All Blog
อาจารย์แบงค์ คอร์สติว N2 วันแรก


  อาทิตย์ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๙

วันนี้เปิดคอร์สเรียนภาษาญี่ปุ่นติว N2 เป็นครั้งแรกที่ฉันเรียนคอร์สติวภาษา เป็นครั้งแรกอีกที่ไปเรียนที่โรงเรียนอาจารย์แบงค์ น้องที่สนิทกันแนะนำมา บอกว่าเรียนที่นี่คุ้มมาก ได้ความรู้เยอะ แล้วก็คนผ่านเยอะมาก ฉันก็เลยไปลงเรียน จริง ๆ คือฉันอยากมีเวลาอยู่กับน้องคนนี้เยอะ ๆ เพราะว่าฉันชอบน้องเค้า (หลังเรียนจบก็คงไม่ค่อยได้เจอกันแล้ว) แล้วก็ปิดเทอมว่างด้วยก็เลยหาอะไรทำสักหน่อย

ตอนเช้าฉันไปคืนหนังสือที่ TK park นั่งอ่านบิเบลียเล่ม ๑ จนจบ เป็นนิยายสืบสวนสอบสวนแปลจากภาษาญี่ปุ่น บรรยากาศของเรื่องละมุนละไมมาก แล้วฉันก็ชอบตัวละครแทบจะทุกตัวเลย (การชอบตัวละครนี่สำคัญมากนะสำหรับการอ่านนิยาย)

พอบ่ายโมงฉันก็ออกเดินทางจาก ctw ไปโรงเรียนอาจารย์แบงค์ ต้องเดินทางไป BTS สุรศักดิ์ ฉันเคยไปสถานีนั้นครั้งเดียวตอนไปงานการ์ตูนเมื่อนานแสนนานมาแล้ว สมัยมี Vocaloid only event โน่น (ฉันบ้าโวคัลลอยด์มาก ๆ อยู่ช่วงนึงอ่ะ) แต่ไปคนเดียวมันเหงา แล้วฉันก็ไม่ได้คอส ไม่ได้ขึ้นแสดงโชว์ร้องเพลงด้วย ก็เลยไม่ได้ไปอีก

พอไปถึงบีทีเอส ฉันก็เปิด Google Maps เดินตามทางไปเรื่อย ๆ มันนำฉันเข้าซอยลึกบ้าอะไรไม่รู้ เปลี่ยวมาก ผ่านวัดผ่านสุสานด้วย นี่ถ้ามาตอนโพล้เพล้คงโคตรหลอนอ่ะ แต่นี่กลางวันแสก ๆ เลยไม่รู้สึกอะไร (แต่สุสานเหมือนเป็นสุสานคนจีน เพียงแต่ฮวงจุ้ยบัดซบมาก ใครเอาบรรพบุรุษมาไว้ในที่แออัดกลางเมืองภูเขาแม่น้ำก็ไม่มี สงสารอากงอาม่า แต่ดูจากความแออัดแล้วคงจะครึกครื้นดีอยู่ตอนกลางคืน ตามประสาผี ๆ อ่ะนะ)

พอมันนำฉันไปทางตัน ฉันก็ยอมแพ้ แล้วปิดแอป เปิดเสิร์จหาใหม่ ทีนี้มันก็นำฉันไปอีกทาง (แล้วอีที่แรกนี่พาข้าไปสุสานเพื่ออออ) ฉันก็เดินตามไปอีก ร้อนมาก ระหว่างทางเจอเซเว่นเลยจัดไอติมกินแท่งนึง

ไปถึงโรงเรียนอาจารย์แบงค์ตอนบ่ายโมงห้าสิบ เข้าไปก็เซ็นชื่อ โชว์ใบเสร็จที่เขาเมลล์มาให้ในมือถือ แล้วฉันก็เดินเข้าไปข้างในโรงเรียน

โรงเรียนอาจารย์แบงค์เป็นตึกแถว ข้างหน้ามีตู้ ATM กสิกร ป้ายใหญ่เบ่อเร่อเขียนชื่อโรงเรียน 

