไปตาก มองลงไปจากระเบียบชั้น ๒๘ ก็เห็นรถในถนนข้างล่างโล่ง ๆ (ปกติเส้นลาดพร้าวนี่ติดมาก) เพราะคนคงพากันออกนอกกรุงเทพกัน แต่แผนสงกรานต์ฉันคือนอนเป็นผักอยู่บนคอนโด อ่านหนังสือ ทำความสะอาดห้อง กิน และก็นอน

โอ้ย สุขีดีแท้ (ได้ข่าวว่าแกจะสอบไฟนอลอีกสองอาทืตย์)

เอาเถอะ ฉันไม่เครียดกับการสอบครั้งนี้เท่าไหร่ เพราะอ่านไปเรื่อย ๆ ก็คงไม่ได้ F อยู่แล้วถ้าไม่ทำอะไรขี้ริ้วขี้เหร่มาก วันหยุดตั้งห้าวันเวลาอ่านเหลือเฟือ ยังไง๊ยังไงก็เรียนจบ แถมได้งานทำแล้วอีกต่างหาก

แล้วฉันก็นั่งอ่านกระทู้พันทิพ เรื่องดูดวง เออ จะว่าไป ปลายปีที่แล้วฉันไปดูดวงมา หมอดูบอกว่าปีนี้ฉันจะดวงตก พอดีปีชง(๗๕%) แต่นี่ก็เดือนสี่แล้ว ฉันยังสุขีปรีเปรมดีไม่มีความทุกข์ใด ๆ ไม่รู้เป็นเพราะสวดมนต์บ่อย ๆ หรือเปล่า

ฉันเป็นมนุษย์ที่รักษาศีล ๕ และสวดมนต์เป็นประจำ สวดมนต์ของฉันนี่ก็ไม่ค่อยสวดมนต์ก่อนนอนเท่าไหร่ ออกแนวแบบเดินไปปากว่าง ๆ ก็ท่องชินบัญชร นั่งมอร์ไซกลัวล้มก็ท่องชินบัญชร อารมณ์เสียก็ท่องชินบัญชร เจอมนุษย์ป้าก็ท่องชินบัญชร

เป็นติ่งชินบัญชร

แต่สวดแล้วชีวิตดีม๊ากมาก ฉันสวดมานานแล้วบทนี้ ตั้งแต่ม. ๒ ได้ มีบางช่วงหยุดไปบ้าง แต่ตั้งแต่มาอยู่มหาลัยก็สวดแบบนี้แหล่ะ สวดแล้วเหมือนมีเกราะคุ้มครองภัยจากสิ่งที่มองไม่เห็น แล้วก็ดึงดูดแต่สิ่งที่ดีเข้ามาหาตัว แนะนำเลยใครชีวิตแย่ ๆ ให้สวดชินบัญชรวันละรอบ

ฉันนั่งหากระทู้เกี่ยวกับคาถาชินบัญชรอ่าน เพราะมีเพื่อนบอกว่าเจอป้าคนนึงไม่มีแฟนสักที พอเลิกสวดชินบัญชรหาแฟนได้เลย (อ้าว แฟนป้าเป็นคนไม่ดีหรือเปล่าเนี่ยทำไมพอเลิกสวดคาถาป้องกันแล้วมาเลย)

จะไปพิสูจน์ทฤษฎีสักหน่อย เลยหากระทู้พันทิปเกี่ยวกับชินบัญชรอ่าน ปรากฏว่ามีคนสวดแล้วเจอผีด้วยแฮะ (ฉันไม่เคยเจอเลยอ่ะ) แอบสยอง เขาก็เลยแนะนำให้สวดแผ่เมตตา หรือขออนุญาตเจ้าที่เจ้าทางก่อนที่จะสวดคาถาบทนี้ เพราะบางทีมันไปไล่ที่เค้า 

ต่อไปฉันต้องทำงานที่เดินทางบ่อย ๆ เสียด้วยสิ นี่เกิดฉันไปสวดชินบัญชรไล่เทพขึ้นมาเทพไม่มีฟันฉันหัวแบะเรอะ ต้องศึกษาวิธีขอขมาไว้หน่อยละ






Create Date : 12 เมษายน 2559
Last Update : 12 เมษายน 2559 21:52:45 น.
Counter : 281 Pageviews.

