It is never too late to be what you might have been " ไม่เคยมีคำว่าสายเกินไป...ที่จะเป็นในสิ่งที่คุณอยากจะเป็น "
:: Welcome to krulemon's weblog
วิจัยการศึกษา เรียนคณิต online กระดานข่าวเด็กคณิต/ศิษย์เก่า ติวเข้มGAT-PATกับETV มุมดูแลสุขภาพ
Group Blog
 
All blogs
 
คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน




Create Date : 07 มกราคม 2551
Last Update : 10 มกราคม 2551 10:13:34 น. 89 comments
Counter : Pageviews.

 
ความต้องการมันอยู่ที่ตัวของเรา แต่ละคนมีอาจจะมากหรือน้อย เรื่องราวและสิ่งที่เราได้ยินมาจากคนรอบข้าง จากสื่อ จากข่าวสาร มันจะเข้ามาเสริม (บวก) หรือ ลด (ลบ) กับความต้องการ ซึ่งมีผลต่อความคาดหวังต่อสิ่งนั้นๆ ซึ่งเราจะไปดูไปเผชิญไปสัมผัส

เช่นเราอยากไปกินอาหารที่ร้านแห่งหนึ่ง ในใจเราตั้งระดับความต้องการไว้ที่ 5 คะแนน ถ้าหากเราได้ยินคนพูดถึงอาหารร้านนั้นในทางที่ดี ในทางชมเชย คะแนนความคาดหวังว่าจะได้รับสิ่งดีๆจากร้านนั้นอาจจะพุ่งถึง 7..8...9...10 แต่ถ้าหากเราได้ยินเรื่องที่ไม่ดี เป็นเรื่องที่ติดลบ ความคาดหวังในสิ่งที่เราจะได้รับจากที่นั่น ก็จะลดลงด้วย


ด้วยเหตุนี้ เลยเอาสมการมาต่อกันใหม่ ได้ดังนี้ ...

ความประทับใจ = สิ่งที่เราพบเห็น ได้พิสูจน์ด้วยตนเอง ลบด้วย (-) ความคาดหวัง

= สิ่งที่เราพบเห็น ได้พิสูจน์ด้วยตนเอง ลบด้วย (ความต้องการ + เรื่องราว/สิ่งที่ได้ยินมา)



โดย: บุษบา ตากาศ เลขที่17 ม.4/1 IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:14:27:41 น.  

 
คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน
"คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน" คำนี้น่าจะหมายถึงอย่างอะไร คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน น่าจะหมายถึง การใช้วิธีการคำนวณทางคณิตศาสตร์ ในการแก้ไขปัญหาบางประการในชีวิตประจำวัน เช่น ถ้านักเรียนจะเดินทางจากจังหวัดแพร่มากรุงเทพฯ อยากจะทราบว่า ค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยทางรถไฟ กับรถยนต์โดยสารปรับอากาศ เมื่อรวมค่ารถรับจ้างจากสถานีรถไฟ หรือสถานีขนส่งสายเหนือที่นักเรียนจะต้องจ่ายแล้ว ควรจะเลือกเดินทางด้วยวิธีใดดี ปัญหาที่กล่าวมานี้ใช้การบวกในการแก้ปัญหา ตัวอย่างการจัดกิจกรรมการสอนคณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน โดยยกตัวอย่างจากเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับตัวนักเรียน โจทย์คำถามในลักษณะข้างต้น เป็นตัวอย่างในการที่จะเชื่อมโยงการแก้ปัญหาบางประการ ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งเป็นการฝึกให้นักเรียนรู้จักวางแผนการทำงาน โดยใช้คณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือ โจทย์ในทำนองดังกล่าวนี้ มีหลายเรื่องที่ครูผู้สอนจะนำมาใช้ได้ ข้อที่ควรคำนึงถึงก็คือ เวลาจะให้โจทย์ในลักษณะนี้ ครูผู้สอนควรฝึกให้นักเรียนรู้จักไปหาข้อมูลมาด้วยตัวเอง โดยครูอาจจะแนะแหล่งที่จะไปหาข้อมูล และเมื่อนักเรียนแก้ปัญหาโจทย์ได้แล้ว ครูควรสรุปคำถาม และควรมีข้อเสนอแนะอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อช่วยให้นักเรียนเกิดความรู้ความคิดกว้างขวางขึ้น นอกเหนือจากการมีความรู้แต่เพียงการเรียนในชั้นเรียน ทั่งนี้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของครูผู้สอนว่า มีความพร้อมหรือไม่ และกิจกรรมดังกล่าวเหมาะสมกับชั้นเรียนของท่านหรือไม่ เพียงใดด้วย
ที่มาhttp://www.mc41.com/score/math05.htm


โดย: อรสา ขัติธจักร์ ม.4/1 เลขที่28 IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:14:30:28 น.  

 
วิธีคำนวณค่าไฟฟ้าสำหรับบ้านอย่างง่ายๆ
ถ้ารวมจำนวนหน่วยที่ใช้ไฟฟ้าต่อเดือนของอุปกรณ์ใช้ไฟฟ้าแต่ละประเภทได้ประมาณ 2325 หน่วย บ้านนี้จัดอยู่ในประเภทผู้ใช้ไฟฟ้า 1.2 ฐานภาษีมูลค่าเพิ่มที่ร้อยละ 7 สมมุติค่า Ft ของเดือนนี้เท่ากับ 27.13 สตางค์ต่อหน่วย ค่าบริการ 40.90 บาท อัตราค่าไฟฟ้าจะเป็นดังนี้

ค่าพลังงานไฟฟ้า 150 หน่วยแรก เป็นเงิน 150 * 1.8047 = 270.71 บาท

ค่าพลังงานไฟฟ้า 250 หน่วยต่อไป เป็นเงิน 250 * 2.7781 = 694.53 บาท

ค่าพลังงานไฟฟ้าที่เหลือ 1925 หน่วยต่อไป เป็นเงิน 1925 * 2.9780 = 5732.65 บาท

ค่า Ft ที่ 27.13 สตางค์ต่อหน่วย (ค่านี้จะเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละเดือนไม่เท่ากัน)

เป็นเงิน 0.2713 * 2325 = 630.77 บาท

ค่าบริการรายเดือน เป็นเงิน = 40.90 บาท

รวม = 7369.56 บาท

ภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 = 515.87 บาท

รวมค่าไฟฟ้าต่อเดือนของบ้านนี้โดยประมาณ = 7885.43 บาท
ที่มาhttp://www.bloggang.com/viewblog.php?id=krulemon&date=07-01-2008&group=10&gblog=1


โดย: ประภาพร เรือนคำ IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:14:30:36 น.  

 
คณิตศาสตร์เป็นความรู้ที่แทรกอยู่ในวิทยาการทุกสาขาคณิตศาสตร์สามารถใช้ได้ตั้งแต่เรื่องพื้นฐานประจำวันเช่น การซื้อ - ขายการทำอาหารหรือใช้กับความร้ ชั้นศสูงเช่น ออกแบบอาคาร การสร้างยานอวกาศ


โดย: ปราโมทย์ วงค์กาศ IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:14:33:07 น.  

 
คณิตศาสตร์เป็นประโยชน์อย่างมากในการวางแผนชีวิตของคน อย่างเช่น การหาค่าสถิติของคู่แต่งงานที่รักกันอย่างหวานชื่น แล้วคณิตศาสตร์ยังช่วยงานของเราได้อีกด้วยเช่น การค้าขายหรืองานที่เกี่ยวกับการคำณวนของตัวเลข


โดย: พัชรินทร์ IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:14:36:17 น.  

 
คณิคศาสตร์ใช้ในการคิดเลขและการคำนวณและการสร้างสิ่งก่อสร้างเช่นบ้านเรือนหรือตึกอาคารต่างๆให้เป็นรูปทรงเลขาคณิต และคำนวณปริมาตรต่างๆได้ด้วย คิดว่างั้นนะ


โดย: น.ส.สุพรรณี สารกาศ IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:14:36:38 น.  

