All Blog
Multi Rural Study Trip 3rd day


May8-Multi Rural 3rd day

วันนี้ฉันตื่นเช้ากว่าเพื่อน คือมันรู้สึกตัวตื่นเอง ประมาณหกโมงเช้า ฉันก็เลยไปเข้าห้องน้ำเลย เพราะที่โฮมสเตย์มีห้องน้ำแค่สองห้อง

อาจารย์นัดพวกเราให้ไปเจอกันที่โรงเรียนตอนแปดโมงเช้า พวกเราไปกินข้าวกันตอนเจ็ดโมงห้าสิบกว่า ก็เลยโซ้ยกันอย่างเร็ว แล้วก็รีบ ๆ ล้างจาน แต่ป้าเขาทำต้มถั่วเขียวให้ฉันเพราะฉันเป็นร้อนใน ก็เลยต้องนั่งกิน เสร็จช้ากว่าเพื่อน พอฉันเสร็จเพื่อน ๆ ก็ออกไปกันหมดแล้ว ลุงที่บ้านสงสารก็เลยขี่มอร์ไซมาส่งฉันที่โรงเรียน (ฉันก็เลยไปถึงโรงเรียนเป็นคนแรกแม้จะออกเป็นคนสุดท้าย)

วันนี้ไม่มีการพรีเซ้นต์อะไร แค่มานั่งคุยกันแล้วก็ออกไปเก็บข้อมูลเพิ่ม แต่กลุ่มฉันเก็บข้อมูลเสร็จแล้ว ก็เลยนั่งทำงานอย่างเดียว ก็แบ่งกันทำ ๆ ไป ฉันก็ได้รับงานนั่งสรุปข้อมูลให้เป็นไฟล์เวิร์ด เพื่อเอาลงรายงาน แต่ด้วยความห่วยภาษาอังกฤษ (คือห่วยกว่าเพื่อนคนอื่น) เจนซึ่งมานั่งดูฉันทำงานทนไม่ได้ ก็เลยแย่งงานฉันไปทำ (ซะงั้น) ฉันก็เลยว่างงานเลย 

วันนี้มีการโชว์เผาข้าวหลามให้ดูที่โรงเรียน แต่ฉันนั่งทำงานให้กับกลุ่มอยู่บวกกับไม่ค่อยสนใจ เลยไปไม่ทันดูเค้ายัดข้าวใส่กระบอกไม้ไผ่ เห็นแค่ตอนเค้าเอาใบเตยมาปิดจุก แล้วเอาใส่โอ่งไปเผา

พอดูเขาเผาเสร็จ พวกเราก็ถูกเรียกให้ไปดูการกวนกระยาสารท (ภูมิปัญญาไทยพวน) ก็เลยส่งบางคนไป บางคนก็เฝ้าโรงเรียนอยู่ที่นี่ ฉันไปกับกลุ่มกวนกระยาสารท

พวกเรานั่งรถตู้ไป อาจารย์ก็ไปด้วย ไปถึงเป็นบ้านไม้เล็ก ๆ มีกะทะเหล็กแบบใหญ่มากกกกก อยู่ตรงกลาง แล้วตรงเฉลียงบ้านก็มีคุณป้านั่งอยู่สองคน 

ไปถึงพวกเราก็ช่วยกันคั่วถั่ว ทำข้าวพอง แล้วก็คั่วงา อาจารย์ก็มาสอนวิธีทำ

พวกเราได้เห็นของใช้ในครัวหลาย ๆ อย่าง เช่นกระต่ายขูดมะพร้าว (เจนไม่รู้จัก แล้วก็พยายามหาแนวร่วมคนที่ไม่รู้จักเหมือนเจน) 

พอทำเสร็จก็มาช่วยกันแพ็คใส่ถุงยักษ์ แล้วก็ทำให้มันแบน ๆ จะได้เอาไปตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ ได้ง่าย พวกเราได้กินส่วนเหลือด้วย อร่อยมากกก มันฉ่ำ ๆ กรอบ ๆ หวาน ๆ 

พอเสร็จพวกเราก็เดินทางไปพิพิธภัณฑ์ไทยพวน เป็นตึกไม้สองชั้นเล็ก ๆ ข้างในมีของใช้โบราณอยู่หลายชิ้น ซึ่งความจริงก็ไม่ต่างจากของไทยสักเท่าไหร่หรอก มีเงินมีของเล่นไม้สมัยโบราณด้วย พวกเราก็ได้รับอนุญาตให้เอามาเล่นกัน เช่นไม้ยาวที่มีข้อสำหรับเดินงี้ ทุกคนก็พยายามลอง แต่ทำไม่ได้ พอป้ามาทำให้ดูมันดูง่ายมาก ๕๕๕

กลับมาถึงก็ช่วยกันทำรายงานต่อจนเย็น

ตอนเย็นได้กินข้าวเย็นที่โรงเรียนรวมกับกลุ่มอื่น ๆ ไม่อร่อยเลย มีแต่ของเผ็ดด้วย และก็ผัก ฉันไม่ได้เรื่องมากหรอก อร่อยไม่อร่อยฉันก็กินได้(ขอแค่สะอาด กินแล้วไม่ท้องเสีย) แต่สงสารบางคนที่กินอะไรอย่างนี้ไม่ได้ (บางคนไม่กินเผ็ดและผัก ชีวิตโคตรลำบากอ่ะ แต่ข้างโรงเรียนมีร้านขายของชำมันก็เลยไปซื้อมาม่ามานั่งกิน)

