Cooking For Fun
Group Blog
 
All blogs
 

Brownie Cookies คุกกี้หน้าด้าน ทำง่ายๆแต่อร่อยมากกก ส่งการบ้านแม่ปูค่า

สวัสดีค่า เพือนๆชาวบล็อทุกคน ความจริงขนมนี้ทำไว้เกือบเดือนแล้วล่ะค่ะ
แต่พอดีไม่ว่างอัพบล็อคเลยค่ะ พอดีงานเข้านิดหน่อย อิอิ
ตอนนี้เริ่มไปทำงานได้แล้วค่ะ หลังจากที่พักฟื้นมา 7 เดือนเต็มๆ
(ตั้งแต่เริ่มป่วยถึงวันเกิด 7 เดือนพอดี เท่ากับตอนอยู่ในท้องแม่เลยอ่ะ
บังเอิญจิง)
ไม่ได้จับหัวกรอหรือเครื่องทือทำฟันเลย จับแต่ตะกร้อทำขนม 555

เป็นขนมใส่ช็อคโกแลตอีกแล้วค่ะ หุหุ Chocolate lovers
ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงค่ะสูตรนี้ เพราะว่ามัน... อร่อยมากกก
นั่นก็คือ "คุกกี้บราวนี่" นั่นเองค่า ฟังชื่อก็พอจะเดาได้ใช่มั้ยคะ
ว่ามันต้องมี Characteristic ของคุกกี้ที่เป็นชิ้นๆหยิบทานง่ายๆ และมีความกรอบ
และรสชาติเข้มข้นช็อคโกแลตเนื้อหนึบของบราวนี่
ซึ่งพอทั้งสองอย่างนี้มารวมกันอยู่ในคำเดียว
ขอบอกว่า สุดยอดดดด 555 เวอร์ไปมั้ยคะ
พอดีว่าก้อยเป็นคนชอบช็อคโกแลตมากๆๆๆ
เข้าขั้นคลั่งช็อคโกแลตเลยก็ว่าได้ เลยรู้สึกว่าเวลาได้กินอะไรที่เป็นช็อกโกแลต
คือสุดยอดของความสุขแล้วค่ะ

สูตรนี้ก็เป็นสูตรรักสูตรอร่อยของแม่ปูอีกแล้วค่ะ
ขอบคุณแม่ปูมากๆเลย ทำสูตรไหนไม่เคยผิดหวังเลยจริงๆ
ชื่อแม่ปูรับประกันความอร่อย อิอิ

ที่จั่วหัวไว้ว่า คุกกี้หน้าด้านนี่ไม่ได้หยาบคายนะคะ
แต่เป็นเพราะก้อยทำแล้วคุกกี้มันดูด้านๆ
ไม่เงา แตกสวยเหมือนของแม่ปูเลยอ่ะค่ะ สงสัยจะลดน้ำตาลเยอะ
แม่ปูบอกว่าหน้าจะไม่เงาสวย แต่ไม่เป็นไรค่ะ อร่อยเป็นใช้ได้ 555
อีกนัย ก็คือ ใครจะว่ายังไง กินแล้วอ้วน
ดิชั้นก็จะหน้าด้านกิน เพราะว่ามันอดใจไม่ไหวจริงๆค่า

มาดูสูตรกันเลยนะคะ

ตามไปดูภาพสวยๆสูตรต้นตำรับแม่ปูได้ที่นี่ค่ะ

ก้อยดัดแปลงนิดหน่อยนะคะ ลดน้ำตาลลง
เพราะที่บ้านไม่ค่อยชอบทานหวานมากค่ะ

ก้อยทำได้ขนาดประมาณ 2 นิ้ว 24 ชิ้น ค่ะ
แป้งสาลีเอนกประสงค์ 30 g.
ผงฟู 1/4 ชช.
เกลือป่น 1/4 ชช.
Dark chocolate 225 g.
(ก้อยใช้ Lindt 52% cacao)
เนยจืด 20g.
ไข่ไก่ใหญ่ 2 ฟอง
น้ำตาลทราย 50 g.
(แม่ปูใช้ 1/2 ถ.นะคะ)
กลิ่นวนิลา 1 ชช.
ถั่วที่ชอบอบกรอบสับหยาบ 1-2 ถ.ตามชอบเลยค่ะ
(จะใช้ วอลนัต พี่แคน อัลมอนด์ หรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์ก็ได้ค่ะ)
Chocolate chip 6 Oz.

เริ่มทำกันเลยนะคะ ง่ายมากๆแป๊บเดียวก็ได้กินของอร่อยแล้วค่า

เอาช็อคโกแลตกับเนยใส่รวมกันในอ่างใบใหญ่ๆหน่อยนะคะ




แล้วเอาไปละลาย แบบ Double boiller ค่ะ




ยกลงจากเตา ตอกไข่ใส่ลงไปใส่น้ำตาล เกลือ
ของแม่ปูจะตอกไข่ใส่ชามใส่น้ำตาล เกลือตีให้เข้ากันก่อน
ค่อยเทใส่อ่างช็อคโกแลต แต่ด้วยความขี้เกียจตัวเป็นขนของก้อย
เลยทำแบบนี้เลย ไม่รู้จะมีผลต่อเนื้อขนมรึเปล้าน๊า แต่ทำออกมาแล้วก็อร่อยมากๆเลยค่ะ



คนให้เข้ากันแล้วค่อยใส่แป้งกับผงฟูลงไป




คนให้เข้ากัน แล้วใส่ถั่วกับช็อคโกแลตชิพลงไป ง่ายมั้ยล่ะ



ง่ายจนเมนูนี้ พี่เจนนี่กับน้องนิคลงมือเองเลยล่ะค่ะ
คนให้เข้ากันอีกทีก็เรียบร้อย



ตักใส่ถาดอบที่รองกระดาษรองอบ จะได้ไม่ติดถาดเอาออกง่ายๆนะคะ
หยอดตามขนาดที่ต้องการเลยค่ะ ก้อยหยอดขนาด 1 1/2 -2 นิ้ว
อ้อ เว้นที่ว่างห่างซักหน่อยนะคะ เวลาอบมันจะขยายเยอะเลยค่ะ
ถ้าเนื้อเหลวเกินไปจับใส่ตู้เย็นซัก 10 นาทีแล้วค่อยมาหยอดใสถาดก็ได้ค่ะ
คุกกี้จะได้ไม่แผ่มาก



อบ 350 ฟาเรนไฮต์ ประมาณ 12-13 นาที จะได้คุกกี้หน้ากรอบๆ
เนื้อข้างในชุ่มฉ่ำ เวลาอบก็ตามขนาดคุกกี้และเตาแต่ละบ้านด้วยค่ะ
สังเกตุว่าหน้าเริ่มแตก ส่งกลิ่นหอมออกมาก็ใช้ได้ค่ะ
อบนานเกินไปเนื้อจะแห้ง กลายเป็นคุกกี้ช็อคโกแลตธรรมดา เนื้อไม่หนึบไม่รู้ด้วยน๊า

เสร็จแล้วค่า คุกกี้บราวนี่หน้าด้าน ฮ่าฮ่าฮ่า



ถึงหน้าตาจะไม่ดีแต่ว่าอร่อยมากๆเลยนะค้า อิอิ



ง่ำๆ เนื้อฉ่ำ ช็อคโกแลตสะใจมากค่า




คำสุดท้ายมีใครสนใจบ้างมั้ยคะ กินกับลาเต้เย็นไม่ใส่น้ำเชื่อม เข้ากันที่ซู้ดดด




สุดท้ายนี้ขอขอบคุณแม่ปูอีกครั้งนะคะ (แล้วคงจะมีครั้งต่อๆไปอีกมากมายเลย อิอิ )

ลาไปก่อน พบกันใหม่เมื่อเวลาอำนวยค่า
ขอให้มีความสุขและสนุกกับสิ่งที่ทำนะคะ บ๊ายบาย




 

Create Date : 30 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2553 19:35:39 น.
Counter : 6767 Pageviews.  

คุกกี้งาขี้ม่อน ส่งการบ้านพี่หน่องแบบมั่วๆ แต่อร่อยนะคะ

สวัสดีค่า เพื่อนๆ กลับมาเจอกันเร็วกว่าที่คาดไว้
เพราะพอดีมีคนเขียนมาขอสูตรคุกกี้งาขี้ม่อน ที่เคยทำไปวาง
ที่ร้านกาแฟที่หน้ารพ.ที่เคยทำงานค่ะ พอดีพี่เจ้าของร้านซื้อเตาอบแล้ว
ก็เลยอยากจะทำขายเอง เพราะตอนนี้ก้อยกลับมาพักฟื้นที่กรุงเทพฯ
ก็เลยไม่ได้ทำขนมไปส่งอย่างแต่ก่อน
และที่สำคัญคือพี่เค้าซื้อเตาอบแล้วด้วยค่า เย่ๆ ยินดีด้วยนะคะพี่ส้ม
ขอให้กิจการรุ่งเรืองนะคะ
(เอาไว้วันหลังไปเยี่ยมจะได้แวะไปชิม อิอิ เห็นแก่กินอีกแล้วเรา)
เข้าเรื่องเลยดีกว่า เวลามีน้อยใช้สอยประหยัด
มาดูสูตรกันเลยดีกว่านะคะ สูตรนี้ต้องขอบคุณพี่หน่อง Wee nong
เป็นอย่างสูงค่ะที่เอาสูตรขนมอร่อยๆ มาแบ่งปันกันเสมอๆเลย
แต่ว่าก้อยมีผิดพลาดตอนทำนิดหน่อยค่ะ
เดี๋ยวไปดูกันนะคะ ว่าพลาดตอนไหน

ส่วนใครอยากดูแบบ Original ตามไปดูที่นี่ได้ค่ะ

ขออนุญาติแปะสูตรไว้ด้วยนะคะ เผื่อใครขี้เกียจไปหา

ส่วนผสม
แป้งสาลีตราบัวแดง 170 g.
แป้งสาลีตราว่าว 110 g.
เนย 170 g.
เนยขาว 40 g.
(อันนี้ก้อยลืมใส่ค่ะพลาด!!)
น้ำตาลทราย 130g.
เกลือป่น 1/2 Tsp.
นมข้นจืด 100g.
กลิ่นวนิลา 1/4 Tsp.


นี่ค่ะหน้าตางาขี้ม่อน วัตถุดิบสำคัญของเรา




วิธีทำ
ตีเนยกับน้ำตาลทรายและเกลือ จนฟูขาว
ใส่แป้งที่ร่อนรวมกับผงฟูลงไป แบ่งเป็น สามรอบก็ได้ค่ะ






ใส่นมข้นจืดลงไปเหยาะกลิ่นวนิลาลงในนมเลยก็ได้ค่ะ
ตีพอเข้ากันแล้วหยุดเครื่องตีทันที ไม่งั้นคุกกี้จะเหนียวนะคะ



ใส่งาขี้ม่อนแล้วใช้พายผสมให้เข้ากัน



ทำไมโดว์คุกกี้มันหนืดจังน๊า จะบีบออกมั้ยเนี่ย



ฮ่า ฮ่า บีบไม่ออก ตึ๊ง ทำไงดีล่ะ



เอามันโง่ๆอย่างงี้เลยละกัน ทำแบบคุ้กกี้มะพร้าวซะเลย ง่ายดี ปั้นกลมๆแล้วเอาส้อมกด



อืม ก็สวยดีเนอะ (เข้าข้างตัวเองสุดๆ 555)



ไม่เคยกินแบบถูกต้องตามสูตรแต่สูตรนี้ก็อร่อยดีค่ะ ถ้าใครชอบคุกกี้กรอบๆ แต่ไม่แข็งนะคะ



ลาไปด้วยภาพนี้ละกัน อิอิ โปรโมตสินค้าซะหน่อย ถึงตอนนี้จะไม่ได้ทำส่งที่ร้านพี่ส้มแล้ว
แต่ออร์เดอร์กันมาได้นะคะ ที่fanpage homemade bakery by koygoong ค่ะ
อิอิ โฆษณาแอบแฝง



วันนี้ลาไปก่อนค่า พบกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ




 

Create Date : 16 ตุลาคม 2553    
Last Update : 16 ตุลาคม 2553 14:50:30 น.
Counter : 1104 Pageviews.  

Homemade Graham Crackers : ขนมปังกรอบแป้งโฮลวีตแบบบ้านๆ กรอบอร่อยเพื่อสุขภาพ

สวัสดีค่ะเพื่อนๆชาวบล็อกทั้งหลาย
หลังจากที่ต้องหลีกทางให้การบ้านฟาร์มไก่ที่มาแรงแซงโค้ง
ทำทีหลังแต่เอาลงก่อนซะงั้น 555 เรื่องของเรื่องคือติดเฟซบุคค่ะ
แฮ่ๆเพราะจะอัพบล็อกแต่ละทีมันใช้ทั้งเวลา
และแรงกายแรงใจมหาศาล (เวอร์มาก)
จริงๆก็ทำขนมกิน ทำแจกไปเรื่อยแหล่ะค่ะ แต่อัพลงเฟซบุคซะส่วนใหญ่
สูตรไหนที่โดนจริงๆเท่านั้นถึงจะเอามาเผยแพร่ในบล็อก
ให้เพื่อนๆพี่น้องชาวบล็อกได้ทดลองกัน
เป็นยังไงล่ะคะ แสดงว่าสูตรที่เอามาลงบล็อกเนี่ย อร่อยจริงอะไรจริงนะคะ อิอิ
แกรแฮมแครกเกอร์ ชื่อนี้เชื่อว่าหลายๆคนที่เริ่มทำขนมคงจะเคยได้ยินกันมาแล้ว
เพราะส่วนใหญ่จะเริ่มต้นจากของง่ายๆที่ไม่ต้องใช้เตาอบ
เช่น พวกบลูเบอร์รี่ชีสพาย ที่ทำยังไงก็อร่อยถ้าเราใช้วัตถุดิบดีมีคุณภาพ
แล้วในสูตรทั้งหลายทั้งปวงที่เราหามาส่วนใหญ่ก็จะให้ใช้
เจ้า Graham Crackers นี่ล่ะค่ะ หลายคนคงสงสัยว่า
เอ๊ะ !!! แล้วเจ้านี่มันต่างกับแครกเกอร์ธรรมดายังไง
ทำไมถึงต้องมีชื่อเรียกเฉพาะ ไฮโซวววขนาด
ถ้าเราใช้ขนมปังกรอบธรรมดามาทำมันจะไม่อร่อยหรืออย่างไร
ก้อยก็สงสัยเหมือนกันค่ะ อากู๋ช่วยเราได้เสมอค่ะ อิอิ เข้าไปสืบเสาะมาได้ว่า
Graham Cracker เนี่ยในสมัยก่อนถือว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพอย่างหนึ่ง
เพราะทำจาก Graham Flour ซึ่งเป็นแป็ง Whole Wheat ชนิดหนึ่ง
แต่จะแยกบดส่วนที่เป็น รำ จมูกข้าวแบบหยาบๆ และบดส่วนเมล็ดข้าวสาลี
จนละเอียดมากๆ เมื่อบดเสร็จแล้วจึงนำมารวกกันอีกที
ทำให้ได้แป้งที่มีความละเอียดและส่วนที่เป็น Grain หยาบๆ เวลาเคี้ยวจะกรุบๆ
เรียกว่ามี Texture ที่ต่างกัน เป็นความอร่อยอีกแบบหนึ่งค่ะ

ถ้าใครอยากรู้ประติของเกรแฮมแครกเกอร์มากกว่านี้ลองเข้าไปดูที่นี่นะคะ

อบแครกเกอร์กินเองเนี๊ย มันอร่อยกว่าไปซื้อกินม๊ากมายเลยนะคะ
โดยเฉพาะตอนที่ขนมของเราใกล้จะสุก จะส่งกลิ่นหอมฟุ้งจรุงใจ ไปทั่วบ้านเลยค่ะ
แต่ไม่ดีอยู่อย่างตรงที่จะกินเยอะ เคี้ยวเพลินจนหมดโดยไม่รู้ตัว อิอิ

วันนี้เอาสูตรโฮมเมด แครกเกอร์จากบล็อกน้องลูกสนมาลองทำค่ะ
อร่อยถูกใจจริงๆ ขอบคุณน้องลูกสนอีกครั้งนะคะ ที่เอาสูตรขนมอร่อยๆมาฝากกันอยู่เรื่อยเลย
จากเนื้อสัมผัสของแป็งโฮลวีตที่มีอะไรให้เคี้ยวกรุบๆ
แล้วก็ความหอมหวานที่ไม่มากจนเกินไปจากน้ำตาลทรายแดง และน้ำผึ้งดีๆ
เรียกว่าถ้าใครที่คิดจะอบแครกเกอร์นี้ไว้ทำชีสพายละก็
ควรจะทำเผื่อไว้เลยค่ะ เท่านึง ไม่งั้นอาจหมดก่อน คริคริ

มาดูสูตรกันเลยดีกว่า มัวแต่เวิ่นเว้ออีกแระเรา

ส่วนผสม
แป้งเอนกประสงค์ 160 g.
แป้งโฮลวีต 150 g..
เนยสดจืด 170 g.
น้ำตาลทรายแดง 60 g.
น้ำตาลทรายขาว 30 g.
น้ำผึ้ง 2 ชต.
ไข่ไก่ no. 1 1 ฟอง
เบคกิงโซดา 1/2 ชช.
เกลือ 1/4 ชช.
(ก้อยเพิ่มเป็น 1/2 ชช.นะคะ ชอบให้ออกเค็มนิดนึง)
กลิ่นวนิลา 1 ชช.
(แอร๊ะ เพิ่งนึกได้ตอนพิมพ์ว่าลืมใส่ แต่ก็ไม่มีกลิ่นคาวไข่นะคะ
สงสัยกลิ่นน้ำผึ้งกลบหมด )

อ้อ ถ้าใครชอบกลิ่นอบเชย จะใส่อบเชยผงด้วยก็ได้ค่ะ ซัก 1/2 ชช.
ถ้าใส่ขิงผงกับ all spice ด้วยจะคล้ายๆ ginger bread เลยล่ะค่ะ

วิธีทำ

เอาแป้ง 2 ชนิดกับเบคกิงโซดา ใส่รวมกันแล้วคนให้เข้ากัน
ปกติเวลาทำคุกกี้ก้อยไม่ค่อยได้ร่อนแป้งอยู่แล้วค่ะ
สูตรนี้น้องลูกสนเขียนไว้ว่าไม่ต้องร่อน ถูกใจคนขี้เกียจอย่างเราจริงๆ อิอิ

ตีเนยกับน้ำตาลทั้งสองชนิดจนฟูขาว(ก้อยดีพอฟูนิดๆเองอ่ะ)
พอตีเข้ากันแล้วก็ใส่ไข่น้ำผึ้ง วนิลาตีให้เข้ากัน
อาจจะมีแยกตัวเป็นลิ่มๆหน่อยนะคะ ไม่ต้องตกใจ



พอตีเข้ากันแล้วก็ใส่ไข่น้ำผึ้ง วนิลาตีให้เข้ากัน
อาจจะมีแยกตัวเป็นลิ่มๆหน่อยนะคะ ไม่ต้องตกใจ



ใส่ของแห้งที่เรารวมกันไว้ลงไปเลยค่ะ
อ้อ แบ่งใส่ทีละ 1/3 ก็ได้นะคะ จะได้ไม่ฟุ้งมากเวลาผสม



ตีพอเข้ากันก็พอนะคะ ตีนานเดี๋ยวคุกกี้เราจะเหนียว ไม่อร่อยนะคะ



แบ่งเป็นสองส่วนเท่าๆกัน ห่อพลาสติกแร็พ
เข้าตู้เย็นไว้อย่างน้อย 2 ชั่วโมง ก้อยทำตอนเย็น
แช่ค้างคืนไปเลยค่ะ
เช้าขึ้นมาก็เอามารีดแล้วอบตอนเช้า
เป็นเครื่องมือปลุกคนขี้เซาให้ตื่นได้เป็นอย่างดี อิอิ



เอามาคลึงบางๆ ให้หนาประมาณ 2 มิลลิเมตร (เหมือนตอนเรียนทำฟันเลยอ่ะ --")
ขั้นตอนนี้ยากหน่อยนะคะ เพราะตอนเอาออกจากตู้เย็นใหม่ๆมันจะแข็งคลึงแล้วแตก
แต่ถ้าทิ้งไว้นานเกินไปจะนิ่มจนเหนียวเหนอะหนะ
ติดไปหมดเลย แนะนำให้คลึงบนพื้นผิวที่เย็นๆ
เช่นหินหรือสเตนเลสที่เอาน้ำแข็งมาประคบไว้ก่อน
(อ่า เหมือนผ่าฟันคุดแล้วต้องเอาน้ำแข็งมาประคบ ลดอาการบวมน่ะค่ะ)



แต่ก้อยค้นพบวิธีใหม่ค่ะ ง่ายกว่านั้น คือปั้นเป็นก้อนกลมๆ
วางบนกระดาษรองอบ แนะนำแบบเคลือบซิลิโคนนะคะ
เวลาอบเสร็จเราไม่ต้องแซะเลยค่ะ ขนมจะหลุดออกมาเองอย่างง่ายดายและสวยงาม 555
แล้วก็เอาพลาสติกแร๊พ ที่เราใช้ห่อก้อนแป้งเมื่อกี๊
มาปิดไว้แล้วเอามือกดๆให้เป็นรูปร่างตามต้องการ
แต่ต้องระวังให้ขนาดและความหนาเท่าๆกันนะคะ
เวลาอบจะได้สุกกรอบพร้อมๆกัน
แล้วก็เอาส้อมมาจิ้มให้เป็นรูๆ ไม่ได้ทำเพื่อให้ดูเป็นเอกลักษณ์ของแครกเกอร์เท่านั้นนะคะ
เคยได้ยินคำว่า Form follow function มั้ยคะ
เราจิ้มให้เป็นรูเพื่อเวลาที่อบจะได้มีรูระบายอากาศแป้งจะได้ไม่ปูดขึ้นมา
ก่อนอบต้องอุ่นเตาให้ร้อนก่อนนะคะ ก้อยอบที่ 170 องศาเซลเซียส
ประมาณ 13-15 นาทีแล้วแต่ขนาดและความหนาบางของขนม



ตอนใกล้ๆสุกเนี่ย หอมยั่วน้ำลายมากๆเลยค่า
สุกแล้ว กรี๊ซซซซ
แต่อย่าเพิ่งชิมตอนนี้นะคะ ยังร้อนอยู่ขนมจะนิ่มๆยังไม่กรอบค่ะ
พักให้เค้าเย็นตัวลงนิดนึง เค้าจะกรอบขึ้นค่ะ
เย็นแล้วรีบเก็บใส่กล่องปิดฝาให้สนิทเลยค่ะ
ไม่ได้กลัวว่าจะหายกรอบหรอกนะคะ แต่กลัวหมด 555



อบเสร็จ กลิ่นยังหอมอบอวลไปทั่วบ้าน ทานกับกาแฟร้อนตอนเช้าๆ
หืมมม ช่างมีความสุขเสียนี่กระไร



ถ้ายังมีเหลือเก็บใส่กล่องไว้ทานคู่กับน้ำชาตอนบ่ายๆก็ดีมิใช่น้อย ฮิฮิ
ก้อยว่าทานคู่กับชาเอิร์ลเกรย์ น่าจะดีเลยล่ะค่า




ขอให้มีความสุขและสนุกกับสิ่งที่ทำนะคะ แล้วชีวิตจะมีความสุขค่ะ

พบกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ





 

Create Date : 16 กันยายน 2553    
Last Update : 16 กันยายน 2553 11:21:55 น.
Counter : 4217 Pageviews.  

Oatmeal Sweet Heart Cookie คุ้กกิ้รูปหัวใจ ส่งท้ายเดือนแห่งความรักค่ะ

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาวบล็อกทุกคน
หายไปนานเลย จนหลายคนอาจคิดว่าปิดบล็อกหนีหนี้รึเปล่า
ยังอยู่ดีค่ะ สุขกายสบายใจ
ช่วงที่หายไปขอเรียกว่าเป็นช่วงที่ไปค้นหาตัวเองแล้วกันนะคะ
อยากจะบอกว่าเมื่อก่อนนี้ก้อยเป็นคนสุดโต่งค่ะ(ตอนนี้ก็ยังเป็นแต่คิดว่าลดลงแล้วนะคะ)
คือเวลาทำอะไรก็จะทำสิ่งนั้นอยู่อย่างเดียว หรือชอบอะไร เกลียดอะไรก็จะสุดๆไปเลย
ซึ่งก้อยรู้สึกว่ามันเป็นนิสัยที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่
ช่วงที่หายไปก็คือพยายามจะตัดทุกสิ่งทุกอย่าง
แล้วก็กลับมาอยู่กับตัวเอง อ่านหนังสือธรรมะ ปฏิบัติธรรม
(บางคนอาจจะคิดว่าก้อยอกหักหรือเจอไรแย่ๆมารึเปล่า เปล่าค่ะ
แค่มีช่วงนึงรู้สึกว่าชีวิตมันวุ่นวายจัง)
ช่วงนั้นก็แบบว่า เคร่งครัดมากเลยค่ะ กินอาหารมังสะวิรัติ ทำเองทุกมื้อ
ก็รู้สึกดีนะคะ ชีวิตสงบสุข ราบเรียบ
แต่ว่าก้อยยังเป็นปุถุชนคนธรรมดาอยู่กิเลสยังหนา ตัดทางโลกไม่ขาด
ชีวิตยังอยากทำนู่นทำนี่อีกเยอะแยะ แล้วก็ยังไม่คิดจะบวชเป็นชีแต่อย่างไร
ในที่สุดก็รู้ว่าฝืนตัวเองไม่ได้ ใจมันยังรัก ยังอยากทำขนมอยู่
แต่ตอนนี้พยายามดำเนินชีวิตแบบทางสายกลาง มีสติรู้ตัว
และก็ที่สำคัญคือ จัดระเบียบความคิด ชีวิตก็มีความสุขค่ะ
ตอนนี้พลังงานในตัวมันยังเยอะอยู่ ก็เลยคิดว่า ขอทำอะไรที่อยากจะทำ
ไปพร้อมๆกับทำอะไรที่มีประโยชน์ต่อโลก อย่างน้อยที่สุดก็ไม่เบียดเบียนโลกให้มันแย่ลงกว่าเดิม
เพราะโลกไม่ใช่ของเรา แต่เราเป็นเพียงส่วนนึงของโลกเท่านั้นเอง
พร่ำเพ้ออะไรก็ไม่รู้มาตั้งเยอะ เดี๋ยวเพื่อนๆจะเบื่อกันซะก่อน

กลับมาอัพบล็อกคราวนี้มีขนมเพื่อสุขภาพมาฝากค่ะ
ชีวิตยังตัดขาดจากขนมไม่ได้(ใครที่ตัดได้ถือว่าเป็นเรื่องดี ก้อยนับถือมากๆเลยค่ะ )
แต่ก็เป็นขนมที่ทำร้ายสุขภาพน้อยหน่อยแล้วกันนะคะ ^^
ขอเรียกว่า "บิสกิตข้าวโอ๊ต" แล้วกันนะคะ
สูตรนี้ดัดแปลงมาจาก "Thyme&Mustard Biscuits" จากเว็บครัวไกลบ้าน
(จะเรียกว่าดัดแปลงได้มั้ยเนี่ย เอาสูตรเค้ามาเปลี่ยนซะเละเลย)
ต้องขอโทษจริงๆที่ไม่ได้จดไว้ว่าเป็นสูตรของใคร ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
จริงๆแล้วสูตรนี้ทำไว้นานมากแล้วค่ะ เกือบ 2 ปีได้ แต่เห็นว่ายังอยู่ในเดือนแห่งความรัก
ก็เลยเอามาฝาก จะได้เข้ากับเทศกาลนะคะหวังว่าคงไม่ช้าเกินไป
เพราะความรักมีได้ทุกวันและมีให้กับทุกสิ่งใช่ไหมคะ

สูตรที่ก้อยทำดังนี้ค่ะ
แป้งสาลีเอนกประสงค์ 3/8 ถ้วยตวง
แป้งโฮลวีต 3/8 ถ้วยตวง
โอ๊ตมีล 1/3 ถ้วยตวง
ผงฟู 1 ช้อนชา
น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
เนยสดจืด 2 ช้อนโต๊ะ
นมสดรสจืด 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1/8 ช้อนชา
งาขาวคั่วสำหรับโรยหน้า

วิธีทำ
ง่ายมากค่ะ
1. อุ่นเตาอบ 200 องศาเซลเซียส
2. ของแห้งทั้งหมดผสมให้เข้ากันในอ่างใบใหญ่ๆ
3. ใส่ของเหลวคือ นม น้ำมันมะกอก น้ำผึ้งและเนยนิ่มๆตามลงไปคลุกให้เข้ากัน
4. คลึงให้หนาประมาณ 1/4 นิ้ว ใช้ที่กดคุกกี้ (Cookie Cutter) กดเป็นรูปร่างตามต้องการ
5. วางลงบนถาดทาเนยหรือปูรองด้วยกระดาษรองอบ โรยหน้าด้วยงาขาว อบประมาณ 10-12 นาที หรือจนสุกเหลือง

ปล. สูตรนี้อาจจะกดเป็นรูปร่างยากนิดนึงนะคะ เพราะว่าเนื้อร่วนมากๆ




ดูสิ ทำมานานจนตอนนี้ นมจิตรลดาเปลี่ยนขวดไปแล้วค่ะ


นี่แบบโรยงาธรรมดา กรอบๆเค็มนิด เคี้ยวเพลินๆค่ะ



ส่วนนี่ทำเป็นรูปหัวใจ(ไม่มีนัยใดๆนะคะ แต่มีที่กดอยู่ไม่ได้ใช้เลยหาเรื่องใช้ซะหน่อย)
ใช้พิมพ์อันเล็กกดตรงกลางให้เป็นรู ส่วนอีกชิ้นก็ทึบๆ


แล้วก็เอามาประกบกันแบบนี้ค่ะ ชอบจังบิสกิสกรอบๆ เค็มนิดๆ หอมข้าวโอ๊ต
กินกับแยมเปรี้ยวๆหวานๆ ลงตัวเป๊ะ


มอบให้เพื่อนๆทุกคนในเดือนแห่งความรักนี้นะคะ



ขอให้มีความสุขและสนุกกับชีวิตนะคะ

วันนี้ลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่เมื่อโอกาสอำนวยค่ะ ^^




 

Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2553 21:37:53 น.
Counter : 1292 Pageviews.  

คุกกี้ครีมชีส (Legulach) คุกกี้ที่อร่อยที่สุดในโลก(ของฉัน)^-^ สูตรรักสูตรอร่อยจากแม่ปูอีกแล้วค่ะ

จะไม่ให้อร่อยได้ยังไงล่ะคะ ก็คุกกี้สูตรนี้อัดแน่นไปด้วยเนยและครีมชีส
ที่ทั้งหอมๆ เค็มๆ มันๆ กรอบกร้วมกำลังดี เคี้ยวเพลินเกินห้ามใจ
เวลากินนี่ลืมอ้วนและโคเรสเตอรอลไปเลยค่ะ หุหุ



วันนี้ถือโอกาสส่งการบ้านแม่ปูทั้งแบบไส้ถั่วกับซินนามอนที่หอมอบอวล
และไส้แยมราสพ์เบอร์รี่โรยพิตตาชิโอที่หอมหวานอมเปรี้ยวตัดกับคุกกี้โดว์ที่มันๆเค็มๆดีจริงๆค่ะ
อยากบอกว่าเลือกไม่ถูกจริงๆว่าชอบแบบไหนมากกว่ากันเพราะว่ามัน...
อร่อยมากกกก ทั้งสองแบบเลยล่ะค่ะ

ขอบคุณแม่ปูอีกครั้งสำหรับสูตรรักสูตรอร่อยที่ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยจริงๆค่ะ

มาดูกันเลยดีกว่าว่าคุกกี้ที่อร่อยที่สุดในโลกนี่มันทำยังไงนะ

ตามไปดูคุกกี้ครีมชีสของแม่ปูที่นี่ได้เลยค่ะ

ส่วนอันนี้เป็นเรกูลัค (ไส้แยม)

ความจริงมั

นเป็นขนมอย่างเดียวกันใช่ไหมคะแม่ปู เพียงแต่เปลี่ยนไส้ข้างในเท่านั้นเอง

ขออนุญาติแม่ปูนำสูตรมาลงไว้ที่นี่ด้วยนะคะ

ส่วนผสมเครื่องปรุง

((ส่วนผสมโดว์))

แป้งสาลีเอนกประสงค์ ๒ ๑/๔ ถ้วย
น้ำตาลทรายป่นละเอียด ๑/๔ ถ.
เนยนุ่มๆ (อุณหภูมิห้อง) ๒ ก้อน (ก้อนละ ๑๑๓ กรัม)
ครีมชีส(อุณหภูมิห้อง) ๘ ออนซ์
เกลือ ๑/๒ ชช.


อันนี้ก้อยทำตามแม่ปูทุกอย่างเลยค่ะ ออกมาอร่อยมากๆ
ไม่หวานเกินไป เค็มๆมันๆ หอมมากด้วย


ทำมา 2 แล้ว แต่ลืมถ่ายส่วนผสมโดว์ทั้ง 2 ครั้งเลยค่ะ เอาเป็นว่าเริ่มทำเลยแล้วกันนะคะ

ทำโดว์ก่อนไว้ก่อนล่วงหน้า ๑ วันค่ะ
ถ้าใจร้อนไม่ยอมหมักโดว์ไว้ก่อน จะอดกินของอร่อย
อิอิ อันนี้ก็ทำตามอย่างเคร่งครัด กลัวอดกินของอร่อย


เนยหั่นเป็นชิ้นเล้กๆ ทิ้งไว้ให้นุ่ม กับครีมชีส


เอามาตีรวมกันในอ่างผสม ตีพอเข้ากันก็พอ ไม่ต้องให้ฟูขาวนะคะ



ใส่แป้งที่ร่อนรวมกับเกลือและน้ำตาลใช้พายยางผสมให้เข้ากัน


อะไรกันนี่ ทำไมมันง่ายอย่างนี้ล่ะ



แบ่งโดว์ออกเป็น 3 ส่วนเท่าๆกัน ห่อพลาสติกใสแล้วก็แช่ตู้เย็นค้างคืนเลยค่ะ



ทีนี้มาดูไส้กันดีกว่า วันนี้ส่งทีเดียว 2 เลย ตัวคุกกี้โดว์เหมือนกันนะคะ

ใครชอบกลิ่นหอมๆของเครื่องเทศ spice และถั่วเยอะๆก็ลองไส้นี้เลย
ถั่วกับอบเชย คล้ายๆไส้ซินนามอนโรลนะคะ

ส่วนผสมไส้

น้ำตาลทรายแดง (หรือขาว) ๑/๒ ถ.
อบเชยป่นละเอียด ๒ ชช.
Ground Allspice ๑ ชช.
นัทต่างๆ ตามชอบ อบให้หอมกรอบ สับเล็กๆ 1 ถ้วย
เนยละลาย ๔ ชต.(ใช้แยมรสต่างๆแทนได้)
ไข่แดง ๑ ฟอง ผสมน้ำเจือจาง (เอาไว้ทาคุ้กกี้ก่อนเข้าเตาอบ)



ส่วนใครไม่ชอบกลิ่นเครื่องเทศ ก็ลองไส้แยมดูนะคะ อร่อยเหมือนกัน
ก้อยใช้แยมราสพ์เบอร์รี่เหมือนแม่ปูอีก มันหอมๆเปรี้ยวๆดีค่ะ สีสวยด้วย


ส่วนผสมไส้ค่ะ


ถั่ว วันนี้ก้อยใช้ เม็ดมะม่วงหินมพานต์(มีติดบ้านเลยค่ะ ตอนนี้) กับวอลนัตค่ะ กรอบๆดี



ทีนี้ พอตอนจะทำ ก็เอาโดว์ออกมาทีละก้อนค่ะ เมืองไทยอากาศร้อน
เอาออกมาแป๊บเดียวมันจะนิ่มเกินจนเหลว เวลาคลึงจะเหนียวติดโต๊ะไปหมดเลย
แม่ปูบอกว่าให้คลึงบนกระดาษพาชเมนท์จะได้ไม่ต้องใช้แป้งนวล
(โรยแป้งนวลเยอะเดี๋ยวคุกกี้จะแข็งไม่อร่อยค่ะ)
ก้อยใช้กระดาษซิลิโคนอันนี้ค่ะ ดีมากๆ รองแล้วไม่ติดเลย


อย่าลืมเปิดเตาอบ อุ่นไว้ก่อนนะคะ 180 องศาเซลเซียส

คลึงแป้งให้เป็นรูปวงกลม
เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑0-๑๒ นิ้ว



คลึงแป้งเสร็จแล้วให้นำเข้าช่องแช่แข็ง แช่ไว้ ๓-๕ นาที
จากนั้นนำออกมาทาให้ทั่วด้วยเนยละลาย
และโรยด้วยน้ำตาลที่ผสมกับซินนามอนและ all spice

ขั้นตอนนี้ แนะนำว่าทำในห้องแอร์จะดีค่ะ เพราะตอนทำรอบสอง
อากาศร้อนมาก ตอนม้วนอันท้ายๆ ม้วนแทบไม่ได้เลย โดว์มันเหลว

อย่าลืมแบ่งน้ำตาลไว้เผื่อแป้งโดว์อีก ๒ ก้อนด้วยนะคะ
แล้วก็โรยตามด้วยนัต โรยให้ทั่วโดว์ที่คลึงไว้
เอาไม้คลึงแป้งกดๆให้ไส้ติดแน่นกับแป้ง แต่อย่ากดแรงเกินไปนะคะ
เสร็จขั้นตอนข้างบนก็ให้นำมีดตัดพิซซ่ามา
ตัดแบ่งแป้งให้ได้ ๑๖ ส่วน แหะๆ ตัดได้ไม่เท่ากันเล้ย


แล้วก็ม้วนเลยค่า


ม้วนเสร็จ หน้าตาคล้ายๆ ครัวซองค์เลย


วางเรียงบนถาดที่ปูกระดาษรองอบด้วยนะคะ
ไม่งั้นอาจจะติดเวลาเราทาไข่แล้วมันเยิ้มลงไปที่ถาด
ก่อนอบทาหน้าด้วยไข่แดงเจือน้ำเล็กน้อย สีจะได้สวยๆ


ส่วนอีกอันเป็นไส้แยมราสพ์เบอร์รี่โรยพิตตาชิโอ เขียวแดงเลย


ถ้าทำไส้นี้ แบ่งโดวืเป็น 4 ก้อนค่ะ แล้วก็เอามาคลึงเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ยาวประมาณ 12 นิ้ว กว้าง 5 นิ้ว อยากให้ออกมาเท่าๆกันก็เอาไม่บรรทัดวัดเลยค่ะ




แล้วก็ทาแยมรสที่ชอบ อยากทาเยอะมากนะคะ ประมาณ 1 1/2 ชต.ก็พอ
เดี๋ยวตอนม้วนจะทะลัก แล้วก็จะหวานเกินไปด้วยค่ะ



แล้วก็ม้วนให้เป็นแท่งเลยค่ะ อ้อ ลืมบอกไป ว่าให้ใช้พลาสติกใสรองไว้ตอนรีดแป้งเวลาม้วนจะได้ยกแผ่นพลาสติกม้วนขึ้นมาเลย

เป็นแท่งยาวๆแบบนี้ค่ะ ม้วนไม่ค่อยแน่นเลยค่ะ วันที่ทำอากาศร้อนมาก
โดว์มันนิ่ม ม้วนยากมากเลยล่ะ
ม้วนเสร็จเอาไปพักในตู้เย็นก่อน ประมาณ 1 ชั่วโมง ให้มันแข็ง จะได้หั่นง่ายๆนะคะ แล้วก็ทำแป้งที่เหลือให้หมด

แม่ปูบอกว่าม้วนแล้วแช่ช่องแข็งไว้ได้ประมาณ 1 เดือน
เวลาจะกินก็เอามาอบได้เลย แต่ว่าก้อยว่าอบทีเดียวไปเลยดีกว่า
เพราะกินแป๊บเดียวหมด อิอิ


พอพักแป้งได้เวลาก็เอาออกมาตัดเป็นชิ้นๆ ทาไข่แดงเจือน้ำ
แล้วก็เอาหน้าไปจิ้มถั่ว วางเรียงบนถาดปูกระดาษเหมือนเดิม

หั่นแล้วทาไข่ทีเดียว ง่ายดีค่ะ



พอดีอบถั่วแก่ไฟไปหน่อย เลยไม่ค่อยเขียวเลย สีออกดำๆ โชคดีว่ายังไม่ขม แต่ว่าหอมมาก



ปิ๊งป่อง อบเสร็จแล้วค่า ขอบอกว่าตอนอบนี่หอมฟุ้งไปทั่วบ้านเลยค่ะ
มันดูบี้ๆแบนๆ ไม่สวยเหมือนของแม่ปูเลยค่ะ สงสัยอากาศร้อน
(โทษดินฟ้าอากาศอีกแล้ว อิอิ)




ซินนามอน





กล่องนี้ทำไปตอนมิตติ้ง งานทำอาหารของพี่วัฒน์ค่ะ มีใครได้ชิมกันบ้างเอ่ย
แต่ก้อยชอบเอาไปแช่ตู้เย็น รู้สึกว่ามันอร่อยดี



ขอให้มีความสุขและสนุกกับชีวิตทุกๆวันนะคะ






 

Create Date : 30 สิงหาคม 2552    
Last Update : 31 สิงหาคม 2552 17:42:28 น.
Counter : 10939 Pageviews.  

1  2  

ฟันคุดน้อยซี่ที่7
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 38 คน [?]




ผู้หญิงธรรมดาที่ชอบใช้ชีวิตธรรมดา ว่างก็ทำขนม ทำอาหาร ถ่ายภาพ ปลูกต้นไม้ อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย ฟังเพลง ก็มีความสุขแล้วค่ะ เรียกว่ามีโลกส่วนตัวสูงก็ได้ค่ะไม่ชอบที่คนเยอะๆ รู้สึกว่ามันวุ่นวายจัง วันไหนได้อยู่บ้านนี่ทำขนมได้ทั้งวันเลยจนพี่ๆแซวว่าก้อยเปิดโรงงานทำขนมทุกอาทิตย์ ทำไงได้ล่ะคะ ก็คนมันรัก(การทำอาหาร) นี่นา แค่ได้ทำอาหารให้คนรอบข้างได้กินของ(ที่เราดิดว่า)ดีๆ ก็มีความสุขแล้วค่ะ เพื่อนๆเป็นกันมั้ยคะ ^__^
หลังไมค์ถึงฟันคุดน้อยฯกดที่นี่ เฟซบุคเชิญทางนี้ค่ะ cooking for fun
Friends' blogs
[Add ฟันคุดน้อยซี่ที่7's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.