 
คณิตศาสตร์กับชีวิตประจำวัน
-ใช้ในการนับสิ่งของต่างๆ
-ใช้ในการค้าขายการซื้อสินค้า
-ใช้คำนวณหาผลลัพธ์
สิ่งที่เราพบเห็น ได้พิสูจน์ด้วยตนเอง ลบด้วย (-) ความคาดหวัง
สิ่งที่เราพบเห็น ได้พิสูจน์ด้วยตนเอง ลบด้วย (ความต้องการ + เรื่องราว/สิ่งที่ได้ยินมา)
คงเพราะว่า เราตั้งความคาดหวังไว้สูง กว่าสิ่งที่เราได้พบเห็นเอง ผลลัพธ์ที่ออกมาค่ามันจึงติดลบ ทำให้ความประทับใจของเราติดลบ (หรืออาจจะเท่ากับศูนย์ หากว่า สิ่งที่พบเห็น = ความคาดหวัง) ความประทับใจที่ติดลบ ก็คือ ความรู้สึกที่ผิดหวัง

แต่ถ้าหากเราคาดหวังไว้น้อย เมื่อเราไปพบเห็นแล้วรู้สึกว่ามันดีกว่าที่คาดหวัง เมื่อนั้นความประทับใจเราก็จะติดค่าบวก จึงกลายเป็นความประทับใจได้

ทีนี้เจ้าความคาดหวัง ก็มีสูตรสมการคณิตศาสตร์

ความคาดหวัง = ความต้องการ + เรื่องราว/สิ่งที่ได้ยินมา

เหตุเกิดจากวันก่อนที่ไปดูนาเนียร์มาน่ะค่ะ.. ดูแล้วรู้สึกเฉยๆ ออกจะผิดหวังไปด้วยซ้ำ ทั้งนี้เพราะได้ยินคนพูดคนวิจารณ์ว่าสนุก ก็เลยแปลกใจ ว่าทำไมเราไม่ค่อยสนุกดังที่คาดไว้

ดังนั้นก็เลยอดเอามาคิดเป็นสมการคณิตศาสตร์ขึ้นมาไม่ได้ นั่นคือ

ความประทับใจ = สิ่งที่เราพบเห็น ได้พิสูจน์ด้วยตนเอง ลบด้วย (-) ความคาดหวัง

คณิตศาสตร์เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันอยู่ทุกอย่างอยู่แล้ว





โดย: สกุณา ตันหลวงกาศ ชั้น ม.4/1 IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:14:37:07 น.  

 
คณิคศาสตร์ในชีวิตประจำวัน
ใช้ในการค้าขาย เพราะเราจะต้องใช้คณิตศาสตร์เกี่ยวกับการคำนวณในการทอนเงินให้ลูกค้า ถ้าหากเราไม่มีพื้นฐานของคณิตศาสตร์ที่ดี เราก็จะทอนเงินให้ลูกค้าผิดเเละเราก็จะขาดทุนด้วย
ไม่ว่าอย่างไร


โดย: อังคณา ใจกาศ(เสริมวิขาการ) IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:14:39:07 น.  

 
คณิตศาสตร์เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการทำกิจกรรมต่างๆเช่นการคำนวณค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่ารถการเดินทาง รวมทั้งค่าขนมที่เรากินไปวันๆด้วย


โดย: อัมภาวรรณ หมู่แก้ว 4/1 IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:14:39:33 น.  

 
คณิตศาตร์กับชีวิตประจำวัน


การคำนวณดอกเบี้ย โดยเฉพาะดอกเบี้ยทบต้น จำเป็นต้องใช้เครื่องคิดเลข ซึ่งการได้รู้จักชนิดของเครื่องคิดเลข และใช้มันอย่างมีประสิทธิภาพ จะอำนวยประโยชน์ต่อการคำนวณดอกเบี้ยเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น ในเอกสารชุดนี้ จึงเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบชนิดของเครื่องคิดเลข เทคนิคการใช้เครื่องคิดเลข และแนวทางการทำข้อสอบเรื่องดอกเบี้ย เพื่อให้ผู้เรียนมีความคุ้นเคยกับการใช้เครื่องคิดเลขในการคำนวณดอกเบี้ย การสอบปลายภาคเรื่องดอกเบี้ยในวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐานทุกครั้งจำเป็นต้องใช้สูตรทั้งหมดที่ได้นำมาเสนอนี้ ดังนั้น หากนักศึกษาที่เรียนวิชาดังกล่าวได้ฝึกใช้เครื่องคิดเลขตามคำแนะนำในเอกสารชุดนี้แล้ว ผู้เขียนเชื่อว่านักศึกษาจะสามารถคำนวณดอกเบี้ยได้ทุกคน

สรุปสูตรดอกเบี้ย (Interest: I)

1. ดอกเบี้ยคงต้น (simple)

ดอกเบี้ยคงต้นคือ I = prt

เงินรวมคือ S = P + I = P(1+rt) โดย t มีหน่วยเป็นปีเสมอ

2. ดอกเบี้ยทบต้น (compound)

S = , I = S – P และ

เมื่อ , c คือ จำนวนครั้งที่ทบต้นในเวลา 1 ปี

และ r e คือ อัตราดอกเบี้ยที่มีผล (effective) ในเวลา 1 ปี

3. เงินผ่อน (installment)

เงินผ่อนรายงวดแบบไม่ลดต้นไม่ลดดอก (flat rate) คือ R =

เงินผ่อนรายงวดแบบลดต้นลดดอกคือ R =

เงินต้นคงเหลือหลังผ่อนไปแล้ว k งวดคือ P =

ดอกเบี้ยคือ I = nR – P



โดย: จันทนา ธิกาศ ม.4/1 เลขที่ 22 IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:14:40:09 น.  

 
ประโยชน์ของคณิตศาสตร์ถ้าเราได้รับความรู้ความเข้าใจเราก็จะสามารถเรียนได้อย่างสนุกและเข้าใจของวิธีการคำนวณถ้าคำนวณเป็นเวลาลงทุนทำกิจการเราก็จะได้ไม่ถูกโกง


โดย: น.ส.นิตยา อนากาศ 4/1 IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:14:41:25 น.  

 
คณิตศาสตร์ที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวัน
คือ การฝึกให้รู้จักเป็นนักวางแผนการทำงาน โดยใช้คณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือ มีหลากหลายอย่างที่เราจะนำไปใช้ในหลายๆด้าน เช่น การทำกรอบรูป เราต้องคำนวนส่วนต่างๆของกรอบรูป เป็นต้น


โดย: นาย ศราวุธ กุมาระกาศ 4/1 IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:14:41:45 น.  

 
คณิตศาสตร์สามารถนำไปใช้ในชีวิประจำวันได้หลายอย่าเช่นการใช้วิธีการคำนวณทางคณิตศาสตร์ ในการแก้ไขปัญหาบางประการในชีวิตประจำวัน เช่น ถ้าเราจะเดินทางจากจังหวัดเชียงใหม่มากรุงเทพฯ อยากจะทราบว่า ค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยทางรถไฟ กับรถยนต์โดยสารปรับอากาศ เมื่อรวมค่ารถรับจ้างจากสถานีรถไฟ หรือสถานีขนส่งสายเหนือที่เราจะต้องจ่ายแล้ว ควรจะเลือกเดินทางด้วยวิธีใดดี ปัญหาที่กล่าวมานี้ใช้การบวกในการแก้ปัญหา



โดย: น.ส.วัชราภรณ์ อะทะกาศชั้นม.401 IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:14:45:08 น.  

 


โดย: เด็ก IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:14:47:11 น.  

 
ความน่าจะเป็นและการคาดคะเนของเหตุการณ์
ในชีวิตประจำวันของเรามีการคาดคะเนต่างๆ ซึ่งจะเกิดเป็นคำถามภายในใจของเราเอง เช่น
- พรุ่งนี้ฝนจะตกหรือไม่
- บางทีเราต้องไปทำงานวันนี้
- นายกอาจลาออกและยุปสภาเร็ว ๆ นี้
- ทีมฟุตบอลทีมใดจะได้เป็นแชมป์โลก
- ใครชนะเลือกตั้งในสมัยหน้า

คำว่า " ความน่าจะเป็น " หรือ "probability" เป็นวิธีการวัดความไม่แน่นอนในรูปแบบคณิตศาสตร์ เช่น เมื่อโยนเหรียญ ความน่าจะเป็นของเหรียญที่จะออกหัวหรือก้อยเท่ากับ 0.5
เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในอาณาคตเป็นสิ่งที่ยากจะคาดเดาได้ถูกต้องร้อยเปอร์เซนต์ นักอุตุนิยมวิทยาจึงใช้หลักการของความน่าจะเป็นเข้ามาทำนาย เช่น ความน่าจะเป็นของการเกิดฝนตกใน กรุงเทพมหานคร ในวันพรุ่งนี้มีค่าเท่ากับ 0.7
ที่มา http://std.kku.ac.th/5050200391/mathdaily5.php




โดย: นุชนก จอมจักร IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:14:48:31 น.  

 
คณิตศาสตร์เป็นความรู้ในชีวิตประจำวัน และใช้ในการคำนวนแก้ปัญหา ทำให้อนาคตที่ดี ควรจะมีสมาธิที่ดีและฝึกให้เรามีการวางแผนในการเรียนมากขึ้น


โดย: ทิพวรรณ นันตากาศ IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:14:48:50 น.  

 
คณิตศาสตร์เป็นความรู้ในชีวิตประจำวัน และใช้ในการคำนวนแก้ปัญหา ทำให้อนาคตที่ดี ควรจะมีสมาธิที่ดีและฝึกให้เรามีการวางแผนในการเรียนมากขึ้น


โดย: ทิพวรรณ นันตากาศ IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:14:49:39 น.  

 
คณิตศาสตร์กับชีวิตประจำวัน
ในชีวิตประจำวันของเรา มักเกี่ยวข้องกับ การดำรงค์ชีวิตของเราการซื้อของก็ต้องดูว่าจะใช้จ่ายเท่าไหร่ จำเป็นต้องใช้การคำนวณ การที่เราจะขายของต่างๆเราก็ต้องคิดเลข เพื่อทอนเงินให้ลูกค้าได้ถูกต้อง ภายในบ้านก็จะต้องบันทึกค่าใช้จ่ายรายเดือน การลงทุนเพื่อสร้างบริษัทส่วนตัว แม้กระทั่งการวัดการตวงก็ต้องใช้คณิตศาสตร์มาเกี่ยวข้อง เพราะเช่นนี้คณิตศาสตร์จึงเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันเราเป็นอย่างมาก



โดย: เกวลี ดีกาศ IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:14:50:08 น.  

 
เมื่อขับรถขึ้นทางลาดชันอาจมีป้ายเตือนผู้ขับขี่รถยนต์ให้ระวังทางลาดชัน รูปแบบสัญญลักษณ์มีลักษณะแสดงให้เห็นความชันของทางลาด อาจจะเป็นทางลงหรือทางขึ้น
คำถามมีอยู่ว่า ความลาดชันนั้นมีค่าเท่าไร ชันมากน้อยเพียงไร การวัดความชันนี้คงต้องมีมาตราบอกระดับความชัน. ความลาดชันนี้อาจแสดงในรูปสัดส่วน เช่น 3 ใน 10 หมายถึง ระยะทางยาว 10 มีความชัน 3 ส่วน
บางทีอาจแสดงในรูปแบบเปอร์เซ็นต์ เช่น 1 ใน 5 ก็แสดงว่า ความลาดชัน 20 เปอร์เซ็นต์ หรือ 20% การแสดงค่าความลาดชันอาจแสดงได้สองแบบ โดยคิดค่าระยะทางตามส่วนของผิวลาดเอียง หรือคิดตามระยะทางในแนวราบวิธีที่สองดูจะมีเหตุผลกว่า เพราะสามารถพิจารณาหรือคำนวณได้จากแผนที่ซึ่งมองเห็นเป็นแนวราบกับพื้น
ตามหลักการของการวัดความลาดชันที่เป็นมาตรฐานและเข้าใจกันได้ดี จะวัดออกมาเป็นค่า tan ของมุมลาดชัน เช่น วัดความลาดชันได้เท่ากับ tan ซึ่งก็คือ ด้านที่อยู่ตรงข้ามมุม คือความสูงต่อระยะทางในแนวราบนั้นนั่นเอง ดังนั้น ถ้าความลาดเอียงเป็น 1 : 1 = 1/1 = 1 ก็จะได้ค่ามุมของความลาดเอียง เท่ากับ 45 องศา
จากสัดส่วนของรูปสามเหลี่ยมมุมฉากทำให้เกิดค่าตัวเลขสัดส่วนต่าง ๆ


http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet2/knowledge_math/trigon/trigon.htm


โดย: สุพร หมอกเมือง 4/1 IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:14:50:56 น.  

 
คณิตศาสตร์กับชีวิตประจำวัน
เกี่ยวข้องกับการสร้างบ้านเป็นอย่างมากเพราะว่าการสร้างบ้าน เราจะต้องมีการคำนวณ เพราะถ้าเราไม่มีการคำนวณบ้านของเราก็จะไม่เป็นรูปเป็นทรงหรืออาจจะไม่บาร้านหรือไม่สมดุลกัน


โดย: เตือนใจ สิทธิชัย ม.4/1 IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:14:52:05 น.  

 
คณิตศาตร์กับชีวิตประจำวัน

การคำนวนภาษี
การใช้คณิตศาสตร์ในการคำนวนภาษีสามารถคำนวนด้วยตนเองว่าแต่ละเดือนเราจ่ายค่าอะไรไปบ้างและใช้เงินไปเท่าไหร่แล้วนำมาคิดกับเงินเดือนที่ได้ในแต่ละเดือน

การคำนวนภาษี

จำนวนภาษีเงินได้สิ้นปีที่ต้องเสีย เทียบ (8) และ (10) จำนวนที่สูงกว่า
xxxx (11)

หัก ภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายแล้ว xx

ภาษีเงินได้ครึ่งปีที่ชำระไว้แล้ว xx

ภาษีเงินได้ชำระล่วงหน้า xx

เครดิตภาษีเงินปันผล xx xx
(12)

(11-12) เหลือ ภาษีเงินได้ที่ต้องเสีย (หรือที่เสียไว้เกินขอคืนได้) xx



ที่มา...www.std.kku.th./5050200391/mathdaily2.php.com




โดย: น.ส. สูธัญรัตน์ มูลกาส ม.401 IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:14:52:57 น.  

 
คณิตศาสตร์สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยเฉพาะทุกวันนี้เราใช้โทรศัพท์ในการสื่อสารเราสามารถใช้ในการคำนวนค่าโทรต่อนาทีและเวลาเองได้ หรือเวลาเราไปตลาดเราซื้ออะไรหลายๆอย่างเราก็ต้องหาค่าที่เราจะจ่ายเงินให้ถูกต้อง


โดย: น.ส.อัญชลี ตื้อกาศห้อง ม.4/2 IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:14:54:07 น.  

 
วันนี้อาจารย์สวยมากๆๆค่ะ


โดย: สวัสดีค่ะดิฉันชื้ออะไรช่วยบอกหน่อยค่ะ IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:14:57:40 น.  

 
คณิตศาตร์ในชีวิตประจำวัน
คณิตศาตร์เป็นความรู้ที่อยู่ในห้องเรียนและนอกห้องเรียนและอยู่ในทุกๆที่ที่มีเลขคณิตและมันจะอยู่กับเราไปตลอด


โดย: รุ่งทิวา อุ่นันกาศ IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:14:58:40 น.  

 
วิธีหากำลังสอง

ถ้าจะหากำลังสองของ27 หาเลขที่ใกล้ที่สุดและง่ายในการยกกำลังสอง เช่น20 ต่อมาเอาจำนวนผลต่างระหว่างตัวเลขจิงที่ต้องการหาลบด้วยตัวเลขง่าย คือ 7 บวกกับตัวเลขจริง แล้วคูณด้วยตัวเลขง่าย ทั้งหมดบวกด้วยผลต่างกำลังสอง

มันง่ายขึ้น หรือยากขึ้นนี่ ลองตัวอย่างนี้ดู คิดแบบไหนไวกว่ากัน


โดย: เด็กบ้านเฮา IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:15:02:26 น.  

 
คณิตศาสตร์เป็นศาสตร์ที่มุ่งค้นคว้าเกี่ยวกับโครงสร้างนามธรรมที่ถูกกำหนดขึ้นผ่านทางกลุ่มของ สัจพจน์ ซึ่งมีการให้เหตุผลที่แน่นอน
คำว่า "คณิตศาสตร์"มาจากคำว่า คณิต (การนับ หรือ คำนวณ) และ ศาสตร์ (ความรู้ หรือ การศึกษา) ซึ่งรวมกันมีความหมายโดยทั่วไปว่า การศึกษาเกี่ยวกับการคำนวณ หรือ วิชาที่เกี่ยวกับการคำนวณเนื่องจากคณิตศาสตร์นั้นใช้ตรรกศาสตร์สัญลักษณ์และสัญกรณ์คณิตศาสตร์ ซึ่งทำให้กิจกรรมทุกอย่างกระทำผ่านทางขั้นตอนที่ชัดเจน เราจึงสามารถพิจารณาคณิตศาสตร์ว่า เป็นระบบภาษาที่เพิ่มความแม่นยำและชัดเจนให้กับภาษาธรรมชาติ ผ่านทางศัพท์และไวยากรณ์บางอย่าง สำหรับการอธิบายและศึกษาความสัมพันธ์ทั้งทางกายภาพและนามธรรม. ความหมายของคณิตศาสตร์นั้นยังมีอีกหลายมุมมอง คณิตศาสตร์ยังถูกจัดว่าเป็นศาสตร์สัมบูรณ์ โดยจำไม่เป็นต้องมีการอ้างถึงใดๆ จากโลกภายนอก. นักคณิตศาสตร์กำหนดและพิจารณาโครงสร้างบางประเภท สำหรับใช้ในคณิตศาสตร์เองโดยเฉพาะนอกจากนี้ นักคณิตศาสตร์หลายคนก็ทำงานเพื่อเป้าหมายเชิงสุนทรียภาพเท่านั้น โดยมองว่าคณิตศาสตร์เป็นศาสตร์เชิงศิลปะ มากกว่าที่จะเป็นศาสตร์เพื่อการนำไปประยุกต์ใช้ ....
ที่มาhttp://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C


โดย: วิชชุดา ดวงใจสัก ม.4/1 IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:15:03:22 น.  

 
''


โดย: 1 IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:15:06:30 น.  

 
โปรแกรมคำนวณเวลาละหมาดทั่วราชอาณาจักรนี้ ได้ถูกออกแบบเพื่อการตอบสนองการคำนวณเวลาละหมาดในพื้นที่ต่างๆ ในประเทศไทย แบบออนไลน์และตามต้องการ ของผู้ใช้งาน ในอินเตอร์เน็ต ให้ความสะดวกสบายในการตรวจสอบดูเวลาละหมาดในสถานที่ต่างๆ ในประเทศไทย ซึ่งการคำนวณจะใช้คุณสมบัติทางกายภาพในประเทศไทยเป็นหลักและเน้นความถูกต้องของผลการคำนวณในประเทศไทยเท่านั้น
โปรแกรมนี้ถูกออกแบบและใช้รูปแบบการคำนวณที่เป็นมาตรฐานทั่วไปในการคำนวณเวลาละหมาด โดยมีอาจารย์ผู้รู้ทางดาราศาสตร์อิสลามช่วยให้คำปรึกษา อย่างไรก็ตามเป้าหมายของโปรแกรมนี้มิใช่เพียงแค่ต้องการให้รู้เวลาละหมาดในสถานที่ต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น แต่ยังต้องการให้ผู้ที่สนใจความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะ ด้านดาราศาสตร์อิสลาม สามารถใช้เป็นแหล่งเรียนรู้เบื้องต้นสำหรับการเรียนรู้ในขั้นสูงต่อไป จะเห็นได้ว่า การคำนวณเวลาละหมาดแต่ละพื้นที่ แต่ละเวลา ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายนัก เนื่องจากจำเป็นจะต้องเกี่ยวเนื่องกับปัจจัยหลายๆ ด้าน ยิ่งกว่านั้นการรู้เวลาละหมาดเพียงอย่างเดียวก็ไร้ผล หากขาดซึ่งการทำอิบาดะห์ละหมาดซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของมุสลิม
โปรแกรมนี้จึงพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นให้เกิดความสำนึกและรับผิดชอบต่อหน้าที่ทางธรรมของแต่ละคน ไม่มากก็น้อย

--------------------------------------------------------------------------------

ระบบการคำนวณ


การทำงานของโปรแกรมประกอบไปด้วย 5 ส่วน หลักๆ ดังนี้
1. ด้านการนำเข้าข้อมูลที่ใช้ในการคำนวณ ประกอบไปด้วย
1.1 ข้อมูลของดวงอาทิตย์ตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ย 4 ปี จัดเก็บในรูปแบบฐานข้อมูล โดยมีข้อมูลทั้ง 366 วัน
1.2 คุณสมบัติทางกายภาพด้านสถานที่ตั้ง ของแต่ละพื้นที่ในประเทศไทย คิดจากความละเอียด ระดับอำเภอ ทั่วประเทศ มีทั้งหมด 926 อำเภอ (รวมทั้งเขตต่างๆ ในกรุงเทพฯ ด้วย)
1.3 ใช้โซนเวลา 105 ซึ่งเป็นโซนเวลาในประเทศไทย และโปรแกรมนี้เน้นเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น

2. ด้านการตัดสินใจในการคำนวณ
2.1 โปรแกรมจะมีค่ามาตรฐานของตัวเอง ในขณะที่ผู้ใช้งานยังไม่ได้ปรับแต่งอะไร และเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการดูผลการคำนวณเวลาละหมาด
2.2 การตัดสินใจด้านผลการคำนวณครอบคลุมมาตรฐานและวิธีการดังต่อไปนี้
2.2.1 สนับสนุนการคำนวณโดยใช้มุมกดของดวงอาทิตย์ ที่ต่างกันได้
2.2.2 สนับสนุนการคำนวณตามมัซฮับที่เป็นที่รู้จักกันดีในปัจจุบัน (พี่น้องที่อยู่แถวอีสานสามารถเลือกการคำนวณตามมัซฮับฮานาฟีย์ได้โดยตรง)
2.2.3 สนับสนุนการคำนวณในพื้นที่ที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางมากๆ ได้
2.2.4 สนับสนุนการคำนวณโดยใช้ เวลาเพิ่มจากเที่ยงตรง ได้
2.2.5 สนับสนุนการคำนวณโดยใช้ เวลาเพิ่มหลังดวงอาทิตย์ตก ได้

3. ด้านระดับพื้นที่ในการคำนวณ
3.1 สามารถคำนวณในระดับจังหวัดได้ อย่างไรก็ตามข้อมูลนี้จะอาศัยความละเอียดระดับอำเภอเข้ามาเกี่ยวข้อง (ซึ่งจะได้อธิบายในลำดับต่อไป)
3.2 สามารถคำนวณในระดับอำเภอ

4. ด้านผลลัพธ์ของการคำนวณ
4.1 โปรแกรมได้มีการตรวจสอบผลลัพธ์การคำนวณ (โดยผู้พัฒนาโปรแกรม) ก่อนที่จะออกสู่สาธารณชน อย่างเต็มความสามารถ ตามมาตรฐานวิชาการ และด้วยความบริสุทธิ์ใจโดยทั่วไป
4.2 ความแม่นยำในการคำนวณของโปรแกรมนี้ ผลลัพธ์มีความแม่นยำดีมาก แต่ผลที่ได้จะถูกต้องเพียงใด ขึ้นกับค่าตัวแปรต่างๆ ที่ใช้ คือ
4.2.1.ค่าดิคลิเนชั่น(Declination) ของดวงอาทิตย์ในแต่ละวัน ในโปรแกรมนี้ ใช้ค่าเฉลี่ยของในแต่ละวัน โดยการเฉลี่ยในระยะเวลา 4 ปี คิดปีที่เดือนกุมภาพันธ์มี 29 วันด้วย หากต้องการความถูกต้องดีมากต้องใช้ค่า ดิคลิเนชั่นของดวงอาทิตย์เป็นค่าจริงในแต่ละวัน ค่าดิคลิเนชั่นในแต่วันเดียนกันของแต่ละปี ต่างกันไม่เกิน 10 ลิปดาโดยเฉลี่ย หากนำมาใช้ในการคำนวณเวลาละหมาด ผลลัพธ์ที่ได้ไม่แตกต่างกับการใช้ค่าเฉลี่ยมากนัก โดยทั่วไปแตกต่างกันไม่เกิน 30 วินาที
4.2.2.ค่าสมการของเวลา(Equation of Time) เป็นผลต่างของเวลาดวงอาทิตย์จริงกับเวลานาฬิกาข้อมือ เพื่อปรับเวลาที่คำนวณจากดวงอาทิตย์เป็นเวลานาฬิกาที่ใช้จริง ค่าสมการของเวลานี้หากใช้ค่าที่ถูกต้องมากเท่าใด เวลาละหมาดที่ได้ก็ยิ่งถูกต้องมากเท่านั้น ค่าที่ใช้ในโปรแกรมนี้เลือกค่าที่เชื่อถือได้และนิยมใช้ในงานทางดาราศาสตร์อื่นๆด้วย
4.2.3.ค่าแลตติจูดและลองจิจูดของแต่ละอำเภอ ค่าที่ใช้ในโปรแกรมนี้ เป็นค่าพิกัดของแต่ละอำเภอทั่วประเทศที่ไม่เป็นทางการ ส่วนใหญ่เป็นตำแหน่งที่ว่าการอำเภอของแต่ละอำเภอ หากท่านพบข้อผิดพลาดของพิกัดอำเภอใดกรุณาแจ้งให้ทราบด้วยจะเป็นพระคุณยิ่ง เพราะค่าที่มีจำนวนมากเช่นนี้มีโอกาสผิดได้ เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบได้ครบถ้วนสมบูรณ์

5. ด้านการบริการปฏิทินฮิจเราะฮ์ศักราช


--------------------------------------------------------------------------------

วิธีคำนวณ


1. โปรแกรมใช้หลักในการคำนวณเวลาซุฮ์ริ ดังนี้
ซุฮรี เริ่มเมื่อดวงอาทิตย์คล้อยจากเมอริเดียน หรือดวงอาทิตย์คล้อยจากเที่ยงตรง(Zawal) สิ้นสุดซุฮรีเมื่อเริ่มเข้าเวลาอัศรี
2. โปรแกรมใช้หลักในการคำนวณเวลาอัศริ ดังนี้
อัศรี เวลาเริ่มเข้าอัศรีถูกกำหนดด้วยความยาวของเงาวัตถุ เมื่อเงานั้นเริ่มยาวกว่าวัตถุ ในสำนักคิด ซาฟีอี
อัศรีเริ่มเมื่อความยาวของเงาเท่ากับความยาวของวัตถุบวกกับความยาวเงาของวัตถุเมื่อตอนเที่ยง

3. โปรแกรมใช้หลักในการคำนวณเวลามัฆริบ ดังนี้

มักริบ เริ่มเมื่อดวงอาทิตย์ตกดิน
4. โปรแกรมใช้หลักในการคำนวณเวลาอีชา ดังนี้
อีซา เริ่มเมื่อแสงสนธยาสิ้นสุด
5. โปรแกรมใช้หลักในการคำนวณเวลาซุบฮ์ ดังนี้
ซุบฮ์เริ่มเมื่อแสงรุ่งอรุณ สิ้นสุดก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น

--------------------------------------------------------------------------------

ระดับความละเอียดในการคำนวณ


การคำนวณในโปรแกรมนี้ แยกความละเอียดออกเป็น 2 ระดับ ด้วยกัน ดังนี้
1. ความละเอียดระดับอำเภอ
การคำนวณความละเอียดในระดับอำเภอถือเป็นวัตถุประสงค์หลักของโปรแกรมนี้ เนื่องจาก โปรแกรมมีข้อมูลแลตติจูด และลองจิจูด ที่วัดได้ในระดับอำเภอ มีทั้งสิ้น 926 อำเภอ (รวมทั้งเขตต่างๆ ในกรุงเทพฯ)
2. ความละเอียดระดับจังหวัด
การคำนวณความละเอียดระดับจังหวัด เป็นการอาศัยข้อมูลระดับอำเภอเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยที่เวลาของอำเภอที่มากที่สุดของการเข้าเวลาละหมาดเวลาใดเวลาหนึ่งในจังหวัดนั้นจะถูกนำมาใช้เป็นตัวแทนของทั้งจังหวัด ทั้งนี้ก็เนื่องจาก เวลาในการเข้าสู่เวลาละหมาด ในแต่ละอำเภอของจังหวัดนั้นอาจไม่เท่ากัน ดังนั้นเวลาที่มากที่สุดของอำเภอใด อำเภอหนึ่งในจังหวัด ในแต่ละวัคตู จึงแสดงให้เห็นว่า อำเภออื่นๆ ที่เหลือ ก็จะต้องเข้าเวลาอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งนี้และทั้งนั้นเวลาที่เป็นตัวแทนของทั้งจังหวัด จะต้องเป็นตัวแทนได้ในทุกอำเภอเช่นกัน


โดย: ช่อเพชร แอ่นกาศ IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:15:06:32 น.  

 
คณิตศาสตร์มีความสำคัญต่อการใช้ในชีวิตประจำวันของเราอย่างมาก เช่นการคำนวณเวลาเพื่อให้ตรงต่อเวลาที่กำหนด เช่นในการพบลูกค้า หรือการตั้งเวลาในการทดลองวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ประสบผลสำเร็จไม่คาดเคลื่อน


โดย: ช่อเพชร แอ่นกาศ ม.401 IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:15:07:57 น.  

 
''


โดย: 1 IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:15:08:21 น.  

 
คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน

ตัวอย่าง เช่น
- กระต่ายทุกตัวใช้เวลา 1 เดือนในการเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์
- กระต่ายออกลูกเดือนละตัว (หลังจากเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์แล้ว)
- ในรอบหนึ่งปีนั้น ไม่มีกระต่ายตัวใดตาย

การคำนวณ
เดือนที่ กระต่าย (O - กระต่ายวัยละอ่อน, X- กระต่ายวัยเจริญพันธุ์)
------------------------
0 O (1 ตัว)
1 X (1 เดือนต่อมา ก็เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์) (1)
2 X O (X ในเดือนก่อนออกลูกมาตัวนึง แน่นอนว่าลูกกระต่ายยัง virgin ..) (2)
3 X X O (X ตัวเดิมออกลูกตัวที่ 2 ส่วนลูกตัวแรกก็เป็น X) (3)
4 X X X O O (เจ้า 2X นั่นก็ออกลูกมาอีกตัวละตัว ส่วน O ในเดือนก่อนก็กลายเป็น X) (5)
ทำไปเรื่อยๆ
5 X X X X X O O O (8)
ุ6 X X X X X X X X O O O O O (13)
...
แล้วในเดือนที่ n จะมีจำนวนกระต่ายกี่ตัว?
จะเห็นได้ว่าจำนวนกระต่ายในเดือนหนึ่ง (สมมติว่าเดือน n ก็แล้วกัน) จะประกอบไปด้วยพวกเจริญพันธุ์ (X) และพวกที่เพิ่งเกิดใหม่ในเดือนนั้น (O) โดยที่จำนวนของ X นี้ก็จะมาจากจำนวนกระต่ายในเดือนก่อนทั้งหมด (ซึ่งมีทั้งพวกที่เป็น X อยู่แล้วรวมกับพวกที่เพิ่งเป็น X ในเดือนปัจจุบัน) ส่วนจำนวนของ O กระต่ายเกิดใหม่นั้นก็จะเท่ากับจำนวนของแม่กระต่าย (X) ในเดือนก่อนนั่นเอง ด้วยแนวคิดเดียวกันนั่นเอง จำนวนของ X ในเดือนก่อน (n-1) ก็จะเท่ากับจำนวนกระต่ายทั้งหมดในสองเดือนก่อน (n-2)
เพราะฉะนั้นจากข้างต้นนี้ เราจะได้ความสัมพันธ์แบบเวียนเกิด (Recurrence Relation) ว่า
a(n) = a(n-1) + a(n-2), n>=2
เมื่อ a(n) = จำนวนกระต่ายทั้งหมดของเดือนที่ n, และ a(0) = 1, a(1) = 1
ลองบวกดู
ปัจจุบันนี้ความสัมพันธ์ดังกล่าวมีผู้สามารถแปลงเป็นสูตรปกติที่สามารถให้เลขของ Fibonacci ในลำดับที่ n ได้โดยง่าย เพียงแต่แทนค่า n ลงไปในสมการนี้
เมื่อ n = 0,1,2, ... (สูตรนี้เขาให้ a(0)=0, a(1)=1 ครับ ถ้าให้ a(0)=1, a(1)=1 อย่างข้างต้น ก็แปลง n เป็น n+1)




โดย: อรสา IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:15:13:01 น.  

 
คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน
เราจะมาคุยกันถึงเรื่องความมหัศจรรย์ของคณิตศาสตร์ที่เข้ามามีบทบาทช่วยให้เรื่องสารพัดสารพันในชีวิตประจำวันของเราเป็นเรื่องง่ายขึ้น เริ่มตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมา หากไม่มีตัวเลขแทนค่า และสูตรคูณแม่ 5 ก็คงจะบอกได้ยากว่าเป็นเวลากี่นาฬิกา กี่นาที และไม่ว่าเราจะซื้อรถ ตกแต่งบ้าน หรือแม้แต่ประกอบอาหาร เราต่างก็กำลังใช้กฎคณิตศาสตร์ข้อเดียวกันกับที่คนในทุกมุมโลกใช้มาแล้วเป็นเวลานับพันๆ ปี
ในชีวิตของเราไม่ว่าจะทำอะไรก็มักจะเกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น การดูนาฬิกา การใช้จ่ายซื้อของ การคำนวณต่างๆ ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์ทั้งสิ้น ถึงแม้จะไม่ชอบสักเท่าไรนักแต่ต้องเกี่ยวข้องกับมันอยู่ดี


โดย: ธีรพร ติ๊บกาศ ม.4/1 IP: 222.123.215.89 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:15:21:00 น.  

 

....happy birthdayจ้ะ..............



โดย: jj IP: 125.24.38.253 วันที่: 25 มกราคม 2551 เวลา:0:51:51 น.  

 
มีความสุขมากๆ นะค่ะ


โดย: Tang_tpr วันที่: 25 มกราคม 2551 เวลา:10:28:55 น.  

 
ขอให้รวยๆๆๆ นะ


Birthday Myspace Comments - Myspace Surveys


โดย: กบูร IP: 58.9.174.117 วันที่: 25 มกราคม 2551 เวลา:11:04:20 น.  

 


โดย: .......... IP: 203.113.71.196 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:13:18:19 น.  

 
เสด้สาเสนพสาดสสดยกยิส


โดย: แพร IP: 203.156.84.230 วันที่: 19 พฤษภาคม 2551 เวลา:12:22:04 น.  

 
ลำดับอนันต์ เป็นลำดับที่มีโดเมนเป็นเซตของจำนวนเต็มบวกและพจน์ที่ n ของลำดับอนันต์ คือ an ถ้าสามารถหา ได้ ก็เรียกลำดับอนันต์นี้ว่า ลำดับคอนเวอร์เจนต์
ถ้าไม่สามารถหา ได้ ก็เรียกลำดับอนันต์นี้ว่า ลำดับไดเวอร์เจนต์
ข้อสังเกต ถ้าหา ได้ จะต้องเป็นจำนวนจริงเพียงค่าเดียวเท่านั้น



โดย: นัทรียา ตุ้ยกาศ เลขที่ 24 ม.6/ๅ IP: 118.174.80.10 วันที่: 31 พฤษภาคม 2551 เวลา:16:58:11 น.  

 
สรุปลำดับอนันต์
ลิมิตของลำดับอนันต์ คือ ค่าของ an เมื่อ n เข้าใกล้ ∞มีค่าเท่ากับจำนวนจริง L
1. ลิมิติที่หาค่าได้หรือลำดับที่มีลิมิต เรียกว่า ลำดับลู่เข้า
2. ลิมิตที่หาค่าไม่ได้หรือลำดับที่ไม่มี ลิมิต เรียกว่า ลำดับลู่ออก


โดย: เมริญา สุขกาศ เลขที่14 ม.6/1 IP: 118.174.80.10 วันที่: 31 พฤษภาคม 2551 เวลา:17:11:14 น.  

 
ลำดับอนันต์
a 1 , a 2 , a3 ,…..,a n ,…
โดเมน1 โดเมน 2 โดเมน3 เมื่อnเพิ่มขึ้นไม่มีที่สิ้นสุด an จะเข้าใกล้จำนวนจริง L
ลำดับอนันต์ที่มีลิมิต เรียกว่า ลำดับลู่เข้า
ลำดับอนันต์ที่ไม่มีลิมิต เรียกว่า ลำดับลู่ออก




โดย: วิภา สุขกาศ เลขที่ 15 ม. 6/1 IP: 118.174.80.10 วันที่: 31 พฤษภาคม 2551 เวลา:17:18:40 น.  

 
ลำดับที่มีจำนวนพจน์ไม่จำกัด เช่น ลำดับ 2, 4, 6, 8, .....
ลำดับที่มีลิมิต เรียกว่า ลำดับลู่เข้า
ลำดับที่มีลิมิต เรียกว่า ลำดับลู่ออก


โดย: ศรัญญา อุทธิยาเส้า ม.6/1 เลขที่30 IP: 118.174.80.10 วันที่: 31 พฤษภาคม 2551 เวลา:17:26:18 น.  

 
ลำดับอนันต์
คือ ค่าของ an เมื่อ n เข้าใกล้ ∞มีค่าเท่ากับจำนวนจริง L
ลิมิตที่หาค่าไม่ได้ เรียกว่า ลำดับลู่ออก
ลิมิตที่หาค่าได้ เรียกว่า ลำดับลู่ออก


โดย: นิคม สารกาศ เลขที่ 4 ม.6/1 IP: 118.174.80.10 วันที่: 31 พฤษภาคม 2551 เวลา:17:49:09 น.  

 

ลำดับอนันต์สรุปลำดับอนันต์
ลำดับอนันต์ เป็นลำดับที่หาไม่ได้ แต่ลำดับอนันต์บางลำดับจะหาแนวโน้มที่เข้าใกล้จำนวนจริง L
ลำดับที่นำมาพิจารณาลิมิตต้องเป็นลำดับอนันต์
1. ลำดับอนันต์ที่มีลิมิต หาค่าลิมิตได้เรียกว่า ลำดับลู่เข้า (convergent sequence)
2. ลำดับอนันต์ที่ไม่มีลิมิต หาค่าไม่ได้ เรียกว่าลำดับลู่ออก (divergent sequence)




โดย: อภิญญา นภาพันธ์ ชั้น ม. 6/1 เลขที่ 19 IP: 203.172.104.149 วันที่: 31 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:09:31 น.  

 
สรุปความรู้เรื่องลำดับอนันต์
คือลำดับที่ไม่สามารถหาค่าได้เพราะเป็นลำดับที่ไม่มีที่สิ้นสุด
การหาลิมิตของลำดับอนันต์มีอยู่2แบบคือ
1. ลำดับที่มีลิมิต คือสามารถหาค่าของลิมิตได้เมื่อnเพิ่มขึ้นเรื่อยโดยไม่มีที่ลิ้นสุดเรียกว่าลำดับลู่เข้า
2. ลำดับที่ไม่มีลิมิต คือลำดับที่ไม่สามารถหาค่าได้เมื่อnมีค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆโดยไม่มีที่สิ้นสุดเรียกว่าลำดับลู่ออก





โดย: นางสาวเปรมกมล ทะนะเวทย์ ชั้น ม.6/1 เลขที่ 12 IP: 203.172.104.149 วันที่: 31 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:14:56 น.  

 
ลำดับอนันต์ a1,a2,a3,...,an,...
เป็นลำดับที่หาค่าไม่ได้ แต่มีแนวโน้มที่เข้าใกล้จำนวนจริง L
1. ลำดับที่มีลิมิต คือลำดับที่หาค่าได้ เรียกว่า ลำดับลู่เข้า
2. ลำดับที่ไม่มีลิมิต คือ ลำดับที่หาค่าไม่ได้เรียกว่าลำดับลู่ออก
ลำดับที่นำมาพิจารณาต้องเป็นลำดับอนันต์


โดย: นางสาวศิรินภา โนกาศ ชั้น ม.6/1 เลขที่ 17 IP: 203.172.104.149 วันที่: 31 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:21:33 น.  

 
สรุปความรู้เรื่องลำดับอนันต์
ลำดับอนันต์ a1,a2,a3,...,an,...
คือลำดับที่ไม่สามารถหาค่าได้
1. ลำดับที่มีลิมิต คือสามารถหาค่าของลิมิตเรียกว่าลำดับลู่เข้า
2. ลำดับที่ไม่มีลิมิต คือลำดับที่ไม่สามารถหาค่าเรียกว่าลำดับลู่ออก





โดย: นายธนพงค์ ใจกาศ เลขที่1 ม.6/1 IP: 61.19.146.182 วันที่: 2 มิถุนายน 2551 เวลา:18:15:44 น.  

 
ขอบคุณครับ


โดย: rapper IP: 125.26.87.64 วันที่: 6 มิถุนายน 2551 เวลา:8:47:11 น.  

 
ดอกเบี้ยคิดยังไงคะ


โดย: 285 IP: 203.153.174.118 วันที่: 29 มิถุนายน 2551 เวลา:10:32:39 น.  

 
คณิตศาสตร์มีอยู่ในชีวิตประจำวัน


โดย: น่ารัก IP: 203.113.27.106 วันที่: 9 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:56:59 น.  

 
Mathematics Is Life !!!

คณิตศาสตร์ คือ ชีวิต

นักเรียนต่างประเทศ ตอบว่า "คณิตศาสตร์ คือ ชีวิต"อายมั้ยล่ะประเทศไทยเรา


โดย: Math IP: 117.47.40.40 วันที่: 18 กรกฎาคม 2551 เวลา:16:10:31 น.  

 
ขอบคุณครับที่สร้างเว็บบอร์ดนี้ขึ้นมาเป็นประโยชน์กับผมมากกกกกก


โดย: เด็กเรียน IP: 203.151.225.66 วันที่: 10 กันยายน 2551 เวลา:15:35:18 น.  

 
ดีมาก


โดย: เกได IP: 61.7.189.60 วันที่: 20 กันยายน 2551 เวลา:15:36:12 น.  

 
ดีมากมาย


โดย: นัทจัง IP: 124.121.233.167 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:20:21:17 น.  

 
คณิตศาสตร์มีเพียงสองคำตอบคือถูกกับผิดแต่วิธีการที่จะไปถึงคำตอบนั้นมีอยู่มากมาย


โดย: น.ส.พรสวรรค์ รู้ทั่วรัมย์ IP: 202.29.14.241 วันที่: 14 พฤศจิกายน 2551 เวลา:9:42:42 น.  

 
หาข้อสอบโอเนท2549ไม่เจอ


โดย: นิก IP: 222.123.87.19 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:29:24 น.  

 
ได้ความรู้แยะเลยย

ขอบคุณค่ะ


โดย: สมติ๋ม IP: 125.26.58.53 วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:18:28:24 น.  

 
อ่านไมแฮะๆ


โดย: วัฒนา IP: 119.42.94.253 วันที่: 23 มีนาคม 2552 เวลา:9:56:45 น.  

 
เกลียด คณิต ที่สุดเลยยยยยย


โดย: น่ารัก IP: 125.26.150.150 วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:18:07:36 น.  

 
อยากรู้เริ่องซตกับการนำไปใช้ในชีวิประจำวันช่วยบอกด้วยนะคร๊า


โดย: เฉาก๊วย IP: 118.172.78.53 วันที่: 15 กันยายน 2552 เวลา:19:42:32 น.  

 
สามารถนำไปคำนวนกับ Physics
ได้หลายสูตร เช่น s=vt


โดย: bokky 45 IP: 58.9.64.139 วันที่: 29 พฤษภาคม 2553 เวลา:14:49:42 น.  

 
ขอบคุนคร้าที่ให้ข้อมูล


โดย: เด็กคะนิด IP: 113.53.153.125 วันที่: 2 มิถุนายน 2553 เวลา:14:33:05 น.  

 
hjcbcbfdhcfy


โดย: ged IP: 58.9.45.188 วันที่: 8 มิถุนายน 2553 เวลา:21:47:02 น.  

 
อยากรูเรื่อง เซต ค่ะ

ม่ายเหนมีเลยยย อ่า

เซงงงงง เวอร์ค่ะ


โดย: เดก ศิล-คำนวณ IP: 118.174.14.42 วันที่: 27 มิถุนายน 2553 เวลา:14:44:31 น.  

 
no comment


โดย: sad IP: 180.183.115.225 วันที่: 28 มิถุนายน 2553 เวลา:18:30:46 น.  

 
555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555.....................................................................................................................................................................+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++veryyyyyyyyyyyyyyyy........ gooddddddddddddddddddddddddddd..........deeeeeeeeeeddddddddddeeeeeeeeeeeeeeeee


โดย: ออย IP: 110.49.193.169 วันที่: 21 สิงหาคม 2553 เวลา:15:15:21 น.  

 
ขอบคุณมากนะค่ะ พอจะเขาใจแล้วค่ะ


โดย: toon IP: 110.49.193.200 วันที่: 1 กันยายน 2553 เวลา:20:41:49 น.  

 

คณิตศาสตร์เป็นศาสตร์ที่มุ่งค้นคว้าเกี่ยวกับโครงสร้างนามธรรมที่ถูกกำหนดขึ้นผ่านทางกลุ่มของ สัจพจน์ ซึ่งมีการให้เหตุผลที่แน่นอน
คำว่า "คณิตศาสตร์"มาจากคำว่า คณิต (การนับ หรือ คำนวณ) และ ศาสตร์ (ความรู้ หรือ การศึกษา) ซึ่งรวมกันมีความหมายโดยทั่วไปว่า การศึกษาเกี่ยวกับการคำนวณ หรือ วิชาที่เกี่ยวกับการคำนวณเนื่องจากคณิตศาสตร์นั้นใช้ตรรกศาสตร์สัญลักษณ์และสัญกรณ์คณิตศาสตร์ ซึ่งทำให้กิจกรรมทุกอย่างกระทำผ่านทางขั้นตอนที่ชัดเจน เราจึงสามารถพิจารณาคณิตศาสตร์ว่า เป็นระบบภาษาที่เพิ่มความแม่นยำและชัดเจนให้กับภาษาธรรมชาติ ผ่านทางศัพท์และไวยากรณ์บางอย่าง สำหรับการอธิบายและศึกษาความสัมพันธ์ทั้งทางกายภาพและนามธรรม. ความหมายของคณิตศาสตร์นั้นยังมีอีกหลายมุมมอง คณิตศาสตร์ยังถูกจัดว่าเป็นศาสตร์สัมบูรณ์ โดยจำไม่เป็นต้องมีการอ้างถึงใดๆ จากโลกภายนอก. นักคณิตศาสตร์กำหนดและพิจารณาโครงสร้างบางประเภท สำหรับใช้ในคณิตศาสตร์เองโดยเฉพาะนอกจากนี้ นักคณิตศาสตร์หลายคนก็ทำงานเพื่อเป้าหมายเชิงสุนทรียภาพเท่านั้น โดยมองว่าคณิตศาสตร์เป็นศาสตร์เชิงศิลปะ มากกว่าที่จะเป็นศาสตร์เพื่อการนำไปประยุกต์ใช้ ....
ที่มาhttp://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%


โดย: บิว IP: 223.206.36.124 วันที่: 28 ธันวาคม 2553 เวลา:20:13:23 น.  

 
รไรพะเรพนเพไ


โดย: แดเ IP: 192.168.1.56, 203.172.212.86 วันที่: 14 มกราคม 2554 เวลา:9:35:57 น.  

 
คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวันมันหมายถึงอะไรครับ


โดย: กลอฟ์ IP: 61.19.86.130 วันที่: 21 มกราคม 2554 เวลา:12:35:30 น.  

 
จะทำTOKทำไงดีค่ะ


โดย: เจสซีก้า IP: 125.26.54.105 วันที่: 30 มกราคม 2554 เวลา:0:01:31 น.  

 
ผมทำเสร็จแล้ว


โดย: loo ney IP: 118.173.149.119 วันที่: 11 พฤษภาคม 2554 เวลา:21:57:47 น.  

 
ขอบคุณคร้า ได้ความรู้เยอะเลย มีอีกก็เอามาลงนะ สู้ๆๆๆๆๆ


โดย: ,มิ้นต์ IP: 118.172.74.11 วันที่: 30 พฤษภาคม 2554 เวลา:20:48:40 น.  

 
คำถามของเราคือ...

บทเมตริกซ์เอามาใช้อะไรกับชีวิตประจำวันได้เหรอ?

ตัวเรียงเรียงๆกันเป็นกลุ่มๆแล้วก็สมมตินั้นสมมตินี่ เรียกdet เรียก co-facter เพื่อ? เรียนทำไมหว่า?

เรื่องอื่นๆเราอามาประยุกต์กัยศาสตร์การคำนวณยา คำนวณแรงกดดันตามรูปทรงได้(วิศวะ) แต่ๆๆๆๆๆ เมตริกซ์มีไว้ไมวะ?


โดย: ศรัณญ์ IP: 124.120.207.120 วันที่: 5 มิถุนายน 2554 เวลา:18:40:15 น.  

 
เลขาคณิตใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไร
ได้บ้างคะ :))


โดย: สบิ่ว อรอนงค์ IP: 110.164.251.22 วันที่: 28 มิถุนายน 2554 เวลา:17:26:04 น.  

 
อยากรุว่าคณิตมีไว้ทำรัยอ่ะคะ


โดย: คนขี้สงสัย IP: 180.183.62.114 วันที่: 2 กรกฎาคม 2554 เวลา:14:48:19 น.  

 
แล้วเนี้อเรื่องอยู่ไหนอ่ะ พี่มีอะไรดีดีที่พอจะนำมาทำรายงานมั้งมั๊ยคะ


โดย: เหมี่ยว IP: 223.206.82.233 วันที่: 21 กรกฎาคม 2554 เวลา:20:27:41 น.  

 
อยากรู้ว่าคณิตศาสตร์นำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไรค่ะ


โดย: MINT IP: 192.168.4.58, 202.143.145.206 วันที่: 22 สิงหาคม 2554 เวลา:12:41:00 น.  

 
การคิดเลขในใจมีประโยชน์อย่างไรคร๊


โดย: Suchada Saepoe IP: 192.168.4.58, 202.143.145.206 วันที่: 22 สิงหาคม 2554 เวลา:12:43:18 น.  

 
ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่ให้ข้อมูลข้อมูล


โดย: สกาย IP: 119.42.104.177 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2554 เวลา:13:06:36 น.  

 
ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์มากเลยคะ Like เลยค่ะ


โดย: หนูแหม่ม IP: 101.108.213.252 วันที่: 11 ธันวาคม 2554 เวลา:11:01:32 น.  

 
ขอบคุงมากๆ


โดย: lovedragon IP: 180.180.165.122 วันที่: 15 ธันวาคม 2554 เวลา:10:21:53 น.  

 
คณิตศาสตร์ คือสิ่งที่เราไม่เข้าใจมากที่สุด แถมยังเข้ามาอยู่ในทุกๆศาสตร์ที่เราต้องเรียน เรยทำให้เราตกทุกวิชาน่เอง


โดย: kikkaroo!! IP: 223.205.246.158 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:17:58:46 น.  

 
คณิตศาสตร์ยากเว่อร์


โดย: คนสวย IP: 171.7.149.2 วันที่: 1 มีนาคม 2555 เวลา:17:33:31 น.  

 
ไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์


โดย: ริว IP: 125.26.125.25 วันที่: 19 กันยายน 2555 เวลา:18:52:42 น.  

 
456456456465465464646


โดย: 4564564564564646456 IP: 125.25.169.146 วันที่: 16 พฤษภาคม 2556 เวลา:20:41:58 น.  

 
อยากได้ตัวอย่างชีวิตประจำวันเกี่ยวกับคณิตศาสาร์ 5 ข้อ


โดย: Marini Kaning IP: 113.53.189.102 วันที่: 16 พฤศจิกายน 2556 เวลา:18:30:15 น.  

 
หน้าชื่นชมพวกคุณที่สนใจคณิตศาสตร์


โดย: justin IP: 171.101.98.246 วันที่: 25 มกราคม 2557 เวลา:17:21:16 น.  

 

ขอขอบคุณนะคะที่เล่าสู่กันฟังจนให้เกิดความรู้มากมายค่ะ


โดย: เเอล IP: 171.7.244.185 วันที่: 25 มกราคม 2557 เวลา:17:31:51 น.  

 
ตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้า..จนถึงเวลานอนตอนค่ำ คณิตศาสตร์..มีความสำคัญกับเราตลอดเวลา...คนที่อ่านหนังสือไม่คล่อง..สามารถที่จะใช้คณิตศาสตร์ได้เป็นอย่างดีมีมากมาย...นับถือค่ะ


โดย: สมหมาย กิตติภัทรชัย IP: 49.0.98.184 วันที่: 7 มีนาคม 2557 เวลา:23:57:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
kanni_m
Location :
ลำพูน Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




พรสวรรค์..ไม่ได้มีกันทุกคน.."พรแสวง" ต่างหากที่ทุกคนมีได้..และทำให้เราประสบความสำเร็จ

Krulemon ^_^









Google


จำนวนผู้ชมทั้งหมด จำนวนผู้ชมขณะนี้:

กล่องอภิปราย www.KruLemon.com

Friends' blogs
[Add kanni_m's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.