กว่าจะได้กลับก็มืดแล้ว ลุงก็เลยขี่มอร์ไซมารับพวกเรา แต่รับนี่ก็คือขี่ตามหลังพวกเราเดินแหล่ะ เพราะรอบข้างมันมืดไปหมด เดี๋ยวเกิดอันตราย ลุงเค้าเป็นห่วง

ไปถึงบ้านเราก็นั่งทำงานกันต่อ วันนี้ฉันให้คอมวิลลี่ไปทำรีพอร์ตต่อ (เพราะวิลลี่ใช้คอมฉันทำรีพอร์ต) วิลลี่เป็นผู้ชายคนเดียวในกลุ่มก็เลยนอนคนละบ้าน ตอนเย็นฉันไม่มีคอมใช้ฉันก็เลยนั่งเขียนกระดาษยักษ์สำหรับพรีเซ้นต์วันพรุ่งนี้ 

รู้สึกไม่ค่อยได้ช่วยงานเพื่อนเท่าไหร่เลยแฮะ เพราะเหมือนเด็กกลุ่มนี้เก่งมากก็เลยทำทุกกันเอง แล้วฉันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ที่ฉันได้ทำก็มีเก็บข้อมูล แล้วก็ถามคำถามสัมภาษณ์ชาวบ้านให้ ส่วนพวกวิเคราะห์อะไรแบบนี้ก็ให้เพื่อนทำไป พรีเซ้นต์ก็มีคนจองไปหมดแล้ว (วิลลี่ภาษาไทยไม่แข็งก็เลยรับงานส่วนที่เป็นภาษาอังกฤษไปทำทั้งหมด)




Create Date : 15 พฤษภาคม 2559
Last Update : 15 พฤษภาคม 2559 0:37:32 น.
Counter : 41 Pageviews.

0 comment
Multi Rural Study Trip 2nd day


  เสาร์ ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๙

วันนี้ต้องตื่นตั้งแต่หกโมงเช้า เพราะป้าที่บ้านมาปลุก ป้าเดือนเพ็ญที่เป็นหัวหน้ากลุ่มต้อนรับนัดป้าที่ทำมะม่วงกวนไว้ให้ ต้องไปดูตอน ๗ โมงเช้า

แต่ปรากฏว่าป้าเพ็ญศรีมาถึงบ้านพวกเราตอนหกโมงครึ่ง พวกเราก็เลยต้องรีบแต่งตัวกันออกมา ก็ทันเจ็ดโมงนะ 

เดินไปประมาณ ๕๐๐ เมตร ตามถนนหนทางก็มีหมาจรจัด หรือไม่ก็หมาเลี้ยงที่เจ้าของเลี้ยงแบบปล่อย เดินมาเห่าพวกเราเป็นระยะ ๆ ป้าเดือนเพ็ญก็ถือไม้แถวนั้นเอาไว้กันหมา แต่หมาพวกนี้ก็มาเห่า ๆ เฉย ๆ ไม่กัดหรอก

ระหว่างทางก็มีต้นไม้ข้างทางเยอะแยะ ถนนเป็นดินลูกรัง แต่ตอนเช้า ๆ อากาศในชนบทดีมาก เพียงแต่อากาศร้อน (ประมาณ ๓๐ องศา)

มาถึงบ้านมะม่วงกวนที่อยู่ท้ายซอย ก็เห็นป้าสองคนกำลังเอามะม่วงที่ปั่นจนเละเป็นน้ำออกมาทาเป็นแผ่นกลม ๆ ที่ไม้กระดานที่วางโรยแป้งเอาไว้ 

เราก็ถามป้าทั้งสองเกี่ยวกับกรรมวิธีการทำมะม่วงกวน มะม่วงพรรณไหน ต้องผสมอย่างอื่นไหม 

แต่แล้วเราก็สรุปว่าอันนี้มันไม่เชิงเป็น local wisdom (หัวข้อรายงานกลุ่มฉัน) เพราะภาคอื่น ๆ จังหวัดอื่น ๆ ก็มีเหมือนกัน ยังเอามาเป็นจุดขายให้หมู่บ้านนี้ไม่ได้

ป้ามะม่วงกวนก็ให้มะม่วงกวนกินกันคนละแผ่น แล้วพวกเราก็เดินกลับบ้านไปทานข้าวเช้ากับอาบน้ำกัน

ไปถึงโรงเรียนประมาณแปดโมงสิบนาที กลุ่มอื่นมาถึงกันแล้ว (วันนี้สายง่ะ) พอนั่งคุยกันจนถึงเก้าโมงอาจารย์ก็ให้แต่ละกลุ่มออกมานำเสนอ proposal ที่เขียนกันเมื่อคืนให้อาจารย์ที่มาในทริปนี้ฟัง เพื่อสรุปว่ามันโอเคมั้ย อาจารย์ก็มาหลายคน จากคณะวิทยาศาสตร์บ้าง คณะมนุษย์ศาสตร์บ้าง คณะวิศวะบ้าง คณะบัญชีบ้าง เพราะความจริงตัวนี้เป็นวิชา Gen Ed (ที่ BBA บังคับให้ลง)

พอนำเสนอ proposal เสร็จ พวกเราก็ค้นพบความจริงที่ว่า
๑. อาจารย์ไม่สามัคคีกันเลย คนนึงแนะนำอย่างนึง อีกคนต้องการอีกอย่าง (อาจารย์ช่วยไปคุยกันเองก่อนแล้วค่อยมาคอมเม้นต์ได้ไหมคะ นิสิตงง)
๒. มีอาจารย์ที่เข้มงวดเรื่องการใช้คำมาก ๆ คือเราต้องอธิบายให้ได้ว่า local wisdom คืออะไร develop คืออะไร ไม่ใช่คิดสักจะใส่ก็ใส่มา ไม่งั้นงานวิจัยจะเกิดความงงให้แก่ผู้มาศึกษาต่อแทนที่จะสร้างความรู้ ซึ่งทำให้พวกเราต้องไปหา definition มาอธิบายให้อาจารย์ดูแทบทุกคำที่มี
๓. กลุ่มฉันต้องแก้ objective ใหม่ทั้งหมด เพราะมันไม่ตรงกับสิ่งที่เรียกว่า objective ซึ่งถามคนนึงได้คำตอบอย่างนึง ถามอีกคนก็ได้อีกอย่าง งงโคตร

โอเค กลุ่มฉันพรีเซ้นต์เสร็จก็เลยนั่งประชุมกันอีกรอบ ก็มีอาจารย์แวะเวียนเข้ามาให้คำปรึกษาหลายคน อาจารย์ก็ประชุมกันว่าอาจารย์คนไหนจะประกบกลุ่มไหน เพราะต้องมีคนช่วยให้คำปรึกษาหลักประจำกลุ่ม (แต่เราก็ไปถามอาจารย์คนอื่นได้แหล่ะ เพราะอาจารย์ทุกคนมี % การให้คะแนนเท่า ๆ กัน)

กลุ่มฉันได้อาจารย์สิริพรรณ แกเป็นอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างไรฉันก็ไม่ทราบ แต่อาจารย์ก็ให้คำแนะนำที่ดีมาก พยายามแนะแนวให้เราได้คะแนนจริง ๆ แล้วอาจารย์ก็ไม่บังคับว่าเราต้องทำตามที่อาจารย์บอกด้วย คือให้คำแนะนำมา แล้วก็บอกว่านิสิตจะเอาไปใช้หรือไม่ให้นิสิตพิจารณาเอง เพราะคะแนนเป็นของนิสิตไม่ใช่ของอาจารย์

พวกเราก็นั่งแก้ objective กัน แล้วคุณลุงพิบูลย์ซึ่งเป็นต้นคิดในการเปิดพิพิธภัณฑ์ไทยพวนก็มาหาตามที่นัดไว้ แล้วพวกเราก็ได้สัมภาษณ์คุณลุงเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยพวน ได้ความรู้มาเยอะแยะ ลุงบอกว่าอยากเข้าไปดูวันไหนให้บอกจะพาไป ลุงเป็นคนเงียบ ๆ ขรึม ๆ แล้วก็เน้นเหลือเกินว่านี่ลุงทำเพราะลุงอาสามาไม่ได้มีใครจ้างมา ลุงไม่ได้อะไรเลยนอกจากความสุขใจที่ได้แชร์ความรู้กับเด็กรุ่นหลัง

พวกเราก็มาสรุปกันว่าเอ้า จะทำเรื่องนี้แหล่ะ คือการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม นั่งคิด objective กันใหม่ แล้วก็ออกไปเก็บข้อมูลช่วยกัน แบ่งกันไป สองคนวาดแผนที่ สองคนไปสัมภาษณ์ สามคนนั่งอยู่ที่โรงเรียนคิดเรื่องวิธีแก้ปัญหา

ฉันอยู่กลุ่มสัมภาษณ์ ฉันก็เลยต้องไปสัมภาษณ์คนที่ทำเกี่ยวกับภูมิปัญญาชาวบ้าน ก็เลยติดรถตู้ออกจากโรงเรียนจะไปบ้านหมอแต๋นซึ่งเป็นหมอนวดของหมู่บ้านนี้ เพราะที่นี่เรื่องการนวดสมุนไพรนี่ดังมากถึงกับมีคนยอมเดินทางจากกรุงเทพเพื่อมานวดกับหมอคนนี้และเรียนวิชาการนวดกลับไปเลย

แต่พอนั่งรถสักพักปรากฏว่าหมอไม่อยู่บ้าน ก็เลยนั่งรถวนกลับมาโรงเรียน

แล้วฉันก็นั่งทำโน่นทำนี่ไปสักพัก (งานจิปาถะเช่นอ่านรายงานปีที่แล้วอะไรงี้) แล้วพวกเราก็กลับบ้านไปสัมภาษณ์ป้าครองขวัญ ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านสมุนไพร พึ่งรู้นี่แหล่ะว่าป้าแกใช้สมุนไพรเก่งมาก ๆ มีผลิตภัณฑ์ขายมากมาย ส่งขอ อย. ด้วยนะ 

พอสัมภาษณ์เสร็จพวกเราก็นั่งรอสี่โมงเย็น เพราะต้องออกไปโรงเรียนเพื่อไปเยี่ยมชมตลาดน้ำสี่ภาษา

ตลาดน้ำสี่ภาษานี่พึ่งตั้งขึ้นมาได้ไม่กี่เดือน แล้วก็เงียบเหงามาก ๆ ๆ ๆ ๆ  พวกผู้ใหญ่บ้านก็พยายามจะดันให้มันคึกคัก แต่พอพวกเราไปถึงก็เห็นความเงียบของมัน คือมีร้านอยู่ประมาณ ๑๐ ร้านเท่านั้น แล้วตั้งแยกกันโหรงเหรงมาก คนเดินก็มีแค่หยิบมือเดียว (ดูเหมือนจะเป็นญาติ ๆ ของคนที่มาขายซะด้วยสิ...) กลุ่มฉันได้ทีก็เดินสัมภาษณ์คนในตลาดนั่นแหล่ะ จริง ๆ ท้ายตลาดมันจะมีตึกคอนกรีตชั้นเดียวอยู่ มีลานโล่ง อาจารย์ให้พวกเราไปนั่งฟังการทำตะกร้อตะแกรงซึ่งเป็นสินค้าส่งออกไปขายในเมืองอันน่าภาคภูมิใจของคนในตำบลนี้ แต่ฉันไม่ได้ไปฟังเพราะฉันร่อนไปร่อนมาสัมภาษณ์คนนั้นคนนี้อยู่

