แนะนำหนังสือ :: ‘หักมุม 1.0’ 12 เรื่องสั้นที่คุณจะต้องร้อง ว้าว!



หักมุม 1.0
เขียนโดย นิพันธ์ ทารีมุกข์
สำนักพิมพ์วิช 
พิมพ์ครั้งที่ 4 : มิถุนายน 2560


คำโปรยปกหน้า :: 12 เรื่องสั้น สู่อรรถรสใหม่แห่งการอ่านที่จะทำให้คุณลุ้นจนตัวอักษรสุดท้าย!


หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือขนาดกะทัดรัด ซึ่งเราเจอโดยบังเอิญที่ร้านหนังสือซีเอ็ด จากการที่จะไปหาหนังสือสักเล่มอ่าน หนังสือที่ไม่หนามาก ขนาดกำลังดี เราก็ได้เจอกับหนังสือเล่มนี้ที่วางอยู่ทางด้านหน้า อย่างแรกที่เราสะดุดตาคือหน้าปก เพราะออกแนวสยองขวัญ ชื่อเรื่องเป็นสิ่งที่น่าสนใจตามมา ‘หักมุม 1.0’ 

มันต้องเป็นหนังสือสยองขวัญที่หักมุมแน่ๆ เราคิดในใจ (ในตอนแรก)

ความรู้สึกอยากอ่านเริ่มเพิ่มขึ้น ยิ่งพอเห็นจำนวนครั้งที่พิมพ์ ก็ยิ่งรู้สึกว่า เฮ้ย! เราต้องอ่านนะเล่มนี้ เพราะพิมพ์ครั้งแรกเดือนมีนาคม และพิมพ์อีก 3 ครั้งติดในเดือนมิถุนายน แสดงว่าหนังสือเล่มนี้ต้องไม่ธรรมดา ไม่ธรรมดา อะฮ้า! ไม่ธรรมดา (โปรดเต้นท่าไชยา มิตรชัยประกอบ)

ยิ่งเห็นทางด้านล่างของปก นักเขียนได้รับรางวัล The Winner Popular Vote จากการเขียนบล็อก ยิ่งน่าติดตาม เราเลยหยิบหนังสือเล่มนี้ แล้วไปจ่ายตังค์ เริ่มนั่งอ่านในวันนั้น (วันที่พายายไปฟอกไต แล้วออกไปซื้อของที่โลตัส) พอกลับมาถึงโรงพยาบาล ให้ยายทานของว่างช่วงกลางวันอะไรเรียบร้อยก็เริ่มเปิดหนังสือ

อ่านไปตั้งแต่หน้าแรกคำนิยมจากนักเขียนท่านอื่นๆ ก็ทำให้อยากอ่านเพิ่มมากขึ้น นักเขียนท่านหนึ่งบอกว่าหนังสือเล่มนี้การอ่านซ้ำในแต่ละเรื่อง ถือเป็นเสน่ห์ของหนังสือเล่มนี้ อ่านหลายรอบจะยิ่งให้ความรู้สึกที่แตกต่าง บรรยากาศจะไม่เหมือนกับการอ่านรอบแรก 

หนังสือเล่มนี้น่าสนใจแฮะ ถ้าต้องย้อนกลับไปอ่านซ้ำ ในความรู้สึกอีกแบบหนึ่ง

คำนำของผู้เขียนก็บ่งบอกถึงความทุ่มเทอย่างมาก เขาอยากให้หนังสือเล่มนี้เปรียบเหมือนนิทานอีสปให้ข้อคิดคติสอนใจ ในขณะเดียวกันเขาก็อยากจะให้หนังสือเล่มนี้เหมือนการแสดงมายากลที่ผู้อ่านจะรวมลุ้น ตื่นเต้นไปกับเรื่องราวที่เขาเขียน

นอกจากนั้นแล้วรูปวาดมาสคอต หรือ The Beast (สิงโตหน้าคน) ที่เป็นผลงานการวาดของ Cotton Valent นักวาดภาพประกอบที่มีชื่อเสียงก็มีที่มาที่ไปอยู่ และนั่นก็จะเป็นบทลับที่อยู่ในท้ายสุดของหนังสือเล่มนี้

ทุกอย่างถูกวางไว้แล้ว การวางเค้าโครง การวางอาร์ตเวิร์ค รับรองว่าใครที่หยิบหนังสือเล่มนี้จะต้องสนุก และร่วมลุ้นไปกับเรื่องราวต่างๆ แน่นอน

หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือสยองขวัญ แต่จะสยองขวัญไหมนะ ต้องลองไปอ่านดู

หนังสือเล่มนี้มีเรื่องราวที่หลากหลาย และจบในตอนของมัน แต่จะมีอยู่เรื่องหนึ่งที่มีตอนต่อ

หนังสือเล่มนี้คุณจะได้เห็นความสัมพันธ์ที่หลากหลาย และความหลากหลายนั้นจะทำให้คุณคาดไม่ถึง

หนังสือเล่มนี้ให้ความรู้เราในหลายเรื่องที่เราไม่เคยรู้มาก่อน

หนังสือเล่มนี้ ‘หักมุม’ สมชื่อ ตั้งแต่เรื่องแรก และหักมุมเรื่อยๆ จนกระทั่งจบตอน

และนี่แหละที่ทำให้เราต้องร้องว้าว! โห! อย่างคาดไม่ถึง...



Create Date : 23 กรกฎาคม 2560
Last Update : 23 กรกฎาคม 2560 14:56:34 น.
Counter : 438 Pageviews.
2 comment
(โหวต blog นี้) 
เก่งเกาหลี กับ Easy Korean





หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ผลิต จัดทำโดยสำนักพิมพ์เดียวกันกับหนังสือ เดบิวต์หัวใจนายซุปตาร์ ซึ่งเป็นหนังสือสอนภาษาเกาหลี โดยหนังสือเล่มนี้เหมือนเป็นส่วนที่มาเติมเต็ม เรื่องมาตราตัวสะกดที่หนังสือเล่มนั้นไม่มี ก็ได้มีลงไว้ในหนังสือเล่มนี้ รวมไปถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับเกาหลี ทั้งเรื่องประวัติศาสตร์ ภาษา ธงชาติ ดอกไม้ประจำชาติ เพลงชาติ ชุดประจำชาติ รวมไปถึงในเรื่องของการท่องเที่ยว ทั้งที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ พระราชวัง พิพิธภัณฑ์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ อุทยานแห่งชาติเขาซอรักที่ได้ชื่อว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์เกาหลี เกาะนามิ เกาะเชจู

นอกจากนี้ยังมีในส่วนของสถานที่ท่องเที่ยวที่ทันสมัยอย่างย่านคังนัม หอคอยโซลทาวเวอร์ที่ที่คู่รักจะมาคล้องแม่กุญแจกับรั้วเหล็ก และโยนลูกกุญแจทิ้งด้วยความเชื่อว่าถ้าได้มาคล้องกุญแจคู่รักที่นี่จะเป็นการล็อกความรักในอยู่ติดกัน รักของทั้งคู่จะยืนยาว ไม่พรากจากกัน หรือจะเป็นในส่วนของสวนสนุกที่ได้มีการอธิบายโซนต่างๆ ไว้ ใครที่อยากมาเที่ยวสามารถหาอ่านได้จากเล่มนี้

แล้วก็ยังมีในเรื่องราวของเหรียญ ธนบัตร การต่อราคาเวลาไปจับจ่ายใช้สอย ชอปปิงตามตลาดหรือห้างสรรพสินค้า ซึ่งบางที่เราสามารถต่อได้ แต่อย่าต่อเยอะ เพราะจะทำให้พ่อค้าแม่ค้าไม่พอใจ พ่อค้าแม่ค้าที่เกาหลีจะขายของให้นักท่องเที่ยวและคนเกาหลีในราคาเดียวกัน ไม่มีการชาร์จราคาเพิ่ม ส่วนของการลดราคาจะอยู่ที่ประมาณ 5 – 10%

ในส่วนของการสื่อสารส่วนใหญ่แล้วภาษาที่ใช้ในห้างสรรพสินค้าย่านอีแทวอนจะเป็นภาษาอังกฤษ แต่แหล่งชอปปิงอื่นๆ คนเกาหลียังไม่นิยมใช้ เรื่องการซื้อของ การต่อราคา การเลือกสี จึงควรจำประโยคเกาหลีไปพูดที่นั่น ซึ่งในหนังสือเล่มนี้มีประโยคที่ใช้บ่อยสำหรับการซื้อสินค้า รวมไปถึงคำศัพท์ต่างๆ (หนังสือเล่มนี้มีคำศัพท์หลายหมวด สามารถจำและนำไปใช้ได้นะคะ)

เมื่อมีในเรื่องของตลาด แหล่งชอปปิงก็ต้องมีในเรื่องของสินค้า หนังสือเล่มนี้จะมีข้อมูลสินค้าเกาหลีที่เป็นนิยมอย่าง โสม เครื่องสำอาง อัญมณีที่โด่งดังมาก อย่างพลอยเขี้ยวหนุมานที่มีสีม่วงหลากหลาย บุษราคัมรมควัน นอกจากนี้ยังมีเกี่ยวกับศิลปะ งานฝีมือพื้นเมือง หรือจะเป็นในเรื่องของเครื่องเขียนที่มีลวดลายน่ารักเหมาะสำหรับวัยรุ่นให้ได้รู้เป็นข้อมูลไว้สำหรับจะซื้อเป็นของฝากใคร

เรื่องอาหารการกินก็มีอยู่ในหนังสือเล่มนี้ด้วย มีทั้งเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอาหาร 5 สี 5 รสเพื่อสุขภาพ อาหารของเกาหลี เรื่องของกิมจิที่มีมากมายหลายชนิด แล้วก็ยังมีในเรื่องของร้านอาหารข้างทางสไตล์เกาหลี ให้ดูว่าในร้านนั้นเขามีอะไรให้ทานบ้าง

สำหรับผู้หญิงในหนังสือเล่มนี้ก็มีในเรื่องของแฟชั่นเสื้อผ้า ทรงผม เครื่องสำอาง การศัลยกรรม ซึ่งเขาก็มีคำศัพท์ในเรื่องของศัลยกรรม ตัวอย่างบทสนทนาไว้ให้ได้เรียนรู้ด้วย เผื่อว่าใครอยากจะไปศัลยกรรมที่นั่น

ขาดไม่ได้ก็ต้องเรื่องกีฬา เทควันโด ที่มีประวัติความเป็นมา ความหมาย องค์ประกอบ แล้วก็ยังมีกีฬาการต่อสู้ชีรึมที่ปัจจุบันเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นชายและหญิงของเกาหลี

เหล่าสาวกศิลปินเกาหลี บรรดาวัยรุ่นก็พลาดไม่ได้ เพราะมีศัพท์สแลง ศัพท์วัยรุ่น และเรื่องราวเกี่ยวกับเพลง ภาพยนตร์ ซีรีส์ให้ได้รู้

ยังมีในเรื่องของที่อยู่อาศัย บ้านแบบโบราณ บ้านแบบสมัยใหม่ ห้องซาวน่าที่เกาหลีเรียกว่า จิมจิลบัง ซึ่งชาวเกาหลีโปรดปรานมาก รวมไปถึงเรื่องการเดินทางและรถบริการสาธารณะให้ได้รู้ไว้เป็นข้อมูลค่ะ

หนังสือเล่มนี้จึงเหมาะสำหรับคนที่อยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเกาหลี ชอบเดินทาง ท่องเที่ยว รวมไปถึงอยากเรียนรู้คำศัพท์เพราะมีมากหมายหลายหมวด มีบทสนทนาไว้ใช้ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น ซื้อของ แต่ในเล่มนี้จะมีไวยากรณ์แค่นิดเดียว ถ้าหากอยากรู้เรื่องไวยากรณ์เพิ่มต้องอ่านคู่กับอีกเล่ม หรือศึกษาเพิ่มเติมจากในหนังสือหรือเว็บไซต์อื่นๆ ค่ะ



Create Date : 06 ตุลาคม 2559
Last Update : 6 ตุลาคม 2559 18:03:30 น.
Counter : 327 Pageviews.

9 comment
เดบิวต์หัวใจนายซุปตาร์ (หนังสือสอนภาษาเกาหลี)




เดบิวต์หัวใจนายซุปตาร์ (หนังสือสอนภาษาเกาหลี)
ผู้เขียน : December
ศิลปกรรม/ภาพประกอบ : OaeWalliya
สำนักพิมพ์ Life Balance


โดยปกติแล้วหนังสือสอนภาษาจะไม่ค่อยมีเรื่องราวอะไรนัก ส่วนใหญ่จะเปิดมาก็เป็นในเรื่องของพยัญชนะ สระ ไวยากรณ์ คำศัพท์ ประโยคบทสนทนาที่อาจจะมีภาพประกอบนิดหน่อย แต่หนังสือเล่มนี้จะเป็นเหมือนนิยายวัยรุ่น โดยมีการสอดแทรกเรื่องคำศัพท์ ไวยากรณ์เข้าไปในเนื้อเรื่อง ซึ่งเรามองว่าเป็นอะไรที่เวิร์คดีนะ อยากให้กระทรวงศึกษาทำตำราในแบบนี้บ้าง บางทีเด็กๆ อาจจะรู้สึกอยากหยิบจับขึ้นมาอ่านบ่อยๆ

วิชาไหนที่ยากๆ น่าจะลองทำเป็นนิยายฟินๆ อย่าง คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ลองสร้างเนื้อเรื่องแล้วใส่สูตร ใส่สมการเข้าไป ให้พระเอกหาค่า หรือเป็นครูสอนนางเอก แทรกวิชาความรู้กันไป เด็กๆ จะรู้สึกเพลิดเพลินไม่เบื่อ โดยแบ่งเป็นบทๆ แล้วสรุปเนื้อหาหลักๆ ในท้ายบทให้ครูอธิบายอีกที น่าจะเป็นอะไรที่ดีนะ

ในส่วนของนิยายเรื่องนี้ก็สร้างจากความฝันที่เชื่อว่าเด็กไทยทุกคนที่ชอบศิลปินเกาหลี ย่อมอยากจะไปเกาหลีเพื่อไปเจอศิลปินที่ตัวเองรัก และมีจำนวนไม่น้อยที่อยากจะไปเป็นศิลปินฝึกหัด ผู้เขียนก็เลยสร้างตัวละครสาวน้อยที่ชื่อ ‘มิน’ ให้ผ่านการออดิชั่นจากเมืองไทย และได้รับคัดเลือกให้เข้าไปเป็นศิลปินฝึกหัดในค่ายเพลงของเกาหลี ค่าย J.H.STAR โดยค่ายนั้นมีบอยแบนด์และเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังอยู่

และเมื่อมินต้องไปอยู่ที่เกาหลี ก็ทำให้เธอต้องเรียนรู้เรื่องภาษา เรื่องการใช้ชีวิตที่นั่นจากคนที่เป็นรูมเมทและเป็นศิลปินฝึกหัดในค่ายเดียวกัน อย่างคาอึล รวมไปถึงยูซึงที่เป็นคนไทยแต่ย้ายมาอยู่และมาเป็นศิลปินฝึกหัดก่อนหน้าเธอ นอกจากนี้ก็ยังมีตัวละครอื่นๆ อีกให้เนื้อเรื่องได้ดำเนินไป

โดยในเรื่องนี้บทสนทนาจะมีที่เป็นภาษาเกาหลี คำอ่านภาษาเกาหลีที่เป็นภาษาไทย และคำแปลภาษาไทย ใครที่ยังอ่านและยังจำพยัญชนะ สระของภาษาเกาหลีไม่ได้ คุณก็สามารถที่จะอ่านได้ ซึ่งเมื่อคุณอ่านไปเรื่อยๆ คุณจะค่อยๆ จำศัพท์ จำความหมายนั้นได้ เพราะคำจากบทก่อน มันจะมาปรากฏในบทถัดมาด้วย และบางคำเราก็จะได้เห็นบ่อยๆ จนทำให้เราจำได้ อย่าง 연습 (ยอนซึบ) ที่แปลว่า ซ้อม จะปรากฏมาบ่อยมาก

ในหนังสือจะแบ่งเป็นบทๆ บทแรกจะเริ่มต้นจากพยัญชนะ สระ การอ่านออกเสียงแบบปกติ ซึ่งเราว่าถ้าจะให้ดีกว่านี้ควรจะมีเรื่องของมาตราตัวสะกดด้วย หนังสือเล่มนี้ขาดเรื่องมาตราตัวสะกด และการอ่านออกเสียงที่นอกเหนือกฎเกณฑ์ เพราะบางทีเวลาเราอ่าน เราก็จะเกิดคำถามว่า เฮ้ย! ทำไมมันออกเสียงอย่างนั้น เขาพิมพ์ผิดหรือเปล่า เพราะเราไม่ได้เรียนภาษาเกาหลีจากข้างนอก เราอ่านเอาจากหนังสือ ถ้าหนังสือที่ไม่มีความละเอียดมากพอ ก็จะทำให้เกิดความสงสัยได้ ซึ่งนั่นก็ทำให้เราต้องไปหาอ่านเพิ่มเติมจากที่อื่นๆ จากในเว็บไซต์ หรือจากหนังสือเล่มอื่นๆ ทำให้เราได้รู้หลักการอ่านที่เพิ่มมากขึ้น

แต่หนังสือเล่มนี้ก็ดีตรง มีคำศัพท์เยอะ คำศัพท์บางคำจะผ่านตาเราบ่อยๆ เมื่อตัวละครพูดในบทสนทนา และเขาก็มีรวบรวมไว้ในท้ายบท รวมไปถึงในเรื่องของไวยากรณ์ด้วย คือ ถ้าไม่อยากอ่านเนื้อเรื่องก็อ่านเฉพาะในสรุปท้ายบทได้

ไวยากรณ์เล่มนี้จะเป็นไวยากรณ์ชั้นต้น ถ้าหากอยากจะศึกษาให้ลึกมากขึ้น ต้องหาหนังสือเล่มอื่นอ่านเพิ่มเติม

และนี่ก็เป็นภาพบางส่วนที่เราได้ถ่ายมาจากหนังสือ เพื่อให้ท่านผู้อ่านพอจะเห็นภาพข้างในค่ะ















Create Date : 02 ตุลาคม 2559
Last Update : 2 ตุลาคม 2559 23:03:25 น.
Counter : 373 Pageviews.

4 comment
คุก – ตะราง – ทาง – เถื่อน





คุก – ตะราง – ทาง – เถื่อน
ผู้เขียน : พัศดีสมบูรณ์ เตชะวงค์
สำนักพิมพ์สารคดี



คำนิยม โดย คุณสมศักดิ์ รังสิโยภาส (รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์)

คุก – ตะราง – ทาง – เถื่อน
เป็นหนังสือที่คุณสมบูรณ์ เตชะวงค์ เขียนขึ้นมาจากประสบการณ์โดยตรง ซึ่งเป็นสารคดีและเรื่องสั้นภายในเล่มเดียวที่ถ่ายทอดเหตุการณ์และชีวิตจริงที่เกิดขึ้นในเรือนจำ เป็นการนำผู้อ่านเข้าไปสัมผัสกับเหตุการณ์และชีวิตจริงของผู้คนในเรือนจำ เสมือนท่านเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริง โดยไม่ต้องติดคุกให้เสียเวลาและยังมีอิสรภาพ

ผมหวังว่า เมื่อท่านได้อ่านหนังสือ คุก – ตะราง – ทาง – เถื่อน แล้ว จะทำให้ท่านคิดได้ภายหลังว่าชีวิตในคุกเป็นชีวิตที่ไม่น่าเข้าไปอยู่แม้แต่เสี้ยววินาที เว้นแต่เจ้าหน้าที่เท่านั้นที่จะต้องเข้าไปทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากสังคม


ในบล็อกนี้ เราจึงขอคัดข้อมูล เรื่องราวบางส่วนที่คิดว่าหลายๆ คนคงจะอยากทราบมาให้ได้อ่านกันค่ะ

สิ่งของต่อไปนี้ห้ามไม่ให้นำเข้าไปหรือเก็บรักษาไว้ในคุก

1. ยาเสพติดให้โทษ
2. สุราหรือของเมาอย่างอื่น
3. อุปกรณ์สำหรับการเล่นพนัน
4. เครื่องมืออันเป็นอุปกรณ์ให้การหลบหนี
5. อาวุธ
6. ของเน่าเสียหรือของมีพิษต่อร่างกาย
7. น้ำมันเชื้อเพลิง
8. สัตว์มีชีวิต
9. เครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรือเครื่องมือสื่อสารอื่นๆ
10. วัตถุเอกสารหรือสิ่งพิมพ์
11. เงินสด

การค้ายาเสพติดและการลักลอบนำโทรศัพท์เข้าไปใช้ในคุกเพื่อติดต่อซื้อขายยา นักโทษที่มีศักยภาพทำได้ต้องเป็นผู้มีอิทธิพล มีเงิน มีบารมี และมีเครือข่าย

การค้นพบโทรศัพท์มือถือส่วนมากจะไม่ปรากฏว่าผู้ใดเป็นเจ้าของเพราะไม่ได้ค้นพบที่ตัวนักโทษ แต่จะได้จากที่อื่น เช่น จากถังขยะ หรือซุกซ่อนไว้ตามที่ต่างๆ ซึ่งไม่มีใครเป็นเจ้าของ ผู้กระทำผิดก็หลุดรอดจากการถูกลงโทษทางวินัย เมื่อถูกยึดไปแล้วก็จะหาทางนำเข้ามาใหม่อีก

จากข้อสังเกตที่เคยพบมา ปรากฏว่า นักโทษที่มีส่วนเกี่ยวข้องลักลอบนำสิ่งของเหล่านี้เข้าไปในคุกจะเป็นผู้ที่มีหน้าที่ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่หรือมีความใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ และส่วนหนึ่งจะเป็นคนเก่า ขยัน คอยบริการรับใช้เจ้าหน้าที่อย่างดีเยี่ยมจนเป็นที่ไว้ใจของเจ้าหน้าที่ จึงสามารถออกนอกแดนไปสถานที่ต่างๆ ได้ เช่น ผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน งานบริการรับส่งสินค้าหรืออาหารให้เจ้าหน้าที่ เรียกว่าทำดีไปด้วยทำชั่วไปด้วย กว่าเจ้าหน้าที่จะจับได้ ก็ลักลอบทำไปหลายครั้งจนร่ำรวยไปแล้ว

ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือคือสิ่งที่นักโทษค้ายาต้องการมากที่สุด เพราะราคาแพง เครื่องละหลายหมื่น หรือบางครั้งก็ถึงหลักแสน พอๆ กับยาเสพติด ถ้านำยาเสพติดเข้าไปในคุกและถูกจับได้ โทษอาจถึงประหารชีวิต แต่ถ้าเป็นโทรศัพท์ จะถูกลงโทษทางอาญาฐานนำสิ่งของต้องห้ามเข้าเรือนจำ ต่อคดีอีก 5 – 6 เดือน หรือลงโทษทางวินัยเล็กๆ น้อยๆ ดังนั้นน้ำหนักความเสี่ยงจึงต่างกัน

นอกจากวิธีการยัดลึก (ทางรูทวาร) แล้ว ก็ยังมีวิธีการยัดไส้ โดยถูกส่งผ่านมาจากญาตินักโทษ ทั้งซ่อนในอาหาร เครื่องปรุง รองเท้า ก้อนสบู่ ในกระป๋องแป้ง ในซองบุหรี่ ในขนมขบเคี้ยว ในขวดโลชั่น หรือแม้กระทั่งในผลไม้

อีกทั้งยังมีที่เรียกว่าหล่นมาจากฟ้า คือใช้เครื่องบินบังคับส่งของ

นอกจากเรื่องการส่งของ ซ่อนของให้พ้นจากการถูกจับกุมแล้ว หนังสือเล่มนี้ยังมีเรื่องราวหลากหลาย หลายอารมณ์ให้ได้เรียนรู้ ทั้งเรื่องราวความวุ่นวาย เรื่องราวชวนขันระหว่างนักโทษกับผู้คุม เรื่องราวซึ้งๆ จากจดหมายของผู้ที่เป็นพ่อเป็นแม่ หรือเรื่องราวความเครียดของนักโทษที่บางคนระบายออกด้วยการกรีดข้อมือ รวมไปถึงศัพท์แสงต่างๆ ภายในคุก

ท้ายนี้ขอทิ้งเรื่องราวที่อ่านแล้วยิ้มไว้สักเรื่อง อย่างเรื่องแมว ซึ่งความจริงกฎของคุกคือสัตว์มีชีวิตถือเป็นสิ่งของต้องห้าม ไม่อนุญาตให้นำเข้าไปเลี้ยงหรือมีไว้ในครอบครอง แต่แมวเป็นสัตว์ที่สามารถเล็ดลอดตามช่องเล็กของประตูคุกหรือปีนข้ามกำแพงมาได้ จึงถือเป็นสัตว์ประเภทเดียวที่ยังคงอยู่กับคุกมาจนทุกวันนี้

ถึงแม้จะเคยนำออกไปปล่อยที่วัดไกลๆ แต่ปรากฏว่าแมวที่เอาไปปล่อยก็กลับมาอยู่ในคุกได้เหมือนเดิม นับเป็นเรื่องแปลก

ครั้งหนึ่งขณะผู้เขียนเข้าเวรพัศดี มีนักโทษได้รับการปล่อยตัวพ้นโทษหลายคน ระหว่างที่กำลังตรวจสอบประวัติและเอกสารการปล่อยตัวของแต่ละคนโดยละเอียดเพื่อป้องกันการปล่อยผิดตัว ก็มีนักโทษครบกำหนดพ้นโทษคนหนึ่งชื่ออนันต์ ติดคุกมาประมาณ 5 ปีเศษ อุ้มกล่องกระดาษขนาดเท่ากล่องเบียร์ซึ่งเจาะรูเป็นช่องระบายอากาศเดินมา

เมื่อเปิดกล่องดู ปรากฏว่ามีแมว 3 ตัว คือ ตัวแม่สีทอง ตาเสียข้างหนึ่ง นอนให้ลูกอีกสองตัวกินนมอยู่ภายในกล่อง

ผู้เขียนถามว่าเอาแมวมาจากไหน และจะเอาแมวออกไปทำไม

เขาตอบว่าเป็นแมวที่เขาเลี้ยงไว้ เพราะรักและสงสารมันมาก เลี้ยงดูมานานแล้ว อยู่กินด้วยกัน แมวเป็นเพื่อนที่แสนดี ช่วยคลายเครียด ทุกวันมีความสุขอยู่กับแมว

ผู้เขียนเลยแกล้งพูดว่า ไม่อนุญาตให้เอาแมวออกไปด้วย ให้เอากลับไปไว้ที่เดิม ไม่อย่างนั้นจะไม่ยอมปล่อยตัว ดูเหมือนเขาจะร้องไห้พร้อมกับยกมือไหว้และอ้อนวอนขอร้องให้อนุญาตให้เขานำแมวออกไปด้วย ทั้งพูดอีกว่าถ้าไม่อนุญาต เขาจะขออยู่ในคุกต่อไป เพราะกลัวแมวตายไม่มีใครเลี้ยง ผู้เขียนจึงบอกว่า แกล้งพูดเล่น ไม่ต้องร้องไห้ และอนุญาตให้นำแมวออกไปได้ เขาดีใจมาก ยกมือไหว้ผู้เขียนอีกครั้ง ก่อนอุ้มกล่องแมวออกจากคุกไปด้วย



Create Date : 29 กันยายน 2559
Last Update : 29 กันยายน 2559 15:06:05 น.
Counter : 482 Pageviews.

4 comment
แค่ ‘เธอ’… หนังสือที่จะทำให้คุณอยากตกหลุมรักใครสักคนอีกครั้ง





ถ้า ‘บทเรียนที่ความรักไม่ได้สอน’ เป็นหนังสือที่คนผิดหวังจากความรัก อ่านแล้วจี๊ด อ่านแล้วโดน จนรู้สึกว่าฉันอยู่คนเดียวก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีความรัก หนังสือ แค่ ‘เธอ’ จะเป็นหนังสือที่พลิกมุมความคิดของคุณ จากนักเขียนคนเดียวกัน คือ มาบุชี่

เพราะเมื่อได้อ่านจะทำให้คุณย้อนนึกถึงวันเวลาเก่าๆ ช่วงเวลาที่ได้ตกหลุมรักใครสักคน ความรู้สึกเหล่านั้นจะทำให้คุณยิ้ม อย่างเราเองก็ย้อนนึกถึงช่วงมัธยม ความรักสดใสกุ๊กกิ๊กๆ ความรู้สึกแอบชอบ การได้แอบมอง การได้พูดคุย หรือการได้ให้ของอะไรเล็กๆ น้อยๆ มันเป็นความรู้สึกที่ตื่นเต้นดีนะ

เพราะความรักในช่วงวัยนั้นสำหรับเรา มันเป็นความรักที่ไม่คาดหวัง แค่เขารับของจากเรา เป็นแค่ลูกอม เราก็มีความสุข เราไม่ได้คาดหวังจะเป็นแฟน เพราะรู้ตัวดีว่าไม่ใช่สเปกเขา (เราว่าคนที่แอบชอบใครสักคนส่วนหนึ่งก็ต้องทำใจไว้อยู่แล้ว ซึ่งจะต่างจากการที่มีคนมาจีบ) เมื่อเขามีแฟนในภายหลัง เราก็ไม่ได้รู้สึกว่าปวดใจมาก เพราะทำใจไว้ตั้งแต่ต้น และความทรงจำเหล่านั้นก็จะยังอยู่ เมื่อนึกถึงมันจะยิ้มได้ตลอด

ดังนั้น ความรัก ไม่ว่าจะอย่างไรมันก็ยังคงสวยงาม และเชื่อว่าหลายๆ คนก็ยังคงโหยหา อยากจะมีช่วงเวลา โมเมนต์ที่น่ารักๆ การได้อ่านหนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณได้ย้อนกลับไป ทบทวนความรู้สึก หรืออยากจะสร้างความรู้สึกเหล่านี้ให้เกิดขึ้นมาอีกครั้ง

ในบล็อกนี้ เราจึงคัดถ้อยคำ ประโยคที่เมื่อคุณอ่านแล้ว จะรู้สึกเบ่งบานในใจ ให้คุณได้คิดถึงช่วงเวลาเก่าๆ เวลาที่ได้ตกหลุมรักใครสักคน มันดีมากแค่ไหน


รอยยิ้มที่ทำให้ใจฉันเต้นไม่เป็นจังหวะ
แค่สบตาเธอ ฉันก็แทบจะละลาย – ละลาย
เพียงถ้อยคำธรรมดาๆ คำเดียวที่เธอพูดออกมา
ฉันก็เก็บไปนึกถึงทั้งวันเหมือนคนบ้า

“การตกหลุมรัก” ใครสักคน เป็นเช่นนี้เอง
ฉันจะไม่ลืม... ฉันจะไม่ลืม...

…….

“ฉันรักตัวเองเวลาที่ได้อยู่ใกล้ๆ เธอ”
เพราะมันทำให้ฉันได้เห็นมุมบางมุม
ในความเป็นฉัน
“มุมที่น่ารัก”
“มุมที่อ่อนหวาน”

มุมที่ฉันไม่เคยเป็นอย่างนั้น (กับใคร) มาก่อน

…….

แค่ได้ใช้อากาศเดียวกันหายใจร่วมกับเธอ
ฉันก็มีความสุข...
แค่ได้มองพระจันทร์ดวงเดียวกันกับเธอ
ฉันก็มีความสุข...
แค่ได้มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้กับเธอ
ฉันก็มีความสุข...

บางครั้ง... ความรักก็ต้องการแค่นี้
แค่นี้เท่านั้น

…….


นอกจากนี้หนังสือเล่มนี้ยังให้แง่มุมในเรื่องของชีวิต ความรัก คนที่มีคู่แล้ว หรือกำลังจะมีให้ได้คิดตาม หรือแม้แต่คนโสดๆ ก็สามารถที่จะอ่านแล้วคิดตามไปด้วยได้


ในชีวิตของคนทุกคน
เรามักเจอคนอยู่สองประเภท
“คนที่เดินผ่านมาเพื่อเดินผ่านไป”
กับ “คนที่เดินผ่านมาแล้วอยู่กับเราตลอดไป”

ซึ่งคำถามที่สำคัญกว่า
คือเราเป็นคนประเภทไหน
เวลาที่เดินผ่านเข้าไปในชีวิตของใครสักคน

…….

เคยมีใครบางคนบอกฉันว่า...
“ความรักเหมือนการสร้างบ้าน”
บ้านจะแข็งแรงเพียงใด
อยู่ที่การวางรากฐานในวันเริ่มต้น

ความรักก็เช่นเดียวกัน
พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร
มันก็คือสิ่งที่ต่อยอดมาจากวันนี้
วันที่ความรักเพิ่งเริ่มต้นใหม่ๆ



Create Date : 27 กันยายน 2559
Last Update : 27 กันยายน 2559 2:26:48 น.
Counter : 589 Pageviews.

18 comment
1  2  3  

comicclubs
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]