0 comment
ประชุมผู้ถือหุ้นเป็นครั้งแรก / เป็นผู้หญิงเรื่องลำบากมันก็มี


  วันจันทร์ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๙

ความจริงฉันก็ถือหุ้นมาสามปีแล้วล่ะ (ตั้งแต่ปี ๒) แต่ไม่เคยไปประชุมผู้ถือหุ้นเลยสักครั้ง เพราะมักจะมาจัดในวันที่ฉันมีเรียน หรือไม่ก็ใกล้สอบ หรือไม่ก็อยู่ต่างประเทศ ก็เลยไม่เคยได้ไป

พอดีวันนี้ว่าง และเห็นว่าจัดตอนเช้า (เก้าโมงครึ่ง) ใกล้บ้านฉันอีกด้วย ฉันก็เลยลองไปดูเพื่อเป็นประสบการณ์

เป็นการประชุมผู้ถือหุ้นของปตท. ฉันใส่ชุดนิสิตไปเพราะมีเรียนตอนบ่าย แล้วก็รู้สึกว่าตัวเองเด็กมากกกกกกกกกก เพราะไปถึงมีแต่ผู้หลักผู้ใหญ่แบบรุ่นพ่อรุ่นแม่ทั้งนั้น (มองดูแล้วส่วนใหญ่น่าจะเกษียณแล้วว่างเลยมานั่งประชุมผู้ถือหุ้นได้ หรือไม่งั้นก็ออกจากงานมาเล่นหุ้นอย่างเดียว)

พอไปถึงก็ได้รับงบการเงินเป็นหนังสือเล่มใหญ่ ๆ มาสามเล่ม จะมีอะไรมากมายไม่รู้ เปลืองกระดาษ ฉันไม่น่าเอามาเลย หนักก็หนัก แถมในซีดีก็มีไฟล์อยู่แล้วด้วย น่าจะเอาไว้ให้เขาแจกคนที่ยังไม่ได้ดีกว่า งบทั้งสามเล่มใส่มาในถุงพลาสติกหนา เป็นลายปตท.สวยเชียว น่าจะเก็บไว้ใช้ได้อีกหลายงาน

แล้วฉันก็เดินตามเหล่าผู้ถือหุ้นท่านอื่น ๆ ไป ก็ต้องแสกนกระเป๋าก่อนเข้างาน ทหารมาคุมเลยนะ พึ่งรู้ว่าต้องรักษาความปลอดภัยอะไรขนาดนี้ 

แล้วข้างในก็มีห้องประชุมใหญ่มาก ที่กั้นเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งเป็นส่วนลงทะเบียน อีกส่วนเป็นสถานที่ประชุม ข้างหน้ามีน้ำแจก ชา กาแฟ น้ำผลไม้ (ทำไมไม่มีโอวัลติน งอแง)

ฉันไปที่ส่วนลงทะเบียนก่อน คนเยอะมาก ๆ ยังกับงานอีเว้นท์ จริง ๆ ฉันก็เคยไปประชุมผู้ประกอบการกับพ่อแม่นะ (พ่อแม่ทำปั๊มปตท.) รู้สึกว่างานประชุมผู้ประกอบการจะจัดดีกว่านี้มาก ไม่วุ่นวายแบบนี้ ถ้าปีนี้ได้ไปอีกเดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟัง

โต๊ะลงทะเบียนวางเรียงกันเป็นแถวยาวไปสุดริมกำแพงอีกฝั่ง มี ๔๐ แถว มีป้ายใหญ่มากเขียนว่า ผู้ถือหุ้นมาด้วยตัวเอง/มอบฉันทะ (ตอนฉันไม่มาฉันก็ไม่ได้มอบฉันทะให้ใครนะ เพราะไม่มีใครมาให้ รอบตัวฉันไม่มีใครว่างวันธรรมดาที่สนิทพอจะไปรบกวนเขาได้เลย ไม่รู้เป็นอะไรหรือเปล่า)

พอถึงคิวฉันฉันก็ยื่นบัตรประชาชนกับใบลงทะเบียนให้เค้า (ส่งมาพร้อมกับจดหมายเชิญประชุมผู้ถือหุ้นนั่นแหล่ะ) แล้วฉันก็ได้เอกสารมาชุดนึงมีบาร์โค้ดเยอะแยะ กับสติกเกอร์ติดเสื้อ

อึกฝั่งของห้องลงทะเบียนก็จะเป็นบูธแจกอาหารกลางวัน รับกันเป็นถุง ๆ แล้วมีหลายแถว แต่ละแถวก็อาหารไม่เหมือนกัน มีหมู ไก่ ปลา เจ มั้ง ฉันก็ต่อแถวเอาปลามาชุดนึง มาเป็นถุงชุดใหญ่มาก ในถุงก็มีน้ำผลไม้ อาหารว่าง ๑ กล่อง อาหารกลางวัน ๑ กล่อง แล้วก็ เครื่องเคียงอีก ๑ กล่อง ให้ความรู้สึกเหมือนอาหารแจกบนเครื่องบิน แต่อลังการกว่า