พอเสร็จจากตลาดน้ำสี่ภาษาซึ่งทั้งร้อนและแห้งแล้ง พวกเราก็กลับบ้านไปทานข้าวแสนอร่อยฝีมือป้าครองขวัญกัน

เย็นวันนั้นพวกเราก็เอาข้อมูลที่สัมภาษณ์ได้มาพิมพ์ใส่ไฟล์เพื่อรวมกันเป็นไฟล์เดียว พอเสร็จฉันก็ไปอาบน้ำ กลับมาถึงห้องทุกคนก็ปิดไฟนอนกันแล้ว ฉันก็เลยนอนเลย (ไม่ได้อ่านหนังสือเลย ฮือ ๆ)





Create Date : 15 พฤษภาคม 2559
Last Update : 15 พฤษภาคม 2559 0:36:49 น.
Counter : 139 Pageviews.

0 comment
Multi Rural Study Trip 1st day


  ศุกร์ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๙

วันนี้สนุกมากเลย

เป็นวันเข้าค่าย study trip วันแรก (วิชา multi rural) (เมื่อวานก็ไม่ได้เขียนไดอารี่อีกแล้วเพราะโดนน้องยึดคอมไปเล่นเกมซิม จริง ๆ ฉันจะเขียนเครื่องอื่นก็ได้แหล่ะแต่พอดีว่าขี้เกียจเปิด)

ตื่นเพราะน้องสาวปลุก "ฟ้า เราควรจะตื่นได้แล้วนะ"

ฉันก็เลยลุกมาอาบน้ำแต่งตัว วันนี้นัดกันใส่เสื้อสีฟ้า (สีคณะ) แล้วนัดเจอกันหน้าตึกศศินทร์ ซึ่งห่างคณะแบบคนละฟากฝั่งของมหาลัย ฉันก็เลยตัดสินใจเรียกแท็กซี่จากคอนโดไปมหาลัยเลย (ของเยอะด้วยแหล่ะ มีกระเป๋าเดินทาง)

พอไปถึงก็มีคนไปรอกันอยู่หน้ารสบัสแล้ว นั่งรถประมาณสองชม.ก็ถึงปราจีนบุรี

พอไปถึงตำบลบ้านดงกระทงยาม ก็ได้ดอกไม้ใบตองจากชาวบ้านที่เตรียมการต้อนรับอยู่ แล้วเค้าก็กล่าวต้อนรับ เอาน้ำอัญชัญเย็น ๆ มาให้ดื่ม แล้วก็รำไทยให้ดูหนึ่งเพลง 

ต้อนรับดีมากกกก ทำให้พวกเราอารมณ์ดีขึ้น แม้ว่าจะร้อนมาก

พอเสร็จทุกคนก็แยกย้ายไปบ้านพัก ครั้งนี้คณะอาจารย์ติดต่อมาทางชุมชนเค้าก็หาบ้านพักโฮมสเตย์ให้เราอยู่กัน บ้านละเจ็ดคน สิบคน บางหลังก็มีแอร์ บางหลังก็ไม่มีแอร์ 

บ้านฉันดีมากเลย มีแอร์ในห้องนอนให้ แต่ต้องจ่ายค่าไฟช่วยเค้า ซึ่งพวกเราก็โอเคมาก

กลุ่มน้อง ๆ ที่มาด้วยครั้งนี้ไม่ใช่กลุ่มปกติที่ฉันทำงานด้วยทั้งเทอม เพราะกลุ่มนึงมีสมาชิกได้ไม่เกิน ๘ คน แต่กลุ่มฉันมี ๑๐ คน ฉันก็เลยโดนลากมาอยู่กลุ่มนี้โดยน้องเจน (เจนทะเลาะกับเพื่อนสนิทชื่อเหมยลี่ เหมยลี่กับเจนก็เลยไม่อยู่ด้วยกัน แต่เจนไม่อยากแยกไปคนเดียวก็เลยเอาฉันไปด้วย) แต่ฉันก็โอเคสามารถอยู่ได้กับทุกคนแหล่ะ น้องกลุ่มนี้ก็ดีนะ ไม่เรื่องมากดี ตอนกินข้าวด้วยกันทุกคนก็กินได้ทุกอย่าง เป็นที่น่าชื่นใจแก่โฮสต์มาก ๆ พวกฉันไปอยู่บ้านของคุณวีระ กับคุณครองขวัญ ช่างเก็บ

แล้วทุกคนก็ขยันกันมากมาย คือพอมีงานก็ทำกันอย่างรวดเร็ว ฉันว่าคงเสร็จภายในสามวัน

นี่พอเก็บของเสร็จแล้วเราก็กลับมากินข้าวเที่ยงที่โรงเรียน ข้าวอร่อยมากมายก่ายกอง ข้าวกล้องด้วยนะ ฉันปลื้มมาก มีของหวานเป็นทับทิมกรอบ

ตอนบ่ายเราออกไปสำรวจหมู่บ้านกัน โดยแบ่งกลุ่มย่อยออกให้ทุกกลุ่มมีสมาชิกกระจายไปทุกส่วนของหมู่บ้าน

ฉันก็ไปมาสามบ้าน แต่แบ่งเวลาไม่ค่อยดี ก็เลยกลับไปโรงเรียนช้าไปหน่อย พี่เม้ง TA เค้าก็ส่งข้อความมาเรียกกลับไป ๕๕๕

ฉันไปสำรวจหมู่สามมา มีป้าคนนึง(น่าจะชื่อเฉลียว) เดินนำทางเราไป ป้าเค้าก็พาไปหาบ้านคนรู้จักเค้านั่นแหล่ะ คนแรกเป็นครูเกษียรอายุ ซึ่งบริเวณบ้านกว้างใหญ่มากกก พวกเราต้องเดินจากหน้าบ้านเข้าไปถึงบ้านประมาณสองร้อยเมตรแน่ะ เลี้ยงหมาใหญ่เยอะแยะเลย (เห่าต้อนรับแขกด้วย แต่ไม่กัดนะ)

เข้าบ้านเค้าแล้วก็ไปสัมภาษณ์ ถามประมาณว่าบ้านนี้มีสมาชิกกี่คน ทำอาชีพอะไรบ้าง การศึกษานิยมทำเป็นยังไง อยากให้หมู่บ้านปรับปรุงอะไร ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น วิถีชีวิตประจำวัน บลา ๆ ๆ 

กลุ่มหลักฉันทำเรื่องวัฒนธรรม แต่ฉันก็ต้องฟังข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มอื่น ๆ ด้วย

บ้านหลังที่สองก็ไปบ้านไม้หลังหนึ่ง ที่มีเลี้ยงไก่หน้าบ้าน แล้วก็มีมอร์ไซจอดเยอะๆ ไปถึงเค้าก็ยกเก้าอี้มาให้ทุกคนนั่งแล้วเราก็สัมภาษณ์กัน (ซึ่งเค้าก็ตอบคล้าย ๆ บ้านแรก)

บ้านที่สามก็ไปสำรวจอีกครอบครัว บ้านนี้ไม่มีบริเวณปลูกผัก แต่อยู่กันเยอะมาก มีเด็กเล็กกับคนแก่ด้วย ส่วนคนสาว ๆ ทำงานเป็นครูอยู่

ทุกบ้านทำนา ทุกบ้านมีคนแก่ ทุกบ้านโคตรรักหมู่บ้าน แล้วก็พาลูกพาหลานไปร่วมงานประเพณีทุกปี ๆ

แต่เค้าบอกเหมือนกันว่าที่นี่น้ำประปามาไม่ถึง ทำให้ชาวบ้านลำบากกันมาก เพราะปลูกผักกินเหมือนทุกปีไม่ได้ (เค้าใช้น้ำบาดาลกัน แต่ปีนี้ไม่มีน้ำเลย แม่น้ำก็แห้ง ขุ่น ตักมาใช้บริโภคไม่ได้)

กลับมาถึงโรงเรียนก็นั่งเป็นกลุ่มหลัก แล้วก็ทำงานกัน คือคุยกันว่าเมื่อกี้แยกกันไปสำรวจตามส่วนต่าง ๆ ของหมู่บ้านเจออะไรมาบ้าง แล้วก็คิดว่าเราควรจะทำสำรวจเรื่องอะไร มันเป็นโปรเจ็คปรับปรุงชุมชนน่ะ

กลุ่มฉันก็สรุปว่าจะทำเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพราะที่นี่ก็มีอะไรที่ต่างชาติน่าจะสนใจบ้างอยู่ แต่การประชาสัมพันธ์ยังไม่พอทำให้ไม่ค่อยมีคนเข้ามา

ก็ปรึกษากับอาจารย์ที่มา วิชานี้มีอาจารย์สอนหลายคน ก็มาทริปเพื่อให้คำปรึกษากันเยอะ พวกฉันก็ต้องเลือกว่าอาจารย์คนไหนจะช่วยเขียน proposal ได้บ้าง

คือมันต้องทำ research question, research title, objective และอื่น ๆ ไปพรีเซ้นต์ตอนเช้าของวันพรุ่งนี้ พร้อมกับสำรวจหมู่บ้านเชิงลึก

พวกเราก็เลยติดต่อชาวบ้านที่อยู่ตรงนั้นว่ามีใครมีวัฒนธรรมอะไรให้เราเข้าไปดูบ้าง แล้วพรุ่งนี้เราก็นัดจะเข้าไปดูเค้าทำขนมจีน/ข้าวหลาม/มะม่วงกวน/พิพิธภัณฑ์ของใช้ท้องถิ่น (ทำไมมันดูเที่ยวมาก ๆ เลยฟระ ๕๕๕ กลุ่มฉันโชคดีจัง)

แล้วเราก็เดินกลับบ้านพักที่เรามาพัก (มันไม่ไกล เดินไปถึง)

มีแอร์ด้วยยยย ดีใจมากกกก คือไม่ใช่ทุกบ้านจะมีแอร์นะ ห้องน้ำก็สะอาด แถมคุณลุงคุณป้าก็ใจดีมาก ๆ ทำอาหารให้กินอร่อยด้วย แล้วก็เอามะม่วงมันมาให้เรากินด้วย บอกว่ามีมะม่วงให้กินทุกวันเลย (ฉันชอบกินมะม่วงอ่ะ สวรรค์มากกกก)

พอกินข้าวเสร็จเราก็ช่วยกันล้างจานทำความสะอาดโต๊ะอาหารให้เจ้าของบ้าน แล้วฉันก็นั่งคุยกับคุณลุงคุณป้า ได้คุยกันหลายเรื่อง บาปบุญคุณโทษ วิถีชีวิตของชาวบ้าน ฯลฯ ฉันนั่งคุยอยู่คนเดียว น้อง ๆ เข้าไปพักผ่อนกันในห้องแอร์

พอคุยเสร็จฉันก็อาบน้ำ แล้วเราก็นั่งเล่นกันพักหนึ่ง ก่อนจะลุกมาเตรียมนำเสนอ Proposal สำหรับพรุ่งนี้เช้า น้องในกลุ่มชื่อบีวาดรูปเก่งมากเลย เราก็ทำเสร็จประมาณ ๕ ทุ่มแล้วก็เข้านอนกัน 






Create Date : 15 พฤษภาคม 2559
Last Update : 15 พฤษภาคม 2559 0:34:59 น.
Counter : 61 Pageviews.

0 comment
สอบเสร็จแล้ว


  พุธ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๙

ไม่ได้เขียนบล้อกมาสองวัน เพราะสลบคาเตียงทั้งสองวันเลย ไม่ได้สวดมนต์ด้วย

เพราะอ่านหนังสือเตรียมสอบน่ะ ส่วนเมื่อวานสอบเสร็จก็เตรียมพรีเซ้นต์งานวันนี้ ก็เลยน็อค มันเหมือนนอนดึกตีสองตีสามติดกันมาหลายวันแล้วด้วยแหล่ะ ก็เลยเหนื่อยมาก แบบหมดแรง

วันนี้ก็มีพรีเซ้นต์ที่มหาลัย วิชา EDP ความจริงรายงานทำเสร็จนานมากแล้ว ตั้งแต่ก่อนสอบหนึ่งอาทิตย์ แต่ว่ารอพรีเซ้นต์หลังสอบเสร็จ เพราะอาจารย์ใจดี บอกว่าเอาเวลาไปอ่านหนังสือเตรียมสอบเถอะ ส่วนของครูรอหลังสอบเสร็จก็ได้ (ใจดีมากกกก)

พอสอบเสร็จก็เลยยังไม่เสร็จ ต้องมานั่งทำสไลด์เพื่อพรีเซ้นต์ต่อ ๕๕๕ แล้วเพื่อน ๆ กลุ่มฉันนี่ก็ทำงานละเอียดแบบทุกเม็ดทุกหน่วยจริง ๆ ผิดนิดหน่อยก็นั่งแก้สามสี่ชม.แล้ว (งานนี้จริง ๆ อาจารย์ก็ไม่ได้โหดมากนะ แค่เพื่อนเป็น perfectionist)

พอฉันทำเสร็จฉันก็สลบถึงเช้าเลย เพราะฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ด้วย

เมื่อวานตอนสอบเสร็จเพื่อนทั้งเมเจอร์ก็พากันไปเล่น Lazgam กัน เป็นเกมยิงเลเซอร์ (จริง ๆ ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย) สนุกมากกกก วิ่งไปวิ่งมายิงเลเซอร์ใส่เพื่อน ๕๕๕ แต่แพงไปนิด(สำหรับฉันนะ)

วันนี้ตื่นเช้ามาสดชื่นมากเลย ได้นอนเต็มอิ่ม ฉันก็เลยทำความสะอาดห้อง เก็บโต๊ะกลางบ้าน เปลี่ยนผ้าปูที่นอน ซักผ้า ร้องเพลงไปด้วย (ฉันชอบร้องเพลงเวลาเก็บบ้าน)

แล้วตอนเที่ยงก็ออกไปกินบาร์บีคิวพลาซ่ากับน้องสาวน้องชาย (ฉันอยากกินน่ะ) แล้วก็เอา iPhone3gs ไป Downgrade คือฉันอัพมันเป็น ios7 แล้วเครื่องล็อคเลย เปิดไม่ได้ พอเปิดเน็ตดูก็แบบต้องลงโปรแกรมใหม่โหลดโน่นโหลดนี่เพื่อปลดล็อค ฉันก็ขี้เกียจก็เลยเอาไปให้ร้านทำให้ (ซึ่งเค้าก็เปิด google/youtube หาวิธีทำเหมือนฉันนี่แหล่ะ ๕๕๕ ไม่น่าเลยกรู หาเรื่องเสียตังค์นี่หว่า นึกว่าคนที่ร้านจะมีความรู้เยอะกว่าหรือโหลด iTunes vesion เก่าเอาไว้แล้วซะอีก นี่ก็ไม่ต่างกัน)

เค้าทำนานมากเลย สี่ห้าชม.แน่ะ ฉันก็เลยไปพรีเซ้นต์ก่อนแล้วค่อยกลับมาเอา ในที่สุดก็ได้ iPhone3gs กลับมาฟังเพลงเปิดดิก

คือตอนนี้ฉันเล่นเกม shironeko project ใน Samsung Galaxy Note 5 แล้วมันเป็นภาษาญี่ปุ่นหมดเลย จะสลับแอปไปมาเพื่อเปิดดิกมันก็ยาก ฉันก็เลยไปกู้ไอโฟนกลับมาเพื่อเอามาใช้ (มันล็อควางเป็นที่ทับกระดาษมาสองสามเดือนแล้ว ฉันไม่สนใจจะเอาไปซ่อมเองน่ะ)

คือตอนนี้ฉันมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกเต็มบ้านไปหมด ทั้งไอแพดมินิ ไอพอดนาโน ซัมซุงโน้ต๕ ไอโฟน๓ โน้ตบุ๊คสองเครื่อง คินเดิล เครื่องปริ้นรูปพกพา ฟิตบิท

น้องมันก็ด่าว่าฉันสิ้นเปลืองอยู่ทุกวัน ๕๕๕ ก็คนมันบ้า ชอบอัพเดทเทรนด์เทคโนโลยีนี่หว่า เห็นอะไรต้องตาต้องใจก็ซื้อหมด ๕๕๕

เมื่อเช้าได้อ่านการ์ตูนวาย (ซักที กว่าจะว่าง) คืออยากอ่านมาซักพักแล้ว วันนี้อ่านของ Ogoretsu Tanaka เป็นการ์ตูนโรมานซ์สั้น ๆ (๑เล่มจบ) ชื่อเรื่อง Neon Sign Amber คือฉันชอบบบบบนักวาดคนนี้มากกกกกก แกวาดรูปคนได้มีเอกลักษณ์และเสน่ห์เฉพาะตัวมาก ฉันชอบงานแกแทบทุกเรื่อง (เรื่องนี้ชอบรองจาก Yarichin Bitch Club เลยแหล่ะ)



ปล. เผื่อใครไม่รู้จัก การ์ตูนวายคือการ์ตูนชายรักชายน่ะ เป็นการ์ตูนแนวหนึ่ง ฉันชอบแนวนี้ (หื่นดี ได้ปลดปล่อยอารมณ์ ได้ศึกษาสรีระผู้ชาย หุหุ)

เรื่องนี้ก็เกี่ยวกับคนสองคนที่เจอกันในผับ คนนึงเป็นลูกค้าประจำ อีกคนเป็นพนักงานเก็บขวด (พึ่งรู้นี่แหล่ะว่ามีอาชีพนี้ด้วย ในเรื่องเรียก Hall staff ซึ่งฉันก็เห็นมันเดินเก็บขวด) แล้วก็เกิดเรื่องให้คุณลูกค้าประจำนี่ติดหนี้พนักงาน ๕๐๐๐ เยน (ประมาณสองพันกว่าบาท) แต่มันไม่มีเงินเพราะเอาไปเที่ยวหมด ก็เลยบอกว่าจะชดเชยด้วยการทำข้าวเช้าให้กินทุกวันจนกว่าจะครบ ๕๐๐๐ เยน พอดีว่าเป็นลูกเจ้าของร้านอาหารแถว ๆ ผับอันนั้น

ก็เป็นอันตกลง แล้วมันก็รักกัน แล้วก็โน่นนี่นั่น มีเรื่องท้าวความอดีตของคุณลูกค้าประจำ (เป็นเกย์ ก็เลยมีปัญหาโดนแกล้งรุนแรงจนต้องออกจากโรงเรียน เรียนไม่จบ ญี่ปุ่นเค้าแกล้งกันแรงง่ะ) ฉันอ่านแล้วอินจนร้องไห้เลย T T 

เรื่องนี้คือไม่มีฉากเข้าพระเข้านางเลยนะ แค่วับ ๆ แวม ๆ กับฉากจูบนิด ๆ หน่อย ๆ แต่มัน turn me on มากกกกก ชอบ ๆ ๆ ๆ ไม่ค่อยเจออะไรที่ hot ขนาดนี้มาซักพักละ ตั้งแต่ 50 shades of grey บางทีฉันก็รู้สึกว่าฉันอ่านอะไรแบบนี้มากไปจนเจออะไรก็เฉยไปหมดแล้ว นี่ถ้ามีสามีแล้วฉันจะถึงขั้นตายด้านมั้ยนะ แอบกังวล ๕๕๕

ตอนเย็นฉันก็ไปร้าน My porch ร้องคาราโอเกะกับพี่ในชมรม ชื่อพี่ไจ๋อง พี่เค้าไปทำงานที่ญี่ปุ่นสองปี (บริษัทส่งไป) กลับมาก็ชอบคาราโอเกะมาก ปีที่แล้วฉันก็ไปแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น ๑ ปี กลับมาก็ชอบคาราโอเกะมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๕๕๕๕ นี่จริง ๆ อยากซื้อ nintendo wii ไม่ก็ 3ds มาเพราะมันมีคาราโอเกะเพลงญี่ปุ่นนี่แหล่ะ ฉันชอบมาก ร้องเกือบทุกวัน

กลับมาบ้านฉันก็อาบน้ำ แล้วก็สลบคาโซฟา แล้วน้องก็มาปลุก เพราะน้องจะใช้โซฟา ฉันก็เลยลุกมาเขียนบล้อก รู้สึกช่วงนี้สลบบ่อย ๆ เออก็ดีละจะได้นอนพักผ่อน 

คือเมื่อวานนี้ทั้งไอทั้งจาม พอนอนมาก ๆ ตื่นมาหายดีทุกประการ ร่างกายคนเราก็แปลกดี

จะว่าไปตั้งแต่ฉันมากรุงเทพฉันไม่เคยไปหาหมอเลยเวลาเป็นหวัด ปล่อยให้หายเองตลอด คือตอนอยู่อุบลก็มีคลินิกประจำไง ตรวจกับคุณอาที่เป็นหมอ ก็เลยไม่เคยชินกับการไปโรงพยาบาลเวลาป่วยหรือเป็นอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่พอมาอยู่กรุงเทพดันไม่มีคลินิกรักษาโรคครอบจักรวาลให้ฉันไปตรวจบ้างเลย จะให้ไปโรงพยาบาลก็ไปไม่เป็น จริง ๆ พึ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้ว่านิสิตจุฬาฯไม่สบายไปตรวจรักษาที่จาม๙ ได้ แต่ก็นะ ฉันเรียนจบแล้วเนี่ย คงไม่ได้ไปใช้บริการแล้วล่ะ ๕๕๕

