kruaun
Location :
สุรินทร์ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




“อาจารย์ของพระอรหันต์ ยังไม่จำเป็นต้องเป็นพระอรหันต์เลย ดังนั้น อย่ากังวลเลย หากเราคิดว่าเราเก่งไม่พอที่สร้างลูกศิษย์เก่งๆ ขอเพียงแต่เรามีกระบวนการพัฒนา ส่งเสริม และให้โอกาสเขาอย่างเหมาะสม และถูกวิธี ให้เขาเติบโตเต็มศักยภาพที่ดี”---รศ. ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จากหนังสือแด่เมล็ดพันธุ์แห่งอนาคต

****************************

No one can make you feel inferior without your consent. by Eleanor Roosevelt.

ไม่มีใครสามารถทำให้คุณรู้สึกต้อยต่ำได้...
ถ้าคุณไม่ยินยอม (เอลานอร์ รูสเวลต์)

**************************

ครูอั๋น...นฤพนธ์ สายเสมา
ครูคณิตศาสตร์ โรงเรียนประสาทวิทยาคาร
จังหวัดสุรินทร์

--------------------------------

"ชีวิตนี้ลูกยกให้พวกเขา...แต่ชีวิตหน้าทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาและพวกมันทำไว้กับลูก ลูกขอเอาคืน!"
---วรดา/ด้วยแรงอธิษฐาน/กิ่งฉัตร

รู้นะว่าถ้าเอาความแค้นนำทางมันไม่ดี...
แต่บางทีถ้าตั้งใจว่าจะต้องดีกว่า ดีกว่า...
มันก็เหมือนเป็นแรงขับให้เราก้าวหน้าได้เช่นกัน

แค่ตั้งใจทำดีก็แล้วกัน

+++++++++++++++++++++++++++++

มีคนเคยถามว่า "ทำไมมาเป็นครู"
คำตอบที่ผมภูมิใจและตอบได้อย่างเต็มปากที่สุด คือ
"ผมอยากเป็นครู เลยเลือกมาเป็นครู"


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

"เจ้าเป็นคนพูดเองนะว่า อำนาจมันมาแล้วมันก็ไป แล้วเจ้ายังจะแสวงหามันทำไมเล่า"
---เศกขรเทวี เพลิงพระนาง

๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗

สัจธรรมง่ายๆ ที่ใครๆ ก็พากันทำไม่ได้

ถ้าอยากมีชีวิตที่เลวลงอย่างคิดไม่ถึง
คุณแค่หมั่นทำเลวที่ไม่เคยแม้จะอยู่ใรความคิด

หากปรารถนาชีวิตที่ดีขึ้นอย่างคิดไม่ถึง
คุณต้องทำดีมากกว่าที่คิดว่าตัวเองจะทำได้

มีชีวิตที่คิดไม่ถึง/ดังตฤณ
----------------เริ่มนับ 30 เม.ย.53----------------- free counters ===== Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-ShareAlike 3.0 Thailand License.
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add kruaun's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 

โอ้ละหนอครูบ้านพัก



ผมเป็นครูครับวันนี้จะเล่า (บ่น) เรื่องความเป็นอยู่
จริงๆ ก็ไม่อยากเล่าหรอกครับ
เพราะหลวงท่านก็กรุณามากที่ให้อยู่บ้านพักไม่ต้องไปเช่าอยู่ข้างนอก
แต่ที่อยากพูดถึงเพราะว่าบ้านพักครูมันสร้างมานานพอกับอาุยุคนมาอยู่ใหม่
เมื่อสร้างนานสิ่งที่มาทีหลังก็มักจะสูงกว่าเป็นปกติ
ทำให้ทุกครั้งที่ฝนตกหนัก น้ำก็จะท่วมบ้านพักทุกครั้งไป
เป็นกันหมดทั้งแถบ
จะหาทางแก้ยังไงก็ไม่พ้น









เฮ้ย...
เหนื่อยจริงครูบ้านพัก

ทุกหน้าฝน...ทั้งที่ชอบหน้าฝน
แต่ตอนไม่ค่อยหลับทุกครั้งที่ฝนตก...ทั้งที่ปกติชอบมาก

ได้แต่ให้กำลังใจกันระหว่างครูบ้านพักด้วยกันเอง
คุณลุงบ้านใกล้ๆ บอกว่า
"ไม่เป็นไรหรอก หน้าฝนก็แค่สามสี่เดืิอน มันจะท่วมสักกี่ครั้งกัน"

ใช่ครับ
อยู่บ้านพักฟรีก็ต้องทำใจ




 

Create Date : 05 มิถุนายน 2553    
Last Update : 5 มิถุนายน 2553 10:05:40 น.
Counter : 429 Pageviews.  

โทรทัศน์ครู ชีรีย์ ::: คณิตในชีวิตประจำวัน


จริงๆ พอจะทราบข่าวการออกอากาศโทรทัศน์ครู : ครูมืออาชีพ มาสักระยะหนึ่งแล้ว
แต่ไม่ได้ตามว่าออกอากาสช่องไหน เวลาเท่าไร

จนกระทั่งได้ไปอ่านหนังสือพิมพ์และเข้าไปชมใน FB
เลยรู้ว่าเขาออกอากาศตอน 0545-0600 น.
ทางไทย PBS




ซึ่งคิดหรือว่าครูอั๋นจะ (ตื่นทัน) มาดู

เลยค้นในเว็บ...มีวีดีโอย้อนหลังด้วย...
จริงน่าจะล่วงหน้านะ...
เลยโหลดไว้ดูซะหน่อย

ตอนที่ 1 Making Maths Real : สอนคณิตให้มีชีวิตชีวา ตอน 1





ติดตามการเรียน คณิตศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน แล้วคุณจะรู้ว่า "เลขหมุนรอบตัวเรา"



ตอนที่ 1


ตอนที่ 2





ตอนที่ 2 สอนคณิตให้มีชีวิตชีวา ตอน 2





อ.พูลศักดิ์ เทศนิยม วิเคราะห์ตอน Making Maths Real กับหลักการสอนคณิตศาสตร์ 5 F -Fun Find Focus Fulfil Fantastic



ตอนที่ 1



ตอนที่ 2






รายงานสั้นๆ เพียงสิบห้านาที แต่มีสาระดีๆ มาฝากเเพื่อนครูนะครับ
หวังว่ารายการจะเป็นกำลังสำคัญและส่วนผลักดันให้การศึกษาไทยก้าวไปข้างหน้า


ครูอั๋นครับ


---+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+---

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก

รูปจาก http://www.facebook.com/thaiteachertv/
วีดีโอจาก http://www.thaiteachers.tv/

---+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+---



tagged: คณิตศาสตร์, การสอนคณิตศาสตร์, การเรียนคณิตศาสตร์, ครูมืออาชีพ, โทรทัศน์ครู, ThaiTeacherTV




 

Create Date : 30 เมษายน 2553    
Last Update : 30 เมษายน 2553 23:17:36 น.
Counter : 1023 Pageviews.  

การเรียนแบบท่องจำ หรือ Rote Learning

บทความนี้มาจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ (ออนไลน์) ครับ
ผมอ่านแล้วชอบใจมาก

เห็นด้วยกับอาจารย์กฤษมันต์ ทุกอย่าง

เพราะถ้าดูจากทฤษฏีของบลูม
ที่เหมือนผมจะเคยได้ยินว่านักการศึกษาออกมาบอกว่าไม่ดีนั้น
นี่ก็คือการเอาขั้นแรกของทฤษฏีของบลูมกับมาพูดใหม่
นั่นคือ "การจำ"

อาจารย์หลายท่านก็เคยกล่าวว่า
"คุณต้องจำได้ก่อน...คุณถึงจะทำอย่างอื่นได้"

จริงด้วยครับ
ถ้าจำสายรถเมล์ไม่ได้...ก็คงแย่ครับ...

ยิ่งต้องขึ้นหลายต่อ
ต้องหนีรถติด และประหยัด
ยิ่งต้องจำรถเมล์ได้หลายสาย
แล้วจะ "เข้าใจ" ว่าต้องหลีกเลี่ยงอย่างไร

แล้วจะประยุกต์ได้ว่าไปทางไหนดี
แล้วจะตัดสินใจได้ว่าทางไหนดีที่สุดสำหรับเรา

มาอ่านบทความนั้นกันครับ...





รองศาสตราจารย์ ดร.กฤษมันต์ วัฒนาณรงค์





ครูคิดว่าสอนให้นักเรียนท่องจำนั้นไม่ดี...สอนให้เข้าใจจะดีกว่า...หรือ สอนการหาความรู้โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้อยู่กับตัว...

นักเรียนเลย ไม่ชอบการจำ...จำไม่ได้ว่าได้เรียนรู้อะไร...จำไม่ได้ว่าหาความรู้ได้ที่ไหน...ไม่มีความรู้อยู่กับตัว...

เมื่อถึงคราวที่ต้องใช้ความรู้อย่างรวดเร็วจึงมีการตอบสนองเหมือนคนไม่มีความรู้หรือไม่มีการศึกษาทั้ง ๆ ที่มีปริญญา...

การท่องจำทำให้ระลึกได้อย่างเร็ว มีการตอบสนองอย่างเป็นอัตโนมัติ...กลับมาท่องอาขยาน อ่านนิทานร้อยบรรทัดกันดีกว่า...

การเรียนแบบท่องจำนั้นถูกโจมตีจากนักการศึกษาในปัจจุบันว่าไม่สร้างปัญญาให้กับผู้เรียน เป็นการสอนแบบเก่า ล้าสมัย นักเรียนท่องเนื้อหาที่เรียนได้แบบนกแก้วนกขุนทองโดยไม่รู้ความหมายเป็นสิ่งไม่ดีในกระบวนการของการเรียนการสอน ดังนั้นการท่องบทอาขยาน อ่านนิทานร้อยบรรทัด จึงไม่มีในหลักสูตรและการเรียนการสอนในปัจจุบัน ความคิดนี้ถูกสั่งสอนถ่ายทอดไปยังอาจารย์มหาวิทยาลัยในคณะศึกษาศาสตร์และ ครุศาสตร์ที่เป็นครูของนักศึกษาครูซึ่งเป็นผู้ที่จะจบออกไปเป็นครู และสุดท้ายกระบวนการไม่ชอบการจำถูกถ่ายทอดไปถึงนักเรียน และไปถึงประชาชน คนไทยเลยไม่ชอบจำ และมีทัศนะไม่ดีต่อการจำ รวมทั้งไม่สนใจเรื่องราวที่ต้องใช้ความจำ เช่น ประวัติศาสตร์ อีกด้วย

ความสับสนระหว่างการสอนให้ "ท่องจำ" กับการสอนให้ "จดจำ" ของครูจึงเกิดขึ้น ส่งผลให้นักเรียนไม่ชอบการจำและคิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องจำ การสอนให้จำไม่สำคัญเท่ากับการสอนให้เข้าใจ ยิ่งปัจจุบันมีคอมพิวเตอร์ช่วยบันทึกข้อมูลช่วยจำได้มาก และมี Internet ช่วยสืบค้นจากฐานข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วจึงสนับสนุนการ "ไม่ท่องจำ" และ "ไม่จดจำ" ขึ้นมาอีก เดี๋ยวนี้หลายคนจำเบอร์โทรศัพท์ที่สำคัญของตัวเองไม่ได้ เพราะบันทึกไว้ในเครื่องโทรศัพท์ให้ช่วยจำไว้ให้ เมื่อเครื่องโทรศัพท์มีปัญหาหรือสูญหายก็ไม่สามารถติดต่อใครได้เพราะไม่ได้ จำไว้ในสมอง

กระบวนการเรียนการสอนปัจจุบันไม่ให้ความสำคัญของการจำ นักเรียนจึงไม่มีความรู้ติดตัว ไม่มีอะไรในสมอง เรียนจบก็ผ่านไป ไม่จดจำอะไรไว้จำไม่ได้ว่าความรู้อยู่ที่ไหน รวมทั้งจำไม่ได้ว่าได้เคยเรียนรู้อะไรและอย่างไรอีกด้วย เมื่อถึงคราวที่ต้องใช้ความรู้อย่างทันทีทันใด จึงมีการตอบสนองเหมือนคนไม่มีความรู้หรือเป็นคนไม่มีการศึกษาทั้ง ๆ ที่จบปริญญา หรือมีประกาศนียบัตรรับรองความรู้ความสามารถจากสถาบันการศึกษา

ตัวอย่างบทอาขยานฝึกการท่องจำ

คนรุ่นใหม่ไม่รู้จักบทอาขยานข้างล่างนี้ บทอาขยานช่วยฝึกสมองและส่งเสริมการจำได้อย่างดีดังตัวอย่างต่อไปนี้



วิชาเหมือนสินค้า

วิชาเหมือนสินค้า อันมีค่าอยู่เมืองไกล
ต้องยากลำบากไป จึงจะได้สินค้ามา
จงตั้งเอากายเจ้า เป็นสำเภาอันโสภา
ความเพียรเป็นโยธา แขนซ้ายขวาเป็นเสาใบ
นิ้วเป็นสายระยาง สองเท้าต่างสมอใหญ่
ปากเป็นนายงานไป อัชฌาสัยเป็นเสบียง
สติเป็นหางเสือ ถือท้ายเรือไว้ให้เที่ยง
ถือไว้อย่าให้เอียง ตัดแล่นเลี่ยงข้ามคงคา
ปัญญาเป็นกล้องแก้ว ส่องดูแถวแนวหินผา
เจ้าจงเอาหูตา เป็นล้าต้าฟังดูลม
ขี้เกียจเป็นปลาร้าย จะทำลายให้เรือจม
เอาใจเป็นปืนคม ยิงระดมให้จมไป
จึงจะได้สินค้ามา เป็นวิชาอันพิสมัย
จงหมั่นมั่นหมายใจ อย่าได้คร้านการวิชา

หมายเหตุ ล้าต้า คือคนถือบัญชีเรือสำเภา

การใช้คำ "บัน" และคำ "บรร"

บันดาล ลงบันได บันทึกให้ ดูจงดี
รื่นเริง บันเทิงมี บันลือลั่น สนั่นดัง

บันโดย บันโหยไห้ บันเหินไป จากรวงรัง
บันทึง ถึงความหลัง บันเดินนั่ง นอนบันดล
บันกวด เอาลวดรัด บันจวบจัด ตกแต่งตน
คำ "บัน" นั้นฉงน ระวังปน กับ ร หัน
บรรจุ อีกบรรดา บรรเทามา หาบรรยาย
บรรลุ ไม่วุ่นวาย บรรลัยตาย บรรเจิดงาม
บรรจบ บรรทมนอน บรรจงก่อน บรรหารตาม
บรรทัด บรรทุกน้ำ บรรพตข้าม บรรพชา

(อันนี้ยังได้ใช้อยู่ทุกวันนี้...เวลาพิมพ์เอกสาร-ครูอั๋น)

การใช้สระ "ใ " (สระไอไม้ม้วน)

ผู้ใหญ่ หาผ้าใหม่ ให้สะใภ้ ใช้คล้องคอ
ใฝ่ใจ เอาใส่ห่อ มิหลงใหล ใครขอดู
จะใคร่ ลงเรือใบ ดูน้ำใส และปลาปู
สิ่งใด อยู่ในตู้ มิใช่อยู่ ใต้ตั่งเตียง
บ้าใบ้ ถือใยบัว หูตามัว มาใกล้เคียง
เล่าท่อง อย่าละเลี่ยง ยี่สิบม้วน จำจงดี


(55+ อันนี้ได้ใช้บ่อยมาก...ทะเลาะกันทีไรต้องท่องทุกที-ครูอั๋น)


จากการท่องจำคำที่ใช้การสกดด้วย "บัน" หรือ "บรร" และการใช้ "สระไอไม้ม้วน" สามารถท่องจำและนำไปใช้ได้อย่างทันทีทันใด

นอกจากนี้การท่องสูตรคูณ ก็จัดว่าเป็นการเรียนแบบท่องจำอีกเช่นกัน เพราะคนที่ท่องได้อาจไม่เข้าใจความหมายของสิ่งที่ท่องจำ แต่อย่างไรก็ตาม การท่องจำนั้นยังมีประโยชน์ในการเรียนการสอนเพราะเป็นการเสริมสร้างระบบการตอบสนองอย่างทันทีทันใดให้กับผู้เรียน และเป็นการเรียนรู้ที่ง่ายมาก และที่สำคัญการเรียนรู้ในบางอย่างนั้นวิธีการที่ง่ายและเร็วที่สุดคือการท่องจำ

(จริงครับ...ผมสอนคณิตศาสตร์ เด็กจำสูตรคูณไม่ได้ก็จบ...นักการศึกษาจะให้แก้ยังไงครับ...ถ้าไม่ให้ท่องสูตรคูณ-ครูอั๋น)

ลองทบทวนความจำของท่านดูซิว่า สิบสองคูณเก้าเป็นเท่าไร? บางท่านได้คำตอบทันที นั่นมาจากการท่องจำ...

(วันก่อนเล่น camfrog มีเกมคิดเลขแข่งกัน
เขามีคำถาม 7*4 ผมก็พิมพ์ 28 ด้วยความรวดเร็วไว้ลายครูสอนเลข
อ้าวไม่เห็นบอกว่าถูก...พิมพ์อีก 28 ก็ไม่เฉลย
สักพักมันก็เฉลยว่า 32
ผมแทบบ้า...เกิดอะไรขึ้นกับคนคิดโจทย์--ครูอั๋น)



ความแตกต่างของการท่องจำกับการจดจำ

"การท่องจำ" กับ "การจดจำ" นั้นคล้ายกัน แต่ไม่เหมือนกัน เพราะการท่องจำจะสามารถทวนคำที่จำได้ครบถ้วนแบบคล่องปาก แต่การจดจำเป็นการระลึกได้จากความทรงจำ ไม่ต้องมีสภาพของความคล่องปากและความเป็นอัตโนมัติ และอาจไม่สามารถทวนซ้ำด้วยวาจาได้อีกเหมือนเดิมอีกครั้ง แต่การท่องจำจะทวนซ้ำคำเดิมด้วยปากเปล่าได้เหมือนเดิมทุกครั้งไป อย่างไรก็ตามทั้งการท่องจำและการจดจำใช้พื้นฐานของการทำงานของสมองเหมือนกัน คนสมองดีจำได้ดี ทั้งการท่องจำและการจดจำ

สำหรับผู้เรียนบางคนที่ ไม่สามารถจะเข้าใจในเนื้อหาบางเรื่องในเวลาที่เรียนขณะนั้นได้ การท่องจำให้เกิดเป็นระบบการตอบสนองอัตโนมัติติดตัว จึงเป็นหนทางของการเรียนรู้ในขณะนั้นได้ และเมื่อเวลาผ่านไปผู้เรียนมีวุฒิภาวะพร้อม อาจกลับมาเข้าใจเนื้อหาที่ครั้งหนึ่งไม่สามารถเข้าใจได้อีกด้วย เพราะเขาจดจำสิ่งที่ท่องจำไว้ได้

ประโยชน์ ของการท่องจำ

การเรียนในบางสาขาวิชายังมีความจำเป็นต้องท่องจำอยู่มาก ผู้เรียนบางท่านไม่อาจเข้าใจได้หรืออาจไม่ทราบความหมายที่เรียนในขณะเรียน แต่จำเป็นต้องเรียนในเนื้อหานั้น การใช้วิธีท่องจำจึงเป็นวิธีการเรียนที่ดีที่สุดสำหรับเนื้อหานั้น โดยเฉพาะเนื้อหาประเภทที่ต้องใช้ความจำ เช่น กฎหมาย สูตรทางวิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์ และภาษา เป็นต้น ผู้เรียนต้องท่องจำไว้ก่อนเพื่อการสอบ

การสวดมนต์ เป็นภาษาบาลี ก็เป็นการท่องจำ ส่วนมากแล้วนักเรียนสวดมนต์เป็นภาษาบาลีโดยไม่รู้ความหมาย การอาราธนาศีล การรับศีล แม้ชาวพุทธเองส่วนหนึ่งก็ไม่รู้ความหมาย แต่สามารถท่องได้ จำได้หรือบางทีแปลเป็นภาษาไทยแล้วก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีเพราะวุฒิภาวะยังไม่ถึงที่จะเข้าใจได้ แต่สามารถท่องจำได้

อุทาหรณ์

ขอยกอุทาหรณ์เด็กอายุ 5 ขวบ คนหนึ่งสามารถท่องศีล 5 ได้ถูกต้อง แต่ไม่รู้ความหมายที่ท่อง ถึงแม้จะแปลเป็นภาษาไทยในแต่ละข้อแล้วก็ยังไม่เข้าใจได้ครบทุกข้อ เช่น ศีล ข้อที่ 3 นั้น เด็ก 5 ขวบไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร และเชื่อว่าถึงจะมีครูที่เก่งขนาดไหนจะมาอธิบายอย่างไรก็ไม่เข้าใจ ต้องรอเวลาให้เขามีวุฒิภาวะ หรือโตพอจะเข้าใจเรื่องเพศ เรื่องกามารมณ์เสียก่อน เพราะเด็กวัยนั้นยังไม่มีวุฒิภาวะเรื่องนี้ แต่พอถึงเวลาที่เขามีวุฒิภาวะแล้ว เขาก็จะเข้าใจและก็ยังจำได้เพราะมีการท่องจำจนคล่องปาก มีการตอบสนองอย่างอัตโนมัติเมื่อมีการรับศีล เขาจะว่าตามได้อย่างถูกต้องและเข้าใจครบทุกข้อ

จากอุทาหรณ์เด็ก 5 ขวบดังกล่าว พอจะอธิบายได้ว่า การเรียนรู้บางเรื่อง บางเนื้อหานั้น ไม่สามารถทำให้เกิดการเรียนรู้ได้อย่างทันทีทันใดได้ การให้ท่องจำไว้ก่อน รอวันที่ผู้เรียนจะพร้อมที่เรียนรู้ได้นั้น ถือว่าเป็นประโยชน์ของการเรียนแบบท่องจำอีกเช่นกัน

สรุป

การท่องจำเป็นการฝึกสมองทำให้สามารถระลึกได้อย่างเร็ว มีการตอบสนองอย่างเป็นอัตโนมัติ การสอนให้ไม่ต้องจดจำเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ผู้ที่เป็นครูของครู หมายถึง คณาจารย์ในคณะศึกษาศาสตร์ หรือ คณะครุศาสตร์ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ต้องเพิ่มการเอาใจใส่ให้นักศึกษาที่จะจบไปป็นครูได้เข้าใจในเรื่องของความจำให้ถูกต้อง และสั่งสอนวิธีการที่จะส่งเสริมให้มีกระบวนการสอนที่เสริมสร้างความจำให้กับนักเรียน "เพราะนักศึกษาที่จบไปเป็นครูหรือครูประจำการในโรงเรียนจำไม่ได้ว่าท่านสอนอะไรไปบ้าง"...

ให้เด็กรุ่นใหม่กลับมาท่องอาขยาน และอ่านนิทานร้อยบรรทัดกันดีกว่า อาจช่วยยกระดับความสามารถในการจำให้กับประชาชนได้ เพราะทุกวันนี้ดูเหมือนว่าประชาชนคนไทยมักไม่ค่อยจะจดจำสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และมีทัศนะที่ไม่ชอบจะจดจำเสียด้วย จึงมักได้ยินคำว่า "เจ็บแล้วไม่จำ" อยู่บ่อยๆ





---+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+---


ไม่ได้คิดว่ามันจะกลับมาเป็นแบบสมัยก่อน
แต่แค่หวังว่า...ถ้าผมสอนโดยการให้เด็กนักเรียนท่องสูตรบางสูตร
เนื้อหาบางเนื้อหา
แล้วผมจะไม่ถูกว่าว่าเป็นครูโบราณ

เพราะผมก็เชื่อ (ซึ่งอาจจะผิดก็ได้) ว่า
เราต้องจำได้ก่อนเป็นอันดับแรก
แล้วความสามารถอื่นๆ จึงจะตามมา
ถ้าจำไม่ได้...ก็ทำอะไรต่อไม่ได้หรอกครับ

คุณว่าไหม



---ขอบคุณที่มาดีๆครับ---
http://www.thairath.co.th/content/edu/73479
สืบค้น 26 เม.ย. 53





 

Create Date : 26 เมษายน 2553    
Last Update : 30 เมษายน 2553 22:03:08 น.
Counter : 1016 Pageviews.  

ประเมินการสอนกันหน่อย (รุ่นทดลอง)

นักเรียนที่รัก ช่วยประเมินการสอนให้ครูหน่อยนะครับ
ไม่มีผลใดๆ ต่อการวัดและประเมินผล
ที่ให้ประเมินจะได้เป็นภาพสะท้อนการสอนของครูครับ

ที่นี่เลย
http://twtpoll.com/lclwvz


ขอบคุณหลายเด้อ




 

Create Date : 05 ตุลาคม 2552    
Last Update : 5 ตุลาคม 2552 5:01:15 น.
Counter : 313 Pageviews.  

ความดีความชอบแน่หรือ...???

ผมเป็นครูมา ๖ ปี
ให้รู้สึกว่าการตอบแทนความดีของครูนั้นมันดูไม่ค่อย work เลย
นี่ไม่ได้ว่าระบบนะครับ...แต่ว่าที่ผมพบเห็นมันไม่น่าอภิรมย์เลยครับ

ปีนี้ก็เหมือนทุกปีที่ผ่านมา มีการกำหนดให้ครูทำงาน ส่งงาน และสุดท้ายก็มีการประเมินงานเหล่านั้น และให้คะแนน
โดยส่วนนี้มีกรรมการชุดหนึ่งทำหน้าที่ประเมิน

จากนั้นส่งคะแนนให้งานบุคคล ประมวลผลและประชุมกรั่นกรอง

ตอนนี้แหละครับ อำนาจมันในอยู่ในมือคนกลุ่มหนึ่ง ที่ดูเหมือนว่าจะทำทุกอย่างเพื่อให้ตนเองและผู้ที่อยู่ใกล้ชิดที่สุดได้รับความดีความขอบขั้นสูงสุด หรือที่เรียกว่า "สองขั้น" ไป

โดยคะแนนจากการทำงานงานทั้งหมดแทบจะเป็น 0 เพราะไม่ได้นำมาคิดด้วยเลยแม้แต่น้อย

เพียงแค่คนกลุ่มนี้ว่าจะให้คนนี้ ก็เป็นไปตามนั้น
ทั้งๆ ที่คะแนนอาจจะไม่ได้เป็นที่หนึ่งก็ได้...เพียงแต่เขานั่งอยู่ตรงนั้น เถียงให้ตัวเขาเอง...
เป็นแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว...เป็นคนทุกคนรู้ว่าถ้าครูคนนี้เข้าต้องเถียงให้ตัวเองและคนใกล้ตัวที่สุด

....


เมื่อประชุมประจำเดือน...มีการกล่าวว่าโรงเรียนนี้อยู่กันแบบพี่แบบน้อง
อืม...ผมตั้งคำถาม "พี่น้องประเภทไหนกัน"
พี่ทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองรอด...น้องมันจะทำงานจนสว่าง หรือทำงานทุกอย่างได้ครบถ้วนก็เรื่องของมัน
เมื่อถึงเวลามีผลประโยชน์ พี่ก็ไม่คิดจะแบ่งให้น้องสักนิด...
คิดแต่จะเอาเป็นของตัวเอง

"พี่น้องประเภทไหนกัน"

หรืออยู่กันแบบพี่น้อง...ที่พี่เอาเปรียบน้องถ้าทำได้


ผมเองเคยทำงานแล้วขอให้ครูผู้ใหญ่ท่านหนึ่งแบ่งไปช่วยทำบ้าง
ครูท่านนั้นตอบผมว่า "น้องเป็นเด็กน้องก็ทำไปซิ"
ผมเลยบอกครูท่านนั้นว่า "พี่เงินเดือนพี่ก็ทำบ้างซิ"

นี่หรือ "อยู่แบบพี่แบบน้อง"


แล้วอย่างนี้ที่ครูผู้ใหญ่พูดกันว่าเด็กสมัยนี้มันอยู่โรงเรียนเหมือนเป็นโรงแรม
มาอยู่สักพักแล้วก็จะไป ไม่รักโรงเรียน

ผมก็อยากถามว่า "บอกมาหน่อยครับ อะไรที่พวกผมทำแล้วแสดงถึงการไม่รักโรงเรียน"

ครูผู้ใหญ่บ้างท่านก็ว่า "เด็ก (หมายถึงครูเด็กๆ) ไม่มีสัมมาคารวะ พูดจาไม่เห็นหัวคนแก่"
ผมก็อยากถามผู้ใหญ่กับคืนไปว่า "ผู้ใหญ่ทำตัวให้น่าไหว้แค่ไหนกันครับ"


ปีที่แล้วผมก็ได้สองขั้น...ได้เพราะมีงาน และเท่าที่ทราบคะแนนได้อันดับหนึ่ง

อยากเข้าไปนั่งในที่ประชุมวันนั้น ไม่ใช่อยากไปเถียงให้ตัวเองได้อีกครั้งหรอกครับ
แต่อยากเข้าไปเถียงให้เพื่อนๆ คนอื่นที่ไม่มีโอกาสบ้าง

ไม่ใช้ให้ครูผู้ใหญ่พูดว่า "น้องเป็นเด็กๆ ก็ทำไป พวกพี่ทำมาเยอะแล้ว"
แต่ครูผุ้ใหญ่กลับทำตัวเป็นว่า "แต่เมื่อมีผลประโยชน์ ให้พวกพี่ก่อนน้องยังเด็กเดี๋ยวก็ได้"


เฮ้ออออ...
เหนื่อยนะครับเป็นครู
นอกจากต้องสอนนักเรียน 24 คาบต่อสัปดาห์ แล้วยังต้องถูกเอาเปรียบจากคนที่ "วางแผนเอาเปรียบคนอื่น"
น่าไม่อายจริงๆ





 

Create Date : 16 กันยายน 2552    
Last Update : 20 กันยายน 2552 15:01:35 น.
Counter : 360 Pageviews.  

1  2  3  4  5  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.