พอได้ของครบฉันก็เดินไปส่วนประชุม ตอนเข้าไปก็มีพนักงานมาถามว่ามีที่นั่งหรือยัง แล้วเขาก็เดินนำฉันไป แถวหน้าสุดเลย มีโต๊ะด้วย ตอนแรกฉันก็ลังเลไม่กล้านั่ง ไม่ใช่ว่าต้องเป็นผู้บริหารเหรอถึงจะนั่งโต๊ะได้ (ความรู้สึกมันเป็นยังงั้นอ่ะ ก็ในโรงเรียนปกติแถวหน้าสุดจะเอาไว้ให้ครูนั่งนี่นา นักเรียนก็นั่งหลัง ๆ ไป) 

แต่ก็ไม่มีใครมานั่งสักที ฉันก็เลยไปนั่งเลย เพราะอยากมีโต๊ะ เผื่ออยากจดอยากวางอะไร

ข้าง ๆ ฉันเป็นคุณลุงท่าทางฉลาดมากคนนึง อีกข้างเป็นผู้ชายวัยกลางคนที่ดูเหมือนจะมากับภรรยา

คุณลุงข้าง ๆ ฉันนี่ฉันแอบเห็นจำนวนหุ้น โอ้โห หลักหมื่นอ่ะ จำนวนหุ้นนะ โคตรรรวยยยมากกกกกกก  (ฉันถือแค่เล็กน้อยขี้ปะติ๋วเท่านั้นเองเทียบกับลุง ปตท.นี่เป็นหุ้นที่แพงที่สุดในพอร์ตฉันละ)

ตอนนี้ก็ราคาอยู่ที่ ๒๗๐ อะไรสักอย่าง แถว ๆ นี้แหล่ะ ฉันยังเขียว ๆ อยู่ อาจจะขายเอาเงินไปซื้อตัวอื่น เพราะรู้สึกว่ามีเงินในปตท.มากไปหน่อย อยากกระจายความเสี่ยง

แล้วเขาก็เริ่มบรรยาย ตอนแรกก็บอกว่าทางหนีไฟอยู่ไหน แล้วก็โชว์วิดีทัศน์เกี่ยวกับธุรกิจของปตท. แล้วก็ตลาดน้ำมันปี ๒๕๕๘ 

จากนั้นก็แนะนำกรรมการบริหารที่นั่งอยู่บนเวที เยอะมากกก ยี่สิบกว่าคนได้มั้ง แล้วชื่อตำแหน่งเป็นภาษาไทยหมดเลย ฉันเรียนมาเป็นภาษาอังกฤษ ก็รู้บ้างไม่รู้บ้าง เดา ๆ เอา เปิดดิกเอา

ประธานกรรมการบริหารเป็นคนบรรยายเกี่ยวกับงบการเงิน ฉันก็ฟังไปจดไป รู้สึกปี ๕๘ นี่ผลประกอบการไม่ค่อยดีเท่าไหร่เทียบกับปี ๕๗

พออธิบายงบการเงินจบก็เป็นเวลาซักถาม


โอ้โห

เละ

แต่ละแถวจะมีสแตนให้ไปยืนพูดแสดงความเห็นได้ ก็ถ้าออกไปแล้วเขาก็จะเรียกเบอร์สแตน แบบ E1 เชิญครับ แล้วเขาก็ต้องแนะนำตัวก่อนจะพูดอะไร

แต่ละคนที่มาแบบจัดเต็มมาก บางคนก็มาสงบ ๆ บางคนก็มาแบบมีความรู้มากเลย มีฝรั่งพูดด้วยนะ

อยากบอกว่าฟังเค้าถามคำถามนี่ได้ความรู้มากมาย ๕๕๕ ได้มากกว่าฟังคุณประธานกรรมการบรรยายงบการเงินอีก

แต่เสียเวลามาก คืออ จะเที่ยงแล้วยังไม่จบวาระที่ ๑ เลย แล้วฉันก็รู้สึกไม่ค่อยสบาย ก็เลยออกมาก่อน

แล้วก็ตามคาด เป็นประจำเดือนแล้วค่า เนี่ยเมื่อวานยังบ่นอยู่เลยอารมณ์ไม่ปกติเหวี่ยง ๆ สงสัยเมนส์จะมา มาจริงเลย สิวขึ้นอีกต่างหาก (ตรงหน้าผากเม็ดนึง)

โชคดีฉันพกผ้าอนามัยติดตัว แต่ก็ต้องกลับบ้านก่อนเพราะของเยอะมากกกก แล้วอยากจะไปล้างเนื้อล้างตัวอาบน้ำใหม่ (มันรู้สึกสกปรกอ่ะ เปื้อนเลือด ฮือ)

พอถึงบ้านฉันก็อาบน้ำใหม่(รู้งี้ตอนเช้าใส่ชุดอื่นไปก็ดี)แล้วก็เอาข้าวที่ได้จากปตท.มากิน เดี๋ยวเสียถ้าเก็บไว้กินตอนเย็น

ตอนกินเสร็จนี่อื้อหือ มาเลย ฤทธิ์แดงเดือดวันแรก ปวดมากกกกกกก

ใครปวดประจำเดือนจะรู้ว่ามันทรมานขนาดไหน ไม่อยากขยับตัวเลย มันจะร้าวจากท้องน้อยไปจนถึงต้นขา 

แต่ไม่ได้ มีเรียนตอนบ่าย ต้องออกไป ฮึด ๆ 

พอนั่งรถไฟฟ้าไปถึงสุขุมวิท ปรากฏว่าอาจารย์ที่มาสอนวันนี้เป็นอาจารย์พิเศษ ไม่ออกสอบ โอ้ยยย รู้งี้นอนอยู่บ้านดีกว่าาาา ไม่น่ามาเลย ทรมานสังขารมาก ๆ 

มาถึงมหาลัยฉันก็ท้องเสียค่ะ ต้องเข้าห้องน้ำ (ไม่รู้ทำไมเมนส์มาจะต้องท้องเสียตลอด)

เข้า ๆ ออก ๆ ห้องน้ำสามสี่รอบก็ยังอาการไม่ดีขึ้น ฉันก็เลยว่าจะไปนอนที่ห้องพยาบาลคณะ ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่เลย ไม่กล้าถือวิสาาสะเข้าไปนอนเอง 

โชคดีฉันพกยาแก้ปวดประจำเดือนไว้ในกระเป๋า ฉันก็เลยเอามากินเม็ดนึง นี่ปกติฉันจะเลี่ยงไม่ยอมกินนะ แต่วันนี้ไม่ไหวจริง ๆ แทบจะคลานอยู่แล้ว

แล้วฉันก็พยายามคิดว่าจะมีที่ไหนที่ฉันจะไปนอนได้บ้าง ฉันก็เลยลากตัวเองไปหอกลาง (ห้องสมุดใหญ่จุฬาฯ) ซึ่งมีมุมโซฟานุ่มเงียบไปงีบได้ ฉันก็ไปนอน (นั่งหลับอ่ะ) นอนไปประมาณสองชม. ก็ตื่นไปซ้อมคอรัส 

อาการดีขึ้นมาก (สงสัยเพราะกินยา) แต่ร้องเพลงไม่โอเค

คือการร้องเพลงมันต้องเอาเสียงออกมาจากท้องไง ทีนี้ปวดท้อง ก็เลยหายใจได้ไม่เต็มที่ (ยามันก็แค่ช่วยทุเลาอ่ะนะ ยังปวดอยู่นิดหน่อย)

วันนี้แอร์ห้องชมรมพังด้วย ร้อนมาก ต้องเปิดพัดลมเป่า ฉันก็หนาวอีก ขนลุกเลย เหมือนไข้จะขึ้น ก็เลยพยายามยืนห่าง ๆ พัดลม

รันทรูทุกเพลง โชคดีที่ฟังพิชมา แต่ไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่เลยแฮะ

พี่ไหมคอนดัคเตอร์คนก่อนก็มาดูด้วย ปัจจุบันพี่ไหมไปเป็น flight attendant ให้ Japan Airline ก็เลยไม่ค่อยอยู่ไทย มาคอนดัคต่อไม่ได้ แต่วันไหนว่าง ๆ พี่ไหมก็จะแวะเข้ามาดูน้อง ๆ 

เนื่องจากรันทุกเพลง ก็เลยเลิกเลทเลยวันนี้ (วิธีปรับเพลงของปั๊บ(คอนดัคเตอร์คนปัจจุบัน)คือถ้าไม่ผ่านมาตรฐานมันก็จะไม่ให้ผ่าน ต้องกลับไปย้ำให้ผ่าน) 

ฉันก็เข้าใจแหล่ะ เพราะเดี๋ยวปิดสงกรานต์ กว่าจะมาเจอกันอีกน่ากลัวว่านักร้องจะลืมทุกอย่างไปหมดสิ้น ก็ได้แต่ขอร้องให้นักร้องช่วยกลับไปซ้อมด้วยตัวเองช่วงสงกรานต์ด้วย

