Cooking For Fun
Group Blog
 
All blogs
 

Chicken Farm Baker's Project # 33่ Thai delicious desserts : หม้อแกงเผือกหอมหวนยวนใจ

สวัสดีปีใหม่ไทยกันอีกรอบค่ะ เพื่อนๆทุกคน ตอนนี้ทุกคนคงมีแต่ความสุขสดชื่น สดใส
หลังจากที่ได้หยุดยาวในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา บางคนก็ไปเที่ยวไกลๆ
บางคนก็อาจจะกลับบ้านไปรดน้ำดำหัว ขอพรผู้ใหญ่ บางคนก็อาจจะไม่ได้ไปไหนเลย
อยู่กับบ้านเฉยๆ แต่ที่ทุกคนน่าจะได้รับเหมือนกันก็คือได้พักผ่อนเติมพลังกายและใจ
ให้พร้อมสู้กับงานและชีวิตกันต่อไปนะคะ

โจทย์การบ้านฟาร์มไก่เดือนนี้ พี่ กัส aromahappy ตั้งโจทย์สนุกๆ
เข้ากับเทศกาลสงกรานตให้ทำขนมไทยๆ โดยมีข้อแม้ว่า

1. เรามาทำขนมไทยอะไรก็ได้ ที่แสดงออกว่าเป็นขนมไทย จะน้ำจะแห้ง ได้หมดเลยนะคะ

2. เลือกเอานะคะว่าจะใช้ส่วนผสมของไข่ ไม่ว่าจะไข่ไก่ ไข่เป็ด หรือส่วน ผสมของถั่ว ไม่ว่าจะ ดำ เขียว แดง หรืออะไรก็ตามที่อยู่ในตระกูลถั่วได้หมดค่ะ

3. ใส่ในภาชนะ อะไรก็ได้ ที่แสดงออกถึงความเป็น ไทย ไม่ว่าจะเป็น ทองเหลือง ใบตอง โถเบญจรงค์ ได้หมดเลยค่ะ

ดีเลย เพราะไม่ค่อยได้ทำขนมไทยเท่าไหร่ นานๆได้ทำทีก็ติดใจซะแล้วล่ะค่ะ
สงสัยต้องมีรายการอื่นติดตามมาอีกแน่ๆ

ความจริงเมนูนี้อยากทำมาตั้งนานแล้วล่ะ แต่ยังไม่มีโอกาสได้ทำซักที
มันก็คือขนมหม้อแกงเผือก นั่นเอง เพราะก้อยชอบกินขนมที่มี
เผือกกับกะทิอยู่ด้วยกันมากๆเลยค่ะไม่ว่าจะเป็น เผือกแกงบวด ตะโก้เผือก ลอดช่องไทยน้ำกะทิ ถ้ากินก็ต้องมีเผือกนึ่งด้วยถึงจะครบสูตร(ก้อย)
แม้แต่เผือกเชื่อมให้เค้าตักแต่เผือกแห้งไม่เอาน้ำเชื่อม แล้วก็ราดกะทิจนเจิ่งนอง
ฮ่า เผือกหอมๆร่วนๆกับน้ำกะทิเค็มๆมันๆ ช่างเข้ากันเสียนี่กระไร
หม้อแกงเผือก ต้องโรยหอมแดงเจียวเยอะๆ
เป็นกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากๆเลยล่ะค่ะ




ชักจะเริ่มหิวแล้วสิเอาเป็นว่ามาดูสูตรกันเลยดีกว่านะคะ
ก้อยได้สูตรและวิธีทำจากบล็อคพี่ฉวี Tristy และพี่ฉวีก็ทำตาม
จากบล็อคพี่จุ๋ม แม่สลิมอีกทีค่ะ ขอบคุณพี่ๆทั้งสองท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

พี่ฉวีทำไว้หลายรูปแบบเลยค่ะ ดูที่นี่ได้เลย


ส่วนประกอบมีแค่ไม่กี่อย่างเองค่ะ

หัวกะทิ 400 กรัม
(ก้อยใช้กะทิกล่องค่ะ ถ้าได้กะทิคั้นสดจะดีมากๆเลยค่ะ)

ไข่เป็ด 5 ฟอง

น้ำตาลมะพร้าว หรือน้ำตาลตโนด 280 กรัม

เผือกนึ่งสุก 200 กรัม

แป้งข้าวจ้าว 10 กรัม

หอมแดงเจียวตามชอบ

น้ำมันพืชสำหรับเจียวหอม

ใบเตย5-6 ใบ

ก้อยเติมเกลือป่นลงไปนิดนึงค่ะ

พอดีมีไข่เป็ดอยู่ 6 ฟอง ก็เลยทำหมดเลย ก็เพิ่มไปตามอัตราส่วนนะคะ




ทำหอมแดงเจียวกันก่อนนะคะ พยายามซอยให้หนาเท่าๆกันจะได้สุกกรอบเสมอกันค่ะ



เจียวไฟปานกลางค่อนข้างอ่อน ถ้าไฟแรงหอมอาจไหม้ก่อนจะกรอบได้ค่ะ




พอเหลืองแล้วใช้กระชอนโปร่งตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน
ต้องกะให้เหลืองน้องกว่าที่ต้องการนิดหน่อยนะคะ เพราะขึ้นมาแล้วจะสุกต่ออกนิดหน่อย
ไม่งั้นอาจจะกลายเป็นหอมนิโกรแล้วอาจจะมีรสขมด้วยค่ะ



พักไว้พนกระดาษซับน้ำมัน เกลี่ยให้แผ่ออกมา จะได้กรอบๆ
ส่วนน้ำมันที่เจียวหอมเก็บไว้นิดนึงค่ะ เอาไว้ใส่ตอนกวนขนมจะช่วยให้ขนมหอมยิ่งขึ้น



ทีนี้มาเริ่มทำตัวหม้อแกงกันเล้ย นึ่งเผือกให้สุกแล้วยีให้ละเอียด
ก้อยยียังเป็นชิ้นๆอยู่เลย แหะๆ ถ้าใครอยากให้เนื้อเนียนๆอาจเอาไปผ่านตะแกรงหยาบๆนะคะ



ใส่แป้งข้าวจ้าวลงไปคลุกกับเผือก อันนี้พี่จุ๋มบอกไว้ว่าช่วยให้เผือกไม่แยกตัวน่ะค่ะ



ขยำไข่กับใบเตย ที่ขยำกับใบเตยนี่นอกจากจะทำให้ไข่ฟูขึ้นแล้ว
ยังช่วยให้มีกลิ่นหอมและดับคาวไข่ด้วยค่ะ
ไข่เป็ดสีจะสวยแบบนี้แหล่ะค่ะ แด๊งแดง



ขยำๆจนฟูแล้วค่อยใส่น้ำตาลปี๊บลงไปขยำต่อ ฮุยเลฮุย



ใส่เผือกที่เตรียมไว้ลงไปแล้วขยำให้เข้ากัน ฮ่าๆๆๆ วันน้ได้ขยำจนสะใจ




เอาส่วนผสมไปกวนในกระทะ จริงๆต้องกวนในกระทะทองเหลืองค่ะ
แต่ถ้าใครไม่มีก็ใช้กระทะเทฟลอนแทนแบบก้อยก็ได้ค่ะ
แหะๆ ไม่ได้ทำขนมไทยบ่อยๆ ก็คงจะไม่มีกันนะคะ
ที่กวนนี่ เพื่อให้ขนมไม่แยกตัวเป็นชั้นสังขยากับเผือก
เหมือนที่เดี๋ยวนี้เค้าขายกันจะเห็นเป็นชั้นแยกกันไปเลย
ถ้าชอบแบบแยกๆก็ข้ามขั้นนี้ไปได้ค่ะ กวนพอให้ข้นๆเป็นเนื้อเดียวกัน
แล้วใส่น้ำมันที่เจียวหอมลงไปนิดหน่อย เพิ่มความหอม
ถ้ากวนนานจะทำให้แตกมันและเลี่ยนด้วยค่ะ จะกินไม่อร่อย
(อันนี้พี่จุ๋มบอกไว้หมดเลยค่ะ อิอิ )



ตักใส่ภาชนะที่เข้าเตาอบได้ สมัยก่อนเค้าต้องใช้ผิงไฟด้านบนจนสุก
แต่เดี๋ยวนี้เราก็ใช้อบในเตาอบแทนนะคะ
พอดีวันก่อนไปเที่ยวอัมพวา เห็นเค้าทำใส่เรือดินเผาใบน้อยๆน่ารัก
เลยซื้อมากิน 1 อัน (จริงๆอยากได้เจ้าเรือนี่แหล่ะ 555 แต่ว่ากินแล้ว
เสียดายที่ซื้อมาอันเดียว เพราะว่าอร่อยจริงๆ)



ก้อยอบ 180 องศาเซลเซียส 20 นาที ตามด้วย 250 องศาอีก 10 นาทีเพื่อให้หน้าเหลืองสวยค่ะ

ปิ๊งป่อง เสร็จแล้วค่า โรยหอมเจียวเพิ่มความหอมยั่วยวนซะหน่อย



อ้ามมมม เห็นมั้ยคะบดเผือกไม่ละเอียด เลยเห็นเป็นก้อนๆเลย



พอดีตรงกับวันเกิดอาอี๊ เกิด 13 เมษา วันมหาสงกรานต์พอดีเลย
ไม่ได้ทำเค้กไว้ ก็เลยเอาหม้อแกงมาเป่าแทนซะเลย อิอิ



อันนี้พยยามทำเป็น Crème brûléeหม้อแกง แต่ไม่มี Torch
เอาไปอบแทน น้ำตาลยังเป็นเม็ดๆอยู่เลย 555



ขอให้ทุกคนมีความสุขสดชื่นไปตลอดปีนี้และตลอดไปนะคะ
มีความสุขกับสิ่งที่ทำในแนวทางของตัวเองค่ะ





 

Create Date : 16 เมษายน 2554    
Last Update : 16 เมษายน 2554 16:38:50 น.
Counter : 1329 Pageviews.  

Chicken Farm Baker's Project # 32: !!Life is always bittersweet :Orange Candies Chocolate Truffle

สวัสดีค่ะเพื่อนๆทุกคน ช่วงนี้เกิดภัยพิบัติอย่างต่อเนื่องกันทั่วโลกเลยนะคะ
ดูข่าวแล้วก็อดสงสารคนที่ประสบกับเหตุการณ์เลวร้ายต่างๆไม่ได้
แม้แต่เมืองไทยเองถึงจะไม่ได้รับผลกระทบรุนแรง
แต่อากาศก็แปรปรวนไม่ใช่น้อย วันเดียวอาจมีถึง 3 ฤดูเลยก็ว่าได้
เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝนตก แล้วก็เปลี่ยนเป็นหนาวแบบฉับพลัน
ยังไงก็ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ ก็ได้หวังว่าธรรมชาติคงไม่ใจร้ายกับเราไปมากกว่านี้
(จริงๆเราเองใจร้ายกับธรรมชาติก่อน)


มาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่าค่ะ เดือนนี้โฮสสาวสวยของเรา
เช้า Chibiasa ให้โจทย์ว่าให้ทำขนมจากของขมค่ะ อิอิ เข้าทางเลย
เพราะพอเริ่มอายุมากขึ้นก็ชักชอบของขมมากขึ้นเรื่อยๆ
ตอนแรกคิดว่าจะทำคีชมะระ เพราะปกติชอบกินมะระผัดไข่มากๆ
แต่ถามเช้าให้แน่ใจอีกทีเช้าบอกต้องเป็นขนมหวาน คีชถือว่าเป็นของคาว
ก็เลยมาเป็นขนมตัวนี้แทน
"Cointreau Orange Candies Dark Chocolate Truffle "
ดูเป็นขนมช็อกโกแลตธรรมดาๆ ไม่มีอะไรแปลกใหม่เลยนะคะ
แต่ว่านี่เป็นการทำช็อกโกแลตแบบนี้เองครั้งแรกของก้อยเลยล่ะค่ะ อิอิ
ขอบคุณเช้ามากๆเลยที่ทำให้เราได้ทำอะไรใหม่ๆแบบนี้
และขอบคุณพี่ปุ๊ก Dailydelecious ที่ทำขนมได้ทุกอย่างจริงๆ
เรียกว่าอยากทำอะไรขอให้ลองเข้าไปดูในบล็อกพี่ปุ๊กเถอะค่ะ
รับรองว่าต้องมีสูตรที่ใช่หรือไม่ก็ใกล้เคียงให้คุณแน่นอน



ขนมตัวนี้ประกอบด้วย 3 ส่วนด้วยกัน คือ
1. Orange Candy ซึ่งจะแช่ในเหล้าหวานกลิ่นส้มอย่างน้อย 12 ชั่วโมง
ก่อนนำมาใช้เป็น filling ค่ะ

2. Cointreau Chocolate Ganache(ของพี่ปุ๊กเป็น Grand Marnier เหล้าส้มเหมือนกัน ใช้แทนกันได้เนอะคะ ^^)

3. Chocolate Shell

เริ่มจากทำ Orange Candy นะคะ ก้อยดูมาจากบล็อคคุณ febieและพี่ตา ผ้าไหมไทยค่ะ
ขอบคุณทั้งสองท่านมากๆค่ะ

ส่วนผสม Orange Candies

ส้มเปลือกหนา 6-8 ลูก
น้ำตาลทราย 3 ถ.
น้ำเปล่า 1 ถ.
น้ำตาลทรายสำหรับคลุก

ก้อยมีเปลือกส้มแค่ 4 ลูก ก็เลยลดส่วนผสมลงตามอัตราส่วนค่ะ
เอาแค่ให้น้ำเชื่อมท่วมเปลือกส้ม
ขั้นแรกล้างเปลือกส้มให้สะอาด แล้วหั่นเป็นเส้นๆหนาประมาณ 5 มิลลิเมตร





ต่อมาก็ลวกเปลือกส้มในน้ำร้อน เพื่อเอาความขมออก ลวกประมาณ 3 น้ำนะคะ
แล้วก็แช่ในน้ำเย็นทันทีเพื่อหยุดการสุกของเปลือกส้ม และทำให้สีสวยด้วยค่ะ




ตักขึ้นสะเด็ดน้ำแล้วบีบน้ำออกให้มากที่สุด รอต้มในน้ำเชื่อม



ต้มน้ำกับน้ำตาลทรายจนเดือดใส่เปลือกส้มที่ลวกไว้ลงไป
ลดไฟลงให้แค่เดือดปุดๆไปต้มจนเปลือกส้มใส




ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ ผึ่งบนตะแกรงหรือถาด ผึ่งให้แห้ง
(ขอสารภาพว่ายังผึ่งไม่ค่อยแห้งเท่าไร่เลยค่ะ แหะๆ
เพิ่งมาคิดได้ทีหลังว่าน่าจะเอาไปอบไฟอ่อนๆจะได้แห้งเร็ว
เพราะวันที่ทำฝนตกอากาศชื้นผึ่งตั้งนานได้แค่เนี๊ย)




แห้งดีแล้วก็คลุกกับน้ำตาลทรายเก็บใส่กล่อง เอาไว้กินเล่นหรือเก็บไว้ทำขนมก็ได้ค่ะ



ส่วนน้ำเชื่อมที่เหลือ จะเอาไปทำเป็นซีรัปราดแพนเค้ก ใส่น้ำส้มลงไปทำเป็น
ซ็อสส้มราดเครปก็ได้ค่ะ แต่ก้อยเหลือนิดเดียว ขี้เกียจทำเลยเอาไปใส่กาแฟกิน
กาแฟกลิ่นส้มอาหย่อย



ส่วนเปลือกส้มเชื่อมนี่ก้อยทำไว้ล่วงหน้าหลายวันแล้วค่ะ
กะว่าจะเอามาทำขนมปัง Panettone แต่ลองทำแล้วยังไม่ถูกใจเท่าไหร่
ก็เลยเปลี่ยนแผน กำลังอยากลองทำช็อกโกแลตพอดีเอามาเป็น Filling ของช็อกโกแลตดีกว่า อิอิ
ชอบจังช็อกโกแลตกับส้มนี่เข้ากันดีจริงๆ



มาถึงตัว Chocolate Truffle นะคะ ดูภาพสวยๆและคำอธิบายอย่างละเอียดที่บล็อคพี่ปุ๊กค่ะ


Ganache

Darkchocolate (70%) 45 g.*
Milkchocolate 30g.
Whipping cream 50 g.
เหล้าหวานกลิ่นส้ม 15 ml.

Shell

Darkchocolateสับ 200 g. **

* ในส่วน Ganache ก้อยใช้ Dark Chocolate 52 % ทั้งหมดนะคะ
เพราะส้มเชื่อมก้อยคลุกน้ำตาลด้วยและใช้เหล้าที่แช่ส้มมาใส่ด้วยก็เลยต้องเผื่อความหวานจากส่วนนี้ด้วยค่ะ


** ส่วน Shell ถ้าใครไม่ชอบขมมากใช้เป็น Milk Chocolate แทนได้ค่ะ
แต่ก้อยชอบขมๆและตัวไส้ก็หวานอยู่แล้วก้อยเลยใช้ Dark Chocolate 72% ค่ะ




เตรียม filling แช่เหล้าส้มล่วงหน้าไว้ 1 คืน เพื่อความหอมมมม




วิธีทำ ก้อยเลือกวิธีที่พี่ปุ๊กแนะนำว่าง่ายและมีโอกาสเสียน้อยที่สุดค่ะ อิอิ

ต้มน้ำให้เดือดแล้วตั้งไว้ให้ได้อุณหภูมิประมาณ 60-65 องศาเซลเซียส
ก้อยไม่มีเทอร์โมมิเตอร์เลยกะเอา พอดีวันทีทำนี่อากาศเย็นขึ้นมาแบบฉับพลัน
ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีเองค่ะแล้วก็เอาชามใส่ช็อคโกแลต140 g.
สับเป็นชิ้นเล็กๆวางบนอ่างน้ำร้อนคนไปเรื่อยๆจนช็อกโกแลตละลายหมด
ค่อยใส่อีก 60g. ที่เหลือ ค่อยๆใส่นะคะ เผื่อไม่ต้องใส่หมด




ถ้าละลายไม่หมดใช้ Hair Dryer เป่าเล็กน้อยให้ละลายหมด
(พี่ปุ๊กบอกว่าที่อุณภูมิ 28 องศาเซลเซียส) ตอนนี้ช็อกโกแลตพร้อมใช้งานแล้วค่ะ
นำไปวางบนอ่างน้ำร้อนใบเพื่อเดิมรักษาอุณหภูมิไว้ที่ 31องศาเซลเซียส




เทช็อคโกแลตลงในพิมพ์แล้วเอียงไปมาให้เคลือบทั่วๆพิมพ์เคาะพิมพ์เล็กน้อยเพื่อไล่ฟองอากาศ
เทส่วนเกินลงในชามช็อคโกแลตใบเดิม ทิ้งไว้จนช็อคโกแลตในพิมพ์แข็งตัว
เร่งเวลาได้โดยนำไปแชตู้เย็นประมาณ 20 นาที




ระหว่างนี้เรามาทำตัว Ganache กันนะคะ

ตามวิธีพี่ปุ๊กจะให้อุ่นครีมให้ร้อนแล้วเทลงในชามช็อคโกแลต
แต่ก้อยไม่อยากเลอะหลายชามก็เลยเอาครีมกับช็อคใส่รวมกันแล้ววางบนอ่างน้ำร้อนเลย
แฮ่ๆ ไม่รู้ว่าจะมีผลอะไรรึเปล่านะคะ แต่ก็ออกมาใช้ได้ค่ะ
คนๆจนช็อคโกแลตกับครีมละลายเป็นเนื้อเดียวกัน
ยกลงจากความร้อนใส่เหล้าส้มลงไปคนให้เข้ากันพักไว้จนเย็นแล้วตักใส่ถุงบีบ




พอเปลือกช็อคโกแลตแข็งตัวแล้วบีบกานาชลงไปครึ่งนึง
ใส่เปลือกส้มเชื่อมแล้วบีบกานาชทับให้มิด
ปาดด้วยช็อคโกแลตละลายที่เหลือนำไปแช่ตู้เย็นจนแข็งตัว




เมื่อแข็งตัวแล้วแกะออกจากพิมพ์ ควรเก็บไว้ในตู้เย็นจนกว่าจะทาน



หอมมากๆเลยค่ะ ช็อกโกแลตกับส้มนี่มันเข้ากั๊นเข้ากันจริงๆเล้ย
ขอบคุณพี่ปุ๊กอีกครั้ง(สงสัยต้องได้ขอบคุณพี่ปุ๊กอีกเป็นร้อยครั้งแน่ๆ)
สำหรับสูตรและวิธีทำช็อคโกแลตแบบละเอียดยิบนะคะ

อากาศหนาวๆอย่างนี้ได้ช็อคโกแลตที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอร์ซักชิ้น
คงจะคลายความหนาวได้ดีทเดียวค่ะ เผอิญก้อยขี้หนาวเลยซัดไปแล้ว 3 ฮ่าๆๆๆๆ



ขอให้มีความสุขทุกๆคนนะคะ ใครที่กำลังทุกข์ใจหรือประสบภัยก็ขอให้กำลังใจด้วยค่ะ
สู้ๆค่ะ แล้วทุกอย่างจะต้องผ่านพ้นไป

ทำไป 3 รอบแล้วค่ะ คราวนี้รอบ 3 เริ่มเงางามขึ้น









 

Create Date : 17 มีนาคม 2554    
Last Update : 2 เมษายน 2554 18:07:33 น.
Counter : 3284 Pageviews.  

Chicken Farm Baker's Project # 31: My dream wedding Cake: Red Velvet Cupcake c Creamcheese Frosting

สวัสดีเดือนแห่งความรักค่ะ เพื่อนๆ พี่ๆน้องๆ
เดือนนี้ก็ยังอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุขต่อเนื่องมาจากปีใหม่นะคะ
เพราะคงจะได้รับอั่งเปาตั่วๆไก๊กันถ้วนหน้า แถมยังเป็นช่วงเวลาแห่งความรักอีกด้วย
โจทย์ฟาร์มไก่เดือนนี้พี่อ๊อด มีงานช้างให้เราเล่นสนุกกันอีกแล้ว เป็นเค้กแต่งงานในฝัน

ก้อยก็คิดคล้ายๆกับเช้า เลยค่ะสำหรับก้อยงานแต่งงานที่หรูหราอลังการเป็นความสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ
สู้เอาเงินที่จัดงานหรูๆ ไปเที่ยวหรือทำบุญ ทำอะไรที่มีประโยชน์ดีกว่า
แต่ก็ไม่ได้ต่อต้านนะคะ ถ้าใครทำแล้วไม่เดือดร้อนและมีความสุข
เพราะความสุขแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน เมื่อก่อนเวลาไปงานแต่งงาน
จะต้องเห็นเค้กอลังการ 7 ชั้น ตอนเด็กๆก็คิดว่าเก่งจังเลย ทำได้ไงน่ะ
เพิ่งมารู้ทีหลังว่าส่วนใหญ่เป็นเค้กปลอม กินได้แค่ชั้นล่างชั้นเดียว
แล้วพอได้ชิมก็ยิ่งผิดหวังเพราะส่วนใหญ่แล้วจะไม่ค่อยอร่อยด้วย
แต่เดี๋ยวนี้เค้กแต่งงานจะเห็นนิยมทำกันในรูปแบบคัพเค้กมากขึ้น
แล้วเอามาเรียงบนแท่นวางก้อยว่าดูน่ารักดี สามารถทำเป็นหลากหลายรสชาติ
แถมยังง่ายต่อการแจกจ่ายด้วย และที่สำคัญ ข้าพเจ้ามีปัญญาทำได้แค่นี้แหล่ะ 555
ถ้าเป็นแบบสวยๆ คลุม Fondant อิชั้นมิสามารถค่ะ ฮ่าๆๆๆ ข้อนี้สำคัญที่สุด

เนื้อเค้กก้อยเลือกเป็น Red Velvet Cake ค่ะ สูตรนี้เล็งมานานละ
เป็นสูตรยอดฮิตที่ช่วงนึงฮ็อตมากกกก แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ลองซะที
สูตรของเชฟ Bobby Flay ที่ถูกนำมาแพร่ระบาดในหมู่ชาวบล็อกโดย
บัวน้อย แห่ง Tiny Bakery นั่นเอง
ตามไปอ่านความรู้แบบเต็มๆที่บล็อคบัวคลิ๊กตรงนี้เลยค่า


เอารูปมาอวดก่อน อิอิ ขี้อวด




ดูสูตรกันเลยนะคะ (อันนี้ก้อยเอาจากบล็อกพี่หม่อนนะคะ ขอบคุณพี่ป่องด้วยค่ะ )
ลอกการบ้านซะเลย ฮี่ๆ

ดูวิธีการทำที่บล็อกพี่หม่อน ซามอที่นี่ค่ะ

ก้อยปรับจากสูตรของพี่หม่อนอีกหน่อยเพราะที่บ้านไม่มีโยเกิร์ต
ก็เลยใช้นมสดกับวิปปิ้งครีมใส่น้ำส้มสายชูหมักจากลูกแพร์ทิ้งไว้แทน

แป้งเค้ก 215 g.
ผงโกโก้ 25 g.
เนยสดจืดทิ้งไว้จนนุ่ม 85 g.
น้ำตาลทราย 175 g.
ไข่ไก่ใหญ่ 2 ฟอง
backing soda 1 ชช.
ผงฟู 1 ชช.
เกลือป่น 1/4 ชช.
น้ำมันพืช (ก้อยใช้รำข้าว)70 g.
Vanilla extract 1 ชช.
สีแดง 1/2 ชต.
(ก้อยใส่ไม่ถึงค่ะ ไม่กล้าใสเยอะ
)
นมสดจืด 100 ml.
Whipping Cream 80 ml.
Redwine Vinegar 1 ชช.
(ที่บ้านไม่มีใช้น้ำส้มหมักจากแพร์แทนค่ะ)


ทำเป็นคัพเค้ก ชอบมากๆเลยตรงที่ไม่ต้องเตรียมพิมพ์นี่แหล่ะ
แค่เอาถ้วยกระดาษใส่พิมพ์แบบจีบไว้ แล้วก็อุ่นเตาอบ 180 องศาเซลเซียสไว้รอเลยค่ะ

ไม่มีโยเกิร์ตไม่มีบัตเตอร์มิลค์ เลยใช้นมสดผสมกับวิปปิ้งครีมใส่น้ำส้มสายชู
ตั้งทิ้งไว้แป๊บนึง มันจะข้นๆขึ้นค่ะ



ก้อยใส่สีกับกลิ่นวนิลาลงไปเลยนะคะ ใส่พร้อมกับส่วนของเหลว



ตีเนยกับน้ำตาลทรายจนฟูขาวแล้วค่อยๆรินน้ำมันพืชลงไปตีจนฟูข้นขาว
แล้วก็ใส่ไข่ลงไปทีละฟอง ตีให้เข้ากันก่อนใส่ฟองต่อไป
วันนี้ใช้กำลังแขนล้วนๆเลย เป็นการลงโทษตัวเองที่ใช้งานลูกรักหนักเกินไป
จนต้องเข้าโรงซ่อมเพิ่งไปรับกลับบ้านมา



พอใส่ไข่ครบแล้วก็ตีจนเข้ากัน จะได้เนื้อข้นๆแบบนี้ค่ะ



ร่อนของแห้งที่รวมกันไว้ลงไป แบ่งใส่ 3 รอบสลับกับของเหลวเมื่อกี๊นะคะ



ร่อนแป้งลงไปตีให้เข้ากันใส่ของเหลว แดงดีจริงๆ (น่ากัว)



เสร็จแล้วได้แบทเทอร์ข้นๆแบบนี้นะคะ แต่ถ่ายออกมาสีเพี้ยนของจริงออกแดงกว่านี้ค่ะ บอกไว้เผื่อกลัวไม่แดงไม่ต้องใส่สีเพิ่มนะคะ



ตักใส่ถ้วยเลยค่ะ ใส่แค่1/2-3/4 ของถ้วยพอค่ะ เพราะอบแล้วจะฟูมากเลย




อบไฟ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ20-25 นาทีหรือจนสุก
เช็คโดยใช้ไม้แหลมจิ้มลงไปกลางเค้กแล้วไม่มีของเหลวติดออกมา
ก้อยอบไป 20 นาทีพอดีเลย

นี่ค่ะอบเสร็จจะฟูขึ้นมาเยอะมาก



แอบชิมเค้กเปล่าๆก่อน กินกับ Khalua Latte Cafe อิอิ
เนื้อเค้กนุ่มไม่หนักแน่นเกินไปแล้วก็หอมเนย
สรุปว่าลงตัวมากๆค่ะสำหรับสูตรนี้ ที่ใช้เนยผสมกับน้ำมันพืช



ต่อมาทำตัวฟร็อสติ้งกันต่อนะคะ
เนื่องจากมีครีมชีสนอนแอ้งแม๊งในตู้เย็นใกล้หมดอายุแล้ว
เลยขอทำเป็น Creamcheese Frosting แทนนะคะ

Creamcheese Frosting

ครีมชีส 250 g.
เนยสดจืด นุ่ม 125 g.
ไอซิ่ง 80 g.
เกลือป่น 1/4 ชช.

ตีทุกอย่างให้เข้ากันจนเนียนและฟูขึ้น วันนี้ตีมือตลอดรายการค่ะ หุหุ กล้ามขึ้นเลย





ตีจนเนียนๆก็เอาไปแต่งเค้กได้เล้ย ถ้ายังไม่ใช้ก็ใส่ตู้เย็นไว้ก่อนนะคะ



เป็นเค้กแต่งงานในฝันทั้งที ต้องพิเศษหน่อย มาทำช็อกโกแลตตกแต่งกันดีกว่า อิอิ

เอาช็อกโกแลตมาละลาย ชอบแบบไหนก็เลือกเอาเลยค่ะ
จะ Dark ,Milk หรือ White Chocolate ก็ได้
แต่ละชนิดจะใช้อุณหภูมิในการ Temper ต่างกันนะคะ
วิธีง่ายๆเลยคือแบ่งช็อกโกแลตครึ่งนึงมาละลายด้วยวิธี Double boiler
แล้วยกลงจากความร้อน ค่อยใส่ช็อกโกแลตที่เหือลงไปคนให้เข้ากัน




แล้วก็เอามาบีบเป็นรูปร่างตามชอบ เค้กแต่งงานทำเป็นรูปหัวใจนี่แหล่ะ ง่ายสุด 5555
ขนาดง่ายสุดยังเบี้ยวๆบูดๆเลย



ฮี่ๆ ประกอบร่าง นี่ล่ะค่ะเค้กแต่งงานในฝัน ของก้อย สุดฝีมือได้แค่นี้ล่ะ ฮ่าๆๆๆ



ยังไม่มีงานแต่งจริงๆเลยต้องเอามากินกับกาแฟร้อนตอนเช้าแทน



ปล. ขอบคุณบัวน้อย พี่หม่อน เชฟBobby Flay ขวัญใจบัว
เคยกินRed Velvet Cake แล้วไม่ประทับใจเลย ทั้งแน่นทั้งเลี่ยน
แต่ขอบอกว่าสูตรนี้ทำให้ทัศนคติกับเค้กนี้เปลี่ยนไปเลย
ทั้งนุ่มเนียนแต่ไม่หนักแน่นเกินไปเนื้อเค้กไม่หวานมาก กำลังดี
ยิ่งคู่กับครีมชีสฟรอสติ้งแล้ว สุดยอดไปเลยค่า

ขอบคุณพี่อ๊อด ที่ตั้งโจทย์นี้ทำให้ชาวฟาร์มไก่ได้ทำอะไรสนุกๆอีก
ถึงแม้ว่าก้อยจะทำได้แค่นี้แต่ก็ภูมิใจแล้วค่ะ เพราะไม่เคยมีความคิดว่าจะทำเค้กแต่งงานเลย

ขอให้มีความสุขและสนุกกับชีวิตนะคะ




 

Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2554 11:25:20 น.
Counter : 2054 Pageviews.  

Chicken Farm Baker's Project # 30 : A Valentine’s Baking Treat for My Sweetheart : Sandwish cookies

สวัสดีล่วงหน้าเดือนแห่งความรักค่ะ โจทย์เดือนนี้พี่ฉวี Tristy
ชวนสมาชิกในฟาร์ม มาทำขนมต้อนรับความหวานในเดือนนี้กัน
เผื่อจะให้เพื่อนๆได้ใช้เป็นไอเดียทำขนมเพิ่มดีกรีความโรแมนติกกับคนรัก
สำหรับคนไร้คู่อย่างเรา จะทำเป็น Plate dessert ก็ไม่รู้ว่าจะไปทำซึ้งกะใคร
ก็เลยทำเป็นคุกกี้ที่แสดงถึงความรักเพื่อให้เพื่อนๆทำไปมอบให้กับคนที่รักได้ง่ายๆนะคะ
เพราะความรักมีหลายรูปแบบ จริงมั้ยคะ


(อยากบอกว่าตอนแรกเขียนยาวมากกกก แต่น็ตมันเน่าเจงๆ
พิมพ์เสร็จพอกดโหลดมันก็หลุดไปซะงั้น ขอบ่นหน่อยน๊า)

มาดูส่วนผสมกันเลยดีกว่า
ส่วนผสม
แป้งเอนกประสงค์ 100 g.
แป้งโฮลวีต 130 g.
ข้าวโอ๊ต 80 g.
เนยสดจืด 170 g.
น้ำตาลทรายแดง 60 g.
น้ำตาลทรายขาว 30 g.
น้ำผึ้ง 2 ชต.
ไข่ไก่ no. 1 1 ฟอง
เบคกิงโซดา 1/2 ชช.
เกลือ 1/4 ชช.
(ก้อยเพิ่มเป็น 1/2 ชช.นะคะ ชอบให้ออกเค็มนิดนึง)
กลิ่นวนิลา 1 ชช.
(แอร๊ะ เพิ่งนึกได้ตอนพิมพ์ว่าลืมใส่ แต่ก็ไม่มีกลิ่นคาวไข่นะคะ
สงสัยกลิ่นน้ำผึ้งกลบหมด )

เป็นสูตรเดิมที่เคยใช้ทำ graham cracker เลยค่ะ เพียงแต่เลี่ยนแปลงส่วนแป้ง
เพิ่มข้าวโอ๊ตเข้าไปด้วย ออกมาถูกใจกว่าเดิมอีกค่ะ เพราะมันจะกรอบเบาขึ้นค่ะ

ส่วนผสมมีไม่กี่อย่างเอง


ตีเนยจืดนุ่มๆกับเกลือและน้ำตาลทั้ง 2 ชนิดให้ขึ้นฟูนิดหน่อยค่ะ



ใส่ไข่ น้ำผึ้ง วนิลา ลงไปตีให้เข้ากัน



ของแห้งทั้งหมดใส่รวมกันในอ่างใบใหญ่ๆคนให้เข้ากันแล้วใส่ลงไปเลยค่ะ
ง่ายมั้ยล่ะ อิอิ



เสร็จแล้วจะได้คุกกี้โด์หน้าตาแบบนี้นะคะ



แบ่งเป็น 2 ส่วน ห่อ plastic wrap แช่ตู้เย็นไว้ ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วค่อยเอาออกมาคลึง



คลึงเป็นแผ่นบางๆ หนาประมาณ 2 มิลลิเมตรค่ะ
อากาศแบบนี้เหมาะกับการคลึงคุกกี้ที่ซู้ดดด
แล้วก็ใช้ที่กดคุกกี้กดเป็นรูปร่างตามต้องการ แต่สูตรนี้จะทำรูปร่างยากหน่อยนะคะ
เพราะมีข้าวโอ๊ตเป็นแผ่นๆด้วย เลยตัดได้ไม่ค่อยสวย คม




วางคุกกี้บนถาดที่รองด้วยกระดาษรองอบ ถ้าทำแผ่นใหญ่ๆ ต้องเอาส้อมจิ้มให้เป็นรูด้วยค่ะ
เพื่อป้องกันไม่ให้คุกกี้ปูดเวลาอบ แต่อันนี้เป็นแค่หัวใจดวงน้อยๆ เลยไม่ต้องจิ้มให้เป็นรูก็ได้
เดี๋ยวใจจะร้าว 555



แล้วก็นำเข้าอบที่ 170 องศาเซลเซียส 12-15 นาที แล้วแต่ขนาดคุกกี้และเตาแต่ละบ้านค่ะ
สังเกตุสีและกลิ่นหอมๆก็ได้ค่ะ อิอิ เป็นวิธีที่ก้อยใช้ประจำ

ปิ๊งป่อง

เสร็จแล้วจ้า คุกกี้รูปหัวใจดวงน้อยๆ หอมกรุ่นจากเตา




แต่ขนมวาเลนไทน์ทั้งที ต้องตกแต่งกันซักหน่อย เอา white chocolate มาบีบเป็นเส้นๆ
จับประกบคู่ด้วย Mixed berries Jam เพิ่มความหอมหวานอมเปรี้ยว ซักกะหน่อย





ง่ำๆ อร่อยดีมีประโยชน์ (ขึ้นมาหน่อย)




ทานคู่กับกาแฟหรือชาร้อนๆ อื้มมม มีความสุข



ฝากไว้เป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับขนมในเดือนแห่งความรักนะคะ
ทำไว้แจกเพื่อนๆก็ดี ทำกินเองในครอบครัวก็ได้ค่า




พบกันใหมบล็อคหน้าค่ะ คาดว่าจะเป็นเดือนหน้าไปเลย
ขอให้มีความสุขและสนุกกับทุกๆวันนะคะ รวมทั้งในเดือนแห่งความรักด้วยค่ะ

"ความรักเสมอด้วยตนเองไม่มี "
ถ้าเรามีความรักตัวเองแล้วเราจึงจะเผื่อแผ่ความรักไปสู่คนรอบข้างและสังคมได้




 

Create Date : 20 มกราคม 2554    
Last Update : 20 มกราคม 2554 11:33:51 น.
Counter : 1138 Pageviews.  

Chicken Farm Bakers' Project # 29 : Mamao & Lychee Mousse Cake

สวัสดีเดือนธันวาคมค่า เพื่อนๆทุกคน ช่วงนี้อากาศดี๊ดี รู้สึกว่าเป็นหน้าหนาวจริงๆ ซะที
(หวังว่าจะเป็นอย่างงี้ซักอาทิตย์นึงก็ยังดี) โจทย์เดือนนี้พี่ บีม maebnus มีข้อแม้แค่ 2 ข้อค่ะ


1. ขอเป็นเค้ก จะเค้กแบบไหนได้ทุกแบบ อยู่ที่จะทำให้เค้กให้พ่อของเรายังไง จะพ่อคุณ พ่อทูนหัว ฯลฯ

2. ขอมีส่วนผสมหลักเป็นสิ่งไทย ๆ ่ะ จะเป็นขนมไทย ดอกไม้ไทยหรือผลไม้ไทยก็ได้

ข้อแรกเป็นเค้ก ทำให้ป๊าค่ะ มิต้องลังเล เพราะมีอยู่พ่อเดียว 555
ป๊าชอบกินเค้กที่ออกรสเปรี้ยวๆ ไม่ชอบแบบหวานๆเลี่ยนๆ ตอนแรกคิดว่าจะทำ มูสเค้กเสาวรส
แต่พอดีว่าซื้อมาเก็บไว้นานไปหน่อย เลยเสียเกือบหมด
ก็เลยต้องเสาะแสวงหาวัตถุดิบกันใหม่ ไปเจอเจ้า น้ำมะเม่าของดอยคำเข้าค่ะ
แปลกดีแฮะ ไม่เคยได้ยินเลย โฆษณาว่ามีสรรพคุณมากมาย แถมยังเป็นของไทยด้วย
ข้างกล่องเขียนว่าเป็นบลูเบอรี่ไทย น่าจะเอามาทำพวกมูสเค้กได้ แต่อยากได้อะไรที่เป็นเนื้อเป็นหนังซักหน่อย
เจ้าลูกมะเม่าสดก็คงจะหาไม่ได้แน่ๆ เพราะถิ่นปลูกเค้าอยู่ถึงสกลนครโน่นแน่ะค่ะ
ก็เลยเอาเนื้อลิ้นจี่นี่ล่ะ มาเป็นส่วนเนื้อหนังให้ได้เคี้ยวกันหน่อย หุหุ น่าจะเข้ากันได้ดี
ก็เลยกลายเป็น มะเม่าลิ้นจี่มูสเค้ก นี่ล่ะค่า

เคยเห็นพี่ๆในฟาร์มทำ Polka dot roll น่ารักเกินห้ามใจ
คราวนี้ก็เลยทำเป็นลายจุด เอามาทำเค้กที่กรุด้านข้างมูสซะเลย อิอิ
ขอบคุณพี่อุ้ม Vanillaorchid ผู้จุดประกาย Polka dot roll แสนน่ารักด้วยนะคะ

ตามไปดูroll ลายจุดแสนน่ารักของพี่อุ้มค่ะ

ทำลายกันก่อนนะคะ ลายจุดนะคะ อย่าเข้าใจผิด ปกติก้อยอาจถนัดทำลายล้างมากกว่า
แต่วันนี้ตั้งใจมากค่ะ ทำลายจุดก่อน

เนื้อเค้กที่ทำลายจุด

ไข่ขาว 20 กรัม
ไอซิ่ง 20 กรัม
เนยสด 20 กรัม
แป้งเค้ก 20 กรัม
สีผสมอาหาร 1-2 หยด

จำง่ายมั้ยคะ ทุกอย่างเท่ากันหมดเลย ถ้าทำลายเยอะ ก็เพิ่มส่วนผสมได้ค่ะ
สีก็ตามชอบเลยค่ะ เข้มอ่อน แต่แนะนำว่าอย่าใส่เยอะมากนะคะ
เพราะใส่นิดเดียวก็เข้มแล้ว อบเสร็จสีจะเข้มขึ้นอีกนิดนึงด้วยค่ะ

ตีเนยนิ่มกับไอซิ่งจนเข้ากันดีใส่ไข่ขาวและแป้ง คนให้เข้ากัน ฮ่าฮ่า ง่ายมาก
แล้วหยดสีที่ต้องการลงไป ใช้หลอดยาคูลท์จิ้มแล้วสะบัดลงไปก็พอค่ะ จะได้ไม่เยอะเกินไป






คนให้เข้ากันอีกที ถ้าสีอ่อนไปค่อยเพิ่มเอาก็ได้ค่ะ
แล้วก็บีบเป็นจุดๆบนถาดที่เราจะใช้อบเค้กที่ปูกระดาษไขไว้แล้ว
หรือถ้าใครจะทำเป็นลายอื่นก็ได้ค่ะ แต่พอดีก้อยชอบลายจุด เพราะมันง่ายสุดละ 555




แล้วเอาไปแช่ตู้เย็นให้แข็งตัวนิดนึงก่อนจะเทเนื้อเค้กลงไปเพื่อไม่ให้มันผสมกันจนไม่เป็นลายน่ะค่ะ
ตัวเค้กใครมีสูตรเค้กโรลที่ชอบอยู่แล้วก็ทำสูตรนั้นได้เลยค่ะ
ก้อยชอบเนื้อชิฟฟอนมากกว่าเวลาทำเป็นโรลหรือพวกมูสเค้ก

ชิฟฟอนเค้ก (สำหรับทำฐานและเค้กด้านข้างมูส)

แป้งเค้ก 60 กรัม
ผงฟู 3/4 ชช.
น้ำตาลทรายป่น 60 กรัม
เกลือป่น 1/8 ชช.
น้ำมันพืช 2 1/2ชต.
ไข่แดง 2 ฟอง
นมสด 4 ชต.
วนิลา 1/2 ชช.
ไข่ขาว 2 ฟอง

วอร์มเตาอบไว้ก่อนที่ 180 องศาเซลเซียสค่ะ

ตีแบบชิฟฟอนเค้กนะคะ
แยกไข่แดงมาตีกับน้ำมันพืช ก้อยใช้น้ำมันรำข้าวค่ะ แล้วก็นม
น้ำตาลป่นครึ่งนึง วนิลา




คนให้เข้ากันแล้วร่อนแป้งกับผงฟูลงไป คนเร็วๆให้เข้ากัน ไม่งั้นเนื้อเค้กจะเหนียว



แล้วก็ตีไข่ขาวกับน้ำตาลป่นที่เหลือจนฟูตั้งยอดอ่อนๆก็พอค่ะ
ถ้าตั้งยอดแข็งเกินไปเนื้อเค้กจะแห้งได้ค่ะ




จากนั้นก็เอาไข่ขาวมาตะล่อมรวมกับส่วนไข่แดงทีละ 1/3 ค่ะ
ตะล่อมเบาๆไม่งั้นฟองอากาศในไข่ขาวที่เราอุตสาห์ตีขึ้นมาจะแฟบหมด
เนื้อเค้กก็จะไม่ฟูอีกเช่นกัน เอาใจยากชะมัด เจ้าไข่ขาวนี่



เย้ๆ ตะล่อมเสร็จเนื้อเค้กจะสีนวลๆชวนจิ้มดูดชะมัด อิอิ



เทใส่ถาดที่เราบีบลายไว้เมื่อกี๊เลยค่า เนื้อบางจะจุดโผล่รำไรเยย




เอาเข้าเตาอบ อบ8-12 นาที แล้วแต่ความหนาบางของเค้กและเตาอบแต่ละบ้านด้วยค่ะ

ปิ๊งป่อง เสร็จแล้วหน้าเหลืองเชียะ





ควำ่ออกจากถาดแล้วลอกกระดาษออกเลยค่า เย่ๆ น่ารักจังเลย ลายจุด



รอเค้กเย็นแล้วค่อยเอามาประกอบกันนะคะ เดี๋ยวมูสจะละลายซะก่อน

ใช้พิมพ์แบบถอดก้นได้ (ความจริงน่าจะเรียกว่าพิมพ์ดันก้นได้มากกว่านะ)
กรุพลาสติกใสด้านข้างและรองด้วยกระดาษไขที่ก้นพิมพ์ เวลาเอาเค้กออกจะได้ไม่เสียทรง หุหุ



ตัดเค้กเป็นแถบยาวสำหรับกรุด้านข้างและวงกลมวางเป็นฐาน
หันลายจุดขึ้น ฮี่ๆ แต่เดี๋ยวราดมูสทับก็มิด มองไม่เห็นแระ




ส่วนประกอบสำคัญ น้ำมะเม่า วิปปิ้งครีม (โฮ๊ะๆๆ เดี๋ยวนี้ซื้อกล่องใหญ่ไม่กลัวใช้ไม่หมดแล้ว
เหลือเอามาปั่นไอติม ฮ่าฮ่า )




อ้อ ลืมส่วนผสมมูสมะเม่า

น้ำมะเม่า 350 ml.
น้ำลิ้นจี่กระป๋อง 100 ml.
เจลาตินผง 2 ชต.
วิปปิ้งครีม 350 ml.
ตอนแรกว่าจะเติมน้ำมะนาวด้วยแต่ชิมแล้วโอเคละ
ถ้าใครชอบรสจัดก็เติมน้ำตาลน้ำมะนาวได้ตามชอบนะคะ

โรยผงเจลาตินลงในน้ำมะเม่ากับน้ำลิ้นจี่กระป๋อง (พอดีตอนนี้ไม่มีลิ้นจี่สด เลยใช้แบบกระป๋องค่ะ
ก็เลยใส่น้ำมันไปด้วย จะได้มีกลิ่นลิ้นจี่เยอะๆ แต่ถ้าใช้ลิ้นจี่สดก็ใช้น้ำมะเม่าอย่างเดียวก็ได้ค่ะ)
ปล่อยให้มันดูดน้ำจนอิ่มตัวแล้วค่อยเอาไปตั้งไฟจนละลายหมด พักให้เย็นสนิท




ตีวิปปิ้งครีมให้ตั้งยอดอ่อนๆพอค่ะ แล้วรวมกับน้ำมะเม่าผสมเจลาตินที่พักไว้จนเย็นแล้ว
ถ้ายังอุ่นอยู่ครีมจะละลายมูสอาจจะเหลวได้ค่ะ ชอบจัง สีแบบนี้





เทมูสครึ่งนึงลงในเค้กที่เรากรุเตรียมไว้ เหลือเศษเค้กจับใส่ถ้วยซะ 555 ไม่เสียของ
แล้วเอาไปแช่ตู้เย็นให้เซ็ตตัวนิดนึงมูสที่เหลือแช่เย็นไว้ก่อนนะคะ


พอมูสเซ็ตตัวค่อยเรียงลิ้นจี่ลงไปค่ะ เนื้อลิ้นจี่จะได้ไม่จมไปอยู่ที่ก้นหมด



แล้วเอามูสที่เหลือ มาราดทับจนเต็ม อ้อ อย่าลืมเผื่อที่ไว้ราดเจลลี่ด้วยนะคะ



แช่เย็นจนเซ็ตตัวดี แล้วค่อยราดเจลลี่ หลายขั้นตอยจังวุ้ย แต่ใกล้แล้วค่ะ อีกนิดเดียว
ส่วนผสม เจลลี่ราดหน้า

น้ำมะเม่า 250 ml.
เจลาตินผง 4 ชช.

โรยเจลาตินผงให้ดูดซึมน้ำมะเม่าก่อนค่อยยกขึ้นตั้งไฟจนละลายหมด
พักให้หายร้อนค่อยเทราดบนมูส อย่าใจร้อนนะคะ เดี๋ยวจะเป็นแบบก้อย
ฮ่าๆ ฝ้าขึ้นอีกแล้ว ทำมูสทีไรหน้าเป็นฝ้าทุกทีสิน่า เจ็บแล้วไม่จำ



จำเราจักต้องปกปิดความผิด เปิดตู้เย็นเจอทับทิม อุเหม่ ชะรอยว่าแกะทับทิมมาโรยหน้า
ปกปิดฝ้าบนผิวหน้าซะหน่อยจะเข้าที
ก็เลยออกมาเป็นเยี่ยงนี้แล
มูสผลไม้รวม ฮ่าๆๆๆ




ตัดโช๊ะ!!! ปลายหายแฮะ




ทำไว้ตั้งแต่ตอนอากาศยังร้อน กินเย็นๆชื่นนนนใจดีจริงๆ





อะอ้าม ป้อนทู้กกกคน




แล้วพบกันใหม่บล็อคหน้าค่า
(คาดว่าจะเป็นไอติม ช่วงนี้บ้าปั่นไอติมค่ะ ฮี่ๆ ดันมาหนาวซะนี่ แต่ไม่เป็นไร ยังไงก็กินได้ทุกฤดูกาล อิอิ )

ขอให้มีความสุขและสนุกกับทุกสิ่งที่ทำนะคะ




 

Create Date : 18 ธันวาคม 2553    
Last Update : 18 ธันวาคม 2553 17:23:28 น.
Counter : 2085 Pageviews.  

1  2  3  

ฟันคุดน้อยซี่ที่7
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 38 คน [?]




ผู้หญิงธรรมดาที่ชอบใช้ชีวิตธรรมดา ว่างก็ทำขนม ทำอาหาร ถ่ายภาพ ปลูกต้นไม้ อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย ฟังเพลง ก็มีความสุขแล้วค่ะ เรียกว่ามีโลกส่วนตัวสูงก็ได้ค่ะไม่ชอบที่คนเยอะๆ รู้สึกว่ามันวุ่นวายจัง วันไหนได้อยู่บ้านนี่ทำขนมได้ทั้งวันเลยจนพี่ๆแซวว่าก้อยเปิดโรงงานทำขนมทุกอาทิตย์ ทำไงได้ล่ะคะ ก็คนมันรัก(การทำอาหาร) นี่นา แค่ได้ทำอาหารให้คนรอบข้างได้กินของ(ที่เราดิดว่า)ดีๆ ก็มีความสุขแล้วค่ะ เพื่อนๆเป็นกันมั้ยคะ ^__^
หลังไมค์ถึงฟันคุดน้อยฯกดที่นี่ เฟซบุคเชิญทางนี้ค่ะ cooking for fun
Friends' blogs
[Add ฟันคุดน้อยซี่ที่7's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.