Pisa
หอเอน ในวันที่อากาศดี



ปิซ่าจะเที่ยวสนุกด้วยการปั่นจักรยานด้วยค่ะ เพราะหอเอนปิซ่าอยู่ค่อนข้างไกลจากสถานีรถไฟหลัก



นี่ไง



สนามหญ้าห้ามเข้า ไม่เห็นเคยห้ามใครได้สักที



อย่าว่าแต่เขาเลย ครั้งหนึ่งเราก็แอบเข้าไป



ถ้าเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง ถึงฤดูหนาวเนี่ย แดดจะน้อย แต่ก็ยังแสงสวยอยู่ ต้องไปให้ไวค่ะ จะได้อีกมุมนึง




Create Date : 25 ตุลาคม 2554
Last Update : 26 ตุลาคม 2554 20:58:40 น.
Counter : 275 Pageviews.

0 comment
Verona โรมิโอและจูเลียต
Verona เป็นเมืองที่หาที่พักถูกๆได้ยากมาก แต่ที่เราแนะนำเป็น Bed & Breakfast ที่เจ้าของบริหารเอง พวกนี้จะห้องพักดี และมีคนดูแลดี

แม้ว่าเวโรน่าจะอยู่ระหว่างทางจากเวนิสไปมิลาน แต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยแวะ ถ้ามีเวลาน้อยก็ออกจากเวนิสมาให้ถึงที่่นี่ในตอนเช้าแล้วเที่ยวเป็นทริปวัน แล้วไปต่อมิลานได้ค่ะ

วิธีการเข้าเมือง คือออกมาจากสถานี ให้ซื้อตั๋วรถบัสกับคนขายของที่อยู่ในสถานีรถไฟนั่นแหละค่ะ ตั๋วจะราคาไม่เกิน 2 ยูโร

ขึ้นรถไปลงในเมือง รถจะจอดที่หัวมุม ข้างสะพาน นั่นคือสายที่เข้าใกล้เมืองเก่าที่สุดแล้ว แล้วเราก็ต้องเดินต่อ

เราเลือกพักที่ Like Juliet เพราะว่าสะดวก มีลิฟท์ เจ้าของน่ารักมาก เป็นตากล้อง ดูแลราวกับครอบครัว แถมข้างล่างของตึก มีร้านอาหารโลคอลให้เลือกมากมาย

กลางคืนไปเดินเที่ยวแถว Colosseum เขาใช้แสดงคอนเสิร์ต (เช่นเดียวกับที่โรมค่ะ) แม้จะใหญ่ไม่เท่า



ร้านหลุยส์หัวมุมถนนช้อปปิ้ง ตรงกันข้ามกะอาคารในรูปข้างบน ไม่หลงแน่นอน



ถนนช้อปปิ้ง Via Mazzani ดีที่ร้านปิดแล้ว ไม่งั้นติดอยู่ตรงนี้นานแน่ๆค่ะ



ร้านอาหารและบาร์เพียบ คืนนั้นกลับไปนอนที่พัก สบายยย มีแอร์

หลังจากทานอาหารเช้าอร่อยๆ แล้วก็ออกไปเดินเล่นในเมืองกัน



ไปเยี่ยมบ้านจูเลียตกัน ระเบียงอันโด่งดัง





ปัจจุบันเปิดให้คนที่หลงใหลเสียเงินเข้าไปชม และมีร้านขายของที่ระลึก แต่ขอเตือนว่าของทีนี่แพงมากๆ เดี๋ยวจะพาไปซื้อที่ตลาดค่ะ



ตลาดก็อยู่ห่างกันไม่เท่าไหร่ ตรงจตุรัส Piazza Erbe นี่เอง



ที่ติดตู้เย็น ของเวโรน่า น่ารัก



หลังจากเดินซื้อของเมื่อย แวะจิบกาแฟอร่อยๆ ตรงนี้ ชมวิว







หลังจากหายเหนื่อยก็ไปกันต่อค่ะ เข้าไปในตรอกข้างๆ จตุรัสนี้แหละ





เข้าไปชมวังเก่า



ภายในสวยดี เหมาะกับคนที่จะมาจัดงานแต่งงานนะคะ



อาคารที่นี่ส่วนใหญ่จะมี courtyard อยู่ภายในเป็นจตุรัสกว้างๆ



นี่ไงมาให้เห็นแล้วคู่หนึ่ง



ออกมาด้านนอก เจอโบสถ์สวยๆ







ระหว่างทางจะผ่านบ้านโรมิโอด้วย แต่ไม่ยักกะมีคนสนใจ



ข้างๆ เป็นร้านอาหาร



บ้านสองฝากฝั่งสูงมากๆ ทำให้การเดินในเมืองสบาย ไม่ร้อน



เดินมาจนถึงริมน้ำ จะมีจุดชมวิวหลายจุด



ตรงหัวสะพานจะมีโบสถ์ไว้เป็นหลัก



จุดนี้จะมีเก้าอี้นั่งริมแม่น้ำ ใต้ร่มไม้เย็นๆ



ข้ามสะพานไป





ค่อยๆ เดินชมวิวขึ้นเขา



วิวฝั่งซ้าย



วิวฝั่งขวา



เพื่อนร่วมชะตากรรม และตากล้อง คนจัดท่า สไตลิสต์ 555



วิวจากบนเขา มองข้ามแม่น้ำกลับมา เห็นตัวเมืองเก่า ใช้เวลาเดินจากจตุรัสกลางเมืองขึ้นเขาและกลับลงมา ประมาณชั่วโมงเดียว



ลงจากเขา เดินกลับมาทางสะพานเดิม ผ่านประตูเมืองเข้าไป



ผ่านโบสถ์เล็กโบสถ์น้อย



เดินกลับเข้าไปในเมือง ไปหาอะไรทาน



ผ่านจตุรัสเดิม Erbe





กลับมาทานอาหารร้านข้างที่พัก Tabia



จริงๆ แล้วยังมีสถานที่เที่ยวอีกแห่งของเมือง ที่เราไม่สามารถเก็บรูปมาฝากได้ เพราะไปตอนค่ำ คราวหน้าหากมีโอกาสจะเก็บรูปมาฝากค่ะ



Create Date : 25 ตุลาคม 2554
Last Update : 16 ธันวาคม 2554 19:02:01 น.
Counter : 1196 Pageviews.

0 comment
Burano & Murano
Burano เป็นเกาะที่มีบ้านสีสันสดใสไม่ซ้ำกัน หากใครมาเที่ยวเวนิส ไม่ได้สองเกาะ คือบุราโน่ กับมุราโน่ ถือว่าเสียท่าอย่างมาก

การเดินทางมาสองเกาะนี้จะสะดวกและประหยัดกว่า และจริงๆแล้วสมารถรวมกับเกาะใหญ่เวนิสได้ด้วย ถ้าออกเที่ยวตั้งแต่เช้า อย่าซื้อตั๋วเป็นขาเพราะมันไม่คุ้ม อย่างไรก็ต้องซื้อตั๋วเหมาสำหรับนักท่องเที่ยว

นั่งเรือออกจากเวนิสไป มาขึ้นได้ที่ Fundamenta Nuvo ถ้าไม่งั้นจะอ้อมไกล อย่างนี้



ผ่านมาทาง Arsenaal



เรือที่จะไป จะผ่านเกาะที่เป็นที่ฝังศพ





ขึ้นเรือมาเที่ยวมุราโน่ก่อนแล้วค่อยไปกินมื้อเที่ยงที่บุราโน่ หรือจะเที่ยวทั้งสองเกาะไปเลยแล้วมากินอาหารเที่ยงบ่ายกว่าๆ ที่เวนิสก็ได้

แวะที่เกาะมุราโน่ก่อน มาเลือกแก้วเป่า



ลงเรือปั๊บเจอหอประภาคาร



ที่เลยไปหน่อย มีเครื่องแก้วประดับแต่งถนน



เข้ามาในเกาะ เจอจตุรัสเล็กๆ ตรงนี้



ถ้ามาตอนเที่ยงก็ซื้ออาหารติดมือมานั่งทานได้



ของประดับตามมุมต่างๆ



มุราโน่ Murano จะจำหน่ายพวกเครื่องแก้วเป่า โดยเฉพาะ



หากมีเวลาเดินชมน้อย ก็เดินเฉพาะคลองหลักกลางเมืองนี่ก็จะได้เห็นอะไรเยอะอยู่ค่ะ



หากเลือกเลี้ยวขวาก่อน ก็ตามมาทางด้านนี้



ถึงตรงนี้จะเจอสะพานให้ข้ามได้ เข้าไปแวะในโบสถ์เล็กๆ ได้นะคะ





ข้ามสะพานไปแล้วไปต่อทางขวา จะมีห้างใหญ่ๆ ที่ทัวร์พาคนมาลงชมและเลือกซื้อของ เราก็เข้าไปเดินได้ค่ะ ชมฟรี

แชนเดอเลียสวยมากๆ







ของเล็กๆ ก็สวยงาม



ด้านหลัง ส่วนของโรงงาน ส่วนนี้จะใช้ทำงานชิ้นใหญ่ พวกแจกัน โถ



ท่าเรือที่ทัวร์จะมาลง



ถ้าจะหาร้านนั่งทาน แนะนำให้ข้ามสะพานไป



สะพานนี้จะพาข้ามคลองใหญ่



ฝั่งนี้จะมีร้านกาแฟ ร้านไอติมให้เลือกด้วยค่ะ จัดไปหนึ่งอัน อร่อยทู้กร้านเลยทีเดียว ไอศกรีมที่นี่



จากนั้นก็กลับมาทางนี้ เดินไปจนสุดทางอีกเช่นกัน









สินค้าชิ้นใหญ่ๆ แบบนี้โอกาสแตกหักน้อย



สุดทางก็ข้ามสะพานนี้กลับไป



อาร์ตติสแต่ละคนมักจะเป่าแก้วเป็นสไตล์ของตัวเอง



ไม่ซ้ำกัน





ออกจากมุราโน่ ไปต่อเกาะบุราโน่



ท่าเรือจะใหญ่กว้างขวาง เป็นจตุรัส



เดินตรงเข้าไป เจอวิวนี้



ตรอกแคบๆ เต็มไปด้วยร้านค้า





แม้จะพ้นจากมุราโน่แล้ว ก็ยังพอหางานเป่าแก้วซื้อได้ค่ะ



มีลูกปัดหลากสีขายเป็นเม็ด



ถ้าถ่ายรูปเองไม่สวยก็มีโปสการ์ดขาย



เข้ามาแล้ว เจอทางแยก เลี้ยวซ้ายก่อน



ของฝากบนเกาะบุราโน่จะเป็นงานพวกลูกไม้ แต่ก็มีหน้ากากให้หาซื้อได้



ผ้าพันคอแบบนี้มีเยอะมาก ฮิตอยู่ช่วงปี 2010



แนะนำให้มาทานอาหารร้านนี้ค่ะ จะได้อุดหนุนคนไทยด้วยกันด้วย รสชาติและราคาอาหารรับได้



จานแนะนำคือสปาเกตตี้ซีฟู้ดที่เห็นข้างบน หรือจะทานเป็นอาหารทะเลชุบแป้งทอด (ขอบอกให้พกน้ำจิ้มมาเองด้วย)



Restaurant Galuppi อยู่บนถนนสายหลักนี่แหละค่ะ



ทานอาหารเสร็จ เดินชมของฝาก





สุดทางนี้จะเป็นจตุรัสกว้างๆ ค่ะ เลี้ยวขวาวนไปตามมุม ห้องน้ำบนนี้มีค่าเข้าแพงมากค่ะ ทางที่ดี ควรแวะเข้าที่ร้านอาหารไปให้เรียบร้อย





บ้านที่อยู่ใกล้ๆโบสถ์ตรงนี้ ลองเดินเข้าไปในซอยนะคะ สีสันสวยงามมากๆ



บางบ้านมีสวนด้วย จัดว่ามีเงิน





นี่ก็บ้านใครไม่รู้



บ้านนี้ก็สีสวยงามดี



จัดหนักไปเลยละกัน





ข้ามสะพานไปอีกคลองหนึ่ง





ในช่วงเดือนเมษายน แม้ที่อื่นจะยังหนาว แต่ที่นี่หนาวน้อยลงแล้ว



เจอแมวอีกแล้ว



วิวบังคับบนบุราโน่



ซ้ายมือของวิวข้างบน ก็จะเป็นวิวนี้



ความบังเอิญ



ข้ามสะพานไปต่อ จนถึงจตุรัสอีกแห่ง

แม้ว่าจะหน้าหนาว ฟ้าไม่ใส แต่สีบ้านจะสวยขึ้น เพราะว่าเปียก(ฝน หรือหิมะ)



เลี้ยวขวาอีกที





เดินกลับมาคลองที่บ้านสีสวยๆ เมื่อกี้



หาซื้อของฝากได้เรื่อยๆ ตลอดทาง ร้านค้าเพียบ



เดินตรงคลองนี้ต่อไป



ร้านค้าเสื้อผ้าก็มี



เครื่องแก้วเป่า น่ารักๆ





บ้านที่นี่มีมุมให้ถ่ายได้ทุกหลัง



เมื่อเดินมาเจอจุดนี้ก็แสดงว่าทางกลับอยุ่ข้างหน้าเรานี่เอง แต่ตรงนี้ไม่มีสะพาน หากไม่ได้เดินฝั่งซ้าย จะต้องเดินต่อไปหาทางข้ามสะพานก่อน



ไปหาสะพานข้ามกลับกัน



ร้านลูกไม้กับนางแบบสวยๆ



น่าแวะอีก ขากลับ






Create Date : 25 ตุลาคม 2554
Last Update : 16 ธันวาคม 2554 21:00:03 น.
Counter : 1020 Pageviews.

0 comment
Venice (Venezia) เมืองร้อยคลอง
เรือกอนโดล่าล่องคลอง สนนราคา 100- 120 ยูโรต่อลำ สำหรับระยะเวลาประมาณ 30 - 40 นาทีค่ะ สามารถขึ้นได้ตามท่า



ชมคลอง ถ้าเป็นรอบค่ำ จะแพงกว่าตอนเช้านะคะ



คนพายเรือทุกลำไม่ได้มีบริการร้องเพลงนะคะ



เรือแต่ละลำ การตกแต่งก็ไม่เหมือนกัน ใครๆก็จะพากันแย่งเรือที่ที่นั่งสวยๆ กันซะหมด



หอคอยที่ San Marco



บางครั้งที่มา ก็เจอคู่แต่งงานคนอิตาเลี่ยนด้วย



ถ้าใครดูหนังเรื่อง The Tourist โรงแรมที่นางเอกพัก อยู่ตรงด้านหน้าคลองใหญ่ ตรงที่มีท่าเรือ Gondola เยอะๆนี้เอง



ของฝากจากเวนิส หน้ากาก



แบบนี้อันละ 12-15 ยูโร



ร้านอาหาร บางทีก็หลบซ่อนอยู่ในตรอก เข้าไปในสวนก็มี



สัญลักษณ์อีกอย่างของเวนิสคือแมวค่ะ คนเลี้ยงแมวเยอะมาก เดินไปซอยไหนก็มักจะเจอ (เอหรือเราเป็นตัวเรียกแมว)



เรือล่องคลอง ไปลงได้ที่ท่าน้ำข้างๆ ร้าน Louis Vitton ในเวนิสค่ะ



ซอยแบรนด์เนม เดินเข้าไปลึกๆ จะมีครบทุกแบรนด์ที่ต้องการ ตรงไปเรื่อยๆ จะไปออกที่สะพาน Rialto ค่ะ


ถ้ามาช่วงฤดูหนาว ตรงถนนช้อปปิ้งก็จะมีไฟประดับนะ



ร้านอาหารที่อยู่ริมน้ำ จะเปิดตรงเทอเรซด้วย เหมาะสำหรับคนที่มากินลมชมวิว อาหารไม่ได้แพงมาก แต่น่ารำคาญพนักงานเรียกแขก



ตามท่าเรือ ก็จะมีไฟบ้างแต่ถ้าปรับหน้ากล้องเป็นไฟรูปดาวได้ จะสวยกว่าเยอะค่ะ



อีกสักรูป




Create Date : 25 ตุลาคม 2554
Last Update : 28 ตุลาคม 2554 15:26:42 น.
Counter : 540 Pageviews.

0 comment
Florence (Firenze)
จตุรัสไมเคิลแองเจโล บนเขา ขึ้นรถบัสสาย 12 หรือ สาย 13 ไปได้ค่ะ รถจะวิ่งเป็นวงกลม



ดึงวิวมาใกล้ๆ ดู



ตรงลานที่พัก ข้างล่างลงไปชั้นหนึ่ง จะมีร้านอาหาร และวิวสวย



ตรงนี้แหละค่ะ ลานชมวิว จะมีชื่อสถานที่ต่างๆบอกไว้ด้วย ว่ายอดตึกที่เห็นโผล่ขึ้นมา มันคืออาราย



คู่แต่งงานชาวจีน หูย อิจฉา



ที่พักประจำของเราในฟลอเรนซ์คือบ้าน Franz House โลเคชั่นเดินไปสถานีรถไฟได้ หรือจะนั่งรถมาจากสถานี Campo ก็มีรถบัสมา สะดวกพอๆกัน แถวๆนี้มีร้านอาหารโลคอล และร้านซักผ้าด้วยล่ะ

มื้อเช้า 2.5 ยูโร ที่อิ่มอร่อยสุดๆ ไม่เคยผิดหวัง



Duomo ในช่วงคริสมาสต์



ริมน้ำยามค่ำ



สะพาน Vecchio



โบสถ์ยิวในเมืองฟลอเรนซ์




Create Date : 25 ตุลาคม 2554
Last Update : 26 ตุลาคม 2554 22:09:48 น.
Counter : 387 Pageviews.

0 comment
1  2  

เที่ยวไปสองไพเบี้ย
Location :
สงขลา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



รบกวนอย่าส่งข้อความหลังไมค์ค่ะ ติดต่อที่อีเมล์ตรง smileyinbelgium@hotmail.com นะคะ