All Blog
Concert CKT#7



  เสาร์ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๙

วันนี้เป็นวันแสดงคอนเสิร์ต ซ้อมมานาน ซ้อมมาตั้งแต่ปีใหม่

ฉันตื่นตี ๕ ตื่นมานั่งอ่านหนังสือ แล้วก็ล้างจานกวาดบ้านซักผ้า เพราะรู้ว่าวันนี้จะไม่ได้อยู่บ้านทั้งวัน

พอเจ็ดโมงเช้าฉันก็นั่งแท็กซี่ไปม.เกษตร เพราะทางวงนัดไว้ว่า ๘ โมงจะต้องไปถึง ปรากฏว่าไปถึงเร็วกว่าที่คิด ฉันไปถึงเป็นคนแรกเลย รถจุฬาฯยังมาไม่ถึง ส่วนมหาลัยอื่น ๆ ก็ไม่เห็นมีใครมา

CKT เป็นคอนเสิร์ตประสานเสียง ๓ สถาบัน ปีนี้จัดเป็นปีที่ ๗ แล้ว ฉันเป็นสมาชิกวง CU Chorus ก็มาช่วยร้องในงานนี้ด้วย ปีนี้จัดที่ม.เกษตร โรงละครประเสริฐ ณ นคร เป็นโรงละครเล็ก ๆ เล็กกว่าหอประชุมจุฬาฯ (แต่ข้างหลังเวทีนี่กว้างมาก วิ่งเล่นได้อ่ะ)

วันนี้เป็นวันจริง นัดรันทรูลำดับการแสดงก่อนตอนเช้า ส่วนตอนบ่ายก็แสดง

ฉันไปถึงเช้าสุด ประตูหอประชุมยังไม่เปิด ฉันก็เลยนั่งอยู่แถว ๆ นั้นอ่านหนังสือรอ

ผ่านไปประมาณครึ่งชม.ก็พอจะมีเพื่อนมาบ้าง (คนที่มาเอง) อันที่จริงจุฬาฯมีรถรับส่งจากมหาลัย แต่เนื่องจากบ้านฉันเดินทางไปม.เกษตรแค่ ๑๐ นาทีฉันก็เลยนั่งแท็กซี่ไปเอง

รถจุฬาฯมาถึงประมาณ ๘ โมงพอดี แต่โรงละครพึ่งมีคนมาเปิดให้ และก็พาพวกเราไปที่ห้องพักนักร้อง เขามีห้องแยกให้สามมหาลัย แต่ห้องพักแคบมาก ๆ ไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไรนอกจากกระจกหนึ่งบาน

คนคุมหอประชุมก็ไม่ยอมเปิดแอร์ให้ เพราะบอกว่าจองหอไว้บ่ายสอง ก็จะเปิดแอร์ให้ตอนบ่าย นิสิตก็ร้อน ๆ กันก็เลยต้องออกมานั่งเล่นข้างนอก ลมพัด เย็นกว่า

สักพักมีคนส่งตัวแทนไปคุย เขาก็เลยเปิดแอร์ให้ (ไม่งั้นอยู่ไม่ได้จริง ๆ ร้อนอย่างกับซาวน่า)

นักเปียโนของวงป่วยคนนึง (น้องขนม) น้องต้องเล่นทั้งเปียโนและไวโอลิน แต่นางดันป่วยแบบไม่มีเสียงพูด น้องขนมก็เลยนอนพักในห้องพักนักร้อง (แต่ก็ร้อน ๆน่ะนะ) 

จริง ๆ นักร้องป่วยกันหลายคน ใส่ผ้าปิดปากไปซ้อม ระหว่างซ้อมก็ไอ วันนี้ก็เลยมีคนพกกำกิ๊กเผี่ยงมากินกัน (กินกันทีสามสี่เม็ด คงไม่อยากไปไอกลางการแสดง)

ฉันไม่ค่อยได้ยุ่งกับใคร นั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบไปเรื่อย ๆ เพราะสอบวิชาแรกวันจันทร์นี้แล้ว (มะรืน) น้องบางคนที่สอบพร้อมฉันก็นั่งอ่านอยู่กระจัดกระจายกัน

เนื่องจากในห้องพักนักร้องไม่มีเฟอร์นิเจอร์เลย ต้องนั่งพื้นอ่าน แต่ฉันไม่ถนัด ฉันก็เลยไปยกเก้าอี้มาจากหลังเวที (มีเก้าอี้อยู่เยอะมาก) ฉันขอเด็กม.เกษตรแล้วเขาก็บอกว่าเอาไปได้เลย

ทีนี้ก็มีคนทำตาม ๕๕๕ เอาเก้าอี้เข้ามาประมาณ ๔-๕ ตัว เอามานั่งอ่านหนังสือบ้าง วางโน้ตเปียโนบ้าง 

ประมาณ ๑๐ โมง backstage ก็เรียกรวมรันทรู คือแอบเคืองว่านัดมาตั้งแต่แปดโมงเช้าแล้วให้มานั่งรอสองชั่วโมงเนี่ยนะ.. แล้วก็ไม่มีวอร์มเสียงให้ก่อนรันด้วย เพราะบอกว่าไม่มีเวลา

ช่วงแรกจะร้องรวมกันสามมหาลัย 
๑) สรรเสริญพระบารมี
๒) มหาจุฬาลงกรณ์ (เพลงประจำจุฬาฯ)
๓) เกษตรศาสตร์ (เพลงประจำม.เกษตร)
๔) ยูงทอง (เพลงประจำมธ.)

พอจุฬาฯเข้ามาหลังจากร้องเพลงรวมสามสถาบัน ปั๊ป(คอนดัคเตอร์)ก็เลยเรียกรวมแล้วก็วอร์มเสียงให้นักร้อง คือถ้าไม่วอร์มก่อนแล้วร้องไป บางคนอาจจะติดคอร้อง แล้วถ้าติดคอมันจะแก้ยากมาก ติดคือติดทั้งวัน ร้องก็ไม่ถึงพิช (เวลาวอร์มดี ๆ จะดึงเสียงออกจากท้องได้ เรียกว่าใช้ support ร้องเพลง)

หลังจากนั้นก็มีคนมาเรียกให้จุฬาฯไปซ้อมเพลงแสดงโชว์ของจุฬาฯ ซึ่งความจริงเขาให้รันแค่เพลงเดียวเพื่อรักษาเวลา แต่ปั๊บเลือกที่จะแตะเพลงละนิดละหน่อยให้นักร้องไม่ตื่นเวทีและเปียโนจะได้ซ้อมด้วย

ปีนี้จุฬาฯร้องเพลงโชว์สี่เพลง
๑) แอบชอบ
๒) ที่รักเธอ
๓) เมดเลย์สามเพลง (อยากรู้แต่ไม่อยากถาม/ดาว/คนธรรมดา)
๔) เพลงของหัวใจ

ในทั้งสี่เพลงนี้ฉันชอบเพลงของหัวใจมากที่สุด มันเพราะมาก ร้องแล้วอิน



ตอนซ้อมเสร็จเข้ามานั่งในห้อง ปั๊บก็ฟีดแบ็คว่าวันนี้ร้องได้ไม่ดีเลย เมื่อวานตอนซ้อมใหญ่ยังทำได้ดีกว่านี้อีก เหมือนนักร้องมัวแต่เสียสมาธิกับการแต่งหน้าแต่งตัว ก็เลยไม่ได้ใส่ใจว่าจะร้องเพลงให้ดีกันยังไง จริง ๆ ถ้าหากเราร้องเพลงไม่ดี สวยไปก็เท่านั้น เราทำคอนเสิร์ตเพื่อทำเพลง ไม่ได้ทำละครเวที

ปั๊บไม่ใช่สายดราม่านะ แต่ปั๊บก็พูดให้นักร้องคิดได้ (ฉันเชื่อว่าไม่มีใครโกรธนางหรอก นางน่ารักมาก)

แล้วเขาก็เรียกร้องรวมเพลงสุดท้าย คือเพลงภูมิแผ่นดิน แล้วก็ซ้อมจัดแถว เดินเข้าเดินออก คิวโค้ง พิธีกรก็ออกมาซ้อมบท เป็นอันจบรันทรู

แล้วก็พักกินข้าวเที่ยง ม.เกษตรจัดเตรียมอาหารเที่ยงไว้ให้ เป็นข้าวกล่อง มีแค่ไก่กระเทียมไข่ดาว (อร่อยดี) ตอนนั่งกินต้องนั่งกินรวมกันสามมหาลัยตรงที่ ๆ เขาจัดไว้ให้ มธ.มีพี่เก่าของวงมาเยี่ยม แนะนำตัว แล้วก็ซื้อไอติมมาแจกทุกคน (แจกจุฬาฯกับเกษตรด้วย)

ฉันไม่ได้กินไอติมอ่ะ เพราะฉันกินข้าวเสร็จฉันก็เข้าห้องพักมานั่งอ่านหนังสือต่อ นักร้องคนอื่น ๆ กลับจากกินข้าวก็มาแต่งหน้าทำผมกัน ปั๊บบอกว่าให้ทุกคนเตรียมตัวเองให้เสร็จภายในเที่ยงครึ่ง แล้วจะวอร์มเสียงและรันทรูเฉพาะเพลงของจุฬาฯอีกรอบนึง (คือหลังจากกินข้าวแล้วต้องวอร์มเสียงใหม่ เพราะที่วอร์มไปเมื่อเช้ามันจะหายหมด)

ปั๊บก็วอร์มได้เต็มที่หลังจากที่ทุกคนมากันพร้อมแล้ว (เมื่อเช้าวอร์มรีบ ๆ ไปหน่อย เวลาจำกัด) แล้วเราก็ร้องเพลงที่เตรียมมาเพลงละรอบเป็นการซ้อม แล้วก็ทวนเรื่องคิวเป็นครั้งสุดท้าย 

เปียโนไฟฟ้าที่ขนมาจากชมรมเนี่ย ที่วางโน้ตมันหาย เปียโนคนแรก(น้องกานต์) ต้องวางโน้ตบนพื้นแล้วก็เล่น พอน้องขนม(เปียโนอีกคน)มาถึง ก็เลยเอาเก้าอี้มาตั้งแล้วก็ถือโน้ตให้ กลายเป็นแสตนโน้ตมีชีวิต ๕๕๕ น้องขนมน่ารักมาก น้องกานต์ก็เท่มาก คือคนเล่นดนตรีได้นี่เสน่ห์คูณร้อยอ่ะ

พอวอร์มกับซ้อมเสร็จก็มีเวลานิดหนึ่งก่อนจะเริ่มแสดง ฉันก็นั่งอ่านหนังสือต่อ แล้วเพื่อนที่ฉันชวนมาดูก็ติดต่อมา บอกว่าให้เอาตั๋วออกมาให้หน่อย เพราะโชว์แค่อีเมลล์ไม่ได้ ฉันก็พึ่งได้ตั๋วจากหัวหน้าพาร์ท(น้องสีน้ำ)เมื่อเช้านี้ เพราะเมื่อวานปริ้นเตอร์ชมรมมีปัญหา สีน้ำก็เลยพึ่งได้ไปปริ้นต์

ฉันก็เอาตั๋วออกไปให้เพื่อนทางข้างหลัง เขากำลังจะเรียกรวมพอดี

เพื่อนคนนี้เป็นเด็กแลกเปลี่ยนจากไต้หวัน มหาลัยที่ฉันเคยไปแลกเปลี่ยนนั่นแหล่ะ ชื่อยูริ (ชื่อญี่ปุ่นแต่เป็นคนไต้หวันนะ) ยูริมาม.เกษตรเองคนเดียวเลย ตอนแรกฉันนึกว่าเธอจะเอาเพื่อนมาด้วย (ให้ตั๋วไปสามใบ) แต่เธอบอกว่าเพื่อนไม่ว่าง นับถืออ่ะที่มาคนเดียวได้ นี่ถ้ารู้ว่ายูริมาคนเดียวฉันจะชวนไปนอนบ้านแล้วให้ออกมาด้วยกัน

นี่เป็นครั้งแรกเลยตั้งแต่ร้องคอรัสมาที่มีเพื่อน(จากนอกชมรม)มาดูการร้องเพลง ปกติฉันไม่ค่อยบอกเพื่อนให้มาดูเท่าไหร่ เพราะบอกมันก็ไม่ค่อยมีใครมา ขนาดน้องสาวฉันยังไม่สนใจจะมาดูเลย จริง ๆ ฉันแอบเสียใจน้อยใจมากนะที่ไม่มีใครมาดู เพราะฉันอุตส่าห์ซ้อมมาตั้งสามเดือน (จริง ๆ เพราะมันใกล้สอบไฟนอลมากน่ะแหล่ะ ยูริเป็นเด็กแลกเปลี่ยนก็เลยไม่เครียดเรื่องเกรดเท่าไหร่ แต่พวกเพื่อนที่จบแล้วทำงานแล้วนี่สิ...)

ตอนขึ้นร้องจริงก็พีคมาก รู้สึกร้องดีกว่าตอนรันเมื่อเช้า พอร้องเพลงรวมสามมหาลัยเสร็จ จุฬาฯก็ต้องขึ้นไปร้องเพลงมหาลัยเพลงที่สอง(เกียรติภูมิจุฬาฯ) ก่อนจะเข้ามาเปลี่ยนชุดเพื่อโชว์เพลงแสดง



ชุดของปีนี้เป็นเดรสสีขาวยาวกรอมเท้า ซึ่งความจริงเปลี่ยนแบบเป็นครั้งที่สอง เพราะแบบแรกไม่มีใครใส่ได้ เล็กไป แล้วแบบที่สองนี่ก็ยังมีคนใส่ไม่ได้อีกจำนวนหนึ่ง ก็เลยมีชุดสองแบบ คือแบบที่สอง กับชุดแบบที่สามสำหรับคนที่ใส่ชุดแบบที่สองไม่ได้

ฉันได้ใส่แบบที่สอง มันเป็นเดรสสั้นข้างในแล้วก็กระโปรงยาวข้างนอก ซึ่งทำให้เห็นพุงชัดมากกกก แล้วเป็นเสื้อแขนกุด สีขาวอีกต่างหาก ดูอ้วนขึ้นมาเลย แต่สวยมาก

ส่วนแบบที่สามเป็นเดรสสีขาวแขนกุดเหมือนกัน ข้างบนประดับด้วยเพชรปลอมสะท้อนแสงได้ กระโปรงทิ้งลงมาเลย มีริบบิ้นผูกเอวสีขาว มองไกล ๆ จะเห็นเหมือนแบบที่สอง

ชุดผู้ชายเป็นเสื้อเชิตสีชมพู ติดโบว์หูกระต่ายสีแดง แล้วก็กางเกงสีขาว 

ธีมชุดจุฬาฯปีนี้คือความรักน่ารักสดใสมุ้งมิ้ง

ส่วนน้องขนมเปียโนใส่ชุดงาน CKT#6 เป็นเดรสแขนกุดสีดำ ริบบิ้นผูกเอวสีทอง (น่ารักมาก) น้องขนมเค้าหน้าตาลูกครึ่ง พอใส่ชุดแบบนี้แล้วดูดีมาก ๆ 

เปลี่ยนชุดเสร็จก็ออกไปโชว์เพลง ตอนร้องเพลงที่สองอยู่ stage มีการทำควันพวยพุ่งออกมาด้วย เป็นคลื่น ๆ คือตอนซ้อมตอนรันอะไรไม่มีเลยนะ มาเซอร์ไพรส์ตอนแสดงจริง เบสที่อยู่ข้างหลังบอกว่าเกือบสำลักควันตาย (เขาปล่อยควันมาจากข้างหลัง) แต่ฉันว่าสวยดี 

พอร้องเสร็จก็เข้ามานั่งรอเพลงสุดท้ายในห้อง ทุกคนบอกว่าดีกว่าที่คิดมาก ดีกว่าที่ทำได้เมื่อเช้า (ปกติเวลาร้องจริงคุณภาพมันจะตกลงมาเหลือประมาณ ๘๐% อยู่แล้ว แต่วันนี้ก็ถือว่าคุณภาพโอเค)

เพลงสุดท้ายมีโซโล่ด้วย โซโล่ของจุฬาฯคือน้องร็อคพาร์ทเทเนอร์ ร็อคบอกว่าไม่เครียดแล้ว เพราะว่าโซโล่มันก็แค่ไม่กี่ท่อนเอง แต่พอเพลงแสดงสี่เพลงจบไปรู้สึกโล่งใจ

ระหว่างรอฉันก็นั่งอ่านหนังสือ นั่งคุยกับปั๊บ ถ่ายรูป ๆ ๆ ๆ ๆ (แต่งตัวสวยน่ะเนอะ) มีคนเอาดอกไม้มาด้วยจากไหนไม่รู้ช่อใหญ่มากกกกกก ฉันก็เลยเอามาเป็นพร็อพซะเลย



พอร้องเพลงสุดท้ายเสร็จก็มีการกล่าวขอบคุณ ถ่ายรุปกับอาจารย์ที่ปรึกษาคอนเสิร์ต แล้วก็ปล่อยถ่ายรูปกันตามอัธยาศัย ก็ตามปกติของชมรมคอรัสเวลาร้องเสร็จต้องมีถ่ายรูป รวมพาร์ท รวมคณะ รวมตำแหน่ง รวมโน่นนี่นั่นเต็มไปหมด 

ยูริมาหาฉันด้วย ถ่ายรูปกัน แล้วฉันก็ยืนคุยกับยูริสักพักนึง คิดถึงมาก ดีใจมากที่ยูริมาดูฉันร้องเพลงวันนี้ >< คุยกันเสร็จยูริก็กลับไป บอกว่าจะไปงานเทศกาลหนังที่ ctw ต่อ (อยากไปบ้างจังแต่ไม่ได้ ๆ ต้องอ่านหนังสือสอบ)

แล้วฉันก็กลับเข้าห้องพักนักร้องไปเปลี่ยนชุดเป็น่ชุดนิสิต ชุดออกงานคราวนี้แจกนักร้องกลับบ้านไปเลย (โอ้วววววว ดีจุง)

ขากลับฉันเรียกอูเบอร์มารับ แล้วก็ไปส่งที่ central ladprao จริง ๆ ฉันไม่ได้ไปเที่ยวต่อหรอก แต่มีน้องคนนึงติดรถมาด้วยเขาจะไปหาพ่อแม่ที่นั่น ฉันก็เลยให้ไปส่งที่เซ็นลาด แล้วฉันก็นั่ง MRT กลับบ้าน

ถึงบ้านก็เจอน้องชายอยู่บ้าน น้องชายฉันชื่อภีม พึ่งมาถึงกรุงเทพเมื่อวาน ภีมเรียนจบม. ๖ แล้ว กำลังลุ้นอยู่ว่าจะได้เข้าเรียนมหาลัยที่ไหน ถ้าได้มาอยู่จุฬาฯด้วยกันก็คงจะดี

วันนี้ฉันรีบมาเขียนไดอารี่ก่อน แล้วจะไปอ่านหนังสือละ วันนี้มีเรื่องให้เขียนเยอะจริง ๆ 







Create Date : 23 เมษายน 2559
Last Update : 25 เมษายน 2559 0:15:21 น.
Counter : 197 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิมมาน
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ยินดีที่ได้รู้จัก หวังว่าเราจะได้ทำดีต่อกัน

ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใด ทำซ้ำ คัดลอก ดัดแปลง แก้ไข หรือเผยแพร่ ไม่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดใน Blog นี้ ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าจะเป็นการส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด