ฉบับที่36 | เรามาจากภูเขา













ฉบับที่ ๓๖
๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๐
เรามาจากภูเขา







ภาพประกอบจาก internet




สวัสดี นายต้นไม้




เมื่อคืนนี้ฉันฝัน ฝันเห็นพ่อ พ่อฉันท่านเสียไปหลายปีแล้ว ก็มีบ้างบางครั้งที่ฉันคิดถึงท่าน นานๆ เหมือนระยะเวลาโรยผงฝุ่นหนาทึบกลบทับความทรงจำและความรู้สึกให้หล่นลึกลงไป อาจมีบ้างบางครั้ง ที่เหตุการณ์บางอย่างสะกิดใจให้ขุดค้นหาความทรงจำเหล่านั้น พ่อมักจะเล่าให้ฉันฟังเสมอว่าเราเป็นใครมาจากไหน บางครั้งเรื่องเล่าเหล่านั้นดูไม่ปะติดปะต่อ เหมือนว่าตัวท่านเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ เรื่องเล่ามักหยุดอยุ่ที่เรื่องราวของปู่ ปู่ซึ่งฉันไม่เคยพบหน้า 


จุดเริ่มต้นเรื่องเล่าของปู่อยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในภูเขาทางภาคเหนือ พ่อบอกว่าปู่เป็นชาว "ไตลื้อ" บรรพบุรุษของปู่น่าจะมาจากสิบสองปันนา แล้วเดินทางมาจนถึงภูเขาแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ ครอบครัวของปู่ปักหลักอยู่ที่นั่นมาเนิ่นนาน จนวันหนึ่งสมัยปู่ยังเด็ก ปู่ได้ออกเดินทางไกลไปกับพวกล่องเรือลากซุงไปตามแม่น้ำ และมาหยุดขนซุงขึ้นท่าที่ท่าน้ำแห่งหนึ่ง และหลังจากวันนั้นปู่ก็ไม่ได้กลับไปที่หมู่บ้านในหุบเขานั้นอีกเลย


พ่อก็ไม่เคยรู้ว่าครอบครัวของปู่อยู่ที่ไหนและป่านนี้พวกเค้ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ จะมีใครเคยออกติดตามหาปู่หรือเปล่า พ่อรู้แค่ว่าครอบครัวที่เกิดขึ้นใหม่ของปู่เป็นแค่ชาวบ้านที่ปู่มารู้จักที่นี่ พ่อสืบค้นไปยาวไกลถึงขนาดได้รู้แบบกว้างๆว่า บรรพบุรุษของปู่น่าจะมาจากสิบสองปันนา แต่พ่อก็ไม่อาจสืบลงไปได้ลึกถึงระดับครอบครัวของปู่


สมัยก่อนบ้านเราแถบนั้นมีแต่ป่า มีเวิ้งน้ำกว้างๆ อยู่ที่หมู่บ้านในปัจจุบัน ตอนเด็กๆ ฉันยังจำได้ถึงความสนุกสนานที่พวกเราเดินไปเล่นน้ำที่ท่าน้ำ อาบน้ำและซักผ้าที่นั่น ในบางวันน้าสาวของฉันต้องหาบน้ำขึ้นไปไว้ใช้ที่บ้านด้วย ใช่แล้วหาบน้ำที่ต้องใช้ไม้คานหาบกับถังน้ำสองใบแบบคนสมัยก่อนน่ะ ระยะทางจากแม่น้ำไปถึงบ้านนั้นก็อยู่ไกลเป็นกิโล ในวันที่น้ำบ่อโยกหลังบ้านแห้งขอดจนไม่สามารถตักขึ้นมาใช้ได้ น้าสาวของฉันก็จะเตรียมครุน้ำสองใบกับไม้คานไปหาบน้ำที่ท่าน้ำขึ้นมาไว้ใช้ ฉันเกิดทันได้เห็นหมู่บ้านในสมัยที่ยังไม่มีน้ำประปาใช้อยู่เลยนะ


แม่น้ำสายกว้างและใส ใสชนิดที่มองเห็นก้อนหินก้นแม่น้ำ หินแม่น้ำของเรามีลักษณะกลมมนเกลี้ยงเกลา น้าสาวของฉันสอนให้เอาก้อนหินมาขัดตัว เราอาบน้ำกันท่ามกลางผืนป่าและสายน้ำวาวใส ในบางครั้งฉันชอบนอนลอยตัวในน้ำและแหงนหน้ามองก้อนเมฆบนฟ้า ได้ยินเสียงสายน้ำกระทบพื้นหินดัง "กริ๊กกรั๊ก" เสียงเหมือนพวกเค้ากำลังหัวเราะ


แม่น้ำสายนี้บรรจุความทรงจำของฉันและใครหลายๆคนไว้อีกมากมาย


ในวันที่พ่อเหลือเพียงเถ้าถ่าน เรานำท่านไปโปรยลงในแม่น้ำ พ่อเคยบอกว่าอยากปลูกบ้านอยู่ริมแม่น้ำ ท่านมีความทรงจำมากมายเกี่ยวกับแม่น้ำสายนั้น และอาจมีบางคำถามที่ท่านอยากย้อนกลับไปค้นหาในความทรงจำของปู่ 

ฉันก็ได้แต่แอบหวังว่าท่านคงจะชุ่มเย็นอยู่ในสายน้ำ และอาจมีบางวันท่านจะเงี่ยหูฟังเสียงแม่น้ำหัวเราะ "กริ๊กกรั๊ก" อย่างมีความสุข





ฉันเอง













 

Create Date : 24 สิงหาคม 2560    
Last Update : 24 สิงหาคม 2560 18:28:06 น.
Counter : 386 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ฉบับที่35 | ฝนตกลงในดินแดนแห่งน้ำตา










จดหมายจากทะเล
ฉบับที่ ๓๕
๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐
ฝนตกลงในดินแดนแห่งน้ำตา














สวัสดีคุณ







ช่วงนี้ทะเลทางนี้ก็มีฝนตกหนักเหมือนกับภูเขาทางนู้น
ในบางวันมันทำให้ฉันนึกถึงเรื่องราวเก่าๆ
เมื่อได้ยินเพลงเก่าๆ
เมื่อความทรงจำครั้งเก่าเดินทางได้ 


ในคืนวันที่สายฝนกระหน่ำตกลงในดินแดนแห่งน้ำตา
ครั้งหนึ่งที่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งใน จ.สกลนคร 
ฉันเคยฝากร่องรอยความทรงจำไว้ในดินแดนที่ท่วมท้นไปด้วยน้ำตาเวลานี้


" ถนนฝุ่นสีแดง 
หมู่บ้านอาบแสงจันทร์ 
คันนาริมทุ่งแสงตะวัน 
และควายเผือกสีชมพูตัวนั้น " 


แม้มันจะนานมากแล้วที่ฉันได้ปล่อยให้กาลเวลา
กลบทับอดีตและความทรงจำ
แต่มันคงยังไม่นานพอที่จะทำให้ฉันลืม


เมื่อครั้งที่เราเคยเดินย่ำทุ่งนากลางฤดูฝน
และไม่เกี่ยงงอนที่จะร้องเพลงร่วมกันสักเพลง
เพลงนั้นยังดังก้องอยู่ในทุกฤดูฝน จวบจนวันนี้



"...ฟ้าในคืนฝนฉ่ำ คงนึกขำต่อคำสัญญา
ปฏิทินดารายังส่งยิ้มมาถากถางหัวใจ
ไหนว่าไปแล้วกลับหน้าฝน
ใครเป็นคนสัญญาเอาไว้....."



หากว่าฉันเป็นสายฝน
ฉันจะยอมทำผิดคำสัญญาสักครั้ง
แต่ในความจริงแล้ว
ฉันเป็นเพียงแค่คนบางคน
ที่เคยทำผิดสัญญาไว้กับใครสักคน
ท่ามกลางสายฝนที่สกลนคร






ฉันได้แต่หวังว่าพวกเค้าคงปลอดภัยและสบายดี

"ฉันเอง"











ปล.น้ำท่วมเมืองสกลนคร
และภาคอีสานหลายจังหวัด
กรกฎาคม ๒๕๖๐









 

Create Date : 31 กรกฎาคม 2560    
Last Update : 31 กรกฎาคม 2560 21:39:53 น.
Counter : 287 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ฉบับที่34 | TRAPPIST-1 กับโลกคู่ขนาน









Smiley

จดหมายจากทะเล
ฉบับที่ ๓๔
๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๐
TRAPPIST-1 กับโลกคู่ขนาน












สวัสดีคุณ


คุณรู้มั้ย เราใช้เวลาเดินทางไปกลับดวงจันทร์แค่อาทิตย์เดียวเองนะ ฟังดูเหมือนไม่ไกล หากว่ามีใครบางคนทิ้งร่างเอาไว้ในโลกนี้ แล้วไปเริ่มต้นชีวิตใหม่บนดวงจันทร์ เราคงรู้สึกได้ถึงความใกล้ในระดับที่แหงนหน้ามองหาได้ในทุกค่ำคืน แต่ในความเป็นจริงคนที่ทิ้งร่างเอาไว้อาจกำลังเดินทางไปที่ไหนก็ไม่รู้ ในทุกความคิดถึงเราจึงไม่รู้ว่าจะมองหาเค้าได้จากดาวดวงไหน


เมื่อหลายเดือนก่อนนาซ่าออกมาประกาศว่าพบระบบสุริยะใหม่ชื่อ TRAPPIST-1 ซึ่งสันนิษฐานได้ว่ามีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่และมีดาวเคราะห์โคจรอยู่ในระบบถึงเจ็ดดวง แต่ละดวงอยู่ห่างกันไม่มาก เราสามารถมองเห็นดาวเคราะห์อีกดวงหนึ่งใกล้ๆ ใกล้กว่าดวงจันทร์ของเราเสียอีก ดังนั้น TRAPPIST-1 จึงเปรียบเสมือนชุมชนของดวงดาว ที่มีบรรยากาศและระยะทางโคจรไปมาหากันได้พอเหมาะ หากเราแหงนหน้ามองฟ้า เราคงรู้สึกเหมือนว่ามีใครบางคนอยู่บนดวงดาวใกล้ๆ ใกล้ในระยะที่เราบินไปหาได้ในยามคิดถึง และที่แห่งนั้นคงทำให้จักรวาลของเราแลดูแคบลง 


แต่มันคงเป็นได้แค่เพียงฝัน ด้วยเทคโนโลยีสมัยนี้ เราอาจไม่รู้อะไรเกี่ยวกับ TRAPPIST-1 ได้มากเท่าไร ด้วยระยะทางจากระบบสุริยะของเราไปที่นั่น เราอาจใช้เวลาเดินทางไปและกลับยาวนานถึง 234 ปี ฝันหวานถึงสิ่งมีชีวิตอื่นในจักรวาล ก็ยังคงเป็นฝันหวานอันไกลโพ้นต่อไป 












คุณว่ามั้ย...มนุษย์เป็นสัตว์โลกที่โดดเดี่ยว ทุกครั้งที่เราแหงนหน้ามองฟ้า เราจะมองเห็นดวงจันทร์เพียงเสี้ยวหน้าเดียว ซึ่งเราก็รู้อยู่แล้วว่าบนนั้นไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ เวลาที่เรามองหาดวงดาวสักดวงที่อาจมีลมหายใจของใครสักคน มันก็ช่างห่างไกลกันเหลือเกิน เราจึงรู้สึกล่องลอยเคว้งคว้างอยู่บนความไม่รู้ จนกระทั่งเราพบว่ามีโลกอีกโลกหนึ่งซ่อนอยู่ในจักรวาลอันไกลโพ้น แต่เราก็ไม่สามารถเดินทางไปถึง หรืออันที่จริงแล้วการเดินทางระหว่างดวงดาวเหล่านั้น เราอาจต้องทิ้งร่างไว้ในโลกนี้ และใช้เพียงหัวใจให้เดินทางลำพัง



และ...
ถ้าเราต้องทิ้งร่างนี้ไป
เหลือเพียงหัวใจที่ได้รับสิทธิ์ให้ไปต่อ
จนกระทั่งถึงดินแดนแห่งใหม่
และในดินแดนแห่งนั้น
หากเราล้วนแปลกหน้าต่อกัน 
คุณจะยังจำฉันได้มั้ย
ถ้าต้องเหลือเพียงแค่หัวใจดวงเดิม



' ฉั น เ อ ง '















อ่ า น เ รื่ อ ง ร า ว ข อ ง  TRAPPIST-1 >> คลิก <<








 

Create Date : 30 พฤษภาคม 2560    
Last Update : 30 พฤษภาคม 2560 21:15:32 น.
Counter : 707 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ฉบับที่33 | ฝ า ก ด า ว










จดหมายจากทะเล
ฉบับที่ ๓๓
๐๗ เมษายน ๒๕๖๐
ฝ า ก ด า ว







เช้านี้ฉันเก็บดวงดาวได้ที่ชายหาด
มันคงเป็นดวงดาวของใครสักคน
ที่ฝากลมฝนพัดมา
เพื่อหวังว่าอาจมีใครสักคน
ผ่านมาเจอ








สวัสดีคุณ


คุณเคยเห็นดาวตกในคืนฟ้ามืดบ้างมั้ย ยามที่แสงของมันวาดท้องฟ้าลงมาเป็นทางยาว แค่เพียงพริบตา ก็สว่างจ้า และงดงาม มีคนเคยบอกว่า โมงยามของความรักก็เหมือนกับแสงของดาวตก โชนแสง ร้อนแรง จับใจ  แต่มันก็เป็นเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ที่เหลือนับต่อจากนั้นคือความจริง


คุณเคยสงสัยหรือเปล่าว่าความรักเกิดขึ้นได้อย่างไร เริ่มต้นที่ตรงไหน ความรักที่โรแมนติกสำหรับฉันมักเกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ เหมือนเวลาที่เรามองเห็นดาวตก


"หากความบังเอิญทำให้ความรักตกลงมาใส่คุณเหมือนดาวตก
คุณจะรีบคว้ามันเอาไว้ หรือปล่อยมันไป 
ให้เป็นเพียงความประทับใจชั่วครู่ชั่วยาม"


มันก็แค่ทฤษฎีที่คิดได้จากหนังน่ะ วันก่อนดูหนังเรื่องหนึ่ง เป็นหนังรักธรรมดา ที่ทำให้ผู้หญิงธรรมดาเก็บเอามาเพ้อ หนังเล่าเรื่องชีวิตของชายหญิงสองคนที่บังเอิญมาเจอกันในค่ำคืนหนึ่งของนิวยอร์กและตกอยู่ในสถาณการณ์ร่วมกันบางอย่าง บรรยากาศ เวลา สถานที่ สร้างแรงจูงใจในการตกหลุมรัก แต่มันก็ติดอยู่ที่เงื่อนไขบางอย่าง อยากรู้ต้องไปหาดูเอาเอง อ้อลืมบอกไป หนังชื่อ 'Before we go'


ฉันชอบบรรยายกาศของของหนัง ที่บรรยายฉากนิวยอร์กยามค่ำคืนไว้อย่างสวยงาม ภาพของคนสองคนที่เดินคุยกันไปเรื่อยๆ ภายใต้แสงไฟสีส้มซีดริมถนน ช่วยกล่อมกลางคืนให้ดูเหงาๆ และบทสนทนาที่นำพาพวกเค้าก้าวไปสู่เบื้องลึกของหัวใจ





ในหนังไม่มีฉากดาวตกหรอกนะ ฉันแค่เปรียบเปรยให้ฟัง ในประเด็นเดียวกันกับหนังเท่านั้นเองน่ะ






เราคงไม่เห็นดาวตก
ถ้าเราไม่บังเอิญแหงนหน้ามองฟ้า 
บางทีความรักก็เป็นเช่นนั้น 
เราคงไม่ตกหลุมรัก
หากเราไม่บังเอิญมาเจอกัน


หากความรักโชนแสง
และงดงามดั่งดวงดาวได้ตลอดเวลาก็คงดีสินะ
เหมือนดาวจริงๆทึ่อยู่บนฟ้า


ครั้งหนึ่งฉันเคยมีดาวตกในหัวใจ
มันยังโชนแสงร้อนแรงอยู่ในช่วงเวลาหนึ่ง
ไกลแสนไกล และสวยงามเสมอ





'ฉันเอง'













 

Create Date : 07 เมษายน 2560    
Last Update : 7 เมษายน 2560 14:54:30 น.
Counter : 497 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ฉบับที่32 | เมืองแห่งรักแรก(ไม่)พบ








จดหมายจากทะเล
ฉบับที่ ๓๒
๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐
เมืองแห่งรักแรก(ไม่)พบ










สวัสดีคุณ




เมื่อปลายเดือนที่แล้วฉันต้องเดินทางไกลไปตามเส้นทางตะวันตก จากหัวหินเข้ากรุงเทพฯ เพื่อต่อรถประจำทางไปแม่สอด และเดินทางกลับจากแม่สอดเข้ากรุงเทพฯ เพื่อที่จะพบว่ารถประจำทางสายกรุงเทพฯ-หลังสวนคือรถเที่ยวแรกของสถานีขนส่งสายใต้ 


ระหว่างการเดินทางมีเรื่องราวมากมายชวนให้เขียนบันทึก 
ซึ่งฉันจะเล่าให้คุณฟังในจดหมายฉบับต่อๆไป


..


คุณว่ามั้ย..?
กรุงเทพฯไม่ใช่เมืองแห่งรักแรกพบ 
แต่กรุงเทพฯเป็นเมืองที่มีเสน่ห์
และอาจทำให้คุณหลงรักได้แบบหัวปักหัวปำ


ด้วยความที่ใช้ชีวิตคุ้นชินอยู่ในกรุงเทพฯมานาน นานจนลืมไปแล้วว่าฉันเคยหลงรักกรุงเทพฯตั้งแต่เมื่อไหร่ ในค่ำคืนหนึ่งของคนคนหนึ่งซึ่งในตอนนี้ได้กลายเป็นเพียงคนผ่านทางของกรุงเทพฯไปแล้ว  ฉันมองเห็นกรุงเทพฯเป็นเหมือนสาวสวยในแสงไฟ ขณะที่รถขับผ่านสะพานพระรามแปดยามค่ำคืน กรุงเทพฯเปล่งแสงแพรวพราว แสงไฟบนดินระยิบระยับงดงามกว่าแสงดาวบนฟ้า 

เคยมีคนบอกกับฉันว่า...
" กรุงเทพฯมีเงินทองมากมายลอยอยู่ในอากาศ
และมีความฝันมากมายที่จับต้องได้ "

กรุงเทพฯคงเป็นเมืองของนักแสวงหา
นี่เองสินะที่เป็นเสน่ห์ของกรุงเทพฯ

หลังจากเดินทางผ่านแสงไฟยามค่ำคืนบนทางด่วน ฉันมีความรู้สึกว่าเส้นทางเหล่านั้น เป็นเหมือนเส้นทางของรถไฟเหาะ มันโค้งเว้าและทอดยาวสงบนิ่ง บางจุดที่ผ่ากลางเมือง จะมีขอบกำแพงทางด่วนเกาะปริ่มๆ อยู่ตามริมหน้าต่างของอาคารต่างๆ มันชวนให้จินตนาการถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคนกรุงเทพฯ

ด้วยความผูกพันและลาจาก เลยทำให้ฉันรู้ว่า ไม่มีคืนไหนที่ฉันจะหลงรักกรุงเทพฯ ได้มากเท่ากับคืนนี้ คงเหมือนกับคู่รักที่อยู่ด้วยกันมานาน นานเสียจนลืมความหวานเมื่อแรกพบ แต่เมื่อได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ก็ทำให้ความคิดถึงทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น









..


ไม่ว่าจะยามเช้าหรือยามค่ำ
กรุงเทพฯก็ระยิบระยับและทอประกายด้วยแสงสี

..


ไม่นานหลังจากวันนั้นฉันก็เดินทางผ่านเข้ามาในกรุงเทพฯอีก ผ่านมาเพื่อที่จะลาจาก ซึ่งในวันนั้นฉันเดินทางหันหลังให้กรุงเทพฯ มุ่งหน้าลงใต้ หันหลังให้ภูเขามุ่งหน้าสู่ทะเล ถนนที่พ้นผ่านซ้อนทับกันเวียนวน ตะวันดวงกลมค่อยๆโผล่พ้นขอบทางด่วน เปลี่ยนสีถนนเป็นสีเดียวกับทองคำ และอาบย้อมกรุงเทพฯให้กลายเป็นเมืองแห่งทองคำ 

ในตอนนั้นฉันคิดถึงคำพูดของใครคนหนึ่ง

" กรุงเทพฯมีเงินทองมากมายลอยอยู่ในอากาศ
และมีความฝันมากมายที่จับต้องได้ "

และในวินาทีนั้นนั่นเอง ฉันก็ตกหลุมรัก...กรุงเทพฯ อีกครั้ง




' ฉั น เ อ ง '








 

Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2560    
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2560 14:47:38 น.
Counter : 468 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

1  2  3  4  5  6  7  8  

BlogGang Popular Award#13


 
ผีเสื้อยิปซี
Location :
ดาวบี 612 * Togo

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]





Do you see that beautiful sky?,
also shadow of lovely clouds?
The long, endless of blue sea...
so,do you see my love?
❉~❉





Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ผีเสื้อยิปซี's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.