ฉันรู้สึกว่าเราซ้อมรันน้อยไปหน่อย คือจริง ๆ ควรจะมีรันไม่ให้หยุดจำลองสถานการณ์จริงบ้าง ที่ทำอยู่นี่คือซ้อมเป็นท่อน ๆ อ่ะ ไม่ใช่อะไรฉันกลัวฉันจะลืมแล้วเข้าไม่ถูกวันจริงน่ะสิ แต่ฉันเข้าใจว่าจะรันแบบนั้นจริง ๆ ก็คงเป็นหลังสงกรานต์ (มีซ้อมที่มหาลัยอีก ๒ ครั้ง ซ้อมใหญ่กับมหาลัยอื่น ๑ ครั้ง แล้วก็แสดงจริง)

วันนี้ฉันกลับบ้านมาตอนที่เขากำลังพูดถึงชุดออกงานกันก่อน เรื่องนั้นค่อยไปฟังชี้แจงทีหลังก็ได้ แต่ฉันอยากกลับบ้านมานอนมาก ปวดท้อง (ตอนแรกว่าจะอยู่กินข้าวกับพี่ไหม แต่ไม่ไหวจริง ๆ น้องขอโทษ)

ถึงบ้านฉันก็นั่งซ้อมร้องเพลงที่ซ้อมวันนี้อีกรอบนึง แล้วก็มานั่งอัพบล้อกเนี่ย เดี๋ยวไปอาบน้ำนอนละ พรุ่งนี้มีเรียนเช้า งือ เหนื่อยจัง

ต้มเนสวีต้ากินสักหน่อยดีกว่า อยากกินอะไรอุ่น ๆ ก่อนนอน








Create Date : 11 เมษายน 2559
Last Update : 11 เมษายน 2559 23:30:01 น.
Counter : 238 Pageviews.

0 comment
งานกลุ่มไม่ใช่เรื่องตลก




อาทิตย์ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๙

วันนี้ทำงานกลุ่ม ทั้งวัน

ตื่นเช้ามาก็เจอข้อความจากกี้ บอกว่าให้โทรกลับหากี้ทันทีเรื่องไปทำงานกลุ่ม ไม่ต้องห่วงว่ากี้จะหลับอยู่ (ปกติกี้ตื่น ๙ ถึง ๑๐ โมง และฉันก็โม้กับกี้ไว้ว่าฉันตื่นตีห้าทุกวัน แต่วันนี้ตื่น ๘ โมง กร๊ากก)

โทรหากี้ (เสียงกี้ไม่งัวเงียเลย)  "ฮัลโหลลล พี่ฟ้า ตื่นแล้วเหรอ"

"ตื่นแล้ว ตี่นตีห้าแล้วหลับต่อสามชั่วโมง" ฉันรับ "ฮ่าๆ เซ็งตัวเอง"

"โอเค วันนี้ถ้าพี่ฟ้าออกมาทำ EDP (ชื่อวิชา) กับกี้ได้จะวิเศษมาก"

"ได้นะ โอเคเลย" ทำต่อจากเมื่อวานสินะ ได้ ๆ ต้องการความช่วยเหลือจากกี้อยู่เหมือนกัน

หลังจากตกลงสถานที่ (จบลงที่สตาร์บัค เอสปานาทอีกแล้ว) ฉันก็อาบน้ำแต่งตัวเตรียมตัวออกไป

กว่าฉันจะไปถึงเอสปานาทก็ห้างเปิดพอดีสิบโมงกว่า นี่ถ้าตื่นมาเห็นข้อความกี้เร็วกว่านี้ฉันคงตื่นมาเล่นโยคะที่ฟิตเนตรอบเช้าสุด (เพราะฉันสมัครสมาชิก WE fitness สาขานี้ไว้ ต้องไปใช้ให้คุ้ม ๆ) แต่ก็ไม่เป็นไร ถ้างานเสร็จเร็วอาจจะไปเล่นรอบเย็น วันนี้วันเสาร์รอบเย็นสุดก็ห้าโมงครึ่ง

ทีนี้พอเจอกี้ ฉันก็ได้เห็นงานกี้ กี้ทำในเวิร์ดไม่ใช้ google doc แล้วฉันก็รู้แล้วว่าทำไม

เพราะกี้ตัดภาพมาใส่สัญลักษณ์พวกลูกศร คำอธิบาย บลา ๆ ซึ่งถ้าใช้ google doc มันทำไม่ได้ (มันเป็นงานทดสอบโปรแกรมทำบัญชีที่ต้องแคปรูปโปรแกรมบนหน้าจอมาอธิบาย เยอะแยะ)

นี่เหมือนต่อยหน้าฉันเลย เพราะฉันไม่คิดจะทำอะไรเว่อร์วังอลังการขนาดนั้น กลุ่มตัวอย่างของปีก่อน ๆ ที่ครูเอามาให้ดูก็แค่ print screen ระบบแปะ แล้วอธิบาย

กี้โหดสลัด

ทีนี้มันก็มีปัญหา เพราะฉันไม่เคยใช้เวิร์ดมากกว่าพิมพ์งาน เขียนชื่อลงHeading เลขหน้า  ทีนี้มาทำพวกกราฟฟิค ใส่ลูกศร ลากคำอธิบาย

ทำไม่เป็นโว้ยยย 

รู้สึกโง่คอมเลย ซึ่งมันทำให้คนเคยเป็นเด็กค่ายโอลิมปิกคอมอย่างฉันรู้สึกเสียเซลฟ์อย่างแรงมากมายมหาศาล T-T แต่ฉันก็ไม่ได้ใช้เวิร์ดนานมากจริง ๆ ทำแต่ใน iPad คอมนี่แค่ใช้เปิดปริ้นงานจัดอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น (ปกติไม่ค่อยได้ทำรีพอร์ตอะไรยาว ๆ )

พอฉันโวยกับกี้ว่าทำไม่เป็น กี้ก็สอนฉันใหญ่เลย แล้วก็บอกว่านี่ไม่เคยใช้จริง ๆ เหรอ ไม่น่าเชื่อ

ฉันยิ่งอารมณ์เสียกว่าเดิม ปกติฉันไม่อารมณ์เสียง่าย ๆ นะ (สงสัยเมนส์จะมา)

แล้วฉันก็ตั้งแง่ไว้ก่อนเลยว่าทำแบบนี้งานต้องยากขึ้นแน่ ๆ ยากขึ้นหลายเท่าเลย

แต่ก็นั่นแหล่ะ รุ้ว่ากี้ให้ทำแบบนี้เพื่องานที่ดี ฉันก็จะได้พัฒนาฝีมือการใช้ MSW ด้วย 

ทำไปทำมาก็รู้สึกว่ามันไม่ยากอย่างที่คิด แล้วดีกว่าที่คิดมาก ๆ สนุกด้วย ได้ความรู้ด้วย ชอบ

เออไม่น่าตั้งแง่เลย

แต่มันเยอะโคตร ฉันก็เปิด Textbook ดูตัวอย่างงานเก่า นั่งแคปหน้าจอ ทำเวิร์ด เขียนอธิบาย วนไปวนมาอยู่เนี่ย ตั้งแต่สิบเอ็ดโมงถึงหนึ่งทุ่ม

กี่ชั่วโมงอ่ะ แปดได้มั้ง พักกินข้าวแค่แป๊บเดียว (ข้าวเย็น ฉันไม่กินข้าวเที่ยง)

หลัง ๆ นี่เริ่มมึน ไม่รู้ทำถูกทำผิด

โอ้ยย หวังว่างาน Audit จริง ๆ จะไม่น่าเบื่อขนาดนี้นะ (อาชีพในอนาคต)

ในที่สุดฉันก็ทำเสร็จ ฉันกับกี้ทำกันคนละครึ่ง (แต่ทำไมฉันรู้สึกว่างานกี้ดูดีกว่าก็ไม่รู้)

ประกอบกับวันก่อนฉันทำงานลง google doc เป็นดราฟ และด้วยความที่เรียน BBA งานทุกอย่างต้องทำเป็นภาษาอังกฤษ แต่ดราฟฉันแกรมม่าง่อยหินมาก

โดนเพื่อนวิจารณ์ยกใหญ่เลย เพื่อนคงคิดว่าฉันไม่คิดอะไร (เพราะเป็นคนชิว ๆ) แต่ก็เสียเซลฟ์มากเหมือนกันนะ

วิชาการเขียนนี่เป็นวิชาที่ฉันโคตรจะทรมานกับการเรียนเลยตอนเรียน writing ปีสอง เพราะฉันก็ง่อย เพื่อนก็เก่ง สุดท้ายก็ได้ C+ มาครอง (เกรดปกติของฉันคือ B and B+ มี A บ้างประปราย)

นี่ผ่านไปสองปี การเขียนฉันก็ไม่ได้พัฒนาขึ้นเท่าไหร่ เพราะไม่เคยตั้งใจเขียนไม่ให้แกรมม่าผิดเลย ทำชุ่ย ๆ ตลอด เนื่องจากจะมีคนแก้ให้เสมอ (ไม่ในเวิร์ดที่แก้คำผิดก็จะมีคน proof งานให้ก่อนส่ง แล้วมันก็จะแก้แกรมม่าให้ฉันหมดเลย ตอนนั้นเรียนกับเพื่อนคนนั้นไม่ชอบมันมาก ๆ เพราะมันไม่เคยบอกเลยว่าฉันทำอะไรผิดยังไง แต่เอางานฉันไปแก้ทั้งหมด ทำงานกับคนแบบนี้เหมือนไม่เคยได้ทำอะไรอ่ะ มันไม่ได้ความรู้ และรู้สึกเหมือนโดนดูถูก) ประกอบกับไปเรียนญี่ปุ่นอีก ๑ ปี ภาษาอังกฤษไม่ได้ใช้เลย เทอมที่แล้วก็ไม่มีงานเขียนรีพอร์ตแบบนี้