คือฉันเกลียดการกินยาที่สุดในสามโลก นอกจากยาโรคประจำตัววันละครึ่งเม็ดก่อนนอนฉันก็ไม่กินอะไรอีกเลย นี่รวมพวกอาหารเสริมด้วยนะ ซื้อมาแล้วหมดอายุทิ้งทุกที ไม่เคยกินหมดเลย ฉันก็เลยคิดว่าต่อไปนี้จะไม่มีการซื้ออาหารเสริมอีกแล้ว เพราะซื้อมาฉันก็ไม่กิน ไม่ชอบอ่ะ มันเหมือนเราเอาสารเคมีเข้าร่างกาย ถึงสารเคมีนั้นมันจะมารักษาเราก็เถอะ สารเคมีก็คือสารเคมี ส่วนยาปฏิชีวนะก็คือเชื้อโรคป้ะ เราเอาเชื้อโรคเข้าร่างกายเพื่อมาฆ่าเชื้อโรคอีกตัว แต่เชื้อโรคก็คือเชื้อโรคอ่ะ ฉันไม่โอเค

เพราะฉะนั้นถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ฉันจะไม่กินยาเลย 

วันนี้ดึกละนอนก่อน ง่วงมาก



Create Date : 04 พฤษภาคม 2559
Last Update : 4 พฤษภาคม 2559 23:40:55 น.
Counter : 198 Pageviews.

1 comment
อ่านกระทู้ผีในพันทิบละกลัว อ่านทำไมเนี่ย??


อาทิตย์ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙

ขึ้นเดือนใหม่ล่ะ แม่ก็โอนเงินมาให้

เมื่อวานนี้ไม่ได้เขียนไดอารี่ (อีกแล้ว) วินัยเริ่มหย่อนยาน แต่ฉันสวดมนต์ก่อนนอนนะ

เรื่องของเรื่องคือเมื่อวานเกิดครึ้มอกครึ้มใจอะไรไม่รู้ เกิดอยากอ่านกระทู้ผีพันทิป เพราะไปกินบิงซูกับเพื่อนวันศุกร์แล้วเพื่อนเล่าให้ฟังถึงกระทู้ผีในตำนานเรื่องธี่หยด ซึ่งเป็นเรื่องของครอบครัวนึงที่สูญเสียลูกสาวเพราะได้รับผลกระทบจากผีขเมร

อ่านแล้วก็มันหยด คนเขียนเล่าเรื่องดีมาก (เค้าเขียนได้ดีกว่าหลาย ๆ คนที่เคยอ่านมานะ ประเภทเล่าเรื่องนี่ บางคนพิมพ์มาเป็นพรืดไม่รู้ว่าอะไร ปะติดปะต่อเรื่องราวไม่ได้) สนุกมาก ๆ น่ากลัวมาก ๆ และถ้าเป็นเรื่องจริงก็เศร้ามาก ๆ 

ฉันอ่านแล้วน้ำตาซึมเลย สงสารเด็กที่ตาย เพราะนางแบบไม่ได้ทำอะไรผิดเลย แค่ป่วยแล้วโดนของขเมรเข้าไปเท่านั้น ชีวิตก็แบบต้องมาจบลง แถมคนที่บ้านยังต้องหลอนไปตาม ๆ กันอีก

ดีนะที่คนอื่น ๆ ในบ้านไม่เป็นอะไร 

ฉันอ่านหนังสือไปนิดเดียวเมื่อวาน เพราะมีเรียนภาษาญี่ปุ่นตอนบ่าย คือมันพึ่งเปิดเทอมอาทิตย์ที่แล้ว แต่ฉันไปทำคอนเสิร์ตเลยไม่ได้ไปเรียนวันแรก นี่เป็นคอสที่สามจากที่เริ่มเรียนที่นี่ อาจารย์คนเดิมตลอดสามคอร์สเลย (ดีละฉันชอบอาจารย์คนนี้ อาจารย์ใจดี เป็นผู้หญิงผมสั้นท้วม ๆ ชื่อมิยะเซนเซย์)

ส่วนวันนี้ตอนเช้าฉันก็ทิ้งมือถือไว้บ้านจะได้ไม่เล่น แล้วก็ไปอ่านหนังสือแถวบ้าน ดีมาก ๆ ที่ไม่เอามือถือไป ไม่งั้นไม่เป็นอันได้อ่านอ่ะ ตอนนี้ติดเกมมากเกินไป...

แล้วตอนบ่ายฉันก็ไปเรียนอาจารย์แบงค์ครั้งที่ ๓ ซึ่งก็เรียนโหดขิง ๆ เหมือนเดิม แถมอาจารย์ยังจะนัดมาทำ mocking test อีก (คือสอบจำลองสถานการณ์) ฉันว่าอาจารย์ทำทุกอย่างเพื่อให้นักเรียนสอบผ่านจริง ๆ แหล่ะ อวย อวย

เสียอย่างเดียวไกลไปหน่อย

โอ้ย นอนก่อน ดึกละ น้องชายบ่น มันบอกว่านี่รู้มั้ยว่าอะไรสำคัญที่สุดในการรักษาสุขภาพ ที่หนึ่งคือการพักผ่อน ที่สองคืออาหารการกิน และที่สามคือการออกกำลังกาย 



Create Date : 01 พฤษภาคม 2559
Last Update : 1 พฤษภาคม 2559 23:53:54 น.
Counter : 137 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

นิมมาน
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ยินดีที่ได้รู้จัก หวังว่าเราจะได้ทำดีต่อกัน

ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใด ทำซ้ำ คัดลอก ดัดแปลง แก้ไข หรือเผยแพร่ ไม่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดใน Blog นี้ ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าจะเป็นการส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด