วาดฝันไว้เต็มฟ้า....ว่าสักคราจะทำให้เป็นจริง....ไม่มีใครจะได้ในทุกสิ่ง....หากจะเป็นความจริงเมื่อเริ่มทำ

พื้นที่...น้อยๆ ของคนช่างฝัน ยินดีต้อนรับค่ะ

Group Blog
 
All blogs
 

Trip : ป่าชายเลน ณ ชลบุรี (ตอน ตามหาปลาตีนยักษ์)

...ฉายเดี่ยวที่ชายเลน ณ ชลบุรีจ้า

.....สวัสดีค่ามิตรรัก แฟนบล็อค ทริปคราวนี้มีต้นกำเนิดมาจากความขี้เกียจของหนูปุกเอง แหะๆ มีอย่างที่ไหน โดดงานไปเที่ยว ก็บรรยากาศมันใกล้หน้าหนาว ฝนตกบ่อย พาใจเหงา (เริ่มจะเห็นเงาจันทร์นิดๆ) บวกกับอาการเบื่อที่เกิดขึ้นกระทันหันผนวกกับสิทธิ์การลางานได้เดือนละสามวันซึ่งเดือนที่แ้ล้วหนูปุกยังไม่ได้ใช้ และแถมท้ายด้วยอาการอยากหาแรงบันดาลใจในการแต่งนิยาย เลยตัดสินใจจะไป และก็ไป ที่นี่เลย

"ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ และอนุรักษ์ป่าชายเลน ชลบุรี"

ซึ่งไม่ไกลจากที่พักมากมาย พอคิดได้ดังนั้น ก็จับกล้องเจ้าเก่าเข้ากระเป๋า หยิบเสื้อกันฝนยัดเข้าใต้เบาะ เหาะมอ'ไซต์คู่กาย ทยานออกไปตามป้ายที่บอกไว้ทั่ว ไม่ถึงสิบห้านาทีถึงที่หมาย

พอถึง ณ จุดๆนั้น ในใจ "ถูกที่เปล่าเนี่ย ทำไมเงียบมากกกก" แต่ด้วยมั่นใจในตัวเองผสานกับมีหน้าตาเป็นอาวุธ ก็ก้าวขึ้นไปตามสะพานไม้ที่มีป้ายบอกระยะทางไว้ว่าทั้งหมด 2,300 เมตร ทันที

อ้อ ภาพชุดนี้ จะมีสะพานเป็นโลเกชั่นเอง โลเกชั่นรองก็สะพาน สะพานและสะพานจ้า

ไป ณ จุดๆแรก


หนูปุกเลือกที่จะเลี้ยวขวา (เลี้ยวซ้ายกับตรงไปก็ไม่รู้ต่างกันยังไงแหะ) ตรงไปๆ

แล้วก็....

เลี้ยวซ้ายย...อีกที ชะงักกึก น่ากลัวมั่กมาก (วิบัติเพื่อเสียงค่า)

กำลังตัดสินใจจะไปต่อดีไม่ต่อดี เพราะรู้สึกปอดๆขึ้นมาซะแล้วซี พลันก็ได้ยินเสียงขลุกขลักจากข้างล้างง อ้อ


เจ้าตัวนี้นี่เอง ที่เขาเรียกว่า ปลาตีน กรี๊ดอยู่คนเดียวว ตื่นเต้นๆ ไม่เคยเห็นตัวเป็นๆ โอ้ว มันใหญ่มาก

ฤกษ์ดีๆ เห็นปลาตีน(หนึ่งในเป้าหมายตั้งแต่ต้น) เดินต่อแล้วกัน (ถือฤกษ์ตามตำราไหนฟระเนี่ย)



อ้าเห็นปลายทาง ไม่น่ากลัวแล้ว ก็เดินกินลม ชมวิวไปเรื่อยๆ ประกอบเสียง ปุด ปุด ของอากาศที่ดันตัวผ่านเลนขึ้นมา

เดินมาซักพักเดียวก็เจอทางแยกอีกแล้ว ทางไหนทะเลหว่า มั่วจิ้มเลี้ยวขวาแล้วกัน ทางนี้


และก็รู้ว่าตัดสินใจไม่ผิด ขาวๆข้างหน้า ทะเล ทะเล้ ทะเล

นั่นไง ทะเลแล้ว ไม่เห็นเลนเลย น้ำขึ้นซะงั้น ง่าา



ถึงแล้ว

ทะเล ทะเลหน้าฝน น้ำขุ่นแดง ท้องฟ้าก็ครึ้มฟ้าครึ้มฝน

มองไปทางซ้าย

มีบ้านใครไม่รู้ และหนูปุกก็หยุดแค่นี้


ทะเลจริงๆนะ ไกลลิบตาคือตัวเมืองชลค่า

เก็บภาพคู่กับทะเลจนตับแล่บ ใช้ฟังก์สิบวิให้เป็นประโยชน์ กด วิ่ง กด วิ่ง หอบแฮ่กเลยทีเดียว

เสร็จแล้วก็เดินกลับมาทางเดิม


พอมาถึงทางแยกเลือกที่จะไม่เลี้ยวซ้ายกลับไปทางเดิม แต่เดินตรงไปอีกทางแทน ยังเห็นปลาตีนไมาหนำใจเลย (บอกแล้วมาเพื่อดูปลาตีน อิอิ)

อ้ะ นั่นไง

ปลาตีน

เอ๊ะ นี่ก็อีก


นี่ด้วย


หนำใจเลยทีเดียว

ระหว่างเดินชมปลาตีน ก็เจอลูกอะไรไม่รู้ค่า

ผู้รู้ช่วยแจ้ง แถลงไข แหะๆ หนูปุกไม่คุ้นเคยป่าชายเลน ถ้าเป็นป่าเต็ง รัง โคกเห็ด ว่าไปอย่าง(ลูกอีสานหย่างโคกเด้อค่า)

เสร็จแล้วก็เดินต่อไปๆ ใครว่า อุโมงค์ต้นไม้มีแค่ที่เขาใหญ่ ที่นี่ก็มีค้าบบ


อ้ะ เดี๋ยวจะหาว่าโกหก หนูปุกมาที่นี่ จริงๆนะ


เสร็จก็เดินต่อ ขนาดไม่มีแดด ลมก็เย็นสบาย ครึ้มฟ้าครึ้มฝน แต่ก็ได้เหงื่อเหมือนกัน (ได้เยอะมากกกกกก)

ก่อนจะถึงทางออกหนูปุกก็เห็นเหมือนทางระบายน้ำข้างบ้านจัดสรรค์ที่ติดชิดกับชายเลนเลย

แบบนี้ น้ำเสียจะไม่ลงทะเลหรือคะ??? อะไรจะอยากใกล้ชิดกับท้องทะเลขนาดนี้ ปลาตีนต้องมีเพื่อนบ้านเป็นมนุษย์สองขาแต่ไร้หาง เฮ้อ ทอดถอนหายใจแล้วก็ปาดเหงื่อเดินต่อ

เหลืออีกไม่ไกล แฮ่กๆๆ อีกม่ายไกล จะถึงทางออก แฮ่กๆๆ (หอบคับพี่น้อง หอบบ)

ตรงโค้งสะพานเลี้ยวขวาก็ถึงแล้ว


ก่อนจะจบทริป ปิดท้ายด้วยรูปนี้ค่า

รู้สึกเหมือนจะเคยเห็นที่ไหนมาซักที่ ที่ไหนน้า

ครบถ้วนกระบวนทริปแล้วค่า เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวนึงที่ไม่ไกลจากกรุงเทพ ขับรถชั่วโมงเศษๆก็ถึงแล้ว เงียบสงบ เหมาะกับการมาเดินชมธรรมชาติมากๆ เมืองไทยไม่ไปไม่รู้จริงๆค่ะ

อ้อ ลืมให้รายละเอียดสถานที่ค่า

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ และอนุรักษ์ป่าชายเลน
ตั้งอยู่ที่: อำเภอเมือง จ. ชลบุรี
ช่วงเวลาแนะนำ: เที่ยวได้ตลอดปี
กิจกรรม: เดินชมธรรมชาติของป่าชายเลน

เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ป่าชายเลนที่น่าสนในเป็นอย่างยิ่ง ชมพันธุ์ไม้ เช่น ต้นโกงกาง เสม็ด ลำพู แสม ฯลฯ สัตว์น้ำ และนกกินปลา ตามสะพานไม้ที่ทอดยาว 2,300 เมตร เพื่อชมป่าชายเลนที่ยังคงความสมบูรณ์ที่สุดของระบบนิเวศป่าชายเลน สอบถามรายละเอียดได้ที่ป่าไม้จังหวัดชลบุรี
0-3839-8268-9

การเดินทาง
อยู่หางจากตัวเมืองชล ตามถ.สุขุมวิทเส้นที่จะไปองค์การบริหารส่วนจังหวัด ตรงไปสุดทางประมาณ 4 กม.







 

Create Date : 05 ตุลาคม 2553    
Last Update : 5 ตุลาคม 2553 21:02:18 น.
Counter : 398 Pageviews.  

Trip : เขื่อนลำปาว ตอน หนีร้อนไปริมปาวแบบไปเช้าเย็นกลับ 2



........................สวัสดีค่า มาต่อแระๆ ช้าไปนิดนุง ไม่ว่ากันเน้อ(ว่าก็ได้ อิอิ หนูปุกไม่ได้ยินดอกเด้อ) อ่ะมาต่อกันเลยดีกว่าจากตอนที่แล้วที่หนูปุกรู้ตัวว่าถูกหลอก ส่งท้ายด้วยรูปหาดมุมสูงก่อนนะคะ ถ่ายจากสันเขื่อน

"บ๊าย บาย หาดดอกเกด" ไปก่อนละน๊า คราวหน้าจะมาใหม่ ไปดูท้ายเขื่อน ตรงท่อที่เค้าปล่อยน้ำกัน จะ จะ คาตา โดนหลอกซะแล้วเรา


"ไหนว่าไม่ปล่อย ไม่ปล่อย ไม่ปล่อย ไม่ปลอย" เค้าปล่อยน้ำง่ะ เศร้าเลย เสียดายมาก เคยเล่นที่นี่เมื่อหลายปีมาแล้ว ก็ไม่เยอะเท่าไหร่ก็แค่ตอนยังใส่คอซองอยู่ ฮี่ๆ จำได้ว่าสนุกมา นอนบนห่วงยางแล้วก็ไหลๆ แง๊ๆ เค้าโกหกหนู น่ารักตายเลย


"น้ำใส ไหลเย็น มองเห็น แต่อดลง" ได้แต่ยืนมองน้ำใสๆตาปริบๆ อดเลย เสื้อผ้าไม่ได้เตรียมมาเผื่อ กอดอกยืนเซ็งกันเป็นแถวเป็นแนว


"ลงทั้งตัวไม่ได้ เดินลุยก็เอา" ขอลงไปเดินให้เย็นขาหน่อยนะจ๊ะ


"พีระมิดกลางน้ำ" ปิดท้ายท้ายเขื่อนด้วยภาพนี้นะจ๊ะ จากไปแบบอาฆาต จำไว้เลยท้ายเขื่อน เดี๋ยวเถอะ ฝากไว้ก่อนคราวหน้าจะมาใหม่ เราจะไปต่อกันที่สวนสะออน

มาภาษาอีสานวันละคำก่อนจะไปรู้ประวัติของสวนสะออนก่อนนะคะ อิอิ "สะออน" มีความหมายประมาณว่า ตื่นตา ตื่นใจ น่าทึ่ง เป็นคำที่มีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า ออนซอน,งึด ประมาณนั้น อ่ะมาดูว่าสวนสะออนคืออะไรนะคะ

........................สวนสะออน หรือ สถานีศึกษาธรรมชาติและ สัตว์ป่าลำปาว อยู่บริเวณทิศตะวันออกของอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว มีเนื้อที่ 1,420 ไร่ เป็นสวนป่าธรรมชาติ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมป่าไม้ กรมชลประทาน กรมทางหลวง ได้ร่วมกันดำเนินการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติสวนสัตว์เปิด ได้นำสัตว์ป่าชนิดต่างๆ มาปล่อยไว้ให้อยู่แบบธรรมชาติดั้งเดิม มี "วัวแดง" เป็นสัตว์ป่าที่เป็นเอกลักษณ์ของสถานีฯ สภาพของป่าเป็นป่าเต็งรังหรือป่าแดงมีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์
เปิดให้ เข้าชมทุกวัน เวลา 07.00-18.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม การใช้บ้านพักของสถานีฯ และตั้งแค้มป์พักแรมต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่สถานีฯ หรือทำจดหมายขออนุญาตล่วงหน้าส่งไปที่ สถานีศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าลำปาว ตู้ ป.ณ. 120 อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ 46000 หรือผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กรมป่าไม้ เขตบางเขน กรุงเทพฯ โทร.0 2562 0760 http://www.dnp.go.th ซึ่งสามารถเดินทางได้สองเส้นทาง คือ ตามเส้นทางไปเขื่อนลำปาว เมื่อถึงตัวเขื่อนจะมีทางเลียบสันเขื่อนไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร หรือใช้เส้นทางกาฬสินธุ์-สหัสขันธ์ (ทางหลวง 227) ประมาณ 19 กิโลเมตร และมีทางแยกซ้ายไปสวนสะออนอีกประมาณ 5 กิโลเมตร
........................หนูปุกรู้จักสวนสะออนมาตั้งแต่จำความได้ ตอนเด็กๆจะดีใจมากถ้าผู้ใหญ่บอกว่าจะพาไปเที่ยวสวนสะออน

"มาถึงแล้วจ้า สวนสะออน" ป้ายสวนกับนางแบบคนเดิม อิอิ

หนูปุกไม่ได้ถ่ายรูปสัตว์อะไรเลยนะคะ คือหนูปุกสงสารสัตว์แบบว่าอินจัดกับเพชรพระอุมา หนูปุกรู้สึกว่าสัตว์ป่าก็ต้องอยู่ในป่า ถึงแม้ว่าจะเอามาเลี้ยงโดยข้ออ้างที่ว่าเผื่อการอนุรักษ์ยังไงก็ตาม แต่สัตว์ก็คงไม่มีความสุขที่ต้องอยู่ในห้องแคบๆ ให้คนมายืนมุงด้วยสายตาสงสารหรือสมเพชนักหรอก หนูปุกก็เลยไม่ได้ไปเดินดูสัตว์เลย บอกตรงๆว่าทนเห็นสายตาของสัตว์ป่าพวกนั้นไม่ไหว(ขี้ใจอ่อนแบบไร้เหตุผล แหะๆ)มามะมาดูบริเวณรอบๆสวนสะออนกันดีกว่า

"ร่มรื่น ริมน้ำ" อีกฟากหนึ่งของเขื่อน

ไม่ถ่ายสัตว์เลยเก็บภาพต้นไม้มาฝากมีแต่ต้นสูงๆทั้งนั้น แต่หนูปุกไม่รู้ว่ามีต้นอะไรมั่ง


"สูงๆๆ แหงนมองแบบคอตั้งป่า" ต้นไม้มีแต่สวยๆทั้งนั้น สูงชะลูด ตรงแน่วยังกะแถวทหาร


"หุบเหวลึกบนต้นไม้" ปิดท้ายด้วยรูปนี้นะคะ ไม่รู้ว่าสวนสะออนสัตว์เยอะมั้ย รู้แต่ว่า ต้นไม้เยอะมาก..มีแต่ต้นสวยๆ

จบทริปนี้ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพค่า..ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะคะ...

ขอบคุณค่า.....





 

Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2553 21:40:36 น.
Counter : 336 Pageviews.  

Trip : เขื่อนลำปาว ตอน หนีร้อนไปริมปาวแบบไปเช้าเย็นกลับ 1



.........................ตอนนี้ที่บ้านร้อนมาก ราวกับว่ากลางเดือนเมษาซะปานนั้น อ่านหนังสือก็ไม่รู้เรื่อง เลยเล็งหาที่เย็นๆไปหย่อนใจกัน เริ่มหาสมัครพักพวก ได้ 5คนที่ว่าง กะว่าจะไปน้ำตกตาดโตน ชัยภูมิ งบประมาณค่าน้ำมันไม่ถึง(แหะๆ เด็กๆกัน ผู้ใหญ่ไม่ไป ไร้สปอนเซอร์สนับสนุนค่าน้ำมันค้าบ) ไว้คราวหน้าละกัน เป็นอันตกลงกันได้ว่าไปเขื่อนลำปาวซึ่งไปครั้งสุดท้ายก็ตอนอยู่ ม.4ตอนนี้จบปีสี่มาปีหนึ่งแล้ว กะแค่ว่าไปกินกุ้งกะเล่นน้ำกลับ นัดกันกับน้องๆไว้ว่าล้อเคลื่อน 8.00 น. แต่เอาเข้าจริงถือเคล็ดเก้าดีสิบดี ออกเก้าโมงเก้านาที ขนข้าวขนของขนขนมนมเนยขึ้นรถ แวะตามทางที่อยากแวะ(อาศัยอาวุโสข่มทุกคนนนน) หนึ่งร้อยกิโลเมตร จากบ้านถึงเขื่อน ใช้เวลาสองชั่วโมงเศษๆ บวกการแวะโน้นแวะนี้(โดยมากแวะปั้มน้ำมัน ไม่รู้จะแวะอะไรนักหนา ไปห้าคนแวะห้าปั้ม) ก่อนจะไปดูรูปมาดูรายละเอียดก่อนนะค้า เผื่อใครสนใจแวะไปเที่ยวคลายร้อนในหน้าร้อนนี้
.........................เขื่อนลำปาวเป็นเขื่อนซึ่งสร้างปิดกั้นลำน้ำปาว และห้วยยาง มีบริเวณเขตติดต่อระหว่างตำบลลำปาว อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ตำบลหนองบัว อำเภอหนองกุงศรี และตำบลเว่อ อำเภอยางตลาด เขื่อนลำปาวเป็นเขื่อนดินสูงจากท้องน้ำ 33 เมตร สันเขื่อนยาว 7.8 เมตร กว้าง 8 เมตร เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2506 สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2511 เพื่อปิดกั้นลำน้ำปาวและห้วยยางที่บ้านหนองสองห้อง ตำบลลำปาว อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ทำให้เกิดอ่างเก็บน้ำแฝดทางด้านเหนือเขื่อน จึงได้ขุดร่องเชื่อมระหว่างอ่างทั้งสอง เก็บน้ำได้ 1,430 ล้านลูกบาศก์เมตร สร้าง ขึ้นเพื่อบรรเทาอุทกภัยและเพื่อการเกษตรโดยเฉพาะ นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา มีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจได้แก่ หาดดอกเกด ซึ่งเปรียบเสมือนสวรรค์ชายหาดของคนอีสาน
การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 213 (กาฬสินธุ์-มหาสารคาม) กิโลเมตรที่ 33–34 เลี้ยวขวาเข้าเขื่อนลำปาวตามถนนลาดยาง 26 กิโลเมตร
.........................จังหวัดกาฬสินธ์เป็นหนึ่งในจังหวัดภายใต้แนวคิดที่ว่า ร้อยแก่นสารสินธุ์ ซึ่งก็หมายถึงบรรดาแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่ในพื้นที่ อันประกอบด้วย ร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม และ กาฬสินธุ์ มารวมไว้ด้วยกัน ใครสนใจไปเที่ยวกันได้นะค้า... อีสานไม่ได้มีแต่ความแห้งแล้งนะคะ แค่แล้งนานกว่าที่อื่นหน่อยเดียว...จริง จริ๊งงงง

.........................เดินทางจากบ้านเวลา 9.09 น. ถึงเขื่อนก็ห้าโมงกว่าๆ เกือบๆเที่ยง หิวพอดี จอดรถปุ๊บ มีแม่ค้าเด็กสาวสวย(อวยให้หน่อย น้องเค้าลดค่าอาหารให้)หอบเสื่อมายื่นรอ แถมเดินตามรถที่เจ้าน้องชายนายคนขับเล็งที่จอดไม่ได้ซักทีอยู่นานสองนานก็ทักทายขึ้นว่า "สวัสดีจ้าเอื้อย ลำปาวยินดีต้อนรับจ้า " หนูปุกก็ยิ้มๆบอกกลับด้วยความงก "พี่มีสาด(เสื่อ)มานำบ่กวนน้องดอก" น้องแม่ค้าเลยบอกว่า "บ่กวนจ้า บริการฟรี" แต๋วแหน่ว หน้าแตกเลยเรา โอเคไม่เป็นไรหนูปุกด้านพอ เลยถามว่าทางขึ้นไปตรงไหน จำไม่ได้นานมากเแล้วที่มา น้องเค้าเลยชี้ๆไปทางบันไดแล้วเดินนำไป หนูปุกและน้องๆก็หอบของ(กิน)กันพะรุงพะรัง เพราะกะว่านอกจากกุ้งแล้วกะว่าจะไม่ซื้ออะไรเลย แหะๆ งกจัดก็ทนแบกกันไป เดินมาซักพัก เหงื่อซึมก็เห็นป้าย


"หาดดอกเกด" เป้าหมายการปิคนิคในวันนี้

เจอป้ายหาดก็หยุดกวาดตามองหาที่ลง คุณยายที่เปิดให้เช่าห่วงยางก็ร้องมาบอกว่า "มานั่งใต้ร่มไทรสิลูก ร่มทั้งวัน ใกล้ชายน้ำก็มี" หนูปปุกก็เลยมองไปตามนิ้วที่แกชี้ อ้อ ดีๆ ร่มจริงๆแถมคนไม่เยอะด้วยทั้งหาดรวมพ่อค้าแม่ค้าก็คงไม่ถึงร้อย เงียบจริงๆขนาดวันอาทิตย์นะเนี่ย


"ร่มไทร" ที่พักร้อนในวันนี้น่านอนจริงๆ

พอถึงที่ปุ๊บเราก็จัดแจงปูเสื่อวางของกิน ก่อนจะหันไปถามแม่ค้าที่ยืนรอรับออร์เดอร์ว่ามีอะไรกินบ้าง ก็มีอยู่สี่ห้าเมนูชวนน้ำหลายสอทั้งนั้น เราก็เลยตัดสินใจกันว่า ตกลงเอามาทั้งหมดน่านแหละ
ขณะที่รอมีแม่ค้าหาบเร่มา มีผลไม้ กะอะไรซักอย่างที่ใช้ใบไม้ห่อ หนูปุกผู้ไม่ชอบกินก็เลยร้องถามแม่ค้าไปว่า "แม่ค้า ห่ออีหยังจ้า" แม่ค้าที่ทำท่าว่าจะเดินผ่านรีบหันกลับมานำเสนออย่างรวดเร็ว "แม่เป้งคั่วหล่า ซิมเบิ่ง(ชิมดู)ก่อนก็ได้" หนูปุกก็ไม่ปฏิเสธความหวังดีของแม่ค้า "ชิม" หนูปุกเลยหันกลับไปถามสมัครพรรคพวกมีใครกินมั้ย เห็นส่ายหน้ากันทุกคน หนูปุกก็เลยซื้อมาสองห่อ ห่อละยี่สิบแต่ต่อเหลือสองห่อสามสิบ กะว่าจะกินรออาหารที่สั่ง พอเปิดออกสามสิบวินาทีผ่านไป

"คั่วแม่เป้ง" ที่ทุกคนปฏิเสธ หายวับจนเกือบจะถ่ายรูปไม่ทัน 555

พอคั่วแม่เป้งของหนูปุกหมดไปทุกคนที่ไม่ค่อยหิวกันเริ่มมองหาของกินเล่นกัน พอดีกับแม่ค้าวัยเจ็ดขวบหิวตะกร้ามาพลางร้อง "ทอดกุ้งจ้า ทอดกุ้ง" น้องของหนูปุกก็ตอบสนองเพราะกะว่าจะเอามากินแกล้มส้มตำที่สั่งไปตกลงซื้อไปสองแผ่น

"ทอดกุ้ง หรือกุ้งทอด" ก่อนส้มตำจะมาก็หมดไปหนึ่งแผ่น

พอเริ่มหิวน้อยลง(แต่ยังหิวอยู่ อิอิ)หนูปุกก็จับกล้องเล็งๆไปรอบๆ ได้มาหนึ่งรูป

"ชายน้ำ" ถ่ายจากที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากชายน้ำ ยั่วให้วิ่งลงน้ำซะจริงๆ บรรยากาศยังกะทะเล ผิดก็ตรงไม่มีกลิ่นน้ำเค็มเท่านั้นเอง

ถ่ายได้รูปเดียวอาหารก็มาพอดี อย่าแปลกใจนะคะ ว่าทำไม่ไม่มีรูปอาหารเที่ยงของหนูปุก คือช้าไม่ได้ถ้ามัวเก็บรูปจะเก็บกุ้งไม่ทัน แหะๆ เลยไม่มีรูปช่วงทานข้าว พออิ่ม(มาก) ก็ชวนน้องไปเดินเล่น เพราะว่าถ้าเล่นน้ำตอนอิ่มๆเดี๋ยวเป็นตะคริว กะว่าจะไปเดินย่อยก่อน

"น้ำ ฟ้า ฝั่ง"จะเดินไปล่ะนะ

เดินไปซักพัก เสียงน้องร้องบอกถ่ายรูปให้หน่อย หนูปุกก็เล่นมุก(แสบตาสีร่มจริงๆ ไม่รู้ไปเอามาตั้งแต่เมื่อไหร่) "ไหน ไหนหน่อย"น้องก็ทำท่างงๆ หน่อยไหนฟระ หนูปุกเก้อไปน้องไม่ทันมุกหนูปุก ก็เลยถ่ายให้หน่อยได้ออกมา...

"ร่มชมพูกับสาวหน่อย"

ถ่ายเสร็จหนูปุกก็หันกลับเดินต่อ...พอหันกลับอีกทีไปก็เจอ

"ตะครุบ" สาวหน่อยของหนูปุกทำท่าว่าจะตะครุบอะไรอยู่ นั่นก็คือ
v
v

"แมงปอเกาะหิน" นั่งเอง...

เดินย่อยพอก็เริ่มร้อนหันกลับทางเดิมก็อีกซักแชะ

"ทางเดิม"

ก่อนจะวางกล้องของจองห่วงยางผ่านรูปก่อนนะค้า...

"ห่วงยาง" กลมๆจะเข้าได้มั้ยเนี่ย

พอวางกล้องลง หนูปุกก็วิ่งลงน้ำในทันที....เล่นไปเกือบๆชั่วโมง ก็พากันขึ้นจากน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าก็นั่งพักซักพัก ก็ไปต่อท้ายเขื่อนตรงทางระบายน้ำชลประทาน ที่ตอนแรกกะว่าจะไปเล่นน้ำตรงนั้น แต่แม่ค้าที่หาดบอกว่าเค้าไม่ปล่อยน้ำแล้ว แต่พอไปถึงเจอคนเยอะมากก เลยรู้ว่าโดนหลอกซะแล้ว


กะว่าจะเอาลงให้หมดในครั้งเดียว...แต่ว่ากลัวว่าจะโหลดช้าขอต่อตอนสองละกันนะคะ...เจอกันท้ายเขื่อนตอนหน้าค่ะ




 

Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2553 16:47:53 น.
Counter : 475 Pageviews.  

Trip : แอ่วเจียงใหม่ ตอน ตากล้องจำเป็นเพื่อเพื่อนนะเนี่ย...!!!


............................อย่างที่จั่วหัวเลยค่ะ ทริปนี้พึ่งไปมาเมื่ออาทิตย์ก่อน แหะๆ แต่ด้วยตัวเป็นขน(ขี้เกียจ)เลยยังไม่ได้ย่อ รั้งรออยู่เป็นเวลาหลายวัน เลยถือฤกษ์ดี ฤกษ์ขยัน(ขยันอัพบล็อค แต่ขี้เกียจอ่านหนังสือ)เอามาลงวันนี้ซะเลย ลงแบบน้อยๆพอเป็นกระสัยยาเส้นตราเสือห้าตัว คัดมาเป็นพิเศษ(จากร้อยกว่ารูปเหลือดีแค่นี้ แหะๆ ตากล้องมือใหม่จ้า)

............................ก่อนดูรูปทนอ่านบรรยาโวหารby หนูปุกไปก่อนนะคะ เพื่อแก้ข้อสงกะสัย(ใครสงสัยเรื่องของแก๊..)ว่าทำไม่มีแต่รูปตอนเย็นทั้งๆที่คุณเพื่อนรับช่วงเช้า คะรือว่า ทริปนี้หนูปุกล่องเดี่ยวออกจากบ้านตอนห้าโมงเย็นของวันที่สิบเก้าเพื่อไปให้ทันวันซ้อมใหญ่ในวันรุ่งขึ้น ถึงอาเขตตอนเจ็ดโมงสิบเอ็ดนาที(ละเอียดไปมั้ย...:3)ที่จำได้เพราะว่าเพื่อนอีกคนโทรเข้าพอดี จากนั้นรออีกประมาณสามสิบนาที เพื่อนก็เอาราชรถมาเกยพาไปหลงเชียงใหม่ด้วยกัน วนรถสามรอบเลี้ยวกลับยี่สิบกว่าครั้ง จอดถามราวสามสิบคน ถึงโรงแรมเช็คอินสิบโมงเช้า นั่นทำให้หนูปุกรู้ว่า... "เชียงใหม่ กว้างใหญ๋จริงๆ" หลังจากเช็คอินก็อาบน้ำ หาข้าวกินกัน เสร็จราวๆเกือบๆบ้ายโมง นอนรอซักพัก กริ๊งกร๊างก็เข้ามา
"มารับหน่อยอยู่..." อ่ะโอเค ไปก็ไป กว่าจะถึงเลี้ยวผิดเลี้ยวถูก กว่าจะถึงที่พักได้พักไม่ถึงชั่วโมงดี ก็ตกลงใจไปถ่ายรูปกันในมช. ไปถึง โอ้โห คนใจตรงกันราวแสน ง่ะ ไม่มีที่ยืน มุมสวยๆเค้าก็จองกันหมดแว้ว.. หนูปุกไม่เคยเห็นอ่างแก้วเลยร้อง ตะแง้วๆเป็นแมวเปอร์เซีย(แมวอื่นไม่ได้ เค้าหุ่นเพรียวๆกันทั้งนั้ เพราะฉะนั้น เปอร์เซียสมตัวสุด แหะๆ)
"ไปถ่ายที่อ่างแก้วกันป่ะ นะนะ ไปๆ" ตกลงก็เลยได้ถ่ายโลเกชั่นอ่างแก้วเป็นส่วนใหญ่ เห็นแล้วยากย้อนไปตอนเอ็นท์น่าจะเลือกมช.ด้วย บรรยากาศดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก โม้แบบพออกพอใจหนูปุกแล้วไปดูรูปฝีมือหนูปุกกัน แนะนำด้วยนะค้า เผื่อคราวหน้าจะได้พัฒนาขึ้น...ปะไปดูกัน



รูปแรก...บัณฑิตสาวกับต้นไม้สวยๆ อิอิ



รูปสอง...โลเกชั่นหลักของแรา.. "อ่างเก็บน้ำห้วยแก้ว"



รูปสาม...เอ้า แอ็คช่านนนนนนน



รูปที่สี่...แอบถ่ายในท่า..พยา(บาล)มาร ถลาลม



รูปที่ห้า...สวยจ้าสวย



รูปที่หก...เป็นธรรมชาติ....



รูปที่เจ็ด...หิวจัดกรุณาอย่าถาม


............................หมดแล้วค่า..แบบว่าที่เผยแพร่ได้มีแค่นี้ นอกนั้นทั้งบัณฑิต เพื่อนบัณฑิต ตากล้อง แอ็คท่าได้ เอ่อ บ้าสุดๆ >///< ตอนต่อไปคือเสร็จงานแล้วไปเที่ยวต่อนิดนึง(นิดนึงจริงๆ) ชื่อตอนว่า...เอ่อยังคิดไม่ออกค่า

แต่ก่อนจะไปตอนต่อไปของทริปนี้จะขอคั่นด้วยทริปเล็กที่วางแผนเดินทางไว้พรุ่งนี้ เป็นทริปเล็ก แก้ร้อนที่ริมปาวไปเช้าเย็นกลับจ้า...จะกินกุ้งมาเผื่อนะจ๊า.....

อ้อ ป.ล.นางแบบจ๋า คุณเพื่อนขออนุญาตเผยแพร่รูปเธอนะจ๊า...




 

Create Date : 31 มกราคม 2553    
Last Update : 31 มกราคม 2553 0:14:44 น.
Counter : 132 Pageviews.  


กระปุกปุยเมฆ
Location :
มหาสารคาม Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




จากใจ...

"เพียงพอใจ" เป็นนิยามของชีวิตในตอนนี้

..........................................

อยากเป็นอะไรมากมาย อยากทำอะไรตั้งเยอะ
แต่ไม่ได้ทำซักอย่าง เพราะอะไร...ไม่รู้
ทว่าก็ยังหวังจะทำต่อไป...

..........................................

เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ(รึเปล่า??) ที่ฝันจะมีรถซักคัน
มีกล้องซักตัว ตะเวนไปทั่วไทย
ใช้ปลายนิ้วพิมพ์พรมลงแป้นพิมพ์
ร้อยเรียงอักษรจรรโลงความสุขสู่ใครหลายๆคน

..........................................

เคยเป็นนักอ่าน(และยังอ่านอยู่) แต่ฝันว่าจะเป็น"นักเขียน" และตอนนี้ก็ยังพยายามอยู่ แม้หลายคนเมื่อบอกมักได้คำตอบว่า ไร้สาระ แต่ก็ไม่เป็นไร ความไร้สาระที่ช่วยจรรโลงใจ...ยินดีที่จะทำ


ให้กำลังใจด้วยนะค้า...

..........................................



Friends' blogs
[Add กระปุกปุยเมฆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.