ประถมปลาย - เด็กหลังวิก และคนแก่
ต้องท้าวความก่อน

วิกหนัง (โรงหนัง) สหภาพยนตร์ เคยตั้งอยู่ที่หัวมุมถนนพัทลุง ตัดกะนครใน เมื่อตอนที่ฉันยังเป็นเด็กประถม

โรงหนังนี้เป็นที่ดินของน้าชัย น้องชายของแม่ โดยน้าชัยไม่ได้ทำโรงหนังเอง แต่มีคุณตาวินัย น้องชายของคุณตา เป็นคนเช่าอีกที คุณตาวินัย ยังเช่าโรงหนังอีกโรง ซึ่งอยู่อีกฝั่งของถนนพัทลุง ชื่อโรงหนังเปรสสิเดนท์ด้วย แต่อันนั้นไม่ค่อยเกี่ยวกับพวกเราสามพี่น้องเท่าไหร่

ด้านหลังโรงหนัง จะมีประตูบานนึง เปิดเข้าไป ปกติแล้วน้านวยเป็นคนฉายหนัง เช่าบ้านยายอยู่ในสวนด้วยกัน ครอบครัวของน้านวยเป็นครอบครัวคนรายได้น้อยที่เป็นรูปแบบในหนังไทยเลยทีเดียวแหละ คือมีพ่อที่ขยันมากๆ น้านวยทำงานฉายหนังตอนเที่ยงและค่ำ แล้วก็ยังทำงานถีบสามล้อ เมื่อก่อนตอนสมัยประถมต้นฉันก็ได้อาศัยสามล้อน้านวยนี่แหละไปโรงเรียน

น้าณี เมียแก เป็นผู้หญิงร่างใหญ่ ขยันทำงานเหมือนกัน น้าณีจะขายของที่หน้าโรงหนัง แล้วเวลาอื่นแกก็จะทำงานทำความสะอาดบ้าน ให้คนแถวบ้านฉัน รีดผ้า และสารพัดงานแสนขยัน

น้านวยกะน้าณีมีลูกสาวลูกชายอย่างละคน เป็นเพื่อนเล่นของพวกเรา ที่ทำให้จุดมุ่งหมายสวนยายเป็นที่ที่น่าสนใจมากกว่า การมาแล้วโดนยายจับไปนั่งฟังพระสวด หรืออ่านหนังสือธรรมะธรรโม สวรรค์วิมานอะไรในแนวนั้นอย่างเดียว

หลุยส์เป็นลูกสาวที่อายุรุ่นๆ เดียวกับบัว ฉันแก่กว่าบัวสองปี และยังผ่านอะไรมามากกว่า รู้สึกตัวเองแก่แดดยังไงไม่รู้ พอมีเพื่อนรุ่นเดียวกัน บัวกะโอห์มก็จะติดหลุยส์ และพากันไปหาอะไรซุกซนทำในสวน

คิงพี่ชายหลุยส์ เป็นหนุ่มหน้าตาดี รุ่นๆ พอกันได้กับพี่โน้ต ลูกของน้าชัย บอกได้ว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ เพราะพ่อแม่ก็หน้าตาดี ฉันละน้อยใจวาสนาตัวเองจริงๆ

นอกจากครอบครัวนี้แล้ว ก็ยาย ก็ยังมีคนแก่อีกคน ซึ่งเราไม่ได้รู้จักเป็นญาติอะไรด้วยเลย แต่พวกเราเรียกแกว่าก๋งฮก ตามยายที่เป็นเชื้อสายจีน
ก๋งอาศัยอยู่ในบ้านไม้เก่าๆ ชั้นเดียว ในบ้านแกไม่มีอะไรนอกจากโต๊ะ เก้าอี้ เตียงและมุ้ง ข้างนอกเป็นครัวเล็กๆ ที่ทำกับข้าวได้ ก๋งเป็นตัวอย่างของการพึ่งพาตัวเอง และการอยู่อย่างพอเพียง

ก๋งฮกเป็นชายจีนแก่มากๆ ที่ตอนนั้นพวกเราประมาณอายุว่าน่าจะ 70 กว่า แต่แกก็ยังอยู่ของแกคนเดียว ก๋งได้เงินบ้างจากที่แม่ และยายให้ แกสามารถทำกับข้าว หาอะไรกินได้จากต้นไม้ต้นไร่ในสวน และพวกเราก็ได้เรียนการจุดเตา หุงข้าวและอื่นๆ จากตะแกเยอะเหมือนกัน โดยเฉพาะว่าอะไรกินได้ และกินไม่ได้

งานหลักๆ ของก๋งแกคือขายของเก่า กระดาษ พลาสติก เหล็กและอื่นๆ ในแต่ละวันแกจะไปเดินเล่นเก็บขยะของเก่าพวกนี้มาสะสม เอาไปขายที่ร้านเจ๊ก ซึ่งเจ๊กแกก็จะปั่นซาเล้งมารับซื้อที่หน้าวิกเป็นประจำด้วย แรกๆ เรารู้สึกว่าพวกเราไม่ได้ดูแลคนแก่ในบ้านเท่าไหร่ แต่ก๋งบอกว่า ถ้าแกไม่ได้ทำงาน แกจะตาย คำพูดที่ติดหูมาจนทุกวันนี้ แม้ว่าเราจะทำงานเล่นเหมือนเป็นงานอดิเรก แต่เรารู้สึกเสมอว่า ถ้าไม่ได้ทำอะไรให้เป็นประโยชน์แก่โลกนี้ เราก็คงคิดเหมือนก๋ง คือ ตายซะดีกว่า ถ้าเราต้องป่วยนอนแหง็กหยอดข้าวต้ม กินเนื้อเกลืออยู่บนเตียง ให้เราตายซะ เราจะมีความสุขมากกว่า

ก๋งอยู่กะเรา จนพวกเราโต ย้ายบ้านไป มารู้ตอนหลังว่าแกเสีย น้าชัยและแม่กะยายก็ช่วยกันดูแลให้เป็นอย่างดี

+++++++++++++++++++

อีกคนในบ้านที่เราจะไม่ลืมก็คือยายทวด

ยายทวดเป็นคนในบ้านอีกคน ที่พวกเราไม่รู้ว่าเป็นญาติทางไหน แต่ยายทวดชื่อจริงๆว่าละม่อม เดิมแกก็อยู่กับยาย ที่บ้านน้าชัย สมัยประถมต้น พวกเราก็ยังเปิดประตูเดินทะลุบ้านจากบ้านแม่ ไปบ้านน้าชัยแล้วไปเล่นกับทวดเสมอ ให้แกเล่าเรื่องสมัยโบราณให้ฟัง เรื่องหิ่งห้อย คนไปตกปลา แล้วก็เรียนการทำร่มจากดอกลำพู ฉันก็เลยได้รู้จักดอกลำพูว่ามันหน้าตาเป็นอย่างไร

ยายทวดเป็นคนสำคัญที่ทำให้ฉันพูดภาษาใต้ได้ โดยที่ฉันไม่เคยรู้ตัวมาก่อน เพราะไม่เคยพูดกะใครเลย นอกจากแกคนเดียว เวลาแกไม่ได้อย่างใจ แกจะบ่นเสมอว่า ไม่โหร่ยี่ห้อไหร๊ ฉันไม่เคยคิดโกรธแก แต่ขำทุกที

เมื่อฉันยังเป็นเด็กเล็กๆ นมไม่แตกพาน เราจะมาอาบน้ำกันที่ตรงลานซักผ้า เพราะบ่อน้ำ อยู่ในส่วนที่เป็นบ้านน้าชัย ทวดจะเป็นคนตัก แกจะสาวๆๆ ถุ้ง หรือถังตักน้ำที่ทำจากถังน้ำมัน มีแกนไม้ตรึงไว้ด้วยตะปู แล้วมีเชือกพลาสติกเส้นโตๆ ผูกไว้

กว่าฉันจะอาบน้ำเสร็จแต่ละวัน ทวดแกก็คงตักจนเหนื่อย หลายถุ้ง แต่แกไม่บ่นอะไร แกจะมาจับตัวเราถูขี้ไคลด้วยหินแผ่นแบน ถูซะแสบไปหมด หลังจากเช็ดตัว แกก็จะเอาแป้ง ที่ไมได้เอาจากกระป๋องมาทา เป็นแป้งสีออกเหลืองนิดๆ กลิ่นหอมๆ แกชอบให้ลูกหลานตัวขาวๆ สวยๆ เวลาออกไปเล่น อย่าให้ทวดเห็น แกจะรีบเรียกเรามาใส่หมวกก่อน ไม่งั้นตัวดำหมด แกห่วง

++++++++++++++++++

ทวดจะเป็นคนเก็บขนม หรือของอร่อยๆ ไว้ให้พวกเราเสมอ แม้ทุกวันนี้ แกจะไม่อยู่แล้ว ฉันยังเก็บต่างหูฝังพลอยที่แกได้ให้ฉันไว้ ตอนที่ฉันเริ่มเรียนชั้นมัธยม แกบอกว่าเป็นสาวแล้ว ต้องแต่งตัวสวยๆ ทุกวันนี้ฉันเรียนรู้ว่า เมื่อเราเกิดเป็นผู้หญิง เราต้องดูแลตัวเองให้สวยงาม ไม่งั้นใครจะมามองเรา เพราะว่าไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง ผุ้ชายแม้จะบอกว่าเลือกกันที่ความดี แต่สุดท้าย มันก็มองเพราะสิ่งสวยงามที่เห็นภายนอกก่อนทั้งนั้นแหละว้า



Create Date : 22 ธันวาคม 2554
Last Update : 22 ธันวาคม 2554 19:17:05 น.
Counter : 298 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

เที่ยวไปสองไพเบี้ย
Location :
สงขลา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



รบกวนอย่าส่งข้อความหลังไมค์ค่ะ ติดต่อที่อีเมล์ตรง smileyinbelgium@hotmail.com นะคะ