พอโดนเพื่อนว่า ๆ แกรมม่าพี่ฟ้านี่โคตรจะรับไม่ได้อย่างแรง ทำให้ฉันดีใจก็ดีใจ สมเพชตัวเองก็สมเพชตัวเอง (ลึก ๆ แล้วต้องการเพื่อนแบบนี้มาตลอด เวลาเราไม่ดีก็ควรจะว่ากันตรง ๆ เราจะได้พัฒนา)

วันนี้ฉันเลยเกร็งนิด ๆ เวลาเขียน จะได้เขียนให้ถูก (เพื่อนจะได้ไม่ต้องไปแก้แล้วแก้อีกด้วยแหล่ะ)

สองทุ่มก็กลับมาบ้าน ฉันก็มานั่งอ่าน ฤดูร้อน ดอกไม้ไฟ และร่างไร้วิญญาณของฉัน จนจบ (สนุกมาก)

แล้วก็มานั่งย้ายบล้อกนี่แหล่ะ

คือตอนแรกฉันเข้าพันทิปไม่ได้ เพราะลืมรหัสผ่าน (ไม่ได้เปลี่ยนนานมากกกกกกก) ก็เลยว่าจะสมัครใหม่ ยืนยันตัวตนใหม่ แต่ทำไม่ได้ (เค้าบอกว่ารหัสนี้ใช้ยืนยันไปแล้ว) จะให้ติดต่อทีมงานพันทิพก็คงใช้เวลาหลายวัน ฉันเลยขุดค้นความทรงจำทั่วทุกอณูเพื่อระลึกชาติได้ถึงพาสเวิร์ดนั่นแล้ว และจัดการเปลี่ยนมันซะใหม่ (อย่าลืมอีกนะเมิง)

แล้วก็ต้องจำใจย้ายบล้อกที่เขียนมาทั้งอาทิตย์ก่อนมาไว้ที่บล้อกนี้ เพราะอันที่จริงจะลบออกก็เสียดายเหมือนกันแฮะ นี่ฉันอยู่กับพันทิปมานานขนาดนี้แล้วเหรอ ๕๕๕

แต่ไม่ค่อยได้เขียนบล้อกเลย

นี่ถ้าได้เขียนแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ก็ดีเหมือนกันนะ ฉันว่ามันก็สนุกดี ถือเป็นไดอารี่ด้วย นี่ถ้าหารูปเจอจะเอาไดอารี่ ๕๐ เล่มมาอวด ชอบเล่มหลัง ๆ อ่ะจะมีแต่งเรื่องสั้นเล่มละเรื่อง  (จำไม่ได้แล้วว่าแต่งอะไรไปบ้าง รู้แต่ว่าช่วงนั้นฟิตในสายวรรณศิลป์)

วันนี้อัพไดอารี่ตรงวัน (ได้ซักที) 



Create Date : 10 เมษายน 2559
Last Update : 11 เมษายน 2559 22:37:53 น.
Counter : 47 Pageviews.

0 comment
ทำงานกลุ่มวันละนิดจิตแจ่มใส


  ๙ เมษายน ๒๕๕๙

คณะบัญชีเป็นคณะที่งานกลุ่มเยอะ 

ฉันไม่รู้ว่าคณะอื่นเป็นยังไง แต่คณะที่ฉันเรียนเนี่ย บางเทอมเจองานกลุ่มทุกวิชา ทั้งแบบจับกลุ่มกันเอง และแบบสุ่มโดนคนไม่รู้จัก

มันฝึกให้เราได้ทำงานกับคนหลาย ๆ แบบ ซึ่งแต่ละกลุ่มก็จะมีวิธีแบ่งงานไม่เหมือนกัน

ฉันค่อนข้างมีความสุขกับกลุ่มเพื่อนปัจจุบันนี้มาก ทุกคนเก่ง และให้เกียรติกัน ให้โอกาสเพื่อนได้เก่งได้เติบโต

วันนี้ก็วุ่นวาย ตื่นเช้ามานั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบ (อีกสองอาทิตย์จะสอบแล้ว แต่ฉันมีภารกิจมากมาย ทั้งต้องซ้อมคอนเสิร์ต CKT ทั้งสอนพิเศษ ทั้งแปลการ์ตูน ทั้งทำงานกลุ่ม)

ตอนเช้าอ่านได้ไม่เท่าไหร่ก็บ่ายแล้ว ต้องไปซ้อมคอนเสิร์ตที่ชมรม คนมาน้อยตามปกติวิสัยของวันเสาร์ ซึ่งจำเป็นต้องมีซ้อมเพื่อให้รุ่นพี่ที่เรียนจบไปแล้วสามารถเข้ามาซ้อมได้ (ส่วนเด็กบางคนก็ไม่สามารถจะออกจากบ้านมาทำงานชมรมได้ เพราะบ้านไกล ไม่สะดวก ฯลฯ)

ตอนเย็นฉันก็ไปนั่งอ่านหนังสือ เย็นวันเสาร์จะเป็นช่วง Fun Reading Time ของฉัน คือฉันจะไปที่ ๆ มีหนังสือ เช่นห้องสมุด ร้านหนังสือ แล้วนั่งอ่านหนังสือที่สนใจให้จบหนึ่งเล่ม ไม่จบต้องยืมหรือซื้อกลับมาอ่านต่อให้จบ เพราะปีนี้ตั้งใจจะอ่านหนังสือให้ครบ ๕๕ เล่ม (ตอนนี้ได้ ๑๑ เล่มเอง เดือนสี่แล้วเนี่ย) หนังสือที่หยิบมาอ่านวันนี้คือ "ฤดูร้อน ดอกไม้ไฟ และร่างไร้วิญญาณของฉัน" ซึ่งเคยเห็นและอยากอ่านมานานแต่ก็ไม่ได้หามาอ่านสักที

พึ่งรู้ว่าคนเขียนอายุแค่ ๑๖ แต่เขียนได้ดีมาก ฉันว่านิยายแนวลึกลับก็มีสเน่ห์ในตัวของมันนะ ชอบเรื่องนี้มาก 

พออ่านได้เรื่องนึง (มันเป็นเรื่องสั้น มีสองเรื่องในเล่ม) ฉันก็ไปทำงานกลุ่ม (ทำในเน็ต โทรคุยกับเพื่อน) ฉันไปนั่งทำร้านชานม แล้วก็ย้ายไปนั่ง Too fast too sleep กับน้องสาว

เดี๋ยวนี้ Too fast too sleep จัดใหม่แตกต่างจากตอนที่ฉันเคยมามาก (สมัยสองปีก่อน) หลังจากกลับจากแลกเปลี่ยนฉันก็ไม่ได้ไปที่นั่นอีก วันนี้พึ่งจะได้เข้าไปในส่วนที่เขาสร้างใหม่ (ชั้นหนึ่ง)

น่านั่งมาก จัดบรรยากาศเหมือนสวนชิว ๆ นั่งสบาย แต่งที่นั่งเป็นชิงช้า มีต้นไม้ปลอม หญ้าเทียมปูแทนพรม

โห ฉันชอบมาก เสียอย่างเดียวงกไวไฟนี่แหล่ะ 

ฉันก็เลยต้องแชร์เน็ตมือถือทำงานกลุ่ม (ซึ่งก็โอเคอ่ะพอถูไถ)

ฉันกลับถึงาบ้านเที่ยงคืนพอดี ได้ยิน MRT ประกาศว่ารถขบวนสุดท้ายจะเข้าภายในสามนาที

เหนื่อยมาากกกก พอถึงบ้านเพื่อนก็โทรมาคุยเรื่องงานกลุ่มต่ออีก แต่ ณ จุด ๆ นี้ฉันทำไม่ไหวแล้วจ้ะ ขอทำต่อพรุ่งนี้แล้วกัน นี่เขียนไดอารี่ยังขี้เกียจเลย ไม่งั้นมีอะไรเม้าท์อีกเยอะ

เจอบัตรประชาชนแล้วล่ะ จะยืนยันตัวตนผ่านไหมนะ เพราะบัตรนี้เคยใช้ไปแล้ว ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากเปิดชื่อใหม่ลบชื่อเก่าไปเลย





Create Date : 10 เมษายน 2559



Create Date : 10 เมษายน 2559
Last Update : 10 เมษายน 2559 21:54:38 น.
Counter : 58 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

นิมมาน
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ยินดีที่ได้รู้จัก หวังว่าเราจะได้ทำดีต่อกัน

ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใด ทำซ้ำ คัดลอก ดัดแปลง แก้ไข หรือเผยแพร่ ไม่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดใน Blog นี้ ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าจะเป็นการส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด