ปรับพอร์ตหุ้น 2017


  เราเริ่มลงทุนตั้งแต่ปี 2012 (2555) เพราะอายุถึง ตอนนั้นอยู่ปี 2 อายุ 20 ปีพอดี ไม่ต้องให้พ่อแม่รับรองแล้ว เหตุผลที่เริ่มลงทุนก็เพราะเราคิดว่าเริ่มเร็วได้เปรียบ จะล้มจะลุกคลุกคลานก็ได้ประสบการณ์และเจ็บไม่มาก เพราะเรายังไม่มีภาระผูกพันธ์

ตอนนั้นไม่มีความรู้เลยสักนิดเดียว และก็เริ่มเปิดพอร์ตด้วยเงิน 20,000 บาท (จริง ๆ เรามีเงินเก็บมากกว่านั้น แต่ว่าที่เหลือเราไปหากองทุนรวมลง) แล้วก็ซื้อหุ้นที่อยู่รอบตัวเรา

ใช่ หุ้นที่อยู่รอบตัวเรานี่แหล่ะ งบการเงินอ่านไม่เป็น ค่า PE คืออะไร เครื่องหมายอะไรไม่รู้เลย ๕๕๕ 

เปิดพอร์ตกับ Maybank Kimeng แรก ๆ ก็มีมาร์โทรมาเชียร์มาสอนการลงทุนบ้าง แต่เราไม่ค่อยสนใจ เพราะเราจะซื้อที่หุ้นที่อยู่รอบตัวเรา 

ตอนเริ่มนี่ลง BMCL หรือรถไฟใต้ดิน เพราะเรานั่งใต้ดินไปเรียนมหาลัยทุกวัน แล้วเราก็พอใจในการบริการของรถไฟใต้ดิน แบบแอร์ก็เย็น มีบอกเวลารถเข้ามา แถมพนักงานก็ใจดี (มีครั้งนึงเราเคยรองเท้ากัดจนเดินไม่ไหว ทางรถไฟใต้ดินเค้าก็ให้รองเท้าแตะเรามาใส่เดินกลับบ้าน) อ่ะ แล้วเราก็ซื้อ ITD ด้วย เพราะเราเห็นรถไฟฟ้ากำลังสร้างใหม่หลาย ๆ สายใช้บริการ ITD

เราเห็นว่าเออ ธุรกิจแบบนี้ถึงไม่ได้กำไรก็คงไม่เจ๊งเร็ว ๆ นี้หรอก (ไม่ได้ดูกำไรขาดทุนอะไรทั้งนั้นอ่ะ)

ก็เลยซื้อไว้นิดหน่อย เงินไม่ค่อยมี ๕๕๕ อาศัยค่าขนม

นอกนั้นก็มี Advanc เพราะเราใช้เบอร์ AIS มาตั้งแต่มือถือเครื่องแรก เบอร์นี่ก็เบอร์พ่อ ซึ่งคิดว่าชาตินี้คงไม่เปลี่ยนแล้ว

Intuch ตอนนั้นคือหุ้นที่ปันผลงามที่สุด เราอยากได้หุ้นปันผลอ่ะ อยากรู้ว่าถูกปันผลจะรู้สึกอย่างไร

ตอนนั้นอยากซื้อ ปตท.มาก ๆ แต่ไม่มีเงิน เพราะหุ้นแพงมาก 

เริ่มแบบนี้แหล่ะ แล้วเราก็ปิดโปรแกรมหุ้นไป ทิ้งไว้นานมาก ๆ ไม่ได้ดูข่าว ไม่ได้ตามอะไรทั้งนั้น จนเรากลับมาจากไปแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศปี 2015 (ทิ้งไว้เกือบ 3 ปีอ่ะ) พาสเวิร์ดอะไรลืมแล้ว พอจะล็อกอินเข้าไปปรากฏว่าบัญชีเทรดหุ้นเราถูกล็อก เพราะไม่มีการเคลื่อนไหวนานมาก

อย่าเรียกเราว่า VI เรียกว่าลงทุนแบบขี้เกียจดีกว่า เพราะข้อมูลก็ไม่หา แถมยังไม่ตามข่าวอะไรทั้งนั้น

ปรากฏว่าพอร์ตเขียว งงสิคะ แต่ก็ดีใจ คือจากเงินต้น 20,000 มันได้มาประมาณ 30,000 จำเลขแน่ชัดไม่ได้หรอก แล้วได้หุ้น ITD มาจากการปันผลเป็นหุ้น ส่วน BMCL ก็เปลี่ยนชื่อเป็น BEM

ก็เลยได้ใจ ๕๕๕ ตอนนั้นอยู่ปี ๔ ละ เก็บเงินค่าขนมได้ 3 แสน เราเลยปรับพอร์ตโดยใส่เงินลงไปในพอร์ตหุ้น 1 แสน (ที่เหลือก็กองทุนรวมเหมือนเดิม แต่เราเลือกกองทุนหุ้นต่างประเทศและกองทุนตราสารหนี้เพื่อรักษาเงินไม่ให้ต่ำกว่าเงินเฟ้อ)

คราวนี้หาข้อมูลมากขึ้นหน่อย (แต่ก็ยังดูงบไม่เป็นอยู่ดี มันไม่เห็นเหมือนตอนเรียนเลย แง) 

อยากจะกระจายความเสี่ยง ตอนที่เข้าตอนนั้นเหมือนตลาดกำลังแย่มั้ง ปตท.ลงมาที่ 200 ต้น ๆ เราก็เลยช้อนมาได้ 200 หุ้น (ก็ตั้ง 40,000 บาทเลยนะ เกือบครึ่งพอร์ตเราอ่ะ) แต่อยากได้หุ้นนี้มาก เพราะที่บ้านทำปั๊มปตท. เราผูกพันธ์กับปตท.ตั้งแต่เด็กแล้ว ไปงานประชุมผู้ประกอบการ ไปเข้าค่ายของปตท. ตั้งแต่จำความได้เราก็อยู่กับปตท.มาตลอด เราก็เลยอยากได้หุ้นปตท.มาก ๆ สี่หมื่นก็ยอมค่า

แล้วก็ปรากฏว่าเป็นการตัดสินใจที่ไม่พลาดนะ เพราะปตท.นี่วิ่งไปถึง 300 กว่าบาทได้ภายในเวลาไม่ถึงปี พอร์ตเราโตขึ้น 30% เพราะหุ้นนี้

ส่วนหุ้นอื่นที่เลือกไว้ตอนนั้นก็เขียวทั้งพอร์ต แต่มันเล็ก ๆ น้อย ๆ เราได้กำไรเยอะมากจากหุ้นปตท.

ปรับพอร์ตครั้งที่แล้วเราขาย Intuch กับ Advanc ออก แล้วเข้าซื้อ BTS กับ BDMS เราไม่อยากเล่นหุ้นสื่อสารแล้วก็เลยออกมา เพราะเราไม่เข้าใจธุรกิจเลย ส่วนที่ซื้อ BTS เพราะเราคิดว่าประเทศไทยยังมีความต้องการรถไฟฟ้าอีกมาก ที่เราลงทุนในรถไฟฟ้าทั้งสองตัวไม่ใช่เพราะเราอยากได้กำไรอย่างเดียว (เพราะก็รู้ ๆ กันอยู่ว่ารถไฟขาดทุนตลอด) แต่เพราะเราอยากสนับสนุนให้รถไฟฟ้ามันเกิดขึ้นในประเทศไทย การไปอยู่ต่างประเทศมาเกือบสองปีทำให้เราเห็นความเจริญของรถไฟฟ้าในประเทศอื่น ๆ ถ้าเราจะช่วยให้รถไฟในบ้านเรามันโตขึ้นบ้างเราก็ดีใจ ทำได้แค่เป็นเม่าซื้อหุ้นเล็ก ๆ น้อย ๆ นี่แหล่ะ

ส่วน BDMS เราซื้อเพราะเราคิดว่ามันเป็นการทำบุญอย่างนึงนะ หุ้นโรงพยาบาลทำธุรกิจรักษาคนไข้ แล้วเราก็ได้ยินว่าหมอไทยนี่เก่งดีมีความรู้ ทำให้มีทัวร์จากต่างชาติเข้ามาเพื่อรักษาตัวในโรงพยาบาลที่ประเทศไทยค่อนข้างเยอะ ก็เลยเลือกหุ้น โรงพยาบาล ที่เอา BDMS เพราะมันมีปันผล (เร็ว ๆ นี้ก็พึ่งได้ข่าวว่า BDMS กลายเป็นเครือโรงพยาบาลที่มีสาขามากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ดีใจจริง ๆ)

ตอนนี้เริ่มทำงานแล้ว จริง ๆ แล้วงานนี้ (เป็นออดิทเตอร์) เค้าห้ามซื้อขายหุ้นเกินเท่านั้นเท่านี้ด้วยนะ เพราะเรารู้ข้อมูลภายในเยอะ แต่ถ้าปริมาณไม่เยอะก็ไม่เป็นอะไร เราคิดว่าเราคงทำอาชีพนี้ไปอีกไม่นาน จริง ๆ บริษัทที่เราทำอยู่ก็ค่อนข้างแฮปปี้นะ เค้าให้ Benefit ดีมาก ๆ สอนความรู้ให้เยอะมาก ๆ แต่ว่าความฝันของเราไม่ใช่จุดสูงสุดของอาชีพนี้ และไม่ใช่จุดสูงสุดของอาชีพไหนทั้งนั้น เราแค่อยากมีชีวิตเรียบง่ายเลี้ยงลูกดูแลสามี และมีเงินจากปันผลหุ้น + กองทุนรวมพอใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องไปรบกวนสามีหรือพ่อแม่


ปีนี้ปรับพอร์ต เราเข้าถือ  TPIPP เพราะเราเห็นว่าเค้าทำธุรกิจรับขยะมาทำให้เป็นพลังงาน เราเห็นว่าธุรกิจนี้มันช่วยชาติมากเลย เพราะประเทศเราขยะเยอะมาก ต่อไปถ้าทุกคนขนขยะมาให้ TPIPP ไปทำเป็น ไฟฟ้า มันจะทำให้ประเทศลดมลภาวะไปได้ขนาดไหน ถ้าน้ำมันหมดไปเราก็ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าจากสิ่งอื่น ๆ ที่ไม่ใช่น้ำมันด้วย เราคิดว่าตราบใดที่มีมนุษย์ ขยะมันก็ต้องมีแหล่ะ ส่วนเรื่องแยกขยะในไทยนี่มันแก้ยากพอ ๆ กับให้คนไทยเลิกดูละครหลังข่าวหรือซื้อหวยหรือบูชาต้นไม้ที่ให้หวยนั่นแหล่ะ อาจจะยากกว่าด้วยซ้ำ แต่เราก็ยังคิดว่าการสนับสนุนธุรกิจที่ทำให้ประเทศเจริญขึ้นในแง่ใดก็ตามเป็นการกระทำที่ดี

ลงทุนมาหลายปี เราไม่ได้รู้อะไรเพิ่มขึ้นเลย เพราะลงทุนแบบค่อนข้างจะหลับหูหลับตาม แต่เนื่องจากมันเป็นเงินเย็น การขาดทุนแต่ได้ช่วยเพิ่มทุนให้บริษัทที่เค้าจะช่วยพัฒนาประเทศชาติก็ยังเป็นสิ่งที่เราอยากทำ

ตอนนี้จริง ๆ ก็ยังมีเงินนอกพอร์ตอีกประมาณหนึ่ง อยากจะเริ่มลงทุนอสังหา แต่เราคิดว่ามันต้องใช้เวลาและสมองมากกว่าหุ้นอีก เราก็เลยยังศึกษาไปเรื่อย ๆ ใครมีคำแนะนำอะไรก็คอมเม้นต์ไว้ได้นะคะ ยินดีรับฟังเสมอ 

ต่อไปจะพยายามมาบันทึกทุกครั้งที่ปรับพอร์ต เผื่อในอนาคตอยากรู้ว่าสาเหตุที่เราตัดสินใจครั้งนั้นคืออะไร 

เราว่า Kimeng เป็นโบรคที่ดีนะ มาร์ไม่ค่อยมายุ่งกับเรา (คนที่เป็นมาร์ให้เรานี่เปลี่ยนไปสามคนแล้วมั้ง ตั้งแต่ปี 2012) เดี๋ยวนี้เราก็ใช้ไลน์เช็คข่าวหุ้น (ที่จริงก็แค่สรุปข่าว แล้วก็เป็นข่าวในอดีต แต่ก็ยังดีกว่าไม่รู้อะไรเลยอ่ะนะ) ก็ดีนะลงทุนแบบสงบสุขได้ดี ข้อเสียคือค่าคอมแพง (อย่าถามว่าเท่าไหร่ เราไม่ค่อยเทรดบ่อยหรอก แค่ประมาณปีละครั้ง มาปรับพอร์ตแล้วก็ออกไป ได้ปันผลก็เข้ามาซื้อเพิ่ม ค่าคอมไม่ได้มีผลต่อการตัดสินใจของเราเท่าไหร่)



Create Date : 12 เมษายน 2560
Last Update : 12 เมษายน 2560 10:59:27 น.
Counter : 372 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 

นิมมาน
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ยินดีที่ได้รู้จัก หวังว่าเราจะได้ทำดีต่อกัน

ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใด ทำซ้ำ คัดลอก ดัดแปลง แก้ไข หรือเผยแพร่ ไม่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดใน Blog นี้ ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าจะเป็นการส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Motivation and Habits are keys to success.