ข้างในก็แบ่งเป็นด้านหน้าโต๊ะธุรการ ด้านในมีโต๊ะสองตัว ชั้นหนังสือที่อัดแน่นไปด้วยการ์ตูนภาษาญี่ปุ่น (แต่ดู ๆ แล้วมีแต่การ์ตูนเก่า ๆ) แล้วก็หนังสือเกี่ยวกับญี่ปุ่นมากมาย นิยายธรรมดาก็มี แฮร์รี่พ็อตเตอร์งี้ แล้วก็หนังสือสอนภาษาญี่ปุ่น มีทั้งชั้นต้นชั้นกลางชั้นสูง อีกฝั่งมีขายขนมกับตู้ขายน้ำ มีมาม่าให้กินด้วยนะ แล้วก็มีคอมพิวเตอร์สองเครื่อง ดูเหมือน On-Demand ของ Enconcept คือที่นี่เขามีระบบเรียนชดเชยผ่านคลิปวิดีโอในกรณีที่ขาดเรียน

พอขึ้นไปชั้นสองก็เป็นออฟฟิสของโรงเรียน แล้วก็ที่รับหนังสือ ฉันได้หนังสือมาสองเล่ม เป็นคันจิเล่มนึง แล้วก็แบบฝึกหัดคันจิเล่มนึง เขาให้นักเรียนทุกคนถ่ายรูปตอนรับหนังสือด้วย คงเอาไว้ทำฐานข้อมูลนักเรียน

ตรงนี้มีหนังสือเท็กซ์บุ๊คญี่ปุ่นเรียงพรืดเต็มไปหมด แล้วก็มีถุงกระดาษที่ดูเหมือนจะใส่หนังสือพิมพ์ใหม่กองตั้ง ๆ ไว้เต็มเลย เดาว่าเป็นหนังสือของคอร์สอื่นๆ

พอฉันถ่ายรูปเสร็จฉันก็ขึ้นไปที่ชั้นสาม ซึ่งแบ่งเป็นสองห้อง คือห้องเรียนใหญ่มาก กับห้องรอเรียน มีโต๊ะไม้ตัวใหญ่มากล้อมรอบด้วยเก้าอี้ นักเรียนคงมานั่งสังสรรทำการบ้านได้ แล้วข้าง ๆ ก็มีโซฟานั่งสบายมากอยู่ 

ด้วยความที่ห้องรอเรียนไม่ได้เปิดแอร์ และฉันร้อนมาก ฉันก็เลยเข้าไปห้องเรียนเลย บรรยากาศเหมือนห้องเรียนพิเศษสมัยตอนม.ปลายมาก ๆ (โอย นี่ฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้อีกเหรอเนี่ย - คือความคิดแรกตอนเห็นบรรยากาศ มันเหมือนพวกคอร์สติวสอบเอนทรานส์อ่ะ แต่นี่ก็คอร์สติวสอบจริง ๆ ป้ะ แค่เป็นวิชาภาษา)

นักเรียนมานั่งแล้วประมาณ ๘๐% มันผิดคาดฉันอย่างนึงคือฉันนึกว่าคนส่วนใหญ่จะเป็นเด็กมัธยมไม่ก็มหาลัย แต่เท่าที่สังเกตคนวัยทำงานก็เยอะ แต่รุ่น ๆ ฉันก็มีนะ (หรือพี่เค้าหน้าเด็กไม่รู้)

ฉันเลือกนั่งหน้าสุดติดหน้าต่าง (เพราะมันมีปลั๊กไฟ ชาร์จมือถือระหว่างเรียนได้ กร๊ากก เหตุผล) แต่โคตรคิดผิดที่นั่งตรงนี้ เพราะเวลาอาจารย์เขียนอะไรบนกระดานจะโดนบังทุกกกกทีเลยยยยย ฉันยิ่งคันจิง่อย ๆ อยู่ (จะว่าไปก็ไม่มีสกิลไหนที่ดีสักอย่างเลยแฮะ รู้สึกตัวเองห่างไกลจาก N2 มาก ๆ)

วันนี้น้องที่ชวนฉันมาเรียนนางไม่มาเรียนเพราะว่าไปเที่ยวสงกรานต์ต่างจังหวัดยังไม่กลับมา ฉันก็เลยถ่ายชีทส่งไปให้ดู น้อง(ชื่อมีน)ก็ไลน์ตอบมาว่าอ้าวว พี่ฟ้าไปเรียนด้วยเหรออ เออ มาเรียนสิ จ่ายตังค์แล้วนี่ ๕๕๕ 

แล้วอาจารย์ก็เข้ามาสอน อาจารย์เป็นผู้ชายอายุประมาณ ๓๕ ท้วม ๆ หน้าตาใจดี ดูเป็นผู้ชายอบอุ่นมุ้งมิ้ง ใส่เสื้อสีชมพูตารางหมากรุกด้วย 

ข้างบนกระดานจะมีติดเทปสีดำเป็นกรอบเอาไว้ว่านี่คือจุดที่จะไม่เลยของกล้อง หน้ากระดานก็มีกล้องถ่ายทำตลอดเวลาที่สอน ระหว่างสอนก็มีพนักงานมาเก็บภาพด้วย (ไม่รู้ฉันเผลอทำหน้าเหวอครูคะหนูไม่เข้าใจเข้ากล้องไปบ้างหรือเปล่านะ) 

การนั่งหน้าสุดก็ดีอย่างนะ เวลาเราตอบอะไรผิดอาจารย์ได้ยินก็จะแก้ให้ได้ ๕๕๕ หรือตอบอะไรเบาๆ อาจารย์ก็ยังได้ยิน

เรียนมาราธอนมากกกกก คือในตารางเวลาบอกว่าสอนบ่ายสองถึงหกโมงเย็นนะ แต่อ.แบงค์แถมให้ถึงทุ่มนึง บอกว่าวันนี้ไม่อยากเลทมากมันเป็นวันเปิดคอร์ส

อื้อหืออออ เลทไม่มากกก หนึ่งชั่วโมงงงง

แต่ก็แปลกนะ มันไม่ได้เกิดอาการสมองแฮงค์อะไรขนาดนั้น เพราะเรียนภาษามันไม่ใช่วิชาการหนักหนาสาหัสล่ะมั้ง แล้วฉันก็ Enjoy Learning ด้วย อ.แบงค์สอนสนุกมาก ดูมี Passion อยากให้นักเรียนเข้าใจ อยากให้นักเรียนสอบผ่านจริง ๆ ไม่ใช่สักแต่จะเอาเงินเด็กเฉย ๆ 

นอกจากหนังสือสองเล่มนั้นแล้ว ในห้องแกยังแจกชีทอีกมากมายก่ายกอง บวกกับการบ้านอีกมากมายมหาศาล แถมอาทิตย์หน้ามาก็มีสอบย่อยอีก แล้วยังกำชับเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าให้ทบทวนบทเรียนทั้งหมดภายในเจ็ดชม. ไม่อย่างนั้นจะลืมภายในเจ็ดวัน (คือเจอกันอาทิตย์หน้าก็ไม่เหลือแล้วนั่นเอง)

ดีนะ ฉันชอบ สนุกมาก นี่ยังไม่ได้ทวนเลย ๕๕๕๕ โอ้ยย 

พอเรียนเสร็จจากโรงเรียนอาจารย์แบงค์ก็มีรถแดง (คล้าย ๆ รถสาย)มาส่งที่ BTS สุรศักดิ์ ค่ารถ ๑๐ บาท นักเรียนอ.แบงค์ก็เต็มคันรถแล้ว

นี่การที่ฉันมาลงเรียนนี่เพื่อน ๆ มีแต่คนบอกว่า จะติวทำม้ายย อ่านเอาเองก็ได้มั้งงงง คือจริง ๆ ฉันก็อ่านเองได้แหล่ะเพราะ N3 ก็อ่านเองผ่าน แต่คือฉันว่างมากไง ช่วงปิดเทอม บวกกับอยากมีสังคมคนเตรียมสอบ N2 ด้วยแหล่ะ ได้เห็นคนอื่น ๆ ว่าเก่ง ๆ เราจะได้มีความทะเยอทะยานที่จะพัฒนา จริง ๆ ผ่าน N3 นี่ก็ไม่น่าเอามาอวดนะ เพราะคะแนนผ่านฉันก็ไม่ได้ดีเด่เลย (ได้ ๑๐๐ เป๊ะ เต็ม ๑๘๐ ตัดผ่านที่ ๙๐) การมาเรียนนี่ฉันหวังว่าจะได้อุดรูรั่วที่ฉันไม่ได้อ่านตอนเตรียมสอบ N3 ด้วยแหล่ะ

ฉันไป Too fast Too sleep ต่อ ไปนั่งอ่านกับเฟิร์นและอาอี้ (อาอี้เป็นรุ่นน้องโรงเรียนเดียวกับฉัน สนิทกับเฟิร์นตอนม.ต้น แล้วบังเอิญว่าได้อยู่มหาลัยเดียวกัน ก็เลยนัดเจอกันบ่อย ๆ แต่อาอี้เรียนแพทย์จุฬาฯ)

วันนี้คือคุยกับอาอี้หลายเรื่องมาก อาอี้นี่ชอบเล่นเกมมากเลยนะ ฉันพึ่งรู้ แถมยังรู้จัก FMA ด้วย (วันก่อนมานอนบ้านก็มาชื่นชมคอลเล็กชั่น FMA ในห้องนอนฉัน ๕๕๕ นี่คนอื่นมาไม่มีใครดูสักคน มีนางมาเห็นแล้วทักคนเดียว) 

พออ่านได้ถึงสี่ทุ่มฉันกับเฟิร์นก็โคตรเบื่อ เลยหนีกลับบ้าน อาอี้นั่งอ่านต่อแต่เพียงผู้เดียว บายยย น้องสาว ฟิตให้เยอะ ๆ เน้อ (นางจะสอบใหญ่ของหมออ่ะ ไม่รู้เรียกอะไร ที่สอบเสร็จแล้วจะไปเป็น extern ได้รับเสื้อกาวน์ไรงี้)

พอถึงบ้านฉันก็มานั่งจองตั๋วเครื่องบินกับโรงแรมฮ่องกงให้ครอบครัว คือครอบครัวฉันตั้งใจจะไปฉลองที่ฉันกับน้องสาวเรียนจบมหาลัยกันที่ฮ่องกง น้องชายก็เรียนจบมัธยมปลายพอดี นี่จะเป็นทริปครอบครัวครั้งแรกในรอบสิบปีได้ (ฉันคิดว่าครั้งสุดท้ายที่เราได้ไปเที่ยวเป็นครอบครัวจริง ๆ คือตอนฉันอยู่ม. ๑ อ่ะ สิบปีมาแล้ว... แถมตอนนั้นก็ไม่ได้มีแต่ครอบครัวเราด้วย เป็นไปกับญาติ แล้วเที่ยวไหน สวนสยาม...)

ฉันเลยโคตรจะตื่นเต้นกับทริปนี้ ปกติฉันจองตั๋วเครื่องบินก็ Low cost Airline แต่ครั้งนี้อะป๊า Request การบินไทย เอ้า การบินไทยก็ได้ จริง ๆ ก็แพงกว่ากันไม่มากหรอก 

ส่วนโรงแรมนี่ถ้าฉันไปเองฉันจะนอนห้องหอ แบบรวมกันหลาย ๆ คน หรือไม่ก็พักแคปซูลไปเลย (ประหยัด อยู่ง่าย ได้เพื่อนใหม่) แต่คราวนี้คุณแม่ไปด้วย คุณแม่นี่เป็นมนุษย์ที่หลับยากมาก ต้องห้องแอร์ เตียงใหญ่โต มีอินเตอร์เน็ตให้เล่น และไม่มีเสียงรบกวนจากเพื่อนบ้าน ไม่อย่างนั้นแม่จะนอนไม่หลับเลย (ปกติแม่ก็เลยไม่เที่ยว แต่นี่แม่ให้เป็นกรณีพิเศษ) เลยจองโรงแรมสี่ดาวไป ส่งให้พ่อแม่ Approve อยู่ ถ้าไม่โอเคฉันก็จะหาที่อื่น

ตื่นเต้นโคตรรรร อีกสองเดือนโน่นกว่าจะถึงทริป แต่ฉันก็ยังตื่นเต้นโคตรรรรร  (ว้าย ๆ ทริปครอบครัว ทริปครอบครัว)

โอ้ยย ดึกมากอีกแล้ว นอน ๆ 





Create Date : 18 เมษายน 2559
Last Update : 18 เมษายน 2559 0:31:30 น.
Counter : 437 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิมมาน
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ยินดีที่ได้รู้จัก หวังว่าเราจะได้ทำดีต่อกัน

ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใด ทำซ้ำ คัดลอก ดัดแปลง แก้ไข หรือเผยแพร่ ไม่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดใน Blog นี้ ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าจะเป็นการส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด